Pantasy Quest ภัยจากแดนไกล

ตอนที่ 27 : บทที่ 27 เวลาฉุกเฉิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ย. 62

ห้องควบคุม ณ ฐานอวกาศลูน่า มูนเทียร่า

              

               หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดหันปืนยิงโจมตีใส่คาลิส คาลิสกระโดดหลบแล้วยิงเวทย์กระสุนน้ำแข็งใส่สี่ก้อน กระสุนน้ำแข็งส่วนทำให้หุ่นยนต์สะดุ้งและเกือบล้ม หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดยิงมิสไชต์ใส่เขาต่อ คาลิสเสกเวทย์มนต์ลมพลัดใส่กลุ่มมิสไชต์ให้ลอยมาชนกันเอง คาลิสกระโดดผ่านกลุ่มควันเหวี่ยงดาบหาดใส่หุ่นยนต์แต่แค่เกิดลอยเล็กน้อยเท่านั้น สไปเดอร์ปลัดใช้แขนจู่โจมด้วยการแทงใส่คาลิส คาลิสใช้ดาบปัดแขนทั้งแปดได้แล้วยิงเวทย์มนต์ไฟฟ้าใส่สามครั้ง หุ่นยนต์มีอาการซ็อตเล็กน้อยแต่ก็ฟื้นตัวกลับมายืนตรงได้อย่างรวดเร็ว กาชาหัวเราะด้วยความสะใจ

               “คิดว่าฉันไม่เตรียมการตรงนี้ไว้เหรอคาลิส” ด็อกเตอร์พาชีวอสกล่าว

               “ไม่ว่าจะเอาเวทย์มนต์ไหนมาใช้ ก็ทำได้แค่สะกิดแค่นั้นและ” กาชากล่าว

               “แน่ใจเหรอ” คาลิสเก็บดาบแล้วกางปีกสีเหลืองออกมาจากด้านหลังของเขา มือของเขามีปีกขนาดเท่ามือของเขางอกออกมา ขากับเท้ากลายเป็นอุ้มเท้านก

               “นั้นมันอะไรกัน” ด็อกเตอร์พาชีวอสอุทาน “แกทำแบบนี้ได้ไงกัน แม้แต่ชาวกรุงยังไม่สามารถตัดต่อเซลล์ร่างกลายแบบนี้ได้”

               “ไอ้เจ้าพวกนี้มันใช้วิทยาศาสตร์ที่ไหน” กาชากล่าว “มันใช้เวทย์มนต์ไงละ”

               “เวทย์มนต์ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”

               “ก็เห็นแล้วนี้” คาลิสกล่าวแล้วบินพุ่งเข้าใส่ทีบใส่หัวของหุ่นยนต์เชถอยหลังเล็กน้อย

               “แกอาจจะเปลี่ยนร่างกายได้ แต่ผลรับก็ยังเหมือนเดิม”

               หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดหันปืนที่ขามายิงเขาและยิงลำแสงสีแดงที่ตาใส่เขา คาลิสบินหลบหลีกกระสุนปืนกับลำแสงที่ยิงออกมา และสิงเวทย์มนต์กระสุนไฟและลูกบอลแสงกับ หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดกระโดดหลบเกาะบนกำแพงแล้วยิงใส่คาลิสต่อ คาลิสรีบบินหลบแล้วยิงลูกบอลแสงสวนกลับ หุ่ยนต์สไป เดอร์บลัดหลบได้ยกเว้ณลูกสุดท้ายที่โดนขา หุ่นยนต์เสียหลักตกลงพื้น คาลิสรีบบินหลบอย่างรวดเร็ว หุ่นยนต์เอี่ยงตัวลงมาถึงพื้นแต่ขาหน้าด้านขวาเสียหาย

               “แสบนักนะคาลิส” ด็อกเตอร์พาชีวอสกล่าว “แต่แกคนเดียวจะรับมือแบบนี้ได้ขนดาไหนกันเชียว”

               หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัด เริ่มยิงทั้งกระสุนที่ขา ลำแสงที่ตาและมิสไซต์ใส่คาลิส

               คาลิสหยิบปืนออกมายิงใส่มิสไซต์ ลำแสงสีทองทำลายมิสไซต์ไปได้จำนวนหนึ่ง เขาบินหลบกระสุนกับลำแสงที่ยิงใส่เขาแล้วยิงเวทย์มนต์ลูกบอลแสงใส่มิสไซต์ที่เหลือ จากนั้นก็บินพุ่งเข้าใส่หุ่นยนต์เขาใช่ดาบแทงทำลายดวงตาของหุ่นยนต์ เขารีบบินออกเพื่อหลบกรงเล็บที่แทงลงมาที่เขา

