ตื้อรักให้อยู่หมัด

ตอนที่ 21 : ว่าที่พ่อบ้านใจกล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    2 พ.ย. 62




เสียงรถมอเตอร์ไซต์คันเก่ากำลังแว้นผ่านทุ่งนาไปยังส่วนต่างๆในไร่ฟ้าคำรามซึ่งมันมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องลั่นทุ่งของลูกพีชเรียกสายตาคนงานหลายสิบคนให้หันไปดูบ้างก็ส่ายหัวระอากับเจ้านายขี้แกล้ง บ้างก็หัวเราะชอบใจท่าทางการเป็นเด็กแว้นที่เหมือนราวกับว่าสมัยก่อนเป็นขาซิ่ง

“โอ้ย เห็นว่าเพิ่นตาฮักก็มักหยอกหลายแท้ นายครามเอ้ย!!!” คนงานวัยกลางคนตะโกนใส่ทั้งคู่ที่ขี่รถผ่านทำเอาคนขี่ยิ้มแฉ่งรับคำไม่เถียงแต่อย่างใด นอกจากปล่อยมือจากแฮนด์รถแล้วโบกมือทักทายทุกคนด้วยสีหน้าแช่มชื่น

ตลอดเส้นทางนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์คันเก่าลูกพีชกอดเอวสอบของครามไว้แน่น  ใจหายวาบทุกครั้งที่เขาพยายามขี่รถหลบหลุมบนถนนมันช่างสมกับความเป็นเด็กแว้นซะเหลือเกิน  ขี่ดีๆไม่เป็น ยิ่งเธอกรีดร้องลั่นออกมาตอนเห็นว่ารถจะหลบหลุมไม่พ้นหรือรถเข้าโค้งประหนึ่งอยู่ในสนามโมโตครอส

“เบา! เบาๆเบาบาววววๆๆๆๆๆ” เห้ยๆ” ถนนนี้ที่เจ้าของไร่พามามองหายังไงก็ไม่เจอกับความสมูทของถนนเอาซะเลยเหมือนเป็นทางเดินมากกว่าทางรถ ไม่ว่าจะขี่ไปยังไงก็มีแต่หลุมแต่บ่อจนหัวสั่นคลอนแคลนไปหมด

เขาแกล้งเธอ เธอรู้!! ก็เพราะไอ้เสียงหัวเราะดังลั่นของเขานั่นไงมันน่าเจ็บใจจริงๆ

“เดียวจะพาลัดไปดูสวนผลไม้รับรองหนูจะชอบ”คนขี่เอี่ยวหน้าหันมาบอก

“ขับดีๆหน่อยสิ!! เวียนหัวหมดแล้ว”

“เอ้า! ขี่บนถนนลูกรังดินแดงมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ ได้ฟิลกู้ดความเป็นธรรมชาติท่ามกลางรวงข้าวสีเขียว”

ฟิลกู้ดบ้านเขานะสิ!!!!  จะพาเธอตกทุ่งนาละสิไม่ว่า

“หัวแดงหมดแล้ว จะเอาสภาพนี้ไปเจอคนงานงั้นหรอ!!”เธอตะคอกใส่หูคนขี่จนเขาเอียงหูออกแทบไม่ทัน

“อดทนหน่อยสิหนู อยู่กับป๋าต้องอดทนท่องไว้ๆ  ต้องถึกและบึกบืน จะมาทำตัวเป็นดาวมหาลัยไม่ด้าย!!!

“ดาวมหาลัยบ้าอะไร หะ!

“ไม่เคยได้ยินเพลงนี้รึไง  มิวสิคมา!!!!!” ว่าแล้วคนหน้าเถื่อนก็แหกปากร้องเพลงที่เจ้าตัวว่าออกมาดังลั่นทุ่ง

เธอปวดหัวกับเขาจริงๆนะ สาบานเลย แต่ก็อดขำกับความขี้แกล้งและทะเล้นของเขาไม่ได้

“ถ้าทำรถล้มนะ จะตีไม่ยั้งมือเลยคอยดู” เสียงขู่ๆฟ่อจากคนตัวเล็กข้างหลังทำคนขี่รถแอบสะดุ้งอยู่ในใจ มือตีนว่าที่เมียเขามันหนักน้อยเสียที่ไหน

จริงๆเขาไม่กลัวหร้อก...แต่ก็ต้องระวังนิดนึง

รถของทั้งสองขี่ผ่านทุ่งนามาแล้วชายหนุ่มหน้าหนวดยังคงขี่รถฉวัดเฉวียนไปมาน่าหวาดเสียวเพื่อให้คนตัวเล็กกอดเอวสอบของเขาไว้แน่นๆ รถขี่มุ่งหน้าไปยังส่วนกลางของสำนักงานซึ่งต้องผ่านบึงน้ำไม่ใหญ่มากของไร่ บึงน้ำสำหรับสูบไปใส่ทุ่งนา

 เขาชี้ชวนให้คนตัวเล็กดูว่าอาณาจักรของเขามีอะไรบ้างและมันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหนถึงมีคนงานหลายร้อยคน อวดไปเลยว่าเก่งและรวย  อันไหนโชว์ได้โชว์ อวยตัวเองให้หนักๆเพื่อที่จะขายตัวเองออก

ระหว่างทางทั้งสองยังแวะทักทายคนงานไปเรื่อยๆทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มสดชื่นมีความสุขในการเริ่มต้นทำงาน  เจ้าของไร่เล่าว่าเมื่อก่อนชาวบ้านแถวนี้ไม่รู้จักทำการเกษตรอย่างอื่นนอกจากทำพืชไร่ไม่กี่อย่างทำให้ไม่มีเงินพอจะส่งเสียลูกๆให้เรียนหนังสือ พอเขาริเริ่มทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยวทำให้ชาวบ้านมีงานที่มั่นคงมากขึ้น ลูกหลานได้อยู่ดีกินดี ตบท้ายด้วยการอวยตัวเองเบาๆเรื่องทุ่มทุนให้กับเด็กด้อยโอกาส

น่าชื่นชมพอๆกับน่าหมั่นไส้..

