My super Surprise รักใหญ่ๆ ของผู้ชายสุดคูล

ตอนที่ 8 : My super Surprise 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    23 ก.ค. 62

 

 

อื้อออ...

ผมเอามือปัดๆ ขนแถวหูตัวเองที่รบกวนการนอน

 

ยังไม่ตื่นหรือไง มึงมีเรียนเช้านะ

อืม ขอเวลาอีก 10 นาที

 

ฟังก์ชัน

ผมได้ยินแล้ว แต่ขอนอนอีกนิดได้ไหมล่ะ ตั้งแต่กลับจากบ้านมา ก็เรียนหนัก สอบย่อยก็หนัก หนักมาสองวันติดกันเลยนะ ขอนอนแค่นี้เองให้กันได้ไหม

 

ฟังก์ชัน.. ครับ

เสียงงุงงิ้งๆ ของคนที่นอนข้างๆ กัน  เริ่มดังใหม่อีกครั้ง ทำให้ผมหงุดหงิดต้องลืมตาก่อนจะระลึกชาติได้ จนต้องรีบขยับตัวออกห่างพี่ไพรส์เหมือนทุกครั้ง

 

ทำเหมือนไม่ชิน

ไม่มีครั้งไหนที่ผมจะชิน บอกเลย

 

ผมขยี้ตาก่อนจะรีบลุกจากเตียงตรงไปยังห้องน้ำ ไม่มีใครชินกับการถูกกอดไหมล่ะ ยิ่งจากผู้ชายด้วยกันแล้ว มันไม่ธรรมดาแน่นอน ก่อนเข้านอนเราก็ต่างคนต่างนอน แต่ทำไมตอนตื่น ผมถึงได้ไปอยู่ในอ้อมกอดของพี่ไพรส์ได้ก็ไม่รู้ เหมือนจะชินแต่ก็ไม่ชินอยู่ดี

 

 

เดี๋ยวไปส่ง

 

ผมได้ยินเสียงพี่ไพรส์ดังเข้ามาในโซนแต่งตัวที่ผมกำลังแต่งตัวอยู่ อะไรคือ การจะไปส่งผมเรียน? ทุกวันนี้ผมก็มีไอ้บามารับมาส่งอยู่แล้วนะ

 

ไม่เป็นไรอ่ะพี่ พี่มีเรียนบ่าย จะไปส่งผมทำไม

ปากตอบพี่ไพรส์ไป มือก็รีบใส่เสื้อนักศึกษาตัวเก่ง

 

กูจะไปเอาของที่ห้องเพื่อน

เอาของที่เพื่อน ก็ไปเอาสิ ไม่ต้องไปส่งผม

คราวที่แล้วก็ไปเอาของที่เพื่อน อย่าคิดว่าผมจำไม่ได้นะ

 

กูไม่ได้ตั้งใจไปส่งมึง กูแค่จะเอามึงไปทิ้ง อย่าสำคัญตัวผิด

โคตรเหี้ยอ่ะ คำพูดคำจาสวนทางกับหน้าตาฉิบหายเลยนะพี่ไพรส์นะ แล้วผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองสำคัญด้วย!!

 

หวัดดีชัน วันนี้มายังไงอ่ะ

สองขาเดินเข้าห้องมาปุ๊ป ก็เจอคำถามจากน้องบิงตาใสปั๊ป แถมด้วยสายตาของพวกอยากรู้อยากเสือกอย่างเช่น เชี้ยบากับสัสวินอีก แค่นั้นก็คงจะยังไม่มากพอให้ได้ตื่นเต้น เพราะยังมีสายตาของคนในห้องเรียนที่เหลือบๆ มองมา คือไม่ต้องเดาเลยว่า ทุกคนต้องการอะไร

 

อยากเสือกเรื่องกูกันอีกแล้ว

 

ขึ้นรถเมลล์มาอ่ะ เพราะไอ้บาไม่ไปรับ!

ผมตอบน้องบิงสั้นๆ พร้อมกับมองหน้าคาดโทษไอ้บาอย่างแรง แม่งบอกมาได้ไงว่า ถึงมอแล้วงี้ ไอ้เหี้ย ผมเลยต้องไปอ้อนวอนขอติดรถพี่ไพรส์ให้พี่ไพรส์มาทิ้งจนได้

 

กูลืมอ่ะ ขอโทษจริงๆ

ไอ้บาตอบแหะๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปเล่นโทรศัพท์ต่อ คือมันมีอะไรสำคัญมากเหรอเดี๋ยวนี้?

 

แต่ก่อนเข้ามอ กูเห็นรถพี่ไอ้ซิงอยู่แถวหน้ามอนะ

ไอ้บาพูดงึมงำออกมาเสียงเบา ว่าแต่มึงยังมีหน้าไปเห็นอีกเหรอ?

 

ไหนมึงมาถึงมอก่อน แล้วมึงจะเห็นได้ยังไง?”

“...”

ไอ้บาหน้าซีดเป็นกระดาษซับหน้า ก่อนมันจะรับหันไปหยิบสมุดในกระเป๋าออกมาเตรียมตัวเรียนคาบแรกแทน อีกทั้งยังไม่กล้าสบตาผมที่กำลังจะนั่งข้างๆ มันอีก

 

เรื่องไอ้บาช่างมันเหอะ ค่อยเก็บไปทะเลาะกัน แต่อยากรู้ว่ามาด้วยกันจริงป่ะ?