               ด็อกเตอร์พาชีวอสและกาชาคำรามออกมาจากห้องขับแล้วกระนับยิงใส่เขาไม่หยุด คาลิสบินหลบหลีกอย่างคล็อกแคล็วเหมือนนกบินหลบหลีกผาแคบ ๆ ในถ้ำ เขาบินเข้าใกล้หุ่นยนต์และลงมือตัดขาที่เหลือของหุ่นยนต์ที่ละข้าง เขาตัดขาหน้าอีกสองขาได้แล้วรีบบินหลบมิสไซต์ที่ยิงแล้วบินกับมาตัดไปอีกสองขา

               หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดเริ่มล้มลงแล้วยิงมิสไซต์อย่างบ้าครั้ง คาลิสยิงสายฟ้าใส่ที่ยิงมิสไซต์จนระเบิดในทันที

               “อย่าได้ใจไปหนักคาลิส เจ้านี้ยังมีไม้ตายอยู่”  กาชากล่าว ปืนใหญ่ที่หุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดชูขึ้นฟ้า คลื่นพลังสีแดงรวบรวมที่ปืนใหญ่กลายเป็นลูกบอลสีแดงเรืองแสง “ไปเลย อตอมมิก สตอม” ลูกบอลสีแดงระเบิดออกเป็นเส้นลำแดงจำนวนมากพุ่งเข้าใส่คาลิส

คาลิสบินหลบแต่ลำแสงกลับโครงย้อนศรกลับมาหาเขาเขารีบบินหลบต่อเพราะหุ่นยนต์ยเริ่มยิงผืนใส่เขาจากขาที่เหลือ

“แกหมดหนทางแล้ว”

“อย่าได้ใจไปหน่อยเลยน่า” คาลิสบินพุ่งลงพื้นแล้วชูมือซ้ายขึ้นโดยให้หลังมือหันขึ้น ปีกสีทองกางออกจากแขนของเขาเป็นรูปทรงโล่ขนาดใหญ่ คาลิสบินขึ้นใช้โล่จากมือรับลำแสงที่ยิงใส่เขา ลำแดงทุกเส้นพุ่งตรวมาหาเขา เมื่อลำแสงกระทบกับโล่ของเขาเกิดประกายไปสีแสงจ้าขึ้นก่อนจะเป็นสีทอง ลำแสงทั้งหมดสลายกลายเป็นควัน

“ไม่จริง” ด็อกเตอร์พาชีวอสอุทาน

คาลิสหันปืนยิงใส่ปืนใหญ่ ปืนใหญ่ระเบิดขึ้นหุ่นยนต์สไปเดอร์บลัดล้มลง คาลิสเก็บดาบกับปืนแล้วบินพุ่งเข้าใส่หุ่นยนต์อีกครั้ง เขาใช้กรงเล็บเข้าไปกระซากขาที่เหลือของหุ่นยนต์ ต่อด้วยชิ้นส่วนอื่น ๆ ของหุ่นยนต์ตั้งแต่หัว ขา อาวุธ และตัว เขาบินลงพื้นก่อนจะกลับมาเป็นร่างปกติตามเดิม

“เป็น ๆ ๆ ๆ ๆ ” ด็อกเตอร์พาชีวอสเสียงสั่น “เป็นไปไม่ได้ที่เราจะแพ้”

“แกก็เห็นแล้วนี้เจ้าทึ่มโง่” กาชาตะโกนออกมาแล้วจู่ ๆ ด้านหลังของหุ่นยนต์ก็เปิดออก กาชาลอยออกมาจากหุ่นยนต์ เขานั่งอยู่ในยานแคปชูนขนาดเล็กติดไอพ่นรอบ ๆ แคปชูน “เชิญแกติดคุกคนเดียวนะพาชีวอส”

“เดียวกาชา” คาลิสรีบหยิบปืนออกมาแต่กาชาหนีไปได้ก่อนแล้ว เขาเก็บปืนแล้วตรงไปที่หุ่นยนต์ “เอาละด็อกเตอร์ จะออกมาดี ๆ หรือจะให้ผมลากคุณออกมา”

“แน่จริงก็เอาเลยสิ”

คาลิสกระโดดไปที่ต้นเสียงแล้วกระซากชิ้นส่วนตรงหน้าออก ด็อกเตอร์พาชีวอสนั่งอยู่ในนั้น คาลิสดึงเขาออกมาจากห้องขับ คาลิสหันไปมองคอมพิวเตอร์ โชว์ดีที่มันไม่ได้รับความเสียหายอะไร เขาพาด็อกเตอร์พาชีวอสมาที่คอมพิวเตอร์ก่อนจะนั่งลงแล้วเสกเชือกให้มัดด็อกเตอร์พาชีวอสไว้ “เอาละ มองผมมาจะหยุดเจ้าฐานนี้ได้ยังไงกัน”

“ให้ตายฉันก็ไม่บอก”

คาลิสส่งสายตาขู่แล้วหยิบปืนของด็อกเตอร์พาชีวอสออกมา “บอกมา ไม่งั้นผมการจัดการคุณในนัดที่สิบแน่”