เจ้าของไร่ฟ้าคำรามตอนนี้ได้ผ่อนความเร็วรถลดลงกว่าเดิมและกลับมาขี่แบบปกติแล้ว เพราะอยากให้ใครบางคนได้ชมวิวทิวทัศน์ไร่แห่งนี้อย่างเต็มตาและสัมผัสธรรมชาติด้วยหัวใจ และเหมือนว่าคนซ้อนจะถูกตกลงไปในบ่วงที่เขาสร้างขึ้น รอยยิ้มกว้างสดใสแต่งแต้มเต็มใบหน้าสวย  เนื่องจากรถที่ขี่ไม่มีกระจกมองหลังดังนั้นจึงอาศัยการเอี่ยวหน้าหันมามองคนข้างหลังบ่อยๆเพื่อเก็บภาพนี้ไว้ในหัวใจจนกระทั่งเขาต้องมาตกใจกับเสียงร้องลั่นของลูกพีช

“นี่ๆ!!!! มองๆๆๆๆมองถนน!!!!” จู่ๆลูกพีชก็ทำหน้าตื่นร้องลั่นเสียงดังเขาจึงรีบหันกลับไปมองถนนตรงหน้า แล้วสิ่งที่เห็นคือเจ้าฝูงวัวหลายสิบตัวกำลังวิ่งมาทางพวกเขาเหมือนมันกำลังถูกไล่ต้อน

ชิบหายแล้ว!!! หลบไม่ทัน

ถนนเส้นนี้มีทางคับแคบเพราะไม่ใช่เส้นทางหลักในการเดินไปมาของคนงาน เมื่อมีฝูงวัวกำลังวิ่งเข้าใส่ทำให้เขาไม่อาจหลบพ้นได้ ส่วนหนึ่งมาจากการหันไปมองคนข้างหลังบ่อยๆพอหันกลับมาอีกทีก็หาที่หลบข้างทางไม่ทันแล้ว

“เหี้ยยย!!!!!

“กรี๊ดด!!!

เสียงกรี๊ดของลูกพีชบวกกับเสียงทุ้มห้าวสบถคำหยาบออกมาดังลั่นรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าพุ่งตกลงไปข้างทางซึ่งมีร่างของคนทั้งสองตกลงไปด้วย

เสียงของหนักตกกระทบน้ำดังสนั่นไม่ใช่ใครที่ไหนก็ลูกพีชพร้อมคนขี่มอเตอร์ไซต์ไง  บึงน้ำขนาดกลางข้างทางรองรับคนทั้งสองเอาไว้ โชคดีที่ทั้งคู่ว่ายน้ำเป็น  ครามรีบว่ายเข้าไปหาหญิงสาวแล้วเกี่ยวเอวดึงเข้าหาตัวด้วยความเป็นห่วง ลูกพีชมีสีหน้าตกใจแต่ก็ปรับอารมณ์ตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 สายตาคมสวยตวัดใส่คนที่กอดเธออยู่เป็นการคาดโทษของเขาเอาไว้   แล้วดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัวเองดี ถึงยิ้มเหยออกมา

“นาย!!!!!!ลงไปทำอะไรกั้นนน!!!” เสียงตะโกนเรียกของใครบางคนดึงสายตาทั้งสองคนให้กลับขึ้นไปมอง ซึ่งเป็นมะขามยืนเท้าเอวถือไม้แส่ยาวไว้ในมือหัวเราะออกมาราวกับคนบ้ากับเหตุการณ์ที่เห็นอยู่

“เล่นน้ำกันเรอะ!!!! แล้วเอารถไปล้างหรอนั่น!!!”มะขามยังคงยืนขบขันตะโกนถามอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่านอกจากทั้งสองคนลอยคออยู่ในบึงแล้วยังมีเจ้ามอเตอร์ไซต์รุ่นปู่ทวดตะแคงค้างอยู่ไม่ไกล

“ไอ้เวรเล่นน้ำห่าอะไร !! รถล้มรีบหาอะไรมาดึงกูขึ้นไปเดี๋ยวนี้!!” คนเป็นเจ้านายรีบตะโกนตอบอย่างหัวเสีย

“หะ!! อุบัติเหตุงั้นหรอ นายกับพี่ลูกพีชตกบึง  ตายๆ ต้องรีบเรียกรถพยาบาล ไม่ๆๆ กู้ชีพๆ เห้ยไม่ๆ ต้องไลฟ์สดก่อนแล้วเรียกคนมาช่วย” มะขามมีท่าทีตื่นตระหนกกระวีกระวาดล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดไลฟ์สดหันกล้องลงไปทางทั้งสองคน

“มึงจะไลฟ์สดหาพ่อมึงหรอไอ้มะขาม!!!! หาอะไรมาดึงกูขึ้นไป!!สิโว้ย” ชายหนุ่มเห็นลูกน้องตัวเองแล้วอยากจะกระโดดถีบยอดหน้ามันเหลือเกิน ทำอะไรได้ดั่งใจจริงๆ

เขาลากลูกพีชเข้าฝั่งให้เธอเกาะหญ้าแถวขอบบึงเอาไว้ เนื่องด้วยบึงเป็นทางลาดชันลงมาจึงไม่มีทางปีนขึ้นไปได้นอกจากจับเชือกดึงขึ้นไป

มะขามยังคงไม่หยุดหัวเราะแต่เจ้าตัวก็ได้วิ่งไปเรียกคนงานใกล้ๆให้หาอะไรมาช่วยเจ้านาย

คนงานแถวนั้นเมื่อตอนได้ยินเสียงร้องลั่นก็พากันรีบวิ่งมาดูแล้วช่วยกันดึงเจ้าของตนขึ้นมาจากบึง  ชายหนุ่มให้ลูกพีชจับเชือกขึ้นไปก่อนส่วนตัวเขาคอยผลักเธออยู่ข้างล่างแล้วถึงตามขึ้นไป

“เจ็บตรงไหนมั้ยให้พี่ดูก่อน” เจ้าของใบหน้าหนวดเครารีบผละหามาคนตัวเล็กอย่างไวเมื่อขึ้นมาบนฝั่งถนนแล้วพลางก้มสำรวจจับเนื้อตัวเพื่อหาบาดแผล เขาไม่ได้ห่วงตัวเองเลยแต่กลับห่วงคนตรงหน้ามากกว่า เนื้อตัวเปียกปอนไปทั้งหมดใบหน้าสวยซีดขาวผมแนบลู่ไปกับกรอบหน้า

“มะ ไม่เจ็บ”

“ไหนขอดูก่อน!!” ชายหนุ่มไม่สนใจคนรอบข้างตั้งหน้าตั้งตาสำรวจแผลบนตัวของลูกพีชด้วยสีหน้าเป็นห่วงจนเธอทำตัวไม่ถูก

บาดแผลของลูกพีชมีบริเวณข้อศอกและหัวเข่าซึ่งมันมีเลือดซึมออกมาเรื่อยๆสีหน้าเป็นกังวลของครามตอนเห็นเลือดของเธอทำให้ต้องเผลอจิกมือตัวเองเอาไว้ มันหาดูได้ยากมากคนที่ขี้แกล้งตลอดเวลาอย่างเขาจะทำหน้าสำนึกผิด

“ไปทำแผลที่บ้านดีกว่า  ไอ้ขามมึงโทรเรียกไอ้หมอให้เข้ามากูที่บ้านด่วนเลยนะมึง” ชายหนุ่มบอกมะขามซึ่งยังคงยืนถือโทรศัพท์ไลฟ์สดอยู่

“ไม่ต้องโทรหรอกนาย พี่หมอกำลังจะมาถึงเขาดูไลฟ์สดขามอยู่ ”ขามตอบก่อนจะยักคิ้วส่งให้ด้วยมาดกวนๆ

“นี่มึงยังจะไลฟ์สดอยู่อีกหรอ ไอ้มะขาม” เจ้านายมาดโหดกำลังจะกลับคืนร่างอีกครั้ง แม้จะห่างหายจากวงการไปนานเมื่อตอนได้เจอลูกพีช แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่กลับมาเลย

เปรี้ยวตีนดีจริงๆลูกน้องกู!

