Pantasy Quest ภัยจากแดนไกล

ตอนที่ 24 : บทที่ 24 เขตสี่รวมพลอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ย. 62

ดาวเมยาไท ณ มหาวิหารไซ-เมจ

 

โอพูนั่งวิเคราะห์ข้อมูลหุ่นยนต์ที่ได้มาจากพวกเร เขาทึ่งมากที่ชาวนอกสามารถวิเคราะห์ข้อมูลของพวกหุ่นยนต์ได้ขนาดนี้ทั้งที่พวกเขาแทบไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่การที่เด็กพวกนั้นสามารถซ่อมแซมยานขนาดใหญ่ได้โดยไม่มีความรู้ด้านยานเลยนั้นก็น่าถึงมากแล้ว จนโอพูอดคิดไม่ได้ว่าเด็กพวกนั้นเก่งหรือพวกเขาห่วยแตกกันแน่นะ ตอนนี้พวกเขาออกจากดาวโคเรนการ์ได้ยังนะ

โอพูนั่งอยู่ในห้องเล็ก ๆ กำแพงด้านขวาเป็นกำแพงกระจกใส ด้านซ้ายเป็นกำแพงทึบโต๊ะทำงานของเขาอยู่ด้ายซ้าย มีแบบจำลองแผนผังดวงดาวอยู่มุมขวากลางห้อง ตู้เก็บแผ่นข้อมูลด้านหลังด้านข้างทางซ้ายมือเป็นเตียงนอนแคปชูนสีขาวรูปไข่ที่ติดจอขนาดหลางเอาไว้ดูทีวี ด้านขวาเป็นตู้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตั้งแต่สิ่งบันเทิงรวมถึงอุปกรณ์ช่วยในการทำงานต่าง ๆ มากมาย แต่พอรู้แบบนี้ก็น่าคิดนะ เด็กแสบพวกนั้นไม่มีเครื่องมือดีขนดานี้แต่กับสามารถหาข้อมูลหุ่นยนต์ได้ดีหากพวกเข่มีเครื่องมือเหล่านี้อยู่ละก็คงสามารถหาข้อมูลที่แม่นยำได้แน่ นั้นข้อมูลที่พวกกเขาจดใส่กระดาษมานี้นับว่ามีประโยชน์ต่อการรับมือกับพวกหุ่นยนต์มาก ไม่ว่าจะเป็นจุดแข็งจุดอ่อน วิธีรับมือต่าง ๆ ที่เขาเชื่อข้อมูลนี้ก็เพราะนี้คือข้อมูลของกลุ่มคนที่ประสบการณ์รับมือพวกหุ่นยนต์มาแล้ว

“เป็นไงบ้าง” ศวอสเดินเข้ามาในห้อง

“น่าทึ่งมากเลยละ” โอพูตอบ “ข้อมูลนี้ช่วยให้เรารับมือพวกหุ่นยนต์ในรอบหน้าได้แน่”

“พวกเขาน่าทึ่งจริง ๆ ” ศวอสเห็นด้วย

“ไม่รู้ตอนนี้พวกเขากลับดาวได้หรือยัง นายได้ข่าวไหม”

“น่าจะหนีไปได้แล้วละ ได้ข่าวมาว่าพวกนั้นขโมยยานหนีไปได้ เทลเวอร์ถึงขั้นมาที่นี้เพื่อขอกองทัพไปจับพวกเขาเลยละ”

“จริงเหรอเนี้ย” แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมา

“ฉันไม่นึกเลยนะว่าพวกเขาจะหนี” โอพูกล่าว

“ถ้าให้ถูกนะสหาย” ศวอสกล่าว “พวกเขาหนีกองทัพได้ยังไงมากกว่า”

“ก็ถูก” โอพูเห็นด้วย “จริงด้วยองค์พระธิดามณีตามาถึงยัง”

“ใกล้ถึงแล้ว” ศวอสกล่าวก่อนหน้านั้นไม่กี่วันมีแจ้งเตือนมาว่าองค์พระธิดามณีตามีเรื่องดว้ยต้องแจ้งให้เหล่าไซ-เมจทราบ แต่กลัวจะโดนเจ้าเทลเวอร์เข้ามาจัดแน่เพราะตอนนี้เจ้าชายเลเวอร์ก็อยู่ที่นี้ด้วย

“ศวอส โอพู” มีไซ-เมจคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง “มีคนจากดาวอื่นบอกว่าลูกจักพวกนายแล้วต้องการคุยเรื่องด่วน”

“ใครเหรอ” ศวอสถาม

“ไม่รู้สิ คิดว่าน่าจะผิดคนำไม่ก็หลงมามากกว่า” ไซ-เมจคนนั้นบอก “ฉันเลยพยายามบอกไปว่าจำผิดแต่ฝ่ายนั้นก็หัวรั้นชะมัดเรื่องแปลก ๆ ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆ เพราะดูจากยานน่าจะขโมยมา”

“เรื่องอะไรเหรอ” ศวอสถามต่อ

“เรื่องไร้สาระนะ”

“บอกมาเถอะเดโน”

“ก็บอก......แปลกไหมละบอกมาจากเขตสีแดง ชื่อดาวก็น่าจะโกหกด้วย”

“ดาวสเป-ซอสรึเปล่า” โอพูถามขึ้นมาบ้าง

“น่าจะใช่นะ อย่าใส่ใจเลยฝ่ายตรวจพยายามปฏิเสธไล่กลับไปอยู่และอาจจะจับพวกนั้นด้วย”