“…”

คือ มีคนเห็นรถพี่ไพรส์แถวหน้ามอจริงๆ

เห็นแล้วยังไง กูไม่ได้มาด้วย

สุดท้ายผมก็ต้องยอมตอบน้องบิงที่ยังคงสงสัยและทำหน้าตางงๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่ามาทำหน้าตาน่ารักได้ไหม ยังไม่อยากถูกไอ้วินแดกหัวนะ

 

มากับพี่ไพรส์ก็บอกมาเหอะชัน คนอื่นเขาก็เห็นกันหมด

ฮิ้ววววววว

เสียงของตุ๊กตาเพื่อนร่วมคณะของผมดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงโห่ร้องของเพื่อนร่วมห้อง ทำให้ต้องหันไปมองอย่างเสียไม่ได้

โอ้โห แทบจะทุกสายตาหันมาโฟกัสผมคนเดียวเลยนะ ไม่สนใจในอีก 30 นาทีข้างหน้ากันเลยเหรอ เดี๋ยว อ. มานะเว้ย

 

ไม่ใช่แล้ว พวกเธอตาฝาดกันแล้วแหละ

ตอบเสียงนิ่งๆ พลางส่งยิ้มแห้งไปให้ แต่เชื่อไหมว่าในใจผมพูดแค่ว่า โคตรเชี้ยเอ้ย ไอ้สัสส!! กูจะรอดไหมเนี่ยย!! ทำไงต่อดีว่ะแม่ง!! นี่ขนาดพี่ไพรส์ทิ้งผมแค่หน้ามอ แล้วผมนั่งรถรางเข้ามานะเว้ย ยังจะอุตส่าห์ไปเห็นกันอีก

 

ไม่ฝาดนะ กลุ่มพวกเราเห็นกันทุกคน

ใช่ๆ และไม่มีใครว่าอะไรฟังก์ชันหรอก

แต่ทำไมไม่ให้พี่ไพรส์มาส่งในมออ่ะ ส่งทำไมหน้ามอ กลัวมีปัญหากับรุ่นพี่เหรอ

ยังอีก ยังจะมีคนช่วยยืนยันอีก!! แถมมีคำถามกลับมาเป็นพวน ฮือออออ ใครก็ได้ช่วยผมที

 

ไงล่ะมึง สรุปยังไง?”

ก็กู...

ก็กูอะไร

อย่ามาคาดคั้นได้ไหมไอ้วิน ไอ้เหี้ยเอ้ย!

 

เออ! คือมาด้วยกัน กูติดรถพี่เขามา เพราะพี่เขาจะมาเอาของห้องเพื่อน เลยแวะเอากูมาทิ้งหน้ามอ พอใจมึงหรือยัง?!”

ฮิ้ววววววววว

ผมพูดจบเพื่อนในห้องก็ส่งเสียงร้องคล้ายชอบใจที่ผมตอบไอ้วิน แม่งเอ้ยเพราะการที่ผมโกหกไม่เนียน เมื่อโดนจับได้ทุกทางแบบนี้เลยไม่รู้จะปฎิเสธยังไง แล้วไงอ่ะ ผมแค่ติดรถมาเฉยๆ ไหมล่ะ

 

กูแค่ติดรถมาเฉยๆ จะฮิ้วไรเยอะแยะ

จ้าาาาาา จะบอกช่วงนี้พี่ไพรส์ไม่ยุ่งกับใครเลยนะ

แล้ว... แล้วยังไง

อย่านะไอ้ชัน มึงอย่าตื่นเต้นดีใจไป เดี๋ยวพวกแม่งรู้ว่าช่วงนี้มึงหวั่นไหวอยู่

 

เหมือนจะยุ่งแค่ชันคนเดียวอ่ะ

เฮ้ยยยย มั่วแล้วๆ ไม่ใช่ๆ

เพจเอารูปชันกับพี่ไพรส์ลงบ่อยนะ เช็คบ้างๆ

มันไม่มีอะไรจริงๆ ไม่มีนะเว้ย!

อยากจะตายห่า เมื่อเพื่อนร่วมคณะหลายคนหัวเราะคิกคักและคิดกันไปอีกทาง อิเพจตัวดีนี่ก็อีก ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็น ผมเห็นครับ! แต่ผมไม่อยากจะพูด ก็รูปที่เอาไปลงอ่ะ แม่งฟ้องขนาดนั้นว่า ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ใกล้กัน ผมนี่แทบอยากยกตีนมานวดขมับแล้วขอตัวกลับไปนอน เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเกิดรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีสัสๆ

 

ตอแหล!

และเหมือนลางสังหรณ์ผมจะชัดจนน่ากลัว เมื่อปรากฏร่างผู้หญิงคนหนึ่งในห้องเรียน เสียงหัวเราะในคราแรกเงียบลงทันทีเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

พี่พริ้ม? พี่พริ้มเหรอ?

 

พี่ผู้หญิงคนสวยที่ผมเคยเจอในคอนโดเดียวกัน คนที่ดูเหมือนเป็นมิตรและอ่อยผม แต่รอบนี้... กลับดูเหมือนว่าพี่พริ้มจะไม่ได้อยากเป็นมิตรและอ่อยผมแล้ว เพราะรอบตัวพี่พริ้มมีแต่ผู้หญิงหน้าตาดุๆ จิกๆ กัดๆ ทั้งนั้น

นี่จะเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?

