My super Surprise รักใหญ่ๆ ของผู้ชายสุดคูล

ตอนที่ 21 : My super Surpise 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

            จะดูหนังเรื่องอะไร?

            “…”

ตอนนี้ผมและพี่ไพรส์อยู่หน้าโรงหนังในห้างชื่อดังของประเทศไทยแห่งหนึ่ง กำลังเลือกหนังสักเรื่องที่ไม่มีแพลนว่าจะได้มาดู ล่าสุดที่มาดูจำได้ว่ามากับ อะตอม แค่คิดถึงก็รู้สึกเฟลนิดๆ วันนั้นป๊อปคอร์นกูก็ไม่ได้แดก หนังที่ดูกูก็ไม่ได้ชอบ พอดูจบข้าวก็ไม่ได้แดกอีก

คิดแล้วเป็นอะไรที่โคตรประทับใจเหี้ยๆ เลยครับ

 

            สรุปเลือกได้ยังว่าจะดูเรื่องไร

            “ไม่มีหนังสนุกๆ เลย ที่อยากดูก็อีกนานกว่าจะเข้า พี่อยากดูเรื่องไรอ่ะ

ผมตอบได้ตรงไม่มียึกยักเพราะไม่มีเรื่องที่อยากดูจริงๆ ความโรแมนติกในโรงหนัง สงสัยคงต้องปัดตก

 

            กูนึกว่า มึงอยากดูเลยชวนมา เพราะกูก็ไม่มีหนังที่ชอบ

            “…”

            “ทำหน้างงไร

            “มีอะไรที่พี่ชอบบ้างเนี่ย

            “เมื่อก่อนไม่มี แต่ตอนนี้มีแล้ว

            “?

            “ก็มึงไง           

โคตรเหี้ย พี่ไพรส์แม่งพูดพร้อมยกยิ้ม ผมเลยได้แต่หลุบตามองต่ำ ลากเท้าออกจากตรงนั้นอย่างเร็ว พอบอกว่าจะจีบผม ก็รุกกันเหลือเกินนะ ไม่มีเวลาให้ได้หายใจหายคอเลย

 

            หึ

            “พี่ไม่ต้องมาหึเลย

ผมบอกก่อนสะบัดแขนหนีมือพี่ไพรส์ที่เอื้อมมาจับ แล้วลากเท้าตัวเองเดินต่อไป พี่ไพรส์ก็หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังแต่ก็ยังเดินตามผมมาอยู่

           

            งอนไรกูอีก

            “ไม่ได้งอน

            “แล้วเดินหนีทำไม

            “ก็พี่ชอบแกล้งผม

            “กูไปแกล้งมึงตรงไหน

            “…”

นี่พี่ไพรส์ไม่รู้จริงๆ หรือว่าตั้งใจกวนตีนกันเล่นวะ อีกนิดผมจะโกรธแล้วนะ

 

            โอเคๆ ขอโทษครับ

พี่ไพรส์ยกมือขึ้นเหนือหัวเหมือนยอมแพ้ พร้อมรอยยิ้มประดับหน้าเหมือนคนไม่สำนึก นี่ผมชอบคนแบบนี้จริงๆ เหรอวะ

 

            กูแกล้งแค่มึง กูแกล้งแค่คนที่กูชอบ

            “...

พี่ไพรส์พูดก่อนจะเดินเข้ามาจับมือกัน ในขณะที่ผมยังยืนมึนๆ อยู่ จะชักมือกลับก็ไม่ทันแล้ว

 

            เข้าใจไหม?

            “...

            “เข้าใจไหมครับ

ผมหลุบตามองไปทางอื่นอย่างไว ก่อนที่เสียงหัวใจตัวเองจะเต้นดังกว่านี้ แค่จับมือกันก็เขินแล้ว แต่นี่ยังพูดเพราะแถมหยอดกันอีก ใครจะไปกล้าตอบด้วยเสียงสั่นๆ ของตัวเองล่ะ

 

            ไปหาไรกินดีกว่า

            “แล้ว... พี่อยากกินไร

            “กูอยาก...

            “ห้ามนะ!! ห้ามตอบคำนั้น ไม่งั้นผมจะโกรธจริงด้วย!”

ผมรีบสะบัดมือที่จับกับพี่ไพรส์ออกอีกครั้ง ก่อนจะเบี่ยงข้างเล็กน้อยเพื่อหันมามองพี่ไพรส์ที่ยืนข้างกันอย่างคาดโทษ ประโยคที่เคยได้ยินก่อนหน้า  ถ้าบอกว่า อยากกินมึง กูจะได้กินไหม ยังดังชัดเหมือนมีคนมาเปิดวนให้ฟังอยู่อย่างนั้น

 

            คำนั้นคือคำไหน?

พี่ไพรส์ตีหน้าซื่อทำตาใสถามกลับมา ในขณะที่ผมหัวร้อนควันออกหู

 

            ไม่รู้แหละ! ผมจะเลือกเองว่าจะกินอะไร

ผมเลือกตัดบทพี่ไพรส์โดยการเดินเข้าร้านฟูจิ ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อไม่ให้พี่ไพรส์ได้แย้งอะไรทั้งนั้น

 

 

WinWin: ไอ้ชัน

WinWin: อยู่ไหน

WinWin: ไอ้ชัน ตอบกู

WinWin: ไม่ตอบกูจะทิ้งน้องบิงไว้ที่ทางด่วน

 

 

            “ไอ้เหี้ยเอ้ย

            “...

ผมสบถเสียงเรียบเมื่อหยิบมือถือขึ้นมาดู ไอ้วินส่งไลน์ส่วนตัวมารัวๆ เหมือนกับว่าผมไปฆ่าหมามันตาย อีกทั้งยังเอาน้องบิงมาขู่กันอีก ไอ้เลวเอ้ย

 

            มีอะไร?

