ตื้อรักให้อยู่หมัด

ตอนที่ 20 : แค่คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    19 ต.ค. 62






ลมหายใจสม่ำเสมอผ่อนเข้าออกจากคนนอนข้างๆทำให้ลูกพีชค่อยลุกขึ้นจากทีนอน เมื่อเห็นว่าร่างสูงยังคงนอนสนิทก็ผ่อนลมหายใจโล่งอกออกมาเล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆย่องเบาไปหยิบเสื้อของเธอไปสวมใส่ในห้องน้ำ  เมื่อเสร็จแล้วก็ค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำให้เบาที่สุดกันไม่ให้มีมารมาผจญในยามดึก

ร่างบางสวมชุดนอนเรียบร้อยแอบย่องไปหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองบริเวณข้างเตียงนอน สายตาก็มองคนนอนหลับเป็นระยะๆอย่างระวัง

ไปขอนอนกับฟ้าดีกว่าขืนนอนในนี้เธอต้องโดนกินแน่ๆ

คิดได้อย่างนั้นก็รีบวิ่งปรู๊ดไปยังประตูห้องนอนอย่างไว มือบางกำลังเอื้อมหมายจะเปิดออกมาแต่เสียงขยับตัวบนเตียงกลับทำให้หัวใจน้อยๆเต้นแรง เพราะมันพ่วงด้วยเสียงัวเงียของเจ้าของห้องด้วยนะสิ!

“ ให้เวลาสามวิ จะกลับมานอนมั้ย  ถ้าไม่คืนนี้ก็ไม่ต้องนอน” เธอค่อยๆหันกลับมามองคนอยู่บนเตียงกว้าง หน้าของคนพึ่งงัวเงียตื่นเซ็กซี่ซะจนเธอชะงัก แผงอกแกร่งมัดกล้ามแน่นๆของซิกแพ็กค์โผล่ออกจากผ้าห่มมาอวดเธออีกแล้ว

แต่เหนือการอวดเรือนร่างของตัวเขาเองนั้นคือสายตาคมที่จ้องมาเหมือนจะงาบเธอให้ได้นั่นแหละทำให้เธอไม่อยากเสี่ยงกับเขาในตอนนี้จริงๆ

“ หนึ่ง” เสียงห้าวนับ

“........” เธองยังยืนนิ่ง

“ สอง” ร่างสูงพรวดใส่เธออย่างไวพร้อมคว้าเอวบางเอาไว้ เธอตกใจจนเผลออุทานออกมา

“ ปะ ไปนอนๆๆ นอนดิ!!” เธอรีบบอกคนกอดเสียงตะกุกตะกักกลัวโดนถูกจับกิน อ้อมแขนนี่ก็น่าเกลียดมากรัดซะแน่นขยับไปไหนไม่ได้เลย เสียงหัวเราะดังหึ ออกมาจากริมฝีปากหนา เขาอุ้มเธอไปวางไว้บนเตียงก่อนจะรั้งให้มานอนหนุนแขนของเขาพร้อมกับสั่งให้เธอหลับตานอนได้แล้ว

“ถ้าขืนยังไม่นอน คืนนี้ได้มีผีผ้าห่มแน่” ขู่คนตัวเล็กที่แอบจะย่องออกไปเสร็จก็หอมแก้มเบาๆพร้อมกับหลับตาลง

ส่วนลูกพีชได้แต่ค้อนลมค้อนแล้งไม่สามารถหนีรอดออกไปจากเตียงนี้ได้เลย ขู่เรื่องอื่นเธอไม่เคยกลัว ยกเว้นแค่เรื่องนี้แหละที่ยอมเค้า ดูออกว่าเอาจริง!!! 

 

แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าส่องเข้ามาผ่านบานหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน อาบไล่ไปตามร่างสองร่างบนเตียงนอนใหญ่ภายในห้องนอน

ร่างกายกำยำบนเตียงนอนไม่ใส่เสื้อเผยให้เห็นแผงออกแกร่งกว้างมีมัดกล้ามแน่นกำลังนอนกกอดด้านหลังของหญิงสาวร่างเล็กที่หลังหันให้ ลูกพีชเมื่อยามแนบชิดติดอกกว้างกลับดูตัวเล็กลงไปถนัดตาถูกกอดรัดแน่นแทบจะจมไปกับอ้อมกอดแสนอบอุ่นนั้น

แสงแดดยามเช้าส่องมาแยงตาส่งผลให้คนตัวโตที่กำลังหลับอยู่ต้องเอามือขยี้ดวงตาเล็กน้อย พอตั้งสติให้หายง่วงได้ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นลูกพีชกำลังหลับอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าน้อยๆอมยิ้มเหมือนกำลังฝันหวานหรือไม่ก็มีความสุขที่ได้นอนกอดกับเขา

  รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าหนวดเคราจางๆ เขาอยากให้ทุกเช้าได้ตื่นมาเจอแบบนี้ทุกวัน จะได้มีแรงกายแรงใจสู้ชีวิตต่อ

มือหนาขวานหาโทรศัพท์ตรงหัวเตียงก่อนจะเอื้อมมือเพื่อนำมากดโหมดกล้องถ่ายรูป เขาค่อยๆขยับตัวของลูกพีชให้หันหน้าเข้าหาอกจัดแจงเอาแขนเรียวสวยพาดไปบนตัวของเขาเอง ส่วนคนหลับก็ให้ความร่วมมืออย่างดีไม่งอแงเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อยามมีคนมากวนตอนกำลังนอนหลับ

จัดแจงองค์ประกอบได้แล้วเขาก็กดเซลฟี่ตอนกำลังนอนกอดลูกพีชเอาไว้ ทำท่าหลับตาเอาคางเกยไปตรงหัวเล็กของร่างบางในอ้อมแขน  ถ่ายได้ประมาณเกือบยี่สิบรูปค่อยพอแล้วถึงเลือกรูปเพื่ออัปโหลดในเฟสบุ๊คส่วนตัว

เตียงนอนข้างๆไม่ว่างแล้ว ปิดการประมูล

#เตียงนี้มีเจ้าของ

เอาให้มันรู้กันไปทั้งบางว่าข้าจะมีเมียแล้ว ไอ้หน้าไหนก็อย่ามาแตะของๆเขา ชายหนุ่มคิดในใจ พลางยกมือลูบเบาของลูกพีชเบาๆ

เขาเฝ้ามองคนขี้เซานอนได้เกือบครึ่งชั่วโมงแม่ตัวเล็กถึงขยับเปลือกตาแล้วค่อยๆลืมตาตื่น ความงัวเงียของคนพึ่งตื่นหายไปทันทีเมื่อเห็นว่าเตียงนี้เธอไม่ได้นอนอยู่เพียงคนเดียว ร่างบางผุดลุกจากหมอนก่อนจะหันหน้ามองคนข้างๆเอามือเท้ารองหัวนอนมองเธอด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“ มอนิ่งจ้ะหนู” เขาเอ่ยทักก่อน

ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า เธอรู้สึกว่าเช้านี้บรรยากาศมันแปลกไป  ไอ้ความรู้สึกเขินอายมันจู่โจมใส่ตั้งแต่ตื่นนอน เรื่องเมื่อคืนทำให้หน้าเนียนสวยใสแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ คนนอนมองก็ยิ้มกริ่มพอใจ

“ตื่นนานแล้วทำไมไม่รีบออกไป” เธอกระชับผ้าห่มคลุมตัวเอาไว้แสร้งถามคนนอนข้างๆ

“จะรีบออกไปไหนเล่า ไร่ก็ไม่ได้หายไปไหนตอนนี้แค่เจ็ดโมงเอง อยากอยู่กับเมียก่อน”  เจ้าของไร่ตอบก่อนจะค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง  ส่วนลูกพีชพยายามจะขยับตัวลงเตียงเพียงแต่ว่าช้ากว่ามือหนากร้านของครามซะก่อน

“ จะไปไหน”

“กะ ก็จะไปอาบน้ำนะสิ ปล่อยได้แล้วเดี๋ยวใครมาเจอจะเป็นเรื่อง รีบลงไปดีกว่า” เธอตอบพลางแกะมือของตนออกจากมือใหญ่ของคราม

“งั้นก็ป่ะ” เขาไม่ได้ปล่อยมือของลูกพีออกกลับก้าวลงเตียงนอนพร้อมดึงมือคนตัวเล็กไปด้วย ตอนแรกเขายังนอนอยู่บนเตียงซึ่งมีผ้าห่มคลุมท่อนล่างเอาไว้  แต่ตอนนี้พอลุกยืนขึ้นทำให้เธอสังเกตเห็นว่าเขาสวมเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้นแถมยังมีบางสิ่งที่ยืนตรงเคารพธงชาติต่อหน้าเธออยู่

ดวงตาคู่สวยคมเบิกตากว้างอ้าปากพะงาบๆ มองไปตรงสิ่งนั้นอย่างตื่นตะลึง ไม่เคยได้เจอจะๆแบบนี้มาก่อน

อลังการ!!!!

“ อร้าย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” เหมือนพึ่งจะหาเสียงตัวเองเจอลูกพีชถึงได้กรี้ดออกมาเสียงดังจนทำให้คนตัวสูงต้องรีบเอามือมาปิดปากให้เงียบเสียงลง

ร่างบางถูกปิดปากทำเสียงอึกอักอยู่ในลำคอจ้องมองคนตรงหน้าพร้อมกับดิ้นไปมาให้หลุดพ้นอุ้งมือร้อน

“จะกรี๊ดทำไมเล่า!” เขาค่อยๆปล่อยมือออกจากหน้าลูกพีช ขมวดคิ้วถามคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใจ

“นะ นายถอดกางเกงทำไม!!

“ ใครเค้าใส่กางเกงนอนกัน ก็ใส่บ็อกเซอร์นี่แหละ เย็นไข่ดี” คำตอบของร่างสูงทำให้เธอตาเหลือกอีกครั้ง เขายักไหล่ไม่แคร์แถมยังเบ่งกล้ามอวดหุ่นให้เธอดูอีก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันตาเมื่อเห็นว่าสิ่งนั้นมันยังตั้งมั่นอยู่!!

สายตาเธอบาปอีกแล้ว

รูปร่างของครามที่เขาบอกว่าแซบนั้นไม่ได้เกินจริงเลย  ไหล่หนากว้างสมชายชาตรี แผงอกแข็งแกร่งมีมัดกล้ามลำตัวไม่หนาเทอะทะ กล้ามท้องมีซิกแพ็คส์เป็นลอนสวยได้รูปเข้ากับผิวสีแทนคมเข้ม แถมมองต่ำลงมาก็จะเห็นความเป็นวีเชฟของช่วงเอวเป็นร่องชัดเจน หากจะมองต่ำมากกว่านี้เห็นทีเธอคง

เอื๊อก!!! กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอแทบไม่ทัน

หุ่นขยี้ใจอะไรเบอร์นี้ สาบานว่าเธอไม่ได้โรคจิตแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าตัวเขาเองนั่นแหละยัดเหยียดให้ต้องมาเจออะไรแบบนี้ ความอวดหุ่นให้เธอมองอย่างไม่สะทกสะท้านนี้หมายความว่าไง ความยกยิ้มร้ายกาจนั่นคืออะไร ความค่อยๆดึงกางเกงลงต่ำๆนั่นอีกมันคืออะไร้!!!!!!!!!  อีกแค่นิดเดียว!!  

“ว้าย!!! อย่ามองเค้าด้วยสายตาแบบนั้นนะ” คนตัวโตหน้าหนวดแกล้งร้องและแสร้งเอามือยกขึ้นปกปิดหัวนมเอาไว้ ก่อนจะแอบหัวเราะออกมาจนไหล่หนาสั่น

ร่างบางขาวผ่องของลูกพีชยังคงอ้าปากค้างยืนนิ่งจ้องมาทางเขาไม่วางตา ถามว่าเขาเขินมั้ย?? ตอบได้เลยว่าไม่!! เขาภูมิใจที่สามารถดึงความสนใจของเธอให้มองมายังเขาคนเดียวได้ หน้าแดงๆตาเบิกกว้าง อ้าปากค้างหน่อยๆทำให้อดหัวเราะไม่ไหวจริงๆ

“ มะ แม่เจ้า” อุทานได้เท่านั้นก็ถูกคนชอบโชว์ลากเข้าไปในห้องน้ำ ขนาดเธอสะบัดแล้วสะบัดก็ยังหลุดออกจากมือคีบเหล็กนี่ไม่ด้เลย จึงหยุดดิ้นแล้วได้แต่ทำหน้าแดงๆอยู่หน้ากระจก

ชายหนุ่มค้นหาแปรงฟันอันใหม่ให้กับลูกพีชเป็นแปรงฟันสีชมพูน่ารัก เขาบีบยาสีฟันแล้วส่งให้คนตัวเล็กซึ่งกำลังมองตัวเขาในกระจกหน้าแดงๆปากแดงผมยุ่งๆดูเซ็กซี่นั่นแทบจะทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว  โรคหื่นกำเริบ

“ถ้าขืนยังมองพี่ด้วยสายตาแบบนี้อีก พี่ว่าเราคงต้องได้เล่นท่ายากในห้องน้ำกันสักยกแล้วล่ะ”

เพลี๊ยะ!!!! 

