Pantasy Quest ภัยจากแดนไกล

ตอนที่ 21 : บทที่ 21 บุกจู่โจม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

ดาวสเป-ซอส ณ โรงงานงานแห่งความเท่าเทียมมุสตาไฮย์ เดอะ เชเวีย

 

ถ้าไม่ติดว่ามียามเยอะละก็ฉันจะผังห้องนี้ออกไปเลย เรียมคิดในขนาดที่เขากับจ้อยโดนจับมาขังรวมห้องเดียวกัน ในห้องขังสี่เหลี่ยมไม่กว้างมากกำแพงเป็นกระจกใส่ พื้นสีเหลี่ยงด้านซ้ายเป็นห้องขังอัลฟิกับเฟลด้านขวาเป็นปุรุกับปุมุที่เรียมแปลกใจว่าเจ้าพวกนี้คงระแวงกระต่ายของเขาขนาดไหนกันนะถึงได้ให้มียามสี่คนยืนเล่งปืนมาที่กระต่ายสองตัวราวกับกลัวว่าจู่ ๆ ทั้งสองตัวจะหลุดออกมาอย่างนั้นและ ทุก ๆ สามชั่วโมงจะมีเวณยามมาเปลี่ยนกะและส่งอาหาร แต่ตอนนี้เขาต้องทนเสียงบ่นของจ้อยชะมากกว่า เธอขู่ว่าหลุดไปได้เมื่อไรเธอจะจับพวกมันอัดติดกับแพงน้ำจนต้องกระเกียดตะกายให้เหมือนปลาไปเลย

“เฮ้ย เงียบไปชะไอ้ตัวสีตก”

“เฮ้ยแกกล้าดียังไงมาว่าเมียฉันแบบนี้กันฮะเจ้ามนุษย์” นี้คือเรื่องเดียวที่เรียมจะไม่ทน

“ถ้าแกไม่เงียบฉันจะเอาแกไปซ้อมแน่” ทหารคนหนึ่งขู่

“ก็มาดิ” จ้อยคำรามใส่ “เมื่อประตูเปิดเมื่อไรเตรียมการเป็นปลาเล่นในน้ำแน่”

พวกทหารสะดุ่งนิดหน่อยแล้วหันไปยืนเฝ้ายามต่อ

“พี่ฉันต้องมาจัดการพวกแกแน่” เฟลกล่าวขึ้นมา

“อย่าตลกหน่อยเลยยัยตัวเขียว” ทหารคนหนึ่งมากล่าว “ถ้าทำได้จริงทำไมเธอโดนมาจับอยู่ที่นี้ละ”

เฟลยิ้มดูถูกแล้วตอบว่า “เฮอะพวกใครกันแน่ที่นอนติดดิน พวกแกโดนคนทั้งป่าเล่นงานจนหมดรูปไม่เหลือความเป็นทหารเลยนี้ ถ้าไม่มีรุ่นพี่คาลิสละก็ป้านนี้พวกแกวิ่งกลับบ้านไปแล้ว”

“ปากดีนักนะนางตัวเขียว” ทหารคนสามคนเดินเข้ามาเอาดาบชี้ขู่มาที่เฟล

 “ถ้าเธอไม่หยุดพูดละก็โดนดีแน่” ทหารอีกคนกล่าว

“ก็เอาสิ” เฟลท้า

“ได้”

“อย่านะ”

อัลฟิตระโกนจู่ ๆ พร้อมกับเสียงคำรามแปลก ๆ พวกทหารรีบวิ่งออกจากห้องไปแล้วรีบปิดประตูห้องทันที “ตัวบ้าอะไรเนี้ย”

“เธอทำได้ไงนะ” เฟลถาม

“ไม่รู้สิ”

“แล้วเมื่อกี่ผมของเธอก็กลายเป็นสีส้มด้วยนะ”

“ผมฉันเปลี่ยนสีงั้นเหรอ”

“เจ๊งดีออกลองทำอีกรอบไหม”

