My super Surprise รักใหญ่ๆ ของผู้ชายสุดคูล

ตอนที่ 3 : My super Surprise 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    17 ก.ค. 62



ตอนนี้พวกผมมาอยู่ที่หน้าคณะทันตะที่เดิม ผม ไอ้บา ไอ้วิน และน้องบิง เรียนทันตะ ส่วนไอ้พีทกับไอ้ชิพอยู่คณะวิทย์ และไอ้ซิงเลือกเรียนวิศวะด้วยคำตอบที่ว่า กูจะเป็นวิศวะกรที่หล่อที่สุดในโลก ข้อแรกจะเป็นวิศวะกร ผมก็ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ที่หล่อที่สุดในโลกนี่ มึงไปเอาความมั่นใจจากไหนมาวะ หลงตัวเองฉิบหาย

 

            “กูไปคณะก่อน ถ้าเลิกเร็วอาจจะแวะมา” 

 

ไอ้ซิงที่กำลังจะแยกไปยังคณะวิศวะเอ่ยบอก ดีหน่อยที่คณะทันตะ อยู่ใกล้คณะวิทย์ ส่วนคณะวิศวะก็อยู่อีกฟากฝั่งของคณะทันตะ ถึงมันจะไม่ใกล้เลยเพราะมีสนามหญ้าคั่นกลาง แต่ก็ไม่ได้ไกลจนเกินจะเจอกัน 

 

มันใช่แบบนั้นจริงเหรอวะส่ายหัวให้กับความคิดตัวเองแปป

 

            “กูกับเชี้ยชิพก็จะไปคณะแล้วเหมือนกัน แม่งแฮงค์ฉิบ

 

ยกมือโบกโอเค ให้รีบแยกย้ายกันไป จนเหลือแค่พวกผมสี่คน เอาจริงนะตั้งแต่เปิดเทอมมา พวกผมก็ยุ่งกับการเรียนและกิจกรรมที่มันมากมายจนหาเวลาที่จะพบเจอกันแบบครบทีมลดน้อยลง


บางวันเรียนหนัก บางวันเข้าแลปจนค่ำ แถมมีบางวัน อ. นัดควิซ สุ่มสี่สุ่มห้าอีก ยิ่งเวลาเลิกเรียนด้วยแล้ว ไอ้พวกมีเด็กในสต็อคแม่งก็ไปกกเด็ก เช่นไอ้สัสพีทและไอ้ซิง ส่วนพวกเรียนทันตะแบบพวกผมก็นู่น กว่าจะได้เลิก พระอาทิตย์ก็เกือบจะตกดินแล้ว

 

แต่เพราะทุกเรื่องมันต้องมีข้อยกเว้น และเรื่องนี้คนที่ได้รับการยกเว้นคือ ไอ้วิน

 

เพราะไอ้นี่แม่งตามติดชีวิตน้องบิงสุดๆ เศษขี้ฝุ่นจะกระทบผิวยังไม่ได้ แถมเวลาถูกผมกับไอ้บาจ้อง แม่งก็ทำหน้านิ่งตอบแค่ว่า 

'เชี้ยพีทฝากแก้วตาดวงใจมันไว้ไง หรือพวกมึงไม่ห่วงไอ้น้องบิง'  

 

ไอ้ห่วงนะ ผมเข้าใจ แต่ผมเข้าใจว่ามันหวงน้องบิงส่วนตัวมากกว่า ไม่ได้อยากจะคิดแบบนี้หรอกนะ แต่บางทีแม่งอดไม่ได้ไง ไอ้วินมันรู้ว่า ตัวเองหล่อ แม่งก็ข่มรุ่นพี่ฉิบหาย จนรุ่นพี่ผู้ชายที่มาเต๊าะน้องบิงไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ทีตัวมันเองอ่ะแม่งสาวเพียบสัส เดินตามทีนึกว่า ขบวนนางงามดาวของแต่ละคณะ 

และก็เป็นความโชคดีในวัน เพราะวันนี้ อ.ปล่อยเร็ว พวกผมเลยได้มานั่งเสนอใต้คณะเร็วในรอบหลายเดือน

 

 

ระหว่างรอพวกมันมาหาที่โต๊ะเดิม หลังเลิกเรียนเร็ว ไอ้บากับไอ้วินแม่งดวลเกมส์ใหม่กัน ต่างกับน้องบิงที่นั่งอ่านหนังสือ...

อืม แค่นั่งอ่านเฉยๆ ยังน่ารักเลยอ่ะ

แต่สายตาที่ผมโฟกัสไม่ใช่ที่น้องบิงหรอก สายตาของผมก็ต้องสอดส่องมองสาวๆ ปีหนึ่งหรือพวกรุ่นพี่ปีสองปีสามปีสี่สิครับ

 

มองไปเรื่อยจนเจอเข้ากับผู้หญิงรุ่นปีเดียวกันคนหนึ่ง ซึ่งผมก็พอจะสังเกตได้แหละว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกันกับที่ผมเห็นตอนเลิกคลาส เหมือนจะเดินตามพวกผมมา ใช่ไหม?

เธอมาคนเดียว แต่ไม่ได้เดินมาที่โต๊ะผมโดยตรง เธอเลือกจะนั่งตรงมุมที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนแวะไปทักทายเธอไม่ขาด

ผมแอบดูเธอเป็นพักๆ ดูๆ ไปยิ่งน่ารักดี จริงๆ เธออาจไม่ได้เดินตามมาก็ได้หรือเปล่า แต่นาทีที่ผมสบตากับเธอ เธอกลับยิ้มตอบกลับมาซะงั้น แถมยิ้มหวานด้วย  

ผมบอกเพื่อนในกลุ่มก่อนจะขอตัวไปยังโต๊ะเธอ โดยที่พวกมันก็แทบไม่สนใจผมเลยด้วยซ้ำ เพื่อนเหี้ย!

 

 

            “หวัดดีครับ ผมฟังก์ชันนะ

             “อื้อ เราน้ำพุ” 

น้ำพุตอบพร้อมส่งรอยยิ้มหวานๆ กลับมาให้อีกครั้ง ผมเลยทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามทันที

 

            “ทำไมมาคนเดียวล่ะ?” 

ถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะตรงนี้มีแค่น้ำพุคนเดียวจริงๆ ไม่มีเพื่อนเลย

 

            “เพื่อนไปห้องสมุดกัน เดี๋ยวเราก็จะตามไป แต่พอดี เรามีอะไรอยากถามฟังก์ชันน่ะ

            “อ่อ ถามได้เลยครับ เพราะเราก็ยังไม่มีแฟน” 

ผมตอบกลับไปแบบทีเล่นทีจริง อ่อยๆ ไปเหอะ น่ารักขนาดนี้ ห้ามใจตัวเองไม่ไหวหรอก

 

            “ฮ่าๆๆ ฟังก์ชันตลกจัง

            “นิสัยอาจตลก แต่ความรู้สึกไม่ตลกนะครับ อันนั้นจริงจัง

            “หุ้ยยยย คิ

เจอผมอ่อยไปขนาดนี้ไม่ติดก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ผมมองน้ำพุที่หัวเราะคิกคักก่อนจะทำหน้าจริงจัง

 

            “เอาเป็นว่า ตอนนี้เรื่องที่เราจะถามคือ เรื่องของวิน

            “ไอ้วิน?

            “ใช่ๆ วินเป็นเพื่อนในกลุ่มฟังก์ชันเลยป่ะ?”