“โธ่! มันเป็นเรื่องใหญ่นิคร้าบ เนี้ยมีคนกดไลค์ตั้งเยอะแถมคอมเม้นท์เป็นห่วงกันใหญ่ โดยเฉพาะสาวๆของนายที่เคยไปย่างตับเอาไว้”

“อะ ไอ้มะขาม!!” เสียงตะกุกตะกักเรียกชื่อมะขามเอ่ยออกมาจากคนร่างสูง เขาแอบใช้หางตาเหล่มองไปยังคนตัวเล็กข้างๆแล้วเป็นอันต้องสะดุ้งเมื่อเจอกับสายตาเขียวปั๊ดของเด็กเขา

“แหะๆ”ส่งยิ้มแห้งไปให้แต่เธอก็สะบัดหน้าหนี

เล่นกูอีกแล้วไอ้ขาม!!!

 

หมอกรเดินทางมายังไร่ฟ้าคำรามจอดรถไว้ตรงหน้าบ้านของเพื่อนสนิทก่อนจะหิ้วเครื่องมือแพทย์เดินเข้าไปในบ้านที่คุ้นเคยดี

“พิการเลยมั้ยมึง” เสียงทักทายมาถึงก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาทำคนเจ็บทั้งสองกรอกตาบนใส่

“ปากหมาน่าเอาอาหารหมาให้แดกแทนเหล้า”เจ้าของบ้านตอบกลับทันควัน

“บร้ะ! ไอ้นี่อาหารหมามันจะอร่อยสู้เหล้าได้ไงวะ จริงมั้ยน้องลูกพีช” ตอบเสร็จก็หันไปถามอีกคนที่นั่งข้างเจ้าของบ้านให้เห็นด้วยกับเขา

ลูกพีชทำเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆไปให้ก่อนจะถูกดึงให้ไปตรวจร่างกายกับคุณหมอกร  หมอกรเริ่มทำการสำรวจความบอบช้ำต่างๆพร้อมกับทำแผลภายนอกซึ่งไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเท่าไหร่นักแค่ยาทาแล้วก็กินยากันไข้หวัดก็พอ

ตลอดการรักษามือหนาแกร่งของครามไม่ได้ปล่อยออกจากมือเล็กของลูกพีชเลย เขาพยายามส่งต่อความอบอุ่นไปให้เธอเพื่อไม่ให้เธอกลัวหรือตกใจ รวมทั้งปลอบใจตัวเองด้วยว่าเธอยังอยู่ข้างเขาไม่ได้หายไปไหน

“มึงตรวจดีๆนะไอ้หมอ กูเห็นเลือดลูกพีชออกตั้งเยอะ ไม่รู้จะช้ำในรึเปล่า” คนเป็นเพื่อนได้แต่กรอกตาใส่พลางถอนหายใจยืดยาว

“มึงอย่ามาเว่อร์หน่อยไอ้คราม แค่แผลถลอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่อาการช้ำมันจะเริ่มออกอาการหลังจากนี้ ดังนั้นลูกพีชต้องกินยาระงับอาการปวดเอาไว้ด้วย”หมอบอกอย่างงี้ เขาก็ต้องพยักหน้ารับเข้าใจ แต่ไม่วายประคับประคองลูกพีชจนคนเป็นหมอแอบคิดว่า

นี่แค่เป็นแผลถลอกนะ มันเล่นเกินเบอร์เหมือนอาการโคม่าไปแล้ว..ถ้าหนักกว่านี้มันคงให้แอดมิทโรงบาลเรียกหมอผู้เชี่ยวชาญสักสามคนมาดูแลแน่ๆ

“มึงอ่ะ  มานี่เลยคนที่เจ็บมันนะมึงไอ้ถึก!!” หมอกรเรียกคนไข้รายต่อไปให้เข้ามานั่งใกล้ๆ ตามลำตัวของครามเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำและหางคิ้วแตก เพราะตอนลงตกเขาคว้าตัวของลูกพีชเอาไว้ในอ้อมกอดใช้ตัวเองกันไม่ให้หญิงสาวได้รับอันตรายแต่ใช้ตัวเขาเองปกป้องเธอเอาไว้

“ดูดิ เนื้อตัวมีแต่แผลเต็มไปหมด คิ้วก็แตก  หน้าแหกกว่าเดิม ดูไม่ได้เลย”  หมอกรเริ่มบ่นคนไข้ระหว่างกำลังใช้สำลีเช็ดแผล คนโดนบ่นทำแค่เพียงยักไหล่ไม่ใช่ใส่กับแผลของตัวเองเท่าไหร่นักเพราะสายตายังคงมองไปหาลูกพีชตลอดเวลา

ลูกพีชนั่งมองหมอกรทำแผลให้คนถึกแล้วแอบรู้สึกเป็นห่วงเขาเหมือนกัน เขาไม่สนใจตัวเองว่าจะมีแผลหรือเจ็บตรงไหนแต่กลับให้ความสำคัญเธอก่อน

“ไปทำอิท่าไหนให้เจ็บตัวกันได้” ผละมือจากการทำแผลเสร็จแล้วคุณหมอก็เริ่มถามถึงสาเหตุ

“ก็ขี่รถตกบึงไง เหี้ยเอ้ย ใครไม่รู้แม่งไล่ต้อนวัววิ่งมาอย่างกับจะพาไปแข่งโอลิมปิก  เดี๋ยวถ้ากูเจอตัวพ่อจะล่อให้!!!”ชายหนุ่มบอกเสียงเหี้ยม ทำให้คนบางคนในห้องถึงกับสะดุ้งอย่างมีพิรุธให้เห็นนั่นก็คือมะขามซึ่งกำลังเดินเข้ามาห้องแล้วทันได้ยินประโยคนี้ของเจ้านาย

“ อย่าโทษคนอื่นให้มาก  ดูตัวเองด้วยขี่ไม่ระวังถนนก็ไม่มองยังจะไปโทษคนนั่นคนนี่อีก” ถึงทีลูกพีชพูดเสียงเรียบใส่เจ้าของไร่ฟ้าคำรามมั้ง ทำเอาคนหน้าเหี้ยมๆเมื่อกี้ค่อยๆเจื่อนลงส่งยิ้มแห้งให้  หมอกรถึงกับหัวเราะดังลั่นไม่เกรงใจเจ้าของบ้านซึ่งหันมาถลึงตาใส่ให้หยุดหัวเราะเขาได้แล้ว ขายขี้หน้าตายห่า

โหดอยู่ดีๆว่าที่เมียเบรกทีมีหน้าเจื่อน

“เอาแต่มองหญิงละสิท่า มิน่าพากันเจ็บตัว เสียดายในไลฟ์สดมันไม่มีจังหวะรถพุ่งลงบึงไม่งั้นกูจะฮาให้บ้านแตก” หมอผู้ซึ่งทำตัวไม่ได้เคร่งขรึมเหมือนบุคลิกเลยตบเข่าตัวเองดังฉาด ทำทั้งเธอและเจ้าของบ้านกลอกตามองบนพร้อมกันอย่างระอา

