Art Eat Eng อาร์ต ง่ำ อิ๊ง [Sense Book Publishing]

ตอนที่ 39 : คิดจะจีบก็ต้องด้านแล้วจะได้ เพราะถ้ามัวแต่อายก็อด [Part 2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    29 ต.ค. 62

           เมื่อเดินคล้อยหลังกลุ่มพี่ว้ากแล้วสามสาวก็มองหน้ากันไปมาแล้วเหลือบไปที่เก้าที่หน้างอสนิท บีผู้ปากไวกว่าความคิดเสมอพูดขึ้นตามที่ใจตัวเองสงสัย

“พี่บิ๊กยิ้มแก้มแทบแตกใส่โทรศัพท์คืออะไรวะมึง แล้วคือ ไม่ได้แชตกับมึงด้วยอะ”

“กูจะรู้มั้ยอะ ไม่ได้ตัวติดกับพี่มันนี่” เก้าตอบแล้วรีบจ้ำเท้าเพื่อเข้าห้อง

“พี่แม่งเปลี่ยนใจไปจีบคนอื่นแล้วจริง ๆ เหรอวะ มึงแค่ไม่ให้เข้าใกล้แค่อาทิตย์เดียวเนี่ยนะ วันแรกก็เห็นแชตมาหามึงดีอยู่เลยนี่หว่า” ไหมออกความเห็นบ้าง คนตัวเล็กเลี้ยวเข้าห้องแล้วเอากระเป๋าไปวางไว้ที่โต๊ะหน้าสุดตรงริมหน้าต่างตามปกติ ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อนเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะให้คำตอบว่าอะไร

“แกโอเคเปล่าวะเก้า” ลูกแมวถามพลางยกมือขึ้นแตะไหล่เบาๆ

“เฮ้ย เราโอเค เราไม่ได้อะไรกับพี่มันนี่หว่า ก็แค่...เสียความรู้สึก ที่พี่มันเปลี่ยนใจง่ายเกิน โคตรโลเลอะ” เก้านั่งลงแล้วถอนหายใจหนักพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง

“เก้าเป็นอะไร” ลอยด์ถามอย่างเป็นห่วง ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดว่าเพื่อนพูดถึงเรื่องอะไรกัน

“เราไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง” หนุ่มหน้าหวานตอบแล้วยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อนผู้แสนซื่อ

“อย่าเพิ่งคิดอะไรกันไปไกลเลยพวกเรา พี่เขาอาจไม่ได้เปลี่ยนใจก็ได้ ฮีอาจมีแผนแบบว่า แกล้งตีตัวออกหากให้เก้านอยด์ แล้วกลับมารุกหนักก็ได้นะ เนี่ย แบบฉบับของเมะในมังงะเลย เชื่อลูกแมว” สาวหน้าทะเล้นแอบกระซิบกระซาบกับอีกสองสาวในระหว่างที่เก้าหันไปให้ความสนใจกับลอยด์

“มังงะเรื่องอะไรของแกวะลูกแมว เอามาอ่านมั่งดิ๊ วายติดเรตมะ” ไหมซักอย่างสนใจ

“หูยยย จะเหลือมั้ยอ่า นี่ต้องแอบอ่านหนักมาก กลัวรูมเมตเห็น คิ ๆ ๆ”

“ร้ายกาจจจ ไหนส่งลิงก์มาให้ไว ของแบบนี้มีแล้วไม่แชร์ไม่ได้ มีแนวเมะขี้หวงปะวะ เหมาะกะพี่เรย์ดี งุ้ยยย” บีรีบถามพร้อมคะยั้นคะยอให้เพื่อนหยิบโทรศัพท์มาส่งลิงก์ให้

“มีหมด ๆ เดี๋ยวลูกแมวหาแพร้พพพพ แต่ละอันดีงามมาก อ่านแล้วฟิน จิ้นกระจาย เสียดายภาพไม่เคลื่อนไหว ฮุ ๆ ๆ”

“อร๊ายยย ลูกแมวทะลึ่งอะ” ไหมทำเป็นผลักไหล่เพื่อน แต่ตาเป็นสระอิไปเรียบร้อยแล้ว

“คุยไรกัน” เก้ายื่นหน้าเข้าไปกลางวง สาว ๆ ตกใจจนสมาร์ตโฟนแทบหล่น

“โอ๊ยมึง! กูใจหายหมด นึกว่าอาจารย์ ลูกแมวกำลังหาลิงก์มังงะวายให้อ่าน เอามั้ย” ได้ยินแบบนั้นคนตัวเล็กก็ทำหน้าเซ็ง

“พวกมึงนี่เป็นเอามาก ดูของจริงกันทุกวันไม่พอเหรอวะ ยังจะต้องหาอ่านกันอีก”

“แหมมม มันไม่เหมือนกันว้อย มันฟินกันคนละเลเวล มึงอะควรศึกษาไว้ก็ดีนะ ลูกสาวกูด้วย เผื่อจะได้เก่ง ๆ คริ ๆ” ไหมพูดแล้วปิดปากหัวเราะคิกคัก

“มึงปล่อยลูกสาวมึงให้ใสไปเหอะว่ะ ให้พี่เรย์เขาเสี้ยมสอนกันไปเอง หูยยย เป็นกูกูก็คงสอนไปฟัดไปเหมือนเฮียแกแหละว่ะ แม่งน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ ดูดิ นั่งแชตกับผัวยิ้มไปยิ้มมาอยู่นั่นแหละ วัน ๆ มีเรื่องอื่นในสมองมั่งมั้ยวะลูกสาว!” บีว่า ทุกคนหันไปมองลอยด์เป็นตาเดียว เห็นยิ้มเขินอายม้วนกับโทรศัพท์อยู่ก็หันไปมองหน้าเก้า

“เมื่อกี้ยังคุยกับมึงอยู่เลยนี่หว่า” ไหมพูดขึ้น

“เออ แต่พอผัวส่งข้อความมาก็เทกูทันที” หนุ่มหน้าหวานตอบ หันไปมองหนุ่มเหนือที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แชตกับแฟนแล้วก็นึกไปถึงตอนที่เขาเองส่งข้อความคุยกับรุ่นพี่ สีหน้ามีความสุขและรอยยิ้มที่ดูตื่นเต้นดีใจตอนเฮดว้ากมองดูโทรศัพท์เมื่อครู่ ทำให้เขาอยากรู้ว่าตอนแชตคุยกับเขา รุ่นพี่ยิ้มกว้างเท่านั้นไหม

 

...................................................................

