My super Surprise รักใหญ่ๆ ของผู้ชายสุดคูล

ตอนที่ 17 : My super Surprise 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

 

เราไม่ไหวแล้วอ่ะวิน งื้อออออ

เสียงงุ้งงิ้ง ง้องแง้งของน้องบิงที่ยืนตาใสกำลังอ้อนไอ้วิน โดยที่ไอ้วินก็ได้แต่ลูบหัวลูบหน้าอย่างเอ็นดู

 

อดทนนะครับ เดี๋ยวพากลับไปนอน

อื้ออออออ

ไอ้วินตอบรับน้องบิงด้วยคำพูดสุภาพ พร้อมบีบจมูกน้องบิงเล็กน้อย พอให้น่ารักน่าอิจฉา ก่อนจะเลื่อนมือไปจับมือน้องบิงข้างหนึ่ง ส่วนข้างที่ว่างก็ช่วยน้องบิงถือกระเป๋า

 แม่งโลกนี้พวกมึงอยู่กันสองคนเหรอ?

 

ไม่ไปหาไรแดกก่อนเหรอวะ นี่ทุ่มแล้วนะ กูหิววววววว

ขอโทษนะครับ ผมขอขัดเวลาต้องมนต์แห่งความรักพวกมึงสักครู่

 

ไม่อ่ะ กูจะพาน้องบิงไปนอน

ไอ้วินตอบเสียงชัด

 

กู... กูก็ต้องรีบกลับ

แต่มึงต้องไปส่งกูนะ

ไอ้บาอึกอัก ทำตาโต ไอ้เวรเอ้ย ลืมแล้วหรือไงว่า ต้องไปส่งผมกลับห้อง

 

วันนี้กลับกับไอ้วินได้ไหมวะ

ไม่!!!

ผมจะไม่ยอมกลับกับไอ้เหี้ยวินเด็ดขาด แม่งคราวก่อนที่เอาผมไปทิ้งไว้ตึกวิศวะ ผมยังเคืองไม่หายเลยนะ

 

งื้ออออ อยากนอนแล้วอ่ะะะะะ

ผมมองหน้าน้องบิงที่ยังยืนทำตาใส ก็เข้าใจนะว่า คงเหนื่อยและเพลียกันจริงๆ

 

มึงไปเหอะไอ้บา ส่วนมึงก็พาน้องบิงกลับเหอะ กูจะไปหาไรแดกก่อนแล้วค่อยกลับ

ชันจะกลับเองเหรอเดี๋ยวให้วินไปส่ง นะวินนะ

ไอ้วินปรายตามองน้องบิงที่ทำหน้าตาน่ารักเสียงอ้อน ก่อนจะมองหน้าผม ไอ้วินพยักหน้าตกลงเหมือนจำใจ ไอ้สัส ไม่อยากไปส่งกูอะไรขนาดนั้น

 

ไม่ต้องๆ กูจะกลับเอง

ผมยกมือโบกว่าน้องบิงว่าไม่ต้องไปส่ง

 

โกรธกูไหม แต่วันนี้กูมีธุระจริงๆ

เห็นกูเป็นผู้หญิงหรือไง ไอ้สัส เรื่องแค่นี้ คนคลูๆ เขาไม่งี่เง่านะครับ

เมื่อตกลงกันได้ว่า ควรแยกย้ายไปทางใครทางมัน พวกผมก็พาตัวเองมาถึงใต้ตึกพอดี

 

ไปนะมึง ถึงห้องทักหากูด้วย

ไอ้บาบอกก่อนจะแยกเดินไปอีกทาง

 

ให้กูไปส่งไหม?”

ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบให้ไอ้วินอีกครั้ง

 

วินไปส่งชันได้จริงๆ นะ

และส่ายหน้าให้ความน่ารักของน้องบิงด้วยอีกคน

 

กูกลับเองได้ พวกมึงไปเหอะ

ผมตอบก่อนจะยกมือโบกว่าไม่เป็นไรจริงๆ ให้ไอ้วินมันพาน้องบิงไปนอนเหอะ ตัวก็แค่นั้นกลัวจะตายห่าไปก่อนเรียนจบ ส่วนตัวเองก็ได้แต่ลากขาเตาะแตะไปหน้ามอสิครับ รอราชรถมาเกยหรือไง?!