อัลฟิรอบพยายามทำแต่ก็ไม่สำเร็จ

“เมื่อกี่อะไรนะ” เรียมกล่าวขึ้น “จู่ ๆ อัลฟิก็ทำเสียงแปลก ๆ ขึ้นมา”

“จริงด้วยสิ” จ้อยกล่าวเริ่มเป็นกังวล “จริงสิเรียมฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกคุณ” จ้อยกระชิบ

“เรื่องอะไรเหรอที่รัก” เรียมถาม

“คืออัลฟิเขาอยากทำงานที่เขตสี่นะ”

“แล้ว คุณก็ไม่อยากให้เขาไปงั้นเหรอ”

“แน่ละสิ”

“ไม่เอาน่าที่รัก อัลฟิเองก็ไม่มีพ่อแม่ เราควรให้เธอตัดสินใจเรื่องนี้เองนะ”

“เรียมนั้นและประเด็ดที่ฉันจะพูด” แล้วจ้อยก็พูดสิ่งที่ไม่เรียมไม่คาดคิดออกมา “เพราะอัลฟิคือลูกบุตรธรรมของเรา”

“อะ.....อะไรนะ”

 

พวกเขาเดินทางเลี่ยงการสู้กับพวกสัตว์ประจำถิ่น เพื่อที่จะเสียเวลาให้น้อยที่สุดและเก็บแรงเอาไว้เพื่อเตรียมตัวเจอศึกหนักเพราะพวกเขาต้องเจอกับกองทหารแน่ ๆ โดยเฉพาะคาลิสที่จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชนะยังไง เพราะส่วนหนึ่งในรูปแบบการโจมตีและที่ฝึกกันก็เป็นคาลิสที่ช่วยฝึก แผนต่าง ๆ และวิธีรับมือต่าง ๆ ก็เป็นคาลิสที่ช่วยฝึกพวกเขาและเขายังเคยหัวหน้ากลุ่มเขตสี่ที่ทำหลายเขตกลัว ๆ ด้วยโดยเฉพาะการประลองเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนเองก็เป็นคาลิสที่กวาดรางวัลมาได้เยอะที่สุด การสู้กับคาลิสสำหรับพวกเขาไม่ต่างจากไปรับมือกับคนที่เก่งระดับต้นทั้งหมดของเขตต่าง ๆ เลย

พวกเขาเดินทางมาได้ชั่วโมงหนึ่ง ก็เจอสถานที่ที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาโรงงานงานแห่งความเท่าเทียมมุสตาไฮย์ เดอะ เชเวีย ที่ตอนนี้พวกเขาเริ่มแน่ใจอย่างหนึ่งแล้วว่าโรงงานนี้ต้องเป็นโรงงานแอบแฝงแน่

“เราจะบุกยังไงดีละ” เรมถาม

“ฉันอยากบุกถล่มเลย” หลิ่งกล่าว “แต่ติดเรามีคนต้องไปช่วยนี้สิ”

“แบ่งทีมดีไหม” น็อกเสนอ “น่าจะช่วยประหยัดเวลาได้”

“เห็นด้วย” โฟรกล่าว “สามกลุ่มคนหนึ่งไปวางระเบิดที่นี้ สองไปช่วยตัวประกัน สามไปจัดการรุ่นพี่คาลิส”

“งั้นเรม ไปช่วยพ่อกับแม่ อัลฟิ เฟล และสองตัวนั้นชะ” เรสั่ง

“งั้นเรื่องวางระเบิดให้ฉันกับหลิ่งเอง” น็อกเสนอ

“ส่วนรุ่นพี่คาลิสให้เป็นน่าที่ฉันกับโฟรเอง” เรกล่าว

“ฉันอยากไปอัดตาพี่บ้านั้นเองมากกว่า” หลิ่งกล่าว

“เรม นายคนเดี่ยวจะไหวไหม” โฟรถาม

“ไม่ต้องห่วงถ้าไม่เจออุปสรรค์ก่อนละนะ” เรมตอบ “แล้วเราจะแอบหรือจะบุกประจันหน้าดี”