 

หลังจากแชตกับกลุ่มเพื่อนเสร็จเก้าก็ไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน แต่เขานอนไม่หลับจึงหยิบสมาร์ตโฟนมานั่งไล่อ่านข้อความเต็มพรืดที่ถูกส่งมาจากพี่ปีสามอีกครั้ง นั่งยิ้มขำกับตัวอักษรที่ถูกส่งมาเมื่อวันก่อน แล้วก็ต้องถอนหายใจ อ่านจนจบไปนานแล้วก็ยังนั่งจ้องมันอยู่อย่างนั้น ใจอยากจะพิมพ์อะไรตอบกลับไปแต่ก็ไม่แน่ใจว่าควรทำหรือไม่ หากเจ้าของข้อความเป็นร้อยข้อความนั่นหันไปชอบคนอื่นแล้วจริง ๆ เขาก็ควรจะเลิกคิดถึงคนเจ้าชู้แบบนั้นได้แล้ว

“แม่ง เปลี่ยนใจง่ายยิ่งกว่าเปลี่ยนกางเกงในอีก” คนตัวเล็กบ่นพลางกดออกจากแอปแล้วโยนมือถือลงไปบนที่นอน ทิ้งตัวลงนอนมองเพดานแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บในอกหรืออยากร้องไห้เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่ได้ชอบรุ่นพี่ถึงขนาดนั้น เพียงแค่เสียความรู้สึกและตั้งตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนใจที่รวดเร็วแบบนี้

เสียงแจ้งเตือนทำให้คนที่เคลิ้มเกือบจะหลับอยู่แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อกดดูก็ยิ้มออกเพราะเป็นลูกแมวที่ส่งลิงก์อ่านมังงะวายออนไลน์มาให้ในไลน์กลุ่ม พร้อมข้อความอธิบายเนื้อเรื่องย่อคร่าว ๆ นึกสนุกจึงพิมพ์ตอบไป

 

Kao :: นี่ถ้าลูกสาวเปิดอ่านจะตอบลูกว่ายังไงกัน

ไหม :: เบิกตาดูก่อน นี่กรุ๊ปไหน กรุ๊ปนี้ไม่แอดลูกไงมึง เอาไว้หวีดลูกกับผัวลูกไง

บี :: เมาขี้ตาเหรอวะเก้า ตามที่ไหมบอกเลย กรุ๊ปนี้ไม่มีลูกสาวพวกเรา

ลูกแมว :: ทุกคนอย่าเกรี้ยวกราดกับน้องเก้า เดี๋ยวพรุ่งนี้ลูกแมวมีคลิปล้างตาจากโต๊ะ คิคิคิ

บี :: โอ๊ยย ลูกแมวอ้ะ ทำไมต้องรอถึงพรุ่งนี้!

ไหม :: ลูกแมวมันกลัวพวกเราพลาดไง โดยเฉพาะมึง ไอ้บี มึงอะส่งผิดส่งถูกประจำ เดี๋ยวเสือกกดฟอร์เวิร์ดไปที่อื่นเสร็จเลยนะมึง

บี :: เออ ๆ กูลืมว่ะ เมื่อวานกูเพิ่งกดฟอร์เวิร์ดรูปหลานกูนั่งขี้ไปให้พี่รหัสกู

ไหม :: โฮ้ยยย อะไรของมึ้งงงง กร๊ากกกก

บี :: กูไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า แล้วพี่เขากำลังกินข้าวอยู่เลยมึง ดีนะเทคโนโลยียังไม่ล้ำขนาดส่งกลิ่นได้ด้วย ไม่งั้นพีกกว่านี้อีก อิอิอิ

ไหม :: เลวว่ะ โอ๊ยยย กุขำหนักม้ากกก ไม่ต้องเผลอส่งมาให้ดูเลยนะ กูไม่อยากเห็นหลานมึงฝึกนั่งโถน

บี :: เออ ไม่ต้องห่วง กูลบออกไปละ เดี๋ยวพลาดอีก อ้าว ไป ๆ มา ๆ ทำไมเหลือเราคุยกันสองคนอีกแล้ววะ

ไหม :: กูว่าลูกแมวแม่งร่วงคาโทรศัพท์อีกตามเคย มึงอยู่มั้ยเก้า

Kao :: เออ อยู่ แต่กูจะนอนละ ง่วง มึงสองคนคุยเรื่องขี้กันไปต่อละกัน

ไหม :: ไม่คุยแล้วเว้ย กูก็กำลังจะไปนอน ฝันดีนะพวกมึง

บี :: เออ ๆ ฝันดี ๆ

Kao :: ฝันดี เจอกันพรุ่งนี้หน้าตึกเหมือนเดิมเว้ย

 

จบบทสนทนาเก้าก็กดปิดแอปอีกครั้ง นำสมาร์ตโฟนไปวางบนโต๊ะหัวเตียงแล้วล้มตัวลงนอน อย่างน้อยบทสนทนาไร้สาระเมื่อครู่ก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง

 

เช้าวันรุ่งขึ้นแก๊งลูกแมวก็ไปรวมตัวกันหน้าตึกตามปกติ แม้ว่าวันนี้ที่มหาวิทยาลัยจะมีงานฉลองครบรอบวันสถาปนาของสถาบัน แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ก็ยังคงไปรวมตัวกันที่หน้าคณะของตน แม้ปีหนึ่งจะไม่มีบทบาทในการจัดการเรื่องออกร้านหรือกิจกรรมใด ๆ นอกจากเดินเที่ยว แต่หลายคนก็อาสาจะช่วยและบางคนก็ได้รับการขอร้อง บรรยากาศการเตรียมการจึงเป็นไปอย่างคึกคัก

“พี่เรย์ไม่ต้องไปเตรียมงานอะไรที่คณะเหรอคะ” บีถามขึ้นเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ต่างคณะไม่ยอมห่างตัวลอยด์เลยตั้งแต่มาถึง

“เดี๋ยวไป” คนพูดน้อยตอบสั้น ๆ แล้วโอบกระชับรอบเอวแฟนเด็กพลางใช้สายตาดุ ๆ ข่มขู่ทุกคนที่บังอาจมองมาที่แขนขาขาว ๆ ของลอยด์ เพราะวันนี้ไม่มีเรียนทุกคนจึงไม่ต้องแต่งชุดนักศึกษา ลอยด์ใส่เสื้อแขนสั้นขาสั้นเผยให้เห็นผิวขาวจัดที่คนไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก

“พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ใส่แขนยาวขายาว” คนขี้หวงบ่น เด็กน้อยของเขาทำปากยู่แล้วเถียงเสียงหวาน

“กะมันฮ้อนนี่จ๊ะปี้จ๋า ทีปี้ยังใส่เสื้อยืดแขนสั้นได้เลย” พูดจบก็มองกล้ามแขนที่ปูดทะลุเสื้อออกมาอวดสายตาคนอื่นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เห็นน้องหน้ามุ่ยคนหลงแฟนก็รีบโอ๋

“พี่ไม่ได้ว่าอะไร อย่างอแงสิครับ พี่หวงผิวขาว ๆ ของเรานี่นา ดูสิ มีแต่คนมอง มองไรวะ!” พูดเสียงนุ่มกับเด็กน้อยของเขาจบก็หันไปคำรามใส่ไอ้หนุ่มที่จ้องคนตัวขาวอยู่นานแล้ว เสียงดุจนลอยด์สะดุ้งโหยง

“งื้อ...ปี้จ๋า น้องตกใจ” คนขวัญอ่อนหน้าเสีย รีบออดอ้อนแฟนรูปหล่อ คนถูกอ้อนก็ยืนกอดยืนโอ๋กันอยู่ตรงนั้น จนแก๊งวายฟินปนหมั่นไส้

“โอ๊ยยย กูลำไยคู่นี้หนักมาก ถ้าจะขนาดนี้กลับห้องไปฟัดกันให้พอเลยดีกว่ามั้ย” บีกระซิบกับเดอะแก๊ง