            “ครับ... คบกันตั้งแต่มัธยมแล้ว

และคาดว่าคงจะคบไปจนแก่ เพราะคงไม่มีใครคบแล้ว ว่าแต่ทำไมน้ำพุถึงอยากรู้เรื่องไอ้วินวะ

 

            “ช่วยชวนวินไปลงประกวดเดือนให้คณะเราหน่อยดิ” 

             “ห่ะ? ไอ้วินเนี่ยนะ” 

หมดกัน มาดหล่อที่นั่งปั้นมาแต่แรก พอเจอเรื่องไอ้วินเข้าไป เหมือนสติที่พกมาหลุดทันที ถ้ามีคนถามว่าใครคือบุคคลอันตราย ผมจะตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดว่า ไอ้วิน ไอ้วินที่หล่อๆ นั่นแหละ!

 

            “อือ ทั้งคณะเรา วินหล่อสุดๆ แล้ว รุ่นพี่และ อ.ที่ปรึกษาก็ลงคะแนนให้วินหมดเลย

มันคงจะยอมหรอกนะ แค่ตอนมัธยม มันก็โกรธ อ. จะตายห่าละ ที่ให้มันขึ้นบอร์ดโหวตหนุ่มสุดฮอต ขืนไปประกวดเดือนไม่ฉิบหายกันทั้งคณะเลยเหรอ

ตาย ตายแน่ๆ ไอ้ชันเอ้ยยยยยย!!

 

            “แล้วทำไมไม่ถามวินเองอะ ทำไมต้องมาถามเรา?” 

ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยนะ แต่คือเรื่องแบบนี้ บอกตรงๆ ไม่อยากยุ่งเลย ไอ้วินมันเคยไว้หน้าใครที่ไหน คำตอบคือ ไม่มี ได้ยินไหมว่า ไม่มี!!!

 

 “ก็เพราะวินไม่ค่อยยิ้มไงล่ะ ใครๆ ก็กลัวกันทั้งนั้น แต่เวลาวินอยู่กับพวกฟังก์ชัน ดูวินจะชิลๆ ไง เราเลยอยากให้ฟังก์ชันช่วยเป็นธุระให้หน่อยได้ไหม” 

มันต้องเว้าวอนกันด้วยสายตาขนาดนี้เลยนะ แล้วหัวใจดวงน้อยๆ ของผมมันห้ามได้ที่ไหนล่ะ

 

            “โอเค เดี๋ยวเราจะลองถามให้ละกันนะ” 

แต่ไม่รับปากนะจ๊ะว่าจะได้ เพราะขึ้นชื่อว่า ไอ้วิน ยังไงมันก็ยาก

 

            “ขอบคุณมากนะ งั้นเราไปและ” 

น้ำพุพูดจบก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายหันกลับมามองผมอีกรอบ พร้อมประโยคที่ว่า...

 

            “เราชอบบาไปแล้วน่ะ ก็เลยชอบฟังก์ชันไม่ได้” 

แล้วน้ำพุก็เดินจากไป.. ความยุติธรรมสำหรับผมมันอยู่ตรงไหนกัน?

 

 

 

            “เจอผู้หญิงสวยหน่อยไม่ได้ รีบเสนอหน้าไปใกล้ทันที” 

ยังไม่ทันจะได้นั่ง ก็เจอเหี้ยวินเห่าซะละ แต่ผมจะไม่เถียงมันหรอกนะ เพราะเรื่องของมันต้องรอมันอารมณ์ดีๆ กว่านี้อีก

 

             “ตาถึงซะด้วยนะชัน นั่นดาวคณะเราเลย ก็ว่าทำไมเราคุ้นหน้าจัง” 

ตามด้วยน้องบิงที่ทำให้ผมได้ความรู้ใหม่ว่า...

 

ดาวทันตะชอบเชี้ยบา

 

ดาวทันตะชอบเชี้ยบา 

 

และดาวทันตะชอบเชี้ยบา!! 

 

 

ไอ้เชี้ยบา!! แม่งทำบุญมาด้วยอะไรอยากจะรู้

 

            “เขาไม่ได้ชอบกูหรอก เขาชอบไอ้เหี้ยบานู่น

            “ห่ะ?!” 

ขนาดน้องบิงยังตกใจ ในขณะที่ไอ้บามันดูไม่ตกใจอะไรเลย ไอ้เหี้ย นั่นดาวทันตะนะเว้ย ที่มาชอบมึงอ่ะ ไม่ใช่ลูกป้าขายไข่ไก่ข้างตลาดนะเว้ย

 

            ไม่ตื่นเต้นหน่อยหรือไง ดาวคณะมาชอบมึงอ่ะ

            “ก็กูไม่ชอบอ่ะ ทำไมต้องตื่นเต้น

            “ยังไงนะ รู้จักกันมาก่อนเหรอหรือยังไง ทำไมเขาบอกกูเมื่อกี้เขาชอบมึง!?” 

พรวดดดดด!! น้ำแดงสาดเต็มโต๊ะสิครับ น้ำแดงจากปากไอ้บาที่พุ่งออกมาเกือบจะโดนหน้าผม 

 

            “เชี้ยบา! สกปรกว่ะ น้องบิงโดนน้ำแดงไหม?” 

ไอ้วินที่นั่งเงียบเสือกส่งเสียงถามน้องบิงด้วยความเป็นห่วงพร้อมด้วยสายตาที่อ่อนโยน ซึ่งมึงควรจะห่วงกูสิ! กูนั่งตรงข้ามไอ้บานะเว้ย น้องบิงนี่นั่งข้างไอ้บาไหม

 

             “ไม่โดนอ่ะ มึงดูชันดีกว่าไหม ก่อนจะมาห่วงกู

น้องบิงพูดพลางมองหน้าผมที่นั่งตรงข้ามด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่ไอ้วินทำหน้าเหม็นเบื่อผม นี่กูผิดอะไรอีกเนี่ย

           

            “กูไม่เป็นไร

ผมยกมือบอกน้องบิงว่าไม่เป็นไร แล้วหันไปหาไอ้บาต่อ ยังไงกูต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้!! ขอผมสวมวิญญาณไอ้พีทแปปนะ

 

ว่าแต่มึงเถอะ แค่ถามว่า รู้จักกันมาก่อนเหรอ มึงถึงกับสำลักเลยหรือไง?

            “…”

            “เล่าหน่อยไหม

            “มึงนี่ขี้เสือกจริงๆ” 

            “ก็เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมล่ะ

เออแค่เล่าอ่ะ มันจะอะไรนัก ผมรบเร้าไอ้บาผ่านสายตา จนมันทนไม่ไหว

 

            “กูกับเขารู้จักกันช่วงก่อน เพราะครอบครัวมีแพลนจะทำธุรกิจร่วมกัน ง่ายๆ คือ พ่อกูอยากให้กูไปดองกับเขาไว้ อะไรๆ จะง่ายขึ้น แต่มึงเข้าใจไหม กูไม่ชอบสไตล์ผู้หญิงประมาณนี้” 

 

ประมาณนี้ นี่ยังไงวะ? เขาก็ดูสดใส น่ารัก ใสๆ จะตายห่า

จริงๆ ก็แอบช็อคนิดนึงนะ ครอบครัวไอ้บาตามใจมันยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น แต่มาหักมุมตรงเรื่องคู่ครองแบบนี้เหรอ?