“ก็ถ้าโดนจับได้เมื่อไร” หลิ่งกล่าว “อัดไม่ยั่งไปเลย”

“ตกลงตามนั้น” เรยิ้ม “ฉันชอบแบบนั้น” แล้วจู่ ๆ เรก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหยิบไข่สัตว์ภูติออกมาจากกระเป้า “ฉันลืมฝากหมอคาร่าไว้”

“นี้มันไข่อะไรนะ”

“ไข่สัตว์ภูติ” เรมตอบและอธิบายว่าได้มายังไง “แต่เราจะเอาไข่ไปอย่างนี้จะดีเหรอ”

“มีโอกาสที่จะแตกได้แน่” เรคิดสักพักหนึ่งแล้วส่งให้ให้เรม “เก็บไว้ชะเจ้าสี่ตา”

“ไหนถึงต้องเป็นผมละ”

“ฉันกับน็อกต้องไปวางระเบิดเสี่ยงผจญดงกระสุน” หลิ่งกล่าว “ส่วนเรกับโฟรจะไปอัดพี่ มีนายแค่ไปช่วยตัวประกันเองจริงไหม”

“มันก็...”

“รับไปแล้วก็ฝากไว้กับอัลฟิก็ได้” เรมบ่นพึ่มพำแล้วรับมา เร โฟร หลิ่งและน็อกก็วิ่งไปที่โรงงานงานแห่งความเท่าเทียมมุสตาไฮย์ เดอะ เชเวีย

“ทิ้งกันเลนเหรอ” อย่าเรมโวยวายแล้วรีบตามคนอื่น ๆ ไป

 

“ทำไมแกถึงไม่ออกไปตามล่าพวกมันกันคาลิส” รากูน่าโวยวายเมื่อเขามาให้ห้องที่คาลิสอยู่ เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จอกว้างเท่ากำแพงบ้านหนึ่งกำลังที่ทำงานอยู่เป็นห้องข้อมูลของที่นี้

“ฉันบอกแล้วไงว่าให้นายเตรียมกำลังไว้” คาลิสหันมาจากหน้าจอคอมสบตารากูน่า “พวกนั้นจะมาหาฉันเอง”

“แล้วทำไมต้องรอพวกกระจอกนั้นมาที่นี้ด้วยละ” รากูน่าถามต่อ

คาลิสยิ้มอย่างดูถูก “ได้ข่าวว่านายแพ้พวกพวกกระจอกที่ว่ามานี้”

“แกคิดขะมายั่วโมโหฉันเรอะ”

“จะบอกให้เป็นความรู้ประดับสมองนายไว้รากูน่า” คาลิสกล่าว “การที่ต้องมาที่นี้เพราะที่นี้คือถิ่นฐานที่พวกเราถนัด ถ้าฉันเจอพวกเร โฟรและเรมในป่าพร้อมกันสามคนละก็โอกาสแพ้ฉันจะสูงขึ้นแน่ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ตอนนั้นมีโฟรคนเดียว”

“เฮอะ......ทำเป็นรู้ดี” รากูน่ากล่าว “แกแค่เป็นห่วงน้องสาวแกสินะเลยไม่คิดจะทำแบบนั้น”

คาริสนิ่งไม่ตอบ รากูน่ายิ้มดูถูกก่อนจะกล่าว “เลือกเอานะคาลิสระหว่างน้องสาวและครอบครัวอันต่ำต่อยไร้ค่าของแกกับกองทัพอันมีเกียรติ...”

