My super Surprise รักใหญ่ๆ ของผู้ชายสุดคูล

ตอนที่ 18 : My super Surprise 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

 

เกิดมาผมยังไม่เคยชอบผู้ชาย พวกเพื่อนในกลุ่มก็เช่นกัน ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ไอ้วินเป็นเหมือนรุ่นบุกเบิก เพราะแม่งแหกกฎแทบทุกข้อ 

 

 

ไม่สนิทใจจะเป็นเพื่อนเธอ 

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ 

หรือแม้แต่ปากไม่ตรงกับใจ 

 

 

ขอหลังสุดผมคิดว่าตรงกับมันที่สุดแล้ว จนมาถึงตัวผมซึ่งมีแฟนเป็นผู้หญิงมาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าคน และทุกคนก็จบที่ตรงคำว่า เราควรเป็นเพื่อนกัน แต่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะผมชอบผู้ชายและที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ ดูเหมือนว่าผมนี่แหละที่จะเป็นคนอ่อยเขา!!

 

อิเหี้ยยยยย ถ้าเพื่อนผมรู้มีล้อยันชาติหน้า!!

 

 

 

 

 

ผมกระพริบตาปริบๆ สองสามครั้ง เพื่อปรับโฟกัสตรงหน้า พี่ไพรส์ยังนอนอยู่ข้างๆ เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือยังส่งเสียงดังเหมือนไม่เคยได้ส่งเสียง พี่ไพรส์ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะควานหาโทรศัพท์ของผมที่อยู่ตรงไหนสักที่ ไม่ใกล้ไม่ไกลเพื่อมาปิด

 

เดี๋ยวผมปิดเอง พี่ย้ายไปนอนต่อในห้องเหอะ

วันนี้ผมมีแลปเช้าเพราะงั้นต้องรีบครับ นาฬิกาตั้งปลุกไว้ที่เวลา 07.15 น. เพราะงั้นผมมีเวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่นานเท่าไหร่ เผื่อหาแดกข้าวเช้าด้วย ไหนจะต้องรอไอ้บามารับอีก

 

เค วันนี้ไม่ไปส่งนะ ง่วงจริงๆ

 

จุ๊บ.

 

“...”

 

อืม พี่ไพรส์เมาขี้หูขี้ตาลุกขึ้นมา ก่อนจะจุ๊บเข้าที่แก้มซ้าย แล้วเดินจากไป ทิ้งให้ไอ้ชันนั่งหัวใจเต้นตึกตักแข่งกับเสียงนาฬิกาปลุก กูตายตอนนี้ได้เลยไหมวะ ดาเมจรุนแรงสัสๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

สัปดาห์หน้าเป็นสัปดาห์เริ่มสอบเก็บคะแนนย่อยแล้วนะคะ อ.อยากให้ทุกคนตั้งใจ สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลา ก็ควรแบ่งเวลาให้ดีนะคะ ทั้งเดือนและดาวของคณะด้วย เลิกเรียนได้ค่ะ

เสียงของ อ. บ่งบอกว่าคาบเรียนของวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว อยากมาพูดว่าเริ่มสอบเก็บคะแนนย่อยเลยครับ ผมเห็นสอบทุกวีค

 

เพราะวินชอบโดดกองเดือน

ถ้ากูไม่โดด จะมีเวลาให้มึงหรือไง

เสียงน้องบิงและไอ้วินดังมาจนทำให้ผมละสายตาจากหน้าห้องมามองพวกมัน

 

แต่คณะก็ต้องมาก่อนไหม?”

เสือกไรสัสบา

ไอ้วินตอนนี้เหมือนคนเหวี่ยงไปทั่ว ผมรู้ว่ามันไม่ได้เต็มใจจะประกวดแต่เพราะมันกลัวน้องบิงจะไปเชียร์คนอื่นมันเลยต้องลงแข่ง ผมรู้แม่งกระทั่งที่มันหนีกองบ่อยๆ เพื่อพาน้องบิงไปเที่ยว

 

มึงจะสนแค่น้องบิง กูเข้าใจนะ แต่ที่น้องบิงกับไอ้บาพูด ก็เพราะเป็นห่วงมึง

“….”