 

            “ไม่น่าเชื่อว่า พ่อมึงจะทำแบบนี้

            “…”

            พ่อมึงตามใจมึงตลอด ไหนจะแม่มึงอีก ยิ่งยายมึงด้วยนะ” 

ไอ้วินพูดพลางจ้องหน้าไอ้บาคล้ายกดดันด้วยน้ำเสียงไปในที สายตาของไอ้บาเลิ่กลั่กเหมือนลังเล แต่สุดท้ายมันก็เลือกจะพูดอะไรออกมา

 

            “พวกมึงรู้ไหม

            “…”

เขาเดินมาบอกชอบกูกลางสยาม ในวันที่กูไปคุยงานกับพ่อ แต่กูปฏิเสธไปว่า กูมีแฟนแล้วซึ่ง เขาก็ไม่เชื่อหรอก

“…”

มีแต่พ่อกูนี่แหละ หูผึ่งอยากรู้ว่าแฟนกูเป็นใคร

“…”

แต่อะไรก็ไม่แย่เท่าการที่กูเจอเขาอีกครั้ง แต่แม่งเขาไปนัวเนียกับผู้ชายอื่น

อึ้งแดกผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนอย่างน้ำพุเนี่ยนะ จะไปนัวเนียกับผู้ชาย?

 

            “นี่เพราะเรื่องนี้ด้วยป่ะ ที่ก่อนหน้านี้ที่มึงไปแดกเหล้ากับเฮียช็อก แล้วพวกกูไม่ได้ไปกัน?”

            “เออสิ แต่ถ้ากูรู้ว่า โลกกลมจนน่ากลัว กูจะไม่ไป” 

ไอ้บามันตอบเหมือนรำคาญ แต่น้องบิงพยักหน้าเหมือนกับกำลังใช้ความคิด

 

            “วันที่มึงมีเรื่องกับพี่เครปเค้ก

            “…”

พี่เครปเค้กนี่ใครอีกนะ คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน

 

อ่อ กูจำได้ละ ถึงว่าทำไมคืนนั้นกูเจอน้ำพุ น้ำพุใช่ไหมวะที่จูบกับพี่เค้กกลางลานจอดรถ?”

            “...” 

น้ำพุเนี่ยนะ จะจูบกับผู้ชายกลางลานจอดรถ? เมื่อกี้คือนัวเนียกูยังอึ้งไม่หาย นี่มีจูบอีกเหรอ?

 

            ชันไม่เชื่อเหรอ ทำหน้าตาตกใจ

            “...

ก็เท่าที่ดูเขาเมื่อกี้... เขาดูเรียบร้อยมากเลยนะเว้ย น้องบิงตาฝาดหรือเปล่าวะ

 

            “จริงๆ กูไม่ได้เสียหน้าอะไรเลย ถ้าแม่งไม่เมาจนไปจีบพี่มัน

            “และคงไม่เสียหน้าเพิ่มอีก ถ้าน้ำพุไม่จูบกับพี่เค้กใช่ไหม” 

ไอ้บาบ่นอย่างหัวเสีย โดยมีน้องบิงไขข้อข้องใจให้ผมรู้

 

            “เดี๋ยวนะ แล้ววันนั้นมึงไปทำไรแถวนั้น?” 

ประโยคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับไอ้บาอีกต่อไปเพราะหวยดันออกที่น้องบิง ไอ้เหี้ยเอ้ยยยย พวกมึงช่วยทำให้มันจบทีละเรื่องได้ไหมวะ กูงงแล้วนะ

 

             “กูไปหาพี่โต๊ะ กูลืมกุญแจเข้าบ้านไว้ในบ้าน กูก็ไปเอากับพี่โต๊ะสิ” 

น้องบิงตอบไอ้วินเสียงใส ตรงข้ามกับสีหน้าไอ้วินในตอนนี้ที่แทบจะเป็นยักษ์

 

            “แล้วพี่โต๊ะมันเป็นใคร ทำไมกูไม่เห็นรู้จัก” 

ไอ้วินพูดอีกก็ถูกอีก เพราะผมก็ไม่รู้จักเหมือนกัน ยิ่งไอ้บาด้วยแล้วไม่น่าจะรู้จัก

 

            “ลูกป้ากู ป้าที่เป็นพี่สาวแม่กู กูไปนอนบ้านพี่เขา เพราะพี่โต๊ะอยู่คนเดียว

น้องบิงรีบบอกไอ้วินด้วยสายตาที่ร้อนรนเหมือนคนกำลังแก้ตัว

 

มึงจะมาถามไร ไปถามเชี้ยบาเลย เรื่องพี่เครปเค้กกับพุสิ

            “เออ เดี๋ยวกลับไปมีคุยยาวแน่” 

ไอ้วินเค้นเสียงออกมา ทำเอาบรรยากาศระหว่างไอ้วินกับน้องบิงโคตรตึง จนผมเกือบเผลอหยุดหายใจ

           

            “อะ เออ... เพราะแบบนี้มึงเลยยิ่งไม่ชอบเขาเพราะมาบอกชอบมึง แต่ก็ไปคั่วผู้ชายอื่นด้วย

เจอเสียงไอ้วินไปเมื่อกี้นี่บอกเลยว่า เสียงผมเสียศูนย์ไปเลยไอ้สัส รีบเปลี่ยนไปเป็นเรื่องไอ้บาแบบขอไปที

 

            “ถึงเขาไม่คั่วคนอื่น กูก็ไม่ชอบเขาอยู่แล้ว

ผมจำใจพยักหน้ารับคำของไอ้บาอย่างมึนๆ แล้วหันไปหาไอ้วิน เพราะมีเรื่องประกวดเดือนที่ต้องบอกมัน ซึ่งบรรยากาศในโต๊ะตอนนี้แม่ง...

 

จะเกิดสงครามโลกไหมวะ

 

วินมึง

โอ้โห ไอ้วินตวัดสายตามองหน้าผมได้เฉียบมาก นี่กูเพื่อนมึงนะ เผื่อมึงลืม!

 

เนี่ยยย กูจะบอกว่า คณะเราเขาโหวตให้มึงเป็นเดือนคณะนะ

พูดไปก็เสียวสันหลังไป ผมเลยขยิบตาไปทางไอ้บาให้ช่วยพูดเสริมหน่อย แต่ไอ้บากลับส่งสายตากลับมาบอกว่า กูไม่รู้ กูหูตึง ไอ้เพื่อนเหี้ย!! ส่วนน้องบิงน่ะเหรอ หน้าเป็นหมาหงอยไปแล้ว

 

“…”

เงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้าข้างวัดโพธิ์อีก ฮือ ไอ้วินจะแดกหัวกูไหมเนี่ย

 

มึงไม่เป็นหรอกใช่ไหม เนี่ย กูก็ปฏิเสธเขาไปแล้วนะ มึงไม่ต้องห่วงชีวิตส่วนตัวอันแสนสงบสุขของมึงเลย กูรับรองว่า จะไม่มีใครได้มากวนใจมึงแน่นอน

พูดเอง เออเอง สรุปเอง เวรเอ้ยยยยย ขืนไปบังคับมันสิ ไอ้วินได้แดกหัวผมแน่นอน

 

พวกมึงไปแดกข้าวเย็นกัน วันนี้เดี๋ยวป๋าซิงเลี้ยงครับ

เสียงตะโกนไม่ไกลดังเข้ามาขัดจังหวะนรกพอดี แต่คนพูดกลับไม่ใช่ไอ้ซิง แต่เป็นไอ้พีท

ไอ้เหี้ยพีทอีกแล้ว?