คาลิสยืนขึ้นกะทันหันจ้องมองรากูน่าที่ล้มลงด้วยความตกใจ

เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากข้างหลังพวกเขา หมูตัวอ้วยสีชมพูในชุดผ้าคลุมสีขาวเดินเข้ามาและหัวเราะคิกคักเขาคือกาชา ปองเกียชาวนอกเผ่าพิงที่เลือกมาทำงานให้กับที่นี้เหมือนกัน “หัวเราะอะไรของแกกาชา”

“ข้าแค่หัวเราะกับคำถามโง่ ๆ ของแกรากูน่า” กาชากล่าวแล้วจ้องคาลิส “และข้าคิดว่านะคาลิส เจ้ายังมีห่วงอยู่นี้นะ”

“แล้วจะทำไม” รากูน่ายืนขึ้นแล้วจ้องมองคาลิส “ถ้าแกคิดจะทรยศก็อย่าหวังเพราะแกจะโดนจับก่อนรู้ตัวอีกว่าโดนจับได้แล้ว”

“ก็ไม่แน่นะถ้าเจ้ายังดูถูกกันแบบนี้ละก็”

จู่ ๆ ก็มีเสียงเตือนดังขึ้นมาและยังเกิดเสียงระเบิดอีกด้วย “เกิดอะไรขึ้น”

คาลิสะกดปุ่มที่แล้วจอก็แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดหนึ่งตัวที่กำลังแสดงภาพของเรกับโฟรกำลังสู้อยู่กับพวกทหาร

“เด็กนั้นมันตัวอะไรกัน พวกของแก”

“เร โฟร” คาลิสพึมพำแล้วกล่าว “แกรีบออกตามหาอีกสองกลุ่มชะ”

“สองกลุ่มอะไร” รากูน่าถาม

 “สองคนนี้ต้องมาหาฉันแน่ ๆ ” คาลิสตอบ “และอีกสองคนน่าจะไปวางระเบิด”

“ระเบิดเรอะ อะไรทำให้แกคิดอย่างนั้น”

“ก็นี้คือแผนประจำที่ฉันใช้บ่อยเวลาบุกแบบไร้แผน”

“อีกกลุ่มคือตัวประกันสินะ” กาชาลองเดาคำตอบ

“แน่นอน” คาลิสตอบ

“พวกนี้โง่แน่ ๆ ที่กล้ามาบุกมาแบบนี้” รากูน่ายิ้มอย่างดูถูกแล้วเดินออกไปจากห้อง “แต่ก็ดี ฉันจะไปเอาศพพวกมัน”

“ถ้าทำนายละนะ” คาลิสกล่าว

“ไม่ทุกข์ร้อนเลยเรอะคาลิส” กาชาถาม

คาริสกอดอกแล้วตอบ “จะมาห่วงฉันทำไม แกไปห่วงห้องตัวประกันดีกว่าน่า”

“ก็จริงนะ แล้วแกละ”

“เป้าหมายของเรกับโฟรคือฉัน ฉันจะอยุ๋จับสองคนนั้นเอง”

“แล้วฉันจะรอผลงาน” กาชายิ้มอย่างมีเหล่เหลี่ยมก่อนจะเดินออกไปเหลือไว้แต่คาลิสที่รออยู่ในห้อง

 