ฝ่ามือบางฟาดใส่คนพูดอย่างเร็ว ราวกับว่าร่างกายไปก่อนสมองจะสั่ง ทำคนโดนตีแอบลูบไหล่ตัวเองปรอยๆ ทำปากยู่ใส่เล็กน้อย

ครามปล่อยให้ลูกพีชใช้ห้องน้ำไปก่อนแล้วเขาค่อยเข้าทีหลัง ซึ่งเขาได้เตรียมผ้าเช็ดตัวผืนใหม่และผ้าขนหนูให้เธอไว้ในห้องน้ำก่อนออกมาเรียบร้อยแล้ว ไม่นานลูกพีชก็เดินออกมาพร้อมกับใส่ชุดใหม่ของฟ้า

“ทำไมไม่หัดโกนหนวดโกนเคราบ้าง หน้าตาก็ว่าหื่นแล้วบวกนิสัยเข้าไปโคตรหื่นไปอี้ก” เธอทักเมื่อเห็นตอนล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแต่ไม่เห็นมีดโกนหนวดตรงอ่างล้างหน้าจึงทักอีกฝ่ายออกไป

“ แค่นี้พี่ยังหล่อไม่พออีกหรอไง ถ้าโกนหนวดผู้หญิงคงวิ่งใส่อย่างกับไฮยีน่าล่าเหยื่อ พี่กลัวลูกพีชไม่สบายใจ ไม่โกนนะดีแล้ว”

ฟังคำตอบของเขาแล้วพาลจะเหนื่อยใจขึ้นมาดื้อๆ จะโทษว่าหล่อเกินไว้หนวดแหละดีแล้วว่างั้นเหอะ!

อีกฝ่ายเห็นท่าทางเหนื่อยใจของหญิงสาวก็หัวเราะออกมาส่งรอยยิ้มกว้างให้ร่างน้อยก่อนจะค่อยๆลุกจากเตียงเพื่อไปเข้าห้องน้ำบ้าง  ผ้าเช็ดตัวถูกพันไว้รอบเอวหนาอย่างหมิ่นเหม่ ทำคนมองใจหายวาบตอนเห็นว่าปมผ้ามันกำลังจะหลุดออกมา

แต่ก็ต้องถอนหายใจออกมายาวๆตอนที่เขารีบคว้าปมผ้าเอาไว้ซะก่อน แล้วหันมายิ้มเผล่ใส่อย่างทะเล้น ไม่พอยังทำท่าร่อนเอวไปมาผิวปากอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

เธอค้อนขวับใส่ทางด้านหลังอย่างหงุดหงิดกับการกระทำของเขา ไม่รู้หงุดหงิดเสียงผิวปากหรือเรื่องที่เขาคว้าปมผ้าไว้ทันก็ไม่รู้

 

เธอทิ้งเจ้าของห้องนอนแล้วเดินลงมาข้างล่างก่อน ตอนนี้ปาไปแปดโมงเช้าแล้วทุกคนที่นี่ไม่รู้ว่ากินข้าวกันกี่โมง ลงมาตอนนี้ไม่รู้ว่าจะโดนบ่นรึเปล่า ร่างบางก้าวเร็วไปทางห้องครัวแต่ก็ต้องชะงักเพราะว่าในห้องครัวใหญ่ไม่ได้มีเพียงแม่ครัวแต่ว่ายังมีคุณนายขิมและฟ้ากำลังง่วนทำบางอย่างอยู่หน้าเตา

แม่ลูกคู่นี้ขยันทำอาหารกันจริงๆ ใครได้ฟ้าไปเป็นเมียรักตายเลยทำอาหารเป็นแถมอร่อยมากด้วย  เธอส่งเสียงกระแอมก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาทั้งสอง คุณนายขิมหันมายิ้มให้

“นอนหลับสบายดีมั้ยหนูลูกพีช”  เธออึกอักเล็กน้อยไม่รู้จะตอบยังไงดีเลย จะว่าสบายก็สบายไม่สบายก็ไม่สบาย เลยเลือกส่งยิ้มแทนคำตอบ

“เจ้าที่แรงมั้ย” ฟ้าถามเสียงทะเล้น เธอจึงถลึงตาใส่อีกฝ่ายจึงหัวเราะดังชอบใจ รู้เห็นเป็นใจกันสินะ

“ตาครามยังไม่มาหรอฟ้า แม่ไม่เห็นรถ” คุณนายขิมแสร้งหันไปถามลูกสาว แต่เธอเห็นนะว่าคุณป้าแอบยิ้ม

“เดี๋ยวก็มาค่ะแม่ ไม่ต้องห่วงหรอกรายนั้น ทันกินข้างฝีมือแม่แน่ๆ”

“ลูกพีชมาช่วยแม่ตั้งโต๊ะหน่อย เดียวเราจะไปกินข้าวที่ระเบียง วิวตอนเช้าๆสวยมาก” คุณนายขิมผู้เปลี่ยนสรรพนามจากป้าเป็นแม่ได้อย่างไม่เคอะเขินบอกแก่เธอ

ส่วนที่เขินกลายเป็นเธอเองซะงั้น บ้านนี้เค้าทำงานกันเป็นทีมใช่มั้ย ตอบเธอที ต้อนเธอจนหนีไปทางไหนไม่ได้เลย ทั้งแม่ทั้งลูกร้ายกาจพอกัน

โต๊ะอาหารจัดขึ้นทั้งหมดเพียงแค่สองที่ เพราะคุณนายขิมและฟ้าออกตัวว่าทานตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนคุณลุงออกไปดูสวนผักตั้งแต่เช้าตรู่ ดังนั้นเช้านี้มีเพียงเธอและเจ้าของไร่ฟ้าคำรามเท่านั้นได้สิทธิพิเศษทานอาหารเช้าริมระเบียงท่ามกลางวิวของไร่ฟ้าคำรามยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

ไม่นานร่างสูงแต่งตัวทำงานก็เดินลงมาจากชั้นบน เสียงผิวปากอารมณ์ดีเรียกรอยยิ้มจากคุณนายขิมและฟ้า ให้หันมามองหน้าเธอพร้อมกัน เธอได้แต่หลบหน้าไปมองวิวตรงระเบียงไม่กล้ามองหน้าใครทั้งสิ้น อายจะตายอยู่แล้วทุกคนต้องรู้กันดีแน่ๆว่าเมื่อคืนตาหนวดไปนอนที่ห้องกับเธอ

“ไงตาครามอารมณ์ดีแต่เช้าเชียว” คุณนายขิมทักก่อนพลางเหล่สายตามีเลศนัยให้ลูกชาย คนเป็นลูกชายเห็นก็ยิ้มกว้างรับหน้าชื่นตาบาน ก่อนขยับไปนั่งเบียดคนที่พึ่งนอนด้วยกันเมื่อคืน

คนโดนเบียดหันมาถลึงตาใส่เล็กน้อยก่อนจะใช้เท้าเตะไปตรงขาคนตัวโตเบาๆใต้โต๊ะ เรียกเสียงหัวเราะต่ำๆจากคนโดนเตะ