 

มึงป่วยหรือไง?”
ผมถามออกไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะคนอย่างไอ้ซิงเนี่ยนะจะเลี้ยง? มันมีเวลาว่างขนาดนั้นเลย? มันไม่ต้องไปกกไปกอดสาวของมันหรือไง?

 

ไม่ป่วย แต่เพราะมันได้เป็นเดือนคณะวิศวะ

ไอ้ชิพช่วยพูดขยายความให้พวกผมได้เข้าใจ

 

            “ว่าแต่กูนะ ไอ้พีทเองก็ได้เป็นเดือนคณะวิทย์

โอ้โห พีคเข้าไปอีก นี่พวกกูจะมีเพื่อนเป็นเดือนกันหมดเลยเหรอวะ แต่อาจจะเว้นไว้สักคน คนที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละ

พี่ทันตะเขาก็เลือกไอ้วินนะ แต่แม่งไม่รู้มันจะโอเคมั้ย
ไอ้บาพูดแล้วเก็บของใส่กระเป๋า แหมมมม ทีงี้เสนอหน้าพูดขึ้นมาเชียวนะ

 

น้องบิง พี่พีทจะลงประกวดเดือน น้องบิงต้องเชียร์พี่พีทน้า

ไอ้พีทว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งน้องบิง ไอ้นี่ก็นะ ตาไม่ได้มองดูสถานการณ์เลยสัส หน้าน้องบิงมันสดใสมากหรือไง ผมเอาตีนเขี่ยมันใต้โต๊ะแต่มันก็ไม่สนใจ จนผมหันไปหาไอ้บาอีกรอบ แต่ก่อนจะไปถึงไอ้บา ก็เห็นไอ้วินแม่งมองตาขวางอยู่แล้ว

เนี่ยยยย ไอ้พีท คนอื่นเขารู้หมดว่า สถานการณ์มันตึง มีแต่มึงนี่แหละ ไอ้โง่เอ้ยยยยย

 

น้องบิงอยากกินไร วันนี้พี่พีทใจดี เพราะไอ้ซิงจะเลี้ยง

ไอ้ห่าพีท ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดแล้ว ขนาดตีนเขี่ยมันยิกๆ แม่งยังทำไม่สนใจ ผมจำต้องเงยหน้าไปมองไอ้ซิงกับไอ้ชิพเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็ยังดีที่พวกมันพอจะรู้สถานการณ์ว่า เป็นยังไง

 

สัสพีท ลุก ลุกมานี่

ไอ้ชิพช่วยดึงไอ้พีทให้ลุกขึ้นไปยืนข้างๆ

อะไรของมึง กูจะอ้อนน้องบิง เป็นเหี้ยไรมึง ไอ้ชันก็อีกคน

บ่นไอ้ชิพเสร็จ ก็หันมาคาดโทษผมอีก

 

            “…”

มึงนั่นแหละ ไอ้สัส ผมส่งสายตาไปว่างี้ มันมองหน้าผมเหมือนไม่เข้าใจว่า กูไปทำอะไรผิด ผมเลยขยิบตาไปทางเชี้ยวิน ที่ตอนนี้มันจ้องหน้าน้องบิงตาเขม็ง

 

กูจะลงประกวดเดือน และมึงต้องเชียร์กูด้วย ห้ามเชียร์คนอื่นรวมถึงเพื่อนในกลุ่มด้วย

คำพูดเรียบๆ แต่เฉียบฉิบหายถูกเอ่ยออกมาเบาๆ สรุปยกนี้ไอ้วิน มันวินจริงๆ ทำเอาจนน้องบิงไปต่อไม่เป็นเลย นอกจากงุดหน้ามองโต๊ะ อย่าว่าแต่น้องบิงเลย เพื่อนในกลุ่มคนอื่นยังประมวลผลไม่ทันเหมือนกัน

อยู่ดีๆ ก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

 

กูว่าไปหาไรแดกเหอะ คนเลี้ยงมีแล้ว เหลือเลือกร้าน ไปกินแถวไหนดีวะ

ผมเป็นคนถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ ก็นะถ้าไม่เปลี่ยนเรื่องอาจมีสงครามเย็นเกิดขึ้นก็ได้ เพราะแม่งแต่ละคนก็หวงน้องบิงกันหมดนั่นแหละ อย่างที่เคยบอกไป ช่วงหลังมาไอ้วินมันแปลกๆ จนเดาอะไรไม่ได้เลย


พวกผมพากันมากินหมูจุ่ม ด้วยตามใจน้องบิง กินเสร็จก็พากันแยกย้าย กว่าจะได้แยกย้ายก็ปาไปสามทุ่ม ไอ้บามาส่งผมและไอ้ชิพ เชี้ยวินไปกับน้องบิงเหมือนเดิม ส่วนไอ้พีทและไอ้ซิงก็แยกย้ายไปกกเด็กหรือไปทำห่าอะไรสักอย่างนั่นแหละ


แต่ว่านะ รู้สึกเหมือนจะลืมอะไรสักอย่างที่ตัวเองคิดไม่ออก


ตอนนี้ผมกำลังรอลิฟท์ขึ้นห้อง รอได้ไม่นานก็มีผู้หญิงมายืนข้างๆ ผมเลยเผลอหันไปมองตามสัญชาตญาณ ซึ่งดูแล้วน่าจะอยู่มอเดียวกันกับผม

แต่คือ... สวยว่ะ แม้บนหน้าจะมีเครื่องสำอางที่จัดว่าเต็มก็เถอะ แต่โคตรพอดีกับโครงหน้า ไหนจะเสื้อรัดรูปนั่นอีก นมนี่คือเป็นนม กระโปรงก็สั้นเสมอหูจริงๆ ผิวขาวเอวขอด โอ๊ย อย่างเอ็กซ์เลยสาสสสส

 

เอ่อ ขอโทษครับ

ผมรีบพูดออกไปแทบจะทันทีที่สบตาเขาเลย ก็แม่งเล่นไปมองเขาแบบนั้น ดีที่เขาไม่ตบหน้าเข้าให้

 

            “ไม่เป็นไรค่ะ

เขาตอบพลางส่งยิ้มหวานมา

 

ครับ

ว่าแต่อยู่ชั้นไหนเหรอ? ไม่เคยเห็นหน้าเลย พี่ก็พักที่นี่เหมือนกัน

สรุปคือเป็นพี่ผมเหรอวะ?

 

ชั้น 22 ครับ เอ่อ ผมชื่อฟังก์ชันนะครับ

ผมตอบ และรีบแนะนำตัวออกไป บอกเลยว่า เห็นคนสวยแล้วมันห้ามใจไม่ได้จริงๆ กูน้วยแล้ววววววว

 

พี่พริ้มค่ะ นิเทศปี3 น้า แล้วก็....

พี่พริ้มหยุดพูดก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ พลางดึงคอเสื้อผมให้ขยับเข้าไปใกล้เหมือนกัน ยิ่งทำให้ผมได้กลิ่นเหล้าฟุ้งออกมาตีกับกลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดัง


โอ้โหหหหหหห รุก รุกกูแล้วววววว

 

พี่โสดนะ.. ชั้น 29 ห้อง 2900 แวะมาหาได้นะคะ

พี่พริ้มพูดไม่ค่อยต่อกันเป็นประโยคเหมือนบทสนทนาก่อนหน้านี้ เพราะมัวส่งสายตายั่วผม แต่ผมคิดแบบนั้นจริงๆ นะ และคิดว่าตอนนี้ผมคงหน้าแดง ก็แน่ล่ะ ผมแพ้ผู้หญิงเซ็กซี่แบบนี้นี่หว่า

 

พี่พริ้มขึ้นลิฟท์ไปแล้ว เหลือแค่ผมที่ไม่ค่อยมีสติอยู่หน้าลิฟท์ที่เดิม...