 

หน้าไม่อายเลยเนอะ ตอแหลได้หน้าด้านๆ

หูผมคงไม่ได้เพี้ยนใช่ไหม? คนที่ยืนด่าผมตอนนี้คือ ผู้หญิงคนเดียวกันกับที่อ่อยผมในวันนั้น ทำไมใช้คำพูดได้0แย่ขนาดนี้วะ ทำเอาผมอึ้งจนพูดไม่ออกเลยอ่ะ

 

ทั้งสายตาที่ส่งมาและน้ำเสียงที่เอ่ยบ่งบอกว่า ตอนนี้พี่พริ้มจริงจังในทุกคำพูด

 

ใช่ คิดว่าวิเศษมากเหรอไง?!!!”

 

เพียะ!!

 

เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเร็วจนผมตามไม่ทัน หน้าผมหันไปตามแรงตบของผู้หญิงอีกคนที่พูดประโยคล่าสุด และก่อนที่จะมีการตบครั้งที่สอง เพื่อนร่วมคณะก็วิ่งเข้ามาห้ามก่อน

 

เหี้ยยยยยย

 

นี่มันเกินไปแล้วหรือเปล่าวะ ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เพื่อหันไปมองหน้าผู้หญิงคนนั้นให้ชัด โดยมีพี่พริ้มเป็นศูนย์กลางของห้องและโต๊ะเรียนคือคั่นกลางเหมือนแบ่งอาณาเขตระหว่างสองฝั่ง

 

รู้สึกหน้าข้างซ้ายเริ่มชาและได้กลิ่นคาวๆ สัส ตบทีเลือดออกเลยเหรอวะ เรื่องนี้ต้องถึงหูเจ้ผมแน่ๆ !!

 

ทำไมพวกพี่ต้องทำชันขนาดนี้ด้วยอ่ะ? คุยกันดีๆ ก็ได้ไหมครับ

แล้วทำไม ฉันจะทำเพื่อนแกไม่ได้?!”

ผู้หญิงคนเดิมตะหวาดน้องบิงกลับ จนน้องบิงสะดุ้งถอยหลังมือปัดสมุดร่วงจากโต๊ะ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ

 

คำถามที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือมีสิทธิ์เหี้ยไรมาตะคอกน้องบิงกูวะ!! ผมมองหน้าพี่คนเดิมเขม็ง คิดหาคำพูดเพื่อจะเอ่ยถาม

 

แล้วจะตะคอกใส่น้องบิงทำเชี้ยไรวะ!!!!

พี่คนเดิมถึงกับผงะถอยหลัง เมื่อไอ้วินลุกขึ้น ใช่ครับ ประโยคเมื่อกี้ไม่ใช่ของผม บางทีผมอาจลืมคิดไปว่า สำหรับไอ้วิน น้องบิงคือ ทุกข้อยกเว้น

 

ปกป้องกันดีจริงๆ เลยนะ

“…”

พี่พริ้มปรายตามองหน้าน้องบิง ก่อนจะมองหน้าไอ้วิน ไอ้วินเองก็จ้องตอบกลับแบบไม่ยอมเหมือนกัน

 

พวกผิดเพศสินะ

แล้วยังไงครับ?”

ผมถามกลับทันทีจนแทบจะเป็นวินาทีเดียวกันกับประโยคของพี่พริ้ม พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งดึงแขนไอ้วินไว้แน่น เพื่อไม่ให้มันพุ่งไปต่อยพี่พริ้มทั้งยังต้องจับมือไอ้บาเอาไว้ด้วยอีกคน อย่าหาว่างั้นงี้เลยนะ

แต่นั่นมันผู้หญิงเว้ยยย พวกมึงต่อยไม่ได้ไง ผมได้แต่คิดพลางบีบมือให้พวกมันให้ใจเย็นลง มองดูสีหน้าน้องบิงตอนนี้ นึกกลัวใจว่าน้องบิงจะร้องไห้... ยิ่งพาลบีบหัวใจผมให้เต้นแรงไปอีก

 

ผมจะไม่ยอม... จะไม่ยอมให้เพื่อนผมต้องมาโดนคำพูดจาดูถูกจากคนที่ไม่รู้จักกันไปมากกว่านี้ จะเป็นอะไร จะรักใคร จะชอบใครแล้วมันยังไง?

 

ยอมรับแล้วเหรอว่า ใช่?”

ผมก็ถามว่า แล้วยังไงครับ?”

ผมไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนในละครที่ต้องให้เกียรติผู้หญิงที่ทำตัวแย่ๆ พระเอกในละครมันโง่แต่ผมฉลาด ว่าแต่ผู้หญิงที่ไม่ให้เกียรติคนอื่นนี่ ผมด่าแทนต่อยได้ใช่ไหม?

 

ก็หน้าด้านไง! แกมีสิทธิ์อะไรมาแย่งผู้ชายของฉัน! ตอนแรกที่เจอก็ดูจะเป็นผู้ชายแมนๆ แต่ที่ไหนได้ แกมันก็แค่พวกผิดเพศ ที่ชอบหลอกคนอื่นว่า ตัวเองแมน น่าสมเพชสิ้นดี!!