“จะบ้าเหรอ” ศวอสกับโอพูตะโกนใส่แล้วรีบวิ่งออกไปเตือนเพราะพวกเขานึกออกแล้วว่าคนที่มาหาพวกเขาคือใคร

 

เรอยากจะขับยานลงไปจอดโดนไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้นแล้วตอนนี้ เพราะพวกเขาแรงและเวลาเดินทางมาที่ดาวดวงนี้ด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งขับด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด ไหนจะต้องสลับกันเติมพลังงานอีกด้วยจนมาถึงดาวเยมาไทในเวลาสามวัน และตอนนี้ความหงุดหงิดเข้ามาอยู่ในตัวเขาแล้วเมื่อพวกนี้ไม่ยอมให้เขาลงจอดยาน ขนาดเขาเรียกให้ไปตามศวอสกับโอพูแล้วก็ยังไม่เชื่อและไล่พวกเขาให้กลับไปอีก โชคดีที่คาลิสห้ามให้ใจเย็นไว้ส่วนเขาจะคุยเจรจาเองแต่ก็ไม่เป้นผลพวกเขาไม่เชื่อและยังบอกว่าดาวสเป-ซอสเป็นชื่อดาวที่ตลกและไม่มีอยู่จริง จนหลิ่งลุกขึ้นมาด่าต่อว่าพวกไซ-เมจโดนกัดจิกเรื่องความปล่อยปะละเลยไม่ยอมช่วยทั่วดวงดาวเอาแต่ช่วยพวกตัวเอง จนเกิดการทกเถียงกันไม่รู้จบระหว่างหลิ่งกับพวกไซ-เมจ จนกระทั้งมีเสียงไมค์ดังมากซึ่งเป็นเสียงของศวอสนั้นเอง

“พวกนายได้ยินรึเปล่า”

“ให้ตายสิ นี้พวกคุณไม่ได้บอกให้ทราบรึไงกันว่าพวกคุณเจออะไรมาถึงกลับมาที่นี้ได้” หลิ่งโวยวายใส่ไมโคโฟน

“เราเล่าแล้วแต่ไม่มีใครเชื่อนี้สิ” ศวอสตอบกลับมา

“ที่แท้ก็......ปกติดีนี้น่า” หลิ่งประชด “ที่นี้จะให้พวกเราไปหาได้ยัง นี้เรื่องสำคัญนะ”

“ได้ ฉันจะรับรองพวกนายเอง”

“จบเรื่องชะที่” แล้วเรก็

“ไปจอดที่รานของของพีระมิสสีขาวได้เลยได้เลย”

เรขับยานผ่านวิหารที่มีรูปทรงสูงพีระมิสสามสีได้แก่ เหลือง ขาว เทามีหอคอยยาวตั้งตามจุดกึ่งกางของพีระมิส ตรงกลางพีระมิสทั้งสามเป็นหอคอยที่สูงที่สุดตั้งอยู่ เรขับยานไปจอกที่พีระมิสสีขาวที่มีฐานทรงซามใส่อาหารยืดออกมาที่น่าจะเป็นลานจอด

พวกเดินลงมามีเรียมที่ตื่นเต้นอยู่คนเดียว

“ไม่น่าเชื่อ ฉันได้กำลังเหยียบดาวของพวกกรุง” เรียมกล่าว

“นี้คุณจะตื่นเต้นไปทำไม แค่ลงมาดาวกรุง” จ้อยกล่าว

“ที่รัก ผมจะเป็นคนแรกในที่ทำงานของผมเลยนะที่ได้มาเยื่อนดาวกรุง”

“โอยคงเอาไปอวดด้วยสินะ”

“ยินดีด้วยนะค่ะ พ่อค่ะ” อัลฟิกล่าว

“ไงพวกนายเออแล้วคนนี้” ศวอสกับโอพูเดินมาหาพวกเขาแล้วคาลิส

“นี้พี่ชายฉันเอง” หลิ่งกล่าวช่วยกันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในดาวสเป-ซอส

“ทีลเด็ดงั้นเหรอ” โอพู “เจ้านั้นทำอะไรแบบนี้งั้นเหรอเนี้ย”

“นั้นคือเหตุผลที่พวกเรามาที่นี้” คาลิสกล่าว “เรามีเรื่องที่ต้องการให้พวกคุณช่วย”

“ตามมาเลย” ศวอสกล่าวแล้วเดินนำพวกเขา “เราจะให้ไซ-เมจคนอื่นและพระธิดามณีตาตาทราบเรื่องนี้ด้วย”

“พระธิดามณีจะมาที่นี้เหรอค่ะ” เฟลถาม

“ใช่พระองค์ก็มีเรื่องต้องการมีแจ้งให้ทราบเหมือนกัน” ศวอสตอบ

“อะไรจะบังเอิญขนาดนี้นะ” เรมกล่าว “หวังว่าจะเป็นเรื่องเดี่ยวกันนะ ไม่งั้นได้ปวดหัวหนักแน่”