สรุปคือได้รอลิฟท์อีกรอบสินะ

แต่ก็นะ ผมไม่เคยเจอผู้หญิงที่ตรงสเป็กเดินมาหาก่อนแบบนี้เลย ที่ผ่านมาแฟนเก่า หรือคนที่ผมเคยคบก็จะจัดอยู่ในโหมดน่ารักเป็นส่วนใหญ่ไม่ได้โดนใจแบบนี้เลย ให้ตายสิ รู้สึกอยากขอบคุณเจ้ที่ให้ผมย้ายมาอยู่คอนโดนี้จริงๆ

 

เปิดห้องเข้ามาสิ่งแรกที่สะดุดตาคือ แก้วน้ำ มันจะไม่แปลกอะไร ถ้ามันไม่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว

 

ของผมที่ลืมเก็บเมื่อเช้าเหรอ?

 

ไม่ใช่ดิ เมื่อวานผมเพิ่งเข้าคอนโด แล้วไปกินเหล้า จากนั้นก็นอนค้างห้องเชี้ยพีท กลับมาอีกทีเมื่อตอนเช้า เปลี่ยนชุดแล้วไปเรียน... หรือของเจ้ฟิสิกส์ตอนช่วยจัดของวะ? เออน่าจะใช่ ผมสะบัดให้กับความคิดมากของตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำ ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาพร้อมโดดขึ้นเตียงที่ผมกำลังจะได้นอนห้องนี้เป็นคืนแรก!

 

สวบบบบบบ~

 

เชี้ยยยย เตียงนุ่มสัสเลยนะ แต่ยังหลับตาพริ้มไม่ทันไรก็เหมือนจะได้ยินเสียงของใครสักคนแทรกมารบกวน อยากจะคิดว่าเป็นของคนข้างห้องแต่ผนังคอนโดไม่น่าจะบางขนาดนั้นไหม

นี่มึงเป็นใคร?”

ผ้าห่มที่ถูกแย่งไปประกอบกับเสียงของผู้มาใหม่ทุ้มๆ ทำให้ผมค่อยๆ เปิดตา รีบลุกขึ้นนั่งจ้องมองคนที่ยืนอยู่ปลายเตียง?

 

มองยังไงก็ไม่คุ้น ไม่เคยเจอ มันคือใครวะ?


แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ แม่งพูดได้คำเดียวว่า หล่อสัสอ่ะ
แค่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เป็นเสื้อนักศึกษา แถมแต่งตัวไม่ถูกระเบียบ จำเป็นต้องหล่อขนาดนี้เลยเหรอวะ?

แต่สายตาที่มองมาที่ผม บอกได้ว่า คนๆนั้นไม่สบอารมณ์อย่างเต็มที่ เพราะเล่นจ้องกันเขม็ง มองหน้าผมอย่างเอาเรื่อง

 

นี่มึงเป็นใคร? ไอ้สัส!! เข้ามาห้องกูได้ยังไง ไอ้เหี้ย!!

แล้วผมไปเผลอชมมันทำไม!! ไอ้นี่มันต้องมาขโมยของในห้องผมแน่นอน!! คิดได้ดังนั้น ผมก็หยิบหมอนมาปาใส่มันสิครับ นี่คอนโดเฮียโซ่นะเว้ย ถ้ามึงเอาอะไรไป กูจะเอาเงินไหนมาใช้คืน จะให้เจ้เป็นคนขัดดอกเหรอ? มันไม่ได้!!

และแล้วสายตาที่เฉียบคมดุจเหยี่ยวของผมทำให้เห็นโคมไฟข้างเตียง ด้วยความเร็วผมรีบพุ่งไปคว้าติดมือและกระโดดลงข้างเตียงไปยืนอีกฝั่งทันที เอาแค่หัวแตกก็พอมั้ง ไม่ต้องถึงตายหรอก ลุยยยย!!

 

อ๊าก โอ๊ยเจ็บๆๆๆ ปล่อยกูก่อน แขนจะหัก อ๊ากกก ไอ้สัสกูเจ็บนะ

นั่นแหละครับ ผมตัวเล็กกว่ามันหนิ ไอ้เหี้ยนี่ มันจับข้อมือผมบิดนิดเดียว มือไม้ผมก็อ่อนปล่อยโคมไฟให้ไปอยู่ในมือมัน จากนั้นมันก็จัดการทุ่มผมลงเตียงโดยไม่สนใจสะโพก เอวหรือกระดูกของผมเลย

 

นี่มึงห่วงโคมไฟมากกว่าร่างกายของเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งอย่างนั้นเหรอ?

 

กูถามว่ามึงเป็นใคร?”

แม่งประโยคเดียวกันแค่เปลี่ยนคนถาม

 

ทำไมกูต้องตอบด้วยวะ ในเมื่อกูถามว่า มึงเป็นใคร มึงยังไม่ตอบกูเลย

หึ ปากดี

ใจอยากจะย้อนว่า ไม่ได้มีดีแค่ปาก อวัยวะเบื้องล่างสุดก็ยังดีอีก แต่ดูจากหน้าไอ้นี่แล้ว เอ่อ กูเงียบก็ได้

 

กูถามว่า มึงเป็นใคร? มึงมีหน้าที่แค่ตอบกูออกมา

คิดว่า หน้าหล่อๆ นิ่งๆ โหดๆ ของมึงจะทำให้กูกลัวเหรอ? ไม่อ่ะ ไม่กลัวที่ไหนล่ะไอ้สัส!!

 

มึงจะไม่ตอบใช่มั้ย?”

เออๆ แปปสิ คือ กูอยู่ปี 1 เรียนทันตะ เป็นน้องเจ้ฟิสิกส์ หม่าม้ากูเป็นติวเตอร์สอนคณิต ป๊ากูเปิดร้านทองแถวเยาวราช กูเป็นคนหล่อนะ มีสาวเพียบ แถมกูก็มีเพื่อนสนิท 7 คน แล้ว...

หยุด พล่ามห่าไรเยอะแยะวะ น่ารำคาญ

เอ้าแล้วกูจะรู้ไหมว่า มึงจะให้กูตอบแค่ไหน ไอ้หน้าหล่อนี่พูดเสร็จก็ยืนเอาหลังพิงกับชั้นหนังสือและปรายตามองผมด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่ก็ดูไม่ได้เดือดเท่าตอนแรกหรอก มั้งนะ

 

มึงต้องการอะไร มึงเข้ามาในห้องกูได้ยังไง

ผมเป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบที่กำลังจะปกคลุม ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่านิ่งสุดๆ มันเป็นใคร ผมยังไม่รู้เลย จะให้บอกว่าไม่กลัว? มันก็ไม่ใช่อ่ะ นี่กลัวจนฉี่จะราดแล้ว อีกอย่างนี่ห้องผมไหม และไอ้นี่ควรออกไป เพราะผมจะนอน!