“กูว่าถ้าเฮียแกหวงขนาดนี้ ควรฟัดให้ลูกสาวกูลายไปทั้งตัว จะได้ไม่มีใครกล้ามอง” ไหมรีบสนับสนุน

“ตกลงเฮียแกจะหนีบน้องดอยไว้ ไม่ไปช่วยเพื่อนฝูงที่คณะเลยใช่มั้ยวะ” เก้าว่าแล้วมองสมาร์ตโฟนในมือเรย์ที่ดังไม่รู้กี่รอบแล้ว

“สงสัยเพื่อนคงโทร.ตามกันจ้าละหวั่นอะ แต่ฮีไม่สนไง ฮีสนเมียฮีอย่างเดียว” ลูกแมวพูดขึ้นบ้าง มองผู้ชายกอดกันกลมอย่างมีความสุข แล้วหันไปถามเก้า “แล้วแกต้องไปช่วยขายไอติมกี่โมงวะ งานเริ่มสิบโมงช้ะ เดี๋ยวพวกเราไปช่วยด้วย ไม่ทิ้งหรอกไม่ต้องห่วง”

“เออ ขอบใจนะ เห็นพี่ ๆ บอกว่าก่อนเที่ยง เราก็ไม่รู้ว่าต้องไปกี่โมงอะ เดี๋ยวว่าจะไปช่วยพี่เขาจัดของก่อนหน่อยนึงด้วย จะได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน มีไรขายบ้าง” คนตัวเล็กตอบแล้วมองไปที่กลุ่มพี่ปีสองที่กำลังวิ่งวุ่น

“แต่พวกพี่แม่งยุ่งกันขนาดหนักว่ะ กลัวว่าเข้าไปแล้วจะเกะกะมากกว่าช่วย” บีออกความเห็น

“ก็ไม่ใช่ตอนนี้ไง เข้าไปตอนนี้ไปทำให้เขาวุ่นกว่าเดิมชัวร์ ไว้เริ่มตั้งร้านค่อยไป” พูดจบเก้าก็รีบสะกิดเพื่อน ๆ เมื่อเห็นขาวผ่องกับสมศักดิ์เดินหัวยุ่งกันมาแต่ไกล “พวกมึงดูนู่น สินกำมาขอทวงคืนกองกำลังเว้ย ฮ่า ๆ ๆ”

“โถ น่าสงสาร มาเสียดุลให้เด็กอิ๊งเนอะ นี่เฮียแกไม่รับโทรศัพท์ล่ะสิ เลยต้องมาตามถึงนี่” ไหมว่าแล้วเหลียวไปมองคู่รักที่ยังยืนอ้อนกันอยู่ไม่ได้รู้เหนือรู้ใต้เลย

“ไอ้หล่อ!!!” เสียงสมศักดิ์ตะโกนลั่นตั้งแต่ตัวยังเดินมาไม่ถึง เรย์ถอนหายใจเฮือกแล้วหันไปมองเพื่อนร่วมรุ่นที่เดินมอมแมมมาตามเขา

“มึงแม่งติดเมียเฟร่อ รีบไปที่ตึกเลย ทุกคนรอมึงอยู่” ขาวผ่องพูดเสียงดังจนลอยด์อายหน้าแดงก่ำ หนุ่มอาร์ตรู้ดีว่าเด็กน้อยของเขารู้สึกยังไงจึงยกมือขึ้นลูบศีรษะเบา ๆ แล้วพูดปลอบ

“ดูเฮียดิ ignore เพื่อนสุดฤทธิ์ โอ๊ยยย กูโคตรมีความสุขอะที่ได้เป็นอากาศแถวนี้” บีพูดแล้วทำท่าเคลิบเคลิ้ม มองคู่รักที่ปลอบกันโอ๋กันเหมือนรอบข้างเป็นอากาศอย่างที่เธอว่า เมื่อคู่หูหัวกระเซิงเดินมาถึงก็รีบยิ้มหวานให้สาว ๆ ก่อนจะเรียกเพื่อนอีกครั้ง

“มึงรีบเลย พวกกูรอกันนานแล้วนะ ถ้ามึงอาลัยอาวรณ์นักมึงพาน้องมันไปที่ตึกด้วยเลยมั้ย ห่างกันแค่เดี๋ยวเดียวใจมันจะขาดเหรอวะแม่ง กูไม่เข้าใจคนมีความรัก” สมศักดิ์บ่น เรย์มองเพื่อนอย่างเบื่อหน่ายแล้วหันไปหาลูกแมว

“พี่ฝากด้วยนะ อย่าให้ใครมารุ่มร่าม”

“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ ไม่ให้คลาดสายตาแน่ ๆ พี่ไปเถอะ” เมื่อเพื่อนสนิทของลอยด์รับคำเป็นมั่นเหมาะ เรย์จึงหันไปพูดกับน้อง

“พี่ไปแล้วนะครับ อยากให้น้องไปด้วยแต่ที่ตึกพี่มันมีแต่พวกเถื่อน ๆ อยู่กับเพื่อน ๆ ที่นี่ดีกว่านะครับ” ลอยด์มองคนรักแล้วพยักหน้า เมื่อพี่เดินไปกับเพื่อนก็มองตามตาละห้อย ยิ่งเห็นสาว ๆ มองแฟนตัวเองเหลียวหลังแล้วกรี๊ดกันยิ่งใจไม่ดีไปใหญ่

“เป็นไรไปเรา” ลูกแมวถามเมื่อเห็นเพื่อนทำปากยื่น

“เปล่าจ้ะ” เด็กน้อยตอบเสียงเบาแล้วเม้มปากแน่น

“หวงอะดิ วันนี้พี่เรย์ก็โคตรเท่อะ คนไรวะ ใส่เสื้อยืดธรรมดายังหล่อกล้ามทะลุแขนเสื้อขนาดนี้” สิ่งที่บีโพล่งออกมายิ่งทำให้หนุ่มเหนือหน้าง้ำ

“ไอ้บี ปากมึงง่ะ โอ๋ ๆ ลูกสาวไม่นอยด์นะลูก พี่เขาทั้งรักทั้งหลงหนูจะตายอยู่แล้ว เขาไม่มีสายตาเหลือไปมองสาวที่ไหนหรอกลูกกก” ไหมรีบปลอบลูกสาว หันไปผลักศีรษะบีแล้วทำตาดุ

“กูพูดไรผิดวะ กูงงนะ” คนพูดอะไรตามใจคิดหันไปถามเก้า

“ที่มึงพูดน่ะไม่ผิดหรอก แต่มึงอะ พูดไม่คิด ดูหน้าน้องดอยมันด้วยก่อนพูด โวะ!” หนุ่มหน้าหวานตอบอย่างรำคาญแล้วเบือนสายตาไปทางอื่น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าบิ๊กกำลังยืนมองเขาอยู่จากกลุ่มรุ่นพี่ปีสองที่เตรียมงานกันยุ่ง เฮดว้ากสะดุ้งเล็กน้อยแล้วทำทีเป็นหันไปคุยกับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างกันเป็นการกลบเกลื่อน

