Pantasy Quest ภัยจากแดนไกล

ตอนที่ 26 : บทที่ 26 พบเป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ย. 62

ห้วงอวกาศ ณ ยานบลูเชนเทีย ไฮวิง

 

พระธิดามณีตายืนอยู่บนยานบลูเชนเทีย ไฮวิง ยานขนาดใหญ่กับรมโม เรียม จ้อย อัลฟิและเฟล ในห้องกว้างกำแพงกระจดใส่ มีสองชั้น ชั้นล่างเป็นที่สำหรับควบคุมการเคลื่อนไหวยาน มีตัวควบคุมสีทองรูปทรงใหญ่โครงเหมือนตู้เกมจำนวนหกเครื่อง ด้านบนเป็นที่ควบคุมอาวุธจำนวนแปดเครื่อง ตัวยานมีขนาดใหญ่รูปทรงนกพิราบสีน้ำเงินอ่อน ติดไอพ่นเวทย์มนต์ธาตุน้ำสามเตาด้านหลัง มีปืนป้องกันอากาศยานยี่สิบกระบอก ปืนใหญ่สามกระบอกที่ด้านล่างของยาน ปืนลำแสงเวทย์มนต์อีกสิบกระบอกที่ปีก บนตัวยานและด้านล่างของยาน ยังมีที่ยิงมิสไชต์ด้านหลังยานอีกสี่อัน ด้านใต้หัวยานมีปืนใหญ่อนุภาคเวทย์มนต์ระดับสูงอีกกระบอก นี้คือสุดยอดยานรบของดาวอีฟที่มีแค่ราชวงศ์เท่านั้นจะบัญชาการได้ ครั้งนี้พ่อของพระธิดาอนุญาติให้เธอนำทำศึกนี้ได้

ตอนมาถึงรมโมและชาวศาดีนแวะมาหาพอดี เมื่อทราบเรื่องรมโมก็อยากตามมาด้วย ซึ่งในที่แรกพ่อของพระธิดาเองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาเชื่อว่าทีลเด็ดมีแผนจะโจมตีดาวอีพเพราะเขาได้ข่าวการโจมตีจากดาวใกล้ ๆ กัน แต่ไม่เชื่อว่าจะมีชาวนอกขับยานบุกโจมตีทีลเด็ดอยู่ฝ่ายเดียว ต้องให้ทั้งรมโม ศวอส โอพูช่วยเรียมกับจ้อยพูดถึงจะเริ่มเชื่อบ้างและต้องใช้กล้องส่งสัญญาณจากดาวใกล้ ๆ ส่งภาพมาให้ดูพระองค์ถึงจะยอมเชื่อแล้วรีบส่งกองทัพมาช่วยพวกเรทันที

“ให้ตายสิ เจ้าพวกนั้นบ้าบิ่นเกินไปแล้ว” เรียมร้องออกมาที่เห็น ซึ่งไม่ใช่แค่เขา ทั้งจ้อย อัลฟิ เฟล รมโมเองก็เช่นกัน

“พวกเราต้องสนับสนุนพวกเขา” รมโมกล่าว

“แต่ถ้าทำแบบนี้พวกมันจะรู้ว่าพวกเรามาด้วย” ทหารคนหนึ่งกล่าง

“ไม่เป็นไรเราต้องช่วยพวกเขา” พระธิดามณีตาสั่ง “ช่วยยิงสนุบสนุนกองยาน เน้นช่วยทำลายอาวุธของฐานนั้น” และทำลายวงแหวนนั้นให้ได้”

“รับทราบครับ”

ยานบลูเชนเทีย ไฮวิงเริ่มยิงลำแสงและมิสไชต์ใส่กองยานของทีลเด็ดจากระยะไกล

“ตรวจสอบด้วยว่าพวกเขาเข้าไปได้รึยัง”

หน้าจอสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางห้องฉายภาพยานที่พวกเรขับอยู๋พุ่งกระแทรกใส่ยานข้าง ๆ และยิงโจมตีใส่ยานระยะไกล

“ไอ้ตัวแสบ ขับดี ๆ ไม่เป็นเหรอ” เรียมโวยวายออกมา

“แม้....เรียมค่ะ เป็นคุณจะฝ่าเข้าไปยังไง” จ้อยถาม

“หันกลับตั้งหลักก่อนไง นี้มันเป็นการบุกทะลวงแบบไม่คิดชัด ๆ ”

ภาพฉายต่อไปจนยานของเรพุ่งเข้าไปข้างในได้สำเร็จ ทั้งเรียม จ้อย รมโมและทหารคนอื่น ๆ ปรบมือร้องออกมาด้วยความชื่นชม

“พวกเขาทำได้แล้ว” รมโมกล่าว “น่าทึ่งจริง ๆ ”