“เดี๋ยวทานกันไปเลยนะ แม่ขอตัวไปธุระข้างนอกกับยัยฟ้าหน่อย พ่อแกเข้าสวนไปดูผักตั้งแต่เช้าแล้ว เดียวแม่จะรีบไปรับ ยังไงฝากแกไปส่งลูกพีชที่บ้านหน่อยละกัน หรือลูกพีชจะตามพี่เขาเข้าไปดูสำนักงานก็ได้นะ เพราะยังไงแม่จะไปรับพ่อกับแม่หนูไปดูฤกษ์แต่งงานพอดี คงไม่มีใครอยู่บ้าน” คุณนายขิมเอ่ยพลางยันตัวลุกยืนขึ้นคว้ากระเป๋าสานใบสวยซึ่งราคาก็ไม่น่าจะน้อยสักเท่าไหร่คล้องแขนและคว้าลูกสาวให้ไปด้วย

“ผมจะพาลูกพีชไปดูสำนักงาน ถึงยังไงตอนมาเป็นเมียก็ต้องมาช่วยงานผมอยู่ดี” เขาตอบแม่

เดี๋ยวนะ ไม่มีใครคิดจะถามเธอสักคำหรอว่าอยากไปมั้ย นี่มันมัดมือชกกันชัดๆเลย

“งั้นก็ดี แม่ต้องรีบไปรับพ่อแม่หนูลูกพีชอยู่” พูดจบก็หันมายิ้มให้เธอแล้วก้าวฉับๆออกไป โดยมีฟ้าเดินตาม

“ไม่ต้องมองตามตาปรอยหรอก ยังไงวันนี้ป๋าจะพาหนูทัวร์ไร่เอง จะได้รู้ไงว่าอยู่กับป๋าไม่อดตายแน่นอน” พูดจบตักไข่ลวกเข้าปาก

แต่เดี๋ยวนะ!! อาหารเช้าวันนี้คือทำไมมีแต่อาหารให้แคลเซียมทั้งนั้น นี่ทุกคนคิดว่าไปเสียพลังงานอะไรมางั้นหรอ!!  เธออยากจะบ้า ได้แต่ทึ้งหัวตัวเองแล้วเขี่ยถ้วยข้าวต้มไปมาอย่างปลงๆ

 

พอเสร็จจากอาหารเช้า เจ้าไร่บอกไว้แล้วว่าจะพาเธอไปดูอาณาจักรของไร่ฟ้าคำราม และพาไปดูสำนักงานที่ทำงานของเขาด้วย  เธอยืนรอเขาบริเวณลานจอดรถหน้าบ้าน สักพักคนตัวโตก็เดินควงกุญแจรถออกมาพร้อมกับเสื้อแขนยาวสำหรับใส่ทำงานในไร่ที่เธอเห็นคนอื่นๆใส่กัน 

“ ใส่เสื้อนี่คลุมไว้แดดมันจะเริ่มแรงขึ้น เดี๋ยวผิวขาวๆดำหมด เดี๋ยวเมียป๋าไม่สวย” เขายื่นเสื้อแขนยาวตัวนั้นให้ แต่เธอยังคงยืนงงไม่รับมาจนเขาต้องนำมันมาสวมให้กับเธอเอง ร่างสูงโน้มตัวลงมาสวมใส่ดึงแขนของเธอจัดการยัดใส่ไป

เธอยืนนิ่งให้เขาสวมเสื้อให้เธอ ไม่ใช่ว่าใส่เองไม่ได้  แต่ไม่อยากใส่เองเข้าใจป่ะ ฮ่าๆๆ  รู้สึกดีที่เขาดูแลใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยแบบนี้

“ ไปกันแล้ว”

“ อะ อืม” รู้สึกเขินๆตอนเขามองหน้าแล้วยิ้มเอ็นดูราวกับรู้ทัน

ชายหนุ่มเดินนำลูกพีชไปยังลานจอดรถของเขา ซึ่งมีรถหลายสิบคันจอดอยู่ ส่วนใหญ่เป็นรถกระทะสำหรับทำงานในไร่ ลูกพีชเตรียมตัวจะเดินขึ้นรถเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเดินหลบไปยังฝั่งคนขับรถกระบะคันโต กำลังจะก้าวเดินตามไปก็เป็นอันต้องชะงัก เมื่อเห็นว่า คนหน้าเถื่อนมันไม่ได้ไปเปิดฝั่งคนขับ แต่ไปเอารถมอเตอร์ไซต์ที่ถูกรถคันใหญ่บังไว้ต่างหาก!!

เขาเล่นแบบนี้กับเธออีกแล้ว!!

“ คันนี้หรอ!!!!!!!!” เธอตะโกนถามอย่างตกใจ

“ แม่นแล้วครับผู้สาว รถคันนี้แหละ มาๆ” ชายหนุ่มตอบรับพลางใช้มือกวักเรียกให้เธอไปยังรถ

เขายังเรียกมันว่ารถได้อีกเรอะ!!!  แค่เอาเบาะออกมันก็เป็นเศษเหล็กดีๆนี่เอง มอเตอร์คันเก่าเหลือแต่โครงเครื่องยนต์ ส่วนประกอบอื่นๆถูกถอดออกจนหมดเหลือให้เห็นแค่เครื่อง กระจกมองข้างไม่มี!! ตะกร้ารถไม่มี!!! ที่พักเท้าคนซ้อนก็ไม่มี!!

เขาแกล้งเธอ!!!!!!!!  อยากตะโกนให้ก้องไร่ไปเลย

บื้น!!!!!!! เสียงสตาร์ทรถดังขึ้นพร้อมจะออกตัว ชายหนุ่มบิดคันเร่งเป็นจังหวะส่งเสียงดังไปทั่ว พร้อมทำท่าทางได้เหมือนอย่างกับเป็นเด็กแว้นเก่าก็ไม่ปาน

“ ขึ้นมาไวๆทูนหัว” เขาเร่ง

“ ไม่นะ !!! ทำไมต้องเอาคันนี้ไปด้วย” เธอส่ายหัวไปมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ขืนนั่งมีแต่จะพาไปลงคันนา

“คันนี้แหละจะไปไม่ไป ถ้าไม่จะได้พากลับห้อง” เขาขู่สำทับ

เมื่อไม่มีทางเลือกจึงจำใจเดินไปนั่งซ้อนท้ายอย่างกลัวๆ ที่พักเท้าก็ไม่มีทำให้ต้องเหยียดขาลงไป ชายหนุ่มเร่งเครื่องพร้อมบอกให้เธอกอดเขาแน่นๆแล้วเร่งเครื่องออกไปทันที

เสียงอุทานร้องลั่นของเธอทำให้เขาต้องกลั้นหัวเราะแทบตาย คนงานอื่นๆเห็นก็ต้องส่ายหัวให้กับความขี้แกล้งของเจ้านาย

ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้เธอหนีเขาลงมาก่อนล่ะ ยังไม่ได้จูบมอนิ่งคิสเลย