 

 

หมับ!!

 

หื้ม?”

ผมมองมือที่จับข้อมือตัวเอง ก่อนจะไล่สายตาไปยังด้านบน

 

พี่ไพรส์?”

มาได้ยังไงวะ ผมยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเลยนะ ฮืออออออ

 

โทรศัพท์ไปไหน?”

แบตหมด!”

ผมตอบด้วยเสียงฉะฉาน แต่พี่ไพรส์กลับหรี่ตามองเหมือนจับผิดกัน อ่อ เพราะคราวก่อนที่ผมโกหกไว้ถูกไหม พี่เลยไม่เชื่อใจผม

 

ไม่ได้โกหก นี่อ่ะ

ผมเอามือล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังออกมา ยัดใส่มือพี่ไพรส์ให้เห็นคาตาไปเลย

 

แล้วปล่อยให้หมดได้ไง

เล่นเกมส์อ่ะ

มึงนี่มัน…

พี่ไพรส์พูดแค่นั้นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ยัดโทรศัพท์กลับคืนมาให้ผม ก่อนจะลากแขนผมให้เดินตามไปที่รถ ซึ่งผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป อาจเพราะเหนื่อยด้วย ง่วงและหิว คือ หลักๆ ตอนนี้ผมหิวมากด้วยไง

 

พี่ไพรส์

ผมชักมือกลับจนทำให้พี่ไพรส์ต้องหยุดเดิน พี่ไพรส์หันมามองหน้าเลิกคิ้วเหมือนสงสัย ผมมองหน้าพี่ไพรส์ด้วยสายตาอ้อนๆ จริงๆ ผมเองก็เขินนะที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมหิวจนจะแดกพี่ไพรส์ได้แล้ว เลยต้องขออนุญาตงดเขินก่อน

 

“…”

ผม..

มีอะไรอีก

ผมหิวอ่ะ ไม่ได้หิวธรรมดา คือ หิวมาก มากๆ แบบมากกกกกกก

เดี๋ยวพาไปแดกก่อนกลับ

จริงป่ะ!!!

เออ

ทำไมใจดีแบบนี้

แล้วเขินไหม?”

บ้า... ใครเขาเขินแค่พี่ใจดีวะ

ใช่ ผมไม่ได้เขินเพราะพี่ไพรส์ใจดีหรอก แต่ผมเขินสายตาที่แม่งส่งกลับมาหาผมต่างหาก

 

หึ ไม่เขินก็ขึ้นรถ

พอได้ยินพี่ไพรส์ว่าแบบนั้น ผมก็รีบพาตัวเองพุ่งไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถพี่ไพรส์ทันที  ทำไมกันนะ ทำไมผมต้องเป็นคนเขินหรือหวั่นไหวก่อนด้วย พี่ไม่หวั่นไหวกับผมก่อนบ้างหรือไง นึกๆ แล้วอยากเห็นพี่ไพรส์เขินเป็นบ้าเหมือนผมเลยอ่ะ หรือผมต้องอ้อนแรงๆ กว่านี้เหรอ...

 

หรือผมควรทำให้พี่ไพรส์หลงผมวะ?

 

เอาล่ะ ผมว่า ผมคิดอะไรดีๆ ได้ละ ทำไมผมไม่ทำให้พี่ไพรส์ชอบผมมากๆ ล่ะ แต่ว่า... พี่ไพรส์เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ จะชอบผมงี้มันจะมีความเป็นไปได้ไหม แต่ที่ผ่านมา ก็เหมือนพี่ไพรส์จะมีใจนะ สายตายิ่งชัดเลยเวลาผมร้องไห้ การกระทำก็ยิ่งชัดว่า รู้สึกผิดตอนเห็นผมฟูมฟายเป็นบ้า..