“โอยใจหายหมด” จ้อยกล่าว

“พวกเราจะคอยสนับสนุนกองทัพ รอพวกเขาออกมา” พระธิดามณีตากล่าว

อัลฟิกับเฟลจับมือกัน เพราะในใจลึก ๆ ทั้งสองยังเป็นห่วงพี่ชายอยู่ “พวกเขาต้องปลอดภัย” เฟล กล่าว

“พวกเขาต้องปลอดภัย” อัลฟิตอบ

 

******************************************************************************

ท่าปล่อยยาน ณ ฐานอวกาศลูน่า มูนเทียร่า

 

ทีมกลุ่มเขตสี่บุกโจมตีสั่นดาทหารจำนวนมาก เรกับโฟรเสกโล่น้ำกับไม้ป้องกันกระสุนจำนวนแรกที่ยิงใส่พวกเขา ต่อด้วยหลิ่งปลดแม็สของเธอเป็นลูกตุ่มฟาดกวาดทหารด้านขวา ส่วนคาลิสรวบรวมเวทย์ธาตุแสงและไฟฟ้าแล้วเหวี่ยงดาบไปด้านซ้ายเกิดคลื่นสีเหลืองเป้าทหารด้านซ้ายกระเด็ดอัดกำแพง น็อกกับ       เรมช่วยกันยิงระเบิดใส่พวกแนวหลัง เรกับโฟรกระโดนโจมตีใส่พวกทหารตรงหน้าต่อทันที เรดึงหอกออกมาเป็นเคียวคู่ฟาดใส่พวกทหาร ส่วนโฟรตบสำรับไพ่แล้วยิงออกไปใส่พวกทหารต่อด้วยฟาดไม้คถาใส่พวกทหาร หลิ่งกับน็อกและคาลิสกระโดดโจมตีใส่พวกทหารอีกฝั่ง ส่วนเรมหันไปยิงพวกทหารอีกด้านหนึ่ง เรกับโฟรยิงกระสุนเวทย์มนต์น้ำกับไฟและลมโจมตีต่อ ตามด้วยน็อกเสกก้อนหินขนาดใหญ่แล้วโยนใส่พวกทหาร หลิ่งควงแม็สรวบรวมธาตุลมและธาตุไฟฟ้าไว้ในวงควงสวิงของเธอแล้วทุบใส่พวกทหารเกิดแรงระเบิดไฟฟ้าชัดพวกทหารไปได้อีกมาก เรมเสกเวทย์มนต์ ก้อนดิน คลื่นน้ำ ลมพายุ ลูกไฟ กระสุนไฟฟ้า แท่งน้ำแข็ง มีดใบไม้โจมตีต่อทันที คาลิสยิงปืนใส่สามตามต่อด้วยเรเสกมีดสีดำส่วนโฟรเสกการ์ดออกมากอีกสิบใบโจมตีใส่พวกทหาร หลิ่งกับน็อกและเรมหยิบปืนออกมาโจมตีใส่จนพวกทหารที่เหลือบิดท้ายด้วยคาลิสยิงปืนออกไปสามนั้น จนพวกทหารบาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก มีเสียชีวิตบ้างส่วน

               ทหารที่เหลือเริ่มเก็งตัวยืนสั่นจ้องทีมเขตสี่ สีหน้าและแววตาแสดงความกลัวสุดขีด ก่อนจะวิ่งหนีไป พวกเขาเก็บอาวุธก่อนจะพักหายใจสักพัก

               “กว่าจะหมดได้” เรมกล่าว เขาถอดแว่นตาออกก่อนนั่งพักหายใจแล้วเช็ดแว่นที่เลอะฝุ่น

               “เอาน่า เป็นประสบณ์การณ์ไป” น็อกกล่าวนั่งพักหายใจตบหลังเรมเบา ๆ

               “หวังว่าที่ต้องรุยต่อจะเหลือไม่เยอะนะ” โฟรกล่าว “กลับมาเขตทั้งที่เจอแต่ของหิน ๆ ทั้งนั้นเลย”

               “เขาเรียกรับน้องจัดหนักไง” หลิ่งกล่าว

               “อุ่นเครื่องดีออกแบบนี้” เรกล่าวแล้ว

               “เอาละพวกเรา” คาลิสกล่าวแล้วยืนขึ้น “ตรวจเช็กของให้เรียบร้อยก่อนลุยต่อเลย”