คุณนายขิมแวะรับสามีคุณธนาตรงแปรงสวนผักและฟ้าขับรถออกมาจากไร่แล้วมุ่งหน้าไปยังค่ายมวยพยัคฆ์โดยทางพ่อแม่ของลูกพีชได้นัดหมายกันไว้ว่าจะไปหาดูฤกษ์แต่งงานที่เร็วที่สุดให้กับลูกชายลูกสาวของทั้งสองฝ่าย

ในตอนแรกคุณนายขิมกะจะให้ฟ้าเป็นคนขับรถไปส่ง  แต่ว่าเป็นอันต้องเปลี่ยนแพลนเพราะพ่อพันธ์จะเป็นคนขับไปกันเอง ส่วนฟ้านั้นถูกให้ขับรถไปยังตัวเมืองเพื่อไปรับแบบสำหรับชุดแต่งงานและของชำร่วยรวมทั้งจัดการติดต่อหาออแกไนซ์จัดงานแต่ง  สาวสวยจึงต้องระเห็จขับรถเดินทางไปเพียงลำพัง

แต่ก่อนที่รถของเธอนั้นจะเคลื่อนออกไป กลับมีรถปิกอัพคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดปาดหน้ารถของเธอเอาไว้  ดีที่เธอยังไม่ได้เหยียบคันเร่งออกไปไม่อย่างงั้นมีหวังได้เจ็บตัว

เอ๊ะ!!  รถคุ้นๆแหะ

ร่างบางของฟ้าเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าของรถที่แล่นมาปาดหน้าแต่ยังเงียบเฉยอยู่ในรถของตัวเอง

ก๊อกๆ

มือบางเคาะไปข้างกระจกของฝั่งคนขับรถหลายๆครั้งเพื่อจะถามอีกฝ่ายว่ามีปัญหาอะไรกับเธอรึเปล่าแล่นมาปาดหน้ากันอย่างกับจะหาเรื่อง

“นี่!! เปิดประตูลงมาคุยกันดิ จะหาเรื่องฉันหรอไง หรือว่าอยากตายปาดหน้ารถคนอื่นเค้าอย่างงี้แหกตาดูมั้ง.....” ปากน้อยๆที่กำลังพูดออกมาฉอดๆเป็นอันต้องชะงักเมื่อกระจกฝั่งคนขับค่อยๆลดลงให้เห็นว่าใครอยู่ข้างในรถ

ใบหน้าเหลาติดนิ่งเฉยไม่มีรอยยิ้มค่อยๆหันหน้ามามองหญิงสาวข้างรถด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่สื่ออารมณ์ใดๆ ดวงตาคมเข้มกำลังจ้องมองใบหน้าสวยที่กำลังอ้าปากค้างน้อยๆนั่นแล้วใช้มือหนาเอื้อมดันให้มันปิด

“แหกปากอยู่ได้”เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยขึ้นเรียกสติของฟ้าให้กลับคืนมา

“ พะ พี่สิงห์”

“ขึ้นรถ” ชายหนุ่มหันหน้ามองตรงเหมือนเดิมปล่อยให้ฟ้ายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก  ตั้งแต่วันนั้นที่งานวัดเธอก็ไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย ตอนแรกว่าจะตัดใจแต่ใครว่ามันทำง่ายๆ เธอยังคงแอบไปส่องเฟสเขาเกือบทุกวัน แต่ก็นั่นแหละเขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะต้องชอบโพสนั่นโพสนี่ ล่าสุดเห็นลงรูปก็คือแก๊งขี้เหล้าในตลาดบรรดาลูกน้องขี้เมาทั้งหลายนั่นแหละ เขาไม่ได้เป็นคนเอารูปลงด้วยนะ โดนแท็กจากลูกน้องเฉยๆนั่นมันก็เกือบสองเดือนไปแล้ว

“ขึ้นรถไปไหน” เธอถาม

“คุณป้าใช้ไปไหน” เขายังคงรักษาระดับความนิ่งในน้ำเสียงได้อย่างไม่มีตกหล่น จนเธอแอบหมั่นไส้ คนพูดด้วยก็ยังไม่มองหน้าเสียมารยาท

“แม่โทรเรียกพี่สิงห์หรอ  ไม่จำเป็นฟ้าไปเองได้ พี่ไม่ต้องมาคอยตามฟ้าแล้วล่ะ” ด้วยอารมณ์น้อยใจหรืออะไรไม่รู้ เธอจึงตอบปัดเขาไป ไม่อยากเป็นที่เขาต้องมาดูแลด้วยความไม่เต็มใจ  ต้องมาเป็นภาระให้เขา

“อย่าดื้อ”คราวนี้สิงห์ใช้น้ำเสียงที่เข้มขึ้นมากว่าเดิมเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตาคมตวัดใส่เหมือนเป็นการบังคับกลายๆ

ตัวฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาคมคู่นี้ตวัดใส่ จนต้องขึ้นก้าวเท้าเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งอย่างว่าง่าย

ก็ยังน่ากลัวเหมือนเดิม..

 

รถแล่นออกมาได้สักระยะแล้วแต่บรรยากาศในรถยังคงเงียบเหมือนเดิม  ฟ้าใช้สายตาในการลอบแอบมองเสี้ยวหน้าของสิงห์เป็นระยะๆ จนเขารู้สึกตัวต้องปรายตามองกลับไปยังร่างบางเหมือนกัน 

คนแอบมองถูกจับได้ก็รีบหันไปมองวิวข้างถนนกลบเกลื่อนอาการเก้อเขินที่แล่นเข้ามาทำให้ใบหน้าเห่อร้อน แอบเป่าปากเรียกความกล้าของตัวเองกลับมา

“หน้าพี่มีอะไร” สิงห์พูดทั้งๆที่สายตายังจ้องไปยังถนนข้างหน้า

“ปะ เปล่า” ถูกจับได้เห็นได้ยังไง ขนาดแอบสุดชีวิตแล้วนะ

“เด็กขี้โกหก” เขาว่า

“เปล่าสักหน่อย”

 

“แล้วแอบมองทำไม”เขายังคงถามต่อ

“พี่สิงห์คิดไปเอง  ฟ้าไม่ได้แอบมอง จริงๆนะ” เธอยังไงหน้าด้านที่จะโกหกคำโตออกไป ยอมรับว่ารู้สึกดีที่ได้มาอยู่กับเขา เธอยังคงตัดใจจากรักแรกนี้ไม่ได้เลย ยิ่งได้มาเจอกันอีกครั้งทำให้รู้เลยว่า คิดถึงเขาแค่ไหน

“อืม” เขาครางรับเบาๆเหมือนไม่ใส่ใจ แต่เพียงแค่ฟ้าหันไปมองข้างทางเท่านั้นแหละ  รอยยิ้มเล็กๆจึงค่อยปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของสิงห์

ระหว่างทางหลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาใดๆอีกเลยจนกระทั่งรถไปจอดยังร้านเวดดิ้งชื่อดังในตัวเมือง เธอจึงหยิบกระเป๋าสะพานแล้วลงรถเดินเข้าไปยังร้านโดยไม่ได้รั้งรอคนขับรถแต่อย่างใด 