            “ก็ไอ้วินอ่ะดิ…”

            “?

ผมพูดได้แค่นั้นก่อนที่จะพึงระลึกได้ว่า ไม่ควรพูดอะไรไปมากกว่านี้ ยื่นมือถือให้พี่ไพรส์ดูว่าไอ้วินทักแชทมานะ แล้วลุกเดินออกมาหน้าร้านพร้อมกับกดโทรออกหาไอ้วิน

 

            “มีเหี้ยอะไรไอ้สัส

            (อยู่ไหน)

            เป็นเมียกูหรือไง ช่วงนี้มึงถึงมายุ่งกับกู

            (ตอบมาแค่ว่า มึงอยู่ไหน)

            ฟูจิ

            (กับใคร)

            “คนเดียว

            (ตอแหลเก่ง)

            มึงจะเอาอะไรกับกูล่ะ

ผมถามกลับไปพลางมองรอบๆ ข้าง เหมือนกลัวว่าจะบังเอิญมาเจอไอ้วินที่นี่ แต่ฟูจิไม่ได้มีแค่ห้างนี้ห้างเดียวหนิ ผมหันกลับไปมองหน้าพี่ไพรส์ที่กำลังกินอาหารอย่างอร่อย ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจกัน แต่อาจเพราะปลายสายก็ยังเงียบและผมก็เอาแต่มองพี่ไพรส์ เลยทำให้คนที่ถูกจ้องเงยหน้าขึ้นแล้วหันมาสบตากัน

 

            สรุป... สรุปมึงมีไร

ผมรีบถามกลับไอ้วินเสียงสั่น เสตากลับมามองนอกร้านแทนการแอบมองพี่ไพรส์เมื่อกี้

 

            (แค่นี้แหละ)

เอ้าอะไรของมันไอ้วินวางสายไปแล้ว ในขณะที่ผมยังทำอะไรไม่ถูกเพราะกลัวจะเผลอไปสบตากับพี่ไพรส์ที่นั่งอยู่ในร้านเข้าอีกรอบ ว่าแต่ไอ้วินอยากรู้แค่ว่า ผมอยู่ไหนงี้เหรอ? ปกติมันสนใจที่ไหนล่ะ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรมากขาผมก็พาตัวเองกลับมายังโต๊ะซะก่อน นั่งกินอาหารไปได้ไม่ถึงห้านาที โทรศัพท์พี่ไพรส์ก็ดังขึ้น

ผมมองหน้าพี่ไพรส์ประกอบกับที่พี่ไพรส์จับโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่สบตาผม แล้วเลี่ยงลุกออกไปคุยข้างนอกร้านแทน ความแตกต่างมันชัดเจนจนผมสัมผัสได้

 

ในขณะที่ผมชัดเจน อีกคนอาจยังไม่ชัดเจนก็ได้?

นี่ผมกำลังจะดราม่าอีกแล้วเหรอ? ไม่ๆ ผมต้องไม่ดราม่าดิ

 

 

พี่ไพรส์ออกไปได้ไม่นานก็เดินกลับเข้ามาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามที่เดิม ในใจคันยิบๆ อยากถามว่า ใครโทรมา แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์อะไรขนาดนั้นหรือเปล่า นอกจากผมจะแอบเอามือถือพี่ไพรส์มาค้นตอนที่พี่ไพรส์เผลอ

 

คิดอะไรอยู่?”

คิดว่า…”

จะขโมยโทรศัพท์พี่ไพรส์มาเสือกยังไงนะสิ! อิเหี้ย เกือบหลุดปากแล้วนะ

 

คิดว่า?”

คิดว่าเราจะไปไหนกันต่อดี!

ไอ้พีทเคยบอกไว้ว่า ผมเป็นคนที่โกหกไม่ค่อยเนียน พอรีบตอบออกไปแบบนั้นบอกเลยว่า เสียวสันหลังวูบ! กลัวพี่ไพรส์จะจับได้

 

ไปทะเลกันไหม?”

หา?”

นอกจากจะไม่สงสัยแล้ว พี่ไพรส์ยังชวนไปทะเล แล้วบังเอิญว่าผมก็เป็นคนที่ชอบทะเลด้วยนี่สิ

 

ไปไหม?”

แต่พรุ่งนี้มีเรียนเช้านะ เราจะกลับมาทันเหรอ?”

ก็ไปใกล้ๆ ขับรถสามชั่วโมงถึง พรุ่งนี้ก็ออกเช้าหน่อย

แล้วชุดนักศึกษาผมล่ะ

“...”

จบกัน อยากไปทะเลแต่ปัญหาอยู่ที่ชุดนักศึกษา จะให้วนกลับไปเอาชุดก็ดูจะยังไงอยู่ ยังไม่ทันคิดอะไรมาก พี่ไพรส์ก็เรียกเช็คบิล ก่อนจะเดินนำออกร้านมาโดยไม่มีคำพูดอะไร จะถามก็ไม่กล้า เห็นพี่ไพรส์กดโทรศัพท์ยิกๆ จะชำเลืองมอง สายตาก็เป็นอุปสรรค จนออกจากห้างมาได้ครึ่งทางถึงรู้ว่า เราไม่ได้จะกลับคอนโดแต่เรากำลังจะไปนอกเมือง

 

พี่จะไปไหนอ่ะ

ไปทะเลไง ไม่ไกล

แล้วชุด...

ไม่ต้องห่วง มึงมีใส่แน่ๆ

จะกลับคอนโดก่อนเหรอ ไม่น่าจะทันนะ รถติด

ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เอาแค่วันนี้ก่อน แค่เรื่องของเราก่อน

“...”