“พอเลยพี่หมอกร แค่นี้ก็อายคนงานจะแย่แล้ว”เสียงหวานของลูกพีชบ่นอุบอิบอยู่ในลำคอ ใบหน้าซับสีแดงระเรื่อ

“โธ่ นางฟ้าของพี่”หมอกรทำท่าจะพุ่งเข้าปลอบขวัญสาวน้อย แต่ดันโดนตีนหนักคนตัวใหญ่หน้าเถื่อนยันเอาไว้ซะก่อน

“ หยุดเลยไอ้ห่า นั่งลงไปตรงนั้นเลย เออที่เดิมนั่งลงไปนี่ว่าที่เมียกู”

“หยอกนิดเดียว จุกเลยไอ้สัส!” คนโดนยันโอดเสียงอ่อย

“ไม่ได้คนนี้กูหวง ห้ามมาแตะพร่ำเพื่อ เข้าใจ??

“ครับๆครับผ้มมม” หมอกรพยักหน้ารัวๆรับคำเพื่อน เมื่อได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มมุมปากร้ายกาจส่งไปให้อย่างพอใจ

ระหว่างนั้นลูกพีชก็ปล่อยให้ทั้งสองคนคุยด้วยกันไปก่อน  ส่วนเธอไม่ได้เป็นอะไรมากจึงขอตัวเข้าทำของกินเล่นง่ายๆตอบแทนหมอกรที่เป็นธุระมาทำแผลให้ถึงไร่ รวมทั้งหาของสดในตู้ทำอาหารโปรดให้คนอุทิศตัวปกป้องเธอ

 

“ไอ้ครามสรุปมึงจะแต่งงานจริงๆหรอวะ”

“เออ”

สองหนุ่มย้ายตัวเองจากในห้องรับแขกมาอยู่คุยด้วยกันตรงระเบียงบ้านซึ่งเปิดกว้างเห็นไร่ฟ้าคำรามชัดเจน ลมพัดเย็นสบายอากาศไม่ได้ร้อนอบอ้าวมากนัก สองคนกำลังเอนกายพิงเก้าอี้นอนตัวยาวหันหน้าไปมองวิวทิวทัศน์

“กับลูกพีช?”หมอถามเสียงแปลกใจ

“ก็เออสิวะ  ไม่แต่งกับลูกพีชจะให้แต่งกับใคร”

“เปล่า กูแค่สงสัยว่ามึงใช้มนต์บทไหนกำราบลูกพีชได้ จะขอยืมไปใช้มั้ง” หมอกรพูดติดตลก จนโดนเพื่อนใช้ปลายเท้ายันเก้าอี้นอนอีกฝ่ายเบาๆ

“ฝีมือระดับกู ไม่ต้องพึ่งคุณไสยหรอกเว้ย กับลูกพีชแรกๆอาจจะยากหน่อย เดียวพอรวบหัวรวบหางเสร็จก็สบาย” คนไม่พึ่งคุณไสยคุยโม้ใส่เพื่อน

“ปากดีไปเหอะมึง เดียวก็ได้เข้าสมาคมพ่อบ้านใจกล้าตามระเบียบ”หมอกรว่าพลางหัวเราะเยาะใส่ด้วยความหมั่นไส้

“ไม่มีทาง คนอย่างกูต้องเป็นผู้นำครอบครัวเท่านั้น ลูกพีชจะเป็นเมียรักที่อยู่ในโอวาทของกู” คนฝันเฟื่องถึงอนาคตยิ้มกริ่มกับความคิดตัวเอง หมอกรเห็นอาการนี้แล้วได้แต่ส่ายหัวไปมาสงสารเพื่อน

มันคงคิดว่าชีวิตหลังแต่งงานอำนาจสูงสุดของมันยังจะมีเหลืออยู่หรอไง! ไม่ดูคุณนายขิมเป็นตัวอย่างเอาซะเลย

“โอเคเพื่อน ไหนๆวันนี้กูออกเวรเร็ว  งั้นคืนนี้ไปจัดที่เดิมเว้ย” คำว่าที่เดิมของหมอกรนั้นแทบทำเพื่อนซี้หน้าเถื่อนหันขวับกลับมองหน้าอีกฝ่ายทันที แววตามีอาการตื่นๆหัวคิ้วขยับเป็นปม

อาการนี้ยิ่งทำให้คนชวนอยากจะหัวเราะใส่หน้าคนปากดีไม่กลัวเมีย ไหนมันว่าจะเป็นผู้นำอำนาจสูงสุด ทานโทษเหอะครับผม หน้าตื่นยิ่งกว่าไก่จะโดนลวก

“มึงกลัว?”แสร้งถามพลางยิ้มยั่วกวนตีน

“ใครจะกลัว มะ ไม่กลัวโว้ย!!”เหมือนคนตอบจะรวบรวมความกล้าได้ก็ตอบกลับทันทีน้ำเสียงหนักแน่น หมอกรแอบลอบยิ้มกับตัวเอง งานนี้สนุกแน่!!

 

ร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัวอย่างขะมักเขม้นเดินหยิบจับสิ่งของไปมาในครัวอย่างคล่องแคล่วชำนาญเป็นภาพที่คนตัวใหญ่แอบมองตรงกรอบประตูครัวรู้สึกพอใจจนต้องเผลอยิ้มออกมา

 ลูกพีชยืนอยู่หน้าเตาแก๊สซึ่งมีกระทะวางอยู่ เธอกำลังจะทอดปลาที่มีอยู่ในตู้เย็นของบ้านนี้  ครัวของนายครามไม่ได้โล่งว่างอย่างที่คิดแต่กลับเต็มไปด้วยอาหารสดทั้งผักผลไม้และของคาวเธอจึงเลือกหยิบออกมาทำอาหารได้หลายอย่าง

มือบางหยิบปลาจากจานใหญ่แล้วค่อยๆใส่ลงไปในกระทะ แต่ว่าเสียงกระแอมจากทางข้างหลังทำให้เธอสะดุ้งจนเผลอปล่อยปลาใส่กระทะอย่างแรงจนน้ำมันร้อนๆกระเด็นใส่มือ

“โอ้ย!!!” ร้องอุทานได้เพียงเท่านั้นก็มีอุ้งมือใหญ่ของใครบางคนปราดเข้ามาจับไว้ด้วยความรวดเร็วแล้วดึงมือเธอไปล้างน้ำสะอาดตรงอ่างล้างจาน

“ซุ่มซ่าม”

“ก็ใครทำให้ตกใจล่ะ”เธอสะบัดเสียงใส่คนทำให้ตกใจจนได้เรื่อง

“โอ๋ๆ มาๆป๋าจะปลอบขวัญ ขวัญเอ้ย ขวัญมาอิหล่าคำแพง” ชายหนุ่มถือโอกาสนี้ดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดพร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบหัวไปมาเป็นการปลอบขวัญ