“แอบมองคืออะไร ชิ!” เก้าบ่นเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ไปหาหนมกินกันเหอะ กูเห็นร้านเด็กอักษรเริ่มขายละ เดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่” พูดจบเก้าก็เดินหน้าเชิดออกไปเลยโดยไม่รอใคร

“อ้าว เป็นไรของมันอีกวะ เดินสะบัดไปนู่นละ” บีบ่นแล้วรีบลุกขึ้นเดินตาม

“งือออ ลูกแมวอยากกินไข่ปลาหมึกย่างอะ ข่าวว่าคณะคหกรรมทำของกินขายหลายอย่างเลย หิวแล้ววว”

“ลูกแมว ตัวแค่เนี้ย กินเก่งนักวะ แกจะหิวไข่ปลาหมึกตอนเก้าโมงครึ่งไม่ได้!” ไหมสัพยอก

“ไรแว้~ จะหิวไข่ปลาหมึกปิ้งนี่ต้องระบุเวลาด้วยเหรอ” สาวหน้าทะเล้นทำท่างอแงจนลอยด์ยิ้มออกในที่สุด ทุกคนรีบเดินตามเก้าที่เดินนำลิ่วอยู่ไม่ไกลจนทัน เดินหาขนมกินกันเพลินจนได้เวลาที่ต้องไปช่วยรุ่นพี่ปีสอง

“จะเดินเล่นกันต่อก็ได้นะ ร้านเริ่มตั้งกันเต็มละ เดี๋ยวช่วยพี่เขาเสร็จแล้วจะตามไป” คนตัวเล็กพูดแล้วทำท่าจะเดินแยกไปเดี๋ยวนั้น

“เฮ้ย เดี๋ยวไปช่วย เสร็จแล้วค่อยออกมาเดินด้วยกันต่อ” ลูกแมวว่าแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนในกลุ่ม ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยแล้วจึงพากันเดินกลับไปที่ตึกคณะตรงซุ้มขายของ เห็นรุ่นพี่กำลังวุ่นวายกับลูกค้าที่รุมซื้อไอศกรีมก็รีบวิ่งเข้าไปช่วย

“อ้าว น้องเก้า มาเร็ว ๆ เลย โว้ยย ร้านยังตั้งไม่ทันเสร็จดีมารุมกันแล้ววว” ฟิวส์ร้องลั่น

“อากาศมันร้อน คนก็อยากกินติมกันมั้ยมึง เลิกบ่นแล้วช่วยกูเลย น้องเก้า มานี่ เอาโคนไปวางตรงโน้น” เก้าที่ยังตั้งตัวไม่ทันเพราะไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ รีบรับโคนเวเฟอร์จากฝ้ายแล้วนำไปวางไว้ใกล้ ๆ กับถังไอศกรีม

“มากันทั้งแก๊งเลย ดีมาก น้องไหม ไปยืนช่วยพี่ฟิวส์ได้มั้ยคะ หยิบ ๆ จับ ๆ อะไรก็ได้ค่ะ คนละไม้คนละมือเนอะ” ฝ้ายรีบเรียกสาวห้าวที่เพื่อนตัวเองแอบชอบ ฟิวส์เบิกตากว้างหน้าแดงจัดมองหน้าเพื่อนตัวเองอย่างคาดโทษ

“เชี่ยฝ้าย จำไว้เลยมึง” บ่นอุบอิบแล้วหันไปขนกล่องไอศกรีมรสต่าง ๆ ใส่ลงไปในถัง ไม่กล้ามองหน้ารุ่นน้องเลยแม้แต่น้อย สาวร่างอวบหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจที่แกล้งเพื่อนได้ ก่อนจะรีบต้อนรุ่นน้องอีกสามคนให้ไปช่วยเล็ก ๆ น้อยๆ

“น้องลอยด์ลูก หนูมายืนสวย ๆ ตรงนี้ ไม่ต้องทำไร มายืนส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ลูกค้าเร้ว” เรียกน้องรหัสให้ไปยืนตรงป้ายไอศกรีมโคนแล้วหันไปวุ่นวายกับร้านน้ำที่อยู่ติดกันต่อ เมื่อทุกอย่างพร้อมลูกแมวก็เป็นคนช่วยฟิวส์รับออร์เดอร์ที่แย่งกันตะโกนสั่งอย่างเซ็งแซ่แล้วบอกต่อให้เก้าที่ทำหน้าที่ตักไอศกรีมไปใส่โคน บีกับไหมเป็นคนรับเงิน ส่วนลอยด์นั้นยืนทำหน้าที่ยิ้มหวานต้อนรับลูกค้าอยู่ข้างป้าย แต่จำนวนคนที่รุมอยู่หน้าร้านทำให้เด็กน้อยเริ่มเลิ่กลั่ก ฝ้ายเห็นน้องแล้วสงสารก็เลยเรียกให้ไปนั่งในร้านน้ำ

“นั่งนี่ก่อน เดี๋ยวคนซาค่อยออกไปยืนใหม่ โถ ลอยด์เอ๊ยยยย” ฝ้ายพูดพลางส่งขวดน้ำให้น้อง เด็กดอยกล่าวขอบคุณแล้วรับไปดื่ม นั่งมองความวุ่นวายของร้านไอศกรีมจนคนเริ่มซาลงไป สะดุ้งนิด ๆ เมื่อโดนสะกิดจากด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นรุ่นพี่ปีสาม

“ไงเรา เหงื่อโชกเลย ไหวมั้ยเนี่ย” บิ๊กถามน้องเสียงใจดี ลอยด์ยิ้มแกน ๆ พยักหน้าน้อย ๆ แล้วรีบหันไปมองกลุ่มเพื่อนโดยอัตโนมัติ เฮดว้ากมองตรงไปที่คนตัวเล็ก เห็นท่าทางแข็งขันเสิร์ฟไอศกรีมมือเป็นระวิงก็ยิ้มกว้าง

“ตัวเล็กมันเก่งเว้ยเฮ้ย แม่งไวยังกะมืออาชีพ ฮ่า ๆ” ได้ยินรุ่นพี่พูดแบบนั้นหนุ่มเมืองเหนือก็หันไปมองหน้า เห็นแววตาที่มองเพื่อนของตัวเองอย่างเอ็นดูผิดกับตอนที่ต่อปากต่อคำเวลาประจันหน้ากันลิบลับ “จะให้เก้าช่วยถึงกี่โมงวะ” บิ๊กหันไปถามรุ่นน้องสาวร่างอวบที่ยืนขายน้ำอยู่กับเพื่อน ๆ อีกสองคน

“ยุ่งแบบนี้ไม่รู้อะพี่ ตอนแรกกะให้ช่วยถึงเที่ยง แล้วพี่ล่ะ จะแสดงตัวยัง หนูรอลุ้นอยู่”