ผมเอ่ยบอกไอ้วิน มองมันที่กำลังเก็บของใกล้เสร็จ

 

ถ้าวินทำแบบนี้ กูจะย้ายไปอยู่บ้านกับพี่โต๊ะเหมือนเดิม

“...”

ไอ้วินไม่ตอบน้องบิง แต่มันลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป ไม่บอกก็รู้ว่าแม่งโกรธแต่ไม่อยากตะคอกน้องบิงมากกว่า

 

ค่อยๆ คุยกันนะ ตามมันไปเหอะ

ผมบอกน้องบิงที่นั่งหน้าจ๋อยคล้ายจะร้องไห้ น้องบิงก็รีบพยักหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนจะเก็บของแล้วตามไอ้วินออกไป เหลือทิ้งไว้แค่ผมกับไอ้บาเพื่อนรัก

 

ไอ้วิน แม่งได้น้องบิงไปครองจริงเหรอวะ

ไม่จริงมั้ง ไป มึงกับกูก็ควรกลับได้แล้ว

งานที่ อ.สั่ง ยังไม่เคลียร์เลย กูต้องไปหาข้อมูลต่ออีก

ผมมองไอ้บาที่บ่นอุ๊ปเหมือนไม่ไหว

 

ใกล้สอบแล้วนะมึง ไหวไหมวะ?”

ก็ไหว แต่ช่วงก่อน กูขาดเยอะไปหน่อย

ที่ไอ้บาพูดก็ถูกของมัน มันขาดชนิดที่ว่าหายไปกับอากาศเลย

 

สู้ๆ นะ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม

ผมตบบ่าไอ้บาไปสองทีเพื่อให้กำลังใจมัน

 

กลัวจะตายห่าก่อนเรียนจบ

เออกูก็กลัว แต่มึงต้องท่องไว้นะ พวกแพทย์เรียนหนักกว่าเราเยอะ เรายังมีเวลาแดกเหล้า

เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้แทบไม่ได้เลย แดกเหล้าอะไรไม่รู้จักเวลาพักร่างกายต้องการแค่เตียง ผมเดินตามหลังไอ้บาอกมายังด้านล่างตึกคณะ ซึ่งเวลาช่วงเย็นแบบนี้ คนไม่ค่อยเยอะเท่ากับช่วงกลางวันเท่าไหร่ แต่แม้ว่าจะเย็นแค่ไหน ถ้าต้องได้เจอกับพวกผู้หญิงบางกลุ่ม ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกนะ แต่สายตาที่มองมา แม่งมองผมเหมือนผมไปขโมยเครื่องสำอางค์เขามาใช้

 

 

 

ตุบ!!

 

 

โอ๊ยยย!!

ไอ้เหี้ย!”

อยู่ดีๆ ก็มีลูกบอลลอยมาโดนหัวกันเฉย แรงไหมไม่รู้แต่ก็เล่นเอาผมถึงกับเข่าทรุดลงพื้นได้ แปลว่ามันไม่ธรรมดาเลยว่าแต่ใครมันมาเล่นบอลแถวนี้วะ

 

เจ็บไหมวะ เหี้ย ใครโยนมาวะ

ไอ้บาทิ้งตัวนั่งข้างๆ พลางมองหาที่มาของลูกบอล

 

ช่างมันเหอะมึง นี่ก็เย็นแล้วด้วย กูไม่ได้เจ็บมาก

ไม่เจ็บมากก็เหี้ยแล้วไอ้สัส นี่ยังมึนไม่หายเลยนะ แต่ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่ไง อาจจะเด็กแถวนี้เล่น หรือไม่ก็… คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

 

มีอะไร?”

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้ผมต้องหันไปมอง แอบรู้สึกแปลกใจไม่น้อยว่า ทำไมพี่ไพรส์มาอยู่ตรงนี้

 

เปล่าอ่ะ แล้วพี่มาทำไม?”

มารับกลับห้อง จำได้ว่า วันนี้เลิกไม่ดึก

“...”