“เอาเลยสิ”

คาลิสยิงใส่ขาของด็อกเตอร์พาชีวอส เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ก็เปลี่ยนมาเป็นหัวเราะ “แกไม่กล้าฆ่าฉันหรอกคาลิส กาชาบอกว่าพวกแกไม่ฆ่าคน”

คาลิสจ่อปืนให้ใกล้ด็อกเตอร์พาชีวอสอีกแล้วกล่าว “ผิดแล้ว เราฆ่าเท่าที่จำเป็น”

“แน่จริงก็ลองสิ แกจะไม่ได้อะไรจากฉันทั้งนั้น”

คาลิสหันไปยิงแขนทั้งสองข้างและขาอีกข้างของด็อกเตอร์พาชีวอส ตอนนี้เขาเริ่มหมดความแดทนแล้ว เขาจ่อหัวของเขา

“ไหน ๆ ๆ ไหนบอกว่าสิบนัดไง”

“ฉันรีบมาก ไม่คิดจะมาเสียเวลาหรอกนะ”

“ฉัน ๆ ฉันมีครอบครัวนะ”

“ฉันเองก็มี” คาลิสตะคอกใส่อย่างหมดความอดทน “พวกเขาก็มี คนที่พวกแกฆ่ามากไปก็มีเหมือนกัน เพราะชะงั้น ฉันไม่สนว่าแกจะมีสถานะยังไงไม่ต้องมาโอดครวนเรื่องนี้ทั้งที่แกทำลายครอบครัวคนอื่น ชะนั้นตอบมาชะไม่งั้นนัดต่อไปกระสุนนี้จะโดนหัวแกแน่”

“ก็ได้ ก็ได้”

“ดี” คาลิสโยนปืนทิ้งแล้วหันไปจ้องมองคอมพิวเตอร์ “เอาละที่นี้บอกวิธีหยุดเจ้าฐานนี้ที”

 

******************************************************************************

ห้วงอวกาศ ณ ยานบลูเชนเทีย ไฮวิง

 

ยานบลูเชนเทีย ไฮวิงโดนโจมตีอย่างหนักจากยานรบของศัตรูและตอนนี้ปืนใหญ่ของฐานอวการ    ลูน่า มูลเทียร่ากำลังเล่งมาทางนี้แล้วด้วย แรกระเบิดอาจจะไม่ทำให้เกิดความเสียของยานมากเพราะยานลำนี้มีบาเรียไร้ธาตุอยู่แต่ก็สร้างแรงสันสะเทือนจนทำให้คนในยานล้มกันระเรระนาน ทุกคนพยายามหาที่เกาะไว้ ศวอสรีบนำกองยานมาช่วยเหลือยานบลูเชนเทีย ไฮวิง ก่อนหน้านั้นฐานลูน่า มูนเทียร่าจริงปืนลูกบอลทำลายล้างมาแล้วสองนัดแต่เน้นยิงไปที่กองยานจากดาวอีกที่ตอนนี้สูญเสียกองยานไปจำนวนมาก และเป้าหมายต่อไปต้องเป็นพวกเขาแน่

“องค์พระธิดา” หน้าของศวอสแสดงขึ้นมาบนจอในยาน

“ไม่ต้องห่วงเรา” พระธิดามณีตากล่าว “ตอนนี้การทำลายฐานนั้นสำคัญกว่า”

“แต่เรายังไม่เห็นวีแววของพวกเรเลย” ศวอสกล่าวนำเสียงรีบล้น “และท่านกำลังโดนโจมตีหนักมาก นัดต่อไปพวกมันเล่งมาที่ท่านแน่”

“เราต้องเน้นโจมตีไปที่อาวุธ” เรียมกล่าว “ให้โอพูเล่งทำลายอาวุธของพวกนั้นอย่างด่วนที่สุดโดยเฉพาะอื่นใหญ่บ้านั้น ถ้ามันยิงได้เมื่อไรก็เท่ากับแพ้แน่”

“แต่กองยานพวกมันมีมาก เราฝ่าไปยากแน่”

“ยานลำนี้จะเป็นตัวล่อเอง” เรียมกล่าว

“แต่แบบนั้นพวกคุณจะตกเป็นเป้านิ่ง”

“พอฐานนั้นยิงมาเมื่อไร เราจะยิงด้วยปืนใหญ่เวทย์มนต์ทำลายกระสุนนั้นเลย” แล้วเรียมก็หันมามองพระธิดาเป็นการถาม พระองต์พยักหน้าเห็นด้วย

“แต่กว่าจะยิงครั้งต่อไป เราจะชาต์รพลังงานไม่ทันพวกมันแน่” รมโมกล่าว

“นี้คือการซื้อเวลาที่ดีที่สุด” เรียมกล่าว

“พวกคุณพยายามหาทางติดต่อพวกเรให้ได้ด้วย” พระธิดามณีตากล่าว “เราต้องการทราบว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง”