 

ประโยคคำพูดที่ค่อนข้างจะรุนแรง เสียดแทงเข้าไปในอกผมลึกมาก พี่พริ้มต้องโตมายังไงเหรอ ถึงกล้ามายืนด่าคนอื่นปาวๆ กลางห้องเรียนได้ขนาดนี้

แล้วคนอย่างผม เคยยอมใครไหม? คำตอบคือ ก็คือไม่อยู่แล้ว อย่างที่ผมบอกไป ยิ่งผู้หญิงแบบนี้ก็ยิ่งไม่ใช่ หม่าม้าไม่เคยสอนให้ผมทำดีด้วยหรอกนะ และไม่ว่าจะเพศไหน หม่าม้าสอนให้ทำดีกับคนที่ดีกับเรา ส่วนคนที่เหี้ยกับเรา ก็เหี้ยกลับไปครับ อย่าไปยอม!!! ม้าผมแม่งเจ๋งอ่ะว่าไหม?

 

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชื่นชมหม่าม้าไง!! ตั้งสติดีๆ ไอ้ชัน สิ่งที่มึงจะทำต่อจากนี้มันจะส่งผลทุกอย่างทันทีที่เรื่องมันจบ ฮึ้บไว้ ฮึ้บ!!

 

ต่างจากผมนะครับ

“?”

พี่พริ้มขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจ โอเค ผมสูดหายใจเข้าไปลึกๆ เพราะประโยคต่อจากนี้ มันจะทำให้พี่ลืมไม่ลง

 

ตอนแรกที่ผมเจอพี่

“…”

พี่ดูจะแรดและร่านมาก

แก!”

ยั่วผมทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ แต่โชคดีมากนะครับ ที่หม่าม้าผมเคยสอนไว้ว่า ผู้หญิงแบบนี้ไม่ควรข้องเกี่ยวเพราะจะทำให้ชีวิตพังและต่ำลง

แก!!!!!

พี่พริ้มร้องเสียงหลงด้วยความโกรธ ง้างมือขึ้นเตรียมจะตบผมซ้ำรอยที่พี่อีกคนตบ แต่อย่าหวังว่าจะได้ตบเลยนะครับ เพราะผมยกมือจับมือพี่พริ้มไว้แน่นมาก

 

ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากข้างซ้ายขึ้น เหี้ยเอ้ยยยย โคตรเจ็บอ่ะ ฮืออออออ แต่ผมจะแสดงออกให้พี่พริ้มรู้ว่าเจ็บไม่ได้ไง ผมปรายตามองหน้าพี่พริ้มชัดๆ อีกครั้ง

ยอมรับเลยนะว่า พี่พริ้มเป็นคนสวย สวยมาก สวยขนาดที่ผู้ชายหลายคนคงทิ้งพี่พริ้มไม่ลง ทิ้งไม่ลง? แต่ไอ้พี่ไพรส์ทิ้งลงงี้? พอคิดได้ดังนั้น ความคิดด้านเลวๆ ก็สแกนให้ผมคิดอะไรดีๆ ออก

 

ส่วนพี่ไพรส์...

ผมเว้นจังหวะมองหน้าพี่พริ้มที่เลิกคิ้วงุนงงมองหน้ากลับมา สนุกแน่ๆ เตรียมตัวเลยครับเจ๊นมโต

 

พี่ไพรส์เป็นของผมนะครับ ไม่ใช่ของพี่ และพี่ไพรส์เลือกผมด้วยครับ ไม่ได้เลือกพี่

กรี๊ดดดดดดดดด

โห แสบแก้วหูชะมัด สรุปที่ผมว่าๆ ไปก่อนหน้านี้ พี่พริ้มไม่ได้เจ็บปวดอะไรเลย แต่มาเจ็บปวดเพราะผมบอกว่า พี่ไพรส์เป็นของผมเนี่ยนะ? แล้วคิดว่าแค่นี้ผมจะพอใจหรือไง ในเมื่อผมรู้จุดอ่อนของพี่พริ้มชัดขนาดนี้แล้ว

 

อย่าส่งเสียงดังสิครับ

“…”

พี่เป็นแค่ของเล่นไม่ใช่เหรอ? ห้องพี่ไพรส์อ่ะ พี่เคยเข้าไปนอนเหมือนที่ผมนอนอยู่ทุกคืนไหมครับ

 

ผมเน้นชัดกับคำว่า ของเล่น และย้ำชัดในคำว่า นอนอยู่ทุกคืน เข้าไปอีก

 

กรี๊ดดดดด!!! หน้าด้าน!!!!

ใครกันแน่ที่หน้าด้าน?”

ผมต่อปากต่อคำ ยอกย้อนพี่พริ้มกลับไป ให้เหมือนคนมีสิติและใจเย็น ทั้งที่ข้างในใจนั้นได้แต่ตะโกนคำว่า เหี้ยเอ้ยยย เป็นสิบครั้ง แต่ฟาดฟันพี่พริ้มยังไม่จบ ก็ถูกไอ้บาดึงมือให้ถอยหลังออกมายืนรวมกับเพื่อนร่วมคณะอีกหลายคน นี่พวกแม่งพากันมายืนข้างหลังผมตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย

 

มึงพูดเหี้ยอะไรของมึง!