พวกเขายืนขึ้นตรวจสอบของเรไม่มีอะไรขาดเพราะปกติเขาใช้ธนูเวทย์มนต์ที่เสกขึ้นมาเอง พวกระเบิดเขาก็ไม่คอยใช้ โฟรก็เช่นกันเขาใช้คาถากับกรเสกการ์ดมากกว่า ส่วนหลิ่งเสียกระสุนหน้าไม้เล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา น็อกยังเหลือกระสุนปืนของเขาอยู่และเขาถนัดระยะประชิดจึงไม่มีปัญหา คาลิสเสียกระสุนไปไม่เยอะ มีแค่เรมคนเดี่ยวที่ติดปัญหากระสุนของเขาหมดไปเยอะเพราะไม่ได้กลับไปเติมมาตอนบุกโรงงานงานแห่งความเท่าเทียมมุสตาไฮย์ เดอะ เชเวีย และการปะทะที่ผ่านมาทำให้เรมขาดกระสุนไปมาก เขาเหลือกระสุนสำรองติดตัวแค่สามแม็กเท่านั้น แม้แต่ระเบิดก็เหลือแค่หกลูก “เหนื่อยหนักแล้วสิ”

“ได้เวลาเข้าโหมดประชิดแล้วสินะ” โฟรกล่าว

“พยายามเข้าละกันเจ้าสี่ตา” เรกล่าว

“ให้กำลังใจดีทั้งนั้น” เรมกล่าวประชด

คาลิสหันไปที่กองทหารที่เสียชีวิตจำนวนสามสิบคน คาลิสหันไปสั่งเรกับน็อกนำศพพวกเขามากองรวมกัน จากนั้นพวกเขาเสกคาถาไฟเผาศพพวกเขาโดยเรมทำหน้าที่ภาวนาส่งวิญญาณพวกเขา

“เอาละรีบไปต่อดีกว่า” คาลิสนำทีมเดินไปที่ประตูบานใหญ่บานหนึ่งที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กติดอยู่ข้าง ๆ เขาพิมเข้าไปในนั้น มีแผนที่ปรากฏขึ้นมา “ดีละ มีข้อมูลดี ๆ อยู่ด้วย”

“แผนที่นี้เอง” เรมกล่าว “ช่วยให้ง่ายขึ้นเยอะ”

“และเป้าของเราก็อยู่ชั้นบนสุด” คาลิสกล่าว “ก่อนน่านั้นเราจะผ่านห้อง ๆ หนึ่งก่อน ซึ่งน่าจะเป็นห้องเก็บอะไรสักอย่างแล้วจากนั้นพวกเราก็จะแยกกลุ่มตามที่ตกลงกัน พวกนายไปจับทีลเด็ด ฉันจะไปหยุดเจ้าฐานนี้เอง” แล้วเขาก็กดปุ่มให้ลิฟเปิดออกแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับคนอื่น ไม่ช้าประตูก็เลื่อนปิดลง ลิฟก็เริ่มขึ้นข้างบน พวกเขาเงียบกันไปสักพักก่อนที่คาลิสก็กล่าวขึ้นว่า “ดีใจนะที่ได้กลับมารวมทีมกัน”

“เหมือนกัน” เรมกล่าว “หลังจากหลายปีมานี้ก็ไม่นึกว่ารูปภาพจะเติมเต็มได้อีก”

“แต่ฉันยังไม่แน่ใจนะ” โฟรกล่าว “ว่านี้จะเป็นภารกิจใหม่หรือแค่ภารกิจสุดท้ายของฉัน”

“ถ้านายไม่อยากกลับก็อย่าฝืนเลยเพื่อน” เรกล่าว

“ฉันเข้าใจ มันทรมาร ชะนั้นนายก็ไม่ต้องฝืน” น็อกกล่าว

“ใช่ ครอบครัวนายเหลือกันแค่นั้น ไม่แปลกที่นายยังลังเล” หลิ่งกล่าว

“พวกนายอยากให้ฉันกลับมาไหม” โฟรถาม

“ฉันตอบอะไรไม่ได้หรอก” คาลิสตอบ “ฉันคอยออกคำสั่งเพราะมันคือความรับผิดชอบในฐานะที่ทุกคนเลือกให้ฉันเป็นหัวหน้าทีม แต่ปกติพวกเราคือครอบครัวเดียวกันชะนั้นมันคือการตัดสินใจของนายเพราะนายมีเหตุผลที่จะอยู่เขตสี่และเหตุผลที่ต้องกลับไปที่ป่าอัลเลไลย์พอกัน”

“รุ่นพี่พูดถูก” เรกล่าว “ชะนั้นเรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่นายแล้วละ”

“ไม่อยากเป็นคู่ซ่าทะลวงแหลกอีกรอบเรอะ” โฟรกล่าวขำ ๆ

“ถ้าคู่ของฉันไม่พร้อมก็อย่าฝืนเลย” เรตอบ

“ขอบใจเพื่อน”