 

ห้องมึง? หึ

หึ? เหี้ยไรวะ ผมมองหน้ามันอย่างไม่เข้าใจในสายตาของมันที่ส่งมา

 

นี่ห้องกู มึงนี่หน้าไม่หล่อไม่พอ ยังเหมือนกระต่ายตื่นตูม แถมขี้มโนด้วยนะ

ห่ะ? ห้องมึง?

 

ห้องมึงยังไง? นี่คอนโดเฮียโซ่แฟนเจ้กู เขาให้กูมาอยู่ มึงนั่นแหละ อย่ามาเนียน! ออกไปเลยก่อนกูจะแจ้งตำรวจ แล้วอีกอย่าง กูนี่คนหล่อทันตะ มึงตาถั่วเหรอ?! ถึงไม่เห็นความหล่อกู!

ยอมอะไรยอมได้แต่ เรื่องความหล่อเนี่ย ผมยอมไม่ได้! เพราะผมมันคนหล่อ! ส่วนที่ว่าผมเหมือนกระต่ายผมไม่โกรธเท่าไหร่หรอกนะ เพราะเพื่อนในกลุ่มหรือคนรอบข้างก็มักจะว่าแบบนั้น


แต่นี่ไม่ใช่เวลามายอมรับว่าตัวเองหน้าเหมือนกระต่ายไง!!

 

หล่อ? นี่มึงคิดว่า ตัวเองหล่อเหรอ? คนหล่อมันต้องอย่างกู

ไอ้คนตัวสูงไม่พูดเปล่า แม่งยืนเสยผมด้วยท่าที่คิดว่าตัวเองหล่อสุด? ชิ อย่าหวังว่ากูจะยอมชมมึงออกมาจากปากเลย


แต่เมื่อกี้ผมก็ชมมันไปแล้วนี่หว่า งุ้ย

เออกูนี่แหละหล่อ ส่วนมึงออกไปจากห้องกูซะ ไม่งั้นกูจะเรียกตำรวจ ถือว่ากูเตือนเป็นครั้งที่สอง

ปากก็เถียงไป มือก็รีบควานหาโทรศัพท์เพื่อจะโทรหาตำรวจ อยู่ไหนวะเนี่ย ไม่ใช่ว่าเอาปามันไปแล้วเหรอ

อะ... อยู่บนโต๊ะข้างโคมไฟเมื่อกี้นี้นี่เอง


หมับ!

 

กูเป็นเจ้าของห้อง ก่อนมึงจะโทรหาตำรวจ มึงควรโทรหาเจ้มึงก่อนดีกว่านะ

“...”

เดี๋ยวเรื่องใหญ่มา มึงจะได้ไปนอนในคุกแทน ข้อหาบุกรุกและทำลายข้าวของในห้องกู

“...”

ดูไอ้คนนี้นะครับ เอามือจับข้อมือผมพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ผมขอคืนคำที่ผมเผลอไปชมว่า ไอ้นี่มันหล่อ ส่วนผมจะทำอะไรได้? นอกจากยอมกดโทรหาเจ้อย่างด่วนน่ะสิ

 

            (วอท? ตี๋เล็ก)

เสียงเจ้สดใสมาก ซึ่งแตกต่างจากอารมณ์ของผมในตอนนี้

 

เจ้ มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาที่ห้อง แม่งเนียนบอกว่าห้องมัน

ฟ้องไม่พอ ผมเลยแถมสายตาที่บ่งบอกว่า มึงมันเป็นส่วนเกิน เข้าใจ๊? ไปให้มันด้วย

 

(เดี๋ยวนะ ตี๋เล็กบอกว่าใครมานะ บอกรูปร่างลักษณะได้ไหม? คอนโดเขามีความปลอดภัย ตี๋เล็กละเมอหรือเปล่า?)

ดูเจ้ผมนะครับ ไม่ห่วงน้องไม่พอ หาว่าผมละเมออีก

 

            “ไอ้สัสเนี่ย ที่มันยืนตรงปลายเตียงเนี่ย ยังไงดีวะ เออ...

คือจะให้บอกว่ามันหล่อ? ก็กระดากปากฉิบหาย

 

            (เงียบไมอ่ะ? หล่อไหม?)

สูดหายใจลึกๆ ไอ้ชัน พูดเร็วๆ แม่งก็ฟังไม่ทันหรอก

 

คืองี้เจ้... มันอาจจะหน้าหล่อ แต่หล่อแค่นิดหน่อยนะ แค่นิดหน่อยเท่านั้น และเจ้ต้องเชื่อผมว่ามันเป็นคนไม่ดี เพราะมันไม่มีคนดีๆ ที่ไหนมาเข้าห้องคนอื่นในยามวิกาลแบบนี้

หวังว่าเสียงกระซิบของผม จะไม่ทำให้ไอ้คนที่ยืนมุมห้องได้ยินในสิ่งที่ผมพูดออกไปหรอกนะ

 

(งึมงำอะไรไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวเจ้ส่งรูปไปในไลน์ให้ แล้วบอกว่า ใช่มั้ยนะ ตี๋เล็ก)

กรรม นี่ผมพูดไม่รู้เรื่องขนาดนั้นเลยเหรอวะ เจ้วางสายผมไปแล้ว ส่วนไอ้หน้าหล่อก็มองผม ด้วยสายตาประมาณว่า ขอบคุณที่ชมว่า กูหล่อ กูรู้ตัวครับ

ไอ้เหี้ยยยยมึง มึงได้ยินที่กูพูดเหรอ?

 

ไลน์~

เสียงไลน์แจ้งเตือนพร้อมรูปที่เจ้ส่งรูปมาให้ และในทันทีที่ผมเปิดดูรูปก็ถึงกับชะงัก มือสั่นเหมือนคนหิวข้าว

ก็ไอ้ผู้ชายที่ยืนอยู่ในรูปนั้นบอกเลยว่า หล่อมาก หล่อแบบเป็นพระเอกละครได้ จมูกก็โด่งเป็นสันเขื่อนแนวพม่า ปากหนานะแต่ก็ได้รูปฉิบหาย

 

Physics

Physics: ใช่ผู้ชายคนนี้ไหม?

Function: ใช่

 

โอเค ใช่ไอ้นี่จริงๆ ด้วยแหละ แสดงว่า เจ้ต้องรู้จักกับไอ้คนนี้แน่นอน ตอนนี้มันได้นั่งอยู่ตรงโต๊ะใกล้ๆ ระเบียงของห้องนอน แต่สายตากลับจ้องมองผมเหมือนรอจะเชือด ไอ้สัสสสส นี่ผมไปทำบาปอะไรไว้ ถึงมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแบบนี้

 

Physics: นั่นน้องของโซ่อ่ะ

เดี๋ยวนะ! เดี๋ยวก่อน! น้องเฮียโซ่มันไอ้ซิงเพื่อนผมไม่ใช่เหรอ? แล้วไอ้คนนี้มันมายังไง

 

Physics: โซ่ มีพี่น้อง 3 คน คนโตก็โซ่ คนเล็กก็ซิง ส่วนคนนี้อ่ะ ชื่อ เซอร์ไพรส์ ตี๋เล็กคงไม่เคยเห็น เพราะไพรส์ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่

เซอร์ไพรส์ของจริงเลยไอ้สัส คำพูดไอ้ซิงลอยมาทันทีเลยนะ

 

มึงว่าเฮียโซ่หล่อแล้ว ต้องเจอเฮียกูอีกคน หล่อกว่าเฮียโซ่อีก หล่อแบบลำเอียงไม่แบ่งอะไรเหลือให้กูเลย ชีวิตเพอร์เฟคฉิบหายด้วย แต่แม่งคงจะเจอยากวะ เฮียอินดี้

คำพูดของไอ้ซิงเมื่อตอนขึ้นมอปลายที่มันชอบพูด กูจะรู้ไหมเนี่ยว่า เฮียที่มึงพูดคือ พี่ชายมึงอีกคน

 

Function: แล้วยังไงต่อ ตอนนี้ เขามาบุกห้องผม ช่วยจัดการอะไรสักอย่างเหอะเจ้

 

“...”