พี่ไพรส์บอกเสียงเรียบ ทำเอาหัวใจที่เต้นปกติกลับมาเต้นแรงเป็นรอบที่สิบของวัน

 

 

 

กว่าจะเดินทางมาถึงทะเล ก็ใช้เวลาสามชั่วโมงอย่างที่พี่ไพรส์บอกจริงๆ พี่ไพรส์ขับรถเร็วมาก ไม่ได้แวะปั๊มหรือข้างทางเลย ตอนนี้พี่ไพรส์จอดรถหน้าบ้านพักหลังหนึ่งที่ผมเองก็ไม่เคยมา รอจนพี่ไพรส์ดับเครื่องถึงเดินตามพี่ไพรส์เข้ามาในบ้าน

 

มาถึงแล้วเหรอคะ สวัสดีค่ะ

สวัสดีครับป้า

พี่ไพรส์ทักทายคุณป้าคนหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ยกมือไหว้ด้วยอีกคนพลางส่งยิ้มแหะๆ ไป

 

ไม่ต้องไหว้ป้าหรอกจ้ะ ป้าเป็นแค่คนดูแลบ้าน

ไม่ได้หรอกครับ ม้ารู้ได้ตีผมตายที่ไม่สวัสดีผู้ใหญ่

ผมตอบคุณป้าแม่บ้านเสียงใสพร้อมโชว์รอยยิ้มอีก 32 ซี่ ที่เมื่อก่อนมันเคยมีเหล็กสีฟ้าครามครอบไว้

 

คุณม้าคงภูมิใจในตัวหนูมากจ้ะ

คุณป้าแม่บ้านตอบก่อนระบายยิ้มเบาๆ ส่งกลับมา พอโดนเรียกว่าหนูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองตัวเล็กตัวน้อยเลยวะ จั๊กจี้ฉิบหาย

 

ของที่ผมสั่ง เตรียมทันไหมครับ?”

เจ้าเลกำลังไปซื้อของเพิ่มค่ะ คุณเซอร์ไพรส์จะพักกี่วันคะ?”

พรุ่งนี้เช้ามืดก็กลับแล้ว พอดีผมพาคุณหมอหนีเที่ยวน่ะ

หื้ม? หนูเรียนหมอเหรอจ๊ะ?”

คุณป้าแม่บ้านทำหน้าสงสัยกับคำตอบของพี่ไพรส์ก่อนหันมามองผมคือ ผมเรียนแค่หมอฟันครับป้า

 

ครับ แต่หมอฟันนะครับ ไม่ใช่พวกแพทย์

อ่อจ้ะ งั้นตามสบายเลยนะคะ มีอะไรคุณเซอร์ไพรส์ก็เรียกป้าหรือเจ้าเลได้ตลอดค่ะ

คุณป้าระบายยิ้มเบาๆ อีกครั้ง ก่อนเดินออกจากบ้านไป ทิ้งให้ผมคนตัวเปล่ายืนงงกับพี่ไพรส์อยู่กลางบ้านตามลำพัง

 

ชอบไหม?”

ห่ะ?”

บ้านไง ชอบหรือเปล่า?”

ผมไม่ได้ตอบคำถามพี่ไพรส์ แต่เลือกจะเดินดูนั่นดูนี่รอบบ้านแทน บ้านหลังนี้เป็นบ้านแบบสองชั้นสไตล์โมเดิร์นริมทะเล รอบตัวบ้านมีต้นไม้น้อยใหญ่และสนามหญ้าเล็กน้อย แถมยังมีชานบ้านที่เดินออกไปก็เจอหาดกับทะเล

 

เฮ้ย!! พี่ บ้านหลังนี้ติดทะเลเลยอ่ะ!

จะบอกยังไงดี คือผมชอบที่ตื่นมาก็มองเห็นผืนทะเลกว้างๆ สุดลูกหูลูกตา ชอบมองพระอาทิตย์ตอนเย็นที่ถูกทะเลกลืนกินหรือแม้แต่กระทั่งเมื่อทะเลคายพระอาทิตย์ออกมาในเช้าของอีกวัน

 

...

แรงสวมกอดจากทางด้านหลังทำให้ผมชะงัก เมื่อตอนนี้ผมยืนอยู่ที่ชานระเบียงบ้านที่หันหน้าไปยังทะเล แล้วอีกคนที่อยู่ด้านหลังนี่ไม่ต้องเดาเลยนะครับว่าเป็นใคร ให้ทายว่าผมเขินไม่เขิน?!

เขินสิไอ้เหี้ย!!

 

สรุปว่าชอบไหม?”

พี่ไพรส์ยังคงถามซ้ำอีกครั้ง กระซิบข้างๆ หู ทำเอาใจผมเต้นแรงขึ้นไปอีก

 

ใคร... ใครไม่ชอบก็บ้าแล้วพี่

ผมตอบก่อนงุดหน้าลง อิเหี้ยเอ้ยย ตอนนี้ผมต้องหน้าแดงแน่ๆ ความโรแมนติกในโรงหนังคือถูกปัดตก แต่ความโรแมนติกจากทะเล ก็อาจพอทดแทนได้อยู่ เผลอๆ มากกว่าด้วยซ้ำ

ฮือออออออ ทำไมพี่ไพรส์ต้องทำขนาดนี้ด้วยวะ ใจมันเหลวไปหมดแล้วนะ

 

ปล่อยผมก่อนได้ไหม

ผมงึมงำพูดออกไปเพื่อให้อีกคนปล่อย เพราะถ้าป้าแม่บ้านเกิดเดินเข้ามาเจอคือ ผมต้องเขินตายห่าแน่ๆ

 

หึ เขินหรือไง?”

ใคร... ใครเขิน?!”

ผมเหวเสียงดังก่อนจะขยับหนีอ้อมกอดของพี่ไพรส์ ซึ่งพี่ไพรส์ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี พร้อมยกยิ้มแบบที่เคยทำ คิดว่าตัวเองหล่อมากมั้ง อืม หล่อมาก

 

            ไม่เขินก็ไม่เขิน ไปพักผ่อนก่อนไป

            “พี่มากกว่ามั้ง ขับรถมาตั้งกี่ชั่วโมง

            “เป็นห่วงเหรอครับ?