ไอ้บาหันมามองหน้าผมเหมือนต้องการคำอธิบาย เอาไว้ผมอธิบายนอกรอบเหมือนของไอ้ชิพได้ไหมวะ

 

งั้นผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ

ไอ้บาบอกลาพี่ไพรส์ ยักคิ้วส่งให้ผมเหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่า กูจะรอมึงพูดออกมา ก่อนที่มันจะเดินออกไป โดยที่ผมยังนั่งยกมือกุมหัวอยู่ตรงที่เดิม

 

แล้วลงไปนั่งบนพื้นทำไม?” 

“…”

ผมไม่ได้อยากนั่งไหม แต่ผมเจอลูกบอลตบหัวเว้ย นี่ยังมึนไม่หายเลยนะ จะเบะปากร้องไห้แล้วเนี่ย

 

ลุกขึ้นมาดิ

พี่ไพรส์ว่าแล้วก็ยื่นมือมาให้จับเพื่อจะช่วยดึงผมขึ้น คิดว่าละมุนมากมั้ง คิดว่าโรแมนติกเหรอ คิดว่าผมจะเขินงี้เหรอ? ไม่อ่ะ ไม่เขินก็เหี้ยแล้วไหม ฮือออออ

 

จะลุกไม่ลุก

ลุกๆๆ

โรแมนติกได้ไม่นาน ก็ต้องรีบลุกขึ้นก่อนพี่ไพรส์จะเปลี่ยนใจชักมือกลับ

 

แล้วเป็นไร ไปนั่งบนพื้นทำไม?”

ไม่มีอะไรหรอก

ไม่มีก็กลับ

พี่ไพรส์รับคำง่ายๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินห่างออกไป ผมเลยต้องรีบวิ่งตามหลังพลางเอื้อมมือไปรั้งชายเสื้อด้านหลังพี่ไพรส์ไว้ แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อช้อนตามองหน้าอีกคน 

 

ตอนแรกผมวางแผนไว้แล้วว่า วันนี้จะซื้อขนมกลับไปอ้อนพี่ไพรส์ที่ห้อง

แต่เมื่อพี่ไพรส์มายืนอยู่ตรงนี้แล้วอ้อนตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน

 

“…”

ผมหิวมากเลย

ปากบอกพี่ไพรส์ออกไปแบบนั้น แล้วก็กระพริบตาปริบๆ ไปอีก 2 ทีพอให้ดูน่ารัก พี่ไพรส์ก็ยืนนิ่งคลายคิ้วที่ขมวดแต่แรกให้เป็นปกติ

 

 

อิเหี้ยบอกเลย ผมโคตรเขิน

 

“...”

“…”

แต่พี่ไพรส์ก็ยังยืนเงียบแล้วจ้องตาผมกลับ อยู่ดีๆ ผมก็ได้เล่นเกมส์จ้องตากับพี่ไพรส์เฉยเลย พี่ไพรส์ขยับตัวเข้ามาใกล้กันเล็กน้อย พลางก้มหน้าลงมานิดๆ เพื่อให้ช่องว่างระหว่างเราลดลง ในขณะที่ผมค่อยๆ หดคอหนี ไหงคนที่ผมอยากให้เขินกลายเป็นตัวเองไปได้วะ!

 

คิดว่าที่ทำน่ารักแล้วเหรอ?”

บะ... บ้า!

ใครจะไปคิดแบบนั้นล่ะวะ! ผมตะกุกตะกักตอบออกไป พลางขยับตัวออกห่างพี่ไพรส์ แม่งผมแพ้ทางพี่ไพรส์อีกแล้วอ่ะ ฮืออออออ

 

เคยบอกไปแล้วว่า ตอนที่มึงน่ารักคือ ตอนที่มึงหน้าแดง

“…”

เหมือนตอนนี้

พี่ไพรส์เดินห่างออกไปหลังจากพูดประโยคที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของผมสูบฉีดแรงอีกครั้ง พลังทำลายล้างโครตสูงเลย ผมจะตายแล้ว!!!