ศวอสนิ่งไปสักพักแล้วตอบ “รับทราบครับ” แล้วหน้าจอก็ดับไป

“คุณคิดว่าพวกเขาจะไปถึงไหนแล้ว” จ้อยถามขึ้น

“ผมเองก็ไม่รู้” เรียมตอบ “พวกเขาอาจจะโดนฆ่าแล้วก็ได้”

“พวกเขาต้องปลอดภัยแน่ค่ะ” อัลฟิกล่าว “เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ทีลเด็ดต้องโผลมาเยาะเย้ยแน่นอนค่ะ”

“อัลฟิพูดถูก” เฟลเห็นด้วย “พวกพี่ต้องยังปลอดภัยดีแน่”

“พ่อก็ขอให้เป็นอย่างนั้น” เรียมกล่าว สีหน้ากังวลอย่างมา

 

******************************************************************************

ห้องบัญชาการหลัก ณ ฐานอวกาศลูน่า มูนเทียร่า

 

หุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกเริ่มโจมตีสมาชิกเขตสี่ด้วยการยิงแสงเลเชอร์ที่แขนใส่ ต่อด้วยพุ่งเข้าใส่ ทั้งห้ากระโดดหลบออกคนละทาง เรมหยิบปืนยาวออกมายิงใส่เท่าที่เหลืออยู่ทั้งหมดสิบหกนัดไปที่แขนซ้าย แต่กระสุนกระเด็นกระดอนกลับไปหมด หลิ่งตีแม็สใส่ไหล่ขวา ส่วนน็อกฟาดขวานใส่ที่หัว เรกับโฟรฟาดอาวุธไปท้องของหุ่นยนต์ หุ่นยนต์เชเล็กน้อยแล้วฟาดดาบใส่พวกเขา ทั้งห้ารีบกระโดดหลบดาบอย่างรวดเร็วแล้วยิงเวทย์มนต์โจมตีส่วนกลับ หุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกกางบาเรียสีน้ำเงินออกมาสลายเวทย์มนต์ที่โจมตีเข้ามาได้

“หนอย.......หนังก็หนายังสร้างเกราะได้อีกเหรอ” เรมกล่าว

“พวกแกก็คงรู้สินะ ว่าเวทย์เทียมเป็นเวทย์ป้อม ๆ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรเกราะผสมของหุ่นยนต์ที่ฉันส่งไปได้ แต่เพราะโดนพวกแกขัดขวาน ฉันจึงพัฒนาให้มันรับมือเวทย์มนต์แท้ ๆ ของพวกแกได้ด้วยไงละ” ทีลเด็ดกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ แล้วยิงมิสไซต์ที่เอวใส่พวกเขา

เรหยิบธนูออกมาแล้วยิงศรเวทย์มนต์สีขาวออกไปพร้อมกับโฟรที่เสกไพ่สีน้ำเงินออกและเรม หยิบปืนออกมายิงช่วยกันทำลายมิสไซต์ทั้งหมดและโจมตีอีกรอบใส่หุ่นยนต์หุ่นยนต์เวทย์มนต์ แต่ก็สลายหายไปเมื่อสัมผัสกับบาเรีย

“หนานักนะ” หลิ่งกับน็อกกระโดดพุ่งทะลุบาเรียแล้วตีใส่ขาของหุ่นยนต์ห้าที่ก่อนจะถอยออกมา ทำให้พวกเขามองเห็นว่าเกราะส่วนนอกเริ่มหลุดออกมาบ้าง

“ไม่เลว” ทีลเด็ดกล่าวชม “พวกแกน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เลย” แล้วเขาก็ยิงปืนใส่ทั้งห้าต่อ พวกเขาหลบไปคนละทางอีกหน น็อกเข้าโจมตีด้านหลังพร้อมกับเรม ส่วนหลิ่งยิงหน้าไม้ใส่ที่ลูกศรสามารถทะลุบาเรีบเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถเจาะเกราะของหุ่นยนต์ได้

เรกับโฟรหลบลำแสงที่ถูกยิงออกมาแล้วยิงอาวุธไปที่บาเรียแต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม ทั้งสองตัดสินใจพุ่งเข้าใกล้หุ่นยนต์พร้อมกับที่ดาบจากแขนซ้ายฟาดลงมาที่ทั้งสอง เรรับดาบนั้นไว้แล้วให้โฟรพุ่งเข้าไปใกล้ เขาชูไม้คถาขึ้นแทงไปที่แขนตัวของหุ่นยนต์แล้วยิงคาถาใส่ระยะปะชิดความนี้ชินส่วนเกราะเริ่มเกิดความเสียหายขึ้นแล้วแต่ก็ไม่มาก