“รอคนซากว่านี้หน่อย เดี๋ยวพี่ไปหาซื้อขนมมาให้กินกัน เดี๋ยวมา ๆ” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายออกไปทางด้านหลัง คนตัวขาวมองตามเฮดว้ากแล้วหันไปมองหน้าพี่รหัสที่ทำท่าจุ๊ปาก “อย่าบอกเก้านะ ว่าพวกพี่วางแผนช่วยให้พี่บิ๊กเข้าใกล้เก้าได้อะ นะ ๆ น้องเลิฟ” ลอยด์พยักหน้ารับแล้วยิ้มหวานจนฝ้ายใจละลาย แม้เขาจะซื่อแต่ก็ไม่ได้โง่ จึงพอจะรู้ว่าทุกคนวางแผนเพื่ออะไร นั่งมองเพื่อนที่ทำท่าเหมือนกำลังต่อสู้กับข้าศึกมากกว่าขายไอศกรีมแล้วยิ้มน้อย ๆ พลางคิดไปว่าพี่บิ๊กกับเก้าช่างเหมาะสมกันจริง ๆ

“พี่ฟิวส์ เก้าขอเปลี่ยนมือแป๊บได้ปะ แขนจะหลุดแล้วเนี่ย” คนตัวเล็กบ่นอุบหลังตักไอศกรีมลูกสุดท้ายส่งให้ลูกค้า ฟิวส์หัวเราะขำแล้วพยักหน้า

“เออ ๆ ไปนั่งหลังร้านก่อนไป เดี๋ยวพี่สั่งน้ำให้ จะดื่มไรไหนว่ามา สาว ๆ ด้วย ดื่มไรกันมั่งเนี่ย” ฟิวส์ถามพลางหันไปมองหน้าลูกแมวกับบี แต่ไม่กล้ามองหน้าไหม

“ผมเอามะนาวปั่นได้มั้ยอะพี่ อยากกินไรเปรี้ยว ๆ” เก้าว่าแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ฟิวส์รีบตะโกนสั่งเครื่องดื่มดังกล่าวให้รุ่นน้องแล้วทำท่ากลั้นยิ้ม หนุ่มหน้าหวานขมวดคิ้วมองรุ่นพี่ปีสองที่ทำหน้าตาแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เก้ายกข้อมือขึ้นมาดูเวลา แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อแก้วน้ำเย็นเฉียบถูกทาบลงมาที่ข้างแก้ม

“มะนาวปั่นตามสั่งครับ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นทำให้เก้าลุกพรวดขึ้นทันที มองคนถือแก้วมะนาวปั่นหน้าเลิ่กลั่กแล้วหันไปมองฟิวส์ที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “เอ้า รับไปดิ นี่ต้องไปทำให้สาว ๆ อีกสามแก้วนะ ให้ยืนถืออยู่ได้” บิ๊กเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนแล้วยื่นแก้วไปตรงหน้าคนสั่งอีกครั้ง เก้าดึงแก้วน้ำปั่นจากมือเฮดว้ากด้วยใบหน้างอหงิกแล้วเดินหนีไปหลังร้าน เสียงหัวเราะยั่วโมโหที่ดังไล่หลังทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด อยากจะโยนแก้วน้ำในมือทิ้งแต่ก็ไม่อยากให้เสียของ จึงขยับหลอดเข้าปากแล้วดูดมันแรง ๆ เพื่อระบายอารมณ์

“ของสาว ๆ ได้แล้วจ้ะ พี่ทำน้ำปั่นอร่อยนะ มือหนึ่งของเอกเราเลย” ได้ยินเสียงที่แค่นให้หวานตอนพูดกับเพื่อนร่วมแก๊งของเขา เก้าก็เบ้หน้า ยืนบ่นอะไรอุบอิบอยู่คนเดียว ทว่าก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อบิ๊กเดินออกจากร้านน้ำมายืนหลังร้านเหมือนเขา

“อร่อยมะ” ถามด้วยหน้ากวน ๆ แล้วยกแตงโมปั่นในมือขึ้นดูดบ้าง เมื่อเก้าไม่ตอบอะไรบิ๊กก็หาเรื่องคุยอีก “ชอบมะนาวปั่นเหรอ เออ เหมาะกะเก้าดีเนอะ เปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ เข็ดฟันดี”

“ใครใช้ให้มาเข้าใกล้ ยังไม่ครบอาทิตย์” เก้าพูดสวนขึ้นมาด้วยใบหน้างอง้ำ คนที่โดนเสี้ยมสอนมาแล้วอย่างดีถ้าโดนถามคำถามนี้รีบตอบ

“ไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า บังเอิญทำงานซุ้มติดกัน ไม่อยากใกล้ก็ต้องใกล้ปะวะ” เขาลอยหน้าลอยตาพูดแบบไม่แยแสแต่ในใจเต้นเป็นรัวกลอง

ถ้าน้องมันโกรธแล้วกระโจนมาต่อยปากกู กูจะกระทืบมึงไอ้กร

แต่ผิดคาด เก้าไม่ตอบว่าอะไร เพียงมองค้อนเขาแล้วเดินกลับเข้าไปในซุ้ม บิ๊กรีบตาลีตาเหลือกตามคนตัวเล็กจนลืมตัวไปว่าเข้าผิดร้าน เมื่อเห็นน้องปีหนึ่งหันไปมองเขาเป็นตาเดียวก็รีบแก้ตัว

“คนขายน้ำปั่นจะซื้อไอติมมั่งไม่ได้หรือไง มองไรกันคร้าบ” พูดจบก็ทำทีเดินไปหน้าร้านแล้วชะโงกหน้าลงไปดูในตู้ไอศกรีม “มีไอติมรสไรมั่งครับพ่อค้าาา” แสร้งทำเสียงหวานจ๋อยแล้วยิ้มหน้าระรื่นให้เก้า

“มีตาก็ดูเอาเองดิ” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทำท่าจะถอดผ้ากันเปื้อนแต่โดนฟิวส์ขัดขึ้นก่อน

“เฮ้ย น้อง ๆ พี่ปวดท้องกะทันหันว่ะ ฝากร้านแป๊บนะ” พูดจบฟิวส์ก็รีบวิ่งแจ้นออกไปโดยไม่รอคำตอบ

“งั้นเอา...รสสตรอว์เบอร์รีละกันนะ สองลูก” เสียงบิ๊กสั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เก้าเบ้หน้ากับรสชาติไอศกรีมที่เฮดว้ากสั่ง หน้าตาระรื่นเกินกว่าเหตุของรุ่นพี่ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด ส่งสายตาไปมองค้อนแล้วหยิบสกู๊ปไอศกรีมขึ้นมา

“โห ทำหน้าโหดอย่างกับจะหยิบมีดมาฟันใคร ฮะ ๆ” คนหน้าทนยังแซวอย่างไม่รู้ตัวเอง เก้าเหลือบมองคนพูดตาเขียวปั้ด จ้วงมือลงไปตักไอศกรีมแรงจนไหมสะดุ้ง

“โห...ทำไมพ่อค้าดุจังวะ เดี๋ยวลูกค้าก็หนีหมดหรอก”

“ไหม เอาไอติมให้ลูกค้า” คนตัวเล็กพูดเสียงเข้มพร้อมส่งไอศกรีมให้เพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทนที่จะส่งไปให้บิ๊กตรง ๆ อย่างที่ทำกับลูกค้าคนอื่น

“เท่าไหร่ครับพ่อค้าาาา” บิ๊กยังลอยหน้าลอยตายิ้มกริ่มไม่เลิก

“สองร้อย”

“โหหห ทำไมแพงจังวะ ไอติมยี่ห้ออะไรเนี่ย” พูดพลางทำท่าก้มลงดูข้างตู้ไอศกรีมอย่างล้อเลียน