“ฉวยโอกาสอีกแล้ว ไอ้คนหื่น!!!” เธอสะบัดตัวออกมาจากวงแขนกว้างแล้วฟาดต้นแขนคนหื่นไปหนึ่งทีแรงๆ

เขามันคนฉวยโอกาสแทะนิดแทะหน่อยก็เอา ใช่ว่าจะมาปลอบขวัญดีๆซะที่ไหน มือหนึ่งลูบหัวอีกมือดันลูบต้นขาชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวันๆ

“โอะๆ อย่าทำป๋า ป๋าเจ็บนะ เห็นมั้ยแผลเต็มไปหมด” ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นโอดโอยแกล้งทำตาปริบๆเรียกคะแนนสงสารเมื่อเห็นตัวเขากำลังจะโดนฝ่ามือของลูกพีชอีกครั้ง

“ หึ !” เธอแค่นเสียงออกจมูกก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อได้กลิ่นแปลกปลอมลอยเข้ามาในจมูก ซึ่งชายหนุ่มเองก็มีท่าทาฟุดฟิดดมกลิ่นเช่นก่อน ก่อนที่ทั้งสองคนจะเบิกตากว้างตะโกนออกมาพร้อมกัน

“เหี้ย / เห้ย กระทะไหม้”  กลิ่นไหม้ลอยออกมาจากปลาที่ถูกทอดทิ้งเอาไว้ในกระทะ ทั้งสองคนต่างรีบกุลีกุจอตักเอาปลาออก ก่อนจะมองสภาพปลาแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน

สรุปอาหารมื้อนั้นจบด้วยผัดผักสองอย่างและไข่เจียว ตอนหมอกรได้ยินเสียงของทั้งสองในครัวก็รีบวิ่งเข้ามานึกว่าเกิดอะไรขึ้น มาถึงเจอปลาทอดตัวโตดำปี๋นอนแอ้งแม้งในถังขยะก็ลอบขำ

บันเทิงจริงๆว่าที่ผัวเมียคู่นี้

 


ฟ้ามารับกล่องเครื่องเพชรจากมือคุณรำไพเพื่อนสนิทสมัยวัยสาวของคุณนายขิมกว่าจะฝ่าอากาศร้อนๆในตลาดมาถึงร้านเหงื่อก็ไหลเป็นทางแล้ว ดีหน่อยได้น้ำหวานจากบอดี้การ์ดให้มาดับกระหาย พอจะช่วยคลายร้อนได้บ้าง

“หนูฟ้าลองตรวจดูก่อนนะจ้ะ ว่าครบตามที่บอกมั้ย” คุณรำไพเจ้าของร้านนำกล่องเพชรจำนวนหกกล่องวางเรียงบนเคาท์เตอร์เพื่อให้เธอได้ตรวจดูของข้างใน เธอพอจะมีความรู้เรื่องเพชรอยู่บ้างเพราะต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนคุณนายขิมเวลาช้อปปิ้งเพชรบ่อย

บอดี้การ์ดตัวสูงของเธอทำหน้าที่ได้อย่างไม่บกพร่อง เดินไปนั่งเก้าอี้ต้อนรับแขกในร้านจิบน้ำสบายใจเฉิบไม่หือไม่อือใดๆกับใครยกมือไหว้สวัสดีเจ้าของร้านแล้วก็นั่งเงียบเหมือนเคย

“ตรวจดูแล้วครบค่ะคุณป้า ยังไงฟ้าจะรีบเอาไปให้คุณแม่ดูแล้วหากท่านจะซื้อเพิ่มก็จะติดต่อมาอีกทีนะคะ”

“จ้ะ ฝากยินดีกับคุณนายขิมเธอด้วยล่ะ ไม่ทันไรจะมีสะใภ้แล้ว  อย่าลืมชวนป้าไปงานด้วยนะ อยากเห็นเจ้าสวยของตาครามจะแย่”

“ไม่ลืมแน่นอนค่ะคุณป้า เดี๋ยวให้พี่ครามมาแจกการ์ดถึงมือเลย”

สองสาวต่างวัยพูดคุยหัวเราะกันอย่างถูกคอ โดยมีชายหนุ่มหน้าหล่อคอยเหลือบตาๆมองตลอดเวลา ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มกว้างจากฟ้าก็พลันรู้สึกสุขใจจุดรอยยิ้มบนหน้านิ่งของเขาให้ปรากฏขึ้น แล้วขณะเดียวกันสาวสวยก็หันหน้ามามองทางเขาพอดี ทำให้เกิดจังหวะที่ทั้งสองคนเผลอนิ่งมองกันไปชั่วขณะจนกระทั่งเสียงกระแอมของคุณนายรำไพทำลายห้วงเวลาสบตาของทั้งสองคนลง

สีหน้าเก้อกระดากเกิดขึ้นกับสิงห์จนเขาต้องใช้มือเกาท้ายทอยตัวเองเบาๆ ส่วนฟ้าก็ไม่แตกต่างกัน ริมฝีปากเกิดรอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้น พวงแก้มมีริ้วแดงระเรื่อ

คุณป้าไม่น่าขัดจังหวะเลย รอยยิ้มนั้นของพี่สิงห์กว่าจะได้เห็นหน้าเธอจนจะเหี่ยว    เสน่ห์ของคนหน้านิ่งเวลายิ้มที  คือตายไปเลยจ้าคุณ

“เอ่อ คุณป้าคะ ยังไงฟ้าขอตัวก่อนนะคะ พอดีว่าต้องรีบกลับเอาไปให้คุณนายขิมเช็คดูไวๆ เผื่อไม่พอใจจะได้สั่งใหม่อีกสักสามสี่กล่อง” แม้จะแอบขัดใจคุณป้าแต่เธอก็ยังคงรักษาใบหน้าเรียบร้อยได้อย่างดั่งเดิม พร้อมเอ่ยขอตัว  ส่วนคนนั่งรอเหมือนจะรับรู้อยู่แล้วถึงเดินเข้ามาซ้อนทางด้านหลังของเธอรอจังหวะแย่งของมาถือไว้เอง

“ถือให้”เสียงทุ้มหนักบอก

“ก็ได้ค่ะ” ตอบแค่นั้นก็หมุนตัวเดินออกจากร้านไป โดยคนทั้งคู่ยังตกอยู่ในสายตาเจ้าของร้านเพชรอย่างคุณรำไพอยู่

น่ารักดีนะคู่นี้..