พวกเขาเดินผ่านทางยาวที่กำแพงทำมาจากกระจก ไซ-เมจบ้างคนหันมามองด้วยเขาด้วยสีหน้าแตกตื่นปนประหลาดใจมีบ้างคนถึงกับตกใจและจะโจมตีพวกเขา ศวอสกับโอพูห้ามไว้และบอกว่าเรกับคนอื่น ๆ มากับพวกเขา พวกเขาเดินมาถึงห้องโถ่งกว้างกลม ๆ มีประตูอยู่ด้านซ้ายและขวามือ ที่เห็น ตรงกลางเป็นประตูใส่ที่จอดลิฟแก้วไว้ พวกเขาเดินเข้าไปในลิฟแก้ว ข้างในมีแป้นพิมพ์อยู่ที่ประตู ศวอสะกดชื่อสถานที่ที่จะไปนั้นคือ วิหารกลางไซ-เมจ พอศวอสะกดปุ่ม ยืนยัน ลิฟแก้วก็ลอยขึ้นและบินออกไปจากบริเวณนั้น ลิฟแก้วลอยผ่านอาคารที่มีหลายขนาด สนามหญ้าและพื้นที่ที่มีทั้งสวนสาธารณะ ไร่ที่ปลูกผักผลไม้ สนามกีฬา สถานเด็กเล่น ที่นี้มีเผ่าพันธุ์ทั้งหมดสิบเผ่าได้แก่เผ่ามนุษย์ คนแคระ เอลฟ์ อ็อค โทรล ก็อบลิม โนม อันเด็ด บีฮันเผ่าครึ่งสัตว์และเนลเฟลเรียเผ่าแห่งศาสตร์เวทย์ ซึ่งเป็นเผ่าที่พบเห็นได้ทั่วไปตามดาวต่าง ๆ แม้แต่ชาวนอกในเขตสี่แดงก็เช่นกันพวกเขาคือเผ่าที่เลือกรอดและมีอยู่กระจายทั่วจักรวาลมากที่สุดต่างจากเผ่าอื่น ๆ ที่หลงเหลือและอาศัยอยู่แค่เฉพาะดาวของตนเอง ในเขตดาวสเป-ซอสมีเขาเอลฟ์ คนแคระ อันเด็ดและโทรลอาศัยอยู่ ส่วนเผ่าอื่น ๆ ถ้าไม่หลงทางก็จะเป็นนักเดินทางไม่ก็พ่อค้าของเถื่อนที่มาค้าขายกับชาวนอกเขตสีแดง

ลิฟแก้วบินมาลงจอดที่วิหารที่สูงที่สุดตรงกลางของพีระมิดทั้งสาม ลิฟบินเข้าไปตรงกลางของวิหารที่มีช่องขนาดพอดีให้ลิฟผ่านเข้าไปได้ ด้านในเป็นลานกว้างที่มีลิฟแก้วจอดอยู่สามเครื่อง ทุกเครื่องติดอยู่ติดกับกำแพง เครื่องที่พวกเขาขึ้นมาบินเอาไปชิดกำแพงพร้อมกับพร้อมกับประตูลิฟเปิดออกเผยให้เห็นห้องกว้างอีกห้องที่ปูพื้นสีแดงกำแพงกระจกใสจนเห็นด้านนอกเช่นเคย

“ด้านนอกที่เราเห็นมันทึบนี้น่า แล้วทำไหมพอเข้ามาด้านในจึงเห็นถึงด้านนอกละ” เรียมถามและตั้งข้อสังเกต

“เป็นกระจกพิเศษผสมผสานเวทย์มนต์ในการสร้าง” ศวอสตอบ

“เวทย์มนต์เทียมเหรอ” จ้อยถาม

“พวกเราใช้เวทย์มนต์ทั่วไปในการสร้างสิ่งของและอาคารต่าง ๆ ” ศวอสตอบ

“แต่สู้ด้วยเวทย์มนต์เทียมเนี้ยนะ” น็อกถาม

“ที่พวกเราใช้เวทย์มนต์เทียมลดประสิทธิภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสังหารกันง่าย ๆ ”

“และนั้นก็เป็นจุดบอดในเวลาเดียวกัน” เรกล่าว

“ใช่” โอพูยอมรับ “ข้อมูลที่พวกเธอให้มานับว่ามีประโยชน์ในการรับมือพวกหุ่นยนต์มาก”

“ข้อมูลอะไรเหรอ” เรียมถาม

“พวกหุ่นยนต์มีเกราะป้องกันที่เฉพาะทางแล้วยังมีความสามารถป้องกันเวทย์มนต์เทียมแบบเติมประสิทธิ์ภาพด้วย” เรตอบ “อาวุธของพวกกรุงจึงไม่สามารถทำอะไรพวกหุ่นยนต์ได้ เท่ากับถ้าพวกกรุงโดนหุ่นยนต์โจมตีละก็เละเทะแน่”

พวกเขาเดินมาต่อจนถึงห้องโถงอีกครั้งคราวนี้เป็นห้องโถงโค้งตัวยู เก้าอี้ยาวตั้งเรียงแถวติดกำแพง ศวอสกับโอพูให้พวกเขารออยู่ที่นี้ก่อน พวกเขาจะไปตามไซ-เมจระดับสูงคนอื่น ๆ มาประชุมเรื่องนี้ด้วยและเป็นการรอพระธิดามณีตาที่กำลังจะมาถึงด้วย

“เอาละคงต้องเตรียมตัวหน่อย” คาลิสกล่าว “โฟรนายคือคนที่เจรจากับคนอื่นที่สุด ต้องพึ่งนายละนะ นายช่วยฉันอธิบายเรื่องที่ต้องการบอกพวกเขา”