กูก็พูดความจริงไง เขารับไม่ได้เอง

ผมตอบไอ้บากลับไป ก็คือตอนนี้ผมถอยหลังไม่ได้แล้วไง กับเพื่อนค่อยไปเคลียร์ทีหลังได้ แต่ตอนนี้ขอเอาความสะใจก่อน ถ้าไม่ติดว่าพี่พริ้มเป็นผู้หญิง ผมจะไม่มายืนพูดมากแบบนี้แน่นอน

 

กรี๊ดดดดดดดดดด

ฉันจะตบมันแทนพริ้มเอง มานี่!!

เดี๋ยวเฮ้ย!! เกิดไรขึ้นวะ??!”

 

พี่ผู้หญิงที่ตบผมครั้งแรก ยกมือจะตบผมอีกครั้ง โชคดีที่พี่เค้กโผล่มา แม้จะไม่รู้ว่า โผล่มาทำไมก็ตาม แต่รู้ไว้ว่าพี่มึงมาได้ทันเวลาพอดีเลย ฮืออออออออ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าไม่ได้หน้าตึงมานะ

ที่สำคัญพี่เค้กไม่ได้ถามผม แต่กลับถามไอ้คนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงเพราะกำลังโกรธผมอยู่ข้างๆ นี่ต่างหาก ไอ้บามันโกรธผมจนมือสั่น

ล่าสุดที่เคยเห็นมันโกรธใครก็เมื่อนานมาแล้วตอนโดนล้อว่าเป็นตุ๊ด จบเรื่องพี่พริ้มคือผมต้องยกพานไปไหว้ไอ้บาแน่ๆ ฮือออออ

 

เสือกว่ะพี่ ไปไกลๆ ไป

ไอ้บาชักสีหน้าไม่พอใจตอบกลับไป

 

สรุปว่ามีไร?”

แต่พี่เค้กแม่งเมินคำพูดไอ้บาได้หน้าด้านๆ แล้วหันมาหาผมแทน แล้วคิดว่าผมจะตอบยังไงอ่ะ?

 

ผม... ผมไม่รู้เหมือนกันครับ

นี่ไม่ได้เรียกว่า ฟ้องเลยนะ นี่เรียกว่า หยอดประเด็นให้ชวนสงสัย พร้อมทั้งส่งสายตาอันน่าสงสารไปให้พี่เค้ก ทำทีก้มหน้าลงมองพื้นก่อนจะยกยิ้มมุมปากกับตัวเอง

 

เหี้ยยย กูเจ็บปาก!!

 

พี่เค้กคะ! พริ้มไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นนะคะ แค่มาทักทายน้อง

ผมเงยหน้าขึ้นมามองพี่พริ้มที่กำลังโกหกชุดใหญ่ และต้องยอมรับอีกครั้งว่า พี่พริ้มสวยจริงๆ แต่เสียใจด้วยนะครับ ความสวยของคุณหลอกกผมไม่ได้แล้ว!!

 

อ่อ แล้วมึง..?”

พี่เค้กทำท่าเข้าใจที่พี่พริ้มพูด ก่อนจะเลิกคิ้วหันมามองหน้าผมเหมือนจะถามว่า แล้วมึงเป็นเหี้ยไรไอ้ชัน มาทำตัวหน้าสงสารเพื่อ? ฉิบหายยย พี่พริ้มหลอกผมไม่ได้แต่ความสวยพี่พริ้มหลอกพี่เค้กได้!!

 

มึง...

พี่เค้กพูดแค่ มึง ก่อนสายตาจะมาหยุดที่มุมปากของผม เออผมมีหลักฐานนี่หว่าว่า เขาตบผมอ่ะ

 

พวกพี่พริ้มมารุมด่าชันแล้วก็ตบหน้าชันด้วยค่ะ

ตุ๊กตาเพื่อนร่วมคณะเอ่ยบอกพี่เค้ก

 

ไม่ต้องห่วงนะ พวกเราอยู่ข้างชันเสมอ

ตุ๊กตาขยับปากพูดเสียงเบาก่อนจะยักคิ้ว ชูมือสองนิ้ว สู้ๆ ส่งมา แม่งเพื่อนร่วมคณะอย่างเท่เลยครับ

 

เกิดอะไรขึ้น?”

 

แต่ยังไม่ทันจะได้ซึ้งใจอะไรมากไปกว่านี้ เสียงทุ้มหล่อของคนที่เป็นประเด็นก็ทำให้ต้องหันไปมอง พี่ไพรส์มาในชุดกึ่งนอนเหมือนเมื่อประมาณ 20 นาทีที่แล้ว

 

ไพรส์คะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พริ้มแค่ผ่านมาเลยแวะมาทักทายน้องๆ ปีหนึ่ง

พี่พริ้มรีบเดินมาเกาะแขนพี่ไพรส์ทันที แม่งพี่จะโง่เชื่อไหม ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน แต่เหมือนพี่ไพรส์จะรับสัญญาณคำด่าในใจของผมได้ พี่ไพรส์ถึงได้สะบัดแขนตัวเองออกจากมือพี่พริ้มแล้วเดินเข้ามาหาผม ก่อนจะใช้มือเชยคางกันขึ้นมา

 

ไม่ได้นะพี่ไพรส์ ตรงนี้ไม่ได้นะเว้ย อย่ามาทำให้ใจเต้นแรงได้ไหม อย่ามาจ้องหน้าสบสายตาผมนะ ฮืออออออ

 

เป็นอะไร?”