ไม่รู้จะชวนทำไมสุดท้ายเค้าก็เลือกจะเฉยชากับเธออยู่ดี  พอคิดแค่นั้นจึงก้าวฉับๆไปอย่างไม่รีรอ  ทิ้งให้คนมาส่งเลิกคิ้วมองตามแล้วก้าวลงรถเดินตามไป

“สวัสดีค่า  ยินดีต้อนรับค่ะ มีอะไรให้ลิลลี่รับใช้คะ”  สาวประเภทสองนางหนึ่งซึ่งท่าทางน่าจะเป็นผู้จัดการของร้านนี้เมื่อเห็นลูกค้าเดินเข้าร้านมาก็รีบเดินมาต้อนรับถามไถ่อย่างดี

“สวัสดีค่ะ พี่ลิลลี่ใช่มั้ยคะ  คือฟ้าเป็นเพื่อนกับแต้วนะค่ะ  เพื่อนฟ้าแนะนำให้มาร้านพี่ลิลลี่เพื่อมาขอดูแบบตัวอย่างงานแต่งงานค่ะ” เธอบอกจุดประสงค์สำหรับการมาในครั้งนี้ให้กับพี่ลิลลี่ทราบ  เมื่อได้ยินอย่างนั้นพี่เค้าก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเชิญให้เข้าไปนั่งในร้าน

“บอกแฟนให้ไปนั่งรอโซฟาตรงนั้นได้นะคะ” พี่ลิลลี่หันไปมองคนข้างหลังเธอซึ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  เธอได้แต่หลบสายตาคนหน้านิ่งเมื่อพี่ลิลลี่เข้าใจว่าเราทั้งสองเป็นแฟนกันจนเอ่ยทักไปอย่างงั้น

“แฟนน้องฟ้าเชิญนั่งรอตรงนู่นก่อนได้นะคะ เดียวพี่ขอยืมตัวแฟนแปปหนึ่ง จะให้ไปลองชุดหน่อยว่าชอบแบบไหน”  เดี๋ยวนะ!! คือพี่ลิลลี่เข้าใจว่าเธอและพี่สิงห์จะแต่งงานกันหรอ

ก่อนที่เธอจะได้ปฏิเสธอะไรไป  คนหน้านิ่งกลับเดินผ่านตัวเธอเข้าไปข้างในของร้านที่จัดชุดเก้าอี้เอาไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้คิดอะไร และไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ

เขาไม่คิดแต่เธอคิดหนิ!!!

“คือพี่ลิลลี่คะ ฟ้ามาดูชุดให้พี่ชายอะค่ะ งานแต่งพี่ชาย” เธอหันมาบอกคนเข้าใจผิดด้วยเสียงอ่อยๆ

“อ้าวต๊าย ขอโทษนะคะ พี่ลิลลี่ก็นึกว่าเป็นงานของน้องฟ้า อย่าถือสานะคะๆ”พอได้ยินอย่างนั้นเธอจึงพยักหน้ายิ้มรับเบาๆ ก่อนจะถูกลากเข้าไปดุชุดข้างในห้อง

 

ใช้เวลาไม่นานสำหรับการเดินดูแบบชุดที่แขวนเอาไว้ในร้านสมกับที่เป็นร้านเวดดิ้งชื่อดังของจังหวัดนี้มีพร้อมครบทุกอย่าง เธอเลือกหยิบแคตตาล็อกชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวสามสี่เล่มพร้อมกับรูปแบบของงานแต่งงานเอากลับไปให้คุณนายขิมช่วยเลือกและให้เพื่อนของเธอดู จากนั้นค่อยนัดวันมาลองชุด

“น้องฟ้าขา ไม่ลองชุดดูสักหน่อยหรอคะ ถ่ายส่งไปให้คุณแม่ดูว่าถูกใจหรือเปล่า”

“จะดีหรอคะ” เธอลังเล

“ดีสิคะ ลองของจริงดู รูปร่างคุณน้องฟ้ากับเพื่อนในรูปดูใกล้เคียงกัน ลองดูก่อนเผื่อจะถูกใจกว่ารูปในแบบ”

เธอจึงเลือกชุดเจ้าสาวไปลองใส่ทั้งหมดสามชุด เป็นชุดที่หมายตาเอาไว้ว่าเหมาะกับลูกพีชมากที่สุด เธอเดินเข้าไปลองสวมในห้องลองชุดพอเดินออกมาก็มีเหล่าพนักงานในร้านคอยช่วยเหลือจัดแจงชุดพร้อมกับออกแบบทรงผมให้เหมาะ  เธอยืนหันหน้าไปมองกระจกบานใหญ่เห็นตัวเธอในนั้นแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันได้ใส่ชุดนี้เพราะคนที่อยากแต่งงานด้วยเขาดันไม่ได้รักชอบเธอเลยสักนิดเดียว

“ไหนลองเดินออกมาข้างนอกหน่อยสิคะ”พี่ลิลลี่เปิดประตูเข้ามาเรียกให้เธอหันไปหา ก่อนจะก้าวเดินช้าๆระคนตื่นเต้นออกจากห้องลองชุดไปยังห้องที่มีใครบางคนนั่งรอยู่

“หุย สวยมากเลยคะ คุณน้องฟ้า” พี่ลิลลี่เอ่ยชมพร้อมยิ้มกว้างรีบเดินไปจูงมือของเธอให้เดินออกมาไวๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหาคนข้างหลัง

“คุณสิงห์คะ คุณน้องฟ้าสวยมากเลยค่ะ”  น้ำเสียงตื่นเต้นของเจ้าของร้านทำให้คนนั่งรอนานนับชั่วโมงเงยหน้าจากนิตยาสารในมือจ้องมองไปยังร่างบอบในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์

นิตยาสารในมือหนาของสิงห์หล่นลงตกพื้นโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกตัว เพราะสายตายังคงจับจ้องไปยังคนตรงหน้าตาไม่กระพริบตะลึงกับความงามที่เห็นและไม่สามารถบังคับหัวใจแกร่งของตัวเองให้เต้นแรงน้อยลงได้เลย

สวยจนเหมือนนางฟ้า....