“ได้เลยรุ่นพี่” โฟรตอบ

“ส่วนเร หลิ่ง น็อกถ้าพบอะไรผิดปกติถ้าพวกเขาเล่นตุกติกละก็พวกนายลงมือได้เลย”

“ของถนัดอยู่แล้ว” น็อกกล่าว

“ส่วนเรมนายเตรียมข้อมูลเสริมไว้”

“ได้เลยลูกพี่”

“แล้วพวกเราละ” จ้อยถาม

“พวกคุณคอยเป็นพยานเรื่องที่เกิดขึ้น” คาลิสกล่าว “แล้วก็......รวมทั้งเรื่องที่เธอโดนพวกหุ่นยนต์เล่นงานด้วยอัลฟิ”

“เรื่องตอนนั้นด้วยเหรอค่ะ” อัลฟิถาม

“เธอคือผู้โดนกระทำ อย่างน้อยพวกเขาก็ควรรู้เรื่องนี้ด้วย” แล้วเขาก็กล่าวปิดท้ายว่า “เอาละพักทำตัวสบาย ๆ บ้างเถอะ”

“รุ่นพี่คาลิสสุดยอดไปเลย” อัลฟิกล่าว “เขาดูเป็นผู้นำดีมากเลย”

“ใช่เลยละ” เฟลกล่าว “มองอย่างนี้ก็รู้สึกเห็นเขตในแบบที่ควรจะเป็นเลยละ”

“อูฮู้...........ดูนี้สิ” เรมชี้ไปที่แผ่นศิลาขนาดใหญ่แผ่นหนึ่งที่ติดอยู่ที่กำแพง

“ตื่นเต้นอะไรไม่ทราบเจ้าสี่ตา” เรถาม “แค่แผ่นหินนี้”

“นี้กล้าพูดอย่างงี้ได้ไงกัน หัดเปิดตำราบ้างได้ไหม นี้นะคือสุดยอด สุดยอดและประวัติศาสตร์ที่หาดูยากเลยนะ ไม่รู้ของแท้หรือของเลียนแบบด้วยซ้ำ”

“ศิลาอุบัดการณ์แห่งดวงดาวสินะ” โฟรกล่าวขึ้นมา

“ถูกต้องนะครับ” เรมกล่าว “นี้นะคือเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก่อนจะเกิดการแตกแยกของชาวกรุงกับชาวนอกเลยนะ”

ทุกคนหันมามองแผ่นศิลา ด้านล่างสุดของแผ่นศิลามีภาพคนถืออาวุธที่ต่างกันสิบสองคน ชั้นถัดมาคือเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ จำนวนมากถืออาวุธพุ่งโจมตีกันเอง ชั้นถัดมาเป็นบรรดายานพาหนะในสมัยนั้นทั้งรถถัง เรือรบ เรือบิน เครื่องบิน ถัดมาคือเหล่าปีศาจและสัตว์ภูติต่าง ๆ  ต่อมาคือบุคคลคนห้าคนที่อยู่ในชุดเกราะหนักและมีปีกถืออาวุธที่เหมือนกับคนที่อยู่ล่างสุด ถัดมาคือปีศาจขนาดใหญ่สี่ตัวรอบด้วยบริวารสิบสองตัว สูงสุดของศิลาคือรูปสลักมังกรเขาใหญ่ที่กำลังกางปีกสามคู่กำลังพ่นไพอยู่

เรมอธิบายเท่าที่เขาเคยอ่านเจอมาว่านี้คือเรื่องราวของสงครามอดีตกาลที่มีมังกรชั่วร้ายต้องการจะกวาดล้างดวงดาวต่าง ๆ และกลืนกินดาวพวกนั้นมาเป็นพลังของตนและเหล่าลูกน้องของตนเอง มีผู้กล้าที่ถูกเลือกห้าคนรับหนึ่งในสิบสองอาวุธในตำนานมาสู้กับมังกรผู้ชั่วร้าย ด้านล่างคือเหล่าผู้ที่รวมกับผู้กล้าส็กับผู้ที่รวมกับมังกรผู้ชั่วร้าย หลังจากปราบมังกรได้สำเร็จ ผู้ชนะประกาศตัวเองเป็นชาวกรุงและขับไร้ผู้แพ้ให้ออกไปให้ไกลจากดวงของชาวกรุงและถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกพร้อมกับไล่ให้ไปหาดาวอื่นอาศัยอยู่เอง

“นี้และที่มาของชาวนอกอย่างพวกเรา” เรมกล่าว

“พวกเราถูกเนรเทศออกไปทำให้ดาวของชาวนอกอยู่ห่างกันกับชาวกรุงมากไงละ” โฟรกล่าวเสริม

“น่าทึ่งมาก” เสียงชายคนหนึ่งดังมาจากประตูที่ศวอสกับโอพูเข้าไป แล้วพวกเขาก็ออกมาพร้อมกับชายร่างใหญ่สิวสีแดงอ่อนหัวล้านสวมผ้าคลุมสีเทากับเผ่าที่เหมือนกบสีน้ำตาลตัวเล็กมีหูแหลม จมูกยาวสวมผ้าคลุมสีขาว “ที่เธอพูดมานั้นน่าทึ่งมากที่เดียวสำหรับชาวนอก”

“พอดีอ่านมาเยอะนิดหน่อยนะครับ”