เรมต้องวิ่งอยู่คนเดียวตามทางเดินยาวที่เป็นเหมือนเอาบันไดมาต่อ ๆ เรียงกันมั่ว ๆ แล้วทุก ๆ ริมทางจะติดกับประตูเข้าสู้ห้อง ๆ หนึ่งเสมอและห้องเหล่านั้นจะมีทหารโผล่มา นั้นทำให้เรมเหนื่อยสุด ๆ เขาทั้งต้องลุยเดียวและต้องมาดูแลไข่ของพี่ชายอีกด้วย พอพวกเขามาถึงหน้าทางเข้าพี่ชายของเขาและคนอื่นก็โจมตีใส่พวกทหารที่อยู่ข้างนอกต่อด้วยระเบิดประตูทางเข้าและบุกเข้าไปทันทีโดยไม่มีแอบเลยสักนิดตามที่คุยแผนกันไว้ เรมบ่นที่พวกเขาบุกเข้าแบบนี้โดยไม่ทำตามแผน เรมต้องรีบวิ่งตามเข้าไปแล้วก็เจอกับสถานที่เหมือนเอาบันไดมาต่อเลี่ยงกัน ด้านล่างเป็นที่กว้างขนาดใหญ่ที่เรมมองเห็นคนที่ทำงานแปลก ๆ ที่เหมือนจะกำลังประกอบและขุดอะไรอยู่ ถัดมาคือแถวของพวกทหารที่ตอนนี้กำลังวิ่งมาข้างบน และด้านบนอีกเป็นร้อยที่วิ่งลงมาโจมตีผู้บุกรุก ทหารหลายสิบคนกระหน้ำยิงใส่เรม เรมรีบวิ่งไปรอบ ๆ โดยพยายามหลบพวกทหารและบรรดากระสุนปืนที่ยิงใส่เขา เขาพยายามมองหาประตูบานต่าง ๆ เพื่อตรวจดูว่าที่ไหนน่าจะเป็นห้องขังแต่ก็ไม่เจอเลยสักทีที่น่าจะเป็นห้องขัง เขาตัดสินใจหลบเข้าไปในห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องเก็บของไม่ก็คลังอาวุธเพราะมีปืนกับดาบเก็บอยู่ในนี้

เยี่ยมเรมประชด ห้องขังอยู่ตรงไหนกันแน่เนี้ย แต่มีทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาให้ห้องนี้แล้วเล่งปืนขู่เขา “ยอมมอบตัวชะเจ้าตัวประหลาด”

เรมยกมือขึ้น “โอเคได้แต่ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“แกไม่มีสิทธิ์ถามอะไรทั้งนั้น” แล้วทหารคนนั้นก็เดินเข้ามาใกล้เรมและชีปืนมาที่เขา เรมเตะกลับหลังใส่ปืนกระเด็ดตกลงพื้นแล้วก็หันไปต่อยใส่ทหารและจับเขากดพื้น เรมหยิบปืนเล่งมาที่ทหารคนนะเน

“บอกมาห้องขังนักโทษอยู่ที่ไหน” เรมถาม

“ฉันจะไม่บอกอะไร....” ก่อนที่เขาจะพูดจบเรมก็ชกหน้าของเขาแล้วถามต่อเพราะแค่คำแรกเขาก็ร็แล้วว่าทหารคนนี้จะบอกอะไร

“บอกมา”

“คิดว่าเด็กประหลาดอย่างแกจะมาสั่งข้าได้เลย”

เรมต่อยหน้าเขาต่ออีกสามหมัด ก่อนที่เรมจะถามต่อเขาต่อยซ้ำไปอีกห้าหมัด “บอกมาได้แล้ว”

“แกจะต่อยฉันกี่ครั้งฉันก็ไม่บอก”

“ได้” เรมไม่ชอบวิธีนี้เลย เขาหยิบปืนยาวของหทารมาตั้งติดประตูแล้วยิงปืนของตัวเองใส่ขาซ้ายของทหารคนนั้นสามนัดและขาขวาอีกสามนัด

“แค่ขาไม่ทำให้....”

เรมยิงไปที่แขนต่อทันทีข้างละสามนัดและซ้ำไปที่เท้าอีกข้างละนัด “ฉันไม่ชอบการทรมารเท่าไรนะถ้าไม่จำเป็นเพราะชะนั้นบอกมา”

“ทหารถูกฝึกให้ปิดปากสนิท ไม่ว่าแกจะทรมารฉันอย่างไง”

“ได้เลย” เรมกำปืนแน่นขึ้นแล้วปล่อยธาตุไฟฟ้าไหล่ไปที่ปืนของเขาแล้วจ้อปืนที่เป้ากางเกงของทหารคนนั้น “ถ้าตรงนี้ละ”

ทหารคนนั้นหน้าชีดทันที “แก.....แก....ไม่กล้าทำแน่”

เรมง่างปืนทำทีจะฟาดลงไป ทหารคนนั้นรีบโวยวายว่า “โอเคยอมแล้วบอกก็ได้ ห้องขังอยู่ชั้นบนสุด”