ร่างสูงสมส่วนของคนออกกำลังการเป็นประจำผุดลุกขึ้นเหมือนคนละเมอสายตาคมกล้าจับจ้องไปยังหญิงสาวไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย

ส่วนคนถูกจ้องเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนอีกฝ่ายมองมาขนาดนี้  มองเหมือนมีใจให้ มองเหมือนรัก มองเหมือนเป็นเจ้าของ

“แหม คุณสิงห์เก็บอาการหน่อยค่า รู้ว่าแฟนสวยแต่เห็นแล้วรู้สึกเขินแทนยังไงไม่รู้ค่า” เสียงของพี่ลิลลี่เหมือนเรียกสติของทั้งสองคนให้กลับคืนมา ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แม้ใบหน้าจะดูนิ่งเฉยเหมือนเดิมแต่ใบหูทั้งสองข้างกลับแดงจนคนเห็นยังเอ็นดู ส่วนคนในชุดเจ้าสาวรีบก้มหน้ามองพื้นไม่สบตาใคร

“ไม่สวยเท่าเจ้าสาวตัวจริงหรอกค่ะ แล้วก็ฟ้าไม่ได้เป็นแฟนพี่สิงห์” คำแก้ต่างของฟ้าที่บอกยังลิลลี่ทำเอาคนถูกคิดว่าเป็นแฟนด้วยหันขวับกลับมอง แววตาเข้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

“ว้ายย พี่เข้าใจผิดอีกแล้วหรอเนี้ย”ลิลลี่รู้สึกงงกับคนทั้งคู่ เพราะมองหน้ามองหลังตีลากาห้าตลบมองก็ดูออกว่ารักกันชอบกัน โดยฝ่ายผู้ชายนั้นถึงจะเก๊กหน้านิ่งแต่สายตานั้นไม่คาดเคลื่อนจากร่างน้อยนั้นเลย ทำท่ากระวนกระวายตอนเห็นเข้าไปลองชุดนานๆจนเธอต้องเดินมาบอกว่าให้ใจเย็นๆถึงกลับไปนั่งนิ่งเหมือนเดิม

“......”ฟ้าก้มหน้าเงียบ

“.......”สิงห์ยืนนิ่งมองไปนอกร้าน

“อ้า ถึงจะเป็นชุดของเพื่อนคุณน้องฟ้า แต่ยังไงสักวันคุณน้องก็ต้องได้ใส่  อย่าลืมแวะมาร้านพี่นะคะ” ลิลลี่เป็นคนเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบซึ่งเกิดขึ้นมาชั่วขณะ และคำพูดของเธอก็ได้สะกิดให้ทั้งสองคนหันมาสบตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ

นั่นสินะ สักวันผู้หญิงตรงหน้าเขาก็ต้องได้ใส่ชุดนี้ ชุดเจ้าสาวแสนสวย ได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดี เพียงแค่คิดมือแกร่งของสิงห์ก็กำแน่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกแรงบีบที่หัวใจมันบีบรัดให้รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหน่วงรุนแรงเพียงแค่คิดว่ามีคนอื่นมายืนเคียงข้างเป็นเจ้าบ่าวของฟ้า

เขาทนได้หรอ??  คำถามที่ถามตัวเองซึ่งในหัวมันก็ตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วเลยว่า ใครมันจะไปทนกันวะ!!!

ไม่ยอม!!

“คงไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกค่ะ ฟ้ายังไม่คิดแต่งงาน”พูดจบก็เบือนหน้าหนีสายตาคมคู่นั้นทันที

เขารู้ดีแก่ใจว่าทำไมเธอถึงยังไม่คิดแต่งงานแต่กลับทำตัวเหมือนไม่ยอมรับรู้ หึ มันแค่นี้แหละคุณค่าหัวใจของเธอ มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

หลังจากลองชุดเสร็จเธอไม่ลืมขอบคุณพี่ลิลลี่ที่เป็นธุระจัดการเอาแบบชุดและของชำรวยต่างๆให้ รวมทั้งจัดหาช่างทำผมแต่งหน้าให้กับงานของพี่ชายเธอ

เมื่อเดินออกมาจากร้านก็ตรงดิ่งไปขึ้นรถโดยที่ไม่ยอมพูดจากับคนมาส่งแต่อย่างใด ส่วนเขาก็เดินตามออกมาเงียบๆเช่นเคย  แต่เธอรู้สึกตัวดีว่าถูกเขาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ

อยากมองก็มองไปทีเธอยังแอบมองเขาบ่อยๆเลย แฟร์ๆดี

“ไปไหนต่อ”คนขับรถหันมาถาม

“เดี๋ยวฟ้าจะแวะไปเอาของให้แม่ที่ตลาดกลางเมือง พี่สิงห์แวะให้ฟ้าลงตรงหน้าตลาดก็ได้” เธอบอกแค่นั้น คนขับทำเพียงแค่ครางในลำคอทีนึงแล้วขับรถออกไป

ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงตลาดกลางเมือง เมื่อรถจอดนิ่งสนิทแล้วเธอก็ขยับตัวจะลงจากรถติดแต่ว่ามีมือหนาของคนขับคว้าแขนเรียวเอาไว้ซะก่อนทำให้ชะงักตัวไปเล็กน้อย

เขาไม่รีรอพูดอะไรเอี่ยวตัวไปทางด้านหลังเบาะคนขับแล้วหยิบเอารองเท้าผ้าใบสีขาวออกมาจากถุงส่งให้เธอ

“เอาไปใส่ ส้นสูงไม่เหมาะ” ความหมายของเขาคือเธอจะเดินตลาดตอนสายๆด้วยการใส่ส้นสูงไม่ได้ว่างั้น เธอก้มมองรองเท้าผ้าใบในมือเขาสลับกับเงยหน้ามองคนถือไปมองก่อนจะละเมอพูดออกมา

“รองเท้าของฟ้า” ใช่มันคือรองเท้าของเธอตอนกำลังจะเรียนจบมันเป็นของขวัญที่เขาซื้อให้ เธอรักรองเท้าคู่นี้มาก มากจนไม่กล้าใส่เก็บใส่กล่องไว้เป็นอย่างดี แต่มันกลับมีเหตุให้ต้องปาทิ้งใส่คนให้ 

เพราะวันนั้นเป็นวันเกิดเขาเธอจึงอยากใส่ไปอวดบ้างกลับต้องมาเห็นภาพบาดตา สาวสวยในอำเภอคนหนึ่งกำลังยืนกอดเขาอยู่ด้วยอารมณ์โกรธเธอจึงพุ่งเข้าไปหวังจะแยกสองคนนั้นออกมาจากกัน แต่กลายเป็นว่าเธอดันไปทะเลาะกับลูกสาวของหัวหน้าเขา  แล้วเขาก็หาว่าเธอก่อเรื่องจนเธอทนต่อคำพูดสายตาของเขาไม่ไหวถอดรองเท้าคู่นี้แล้วปาใส่หน้าอกเขาอย่างแรงพร้อมกับวิ่งร้องไห้ออกมา หลังจากวันนั้นเขาก็ถอยห่างออกจากเธอพร้อมกับรองเท้าผ้าใบคู่นั้นที่เธอคิดว่าคงถูกทิ้งไปแล้ว

เขายังเก็บมันไว้อยู่หรอ..

“พี่เก็บไว้อยู่หรอ ฟ้านึกว่าทิ้งไปแล้ว” เธอพูดขึ้นเบาๆไม่มองหน้า

“ไม่เคยคิด” ไม่คิดจะทิ้ง..