 

“อากาศตอนเที่ยงร้อนแรงเท่าทวีคูณมากกว่าเดิม กว่าจะฝ่าผู้คนไปถึงรถคราวนี้เธอต้องเป็นลมแน่ๆ

“แดดประเทศไทยนี่คือก็อปเกรดเอมาจากนรกแน่ๆเลย” เสียงหวานแว่วผ่านหูคนข้างหลังทำให้เผลอหัวเราะออกมากับคำบ่นนั้น 

จู่ๆแรงสัมผัสบางอย่างก็มาตกกระทบบนหัวของเธอพอจับดูถึงรู้ว่าเป็นหมวกใบหนึ่ง แน่นอนว่าเธอไม่ได้เป็นคนซื้อ คิดได้อย่างงั้นก็หมุนตัวไปหาคนให้ทันที

“ใส่ไป มันร้อน” เขาบอกเมื่อเห็นคำถามในแววตาของเธอ

ก็เป็นซะอย่างงี้..แล้วจะให้เธอตัดใจจากเขาได้ยังไงกัน ดูแลก็ดีที่หนึ่ง ห่วงใยก็ที่สอง ดูแลเอาใจใส่ดีกว่าพี่ครามอีก แล้วจะไม่ให้รักได้ยังไงถามหน่อย

“พี่กำลังอ่อยฟ้ารึเปล่า”

“เปล่า”เขาตอบกลับเสียงนิ่ง แต่ใช่หรอ ทำไมหน้าแดง

“หน้าแดงทำไม”เธอรุกไล่ถามต่อทันที

“ร้อน” เสียงเริ่มสั่น

“พี่กำลังอ่อยฟ้า ไหนไม่อยากให้ยุ่งด้วย แล้วทำไมยังดูแลฟ้าเหมือนเดิม”

ไร้คำตอบจากคนตัวสูงที่กำลังยืนมองหน้าเธออยู่  เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอด้วยปาก แต่เขากำลังตอบเธอด้วยสายตา  สายตาเหมือนเมื่อตอนนั้นก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไป

“พี่สิงห์”

“.....”

“กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย”น้ำเสียงเว้าวอนจากคนที่เขาคอยดูแลมาเกือบครึ่งชีวิตทำให้หัวใจแกร่งสั่นสะท้าน จนต้องเรียกสติจากการกำหมัดตัวเองแน่นๆ

“กลับกันเหอะ” เขาเลือกบ่ายเบี่ยงคำตอบและความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ไม่ใช่ว่าไม่ห่วง ไม่ใช่ไม่อยากเข้าใกล้อย่างที่ฟ้าเข้าใจ

เขาเหมือนเดิมกับเธอตลอด..

 

 

 ในตอนเย็นนั้นเจ้าของไร่ฟ้าคำรามขับรถมาส่งเธอถึงค่ายมวยโดยไปส่งถึงในบ้านเพื่อพบพ่อแม่ของเธอด้วย 

ตอนที่พ่อกับแม่เห็นแผลบนตัวเธอถึงกับผุดลุกพรวดเข้ามาหาและถามใส่ไม่ยั้งว่าเกิดอะไรขั้นสีหน้าทั้งสองคนดูเป็นกังวลมาก  จนเจ้าของไร่คนก่อเหตุสารภาพผิดแล้วยกมือไหว้ขอโทษพ่อกับแม่เธอที่ดูแลเธอไม่ดี

เมื่อทั้งสองได้ฟังเหตุผลจากชายหนุ่มก็ใจเย็นลงไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร เพียงแต่นึกว่ามีใครลอบมาทำร้ายลูกสาวของพวกเขาก็เท่านั้น

“อย่าลืมกินข้าวแล้วกินยาด้วย ไม่งั้นจะปวดแผลตอนกลางคืน เข้าใจมั้ย” ชายหนุ่มว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเอ่ยกำชับเรื่องยาเป็นรอบที่สามล้านแปดจนคนฟังแอบกลอกตาบนใส่หลายรอบ

เปาะ!

“โอ๊ย!! เจ็บนะ” มือขาวนวลกุมหน้าผากตัวเองเอาไว้เพราะโดนคนเถื่อนทำร้ายโดยการดีดหน้าผากอย่างแรง

“พูดอะไรให้ฟังหน่อย”

“ก็ฟังอยู่นี่ไง  ฟังจนหูแฉะหมดแล้ว” เสียงบ่นกระปอดกระแปดจากคนตัวเล็กสร้างความหมั่นเขี้ยวให้กับเขาเสียจริงๆ 

นี่ไม่ติดว่าเจ็บอยู่นะพ่อจะฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวเลย

“อย่าดื้อกับพี่”ใบหน้าของคนตัวใหญ่โน้มลงมาพูดชิดกับหน้าเธออย่างจงใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำกำลังร่ายมนต์ใส่เธออีกแล้ว เขากุมมือของเธอขึ้นมาเบาๆโน้มหน้าชิดติดหลังมือที่มีรอยแตกของแผล

“ขอโทษที่ทำให้เจ็บ” พูดจบก็เป่าลมร้อนๆไปตรงหลังมือเบาๆคำว่าเพี้ยงหายน้า ทำเธอยืนนิ่งเบลอไม่ได้สติ 

เขาเล่นของใส่เธออีกแล้ว  เธอกำลังโดนของเถื่อน!ครอบงำหัวใจจนหาทางหนีไม่ได้

“ พะ พอเลยถอยออกไป ไม่เล่นด้วยแล้ว” เธอดึงมือตัวเองออกจากการจับกุมของเขา ก่อนถอยหลังไปสองก้าวแล้วหันหน้าไปมองทางอื่นไม่ยอมสบตา

“ใครเค้าอยากเล่นด้วย เอาจริงๆ” น้ำเสียงทะเล้นของชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ค่อยทำให้สาวน้อยหายใจโล่งอกมากขึ้น

 มาแนวเถื่อนๆเหอะขอร้องเธอพอจะรับมือไหว  แบบเมื่อกี้ไม่เอานะ หายใจไม่ทัน

“กลับไร่ได้แล้วจะมืดค่ำเสียก่อน”

“โอเค งั้นพี่จะกลับละ  อย่าลืมกินยาหลังอาหารเข้าใจมั้ย” 

เธอไม่ได้ตอบเขา แต่ยกมือขึ้นมาทำท่าโอเคแล้วเบ้ปากใส่  ก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไม่หันกลับมามองคนข้างหลังกลัวจะโดนดีดหน้าผากอีกครั้ง

“ดื้อจริงๆ” บ่นกับตัวเองแล้วก็ต้องขำออกมาเมื่อนึกได้ว่า คืนนี้เขามีภารกิจพิเศษ นั่นก็คือการปฏิวัติความเป็นพ่อบ้านใจกล้า เรื่องนี้จะถึงหูลูกพีชไม่ได้ไล่ไปนอนแหละดีแล้ว

 

เวลาประมาณสามทุ่มกว่าในย่านตลาดของหมู่บ้าน เป็นเวลานัดหมายของไอ้หมอกรและไอ้สิงห์ ทั้งสามคนตกลงกันไว้ว่าให้มาเจอกันที่ร้านประจำ  หลังจากส่งลูกพีชเสร็จเขาก็รีบบึ่งรถกลับมายังไร่ทันทีเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดหล่อพร้อมออกไปบันเทิง