เจ้อ่านครับ แต่ไม่ตอบ... อืม ให้มันได้แบบนี้

 

ยังไงต่อ? ออกจากห้องกูไปได้หรือยัง?”

หันไปตามเสียงก็เห็นใบหน้ายิ้มเหยียด ยักคิ้วกวนส้นตีนมาแต่ไกล เจ้แม่งไม่ตอบผมแล้วไง แล้วผมจะทำยังไงล่ะครับตอนนี้ นอกเสียจาก...

 

อย่ามาขี้ตู่ดิวะ ถึงมึงจะเป็นน้องเฮียโซ่ แต่กูก็ได้รับอนุญาตจากเฮียโซ่ให้มาอยู่แล้วนะ และนี่ห้องเฮียโซ่ด้วย มึงจะมาเนียนอะไรแบบนี้ไม่ได้นะ

ปากดีจริงเลยนะตัวกู เขาเป็นพี่น้องกันไหม แต่มึงอะชัน มึงเป็นแค่คนนอก!! คิดแล้วใจแม่งบางไปหมดเลยตอนนี้ แต่เอาวะ เอาให้มันรู้ไปว่า ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน เตียงนุ่มๆ นี่เป็นของผม!

 

ชื่อห้องนี้เป็นชื่อกู มึงนั่นแหละ อย่าเนียน

เดี๋ยว!! เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันจะเซอร์ไพรส์อะไรกันขนาดนี้ พี่ไอ้ซิงชี้หน้าผมแบบคาดโทษ หน้าตาแลดูหงุดหงิดเหมือนไม่ชอบใจที่เห็นผมอยู่ในนี้

 

กูง่วงนอนละและกูจะไปอาบน้ำก่อน กูให้เวลามึงคิด ถึงแค่กูอาบน้ำเสร็จ ออกมาต้องได้คำตอบ

“…”

คือมึงจะไปอาบน้ำ ก็เดินไปถอดเสื้อผ้าดีๆ ไหม แม่งเดินผ่านผมแล้วปาเสื้อใส่หัวผมแบบนี้ได้ไงอ่ะ!!

 

ทันทีที่เสียงประตูห้องน้ำปิดลง ความกระวนกระวายที่มี ทำให้ผมเริ่มโทรหาไอ้บาคนแรก คนแรกแม่งก็ไม่รับสายแล้วอ่ะ โทรซ้ำไปอีกทีแม่งปิดเครื่องไปอีก สงสัยหลับแล้วลืมชาร์จแบตอีกตามเคย โทรหาไอ้พีทเป็นรายต่อไป ก็เจอฝากข้อความซึ่งบ่งบอกได้ว่า มันนอนกกสาวแน่นอน... แบบนี้ไอ้ซิงก็คงไม่ต่างจากไอ้พีท ส่วนสัสชิพนี่ไม่ต้องพูดถึง โทรศัพท์หรือที่ทับกระดาษยังไม่รู้เลย

ซึ่งตอนนี้ผมกำลังลังเลระหว่างน้องบิงกับไอ้วิน แต่อย่างไอ้วินน่ะ ผมขอเลือกเป็นอย่างสุดท้ายละกัน


น้องบิง!! อยู่ห้องไหมวะ ขอไปนอนด้วยหน่อยดิ

รีบกรอกเสียงลงไปทันทีที่น้องบิงคนดีของผมรับสาย


(ไม่ได้ กูนอนอยู่)

ติ๊ด!

ห่ะ หา? หลังจากปลายสายวางไป ผมรีบกดดูเบอร์โทรออกอีกรอบ ชัดเจนเลย ชื่อที่ผมเมมไว้คือ Bingo ตามด้วยรูปหัวใจ แต่คนที่กรอกเสียงผ่านสนทนาสั้นๆ กับผมเมื่อกี้ คือ ไอ้เหี้ยวิน!! ผมรีบโทรกลับไปอีกครั้ง

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สา..

มึง!! ไอ้วิน!! โอ๊ยยย อยากจะบ้าตาย!

 

ปึก!

 

“...”

ผมที่เดินไปเดินมาในห้องอย่างคนนั่งไม่ติดที่เพราะความกระวนกระวายเรื่องหาที่นอน ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับหน้าอกของใครอีกคนที่มีซิกแพคเรียงกัน นี่คือสิ่งที่ผมเดินชนเหรอวะ?


“...”

“…”

เกิดเป็นความเงียบขึ้นมา ใครใช้ให้พี่ไอ้ซิงมาเปลือยอกเดินแบบนี้วะ ให้เกียรติลูกตาคนมองอย่างผมบ้างได้ไหม ยังไงดี โว้ยยยยยยยย

 

เขินกู?”

ใคร?! ใครจะเขินมึง?!”

ผมตวัดสายตาขึ้นจากสิ่งที่เห็นเพื่อมองหน้าอีกคน และคิดว่า ตัวเองพลาดอีกรอบอ่ะ ฮืออออ จะร้องไห้

 

หึ หูแดง แก้มแดงหมดแล้ว

พี่มันยกยิ้มมุมปากเหมือนพอใจกับสิ่งที่เห็น เป็นรอยยิ้มที่ถ้าผู้หญิงได้เห็นคงต้องพร้อมใจที่จะเป็นของพี่มันแน่ๆ

 

            “กูไม่ได้เขินนะ! กูจะเขินมึงทำไมก่อน? กูแค่... แค่ร้อนบ้างเหอะ! แม่งไปยืนห่างๆ กูเลยไป

ยกมือผลักอกพี่มันออกห่าง แต่ก็ไม่วายมีน้ำที่เกาะตามตัวพี่มันติดมือผมมาด้วย

 

ตึกตัก ตึกตัก

เดี๋ยวนะ!!... นี่มันผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง จะมาเต้นสั่นทำไมเนี่ย?! ผมสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อไล่เสียงที่ได้ยิน

 

มึงจะไม่ย้ายออกไป ในขณะที่กูย้ายเข้ามาอยู่แบบนี้เหรอ?”

ไม่รู้

ผมตอบออกไปแทบจะเป็นวินาทีเดียวกัน พลางเดินมาทิ้งตัวนั่งที่โต๊ะข้างระเบียงห้องนอน มองดูหมอน กองผ้าห่มและหมอนข้าง ที่กองระเนระนาดตรงพื้นเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมา ส่วนพี่มันพอแต่งตัวเสร็จ ก็เดินกลับมานั่งที่ปลายเตียง ในใจผมก็อดชมไม่ได้หรอกนะ...

แค่เสื้อยืดสีขาวกับบ็อกเซอร์ พี่มึงก็ยังหล่อเลยเนอะ

 

งั้นมาทำข้อตกลงก่อน ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกัน

ใครตกลงว่าจะอยู่ร่วมกันกับมึง?!”