“ราคาขายตามใจคนตักไอติม พอใจก็จ่าย ไม่พอใจก็ไปไกล ๆ เกะกะหน้าร้าน ลูกค้าคนอื่นมี” เก้าพูดเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจนักศึกษาคนอื่นที่มายืนรอสั่งไอศกรีม จนลูกค้าหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บิ๊กหันไปยิ้มแหย ๆ ให้ทุกคนแล้วรีบแก้สถานการณ์

“ไม่ต้องตกใจครับทุกคน น้องเขาพูดเล่น นี่แฟนผมเองครับ พอดีทะเลาะกันนิดหน่อย” ได้ยินเฮดว้ากพูดแบบนั้นเก้าก็เบิกตากว้าง

“ไอ้พี่บิ๊ก!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อรุ่นพี่อย่างมีน้ำโห บิ๊กหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่ท่าทางเดือดปุด ๆ แล้วยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย

“ไม่เอาน่าที่รัก พี่ขอโทษนะ ดูสิ คนอื่นเขาตกใจกันหมดแล้ว” พูดพลางรีบควักเงินให้ไหมที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่

“พี่แม่ง! ทำไมหน้าด้านงี้วะ” คนตัวเล็กพูดอย่างโกรธ ๆ ถอดผ้ากันเปื้อนออกโยนลงบนโต๊ะแล้วเดินพรวดพราดไปหลังร้าน

“โห แฟนพี่ดุจังวะ ตัวก็เล็ก ๆ หน้าตาก็น่ารักดีอะ แต่ดุงี้ผมไม่สู้ว่ะ” เด็กปีหนึ่งที่ยืนต่อแถวซื้อไอศกรีมอยู่พูดขึ้น แต่เก้าที่ยังเดินไปไม่ทันพ้นประตูก็ยังทันได้ยิน เสียงตะโกนสบถด่าที่แว่วมาจากทางหลังร้านทำเอาบิ๊กหน้าเสีย

“ไปง้อเลยพี่บิ๊ก หาเรื่องใส่ตัวแล้วมั้ยล่ะ” ลูกแมวว่าพลางหันไปยิ้มต้อนรับลูกค้าแล้วรับออร์เดอร์ต่ออย่างสุดแสนจะมืออาชีพ รุ่นพี่หน้าตี๋รีบเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปหลังร้าน แต่เพียงแค่โผล่หน้าออกไปก็โดนเบรกไว้เสียแล้ว

“หยุด! ไม่ต้องเข้ามาใกล้เลยนะ ครบแล้วเหรออาทิตย์หนึ่งที่บอกอะ”

“โธ่ อะไรวะ วันนี้ถือเป็นข้อยกเว้นไม่ได้รึไง เอาไว้ชดเชยวันอื่นแทน น่านะ” พูดแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่เก้ารีบตั้งท่าเงื้อกำปั้นเหมือนจะตะบันหน้าถ้าเขาเข้าไปใกล้กว่านั้น

“ไม่! อย่ามาทำหน้าด้านกับผมนะ เดี๋ยวต่อยปากแตก”

“หูยยย ทำไมดุจังคร้าบบบ อ้ะ ไม่เข้าใกล้ก็ได้ ไปทำน้ำปั่นขายต่อดีกว่า ไรวะ เอะอะต่อย เอะอะเตะ ชอบความรุนแรงหรือไง นี่ถ้าจีบติดกูไม่กลายเป็นกระสอบทรายส่วนตัวให้มันเหรอวะ จะจับกูซ้อมเช้าซ้อมเย็นมั้ยวะเนี่ย แม่งตัวกะเปี๊ยกเดียวแค่เนี้ย” บิ๊กเดินไปบ่นอุบอิบ ๆ ไปจนหายเข้าไปในร้านน้ำปั่น

แม้เก้าจะยังโมโหที่รุ่นพี่โมเมเอาเองว่าเขาเป็นแฟน แต่ก็นึกขำคำบ่นเมื่อครู่ นั่งนึกว่าจะแก้เผ็ดยังไงดีก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา แอบย่องไปหลบมุมแล้วนั่งอัดคลิปสั้น ๆ เสร็จก็เอาเข้าแอปไปปรับแต่งอะไรเล็กน้อย รีบวิ่งกลับไปแอบดูจากทางหลังร้านก็เห็นเฮดว้ากกำลังเสิร์ฟน้ำปั่นให้สาวคณะอื่น ทำท่ายิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยจนน่าหมั่นไส้ เขากดส่งคลิปที่อัดเมื่อครู่ไปให้บิ๊กแล้วรอดูท่าทางรุ่นพี่อยู่เงียบ ๆ

ได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปยอดนิยมบิ๊กก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้แล้วล้วงมือไปหยิบมือถือออกจากกระเป๋าเป้ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ เมื่อเห็นว่าเก้าเป็นคนส่งข้อความมาให้ก็เผลอตัวร้องออกมาอย่างดีใจ

“โว้ยยย น้องเก้าส่งข้อความมาให้กูเว้ย พวกมึงดูร้านกันเองต่อเลยนะ เดี๋ยวกูปลีกวิเวกแป๊บ” พูดจบบิ๊กก็กดเปิดอ่านข้อความแล้วยิ่งดีใจเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ได้รับคือคลิปที่อัดทั้งหน้าและเสียงคนส่ง บิ๊กหน้าบานเสียยิ่งกว่าจานบินเมื่อเสียงเล็ก ๆ เอ่ยชื่อเขาดี ๆ อย่างไม่คาดคิด

“พี่บิ๊กครับ เก้า...เก้ามีอะไรจะบอก...” หนุ่มหน้าหวานในคลิปพูดแล้วทำท่ายิ้มเขินอาย คนดูตาโต ยื่นหน้าเข้าหาโทรศัพท์มากขึ้นเมื่อคนในคลิปทำท่ากระดิกนิ้วเรียกให้เข้าไปใกล้ บิ๊กกลืนน้ำลาย ใจเต้นตึกตักอยากรู้ว่าคนที่เขาเพียรจีบอยู่จะบอกอะไร พลันใบหน้าของเก้าก็เปลี่ยนเป็นหน้าผีผู้หญิงแล้วส่งเสียงขู่โฮกพร้อมใบหน้าที่พุ่งไปที่จอ ทำให้บิ๊กร้องกรี๊ดเสียงดัง ตกใจจนหงายท้องตกลงไปจากเก้าอี้ เก้าที่ยืนแอบดูอยู่หัวเราะลงลูกคอจนแทบจะไม่มีแรงยืน ทุกคนในร้านน้ำปั่นและร้านไอศกรีมต่างตกใจกับเสียงร้องของเฮดว้าก พากันกรูไปดูคนที่ตอนนี้ลงไปกองอยู่กับพื้น

“เฮ้ย พี่บิ๊ก เลือด!” เสียงสาวห้าวประจำกลุ่มของลูกแมวร้องขึ้น ทุกคนยิ่งตกใจพากันช่วยประคองคนขวัญเสียให้ลุกขึ้นนั่ง