“นี้คืออาเทรา มาโกเดียเพื่อนฉันเอง” ศวอสกล่าวแนะนำชายผิวสีแดง “ส่วนนี้ท่านวูเดีย โยกามินไซ-เมจระดับสูงสุด”

“ผู้นำสูงสุดของพวกคุณงั้นเหรอ” เรถาม

“ใช่แล้วละ” วูเดียกล่าว “เข้ามาสิ มาฟังเรื่องของพวกเธอกัน”

พวกเขาตามเหล่าไซ-เมจเข้าไปเจอกับบันไดสูงที่วนเป็นเกรียว พวกเขาเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมาถึงประตูบานหนึ่งเมื่อเข้าไปภายใน เป็นห้องสูงและกว้างกำแพงกระจกใส มีเก้าอี้จำนวนมากเรียงระดับชั้นจากล่างขึ้นข้างบน มีไซ-เมจหลายคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว วูเดียกับอาเทราขึ้นไปนั่งแล้วไซ-เมจคนอื่น ๆ ก็มากันมาขึ้นจนเติมห้องนี้

“พวกนี้ใครกัน” ไซ-เมจคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างบนหันมาถามขึ้นมาทันที

“พวกเขาคือ...”

“ให้พวกเขาตอบโอพู”

“แต่ดูยังไงก็ถามพวกตัวเองชัด ๆ ” จ้อยบ่น

“พวกเราคือชาวดาวสเป-ซอส” โฟรตอบ

“ดาวอะไรนะ”

“ดาวสเป-ซอสครับ”

“ต้องเป็นไปไม่ได้แน่” ไซ-เมจคนที่ถามกล่าว “ต้องไม่มีดาวไหนที่พวกเราไม่รู้จัก พวกเจ้าต้องจำชื่อดาวพวกเจ้าผิดแน่ ๆ ไม่มีดาวดวงไหนที่พวกเราจะไม่มีข้อมูลในสารข้อมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล” ไซ-เมจคนบางคน ต่างพากันเห็นด้วย

สมาชิกเขตสี่จ้องเหล่าไซ-เมจด้วยความมั่นไส้และเบื่อหนายกับพฤติกรรมแบบนี้ “ด้วยความเคารพ ในบ้างครั้งชื่อที่ท่านจดไว้คงจะเป็นชื่อคนละชื่อ ไม่ก็ท่านคงไม่รู้จักจำนวนชื่อดาวของเขตสีแดง”

“เป็นไปไม่ได้เข้าใจ” ไซ-เมจอีกคนกล่าวขึ้นมา “เขตสีแดงคือแดนของพวกชาวนอกนอกรีด ไม่มีทางสร้างยานหรือขับยานได้แน่”

“พอเถอะโฟรฉันรำคาญเติมที่และ” เรโวยวายออกมา คาลิสไม่ห้ามเพราะเขาเองก็รู้สึกเหมือนกัน “ที่เราเดินทางมานี้เพื่อแจ้งเรื่องด่วนที่ต้องรีบลงมือ ถ้าท่านไม่คิดจะฟังพวกเราจะได้ไปชะที”

“สุภาพหน่อยไอ้หนู ข้าแค่ต้องการให้แกพูดความจริงไม่ใช่พูดปลด”

“แต่ที่ข้าได้ยินมาจากเจ้าชายเทลเวอร์มันไม่ใช่อย่างงั้น เขาบอกว่าเขาเองที่พาพวกท่านกลับมาได้”

“พวกเด็กนั้นต้องโกหกแน่ ๆ ”

“ขอโทษด้วยท่านสามุย” โอพูขัดไซ-เมจคนนั้น “เด็กพวกนี้พูดความจริง ข้าและศวอสยืนยันได้ พวกเขามาจากดาวเขตสีแดงและก็เป็นพวกเขานี้และที่ช่วยพวกเราให้กลับมาที่นี้ได้”

“ท่านจะไปปกป้องพวกพูดปลดทำไม”

“เพราะไม่รู้ ไม่เคยได้ยินจึงไม่เชื่อแล้วเลยหาพวกเขาโกหกงั้นเหรอ” วูเดียขัดขึ้นมาทำให้ไซ-เมจเหล่านั้นยอมเงีย

“ท่านสามุย ท่านคาติยา พวกเราคือไซ-เมจและเราต้องทำตัวเป็นกลางรับฟังทุกความเห็น หาก่านวางตัวลำเอียงเราจะลดตำแหน่งท่านทันที” อาเรทากล่าวขึ้น

“โหดแฮะ” น็อกกล่าว

“เอาละว่าปัญหาของพวกท่านมาได้เลย”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับพระธิดามณีตากับเจ้าชายเทลเวอร์เดินเข้ามาให้ห้องนี้

“โชคดีจังที่เจอพวกเธอหลิ่ง” พระธิดามณีตาวิ่งเข้ามาหาพวกเขา “ปลอดภัยกันดีสินะ”

“แน่นอนค่ะ” หลิ่งกล่าว

“พวกแก” เทลเวอร์โวยวายขึ้น “พวกแกบังอาจมาทำลายกองทัพของข้า พวกแกต้องชดใช้”

“เทลเวอร์นี้มันใช่เรื่องไหม” พระธิดามณีตาขัดขึ้นมาแต่ไซ-เมจคนอื่นเองก็อุทานออกมาเช่นกัน

“พวกเจ้าเองเหรอที่ขโมยยานและทำลายฐานของเจ้าชายเทลเวอร์”