“เอาละจะถึงที่แล้ว” คาลิสบอกแล้วพวกเขาก็หยิบอาวุธออกมาเตรียมตัว ประตูเปิดออกสู่ห้องกว้างขวางมีบันไดสูงสู่ชั้นแคบ ๆ ที่มีทหารต่อแถวเล่งปืนมาที่พวกเขาแล้วยิงใส่ทันที เขากระโดดหลบขึ้นไปข้างบนใช้อาวุธช่วยเกาะไว้ก่อนพวกทหารยิงพวกเขา พวกทหารกระหน่ำยิงไม่หยุด น็อกกับเรมตัดสินใจโดนระเบิดธาตุลม ไฟและแสงออกไป ระเบิดกระจายลมและไฟไปทั่วห้องและระเบิดแสงกระจายแสงจนสว่างผลคือทหารบ้างส่วนลวงลงมาไม่ก็กระเด็นติดกำแพง บ้างคนก็แรงระเบิดจากระเบิดธาตุไฟอัดกระแทรก บ้างคนก็เอามือมาปิดตาบังแสงสว่าง เร โฟร หลิ่งและคาลิสรีบออกมาจัดการทหารที่เหลือได้สำเร็จ

“ตอนไปก็คงได้เจอตัวหัวหน้าแล้วสินะ” เรมกล่าวเดินออกมาพร้อมกับน็อก

“ไม่เลวที่เดียว” เสียงรากูน่าดังมาพร้อมกับหุ่นยนต์สีแดงสามตัวและสีน้ำเงินอีกสามตัวลอยตัวลงจากข้างบนพวกมันยืนกระจายเป็นวงกลมก่อนที่จะมีหุ่นยนต์อีกตัวแต่มีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าและมีสีม่วง แขนใหญ่ติดปืนไว้ด้านหลังสองกระบอก ถือหอกยาวขนาดใหญ่ บนหัวมีรากูน่านั่งขับมันอยู่บนนั้น “ขอชื่นชมที่แกกับพรรคพวกสวะของแกมาถึงที่นี้ได้คาลิส”

“นั้น ๆ ๆ ๆ หุ่นยนต์แบบใหม่เรอะ” เรมถาม

“ถูกต้องหลักจากที่แกทำลายเรด สเต็งและบลู ซอสเชได้พวกเราก็รีบพัฒนาหุ่นที่จะล้มพวกแกได้ เสียดายที่เวลาน้อยไปหน่อยเลยทำได้แค่เสริมอาวุธละนะ” รากูน่าชี้ไปที่เรด สเต็งหุ่นสีแดงและบลู ซอสเชหุ่นสีน้ำเงิน “นี้คือไทย์ แบ็ก หุ่นที่พัฒนามาเพื่อฉันโดยเฉพาะ”

“ตั้งชื่อได้มักง่ายดีนี้” เรกล่าว

“โห.......พวกแกดูไม่หวาดกลัวเลยนะ”

“ระหว่างเอาแต่กลัวสู้คิดหาทางดีกว่า” คาลิสกล่าวแล้วชี้ดาบมาที่รากูน่า

“ช่างโง่เง่าและไร้สมอง” รากูน่ากล่าวสายตาดูถูก “ฉันจะฝังศพพวกแกในสิบวินาที”

“เจ้านี้ขี้โม้ชะมัด” หลิ่งกล่าว

“จัดการพวกมนัเลยเหล่าหุ่นยนต์”

หุ่นยนต์ตัวสี่พุ่งเข้าใส่พวกเขา เร โฟร หลิ่งและน็อกกระโดดขึ้นแล้วฟันลงไปที่แขนขาของพวกมันที่เดี่ยว ชิ้นส่วนก็ขาดในทันทีโดยไม่สนว่าจะเป็นตัวสีไหน ทั้งสีมองด้วยความอึ้งและงุนงงพร้อม ๆ กัน แม้แต่รากูน่าเองก็มองด้วยความท เรมกับคาลิสก็มองด้วยความอึ้งมาก ทั้งสี่ตัดสินใจฟันผากลางตัวหุ่นยนต์จนขาดสองท่อนในทันที

“เป็นไปได้ไงกัน” รากูน่าอุทานออกมา

“เข้าใจละ” เรมกล่าวขึ้นมา “เมื่อก่อนอาวุธพวกเรามีสถานะเฉพาะระหว่างอาวุธสายเวทย์กับสายกายภาพ แต่คุณโมเทโรกลบส่วนนั้นด้วยการผสมทั้งสองสายเข้าด้วยกัน ทำให้ทำลายพวกหุ่นได้ง่ายโดนไม่สนว่าเกราะจะป้องกันแบบไหนนี้เอง”