“เฮ้ยพี่ ตกเก้าอี้อีท่าไหนเลือดซิบงี้วะ” ฟิวส์รีบรุดเข้าไปดู ก็เห็นข้อศอกเฮดว้ากมีแผลถลอกเป็นทางยาว เลือดไหลซิบ เก้าเองก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไปดูคนบาดเจ็บ

“สงสัยขูดกับตะปูตรงเสาซุ้มแน่เลยว่ะพี่ โอ๊ย ซวยซ้ำซวยซ้อน ตกเก้าอี้แล้วยังถูกตะปูข่วนเอาอีก แล้วพี่ตกใจอะไรเนี่ย ร้องซะเสียงดังไปถึงตึกวิศวะแล้วมั้ง” ฝ้ายซัก บิ๊กหันไปมองหน้าเก้าที่ตอนนี้หน้าถอดสีไปแล้ว คงจะตกใจที่คลิปที่เจ้าตัวส่งมาแกล้ง ทำให้เขาถึงกับเลือดตกยางออก

“โดนคนส่งคลิปมาแกล้งว่ะ ช่างมันเหอะ เดี๋ยวกูไปซุ้มพยาบาลก่อน สงสัยต้องล้างแผล ตะปูแม่งสนิมเขรอะเลย จะเป็นบาดทะยักตายก่อนได้เมียมั้ยวะเนี่ยชีวิตกู” ว่าจบบิ๊กก็ยันตัวลุกยืน

“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อนมั้ยพี่ ขาเดี้ยงด้วยปะเนี่ย เสียงกระแทกดังโครมเบ้อเร่อ” ฟิวส์ถามพลางมองรุ่นพี่อย่างเป็นห่วง

“ขาไม่เดี้ยงหรอก ตูดกูอะเดี้ยง กระแทกเต็ม ๆ ก้นกบกูไม่เหลือแล้วมั้ง”

“โหพี่ เจ็บขนาดนี้ยังจะมีอารมณ์ขัน ไปพี่ ผมไปเป็นเพื่อน”

“มึงไม่ต้องอะ อยู่ดูร้านไปเลย จะทิ้งให้น้อง ๆ มันอยู่กันลำพังกับไอ้ฝ้ายได้ไง แล้วคนอื่นแม่งไปไหนกันหมดวะ เชี่ยกรแม่งก็ไม่โผล่ เห็นมีปีหนึ่งมาช่วยหน่อยแม่งหายจ้อยกันเลยไอ้พวกเวร” บิ๊กบ่นยาวเหยียด ตั้งท่าจะบ่นต่ออีกนิด แต่เก้าก็ขัดขึ้นก่อน

“พี่ฟิวส์ เดี๋ยวเก้าไปเป็นเพื่อนพี่บิ๊กเอง” ทุกคนหันไปมองหน้าคนพูดเป็นตาเดียว คนเจ็บเลิกคิ้วสูงแล้วถาม

“จะแกล้งอะไรอีกปะเนี่ย แค่นี้ก็น่วมไปทั้งตัวแล้วนะ”

“ไม่ต้องมาปากดีเลย จะไปหรือไม่ไป ยึกยักเดี๋ยวเปลี่ยนใจนะ” แม้จะรู้สึกผิดแต่ก็ยังหมั่นไส้อยู่ จึงทำเป็นดุรุ่นพี่

“ไปคร้าบไป โอ๊ย ทำไมดุจังวะ” บิ๊กไม่วายบ่นอุบ แล้วเดินนำออกจากร้าน

เก้าสาวเท้าตามคนที่ขายาวกว่าตัวเองจนแทบจะต้องวิ่งเหยาะ ๆ รู้สึกฉุนขึ้นมาอีกครั้งที่ตัวเองต้องมากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามคนเจ็บที่ก้าวขาเสียยาวโดยไม่นึกถึงคนที่ขาสั้นกว่าเลยสักนิด

“โว้ยพี่! ถ้าจะเดินเร็วไม่รอกันแบบนี้ ไปเองคนเดียวเลยนะ” บิ๊กหยุดกึกจนคนที่วิ่งตามชนเข้ากับแผ่นหลังอย่างจัง “เฮ้ย อะไรของพี่วะ จะหยุดก็ไม่บอก” โวยวายเสร็จก็ยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองป้อย ๆ ทำหน้างอจนบิ๊กถอนหายใจ

“ก็ใครวะโวยอยู่เมื่อกี้ว่าพี่เดินเร็ว พอหยุดรอก็บ่น แล้วดูทำหน้าเข้า ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป พี่ไปเองได้เว้ย” เขาพูดอย่างน้อยใจพลางหมุนตัวกลับแล้วออกเดินต่อ เก้ามองเฮดว้ากตาเขียว แต่ก็รีบก้าวเท้าตามไปเงียบ ๆ ไม่นานบิ๊กก็ไปหยุดยืนอยู่หน้าซุ้มพยาบาล เขาหันกลับไปมองรุ่นน้องที่ยังคงเดินตามมาไม่ห่าง

“ขาสั้นแล้วเดินช้าเองมาโทษไรกูวะ กูก็เดินของกูปกติ” เขาบ่นอุบอิบคนเดียว แต่ก็รอจนเก้าเดินมาถึงตัวจึงค่อยเข้าไปในซุ้มพยาบาลด้วยกัน

พยาบาลจากคณะแพทย์ฯ ช่วยล้างแผล ใส่ยา และพันผ้าให้คนเจ็บจนเสร็จเรียบร้อยบิ๊กก็ชวนเก้าเดินออกไปนั่งที่โต๊ะหินหน้าซุ้ม คนที่ทำเขาเจ็บตัวยังคงหน้าหงิกสนิทไม่พูดไม่จามาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว บิ๊กมองใบหน้าหวานนั่นแล้วถอนหายใจยาวก่อนเริ่มต้นบทสนทนา

“คราวหลังอย่าแกล้งกันแบบนี้อีกนะ นี่มันถึงกับหัวใจวายตายได้เลยนะเว้ย ถ้าเป็นคนอื่นกูเตะแม่งขาเดี้ยงไปแล้ว”

เก้ามองหน้าคนพูดแล้วเลื่อนสายตาไปมองแขนที่โดนพันผ้ายาวตั้งแต่ศอกไปถึงข้อมือ เม้มริมฝีปากนิด ๆ แล้วจึงเอ่ยออกมาสั้น ๆ ด้วยสีหน้าดื้อเหมือนคนถูกบังคับ “ขอโทษ” 

บิ๊กพ่นลมหายใจพลางส่ายศีรษะ มองหน้าคนตัวเล็กอย่างจริงจังแล้วตัดสินใจถาม

“เรารำคาญพี่มากเลยเหรอวะ คือไม่ชอบหน้า หรือรังเกียจ บอกกันมาตรง ๆ เลย พี่จะได้เลิกจีบ” เมื่ออีกฝ่ายถามมาแบบนั้นเก้าก็ขมวดคิ้ว

“ไม่ได้รังเกียจ แต่พี่มีคนใหม่ให้จีบแล้วนี่ จะมาอะไรกับเก้าอีก” คำพูดของรุ่นน้องทำเอาบิ๊กงงเป็นไก่ตาแตก

“ฮะ! คนใหม่อะไรวะ งง เอามาจากไหน บอกมาดิ๊” คนถูกถามทำปากยื่น มองค้อนรุ่นพี่ก่อนตอบ