 

ว่าก็ว่าเถอะที่ผ่านมา ใจผมตุ๊ดขนาดนี้เลยนะ เหยดดดดเข้!

 

 

 

 

 

 

พี่ไพรส์ คืนนี้ผมนอนโซฟานะ

ได้ดิ

เอาจริงดิพี่ไพรส์ ไม่ง้อไม่รั้งให้ผมนอนในห้องหน่อยเหรอ

 

ผมไปนอนโซฟาจริงๆ นะวันนี้ เพราะจะอ่านชีทยาวเลย

ผมถามย้ำพี่ไพรส์อีกครั้ง เผื่อว่าพี่ไพรส์จะเปลี่ยนใจ

 

เค

แต่เปล่าเลย พี่ไพรส์แม่งยังยืนยันในคำตอบเดิม พร้อมทิ้งตัวลงนอนโดยไม่มองหน้ากันเลยสักนิด

 

พี่จะนอนเลยเหรอ

ผมถามพี่ไพรส์อีกครั้ง

 

ใช่

แต่คำตอบที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม

 

ผมจะไปจริงๆแล้วนะ

ไม่รั้งผมจริงเหรอว้าาาา นี่ผมก็เดินวนอยู่ในห้องนอนนานแล้วนะ

 

จะไปก็ไป สรุปอยากไปนอนโซฟาหรือไม่อยากกันแน่

เห็นผมเป็นคนยังไง?! บอกว่าจะนอนโซฟาคือจะนอน!!

“…”

 

ปัง!!

 

ครับ ฝีมือการปิดประตูของผมเองแหละ แม่งไม่มีรั้งอะไรผมไว้เลย นี่ผมเพิ่งไฟว์กับอะตอมมาด้วยป่ะ แล้วมาเจอพี่ไพรส์เมินกันอีก ห่าเอ้ยยย

 

คอยดูเถอะ กูจะทำให้หลงกูเหมือนที่ทำกูเป็นบ้าเลย

กร่นด่าพี่ไพรส์อยู่แบบนั้น จนนึกขึ้นได้ว่าควรสนใจกับกองชีทตรงหน้าก่อน หรือพูดง่ายๆ คือ ตั้งใจเรียนก่อน ปีหนึ่งอาจมีวิชาไม่เยอะแต่ก็ไม่ได้สบายมากนักหรอก เพราะแต่ละวิชาเป็นตัวต่อยอดในเทอมหน้าและปีชั้นต่อๆ ไปทั้งนั้น รีบเก็บคะแนนไว้เยอะๆ ตั้งแต่ปี 1 นี่แหละเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว

 

อื้อ...

อึดอัด ความรู้สึกแรกที่ผมรู้สึกตัว คือ อึดอัดหายใจไม่ออก นี่ผมโดนผีอำป่ะวะ ค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักออก ก็พบว่าทั้งห้องมืดสนิท ผมจำได้ว่าก่อนม่านสายตาตัวเองจะปิด ผมไม่ได้ลุกไปปิดไฟ แถมยังฟุบหลับที่โต๊ะหน้าโซฟาอีก แล้วใครกันล่ะ ใครกันมันจะมาปิดถ้าผีไม่อำ

 

ฮือออออ ทำไมผีต้องมาอำกูด้วย

ห้องก็มืด ถ้าแหกปากออกไป พี่ไพรส์จะได้ยินผมไหมก็ไม่รู้ พระก็ไม่ได้ใส่ บทสวดอะไรก็จำไม่ค่อยได้ตั้งแต่จบประถม ฮืออออออออ

 

อำอะไรของมึง

ผมได้ยินเสียงของอีกคนที่ดังไม่ไกล ก่อนที่ไฟด้านข้างจะติดสว่างเล็กน้อย

 

อ้าว พี่หรอกเหรอ?”

ผมได้สติเมื่อเห็นว่าเป็นพี่ไพรส์ที่ทำให้ผมอึดอัด โว้ยยยย กอดก่ายผมแน่นขนาดนี้คือ กะจะฆ่าผมเลยงี้ป่ะ

 

ไม่ใช่กูแล้วจะเป็นใคร

เอ้า...