“…”

พี่ไพรส์เปิดปากถามผม ถาม... ด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออกอีกแล้ว แต่ก็ทำให้ผมเกือบหยุดหายใจได้ แถมผมยังหาเสียงตัวเองไม่เจออีกด้วย ฮือออออออ

 

ไพรส์คะ น้องไม่เป็นไรหรอกค่ะ พริ้มหิว ไปทานมื้อเช้ากันดีกว่าค่ะ

พี่ไพรส์ไม่ได้หันไปสนใจพี่พริ้ม แต่กลับจ้องหน้าผมเหมือนรอคำตอบอยู่อย่างนั้น สายตาที่ส่งมาผมอ่านไม่ออกเลยสักนิด จะเป็นห่วงกันเหรอหรือว่าคิดจะด่ากัน

 

ไพรส์คะ

ปล่อย

เสียงนิ่งๆ ของพี่ไพรส์ทำให้ขนแขนผมลุกได้โดยไม่ต้องเจออากาศหนาว พี่ไพรส์ละสายตาจากหน้าผมแล้วหันไปมองมือของพี่พริ้มที่เกาะแขนพี่ไพรส์อยู่

 

แต่ไพรส์คะ...

ผมบอกให้ปล่อยแขนผม

น้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะหงุดหงิดของพี่ไพรส์ ทำให้พี่พริ้มปล่อยแขนพี่ไพรส์ออกอย่างเร็ว มือที่พี่ไพรส์ใช้จับคางกันเมื่อกี้ ตอนนี้กลับเปลี่ยนมาจับมือผมไว้แทนพลางกระชับให้แน่นขึ้น...

 

ผมรู้สึก... รู้สึกโครตอุ่นใจ แต่มันต้องไม่ใช่เวลาแบบนี้!!

ฮือออออออ หัวใจผมทำงานหนักอีกแล้ว

 

ผมไม่รู้หรอกนะว่า เพราะอะไรหลายคนถึงมาอยู่ที่หน้าห้องเรียนของทันตะในเวลานี้

พี่ไพรส์พูดทำลายความเงียบ ทั้งยังมองหน้าพี่พริ้มด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกนั่นแหละ ก่อนจะเว้นจังหวะหายใจเข้าเหมือนกำลังข่มอารมณ์อะไรสักอย่างไว้ก่อนที่พูดประโยคถัดไป

 

แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือ ใครที่ทำให้ฟังก์ชันเลือดออก

“…”

เกิดเป็นความเงียบขึ้นอีกครั้ง ไม่มีแม้เสียงตอบรับจากพี่พริ้มคนเก่งอีกแล้ว มีแต่น้ำตารื้นขึ้นมาเหมือนจะร้องไห้ และอาการลนๆ ของพี่พริ้มเท่านั้น

 

จ๋าเองค่ะ

โอเค พี่คนที่ตบผมเมื่อกี้ชื่อว่า พี่จ๋า หน้าตาก็ดีนะ แต่นิสัยโครตแย่เลย มีสิทธิ์อะไรมาตบผมอ่ะ

 

ทำไมคะ? ตบไม่ได้เหรอ? เซอร์ไพรส์รู้ไหมว่า อิเด็กนี่มันไปเยาะเย้ยพริ้มขนาดไหน ด่าว่าพริ้มเสียๆ หายๆ จนพริ้มทนไม่ไหวต้องมาร้องไห้ให้พวกเราฟัง ทำไมนาย...

 

เพียะ!!!

 

ไอ้ไพรส์!!!

เสียงพี่เค้กตะโกนลั่นห้อง เมื่อมือข้างที่ว่างของพี่ไพรส์กระทบหน้าของพี่คนที่ชื่อจ๋าเสียงดัง นี่มันเลวร้ายเกินไปแล้วนะ

 

พี่ไพรส์ตบผู้หญิง

 

ผมเอง ไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษกับทุกคนหรอกนะ

อันนี้ผมเชื่อ เชื่อแล้วว่า พี่ไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษอ่ะ เพราะแม่งทำจนพี่จ๋าหน้าเสีย ผมได้แต่ยืนนิ่งๆ มองดูพี่จ๋ายกมือขึ้นซับเลือดที่มุมปากตัวเอง มันอาจจะดีกว่านี้ถ้าผมไม่ได้รู้สึกแย่และรู้สึกกลัว

ผมกำลังกลัวพี่ไพรส์จนมือที่จับกันเริ่มสั่น

 

ฟังก์ชันเป็นคนของผม อยู่ด้วยกันทุกวัน ไอ้เรื่องที่แต่งขึ้นมาน่ะ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อ

ตอนนี้ฝั่งทางพี่พริ้มเริ่มลนกันแล้ว ไม่รู้ว่า ใครหลอกใครหรือใครโกหกใคร แต่ที่แน่ๆ ตัวผมสั่นเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือ ไม่ได้สั่นสู้เหมือนตอนแรกๆ หรอกนะ เพราะตอนนี้ ผมเจอคนที่จริงกว่า นี่ถ้าวันหนึ่งผมเผลอไปทำอะไรไม่ถูกใจพี่ไพรส์เข้า พี่ไพรส์ไม่กระทืบผมเลยเหรอ