พอมาถึงที่ร้านอาหารคาเฟ่ประจำกลุ่มแก๊งค์เมื่อเดินเข้าในร้านบรรดาลูกค้ารวมถึงเจ้าของร้านซึ่งรู้จักกันดีต่างพาส่งเสียงทักทายเขาเป็นแถวๆ  อย่างใครๆก็รู้จักเขาทั้งนั้นชื่อเสียบวกชื่อเสียงทำเอาลูกค้าหลายๆคนในร้านยกมือไหว้

เมื่อเดินมาถึงโต๊ะประจำก็เห็นว่าไอ้เพื่อนรักสองคนได้มาถึงแล้ว อาหารกับแกล้มเหล้ายาปลาปิ้งมีบริการพร้อมเสร็จสรรพ

“โอ้โห้วววววว  กูนึกว่ามึงจะมุดหัวอยู่ในไร่ไม่ออกมาซะแล้วไอ้คราม” หมอกรทักคนมาทีหลังพลางพยักหน้าในเด็กสาวพนักงานเสิร์ฟชงเหล้าให้กับเจ้าของหน้าหนวด

“มาสิวะ  เรื่องอะไรที่กูจะไม่มา นานๆทีสามทหารเสือจะฟอร์มทีม งานนี้ไม่เมาไม่เลิก!!!” ว่าแล้วก็รับแก้วเหล้ามาจากสาวสวยที่คอยบริการโต๊ะพวกเขาอยู่ก่อนจะกระกดใส่ปากอึกใหญ่

“ กูก็นึกว่ามึงจะกลัวว่าที่เมียเพ่นกบาล เลยไม่กล้ามา” หมอกรกระเซ้าเพื่อนไม่หยุด เห็นท่าทางตอนอยู่กับลูกพีชนี่หาวออกมายักกะลูกแมว ไม่เห็นแววเสือ

“มึง!!! ไอ้กร มึงอย่าเอ่ยชื่ออกมาสิวะ!!” คนถูกเพื่อนหยอกทำท่าตกใจรีบชี้หน้าให้เพื่อนหุบปาก เรียกชื่ออกมาแบบนี้เขากลัวว่าคนจะมาด้วย  คิดแล้วแอบเสียวสันหลังวาบๆ ถ้าเกิดลูกพีชมาเห็นว่าเขาแอบมานั่งกินเหล้าร้านคาเฟ่แบบนี้มีหวังคะแนนติดลบเริ่มต้นใม่แน่ๆ

ทั้งหมอกรและสิงห์หัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้หน้า  ไหนละคนไม่กลัวเมีย อยากจะแหมถึงดาวอังคาร

“ได้ข่าวจะเอาเมีย” สิงห์ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกก่อนจะเอนกายสบายๆถามเพื่อน

“ใช่  ฤกษ์ที่เร็วที่สุดคืออีกประมาณเดือนกว่า”

“เห้ย ทำไมเร็วจังวะ” หมอถามอย่างสงสัย

“มันอยากกินแล้ว”สิงห์ตอบแทนแอบกระตุกมุมปากก่อนยกเหล้าขึ้นดื่ม

“กูจะรอไม่ไหวละ  อดทนมาได้ตั้งนานพอมาเจอหน้าจริงอีกครั้ง แม่งเอ้ย พูดแล้วของขึ้น” เขาว่าพลางทำท่าจะปลดเข็มขัดตัวเอง เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนทั้งสองและน้องๆที่นั่งบริการอยู่ข้างๆ

“มึงนี่มันหื่นจริง!! กูสงสารน้องลูกพีชเลยวะ ต้องมาได้ผัวอย่างมึง”

“กูบอกว่าเอ่ยชื่อ อย่าเอ่ยชื่อ!!!!” เป็นอีกครั้งที่ครามใช้ถั่วลิสงปาใส่เพื่อนให้หุบปากเรียกชื่อลูกพีช  เพื่อนฝูงก็ช่างเปรี้ยวตีนดีชิบหายล้อกันอยู่นั่น

“ไหนมึงบอกว่าไม่ได้กลัวเมีย เมียมึงจะต้องอยู่ในโอวาท ” หมอก้องหัวเราะจนท้องแข็ง  ขนากคนหน้านิ่งอย่างสิงห์ก็ไม่วายหัวเราะออกมาหึๆเลย

“แน่นอน กูจะเอาติดไว้ที่ฝาบ้านเลย!!”เขาบอกด้วยสีหน้ามาเหนือพลางยืดอกขึ้น

“เมีย???” หมอกรแสร้งเอียงคอถาม

“เปล่า รูปเมีย”  เท่านั้นแหละเสียงหัวเราะก็ประสานเสียงขึ้นดังลั่นจนโต๊ะอื่นแอบหันมาดูอย่างสงสัยปนใคร่ร่ากำลังคุยเรื่องอะไรกันถึงดูมีความสุขขนาดนั้น

“ไอ้ห่า นึกว่าจะแน่” สิงห์หยุดหัวเราะก่อนคนอื่นๆพูดขึ้น  เขาส่งแก้วให้เด็กชงแก้วใหม่ให้กับเขา 

โต๊ะที่หมอกรเลือกเป็นโต๊ะประจำตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย เจ้าของร้านรู้จักซี้กันยิ่งกว่าอะไร วันนี้มันคงกะมาวัดใจกับเขาเต็มที่ถึงสั่งเหล้าเบียร์ไว้เยอะแยะ  รวมทั้งเรียกเด็กสาวสวยๆหุ่นอวบมาบริการถึงสี่คน โดยเจ้าตัวควงไปสอง และของเขาและสิงห์หนึ่งคน

“มาชกๆ  แด่อิสรภาพของไอ้ครามที่กำลังจะหายไป”หมอกรชูแก้วขึ้น เสียงแก้วเหล้ากระทบกันดังกริ๊งช่างเป็นเสียงที่ไพเราะเหลือเกิน  เสียงเพลงในร้านเปิดออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งดึกยิ่งคึกครื้นเหล้าเบียร์หมดไปไม่ใช่น้อยแต่ทั้งสามคนคอแข็งยิ่งกว่ากระทะทองแดง  แม้ใบหน้าจะแดงระเรื่อจากเหล้าแต่สติทุกอย่างยังคงชัดเจนอยู่

“หนูจ๋าๆ ค่าเทอมมียังจ้ะ อ่ะนี่พี่ให้” คนใจบุญของกลุ่มอย่างคุณหมอกรนั้นเรียกได้ว่าเป็นพ่อพระอย่างแท้จริง ชอบช่วยเหลือเด็กยากไร้ โดยเฉพาะเด็กไร้เสื้อผ้านี่เขาอยากจะช่วยเหลือเป็นพิเศษ

“คืนนี้มือหนักเหลือเกินนะ ไอ้หมอ” เขานั่งมองเพื่อนตัวเองแจกทิปให้กับเด็กสาวสวยหลายที่มาบริการแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวกับความเอ็นดูเด็กของมัน

“กูเป็นคนชอบช่วยเหลือคน ถึงได้เรียนหมอ เนี้ยน้องๆกำลังจะมีอนาคตเราต้องส่งเสริม” คนชอบช่วยเหลือคนตอบมาอย่างมีเหตุผล ว่าแล้วก็ควักแบงค์ยัดใส่มือน้องนั่งข้างๆอีกคนละใบ หอมแก้มให้พอชื่นใจอีกคนละหนึ่งที  หน้าตามันดูฟินเหมือนได้ขึ้นสวรรค์

“ไอ้สิงห์ไม่ใจบุญกับน้องเขามั้งหรอวะ” หันไปถามเพื่อนซึ่งนั่งกินเหล้าเงียบๆมานานแล้ว ถึงมันจะร่วมหัวเราะบ้างกับพวกเขา แต่เขาก็ยังสังเกตว่ามันชอบเหม่อลอยบ่อยๆ แม้จะตัวจะอยู่ตรงนี้แต่ใจคงลอยไปที่อื่นแล้ว รวมถึงสติมันด้วย

นั่นมันแก้วเหล้าที่ไหน  สิ่งที่มันหยิบมาคือขวดโซดา ท่าจะหนักแล้ว!!  