ก็ผมเห็นพี่ไม่สนใจกันนี่หว่า ผมบอกว่าจะนอนข้างนอก ยังไม่สนใจกันเลย ผมเงยหน้ามองพี่ไพรส์เล็กน้อย แสร้งทำตาปริบๆ กระพริบตาสองสามครั้งปรับโฟกัสสายตาให้ชินในความมืดเล็กน้อย

 

อะไรของมึงอีก กูง่วง

ง่วงก็นอนไปสิ แล้วพาผมเข้ามาในห้องทำไม บอกแล้วไง จะนอนโซฟา

ผมดิ้นโวยวายเล็กน้อย แต่ไม่ได้เยอะหรอก เดี๋ยวพี่ไพรส์ไม่ง้อผมอีกล่ะแย่เลย

 

ช่วยดูรอบข้างด้วย

ดูทำไม?”

มึงนอนโซฟาอยู่

“...”

จ้อจี้ป่ะวะ ผมค่อยๆ ถอยหลังนิดนึงก่อนจะพบว่า แค่ขยับประมาณสองทีก็ติดพนักด้านหลังของโซฟาแล้ว สรุปคือ พี่ไพรส์มานอนโซฟากับผมงี้เหรอ?

 

ไม่ใช่กูไม่สนใจนะ แต่หน้าที่หลักของมึงคือเรียน

“...”

มึงจะไม่นอนในห้องก็ไม่เป็นไร

“...”

เพราะต่อให้มึงไปนอนที่ไหน ยังไงกูก็ตามไปอยู่ดี

“...”

เขินยัง ถ้ายัง พรุ่งนี้ค่อยเขิน กูง่วง ฝันดี

“...”

พี่ไพรส์เอ่ยบอกฝันดีพลางจูบหน้าผากกัน ละมุนมากมั้ง โอ๊ยยย ไอ้เหี้ยย เขินฉิบหายแล้วเนี่ยยย พี่ไพรส์กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นในขณะที่ผมเองก็กอดพี่ไพรส์ พยายามจะหาท่าที่สบายเพื่อจะนอน แต่กลับพบว่าตอนนี้ตัวเองตาสว่างใสปิ๊งเลย

 

พี่ไพรส์ ไม่ดับไฟเหรอ?”

ถ้ากูดับมึงต้องนอน แล้วหยุดดิ้นนะ

ก็คนมันนอนไม่หลับอ่ะ นอนอยู่ท่าเดียวก็เมื่อยดิ พี่ไพรส์เอื้อมไปปิดไฟที่โต๊ะข้างโฟซา ก่อนจะวางมือลงบนเอวของผม เฮ้ยๆๆ ไม่เอาท่านี้ได้ไหม ไม่เอาๆ หัวใจผมทำงานหนักอีกแล้วเนี่ย ฮือออออออ

 

อย่าทำให้กูทนไม่ไหว

“…”

ต่อให้กูจะใจดีกับมึงแค่ไหน แต่บางเรื่องกูก็ไม่ใจดีนะ ความอดทนกูก็มีเหมือนกัน

“…”

พูดเหมือนทุกวันนี้ใจดีกับผมมากอ่ะ แล้วไอ้ที่ทนไม่ไหวนี่เรื่องไหน ผมกวนตีนบ่อยเหรอ อ่ะ... ฉิบหายแล้วแบบนี้ เพราะขาผมที่พาดช่วงกลางลำตัวของพี่ไพรส์รับรู้ถึงสิ่งที่ดุนดันขึ้นมา ไม่เอาแบบนี้แล้วได้ไหม ไม่ชอบแบบนี้อ่ะ ฮืออออออ

 

กูบอกแล้วนะ ให้มึงนอนนิ่งๆ กูง่วง

ก็ผม... อื้อออ!!!