ปากไวกว่าความคิดอีกนะ ไอ้ชัน!! มึงสงบๆ นิ่งๆ หน่อยได้ไหม ที่นอนคืนนี้ยังไม่มีให้ซุกเลยนะโว้ยยย

 

            งั้นมึงก็ออกไปตั้งแต่วินาทีนี้ซะ เกะกะ น่ารำคาญ

คำพูดคำจา นี่แม่งสวนทางกับหน้าตาฉิบหายเลยพี่ไอ้ซิงคนนี้ แต่ถ้าจะให้ผมออกไปตอนนี้ ผมจะไปที่ไหนได้ นี่กี่โมงกี่ยามแล้ว? พี่มันไม่คิดจะดูเวลาหน่อยหรือไง? มันเป็นเวลาที่ผมต้องนอนแล้วไหม ยังไงดีอะ

แต่สิ่งที่ผมจะพูดออกไปไม่ใช่อันนี้หรอกนะ

 

            “แหม พี่เซอร์ไพรส์ล่ะก็... ทำเป็นเสียงเข้มไปได้

            “…”

กระดากปากที่ต้องเรียก แต่เพื่อความอยู่รอดผมต้องทำ พี่เซอร์ไพรส์บ้าบออะไร ตอแหลทั้งนั้น

 

            ก็ไหนๆ แล้ว อีกหน่อยก็จะเกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้วอ่ะ ใจเย็นๆ สิ คืนนี้ผมขอนอนด้วยก่อน ไม่ได้เลยเหรอครับ?”

            “…”

ผมตีหน้ามึนทำเสียงอ้อน ให้ตายเถอะ พี่ไอ้ซิงมันทำหน้านิ่งจนไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า น้ำเสียงอ้อนๆ และสายตาชวนให้เห็นใจของผมมันได้ผลไหม นอกจากรอเวลาให้พี่ไอ้ซิงพูด

แต่ก็นะ... นี่มันเงียบนานเกินไปหรือเปล่าวะ? เงียบเกินจนแอบขนลุกว่าจะโดนตีนอ่ะ

 

            อะ... เออ ผมเพิ่งนึกออกว่ามีนัดกับเพื่อน เค เดี๋ยวไปนอนบ้านเพื่อนก่อนนะ บาย

เชี้ยยยยย ผมทำอะไรของผมเนี่ย นอกจากจะพูดรัวๆ พูดคนเดียว เออออคนเดียวแล้ว ผมคงต้องรีบพาตัวเองลุกจากโต๊ะออกมาจากบรรยากาศที่กดดันก่อน

แม่ง แล้วผมจะไปมีเพื่อนนอนที่ไหนละเวลานี้ ปากพาจนตลอดเลยเว้ย

 

หึ ไอ้กระต่ายน่ารำคาญ

สองเท้าหยุดเดินก่อนถึงประตูห้องนอน ไม่ใช่หยุดอัตโนมัติเพราะตัวเองสั่งหรอกนะ มันหยุดเพราะพี่ไอ้ซิงดึงคอเสื้อจากทางด้านหลังนี่แหละ!!

นี่พี่มึงจะทำไรกู!!?

 

นอนนี่แหละ.. ก็จริงอย่างที่มึงว่า เราควรสามัคคีกันเอาไว้

“...”

รีบหันหน้ากลับไปมองพี่มันทันทีที่ได้ยินว่า จะให้ผมนอนที่นี่ได้ คือแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยนะ แต่ถ้าผมรู้สักนิดว่า ช่องว่างระหว่างกันมันจะใกล้กันขนาดนี้... ผมจะไม่หันไป

แม่งรีบหันกลับแทบไม่ทัน!!

 

เขินกูบ่อยเกินไปละ

ใคร ใครเขินมึง?!! อ่ะ.. ใครเขินพี่ ก็ได้

ผมรีบหดคอและเบี่ยงตัวเองหนีจากคนตัวสูง พร้อมหยิบผ้าห่มติดมือไปด้วยแล้วโดดขึ้นเตียง ให้ตายเถอะ แค่ขึ้นกูมึงนิดหน่อยทำมาถลึงตาใส่

 

สวบ!!

พื้นที่ว่างข้างหนึ่งมันมีการยุบตัวลงไป นั่นแปลว่า ผมกับพี่มันจะนอนเตียงเดียวกัน?!!

 

เฮ้ยๆ เดี๋ยวดิพี่ ทำไมต้องนอนเตียงเดียวกันด้วยวะ?”

ผมยึดเอาผ้าห่มมาม้วนตัวเองแล้วลุกนั่ง หันหน้าไปถามคนข้างๆ ผมไม่ได้บ้าหรอกนะ แต่ไม่รู้ดิ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย

 

ห้องนี้มีแค่เตียงเดียว

เออ อันนั้นผมรู้ แต่คือ เราจะนอนด้วยกันไม่ได้ดิ ยังไม่ได้สนิทใจกันขนาดนั้น

นี่พี่มันไม่ได้คิดอะไรเลยหรือไง แบบผมกับพี่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับกันนะเว้ย เพิ่งเจอกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงถึงยังเหอะ แล้วจะใช้เตียงนอนร่วมกัน?

ผมไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้น!!

 

งั้นมึงก็ย้ายตัวเองไปนอนโซฟาละกัน

ไม่มีทาง!!

หึ

เฮ้ยยยยย!!

พี่มันดึงผมให้ล้มนอนก่อนจะใช้แขนมาดึงให้ผมไปอยู่ในอ้อมกอด...

เหี้ยเถอะ ขอเวลาสตั้น 5 วินะ

กูง่วงนอนแล้ว และกูก็เป็นคนติดหมอนข้างด้วย แต่ถ้ามีคนมาให้เลือกกอด กูจะกอดคนนะ

“...”

พี่... พี่ไอ้ซิงมันพูดอะไรออกมา??

 

สัสเอ้ย ผมยอมพี่ก่อนก็ได้ แต่บอกไว้เลยนะ พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป เตียงนี้ต้องเป็นของผม!!

กลิ้งตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของพี่มัน โดยที่พี่มันก็ไม่ได้ขัดขืน ให้ตายเถอะ พี่มันจงใจแกล้งผมชัดๆ ไงล่ะมึง คืนแรกที่จะได้นอนคอนโด เตียงที่แสนนุ่มนิ่มกลายเป็นโซฟาหน้าห้องรับแขก

 

          แสดงว่ายังไงมึงก็ไม่ย้ายออกไป? กูนึกว่า จะใจฟ่อแล้วซะอีก

คำพูดแม่งโครตดูถูก

 

จนกว่าเฮียโซ่จะไล่ ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!!

ปากกูก็เก่งเหลือเกินนะนายชันคนนี้!

 

          ก็มาดูกันว่า มึงจะทนได้เท่าไหร่

ฮือออ อยากจะร้องไห้หนักมาก ทำไมชีวิตคนหล่อ ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย คนหล่อไม่เข้าใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
to be continued...
พระเอกมาแล้วนะคะ มีความกวนน้องเบาๆ

*ตอนนี้อาจมีการอธิบายยาวไป เพราะเพื่อความกระจ่างและง่ายต่อการเข้าใจในตอนถัดๆไปค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #3 Minn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 21:59

    ฟังก์ชัน เราเพลาๆบ้าง ไฟท์สุดเลย 5555555 ศึกนี้น่าจะใหญ่หลวง

    #3
    0