 

อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องเขาอีก เพราะเขาเป็นคนของผม

ผมไม่รู้ว่าหน้าตาของคนที่ได้ยินประโยคนี้จะทำหน้าตากันยังไง หรือว่าใครจะพูดอะไรต่อจากนี้ไหม ผมรู้แค่ว่า หน้าผมร้อนขึ้นมาเฉยๆ เหมือนร่างกายตัวเองกำลังจะระเบิด มันมึนๆ งงๆ มองด้านข้างของพี่ไพรส์ด้วยหัวใจที่เต้นแรงมาก

พี่ไพรส์ลากแขนออกมาจากที่ตรงนั้นเพื่อไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลมาก ก่อนที่จะขับออกจากมอ ซึ่งผมก็ไม่รู้อีกว่า พี่ไพรส์จะพาไปไหนเหมือนกัน

 

เคยเป็นไหม ไอ้อาการที่อยากรู้แต่ไม่กล้าจะถาม

ความกลัวที่ได้เห็นอีกด้านของใครอีกคนที่เราไม่เคยได้เห็น ผมรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ เพราะมันรู้สึกกลัว

 

กลัวกูหรือไง

“…”

 

ไม่กลัวก็บ้าแล้วป่ะ เกิดเป็นความเงียบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

 

มีอะไรก็พูดมา

และก็เป็นอีกครั้งที่พี่ไพรส์เริ่มพูดเพื่อทำลายความเงียบ เอาวะ ค้างคาใจอะไรก็พูดไปเลย แมนๆ คุยกัน

 

เมื่อกี้พี่... พี่ตบหน้าผู้หญิง

พูดออกไปแล้ว แต่นี่เสียงผมจริงไหมวะ ทำไมมันสั่นและเบาได้ขนาดนี้ พี่ไพรส์ปรายตามองผมนิดนึงก่อนจะตอบ ซึ่งคำตอบเล่นเอาใจผมเต้นแรง

 

เพราะผู้หญิงคนนั้นเขาตบหน้ามึง

“…”

ก็สมควรแล้ว

แต่เขาเป็นผู้หญิงไง พี่ควรให้เกียรติเขานิดนึงป่ะ

พี่ไพรส์หักรถเลี้ยวจอดข้างทางทันทีที่ผมพูดจบ ไอ้พี่เหี้ยยย ไม่คิดจะคิดมองรถหลังบ้างเลยหรือไง ผมยังไม่อยากตายนะ เสียงแตรรถดังขึ้นพร้อมกันหลายๆ คัน แน่นอนว่า มีคำด่าตามมาอีกสารพัดแค่ผมไม่ได้ยิน

 

กูบอกแล้วว่า กูไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษ

พอรถจอดปุ๊ป ก็หันหน้ามาคาดโทษผมทางสายตาทันที ผมพูดอะไรผิด ถามจริงๆ เถอะ

 

ผมก็แค่บอกว่า พี่ไม่ควรไปตบเขาป่ะวะ

แล้วเขาควรจะตบมึงเพราะเรื่องกูเหรอ?"

มันก็ไม่ควรไง

อ้าวลืมตัว ผมรีบยกมือปิดปากตัวเอง เมื่อรู้ว่าตัวเองตอบอะไรกลับไป ทำไมต้องเป็นคนปากไวแบบนี้ด้วย ฮือ

 

ฟังกูนะ

“…”

ก็ฟังอยู่เนี่ย แค่ยังไม่ได้ลดมือจากปากตัวเองลงเพราะกลัวจะเผลอพูดอะไรไม่ได้เรื่องออกไปอีก แต่หูอ่ะฟังอยู่

 

ตอนนี้กูไม่รู้ว่า คนอื่นเขาจะพูดถึงมึงยังไง

“..”

แต่มึงเป็นคนบอกเองนะว่า กูเป็นของมึง และกูก็เพิ่งบอกไปว่า มึงเป็นคนของกู

ไอ้ฉิบหายยยยย พี่ไพรส์แม่งได้ยินเหรอวะ

 

พะ... พี่ได้ยินด้วยเหรอ?”

ผมเค้นเสียงตัวเองแล้วถามออกไปเสียงเบา แม่งพีไพรส์มาตั้งแต่ตอนไหนวะ

 

มีคน live ลงโซเชียล

เดี๋ยวนะคือ พวกพี่พริ้มกะทำให้ผมอายขนาดนั้นเลยเหรอ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วไหม

 

แล้วพี่ดูตั้งแต่ตอนไหน พี่ได้ยินเหี้ยไรบ้างเนี่ย

อับอายขายขี้หน้าตัวเองสุดๆ ถ้ารู้ว่า มี live ผมจะไม่พูดอะไรเหี้ยๆ แบบนั้นเลย

 

อยากรู้จริงเหรอ

“…”

พี่ไพรส์จ้องตาผมไม่กะพริบ ราวกับว่านี่เป็นการแข่งขันจ้องตา แล้วคนที่แพ้ก็ไม่ใช่ใคร ถ้าไม่ใช่ผม!!

 

ผมไม่อยากรู้แล้ว!”