ผมยังไม่ทันจะได้บอกอะไร พี่ไพรส์ก็พลิกมาจูบปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ไหนบอกง่วงนอนไง มือผมที่ดันอกพี่ไพรส์ไว้ก็เหมือนจะไม่มีผลอะไรเลย มือพี่ไพรส์ที่จับท้ายทอยเพื่อขยับให้หน้าเราชิดกัน กำลังจะทำให้ผมขาดอากาศหายใจอีกแล้ว

 

มึงตั้งใจจะทำอะไร

“…”

พี่ไพรส์ผละออกไปไม่ห่าง ปากยังแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกคน ผมขมวดคิ้วสงสัยในสิ่งที่พี่ไพรส์ถาม มองหน้าพี่ไพรส์ที่ห่างออกไปไม่ถึงคืบกับหัวใจผมที่เต้นแรง

 

อยากให้กูเป็นบ้าเพราะมึงหรือไง

อื้ออ!!”

พี่ไพรส์กดจูบอีกครั้งจากที่ผมต่อต้านเพราะกลัวจะเลยเถิด กลายเป็นผมเองนี่แหละที่จะกู่ไม่กลับ แม่งพี่ไพรส์จูบเก่งขนาดนี้ ไม่อยากโอนอ่อนแต่ก็ต้านทานไม่ไหวแล้วไหมวะ

 

อื้อ…

ผมส่งเสียงออกไปถึงจะอายแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาคิดมากแบบนั้นไง เพราะตอนนี้ผมกำลังรู้สึกดีเหี้ยๆ เลยอ่ะ ตายห่าแน่ผมคืนนี้ ยิ่งมือพี่ไพรส์ที่สอดเข้ามาลูบวนแถวท้องและหน้าอก ก็ยิ่งทำผมจะตายให้ได้ ใครไม่เป็นผม ไม่มีทางรู้หรอกว่า พี่ไพรส์แม่งร้ายสัสๆ

 

พะ... พี่ไพรส์

เสียงสั่นไปอีก เมื่อพี่ไพรส์ปล่อยปากให้เป็นอิสระ เลื่อนใบหน้าดุดันไปแถวซอกคอ ต่ำลงไปจนดูดดึงอยู่ที่หน้าอกผม จนต้องจิกเข้าที่ไหล่พี่ไพรส์ มันประสบการณ์ใหม่ที่กำลังเรียนรู้ กำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า นี่มันยิ่งกว่าคืนก่อนอีกนะ เพราะครั้งนี้เราใกล้ชิดกันมาก

คืนก่อนเราอาจแค่ช่วยกันเอาออก ไม่ได้มี make love เหมือนคืนวันเกิดผม และตอนนี้ภาพมันคล้ายกับสองคืนนั้นรวมกัน

 

อื้อ... พี่... ผม...

มองหน้ากู

พี่ไพรส์ที่หน้าอยู่ตรงอกเงยหน้าขึ้นมามองผม ภาพพี่ไพรส์ที่ผมเห็นตอนนี้คือกำลังคร่อมผมอยู่ แม้ตอนนี้ในห้องจะมืดแค่ไหน แต่สายตาและดวงตาคู่คมกลับทำให้ผมมองเห็นมันได้ชัด

 

ใจเต้นเป็นตุ๊ดไปแล้วครับ!! ฮืออออออออออ

 

เชื่อใจกูไหม

ผมไม่น่าจะรอดไหมวะ ถ้าถามแบบนี้ ยังไม่เอาได้ไหม ฮือออออ

 

พี่...

เอ่ยเรียกเสียงสั่น มือพี่ไพรส์ที่ลูบตรงต้นขากำลังทำให้ผมมวนท้อง

 

ถ้าไปต่อจากนี้ กูจะไม่หยุดแล้ว ต่อให้มึงจะร้องไห้

วัน...

“…”

วันอื่นได้ไหม

...

พี่ไพรส์มองหน้าผมนิ่งๆ ด้วยสายตาที่ผมมองไม่ค่อยชัดและอ่านไม่ออกเหมือนทุกครั้ง

 

ผม...