 

 

 

 

 

 

คิดได้ยังว่าจะกินอะไร

พี่อยากกินไรอ่ะ

ผมถามกลับพี่ไพรส์ไปในขณะที่ยังสนใจกับการหาเพลงเพราะๆ จากคลื่นวิทยุ จริงๆ ก็อยากรู้ด้วยแหละว่า พี่ไพรส์มีของที่ชอบบ้างป่ะ เพราะทุกทีก็ให้ผมเป็นคนเลือกตลอด

 

ถ้าบอกว่า อยากกินมึง กูจะได้กินไหม

อิเหี้ยๆๆๆๆ นี่มันชัดเจนเกินไปแล้วนะ จากที่ยุ่งๆ กับเครื่องเล่นเพลงหน้ารถ ผมรีบดีดตัวกลับมาชิดเบาะแล้วหันไปมองนอกรถทันที ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองหน้าแดงไหม แต่รู้เลยว่า หูตัวเองร้อนมาก!

 

 

 

 

 

Surprise Part

 

ผมส่งเสียงหึในลำคอเหมือนที่เคยชอบทำ ปรายตามองคนหน้าแดงที่แกล้งทำเป็นไม่สนใจผม ก่อนที่ผมจะหันกลับมาสนใจถนนต่อ เมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว

 

 

 

น้องบอกว่าชอบมึง?”

ผมพยักหน้าตอบไอ้มาร์คไป แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดว่า แอบกินน้องแบบช่วยกันมาแล้ว และไม่ได้บอกว่า ครั้งแรกนอกจากจูบน้องผมก็ฟัดจนตัวน้องแดงเถือก

 

ครั้งก่อนเรื่องพี่พริ้ม กูคิดว่าน้องแค่แกล้งพี่พริ้ม

ใช่ มันตั้งใจแกล้งพี่พริ้ม

แต่มึงก็สั่งปิดข่าวจนหมด คนเลยไม่คิดอะไรมาก คิดว่ามึงกับน้องแค่สนิทกัน

ไม่เคยสนิท

ผมไม่เคยสนิทกับฟังก์ชัน ถ้าพูดกันตามตรงเรื่องส่วนตัวบางเรื่องผมก็ไม่เคยรู้เลย

 

กูว่าน้องมันชัดเจนขนาดนี้ มึงไม่ลองเปิดใจวะ

ไอ้เหี้ย นั่นผู้ชาย

แล้วตอนมึงจูบ มึงรู้สึกรังเกียจไหมได้ข่าวล่อไป 2 รอบ

“…”

ไม่ใช่แค่ 2 รอบ หลังๆ ผมจูบบ่อยเท่าที่มีโอกาสด้วยซ้ำ

 

ไม่ตอบกูอีก อย่ายึดติด ไอ้สัส!

ยึดติดอะไร

ความรักไง ถ้าจะรักมึงจะกลัวอะไรวะ เรื่องเพศ ความเสียใจ ผิดหวัง หรือร้องไห้ ถ้ามึงไม่ชัดเจน มึงก็อย่าแกล้งน้องมันเลย การที่มึงเห็นน้องร้องไห้บ่อยๆ มึงมีความสุขแบบนั้นเหรอ?”

“...”

กูเห็นมึงกระวนกระวายเรื่องน้องหลายครั้งแล้วนะ ตั้งแต่พี่พริ้ม น้องฟ้า และไอ้ชิน

ยังไม่รวมวีรกรรมที่แนนนี่ก่อไว้อีก

 

กูแค่ช่วยเจ้ดูแลน้อง ถ้า…”

ข้ออ้างว่ะ คนโลกส่วนตัวสูงอย่างมึง มีน้ำใจมากมั้งให้คนไม่รู้จักมานอนด้วย พวกกูเคยเข้าไปไหมไม่มีใครเคยเข้าไปในห้องมึงด้วยซ้ำ

 

 

คำพูดของไอ้มาร์คยิ่งตอกย้ำในการกระทำที่ผ่านมาทั้งหมดของผม

 

 

น้องมันแค่ไม่เหมือนคนอื่นๆ

ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มตลอดเวลา

ดวงตาที่กลมโต แค่จ้องมองก็เหมือนจะรู้ทุกอย่างภายในใจได้

การกระทำ คำพูด ที่น้องพยายามส่งผ่านมา

ทุกอย่างล้วนต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการที่จะทำมัน

 

 

หรือว่าผมจะสนใจน้องจริงๆ วะ?