“เก่งนี้ที่พวกแกสามารถทะลวงเกราะที่ฉันพัฒนามาเพื่อรับมือกับพวกแกโดยเฉพาะ” แผงที่หน้าอกของหุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกเปลี่ยนเป็นสีแดงและแผ่ความร้อนออกมา “ไปเลยลำแสงดวงอาทิตย์” ลำแสงสีแดงขนาดใหญ่ถูกยิงออกมาใส่พวกเขา

หลิ่งตั้งโล่ขึ้นมา โฟรและเรมชูมือขึ้นข้าง ๆ หลิ่ง กำแพงเวทย์สีเงินถูกกางออกมาปะทะกับลำแสงสีแดง เกิดระเบิดขึ้นทั้งสามลอยกระแทรกพื้นอย่างรุนแรง เรกับน็อกรีบช่วยพวกเขาให้ลุกขึ้นยืนได้

ทีลเด็ดหัวเราะพอใจแล้วขับหุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกใส่พวกเขาเขาฟาดดาบลงไป ทั้งห้ารีบกระโดดหลบแต่เรมโดนแรงเหวี่ยงของดาบพัดจนเสียหลังหล่นลงพื้น ทีลเด็ดหันปืนไปยิงเรมต่อทันที่ เรมรีบหลบแต่โดนแรงระเบิดผลัดเขาลอยกระเด็ดเนื้อตัวสะบัดสบอมและแว่นของเขาหักเป็นสองชิ้น

“เรม” เรรีบวิ่งไปดูน้องชายพร้อมกับคนอื่น แต่ทีลเด็ดไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ เข้าเหวี่ยงดาบใส่เร หลิ่งกางปีกรับดาบไว้ น็อกตามมาช่วยตีเรียกร้องวความสนใจ ทีลเด็ดควบคุมหุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกโจมตีใส่หลิ่งกับน็อกแทน ส่วนโฟรตามมาช่วยเร

เรประคองเรมขึ้นมาให้นั่งลง เรมกุมท้องด้วยความเจ็บปวด หัวของเขาแตกเลือดไหล ที่ท้องของเรมมีรอยแผลที่ขนาดใหญ่ เรมสำลักไออกมาเป็นเลือดแล้วลืมตาขึ้นมา “นั้น...นั้นพี่รึเปล่า”

“แน่สิเจ้าบืบ”

“ฉันจะพาเรมกลับไปที่ยานก่อนดีกว่า” โฟรกล่าว

“อย่า....รุ่นพี่” เรมกล่าว เขายืนมืออกมาหาปืนของเขาแล้วส่งให้ทั้งสอง “ชุดสุดท้านแล้ว....ต้องทำลายจากด้านใน”

“อะไรนะ” เรถาม

“ผมนึกออกแล้วไงละ” เรมกล่าวสำลักไอออกมาอีกรอบ “ปกติการหุ่มเกราะและติดบาเรีย...แบบนี้ไม่มีทางที่....จะเอาแค่เกราะมา.....ติดกันไว้แน่....ต้องมีตัวคอยสร้าง.......บาเรียอยู่แน่”

“หมายความว่าต้องหาทำลายตัวเครื่องที่คอยเสกบาเรียใช่ไหม”

“ใช่ ถ้าทำแบบนั้น....ก็เกิดระเบิดจากภายในแน่.....ใช้ปืนเจาะเข้าไป.....และเอาระเบิดผมไปจัดการโยนซ้ำ.....แผลของมันเลย......ส่วนผมจะเรียกโรอานออกมาช่วยเอง....ต้องมีอะไรเรียกความสนใจหน่อย....”

“อย่าฝืนน่าเรม” เรท้วง “นายจะตายได้นะ”

“ผมยังมีเรื่อง....ที่ต้องกลับไปทำอยู่ที่อีกเยอะ....”

“อัลฟิสินะ” เรกล่าว เขาหยิบระเบิดของเรมออกมาจากกระเป้ากางเกงของเขาและรับปืนมา

“เกลียดจริงพวกคนรู้ทัน” แล้วเรมก็หยิบโทเทมของเขาออกมา “ไม่อยากให้น้องสาว....ต้องเสียใจหรอกนะ....”

“อย่าฝืนละ” โฟรรับปืนของเรมมา เรกับโฟรมองปืนอย่างเข้าใจในสิ่งที่เรมอยากจะให้ทำ แล้วพวกเขาก็วิ่งจู่โจมช่วยหลิ่งกับน็อกต่อด้วยความแปลกใจของทั้งสองที่ ก่อนที่จู่ ๆ วารีกุญชรจะโผล่ออกมากระแทรกใส่หุ่นยนต์ หลิ่งกับน็อกมองด้วยความตื่นตะลึงหันไปมองดูเรมที่กำลังกำแม็กปืนของเขาแน่นในสภาพทุลักทุเล