“ก็เมื่อวันก่อนเห็นจ้องมือถือแล้วยิ้มจนปากแทบฉีก ทำหน้าแบบนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังป้อผ่านแชต” คำตอบของเก้ายิ่งทำให้เฮดว้ากขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เคยแชตจีบใครมาก่อนนอกจากเก้า และไม่เคยยิ้มกว้างกับโทรศัพท์อย่างที่อีกคนกำลังกล่าวหา เมื่อคิดไปถึงตรงนี้คิ้วที่ขมวดเมื่อครู่ก็ค่อย ๆ คลายปม ใช้ข้อศอกสะกิดคนที่เมินหน้าหนีไปอีกทางให้หันกลับมามองกัน

“ที่เห็นพี่ยิ้มกว้างอะ ใช่วันที่เราเดินผ่านกลุ่มพวกพี่ไปขึ้นตึกเรียนปะ” คนหน้างอพยักหน้าหงึก บิ๊กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเปิดแอปแล้วหมุนหน้าจอไปให้เก้าดู “แฟนพี่เขาเปิดอ่านข้อความหลังจากไม่อ่านมันมาสองวัน พี่เห็นก็เลยดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้น่ะ”

เก้าหน้าขึ้นเป็นสีแดงทันทีที่เห็นว่าหน้าต่างแชตแสดงชื่อว่า แฟน และมีคลิปที่เขาส่งไปล่าสุดเมื่อครู่โชว์หราอยู่ คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากแล้วรีบเบือนหน้าหนีอีกครั้ง

“ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ปะ ว่าพี่น่ะไม่ได้มีใครใหม่ให้จีบ” บิ๊กมองหน้าแดง ๆ ที่หันหนีเขาจนกลัวว่าจะคอเคล็ดแล้วรีบพูดต่อ “เก้าบอกพี่ว่าไม่ได้รังเกียจ...แบบนี้...ให้พี่จีบต่อได้ปะ”

เมื่อรวบรวมความกล้าพูดออกไปแล้วก็แทบจะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ หนุ่มหน้าหวานนิ่งไปนาน ริมฝีปากเม้มสนิทจนเป็นเส้นตรง หน้าที่หันหนีไปอีกทางขยับขึ้นลงเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ แค่นั้นบิ๊กก็ดีใจจนแทบจะกระโดดตัวลอยแล้ว

“ถ้างั้น...ข้อตกลงที่ห้ามพี่เข้าใกล้หนึ่งอาทิตย์ ยกเลิกได้มะ”

เมื่อคนได้คืบจะเอาศอกเริ่มหน้าทนอีกครั้งเก้าก็ลุกยืนขึ้น

“ไม่ได้! ใจดีแล้วอย่าเหลิง ให้แค่วันนี้เท่านั้นแหละ แล้วต้องชดเชยไปวันอื่นด้วย” บิ๊กเห็นท่าไม่ดีกลัวเก้าจะวิ่งหนีไปเลยรีบดึงข้อมือไว้

“โห ใจร้ายจังวะ เออ ก็ได้ แต่ถ้าวันนี้ยกให้เป็นกรณีพิเศษหนึ่งวัน เก้าต้องเดินเที่ยวงานเป็นเพื่อนพี่จนจบงานนะ”

“โวะ! พี่แม่งหน้าด้านจังวะ โคตรฉวยโอกาสอะ ปล่อยเลยนะ” เก้าว่าพร้อมกระตุกมือกลับ

“ก็ไม่ใช่เพราะด้านเหรอ ถึงได้มานั่งคุยกับเก้าแบบนี้อะ ถ้าพี่มัวแต่อายจะจีบเราติดได้ไงวะ”

“ค...ใครบอกว่าจีบติดแล้ว อนุญาตให้จีบ ไม่ได้หมายความว่าจะจีบติดซะหน่อย แล้วนี่จะนั่งอีกนานมะ ลุกได้แล้ว เก้าหิว” แม้คนตัวเล็กจะหน้างอ แต่ก็เจือด้วยริ้วรอยสีแดงเรื่อประดับอยู่ข้างแก้ม บิ๊กมองใบหน้าน่ารักนั้นแล้วพยักหน้าช้า ๆ อย่างสุดกวน

“อ้อ...โอเค ๆ ยังไม่ติดก็ยังไม่ติด แล้วจะกินอะไร เดี๋ยวพาไปซื้อ” พูดพลางทำตัวเป็นคนมือไว จะคว้าข้อมือเล็ก ๆ นั่นไปจูง แต่เก้าก็รู้ทัน รีบยกสองมือขึ้นกอดอกแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว

“ไม่ต้องจูง เดินเองได้ ถ้าทำรุ่มร่ามเก้าไม่เกรงใจนะบอกเลย เตะผ่าไข่เลยนะพี่ ขอเตือน” พอได้ยินแบบนั้นบิ๊กก็หน้าเจื่อน แน่ใจว่ารุ่นน้องสุดห้าวทำจริงแน่ ไม่รู้ว่าเอาตัวเองไปเสี่ยงต่อการโดนซ้อมด้วยการจีบเก้าทำไม แต่เมื่อได้เดินตามคนตัวเล็กที่เดินฉับ ๆ นำอยู่ด้านหน้า ก็ทำให้เฮดว้ากอย่างเขาหุบรอยยิ้มไม่ลง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

1,679 ความคิดเห็น

  1. #1672 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 16:23
    เพื่อนเก้าแกล้งหนักๆเลยค่ะหมั่นไส้วางแผนเก่งดีนัก
    #1672
    0
  2. #1623 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 15:53
    หุหุหุ
    #1623
    0
  3. #1595 crzoldyck7 (@crzoldyck7) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:33
    เขินคู่นี้
    #1595
    0
  4. #1559 tangthaiparichat (@tangthaiparichat) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 18:27
    ดุจังเลยอะน้องง
    #1559
    0
  5. #1527 nn1998 (@thenayz_) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 07:43
    ฉันตลกคู่บิ๊กเก้า 55555555
    #1527
    0
  6. #1526 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 07:37
    เก้าห้าวสุดๆอ่ะ พี่บิ๊กเตรียมตัวเป็นกระสอบทรายได้เลยยย
    #1526
    0
  7. #1525 GB_6_3 (@gift_23) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 18:47
    เก้าจะดุไปไหนลูก
    #1525
    0
  8. #1524 jaisai09 (@jaisai09) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 14:36

    น้องเก้าดุจังเลย
    #1524
    0
  9. #1523 yisan2 (@Yisan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 11:11

    พี่เรย?ก็หลงน้องหนักมากกกกก
    มาคู่พี่บิ๊ก็ฮาหนักมากกกกก แต่ก็สงสารพี่บิ๊กอ่ะนะแลกมาด้วยเลือดเพื่อให้น้องเก้าหันมาสนใจได้!!คุ้มมะเนี่ย!!ผิดแผนแค่ก็ได้ผลอ่ะนะ
    #1523
    0
  10. #1522 piti345 (@piti345) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 10:39

    คู่บิ๊กกะเก้าก้อ โหด มันส์ ฮา ดีนะเนี่ย!! อ่านไปขำไป 5555
    #1522
    0