 

 

ถ้ามึงไม่ลอง มึงจะรู้ได้ไงวะว่า คนที่มึงต้องการไปตลอดชีวิตอยู่ที่ไหน คำว่า ครอบครัวมันไม่ได้หมายถึงแค่การแต่งงานมีลูกหรอก แต่หมายถึงความรัก ความเข้าใจด้วยต่างหาก ทุกอย่างมันจะโอเค มึงเชื่อกูสิ

 

 

ถ้าผมจะลองเชื่อไอ้มาร์คดู ก็คงจะไม่ผิดหวังเหมือนปาล์มใช่ไหม?

 

 

 มึงแค่ทำในสิ่งที่มึงอยากจะทำก็พอ ง่ายๆ

 

 

ทำในสิ่งที่อยากจะทำคิดแล้วก็ตลกดีนะ

 

 

 

ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปจับมือน้องที่กุมไว้ที่หน้าตักตัวเองมาวางไว้ที่หน้าขาของผม น้องชะงักนิดนึงก่อนจะมองหน้าผม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยที่ปิดไม่มิด ไม่บอกก็รู้ว่า น้องกำลังเขินจากคำพูดก่อนหน้านี้

 

ขอจับหน่อยนะ

แต่พี่ต้องขับรถนะ จะขับมือเดียวหรือไง

“…”

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่เคลื่อนรถไปตามถนนเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนสี ปลายทางก็คงเป็นร้านอาหารใกล้ๆ คอนโด ในขณะที่คนข้างๆ บ่นอุบอิบ ฟังไม่รู้เรื่อง

 

ไปกินเซลม่อนอีกไหม?”

พี่จะพาไปเหรอ?”

ถ้าอยากไป ก็จะพาไป

แต่พี่เลี้ยงใช่ไหมอ่ะ

เสียงคนข้างๆ แผ่วเบาลงคล้ายพูดกับตัวเอง

 

กูเคยให้มึงจ่ายหรือไงล่ะ?”

โอเค! ไปเลย!!

หึ

จากที่ผมคิดว่าจะเป็นร้านอาหารใกล้ๆ คอนโด มีอันต้องเปลี่ยนแพลนไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นแทน

 

ทำไมใจดีอีกแล้ว จะหลอกว่าเลี้ยงแล้วเก็บเงินกับผมทีหลังใช่ไหม?”

ถ้าจะเก็บค่าที่น้องกิน ผมคงไม่เก็บเป็นเงินหรอก เพราะเงินผมเองก็มีเยอะแล้ว

 

กูไม่แย่งเงินค่าขนมมึงหรอก

พูดแล้วนะ ว่าไม่แย่งเงินผม

ครับ

“...”

“…”

จะพูดเพราะทำเชี้ยไรเนี่ย

ประโยคที่น้องบ่นเบาๆ แต่ผมก็ยังได้ยิน เหลือบตามองคนข้างๆ อีกครั้ง แม่งน้องจะพังรถผมไหมวะ

 

ทุบขนาดนั้นกลัวรถไม่พังหรือไง

แล้วพี่จะพูดเพราะทำไมอ่ะ

คือยังไงนะ

กลายเป็นว่า ผมผิดที่พูดเพราะเหรอ?

 

ทุกทีก็จะแดกหัวผมอยู่แล้ว

เคยบอกตอนไหนว่าจะแดกหัว

การกระทำพี่ไง

“…”

ผมชอบพี่ไปได้ยังไงวะ ทำไมชอบกวนตีนขนาดนี้

ฮ่าๆๆ แล้วน้องก็บ่นอุ๊ปคนเดียวเสียงไม่ดัง แต่กลับทำให้ผมรู้สึกดีไม่น้อย อาจจะจริงอย่างที่ไอ้มาร์คบอกก็ได้…

 

 

แค่ทำให้สิ่งที่อยากจะทำก็พอ.

 

 

 

 

 

 

 

*****************

TBC.พูดเพราะก็ผิดหราจ๊ะ คิกค้ากกกกก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

13 ความคิดเห็น