“เป็นไปไม่ได้” รากูน่าร้องออกมา “เป็นไปไม่ได้ ชาวนอกจะคิดแบบนี้ไม่ได้”

“ก็นะคนทำเป็นชาวกรุงนี้น่า” คาลิสกล่าวแล้วเขากับเรมก็วิ่งเข้าไปใส่หุ่นอีกสองตัว คาลิสกระโดดฟันดาบผากลางหุ่นยนต์ขาดสองท่อนตรงกลางทันที ส่วนเรมวิ่งเข้าไปโดยถือปืนกลับด้านแล้วกดปุ่มลับที่หลังไกปืน มีดของเขายาวขึ้นพร้อมกับปลายกระบอก หลังปืนมีมีดสั้นยืดออกมาอีกด้วย เขาวิ่งเขามีดแทงทะทุหุ่นทั้งสองอันแล้วยิงหนึ่งยัด หน้าของหุ่นยนต์ระเบิดแล้วหงายหลังทันที

“เป็นไปไม่ได้ ชาวนอกไม่มีทางทำแบบนี้ได้”

“แกก็ได้เห็นแล้วนี้รากูน่า” คาลิสกล่าว

รากูน่าเริ่มกดปุ่มหุ่นยนต์อย่างบ้าคลั่ง ปืนใหญ่ที่หลังหันมายิงใส่พวกเขาพร้อมกับมิสไซต์จำนวนหนึ่ง เรกับโฟรและเรมช่วยกันยิงคาถาทำลายมิสไซต์ ส่วนคาลิสกับหลิ่งและน็อกกระโดดโจมตีใส่รากูน่า รากูน่าขับหุ่นยนต์ให้เหวี่ยงแขนมารับอาวุธของพวกเขาและปัดพวกเขาออกไปก่อนจะยิงใส่พวกเขาจกาปืนที่แขน ทั้งสามถอยหลังหลบได้ เรกับโฟรและเรมวิ่งเข้าไปช่วยโจมตีต่อ รากูน่าเหวี่ยงดบจากแขนซ้ายใส่พวกเขา และยิงมิสไซต์ถล่มพวกเขาต่อ ทั้งสามตัดสินใจถอยกลับแล้วยิงคาถาทำลายมิสไซต์ แล้วยิงเวทย์มนต์ธาตุไฟ น้ำแข็งและสายฟ้าใส่รากูน่าที่นั่งขับหุ่นยนต์อยู่ รากูร่าขับหุ่นเหวี่ยงตัวหลบแล้วยิงส่วนกลับ หลิ่งกระโดดปัดกระสุนด้วยโล่แล้วยิงสายสลิงจากโล่ปักไปที่แขนซ้ายของหุ่นยนต์แล้วดึง น็อกวิ่งตามไปจับแขนขวาแล้วช่วยยึงอีกแรง รากูน่าคำรามออกมาพยายามดีดหลิ่งกับน็อกให้หลุด

คาลิสสั่งการให้เรมเตรียมกระสุนให้เติม เรกับโฟรพุ่งเข้าไปแทงลงไปที่ขาของหุ่นยนต์ รากูน่าสถบออกมาพยายามดิ้นให้หลุด คาลิสกางปีกแล้วบินโจมตีใส่รากูน่าที่ห้องคนขับ รากูน่าหลบได้แต่ดาบของคาลิสทำลายตัวควบคุมหุ่นยนต์ คาลิสส่งสัญญาณให้เรม เรมกระโดดพุ่งใส่หุ่นยนต์แล้วแทกมีดปืนลงไปจนมืดด้ามเกิดประกายไฟสีฟ้าและเขียวทะลุออก เรมกระหน่ำยิงไม่หยุดจนหมดไปหนึ่งเม็กด้วยจำนวนยี่สิบนัด เกิดระเบิดภายในหุ่น พวกเขารีบถอยห่างหุ่นยนต์จนหุ่นยนต์ระเบิดพร้อมกับร่างของรากูน่าลอยขึ้นฟ้าและตกลงกระแทรกพื้นรุนแรง

รากูน่าร้องด้วยความเจ็บปวดและทรมาร เขาคลานออกมาหาพวกคาลิส สีหน้าและแววตายังคงเติมไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด ร่างกายของเขากำลังโดนไฟคอก คาลิสรีบเสกเวทย์มนต์ดับไฟให้รากูน่า แล้วดูอาการของเขา

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกแก” รากูน่าตะโกนใส่

“ฉันก็ไม่คิดจะช่วยแกหรอก” คาลิสกล่าว

“งั้นฆ่าฉันเลยสิ”

“ไม่ละ” คาลิสกล่าวแล้วหันไปบอกทีมของเขาว่า “พวกนายไปจัดการทีลเด็ดก่อนเลย ตรงไปที่ทางกลางแล้วเลี้ยวซ้าย เจ้านั้นอยู่ห้องนั้น”