“ อะ อืม”

เธอรีบก้มสวมรองเท้าผ้าใบหัวใจก็เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ ระหว่างใส่รองเท้าก็รู้อยู่เสมอว่าถูกมองแต่ก็ยอมหันไปสบตาด้วย จนใส่เสร็จก็รีบปิดประตูรถจ้ำอ้าวเดินเข้าไปในตลาดไม่เหลียวหลังกลับไปมอง

อากาศร้อนในตอนสายๆท่ามกลางผู้คนจำนวนมากในตลาดทำให้ใบหน้าน้อยสวยหวานของฟ้าแดงก่ำด้วยไอแดด เธอเดินไปตามทางที่มีร้านค้ามากมาย คุณนายขิมใช้ให้เธอมาเอาชุดเครื่องเพชรจากร้านของเพื่อนเก่าสมัยเรียนซึ่งเปิดมาเป็นสามสิบกว่าปีแล้ว

“หิวน้ำจัง” ดวงตากลมสวยหันมองไปรอบๆเพื่อหาร้านค้าขายน้ำเย็นๆแต่มีอันต้องสะดุ้งเมื่อใบหน้าสัมผัสกับความเย็นตรงข้างบริเวณแก้มจนต้องรีบหันไปหาที่มาของความเย็น  ก็เห็นว่าเป็นแก้วน้ำหวานชามะนาวของโปรดเธอ ซึ่งส่งมาจากพ่อมาดนิ่งพูดน้อย

“พี่สิงห์”ริมฝีปากบางขยับเอ่ยออกมาเบาๆ

“ดื่ม” เขาบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เธอรับมาก่อนจะดูดน้ำในแก้วพลางใช้สายตาเหลือบมองคนเอาน้ำมาให้ เขายืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางผู้คนมากมาย แม้จะมีคนนับร้อยนับพันอยู่ในตลาดแต่สายตาของเธอกลับมองเขาแค่เพียงคนเดียว มองแค่เพียงคนเดียวมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยเหลือบแลมาหาเธอเลย 

คิดได้แค่นั้นก็ก้มหน้าหลบซ่อนความในใจของตัวเองเอาไว้ ไม่อยากให้เขาเดินถอยห่างเธอไปมากกว่านี้ แค่ได้เห็นได้คุยก็พอใจแล้ว เธอจะเรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ เธอไม่มีสิทธิ์

เขาให้เป็นแค่น้องสาว ก็เป็นให้ได้

“พี่ไปรอที่รถก็ได้นะ เดี๋ยวฟ้าไปซื้อของแปปเดียวจะรีบกลับไป” เธอบอกก่อนจะหันหลังก้าวเดินออกไปไม่สนใจฟังคำตอบ

คล้อยหลังร่างบอบบางเดินฝ่าผู้คนในตลาด ร่างสูงของสิงห์ก็เดินตามหญิงสาวไปอย่างเงียบๆเฝ้ามองดูแผ่นหลังบอบบางนั้นเดินนำหน้าเขาไปแล้วแอบเผลอคิดไปสมัยเด็กๆ ที่เขามักจะเฝ้ามองเธออย่างนี้เป็นประจำ เฝ้ามองดูรอยยิ้มเสียงหัวเราะ จนเขาทำลายมันลงไป จนไม่กล้าจะเข้าใกล้ให้เธอต้องร้องไห้

“ พี่ตามฟ้าหรอ” เธอหยุดเดินแล้วหันตัวไปถามคนข้างหลังซึ่งเดินตามเธอมาตลอดทางจนอดไม่ไหวต้องเอ่ยถามไม่เข้าใจ

“.......”เขาหยุดเดินแต่ไม่ตอบคำถาม ใช้สายตาเรียบนิ่งมองมาแทน   เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดเขาไม่อยากอยู่ใกล้เธอไม่ใช่หรอ

แต่การกระทำเม้มปากนั้นของฟ้ากลับทำให้คนมองจ้องไปยังริมฝีปากบางเล็กสีแดงระเรื่อธรรมชาติ แล้วมีอันต้องเผลอขบริมฝีปากล่างตัวเองไปด้วย

“แล้วพี่จะเดินตามฟ้าทำไม” เธอถามย้ำอีกครั้ง

“ไม่ได้ตาม” เสียงเรียบเรื่อยตอบกลับแต่ใบหน้าหล่อยังคงติดนิ่งเฉย

ไม่ได้ตาม..

แค่ไม่ยอมหยุดก้าวเท้าเดินต่อเรื่อยๆ แค่ไม่ยอมปล่อยให้เดินคนเดียวลำพัง แค่ไม่ปล่อยให้คาดสายตา แค่มาตามหัวใจ

ก็แค่ทำตามหัวใจ แค่คิดถึง..

 เขาผิดหรอ...

พอฟ้าได้ฟังคำปฏิเสธของเขาก็เกิดอาการห่อเหี่ยวหัวใจอีกครั้ง หวังลมๆแล้งๆอีกตามเคย  เขาไม่ได้มาสนใจเธอนอกจากทำตามคำขอของคุณนายขิมก็เท่านั้น

“งั้นก็ตามใจพี่”เธอตอบเสียงสะบัดพร้อมกับรีบก้าวออกไปจากตรงนั้นด้วยความหงุดหงิด  เขากำลังจะทำเธอเป็นบ้าวันๆมีกี่อารมณ์ไม่รู้

ส่วนคนโดนทิ้งไว้ข้างหลังกลับส่งเสียงหัวเราะหึเบาๆในลำคอเหมือนพอใจอะไรบางอย่าง พลางเดินตามคนขี้งอนไปติดๆไม่ยอมให้คาดสายตารวมทั้งคอยส่งสายตาข่มขู่ให้กับบรรดาผู้ชายในตลาด กำลังจ้องมองคนสวยร่างบางตาเป็นมันจนคนอื่นๆที่ถูกสายตาคมดุคู่นั้นมองแอบหลบตาแทบไม่ทัน

ถามว่าเขาหวงมั้ย ....ก็คิดดูเอาสิ

 


--เธอ...ฉันขอโทษเด้อหายไปหลายวัน เป็นไข้จ้า ยังไม่หายดีแต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมอยู่ มาส่งต่อนิยายได้อยู่วันนี้--



❤ขอกำลังใจให้ก้าวต่อไปด้วยน้า❤

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #30 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 01:28
    ทำไมสิงห์ต้องปฏิเสธฟ้าขนาดนั้น??
    #30
    1
  2. #29 Moogapok (@Moogapok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 00:42

    หายไวๆน๊า ยังไงก็รออ่านจ้า

    #29
    1
  3. #28 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 08:36
    ความชอบแกล้งนี้ สนุกเค้าล่ะ
    #28
    1
  4. #27 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 01:13
    หน้าเดิม คนเดิม
    #27
    1
  5. #26 Moogapok (@Moogapok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 21:17

    เสี่ยวๆแบบนี้คงไม่มีใครอีกล่ะ นอกจาก...ป๋าครามคนหื่นชัวร์ๆ

    #26
    1