ผมว่า วันนี้ผมต้องได้ตายจริงๆ อ่ะ พี่ไพรส์เล่นผมหลายรอบแล้วนะ ได้พี่ไพรส์ได้ เดี๋ยวเจอผม!

 

            “แล้วเป็นห่วงไม่ได้เหรอครับ

            “…”

ผมถามกลับพร้อมช้อนตามองหน้าพี่ไพรส์ กระพริบตาปริบๆ  เบะปากน้อยๆ เหมือนที่เคยอ้อนเจ้ ผลที่ได้คือ พี่ไพรส์ยืนนิ่งไปเลย สรุปแล้วคือได้ผลนะ

 

            ชันถามว่า เป็นห่วงไม่ได้เหรอครับ

            “…”

โอ๊ยยยยย พี่ไพรส์เขินหน้าแดงซะงั้น ถ้าผมรู้ว่า อ้อนแล้วพี่มันเขิน ผมจะอ้อนทั้งวันอ่ะ แต่เวลาพี่ไพรส์เขิน รู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดให้น่ามองมากกว่าเดิมอีก ตายๆ ผมไปไหนไม่รอดแล้วแบบนี้

 

            ชัน...

ผมที่ยังพูดไม่จบประโยคที่อยากพูดเพราะยังอยากแกล้งพี่ไพรส์ให้เขินต่อ แต่กลับถูกคนตรงหน้าก้มลงมาจูบเหมือนรำคาญเสียงกัน มือพี่ไพรส์ดึงเอวผมให้ขยับเข้าไปใกล้เพื่อลดช่องว่างระหว่างเราให้ลดลง จูบที่ไม่รุนแรงแต่ก็ดุดันเอาแต่ใจเช่นเดิม ริดรอนเอาความหวานจากปากผมไปรวมไปถึงลมหายใจที่เหลือเพียงเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นพี่ไพรส์ก็ยังผ่อนปรนให้มีโอกาสกอบโกยอากาศจากข้างบนเข้ามาใหม่

            ถ้าจะขนาดนี้แล้ว แดกกูไปเลยเถอะ!

 

            ...

เกิดเป็นความเงียบเมื่อพี่ไพรส์ละจากริมฝีปากผมออกไป พลางยกมือขึ้นซับรอยจูบมุมปากของผมที่จูบไปเมื่อกี้ ก่อนจะดึงมือให้เดินตามไปยังชั้นบน ผมหวังว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้นนะ แบบที่ผมเคยหน้ามืดตามัวแล้วช่วยพี่ไพรส์อ่ะ

 

            โคตรง่วง ขอนอนก่อน

            “…”

พี่ไพรส์ว่าแล้วทิ้งตัวลงนอน มือที่จับกันไว้ดึงให้ผมต้องตามลงไปนอนด้วยกัน ก็ถ้าจะกอดรัดผมขนาดนี้แล้ว ผมมีสิทธิ์เลือกอะไรล่ะ ใช้เวลาไม่นานพี่ไพรส์ก็เข้าสู่ห้วงความฝัน ในขณะที่ผมยังแนบหน้ากับอกพี่ไพรส์เหมือนทุกครั้ง มันเหมือนความเคยชิน เคยชินที่ต้องกอดก่ายกันแล้วหลับไป

 

 

ฟืดๆ ฟืด...

หอม... กลิ่นหอมๆ นี่มันมาจากไหนวะ? ลองขยับตัวหาอ้อมกอดที่เคยคุ้นเหมือนทุกครั้ง แต่กลับพบว่า ด้านข้างมันว่างเปล่า ใจหายวาบจนต้องเปิดเปลือกตา ก่อนจะปรับโฟกัสเพื่อมองรอบข้าง พี่ไพรส์หายไปไหน? ผมลุกบิดขี้เกียจพอเป็นพิธี ก่อนจะลุกนั่งมึนๆ บนเตียง ไหนคนที่นอนหลับเป็นตายถึงกลายเป็นผมได้เนี่ย!

 

พี่ไพรส์

ผมเดินมาจนถึงชั้นล่างก็ยังไม่เจอใคร เรียกชื่อพี่ไพรส์ก็ยังไม่มีใครตอบอะไรกลับมา หายไปไหนว้า เริ่มเย็นแล้วนะเฮ้ย กลิ่นหอมๆ นี่ก็ยังโชยมาไม่ขาด ทำเอาผมเริ่มหวั่นไหว...

โอเค ผมพักตามหาพี่ไพรส์แล้วไปตามกลิ่นหอมๆ นี่ก่อนดีกว่า หิวสัสๆ ขนาดนี้ เดินไปได้ไม่ไกลก็เจอกับเตาปิ้งบาร์บีคิวและของทะเล มันจะไม่อะไรเลยถ้ากุ้งไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนี้!

 

            เฮ้ยๆ มาจากไหนวะ

เสียงตะโกนจากทางด้านหลัง ทำให้มือที่กำลังจะแตะกุ้งต้องค้างกลางอากาศ ค่อยๆ หันไปมองก่อนว่า มันเป็นใครเพราะเสียงไม่คุ้น

 

ไม่ต้องเลยนะมึง มาทำหน้าตาสงสัย คิดว่ากูจะสงสารเหรอ

กูไปทำหน้าแบบนั้นตอนไหน?”

ผมถามย้อนอีกคนก่อนจะเพ่งมองไอ้เด็กหน้าละอ่อนนี่ ดูแล้วน่าจะยังเรียนมอปลายอยู่มั้ง แล้วมากร่างทำซ่าอะไรแถวนี้

 

ตอนนี้แหละ แล้วมึงเป็นใครเนี่ย มาป้วนเปี้ยนบ้านคุณเขาเดี๋ยวมึงจะเจอดี

บ้านคุณเขานี่ใคร?”