“พวกนายจะฆ่าเรมหรือไงกัน” หลิ่งตะโกนถาม

“หมอนั้นหาวิธีได้แล้ว” เรกล่าวแล้วรีบบอกแผนให้ฟัง โดยที่ทีลเด็ดกำลังแปลกใจกับสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ปรากฏตัวออกมากระทันหัน

“นี้มันอะไรกัน มันมาจากไหนกัน” เขาเหวี่ยงดาบโจมตีใช้ช้างครึ่งปลาวารีกัญชรใช้งาปัดดาบไว้ได้

เมื่อเรเล่าแผนเสร็จเรียบร้อย ทั้งหมดพยักหน้าแล้วเตรียมตัวจู่โจม “ปัญหาคือเราไม่รู้ว่าทีลเด็ดจะใช่เจ้าแสงความร้อนนั้นอีกเมื่อไร ชะนั้นพวกเราต้องรีบจัดการทันที”

“ไว้ใจได้เลย คราวน่าจะปัดออกให้ดู” หลิ่งกล่าว

“ส่วนเรื่องทะลวงเกราะ เดี่ยวมันจัดการเอง” น็อกกล่าวแล้ว “จากนั้นพวกนายก็จัดการระเบิดบาเรียของมันเลย”

พวกเขาเริ่มจู่โจมอีกครั้งหนึ่ง ทีลเด็ดขับหุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกถอยหลังแล้วยิงใส่พวกเขา หลิ่งใช่โล่ป้องกันไว้ได้ น็อกกับวารีกัญชรช่วยกันขนาบข้างหุ่นยนต์แล้วช่วยกันโจมตีใส่แขนของหุ่นยนต์ ทีลเด็ดใช่ดาบรับงาของวารีกัญชร น็อกฟาดขวานและดาบลงไปที่แขนรุนแรงจรเกราะเริ่มยุบ เรเปลี่ยนอาวุธดึงหอกออกมาเปลี่ยนให้กลายเป็นเคียวคู่ ส่วนโฟรเลือนลูกแก้วตรงกลางไม้คถาให้เลือนมาอยู่ตรง อาวุธเปลี่ยนกลายเป็นหอกสามงามสองด้าน แล้วกระหน้ำโจมตีไปที่ขาทั้งสองขา ทีลเด็ดกวาดดาบใส่พวกเขา เรกับ     โฟรกระโดดถอยหลังหลบดาบที่ฟาดลงพื้นแลเวชี้อาวุธตรงมาที่ยิงมิสไซต์พุ่งแทงใส่ที่ยิงมิสไซต์พังเสียหาย ทั้งสองรีบกระโดดถอยหลังอีกรอบก่อนที่ยิงมิสไซต์จะระเบิดขึ้นทำให้จาของหุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกเสียหายหนักขึ้น

ทีลเด็ดเริ่มโมโหที่เขาเริ่มเป็นฝ่ายโดนเล่นงาน เขาขยับหุ่นยนต์ให้ถอยตั้งหลักแผงที่หน้าอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อเตรียมยิงลำแสงดวงอาทิตย์อีกครั้ง วารีกัญชรรีบพุ่งมาขัดขวาง  ทีลเด็ดขับหุ่นยนต์เหวี่ยงตัวหลบแล้วเตะใส่วารีกัญชร หลิ่งรีบตามมาช่วยเธอกางปีกบินเข้าไปหาทีลเด็ด

“แกอยากจะโดนย่างสดรึไงกัน” ทีลเด็ดหันหุ่นยนต์มาที่หลิ่งแล้วยิงลำแสงดวงอาทิตย์ใส่หลอ่ง หลิ่งใช้ปีกห่อตัวเองไว้รับลำแสงไว้ได้ ปีกของหลิ่งคอย ๆ ปัดลำแสงให้สลายหายไปและบินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ ทีลเด็ดมองด้วยความตกใจที่อาวุธของเขาโดนป้องกันไว้ได้ เขารีบเร่งพลังอาวุธของเขาให้สูงขึ้น เรมกับวารีกัญชรยิงน้ำใส่ช่วยหลิ่ง แผงที่ใช้ยิงเริ่มมีควันออกมา หลิ่งพยายามเข้าใกล้ขึ้นจนที่สุดไฟก็ดับลงพร้อมกับหลิ่งใช้แม็สตีทำลายแผงหน้าอกด้านซ้ายต่อด้วยน็อกกระโดดมาทำลายด้านขวา เรกับโฟรยิงเวทย์มนต์โจมตีตาม ทีลเด็ดรีบกางบาเรียป้องกันแล้วเหวี่ยงดาบโจมตีใส่หลิ่งกับน็อก

“หัวไหล่........” เรมตะโกนชี้ไปที่หัวไหล่ของหุ่นยนต์ที่มีแท่งผลึกสีม่วงโพล่ออกมาทั้งสองข้าง “มันอยู่ตรงนั้น......ทำลายหัวไหล่เลย......”