“แน่ใจละรุ่นพี่” เรถาม

“รีบไปเถอะ”

ทั้งห้าจึงวิ่งไปตามทางที่คาลิสบอก ส่วนเขาแบกรากูน่าให้มานั่งพิงกำแพง

“แกจะทำอะไร”

“พาแกเข้าคุกด้วยไงละ”คาลิสแล้วชูมือขึ้นมาไปที่รากูน่าเชือกสีเหลืองลอยออกมารัดขารากูน่า แล้วเชือกก็ปักลงพื้นต่อทำให้รากูน่าขยับขาไม่ได้ “อยู่นิ่ง ๆ ละ” แล้วเขาก็เดินไปทางที่พวกเรเดินไปตอนแรก

“ไม่มีทาง” รากูน่าตะโกนออกมา “ฉันจะไม่ยอมให้พวกแกได้หน้าหรอก” แล้วเขาก็เอือมมือไปด้านหลัง หยิบลูกบอลเล็ก ๆ ที่เอวออกมาแล้วกดปุ่มตรงกลางลูกบอล “แกต้องตายด้วยน้ำมือของฉัน” รากูน่าโยนลูกบอลใส่คาลิส

คาลิสหันไปเห็น เขารู้ว่าลูกบอลนั้นมันคือ “เจ้าบ้าเอย” เขาเตะลูกบอลลอยกลับหารากูน่า ลูกบอลเรืองแสงสีขาวแล้วระเบิดออกมา คาลิสเอาดาบปักพื้นมีบาเรียเวทย์มนต์สีทองห่อล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ทำให้สามารถป้องกันแรงระเบิดได้ พอแสงจางลงร่างของรากูน่าโดนเผาเกรียมและนิ่งไม่เคลื่อนไหว

“นายทำตัวเองนะรากูน่า” คาลิสเดินไปมองร่างไร้วิญญาณของรากูน่าแล้วเสกเวทย์มนต์ไฟให้เผาร่างของรากูน่า เขายืนมองนึกว่าเขากับรากูน่ามีความทรงจำน่าจดจำบ้างผลคือไม่มี รากูน่าก็แค่คนมาตรวจดูความเรียบร้อยตอนแวะมาดาวสเป-ซอสเท่านั้นแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วไม่มีอะไรให้เขานึกถึง

คาลิสออกเดินไปตามทางที่เขาบอกพวกเร พอถึงทางเลี้ยงคาลิสเลี้ยวขวาแทน เขาเดินตรงยาวก่อนจะเจอกับพวกทหารจำนวนสิบห้าคน คาลิสชักดาบหยิบปืนออกมาพุ่งเข้าใส่พวกทหารแล้วฟาดดาบและใช้ปืนตีใส่พวกทหารให้สลบ แล้วเดินไปต่อก่อนจะเจอพวกทหารอีกจำนวนหนึ่งเขาเจอพวกทหารเป็นระยะ จนมาถึงประตูบานหนึ่งที่มียามเฝ้าอยู่หาคน คาลิสพุ่งเข้าไปจัดการอย่างรวดเร็วแล้วจ้องประตูสักพักก่อนจะใช้ดาบฝาประตูผังลง เขาเดินเข้าไปในห้อง เป็นห้องกว้างสีขาวติดกระจกด้านซ้ายกับขวา มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ริมห้องกับจ้อที่กว้างเท่ากำแพง ในห้องกาชากับด็อกเตอร์ชาพีวอสยืนรอเขาอยู่

“โห.........มาคนเดียวงั้นเหรอ” ด็อกเตอร์พาชีวอสถามขึ้นมา

“ก็ถ้าพวกแกอยู่ห้องเดียวกันกับทีลเด็ดก็ดีสิ” คาลิสกล่าว

“รากูน่าตายแล้วเหรอคาลิส”

“ทำตัวเอง” คาลิสตอบ “โดนระเบิดของตัวเองไปแล้ว”

“เฮ้อ สมน้ำหน้ามัน” กาชากล่าว “อวดเบ่งดีหนัก”

ด็อกเตอร์พาชีวอสจ้องเขม้นใส่กาชาก่อนจะหันมาพูดต่อว่า “เจ้านั้นมันเหย่อหยิ่งและหลงระเร่งกับชัยชนะเกินไปก็ไม่แปลกหรอก”

“ฉันไม่มีเวลามาพูดกับพวกแก” คาลิสชูดาบขึ้นมา “จะงัดอะไรออกมาก็เอาออกมาเลย”