“กูไม่ได้ใจบุญ”สิงห์ปรายตามองเพื่อนก่อนจะตอบกลับเรียบๆตามสไตล์คนหน้านิ่ง

“ งั้นมานี่เลยจ้ะน้อง มานั่งข้างๆ คืนนี้พี่อยากแจกทุน” ชายหนุ่มหน้าโหดเจ้าของไร่ฟ้าคำรามใครบ้างจะไม่รู้จักเรียกสาวสวยนั่งข้างสิงห์ให้มานั่งข้างๆตน สาวน้อยนางนั้นรีบลุกขึ้นมานั่งข้างๆอย่างไวพร้อมเอาอกเอาใจบีบนวดแขนล้ำเพราะหวังแบงค์

“แหม ว่าแต่กูดูตัวเองมั้งเหอะวะ” ได้ทีหมอกรเรียกแซะกลับเพื่อน เมื่อเห็นมือหนาของ

เพื่อนลวงหยิบกระเป๋าตังค์ใบหนาออกมาแจกทิปเป็นว่าเล่น จนเขาแอบเคือง เขาแจกทีละใบต่อคน มันเล่นแจกที่ละสาม  ประเสริฐ!!

“กูรวย” ตอบชัดใส่หน้าแล้วจึงยักไหล่สบายใจ

เดี๋ยวเหอะ   เดี๋ยวรู้เรื่อง หมอกรแอบคิดในใจก่อนจะหัวเราะชั่วร้ายเมื่อมองไปยังคนไม่กลัวเมีย

“ร้องเพลงถูกใจพี่  เอาไปเลยค่าขนม” ว่าแล้วก็หยิบแบงค์แดงหลายๆใบส่งให้อีกครั้งจนน้องๆนั่งข้างหมอกรแอบเหล่มองด้วยความอยากได้มั้ง

ตอนนี้เวลาราวๆเกือบๆห้าทุ่มเหล้าเข้าปากความคึกคะนองก็เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ สิงห์เริ่มมีอาการเมาเพราะเขาเอาแต่นิ่งเงียบฟังแล้วกระดกเหล้าเข้าปากเรื่อยๆ ไม่แปลกหากจะเมาก่อนใคร

“ ใครบอกว่ากูรัก  ใครบอกว่ากูไม่ห่วง กูรักกูห่วงจะตายห่าอยู่แล้ว” ใช้เวลาแค่ไม่นานคนดื่มเหล้าเหมือนน้ำอาการก็กำเริบ จนเพื่อนต้องหยุดฟังสิ่งที่มันระบายออกมาด้วยพิษเหล้า

ครามและหมอกรสบตากันอย่างรู้ทันกันก่อนจะขยับเข้าไปชิดเพื่อนให้ใกล้กว่าเดิม คอยฟังสิ่งที่คนพูดน้อยกำลังจะเผยออกมา

“อย่าพึ่งมีใคร ขอพี่พิสูจน์ตัวเองก่อน” น้ำเสียงอ้อแอ้ของคนเมาหน้านิ่งทำคนฟังรับรู้ถึงความในใจ  ครามรู้สึกเห็นใจเพื่อนขึ้นมาทันที  ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าทำไมมันถึงพยายามห่างออกจากฟ้า ไม่เคยไปไหนได้ไกลเลย

พ่อมันกำลังลงโทษมัน...

“หนักแล้วนะกูว่า” คุณกรวินิจฉัยคนไข้แล้วมีสีหน้าหนักใจ

“น้องกูก็ไม่ต่างกันหรอก”

“ช่วยมันดีมั้ย??”คนเป็นห่วงเพื่อเสนอความคิดหวังจะช่วยบรรเทาความทุกข์ของสิงห์ แต่เมื่อหันมีอีกที  กลับกลายเป็นว่าเจ้าของไร่ฟ้าคำรามกระโดดลงทางข้างหลังโซฟาตัวใหญ่ที่นั่งแล้วมอบติดลงกับพื้นข้างล่าง

หมอกรรีบชะโงกหน้าก้มไปหาเพื่อนที่มีท่าทีตื่นๆจู่ๆก็โดดลงหลังโซฟาอย่างไม่เข้าใจในพฤติกรรม

“เห้ย ไอ้ครามมึงเป็นไร!!!” มือหนาของหมอกรยกเกาหัวถามเพื่อนอย่างสงสัย

“ก่อนมึงจะช่วยไอ้สิงห์ มึงช่วยกูก่อน!!” ครามตอบกลับด้วยความร้อนลนยังคงหมอบต่ำอยู่หลังโซฟา

“ทำไมวะ”

“ลูกพีชมา!!!!!” เท่านั้นแหละหมอกรถึงกับตาเหลือกรีบหันไปมองตรงประตูทางเข้าร้านแล้วสายตาก็ปะทะกับร่างบางสมส่วนของหญิงสาวสองคนบวกชายหนุ่มท่าทางตุ้งติ้งอีกหนึ่ง

“ชิบ-หาย-แล้ว” 

ไหนมันบอกว่าไม่กลัวเมีย....

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #61 Ple411 (@Ple411) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 08:59

    ไหนว่าไม่กลัวเมียหลบก่อนเพื่อนเลย55555

    #61
    0
  2. #37 MariMaris (@MariMaris) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 12:40
    อิป๋า เหลือแต่ชื่อแน่นอน 5555
    #37
    1
  3. #36 user54321 (@user54321) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 15:02

    5555ลูกพีชจัดหนักเลยนะ
    #36
    1
  4. #35 Tanapat Vasuratanaporn (@kwang2528) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 14:39
    555555 พระเอกอะไรรั่วตลอดๆ
    #35
    1
  5. #34 Moogapok (@Moogapok) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 11:24

    บรรเทิงแน่งานนี้ ????????????????

    #34
    1
  6. #32 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 22:15
    คนอะไร ทำเป็นเล่นทุกเรื่อง ได้แผลยังไม่เลิกอีก
    #32
    1
  7. #31 Moogapok (@Moogapok) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 11:41

    รอออออ

    #31
    0