“บังอาจยิ่งหนัก”

“พวกเราต้องลงโทษพวกเขา”

เร โฟร น็อกและคาลิสหัวเราะออกมาทันที “น่าหัวเราะนะ ไม่เชื่อว่าพวกเราจะขับยานได้แต่เชื่อว่าพวกรเขโมยได้เนี้ยนะ”

“สมองพวกนี้คงเน่าหมดแล้ว” น็อกกล่าว ไซ-เมจหลายคนพากันจ้องมองพวกเขาด้วยโกรธแต่เรียม จ้อย อัลฟิและเฟลเกิดกลัวจะมีปัญหาเข้าแล้ว

“แล้วมันจริงไหมเหล่า” เทลเวอร์ถามขึ้นมา

“มันก็จริงนะ” เรกล่าว

“ก็ถ้าท่านไม่ทำตัวแบบนั้นเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ไหม” พระธิดามณีตาแทรกขึ้นมา “ถ้าพวกเขาผิดละก็ท่านจะผิดเช่นกัน”

“ไม่ข้าไม่ผิด” เทลเวอร์ชี้มาที่พวกเร “พวกมันนั้นและผิดทั้งทำร้ายจะฆ่าข้า ขโมยของ ๆ ข้า”

“ท่านเบี้ยวค่าจ้างพวกเขาแท้ ๆ ยังกล้าพูดแบบนี้อีกเหรอ”

“องค์พระธิดา” วูเดียถามขึ้นมา “ท่านช่วยเล่าหน่อยได้ไหมละ ว่าตอนท่านหายไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

พระธิดามณีตาเริ่มเล่าด้วยความเร็วที่สุดและอธิบายเพิ่มเติมในสภาพแวดล้อมของดาวสเป-ซอส รวมถึงรูปแบบการอยู่อาศัยและเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่การว่าจ้างพวกเรให้ซ่อมแซมยานโดนตอนแรกเทลเวอร์เสนอจะเป็นคนจ่ายก่อนจะเปลี่ยนเป็นพระธิดาภายหลัง แล้วพวกเรก็สามารถซ่อมยานเสร็จได้ภายในเดือนหนึ่งแล้วมาส่งพระธิดากลับมาถึงดาวโคเรนการ์ แต่ก่อนจะจ่ายค่าจ้างก็โดนเทลเวอร์ขัดขวาง พวกเรที่โดนใส่ร้ายจึงตัดสินใจไม่รับค่าจ้างแต่รับของเล็กน้อยจากพระธิดาแทนแล้วหางกลับดาวสเป-ซอสเอง

“เป็นไปไม่ได้” ไซ-เมจคนหนึ่งขัด “ยุคนี้สมัยนี้ไม่มีดาวดวงไหนใช้วิธีแลกของหรือการว่าจ้างงานแบบนี้แน่ ถ้ามีดาวแบบนั้นต้องอยู่ในฐานข้อมูลของพวกเราแน่”

“เฮ้ย!!!!ฐานข้อมูลคือศูนย์กลางจักวาลเหรอ” เรมโวยวายขึ้นมา “ขนาดข้อมูลที่ผมอ่านมายังต้องไปดูของจริงถึงรู้ว่าของจริงมันถูกรึเปล่า”

“แล้วพวกแกรู้จริงเรอะถึงมาทำเป็นรู้ดีแบบนี้” หลิ่งกล่าวด้วยความหมดความอดทน

“พวกท่านช่วยหัดออกมาจากฐานข้อมูลของท่านแล้วมาเห็นของจริงบ้างเถอะ” พระธิดามณีตาเสริม ไซ-เมจหลายคนเริ่มเงียบเพราะเมื่อเห็นพระธิดาช่วยเหลือคนแปลกหน้า “ที่เรามาที่นี้และเชื่อว่าเป็นเรื่องเดียวกับที่พวกเขาต้องยอมมาที่นี้อแน่ ๆ นั้นคือทีลเด็ดคิดจะรุกรานชาวนอกเขตสีแดง”

“ทีลเด็ดคิดจะโจมตีชาวนอกเขตสีแดงงั้นเหรอ” ศวอสกับโอพูถาม

“ใช่ตอนที่พวกเรทางกลับดาวอยู่ เราก็จับพวกกองความไม่สงบได้ เขาสารภาพมาแล้วว่าตนและคนอื่น ๆ เป็นนักโทษของทีลเด็ดที่ถูกสั่งมาให้สร้างสถานการณ์มาให้พวกเราไม่หันไปสนใจชาวนอกเขตสี่แดง”

“ช่างมันสิ เขตสีแดงเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วยละ ข้าต้องการให้พวกมันรับผิดเดี่ยวนี้” เทลเวอร์แทรกขึ้นมา

พระธิดามณีตาตบหน้าเทลเวอร์หนึ่งที่ทุกคนห้องมองด้วยความอึ่ง แม้แต่พวกเรเองกก็อึ้งทึ่งปนสะใจเล็กน้อย “ท่านหุบปากได้ไหมเทลเวอร์ พฤติกรรมของท่านดีแต่จะทำให้อะไรแย่ลงไปเลื่อน”

“พระธิดามณีตาพูดถูก พฤติกรรมของท่านตอนนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หากท่านยังขัดหรือพูดเอาแต่ใจแบบนี้ขอเชิญท่านออกไปรอข้างนอก” อาเทรากล่าว