ไม่ใช่ว่าไม่รู้นะ แต่ถามมันไปงั้นแหละ ผมก็แสบใช่เล่นนะเผื่อใครไม่รู้

 

คุณเซอร์ไพรส์ไง

อ่อ

แล้วทำไมกูต้องมาบอกมึง!

ไอ้หน้าละอ่อนตอบก่อนจะนึกขึ้นได้มั้งว่า มันไม่จำเป็นต้องมาตอบผม

 

ฮ่าๆๆ มึงนี่ตลกว่ะ

ผมเห็นมันทำหน้างงกับตัวเองแล้วตลกจริงๆ นะ เหมือนตีอกชกหัวว่า ทำไมมันต้องมาตอบกผมด้วย

 

แล้วมึงเป็นใครเนี่ย

กูมากับพี่ไพรส์อ่ะ

พูดเป็นเล่น!

ทำไม? แปลกเหรอ?”

ผมถามออกไปเพราะไอ้นี่มันเล่นใหญ่เกิน แสดงสีหน้าเหมือนเห็นภูเขาโผล่ออกมาจากน้ำทะเลได้

 

แปลกดิสัส คุณเซอร์ไพรส์เขาไม่เคยพาใครมาพักที่นี่เลย โลกส่วนตัวเขาสูงจะตาย

จริงเหรอ?”

จริงดิ เว้นครอบครัวนะ อันนั้นพอเห็น แต่ทุกคนจะพักบ้านใหญ่อีกฝั่งนู่น ไม่ได้มายุ่งกับหลังนี้หรอก

โอเค กูไม่กินกุ้งละ เพราะผมอยากเสือกเรื่องพี่ไพรส์มากกว่า แค่ฟังๆ ก็รู้แล้วว่า ทำไมโอกาสที่ผมจะเจอพี่ไพรส์ที่บ้านไอ้ซิงถึงเป็นศูนย์ แม่งเล่นใช้ชีวิตซะเหมือนโลกหมุนรอบตัวเอง

 

แล้ว...

ตื่นแล้วเหรอ?”

แล้วคำถามที่ผมอยากรู้อยากเห็นอย่างเช่น พี่ไพรส์เคยพาใครมาเที่ยวแถวนี้ไหม ก็ถูกกลืนลงไปในคอตามเดิม

 

อือๆ

ผมตอบพี่ไพรส์แบบไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันไปมองไอ้หน้าละอ่อนที่มองหน้าพี่ไพรส์งงๆ

 

เพื่อนคุณเซอร์ไพรส์เหรอครับ

ไม่ใช่

กูว่าแล้วไง มึงแอบเนียนมาหาแดกใช่ป่ะ

ไอ้ฟายยยย ก็กูเพิ่งตอบคำถามพี่ไพรส์ไปเมื่อกี้ กูจะมาเนียนหลอกแดกห่าไรล่ะ

 

คนที่ชอบ

ห่ะ?”

ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นคนที่ชอบ

 

โบ้มมมมมมมมม

 

ผมต้องการถังออกซิเจนด่วน!! ผมต้องการมันเดี๋ยวนี้!! นี่พี่ไพรส์ไม่คิดว่า ผมจะเขินบ้างเลยหรือไง พูดคำว่า ชอบได้อย่างหน้าตาเฉย

 

สรุปนี่คือแฟนคุณเซอร์ไพรส์จริงเหรอครับ?”

ยังไม่ใช่แฟน จีบอยู่

ฮืออออ ใครก็ได้มาพาผมไปจากตรงนี้ที เพราะต้อนนี้ผมได้แต่ก้มหน้าก้มตาแล้ว

 

พอมีวิธีจีบให้ติดเร็วๆ ไหม

พี่ไพรส์ถามไอ้หน้าละอ่อนเหมือนกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แม่งงงง อย่าหาวิธีมาจีบผมเลย แค่นี้ตัวผมก็เหลวไปหมดแล้ว

 

จำเป็นต้องใช้เหรอครับ? ไอ้กระต่ายนี่ดูจะมีใจให้คุณเซอร์ไพรส์อยู่แล้ว

มึงเรียกใครกระต่าย ไอ้เหี้ย

หุ้ยยย ดุว่ะ พันธุ์ไรวะ

ไอ้เด็กเหี้ย!!

หมดกัน ความโรแมนติกกับพี่ไพรส์และมิตรภาพสำหรับเพื่อนใหม่อย่างไอ้เด็กนี่ ปากแม่งกวนตีนใช่เล่นเลยนะ

 

ใจคอมึงจะทะเลาะกับคนทุกจังหวัดเลยเหรอ

ทำไมพี่ว่าผมอ่ะ พี่เข้าข้างมันเหรอ?”

ผมหันมามองหน้าพี่ไพรส์อย่างไม่เข้าใจ ทำไมต้องทำเสียงเบื่อกันด้วย อารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจมันมาเลยนะในประโยคนี้ ทำไมต้องโทษว่า ผมเป็นคนผิดด้วยวะ ผมยังไม่ได้จริงจังในประโยคข้างบนเลยไหม

 

กูไม่ได้เข้าข้างใคร

นิสัยเด็กสัส

มึงว่าใครนิสัยเด็ก!

ผมจะไม่ยอมไอ้เด็กเหี้ยนี่แน่ๆ แม่ง ทะเลาะกันให้หมดเลย

 

ผมจะกลับกรุงเทพ!