 “ก่อนจะจัดการกับแกฉันขอถามอะไรหน่อย” ด็อกเตอร์พาชีวอสถามขึ้นมา “ทำไมถึงยอมทำงานให้พวกไซ-เมจละ”

“รู้สึกพวกนายจะเข้าใจผิดนะ” คาลิส “มันมาจับทีลเด็ดเพื่อให้จบเรื่องทะเลาะกันของรุ่นน้องฉันกับเจ้าชาย........เออ...เทเวสมั่ง นั้นและโทษฐานที่พวกเขาไปขโมยยานของมัน”

“อย่างงี้นี้เอง” กาชากล่าว

“แล้วถ้าไม่มีเรื่องที่พวกลูกน้องของแกไปขโมยยานละ” ด็อกเตอร์พาชีวาสถามต่อ “แกจะยอมปล่อยไปไหมละ”

“แน่นอนว่าไม่” คาลิสตอบ “พวกแกคิดจะมาทำร้ายพวกเรา ฉันจะขโมยยานมาทำลายที่นี้ทิ้งเลยด้วยซ้ำ”

“ไม่เข้าใจเลยแฮะ”

“แกนี้โง่เหมือนรากูน่ารึเปล่าพาชีวอส” กาชากล่าวดูถูก ด็อกเตอร์พาชีวอสจ้องเขม้นใส่กาชา “ยังไงพวกมันก็ต้องมาเล่นงานพวกเราอยู่แล้ว พวกเราคิดจะไปทำลายดาวบ้านเกิดเลยนะ”

“ชะนั้นพวกนายก็มีสองทางที่ฉันจะมอบให้” แล้วคาลิสก็หยิบดาบออกมา “คุกหรือตาย”

“น่าสนุกนี้” กาชาดีดนิ้วพื้นเขากับด็อกเตอร์พาชีวอสก็เปิดแยกออกจากกันแล้วทั้งสองก็กระโดดลงไป คาลิสยืนมองสักพักก็มีอะไรอย่างอย่างเลื่อนขึ้นมาจากพื้นที่กาชากับด็อกเตอร์พาชีวอสโดดลงไป มันคือหุ่นยนต์รูปไข่สีแดงตัวใหญ่ก่อนที่จะมีขาเลื่อนออกมาจากตัวหุ่นยนต์จำนวนแปดขามีปืนติดที่เข่ากับใบมีดที่เท้า หุ่นยนต์เอืองทรงตัวเป็นแนวนอน หัวไขด้านหน้ายืดออกแล้วขยายใหญ่ขึ้นมีดวงตาแปดตาเปล่งแสงสีขาว ด้านหลังมีช่องจำนวนสิบช่องปรากฏมิสไซต์ออกมา ตรงกลางมีปืนใหญ่หนึ่งกระบอก คาลิสบอกด้วยความชื่นชมในการสร้างสันหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเป็นแมลงได้ขนาดนี้

เสียงหัวเราะของกาชาดังขึ้นมาจากในหุ่นยนต์ “เป็นไงละนี้คือสไปเดอร์บลัด หุ่นยนต์ที่นำวิทยาการของชาวกรุงและนอกเข้ามาผสมกัน”

“ขอชื่นชมเลือกดีไชต์ที่ทำออกมาดี” คาลิสกล่าว “แต่คงต้องทำลายทิ้งก่อนละนะ”

“อย่างแกคนเดียวจะทำได้เหรอคาลิส” เสียงด็อกเตอร์พาชีวอสกล่าวขึ้นมา

“ก็ลองดูสิ” คาลิสวิ่งโจมตีใส่หุ่นยนต์แมงมุมทันทีที่พูดจบ

 

เรนำทีมบุกตามทางเรื่อย ๆ ในทางเดินยาวและกว้างที่หลอดไฟสีขาวตามทางระยะห้าก้าว พวกเขาเจอและสู้กับทหารจำนวนหนึ่งระหว่างทาง แล้วนำต่อไปพวกเขาเจอกับทหารจำนวนแปดคนกับหุ่นยนต์อีกสามตัว เรกับโฟรและเรมด้วยกินยิงเวทย์มนต์ใส่พวกทหาร ส่วนหลิ่งกับน็อกกระโดดโจมตีหุ่นยนต์สองตัวพร้อมกับตามด้วยเรโจมตีตัวสุดท้ายให้ พวกเขาเริ่มบุกต่อไปเจอกับทหารอีกส่วนหนึ่งพวกเขาโจมตีพร้อมกัน จัดการทหารทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว

เรนำทีมมาต่อถึงประตูบานใหญ่บานหนึ่ง เร น็อกและเรมทีบประตูบานนั้นพังลงมาทันที โฟรกับหลิ่งช่วยกันยิงเวทย์มนต์ใส่คนที่เห็นทันที เป็นทหารจำนวนหกคนพวกเขาโดนเวทย์มนต์ของโฟรกับหลิ่งอัดใส่จนสลบอย่างรวดเร็ว