เรกับโฟรรีบตรงเข้าหาทีลเด็ดทั้งสองหยิบปืนของหยิบออกมาก่อนจะกระโดดหลบดาบที่เหวี่ยงมาใส่พวกเขาแล้วแทงมีดปลายปืนลงที่แท่งผลึกตรงหัวไหล่หุ่นยนต์และยิงจนหมดกระบอก หุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกเกิดอาการซ็อทอย่างหนักขึ้นมา เรลูบหอกของเขาเสกมีดสีดำออกมาแล้วตวัดหอกสั่งมีดซ้าย ขวา และขึ้น มีดลอยกระแทรกใส่แขนและขาและบินขึ้นฟ้า เรกระโดดขึ้นฟ้า มีดดำลอยมาประกบกับหอกของเขา “ดาร์ก อควา ไคย์” เรฟาดหอกใส่หุ่นยนต์ เกิดระเบิดสีม่วงขึ้นแขนของหุ่นยนต์ไฮ-มิสทิกระเบิดในทันทีพร้อมกับส่วนขาและอาวุธอื่น ส่วนของห้องขับเคลื่อนหลุดตกพื้น หุ่นยนต์ล้มหงายหลัง ปึ้ง!!! พร้อมกับควันที่พุงคลุกออกมา

น็อกเดินไปเปิดกระจกที่ห้องคนขับแล้วลากทีลเด็ดออกมาจากห้อง เรเข้าไปช่วงพยุงเรมที่นั่งหอบหนักมากให้ยืนขึ้น แล้วส่งผืนคืนเรม

“เดินได้แล้วเจ้าสี่ตา”

“นี้....ช่วยดูสภาพ....บ้างได้ไหม” เรมกล่าวสีหน้าเหมือนคนต้องการที่จะนอนมาก เขารับปืนคืนมาเก็บที่เอว

“อย่าบ่นน่า......ถ้าจะบ่น ไปบ่นเจ้าทีลเด็ดที่สร้างหุ่นยนต์โหด ๆ นู่น”

“อย่างนี้ก็ได้เหรอพี่ชาย”

“ได้สิ”

“เดี่ยวก็ได้พักแล้วละเรม” โฟรกล่าวแล้วส่งปืนของเรมอีกกระบอกคืนเขา

เรมรับปืนคืนจากโฟรมาเก็บที่เอวอีกข้าง

“แล้วก็เอาเจ้านี้กลับไปด้วย”

วารีกัญชรเข้ามาหาเรมแล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นคลื่นเวทย์สีน้ำเงินลอยกลับไปที่ร่างของเรม “ขอบใจเพื่อน”

“นี้ฉันแพ้หรือเนี้ย” ทีลเด็ดพึมพำสีหน้าเหมอลอยเหมือนพูดกับตัวเอง “ทหารกล้าอย่างฉัน แพ้ให้กับพวกแกงั้นเหรอ”

“แกจะบ่นอะไรก็เรื่องของแก” หลิ่งกล่าวแล้วเสกเชือกทองออกมาหมัดทีลเด็ดไว้ “ได้เวลาเข้าคุกแล้ว”

ทีลเด็ดยืนขึ้นโดยดี

“แล้วซากหุ่นนี้ละ” เรมถาม

“เอาซากมันไปด้วยเลยน็อก” เรกล่าว

“แน่นอน” น็อกกล่าว “มันเอาไปพัฒนาเขตเราได้ดีแน่”

“จบแล้วเหรอ” คาลิสเดินเข้ามาในห้อง “เสียดายแฮะ ทุกอย่างโอเคสินะ.......ยกเว้ณเรม”

“คาลิส” ทีลเด็ดหันมามองคาลิส เขาหัวเราะในลำคอ “ไม่นึกเลยว่าฉันจะโดนตัวของแกจัดการได้”

“แกมาหาเรื่องพวกเราก่อน พวกเราแค่ต้องจัดการกับคนที่มาคิดร้ายกับพวกเราแค่นั้น” คาลิสกล่าว

“พวกแกนี้มุมมองง่ายชะจริงนะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นมาข้างบน ทุกคนหันไปเห็นกาชากำลังขี่ยานกลมลงมาข้างล่าง

“กาชา” คาลิสกล่าวขึ้นแล้วเล่งปืนไปที่กาชา

“แกมาช่วยฉันเรอะ” ทีลเด็ดถามอย่างมีความหวัง

“ใครช่วยแกกัน ฉันมาสมน้ำหน้าแกต่างหากละ” กาชากล่าวแล้วจู่ ๆ เศษชิ้นส่วนหุ่นยนต์ก็ลอยไปติดอยู่กับยานของเขาที่นั่งอยู่

“กาชาแกคิดจะทำอะไร” ทีลเด็ดกระโกนออกมา

“แกคิดว่าฉันมาเข้ากับแกเพราะอะไรละ” กาชากล่าวขึ้นมา “ฉันไม่ได้คิดจะเป็นพวกแกอยู่ แต่ฉันต้องการสิ่งที่นี้ต่างหาก”