มันเย็นแล้ว จะกลับได้ยังไง

ทำไมจะกลับไม่ได้ ขับรถไง

กูขี้เกียจ มึงก็ไปย่างของไป

ได้ครับ

ผมเถียงกับพี่ไพรส์ไม่จบ พี่ไพรส์แม่งก็ตัดบทเหมือนรำคาญกัน ก่อนจะหันไปบอกไอ้เด็กเหี้ยให้ไปย่างของทะเลต่อ ซึ่งมันก็ยิ้มรับคำก่อนจะมองผมพร้อมยักคิ้ว

 

ไอ้เหี้ยเอ้ยยยย เอาเวลาที่กูคิดว่ามึงพอเป็นมิตรได้คืนมา!

 

หิวไหม?”

ไม่อ่ะ ขอตัวนะ

จบกันความโรแมนติกริมทะเล ไม่ต้องปัดตก เพราะผมถีบตกเองเลย!! จุกในอกจนพูดไม่ออก สาวเท้าออกจากตรงนั้นเร็วๆ ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้าไปห้อง เพื่อชำระความหัวร้อนด้วยการอาบน้ำ

หัวร้อนแล้วต้องอาบน้ำ ใช้ได้จริงเหรอวะ?

 

กลิ่นหอมๆ ก็ยังโชยมาให้ได้กลิ่นไม่ขาด พี่ไพรส์เองก็ไม่ได้ตามมากัน และผมที่กำลังนอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยผมเปียกมาดๆ ที่ไม่คิดจะเช็ดให้แห้ง มองสีของท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนไป ในขณะที่ท้องผมก็เริ่มร้อง

 

พาผมมาทะเล พามาทำไมวะ? พามาให้เสียใจงี้เหรอ?

 

ผมลุกขึ้นมานั่งโง่ๆ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์พร้อมด้วยกุญแจรถก่อนจะเดินมายังข้างล่างอีกครั้ง เหลือบตามองไปที่ชานบ้าน ก็เห็นพี่ไพรส์กับไอ้เด็กนั่นกำลังช่วยกันย่างของ มีความสุขมากมั้ง หน้าบานกันหมดเลยหนิ...

 

แล้วผมมาทำอะไรตรงนี้วะ? มาเห็นภาพเหี้ยอะไรแบบนี้?

 

ฮึบไว้! อย่าเพิ่งร้องไอ้สัส อย่าเพิ่งอ่อนไหว! บอกตัวเองในใจพร้อมสับขาเดินมาหน้าบ้านที่รถพี่ไพรส์จอดอยู่ จำได้ว่าก่อนเข้ามาถึงตัวบ้านมีร้านค้าอยู่ไม่ไกล ต่อให้จะปวดใจแค่ไหน ผมก็ต้องไปหาอะไรกินก่อน!

 

อ้าวคุณหมอ จะไปไหนคะ?”

เอ่อ... จะไป...

ไปไหนวะ? ป้าแม่บ้านเดินออกมาจากพุ่มไม้แล้วมาหยุดเท้าตรงหน้าผม

 

ว่าไงคะ มืดแล้วนะคะ

ผมลืมซื้อของครับ!

ป้าเตรียมของสำหรับคุณหมอไว้หมดแล้วนะคะ

ไม่ครบครับ! ขาดอยู่!

อิเหี้ยยย ผมกับการโกหกควรแยกกันอยู่อ่ะ ทำไมผมต้องเป็นคนเดียวที่โกหกไม่เนียนด้วยวะ ป้าจะจับได้ไหมเนี่ย โอ๊ยยยย เหงื่อเริ่มแตกแล้วครับ

 

งั้นเดี๋ยวให้คุณเซอร์ไพรส์ไปส่งละกัน

ไม่ต้องครับ! ผมไม่ไปแล้วก็ได้ ขอตัวนะครับ

ถ้ายุ่งยากมากนัก แม่งไม่ไปก็ได้ อิเหี้ย ผมหิวไหมล่ะ! คิดในใจพลางเดินห่างออกมาจากหน้าบ้าน เอาไงดีตอนนี้ยังไม่อยากจะเข้าบ้านเลย ท้องก็ร้อง หรือบางทีการได้เดินชายหาดตอนดึกอาจทำให้ผมหายหิวและหายรู้สึกแย่ก็ได้ ถึงแม้จะลบภาพพวกนั้นออกไปไม่ได้ก็ตาม

 

ผืนทะเลตอนนี้มืดมิดเช่นเดียวกับสีของท้องฟ้า ดาวนับล้านนับพันก็ยังแข่งกันส่องแสงสว่างบ้างก็ดับไป ผมนั่งถอนหายใจทิ้งแถวๆ พื้นหญ้า ทั้งที่คิดว่าได้มาไกลถึงนี่ อาจจะมีโอกาสผูกพันกันเพิ่มขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่า ผมโดนเทเพราะพี่ไพรส์เลือกไอ้เด็กนั่น พอมาทบทวนแล้วผมก็ไม่ได้โกรธไอ้เด็กนั่นจริงจังหรอก แต่ผมน้อยใจพี่ไพรส์ แม่งไม่สนใจกันเลยอ่ะ ไหนบอกจะจีบไงวะ คนจีบกันที่ไหนทำกันแบบนี้

 

มานั่งดราม่าเหี้ยไร

ไอ้เหี้ย!

สาบานสิว่า ไอ้เด็กนี่มันอายุยืน เพราะเพียงแค่คิดในใจมันก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

โกรธผมเหรอ

ใครจะโกรธมึง

งั้นก็โกรธคุณเซอร์ไพรส์

ไม่ได้โกรธ

ผมตอบออกไปเสียงเบา พยายามคิดในใจว่า เดี๋ยวไอ้เด็กเหี้ยนี่ก็ไป แต่เหมือนจะคิดผิด เพราะมันแม่งทิ้งตัวนั่งข้างๆ เลยครับ

 

หวงคุณเขาหรือไง?”

“...”