“แต่อาเทรา” ไซ-เมจคนหนึ่งขัดขึ้น “เด็กพวกนี้ต้องพูดปลดแน่ ไม่มีดาวไหนที่พวกเราไม่รู้จักแถมยังขโมยยานไปอีกด้วย”

“เอาละพอที” เรกล่าวอย่างหมดความอดทน “ช่างหัวพวกมันแล้วรีบไปกันดีกว่า ไม่งั้นแย่แน่”

“ฉันเห็นด้วย” คาลิสตอบ “จะให้ทีลเด็ดแซ่งหน้าไม่ได้”

“ช่วยใจเย็นก่อนพ่อหนุ่มลูกครึ่งใจร้อน” วูเดียกล่าว เรและคนอื่น ๆ ชะงักขึ้นมา วูเดียยิ้มเจ้าเล่ห์นิดหน่อยก่อนกล่าวต่อ “ไม่ใช่ทุกคนจะไม่รู้อะไรเลยหรอกนะแล้วอีกอย่าง จะยอมปล่อยไว้จริงเหรอ ถ้าสิ่งนั้นสำหรับต้อชีวิตหลายชีวิตก็ควรจะเตือนแม้อีกฝ่ายจะไม่รับรู้แต่เชื่อเถอะต้องมีคนอื่นรับฟังบ้างและ”

“อืมหือ พี่คนนี้ถ้าจะกินยากนะ” เรมกล่าวเขารู้สึกเลยว่าวูเดียคนนี้รู้จักชาวนอกเขตสีแดงแน่ ๆ ไม่งั้นจะรู้ได้ไงว่าเรเป็นลูกครึ่ง

“แล้วเจ้าจะยอมให้เกิดความเข้าใจผิดจริงหรืออย่างน้อยก็เผยแผรความรู้ไว้ให้ผู้มีปัญญารับฟังยังดีกว่าปล่อยไว้ใครผู้ด้อยปัญญาเอาไปแต่งเติมเพื่อความสนุกของตัวเองนะ”

“อืมฮืมมาเป็นปรัญญาเลยแฮะ” น็อกกล่าว “เอาไงดีลูกพี่”

คาลิสถอนหายใตแล้วสั่งให้พวกเขาเอาข้อมูลทั้งหมดมากางแล้วเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่พวกเขาบุกไปที่โรงงานงานแห่งความเท่าเทียมมุสตาไฮย์ เดอะ เชเวีย (ไม่พ้นที่จะโดนขัดว่า “ฉันไม่เคยได้ยินโรงงานงานแห่งความเท่าเทียมมุสตาไฮย์ เดอะ เชเวียเลย”) แล้วพวกเขาก็เล่าเรื่องที่ได้เจอผบ.ทีลเด็ดกับแผนของเขาและฐานทัพอวกาศลูน่า มูลเทียร่าที่จะใช้โจมตี

“ช่างแต่งเรื่องเก่งนัก” ไซ-เมจกล่าว “ทำไมเราต้องเชื่อข้อมูลที่มาจากกระดาษจดด้วย”

“ก็ไม่รู้สิเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกแกมั่ง” หลิ่งกล่าวประชด

โฟรกล่าวโดยไม่สนใจพวกไซ-เมจที่เอาแต่ขัด “เราเชื่อว่าเป้าหมายแรกทีลเด็ดคือดาวอีฟของพระธิดามณีตา” ทั้งในห้องเกิดอาการชะงักเล็กน้อยก่อนจะฟ้องว่าพวกเขากล่าวหาและไม่มีหลักฐาน ข้อมูลก็เป็นข้อมูลจดเองไม่มีหลักบานยืนยัน

“ที่พวกเราคิดแบบนั้นก็เพราะ” เรมกล่าวหยิบสมุดจดรหัสด้วงดาวลงมา พระธิดามณีตามองแล้วเข้าใจในทันทีว่ามันคืออะไร

“รหัสดาวต่าง ๆ นี้”

“พระธิดามณีตาโปรดอย่าเชื่อพวกมัน” ไซ-เมจคนหนึ่งขัด “พวกมันต้องโกหกแน่ ๆ ”

“ไม่เชื่อ หาว่าโกหกบ้างละ ไม่มีทางทำได้บ้างละแต่พอเทลเวอร์บอกว่าพวกเขาขโมยยานของและทำลานฐานทัพได้ท่านกับเชื่องั้นรึ” เสียงไซ-เมจที่อยู่สูงใกล้กับอาเทรากล่าวขึ้นมา เขาสวมชุดเกราะเหมือนกับอัศวินสีดำมีเขาใหญ่คู่หนึ่งจนไม่เห้นหน้า ผ้าคลุมสีดำยาว

“แล้วท่านเชื่อพวกมันงั้นเหรอโกเบลเมีย”

“ทั้งเชื่อและน่าเอามาคิดตาม” โกเบลเมียกล่าวแล้วหันมาที่วูเดีย “ท่านวูเดียไม่ว่าพวกเขาจะพูดความจริงหรือไม่เราควรจะรีบเตรียมตัวแล้วไปสอบดูให้แน่ชัดว่าพวกเขาพูดจริงไหม”

“ไม่พวกมันต้องโกหกแน่เพื่อใส่ร้ายชาวกรุงรึไง”