“แกคิดจะเอาไปทำอะไรกัน” โฟรถาม

“คิดว่าฉันจะเอาไปทำอะไรละ นอกจากอาวุธเวทย์ชั้นยอดไงละ”

“นี้แกจะเอาไปตีกับใครไม่ทราบ” หลิ่งถาม

“ฉันไม่ได้จะไปตีกับใคร” กาชาตอบ “ฉันจะให้ทั่วจักรวาลได้รู้ซึ่งถึงความน่ากลัวของกาชาบ้างชะทีเหมือนกับพวกรากิสหรือมาชูมาชู”

คาลิสรู้สึกคุ้น ๆ ชื่อนี้ เขาคิดสักพักแล้วกล่าวขึ้น “พวกแก็งอวกาศ”

“แก็งงั้นเหรอค่ะพี่” หลิ่งกล่าว

“พวกกลุ่มคนที่ชอบแสดงอะไรสักอย่างให้คนกลัวไม่ก็ชื่นชม ส่วนใหญ่ทำเพื่อให้ตัวเองดูดี”

“ถูกต้อง” กาชากล่าว “คราวนี้และฉันจะเข้าแก็งให้ได้” จากนั้นกาชาก็ขับยานหนีขึ้นไปพร้อมกับเศษเหล็ก”

“เออ.......แล้วเราจะเอาไงต่อดีละรุ่นพี่” น็อกถาม

“ตามเจ้านั้นไหม” โฟรกล่าว

“ใช่เสียดายชิ้นที่เจ้านั้นเอาไปแฮะ” เรกล่าว

“อย่าเลยเสียเวลาเปล่า” คาลิสกล่าว “ก็แค่พวกอยากเข้าแก็งบ้าบอแค่นั้นและ ปล่อยไปเถอะ”

“อ้อใช่ ๆ ” กาชากล่าวผิดท้าย “ฉันได้สั่งให้ฐานนี้จะระเบิดตัวเองในสิบนาทีแล้ว พวกแกรีบหนีแล้วกันนะ” พร้อมกับเกิดเสียดัง ปรืน! ปรืน! ปรืน!

“ไอ้บ้าเอย” คาลิสบ่น “เอาละรีบกลับไปที่ยานแล้วออกไปจากที่นี้กันเถอะ”

“เป็นไปได้ไงกัน” ทีลเด็ดมีสีหน้าแปลกใจ “เจ้านั้นวางระเบิดได้ไงกัน”

“ก็เหมือนกับที่ฉันแอบเอาข้อมูลของแกได้ไงละ” คาลิสกล่าว “น็อกอุ้มเรมขึ้นมา หลิ่งลากทีลเด็ด เร โฟรพวกนายสองคนรีบตรงไปที่ยานเปิดเครื่องรอเลย”

เรกับโฟรรีบวิ่งออกไปจากห้อง ทั้งสองทำลายประตูที่ที่เข้ามาแล้ววิ่งผ่านไปจนมาถึงห้องที่พวกเขาสู้กับรากูน่าแล้วทำลายประตูลิฟต์ ทั้งสองกระโดดลงไปที่ลิฟต์แล้วทำลายหลังคาลิฟต์และต่อด้วยทำลายประตูลิฟต์อีกที่แล้ววิ่งยาวไปที่ยานที่พวกเขานั่งมา บนยานด็อกเตอร์พาชีวอสอยู่ในนั้น แต่ทั้งสองไม่ใส่ใจรีบนั่งที่บังคับยานแล้วเปิดเครื่องยนต์ พวกเขารอสักพัก น็อกอุ้มเรมเข้ามาในยานพร้อมกับหลิ่งและคาลิสที่ช่วยกันพาทีลเด็ดเข้ามาในยาน

“ท่านผบ.” ด็อกเตอร์พาชีวอสมองสภาพการเป็นนักโทษของทีลเด็ดด้วยความแปลกใจ

“คุณก็โดนจับมาด้วยเรอะด็อกเตอร์” ทีลเด็ดถามด้วยความแปลกใจ

 “เอาละจะไปละนะ” เรเริ่มออกยานเมื่อเกิดเสียงระเบิดขึ้น เรรีบขับยานบินออกไปทางประตูทางออกที่พวกเขาใช้เข้ามาตอนแรก ยานบินตรงไปพร้อมกับเปลวไฟที่ตามมาจากด้านหลังก่อนจะเกิดแรงระเบิดขึ้นอย่างหนักจนยานเกิดสั่นขึ้นมาขึ้นมาก่อนจะเกิดระเบิดวงกว้างขึ้น ยานลอยกระเด็ดออกมาจากฐานได้ในที่สุด เร โฟร หลิ่งและน็อกร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

“นี้........เห็นใจคนเจ็บ....บ้างเถอะ” เรมกล่าวขึ้นมา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น