ผมอยู่ ม.5 เอง ขอโทษนะ ที่ตอนแรกพูดกูมึงกับพี่

กูไม่ถือหรอก ช่างมันเหอะ มึงจะไปไหนก็ไป

เพราะกูอยากอยู่คนเดียว ไอ้สัส

 

ไม่อยากรู้เรื่องคุณเขาแล้วเหรอ?”

ไม่อยากรู้แล้ว

อย่ามาเซ้าซี้กู เดี๋ยวกูได้อยากเสือกจริงอีก

 

คุณเขาเจ้าชู้มากนะ แต่ก็ไม่เคยชัดเจนกับใคร

บอกกูทำไม

คือผมก็รู้อยู่แล้วว่า พี่ไพรส์เป็นคนเจ้าชู้ มองมาจากนอกโลกยังรู้เลยว่า พี่มันไม่คิดจะหยุดที่ใคร

 

แต่คุณเขาชัดเจนกับพี่นะ

“...”

คุณเขายอมให้พี่เข้ามาในโลกเขาได้ขนาดนี้ แสดงว่าคุณเขาก็ชัดเจนในระดับหนึ่ง

มึงจะมาพูดทำไม ไม่กลัวกูแย่งเขาหรือไง

พูดเป็นเล่น แฟนผมน่ารักกว่าพี่อีก

เดี๋ยวนะ น่ารักกว่ากูงี้เหรอ?

 

มึงมีแฟนแล้วเหรอ

เพิ่งมีได้สองอาทิตย์ แต่ชอบมันมาตั้งสองปีแล้ว

ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของไอ้เด็กเหี้ยนี่ ดูมันมีความสุขแค่ได้เอ่ยเรื่องของใครอีกคนออกมาจริงๆ

 

            มึงชื่ออะไร

คุยกันมาได้ตั้งนาน เพิ่งคิดได้ว่า ผมควรถามชื่อมันไว้

 

            ชื่อเล แม่ตั้งชื่อว่าทะเล

            กูชื่อ...

            “ผมรู้อยู่แล้ว

            “อ้าว แล้วรู้ได้ไง

            “คุณเขาบอก

“…”

บอกว่าคนที่เขาชอบชื่อ ฟังก์ชัน

            “ไอ้เหี้ย

            “เขินเลยดิ

            “ไอ้สัส

ไม่เขินก็เหี้ยแล้วไง มาคนที่ชงที่ชอบอะไร เมื่อเย็นยังเมินผมแล้วไปย่างกุ้งกับไอ้เด็กนี่อยู่เลย

 

            ทำไมเขินแล้วชอบด่า เหมือนไอ้บายเลย

            “กูไม่ได้เขินแล้วชอบด่า

แต่กูอยากด่ามึงเนี่ย กูถึงด่า

 

            “เนี่ย นิสัยชอบเถียงก็เหมือนกันอีก เป็นพี่น้องกับมันป่ะเนี่ย

            “ไอ้เหี้ย แล้วมันคือใครไอ้บายน่ะ

รู้เลยว่า ไอ้เด็กเหี้ยนี่มันได้นิสัยกวนตีนมาจากพี่ไพรส์ เมินคำพูดผมจนผมต้องยอมถามในสิ่งที่มันอยากให้รู้

 

            แฟนผมเอง โมบาย น่ารักกว่าพี่ น่าฟัดกว่าพี่

            “สมองมีแต่เรื่องทะลึ่ง ยังเด็กไหมล่ะมึงอ่ะ

            “ไม่เด็กแล้วนะครับ คุณไพรส์บอกว่า อายุไม่เกี่ยวกับความรู้สึก

สอนกันได้โคตรเหี้ย แต่ว่าตอนผมอยู่มอปลาย ผมก็มีแฟนนะ แม้จะไปไม่ถึงจังหวะบี้กันก็เถอะ แต่จูบซับรุกไซร้ก็ไม่ใช่น้อยๆ นะเว้ย เจนสนามเหมือนกัน คิดในใจแล้วหันไปมองหน้าไอ้เด็กที่ชื่อ ทะเล อีกครั้ง มันกำลังจ้องโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะยื่นมาให้ผม

 

            ทำหน้างงไรอีก ให้ดูไอ้บายแฟนผมไง

ผมพยักหน้ารับแบบมึนๆ ก่อนจะรับมือถือมันมาดู

 

            แฟนมึง?

ไอ้สัส แฟนไอ้เหี้ยนี่ น่ารักจริงๆ ด้วย แก้มพองลมและยิ้มตาหยีนั้นคงทำให้ใครที่ได้เห็นหลงรักไม่น้อย แต่ว่าแฟนไอ้เด็กเหี้ยนี่มัน...

 

            น่ารักไหม น่ารักเหี้ยๆ เลยเนอะ

            “แต่แฟนมึงเป็น...

            ความรักมันจำกัดเพศหรือไงล่ะ ถ้าไม่ใช่มัน มีผู้ชายน่ารักอีกสิบคนผมก็ไม่รัก

            “…”

ไอ้เลตอบด้วยเสียงหนักแน่น เอื้อมมือมาหยิบมือถือออกจากมือผมไป ตอนแรกที่เจอก็นึกว่า มันเป็นเด็กเหี้ยๆ ทั่วไป แต่พอมองมันในมุมความรักแล้ว เหมือนมันก็จริงจังไม่แพ้ผมเลย

 

            คุณเซอร์ไพรส์เขาไม่เคยต้องจีบใคร เขาก็คงไม่รู้ว่าต้องทำยังไงพี่ถึงจะพอใจหรอกนะ

            “...