ตุ๊ดสัส อย่าไปบอกพวกไอ้บานะว่า ผมกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะหัวใจที่กำลังเต้นแรงจากการจ้องตาพี่ไพรส์เมื่อกี้

 

พี่ไพรส์เป็นของผมนะครับ ไม่ใช่ของพี่ และพี่ไพรส์เลือกผมด้วยครับ ไม่ได้เลือกพี่

“…”

ฮืออออออ ผมรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างเร็วด้วย พร้อมๆ กับขนาดของหัวใจที่เต้นแรงขึ้นและพองขึ้นเหมือนจะระเบิด คำพูดพวกนั้นผมพูดยั่วพี่พริ้มต่างหาก เห็นอยากได้พี่ไพรส์นัก เพราะงั้นก็จงกระอักเลือดไปกับคำพูดผมซะ

 

แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนั้นเลยจริงๆ นะ ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเป็นของพี่ไพรส์จริงๆ

 

มึงรู้ว่าเขาต้องการกู ก็ยังจะไปหาเรื่องอีกนะ ถนัดมากใช่ไหม เรื่องกวนตีน

แต่พี่ไพรส์กลับรู้ว่าผมพูดไปเพราะอะไร

 

ก็ผมโมโหอ่ะ มาว่าน้องบิงทำเหี้ยไร ด่าผม ผมทนได้นะ แต่มาว่าเพื่อนผมอ่ะ ผมรับไม่ได้

พูดถึงพวกเพื่อนผม ก็รู้เลยนะว่าถ้าเจอหน้ากันมีเรื่องต้องคุยกันยาวแน่ๆ

 

น้องบิงอีกแล้วเหรอ มึงควรดูแลตัวเองมากกว่าไปดูแลคนอื่น หน้าที่นั้นมึงยกให้ไอ้เดือนนั่นดูแลจะดีกว่า

หมายความว่าไง?”

“…”

พี่ไพรส์

ไม่มีอะไร

อะไรวะ พูดให้อยากเสือกแล้วจากไปแบบนี้ก็ได้เหรอ พี่ไพรส์หันไปมองด้านหน้าก่อนจะขับรถออกจากข้างทาง มุ่งหน้าไปไหนสักที่ ผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน

 

พี่ ผมจะกลับไปเรียนนะ

ยังมีหน้าจะไปอีก โคตรดื้อ

ก็แล้วทำไมจะไปไม่ได้อ่ะ

เออทำไมจะไปเรียนไม่ได้วะ ม้าส่งมาเรียนไม่ได้ส่งมาเที่ยวนะเว้ย

 

ได้ดิเดี๋ยวไปส่ง เผื่อหน้าอีกข้างจะได้มีเพื่อน

“…”

เออจริงด้วย ผมเกือบลืมไปเลยว่าเพิ่งมีเรื่องมา แถมดูแล้วน่าจะเป็น talk of the town ได้อีกหลายวัน ฮืออออ ทำไมโลกช่างโหดร้าย

 

เดี๋ยววนรถแปปนะ

พี่แบบ... ไว้ไปเรียนพรุ่งนี้ก็ได้

หึ

จะหึอะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะคิดว่าพี่ไพรส์กวนตีนอะไรทั้งนั้น แต่ว่านะ... ผมพาตัวเองมาถึงจุดที่ต้องทะเลาะกับผู้หญิงเพื่อแย่งผู้ชายคนหนึ่งจริงๆ เหรอ

 

โครตเหี้ยเลย

พอคิดเสร็จ ก็สบถคำพูดออกมา ขนาดแค่คิดก็สยองแล้วอ่ะ ฮือออออ ทำไมชีวิตปีหนึ่งของผมถึงพังแบบนี้ ยิ่งคิดถึงอาการของตัวผมเอง บอกเลยว่าผมก็ยิ่งกลัว

 

เป็นไร

ไม่ได้เป็นไร

ใครจะบอกว่า กำลังคิดอะไรอยู่ บ้าหรอ ไม่บอกหรอกนะ

 

หน้ามึงไม่ได้บอกเหมือนคำตอบมึงเลย

ยังไงนะ? ผมรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดกล้องหน้าเพื่อดูหน้าตัวเองอย่างเร็ว พร้อมกับมือพี่ไพรส์ที่เอื้อมมาจับมุมปากข้างซ้ายพอดี

 

โอ๊ยยยย ไอ้พี่เหี้ย

ทำไมไม่อ่อนโยนเหมือนหน้าตาเลยวะ

 

เพิ่งมารู้สึกเจ็บหรือไง เห็นเถียงกูได้ฉอดๆ

เข้าใจไหมว่า ก่อนหน้านี้มันลืมเจ็บอ่ะ ผมมองค้อนพี่ไพรส์อย่างลืมตัว เหี้ยยย ยิ่งตุ๊ดไปอีกอ่ะ ฮือออออ

 

เดี๋ยวแวะไปหาหมอก่อน แล้วค่อยกลับคอนโดแล้วกัน

พูดเสร็จพี่ไพรส์ชักมือกลับไปเพื่อขับรถต่อ ส่วนผมก็ได้แต่แอบมองพี่ไพรส์อีกครั้ง ก่อนจะเกิดรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอีกรอบ มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นนะแต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่รู้ว่า...

 

แม่งเป็นอะไรที่โครตรู้สึกดี

 

 

 

 

 

 

 

 

*************************************

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #7 Minn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:01

    พี่ไพร์ซ์คนจริง ฟังก์ชันก็แสบอยู่

    #7
    0