“ข้าพึ่งรู้ว่าไซ-เมจเลือกปฏิบัติกันแล้ว” โกเบลเมียกล่าวขึ้นมา ศวอสกับโอพูได้แต่ก้มหน้ารู้สึกอับอายแทน “แค่ไปตรวจดูให้เรียบร้อยก็ไม่เสียหายจริงไหมอีกอย่างพระธิดามณีตาคงอยากไปดูให้แน่ใจด้วย”

“ใช่” พระธิดามณีตากล่าวขึ้นมา “และเราเชื่อว่าทีลเด็ดจะทำแบบนั้นแน่เหมือนกับตอนนี้เขาส่งหุ่นยนตฺมาเล่นงานเรา”

“เห็นไหม ชะนั้นไปตรวจสอบหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร หรืออยากให้พวกเขากลับไปนินทาว่าร้ายว่าพวกไซ-เมจที่วางตัวเป็นกลางแท้จริงแล้วก็แค่ขี้ข้าชาวกรุงงั้นเหรอ”

ทั้งห้องเงียบขึ้นมามีวูเดียกล่าวขึ้นมาว่า “งั้นขอให้ท่านศวอสและโอพูไปกับพระธิดาอีกครั้งหนึ่งเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ ส่วนทางนี้จะรีบเตรียมกำลังไซ-เมจและพันธมิตรจากดาวอื่นใกล้ ๆ ให้รีบตามไปช่วยในทันที”

“แล้วความผิดของพวกมันละ” เทลเวอร์แทรกพยายามเอาผิดพวกเรให้ได้

“เจ้าชายเทลเวอร์ ถ้าว่าตามจริงพวกเขาผิดในเรื่องทำลายของหลวง” อาเทรากล่าว “แต่ท่านผิดถึงสามข้อ ข้อแรกกล่าวให้ร้ายผู้อื่นทำให้เกิดการเข้าใจผิด สองกล่าวเท็จ สามปล่อยปะละเลยน่าที่ให้พวกเด็กต้องหาทางเอาตัวรอดเอง”

เทลเวอร์ทำท่าจะเถียงกลับ แต่คาลิสแทรกว่า “ถ้าเราจับทีลเด็ดที่กำลังทำลายดาวต่างได้ จะถือว่าลบความผิดรุ่นน้องของพวกผมได้ไหม”

“แน่นอนที่สุด” วูเดียกล่าว “ถ้าเขาทำอย่างงั้นจริงละนะ”

“ได้เลย” คาลิสกล่าว “ถือว่าการจ้างตกลงสร็จสิ้นแล้ว งั้นพวกเราขอรีบไปก่อน”

“โชคดีหนุ่มสาวนกแห่งแสง หนุ่มดิน หนุ่มต้นไม้และสองหนุ่มลูกครึ่งดินกับน้ำ”

เร โฟร หลิ่ง น็อก คาลิส เรม เรียม จ้อย อัลฟิ เฟล ปุรุ ปุมุ พระธิดามณีตา ศวอสและโอพูเดินออกไปข้างนอกและลงไปชั้นล่างที่ท่าจอดยาน ที่มียานจอดเรียงกันเป็นสิบลำ

“แม่กับพ่อ อัลฟิและเฟลไปกับพระธิดานะครับ” เรกล่าว

“ทำไมละค่ะ” อัลฟิถาม

“จริงด้วยพวกลูกคิดจะเสี่ยงบุกแค่นี้เหรอ” เรียมกล่าว

“นี้มันบ้าบิ่นมากเลยนะ” จ้อยกล่าว

“งานนี้พวกเราจะบุกทันที ถ้ามัวแต่รอทีลเด็ดต้องลงมือก่อนแน่” คาลิสกล่าว

“พวกนายแค่หกคนเนี้ยนะ” โอพูถาม

“พวกเราแค่สี่คนยังระเบิดกองทัพได้” หลิ่งกล่าว “เพิ่มอีกสองคนน่าจะทำได้เติมที่เลยละ”

“หนัก ๆ พวกเขาเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง” โฟรกล่าว

“เท่ากับว่าโดนหนักกว่าก็สู้นะ” น็อกกล่าว

“แล้วพวกเราก็ครบทีมด้วย อุ่นใจได้เลย” เรมกล่าว

“แต่นั้นอันตรายมากนะค่ะ” เฟลกล่าว

“เชื่อใจในตัวพี่ชายของเธอเถอะจ๊ะอัลฟิ” พระธิดามณีตากล่าว “รักษาตัวด้วยนะ”

เหล่าเขตสี่กำลังจะเดินขึ้นยานที่ศวอสเตรียมให้ ตอนนั้นเองที่เฟลวิ่งเข้ามากอดพี่ชายแล้วแล้ว “รักษาตัวด้วยนะค่ะพี่”

“เธอเองก็ด้วย”

“พี่ค่ะ” อัลฟิเดินมากอดเรกับเรม “ดูแลตัวเองดี ๆ นะค่ะ”

“อืม” แล้วอัลฟิก็หอมแก้มทั้งสอง

“อะไรเนี้ยอัลฟิ” เรมกล่าว

“กำลังใจจากน้องสาวไงค่ะ”

“งั้นเหรอ”

“เอาละได้เติมพลังเติมที่แล้วนี้ พวกพี่ไปก่อนนะ”

แล้วสมาชิกเขตสี่ก็ขึ้นยานรูปทรงยาวกรวยสีเหลืองใหญ่มีปีกสีปีกตั้งเป็นตัวเอ็กและเริ่มออกเดินทางบินออกจากดาวเยมาไท

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น