            “ให้เวลาคุณเขาหน่อย เขาคบผู้หญิงมาทั้งชีวิตนะ ก่อนจะมาเจอกระต่ายเหี้ยแบบพี่

            “ไอ้เวร มึงอยากเจอกูกระทืบใช่ไหม อีกอย่าง... กูก็คบผู้หญิงมาทั้งชีวิตเหมือนกัน

ประโยคหลังผมพูดเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยิน ทั้งชีวิตผมก็คบผู้หญิงมาไม่น้อยเหมือนกันนะ แต่ความรู้สึกมันมาหักเหตอนที่เจอกับพี่ไพรส์นี่แหละ ระบบการใช้ชีวิตคนคลูอย่างผมก็รวนไปหมด

 

            อย่าขี้หึงมาก เชื่อใจคุณเขาหน่อย

กูไม่ได้ขี้หึง

เห็นอยู่ว่าพี่หึงผมกับคุณเขา ตลกว่ะ หึงไปได้ไง ผมกับคุณเขาฝ่ายรุกนะครับ

รุก... รุกห่าอะไรมึง

ไม่น่าถามออกไปเลย ไม่น่าเลย ไม่น่าถามอะไรแบบนี้เลย

 

จัดให้ยับแล้วค่อยซ้ำตอนล้มไง

แต่ไอ้เด็กเหี้ยนี่ก็ตอบออกมาหน้าตาเฉย!

 

ไอ้เหี้ย! กูไม่คุยกับมึงแล้ว กูจะเข้าบ้าน

เขินขนาดนี้ คิดไปขนาดไหนวะ ฮ่าๆๆ ยังไม่เคยอ่ะดิ

นี่ผมพาตัวเองมาทะเล เพื่อมาเจอเด็กแก่แดดกวนตีนเหรอ เดินหนีมันมายังไม่ไกล ไอ้เลก็ตามมาวิ่งใกล้ๆ

 

คุณเขาใหญ่นะ จัดทีพี่ต้องล้มแน่ๆ

ไอ้เหี้ยยยยยย!!

ตายห่า ไอ้เด็กเหี้ย จัดล้มเหี้ยไรล่ะ!!

 

วิ่งหนีทำเหี้ยไร มานี่เลย! กูจะเตะมึงให้ล้มตอนนี้!

ฮ่าๆๆ กลับก่อนล่ะครับ เมียตาม!”

ถ้ากูไม่ได้เตะมึงวันนี้ สาบานเลยว่า กูจะไม่ยอมให้มึงได้ไปไหน! ไอ้เด็กเหี้ย สันดานหมา ไอ้ทะลึ่ง!! ผมได้แต่กร่นด่าไอ้เล ส่วนตัวมันก็วิ่งปร๋อไปในบ้านอย่างเร็ว ผมว่าผมก็ไม่ได้ขาสั้นขนาดนั้นนะ แต่ทำไมถึงวิ่งตามไอ้เด็กนั่นไม่ทัน

 

ไอ้เด็กเหี้ย ไปไหนแล้ว

ผมบ่นพร้อมหอบแฮ่กๆ แม่ง มันวิ่งเร็วจนผมตามไม่ทันจริงๆ หันซ้ายหันขวาคือ ไม่เจอมันแล้ว แต่เจอ...

กุ้ง! และของทะเล อยากสบถคำว่า เหี้ยเอ้ยดังๆ สักสิบรอบให้คุ้มกับความหิวของตัวเองตอนนี้

 

เฮ้ย!

ขออยู่แบบนี้สักพัก

“…”

ไม่รู้พี่ไพรส์โผล่มาจากไหน ถึงมากอดผมได้จากข้างหลังแบบนี้ อยากจะขัดว่า ค่อยไปกอดตอนอื่นได้ไหม ผมหิวอยู่หรือไม่ก็ผมโกรธอยู่ไหมล่ะไม่คิดจะง้อกันก่อนหรือไง?

 

            ขอโทษ

            “…”

            “ให้เวลากูหน่อยนะ กูยังไม่ค่อยชิน

            “…”

พี่ไพรส์พูดทำลายความเงียบ ก่อนจะจับตัวผมให้พลิกหันหน้าไปหา ดวงตาคมดุที่ผมไม่เคยอ่านออก แต่วันนี้ผมกลับอ่านมันออกว่า พี่ไพรส์เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองเอาซะเลย

 

            ผมไม่ได้โกรธ ผมแค่น้อยใจ

            ....

            “พี่ให้ความสำคัญกับไอ้เด็กเหี้ยนั่นมากกว่าผม ทั้งที่ผมไม่เคยให้ใครสำคัญกว่าพี่เลย

            “แม่ง

            “อ่ะ!”

ผมพูดอะไรผิดเหรอถามจริง ผมแค่บอกความรู้สึกตัวเองเองนะ ทำไมพี่ไพรส์ต้องดึงผมเข้าไปกอดแรงขนาดนี้ด้วย

 

            พี่ ผมจะหายใจไม่ออก

ปล่อยก่อนได้ไหม คือแม่งกอดขนาดนี้ เดี๋ยวผมก็ได้ตายจริงๆ หรอก ยกมือตีหลังพี่ไพรส์ให้ปล่อย พี่ไพรส์ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

 

            หิวไหม กูย่างกุ้งไว้ให้

            “ทำไมใจดี

            “กูใจดีกับมึงตลอด

            “เหรอ ทำไมไม่เคยรู้สึกเลย

            “ถ้ากูไม่ใจดี มึงยับไปตั้งแต่วันแรกแล้ว

 

โบ้มมมมมมมมมม

 

เคยได้ยินคำว่า ล้มทั้งยืนหรือเขินทั้งที่ยังหิวป่ะ ใจเต้นเป็นกลองจังหวะแรป ขาก็ก้าวไม่ออก เหมือนผมจะละลายตายอยู่ตรงนี้ให้ได้

 

ฮืออออออออ ทำไมพี่ไพรส์ไม่อ่อนโยนกับใจผมเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************

TBC. พี่ไพรส์จะรุกน้องแล้วงี้ป่ะ หรือว่ายังไงอ่ะ? คิกค้ากกกกกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

13 ความคิดเห็น