มึงกำลังจะทำกูเป็นบ้าใช่ไหม

ตอนแรกก็ใช่ แต่ตอนนี้ผมกลัวครับ! ประสบการณ์ห่าไรก็ไม่มี ข้อมูลห่าไรตัวผมก็ยังไม่รู้ ผมขอก่อนได้ไหมล่ะ ขอให้ชีวิตตัวเองปลอดภัยก่อนได้ไหม ไอ้ที่อยากอ่ะมันก็อยาก แต่ถ้าต้องทำขนาดนั้น ผมก็กลัวไหมวะ

 

กระทู้พันทิปก็บอกอยู่ว่า ครั้งแรกมันจะเจ็บ ถ้าแค่เจ็บมันจะไม่อะไรหรอก แต่ข้อที่ผมรู้เพิ่มเติมคือ เราอาจจะรักเขามากกว่าเดิมเยอะเลยนี่ดิที่ผมกลัว

 

หรือเพราะเรายังไม่มีสถานะ

“…”

พี่ไพรส์ทิ้งตัวลงนอนทับผมที่อยู่ข้างล่าง อารมณ์ที่เตลิดไปแต่แรกดูเหมือนจะลดลงเรื่อยๆ ตามความคิดที่เริ่มมีเหตุผลขึ้นมา สรุปผมรอดเฉยซะอย่างนั้น

 

ต้องถึงขนาดไหน มึงถึงจะเชื่อใจและเป็นของกู

“…”

ต้องมากขนาดไหนกัน

ทำให้ผมรักพี่ไง

“…”

ผมยกมือลูบหัวพี่ไพรส์เบาๆ เหมือนลูบหมาตัวโตอย่างใจเย็น ทั้งที่ความจริงแล้วผมมีแผนดีๆ รออยู่

 

มันยากไปเหรอ

“…”

ผมถามพี่ไพรส์อีกครั้ง แต่พี่ไพรส์เงียบฉิบหายเลยอ่ะหรือพี่ไพรส์จะไม่ได้ชอบผมแบบนั้นวะ ผมไม่เชื่อหรอกนะ เพราะแค่การกระทำของพี่ไพรส์ก็ไม่ใช่แล้ว ผมดูออกว่าพี่ไพรส์ก็เหมือนจะมีใจ!!

            หรือมันก็แค่เหมือน? ถ้าแค่เหมือนก็ต้องทำให้มีใจไง

 

ผมชอบพี่นะ ก็คงไม่ยากใช่ไหม ถ้าพี่จะทำให้ผมรัก

มึงมันไอ้สโนวบอลจริงๆ

อะไรว้าาา พี่ไพรส์ชันแขนขึ้นเพื่อลุกจากตัวผม แต่ก็ไม่ได้ขยับไปไหน นอกจากยกมือข้างหนึ่งมาบีบจมูกกัน จากนั้นพี่ไพรส์ก็ขยับตัวลงมานอนข้างๆ ก่อนจะดึงผมเข้าไปกอดอีกรอบ ถ้าจะทำให้พี่ไพรส์หลงผม ผมต้องพยายามมากกว่านี้ถูกไหม?

 

อิเหี้ย ชีวิตผมเดินมาถึงจุดที่วางแผนอ่อยผู้ชายได้ไงวะ

 

นอนได้ละ กูง่วงรอบที่ล้านแปด

เสียงงัวเงียของพี่ไพรส์ทำให้ผมหลุดจากห้วงความคิดเหี้ยๆ ของตัวเอง พลางขยับตัวเองเล็กน้อยซุกหน้าหาอ้อมกอดพี่ไพรส์ด้วยความเคยชิน จริงๆ แค่นี้มันก็ดีแล้วนะ... แต่ก็เหมือนมันยังไม่ใช่แค่นี้หรือเปล่า

เพราะในขณะที่ผมเริ่มชัดเจนจนน่ากลัว ผมกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่ไพรส์เลย

 

 

 

 




 

*************************

TBC. มันจะเป็นยังไงต่อกันนะ ใครจะเขินก่อนใครกันแน่ ฮ่าๆๆๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

13 ความคิดเห็น