ทีลเด็ดปรบมือจากข้างบน ในหน้ายิ้มแย้มชื่นชม

เร โฟร หลิ่ง น็อกและเรมเงยหน้าไปมองทีลเด็ดเป้าหมายของพวกเขา

“ขอชมพวกแกที่มาถึงฉันคนนี้ได้” ทีลเด็ดกล่าว

“สิ่งที่แกคิดจะทำ” เรกล่าว “พวกเราจะหยุดเดี่ยวนี้และ”

“ฉันไม่เข้าใจเลยนะ” ทีลเด็ดถามขึ้น “ทำไมพวกแกถึงยอมช่วยเหลือชาวกรุงละ ทำไมถึงยอมมาช่วยดาวอีฟทั้งที่พวกแกมีเวลาเตรียมตัวก่อนที่ฉันจะไปเขตสีแดง”

“ก็ไม่ใช่ชาวกรุงทุกคนจะเลวร้ายทุกคนนี้” หลิ่งตอบ “เหมือนชาวนอกทุกคนก็ใช่ว่าจะดีทุกคน พระธิดามณีตาแสดงให้เราเห็นแล้ว”

“โห.....พวกมองเป็นกลางอยู่สินะ” ทีลเด็ดกล่าว “งั้นทำไมถึงทำกับเทลเวอร์ขนาดนั้นละ” เขาถามถึงตอนที่พวกเรขโมยยานและทำลายานของทีลเด็ด

“พวกเราไม่ได้เป็นกลางขนาดนั้น” เรตอบ “เจ้านั้นมันเบี้ยวค่าจ้างที่เราลงแรงซ่อมยานและขับยานมาส่ง เลยต้องถ่วงค่าตอบแทนแค่นั้นและ แต่พระมีค่ามากที่จะช่วย”

ทีลเด็ดหัวเราะอย่างชอบใจ “มีค่าให้ช่วยเหลือ นี้พวกแกตัดสินว่าจะช่วยใครหรือไม่ช่วยใครยังไงกันเหรอ”

“ดีมาดีกลับก็แค่นั้น” น็อกกล่าว “มันเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชิวิต”

“ดีมาดีกลับงั้นเหรอ”

“พวกเราแค่ช่วยเพราะพระธิดาดีต่อพวกเรา” โฟรกล่าว “ช่วยคนที่เป็นมิตรมันนั้นและพื้นฐานของเราที่จะเลือกช่วยใคร”

“และแกคงรู้นะว่าพวกเราบุกมาถึงขนาดนี้ทำไม” เรมกล่าว

“ขอถามอีกอย่างได้ไหม” ทีลเด็ดถาม “ใจจริงพวกแกอยากฆ่าฉันหรือจับฉันกันแน่”

“ใจจริงอยากระเบิดแกทิ้งไปพร้อมกับฐานนี้และ” เรกล่าว “แต่ก็ตกลงกับพวกไซ-เมจได้ ถ้าจับแกส่งเข้าคุกได้ เรื่องที่ทำกับเทลเวอร์ถือว่าหายกัน”

“อย่างงี้นี้เอง” ทีลเด็ดกล่าว “พวกแกถึงมาจับฉันสินะ”

“ก็ตามนั้นและ” ทีมเขตสี่หยิบอาวุธออกมาเตรียมจู่โจม

“งั้นก็คงต้องจัดการพวกแกสินะ จงมาไฮ-มิสทิก” ทีลเด็ดดีดนิ้วหนึ่งที่ก็มีหุ่นยนต์ขนาดเลื่อนขึ้นมาตรงหน้าพวกเขา หุ่นยนต์มีสีดำตัวใหญ่ทรงเปลี่ยมกว้างที่บนหัวเป็นกระจกใส่ทรงหัวมนุษย์ติดเขาสามเขาตรงกลางและด้านซ้ายกับขวา แขนขนาดใหญ่ที่ติดปืนตรงหัวไหล่และดาบ หน้าอกติดแผนทรงตัววีสีแดง ที่เอวติดมิสไซต์ ขายาวเล็กแต่เท้ามีขนาดใหญ่

ทีลเด็ดกระโดดลงไปที่ส่วนหัว กระจกเปิดออกให้เขาเข้าไปนั่งได้พร้อมกับกระจกที่ปิดตาม

เรมมองหุ่นยนต์ตาค้าง ส่วนเร โฟร หลิ่งและน็อกยืนมองด้วยความท้าทายกับเป้าหมายที่เป็นหุ่นยนต์ที่ดูแกร่งกว่าตัวที่ผ่านมา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น