“ก็แค่นั้นและ” แล้วเรมก็ลุกขึ้นยืนวิ่งออกไป “มารับคนของแกในห้องนี้ด้วยละ” เรมกระโกนเรียกพวกทหาร พวกทหารที่ผ่านมาหันมายิงใส่เขา เรมวิ่งหลบหาบันไดขึ้นไปข้างบน แต่ก็ต้องรีบกระโดดไปอีกฝั่งเพื่อหลบกระสุนระเบิดที่เล่งมาที่เขาจนพื้นตรงนั้นระเบิดพังลงมา เรมหยิบปืนยาวออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นกระบอกยิงระเบิดแล้วยิงใส่ กระสุนระเบิดลอยไปกระทบกับเหล็กตกในกลุ่มทหารที่กำลังวิ่งหลบผ่านไปสองวินาทีกระสุนก็ระเบิดเป็นกระกายสีขาวแล้วพื้นที่พวกทหารยืนอยู่ก็พังทะลายล่วงลงไปข้างล่าง เรมอุทานออกมาเพราะไม่นึกว่าพวกกระสุนระเบิดจะแรงได้ขนาดนี้

“โทษทีนะ” เขารีบวิ่งขึ้นไปต่อเรื่อย ๆ จนมาถึงชั้นหนึ่งที่มีห้องติดกระจกหลายบานรอบเป็รสี่เหลี่ยมติดกัน เรมเดินมองไปรอบ ๆ เพราะผู้สึกแปลก ๆ กับห้องนี้ จนมาถึงริมสุดเขาก็เห็น พ่อกับแม่ อัลฟิกับเฟลและปุรุกับปุมุ พวกเขาถูกจับขังเป็นคู่ ๆ มีทหารเฝ้าอยู่สิบห้าคนกับเผ่าพิงอีกหนึ่งที่เรมแปลกใจว่าทำไมเผ่าพิงที่เป็นชาวนอกถึงยอมมาทำงานให้พวกนี้กันนะ แต่ตอนนี้เรมต้องรีบช่วยคนอื่นก่อน เรมเอามือประกลบพื้นไว้แล้วหลับตา เขาส่งคลื่นวิญญาณสีขาวกระจายลอยไปที่ปุรุกับปุมุ กระต่ายทั้งสองหูตั้งชั้นยืนขึ้นหันมามองเรม เรมยิ้มแล้วคลื่นวิญญาณส่งสัญญาณบอกทั้งสองอีกรอบว่าให้เตรียมตัว เรมหยิบปืนยาวออกมาเปลี่ยนเป็นกระบอกปืนไรเฟิลแล้วเปลี่ยนเป็นกระสุนยาสลบชนิดรุนแรง พร้อมกับที่ปุรุกับปุมุยืนหนึ่งตั้งท่าเตรียมตัวพุ่งชนเรมกระโดดออกไปแล้วยิงใส่ทหารที่อยู่ระยะไกลห้าคนจนหลบล้ม ทหารอีกสิบคนหันมายิงเขา เรมโยนปืนปาใส่ห้องที่ขังพ่อกับแม่ไว้พร้อมกับหยิบปืนคู่ออกมายิงใส่มือของพวกทหาร เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปุรุและปุมุกระโดดทะลุกำแพงออกมาแล้วพุ่งอัดใส่พวกทหาร ที่น่าแปลกคือจู่ ๆ อัลฟิกับเฟลก็ช่วยกันยิงเวทย์มนต์ใส่กำแพงแตก แล้วพวกเขาก็ช่วยกันโจมตีใส่พวกทหารจนรีบหนีกันไปคนละทางด้วยความรวดเร็ว เหลือเพียงแค่เผ่าพิงที่ยืนมองสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงฉับพัน เขายืนตัวสั่นหันไปมองรอบ ตอนนี้ทุกคนล้อมและจ้องมามองเขา เรมชี้ปืนมาที่เขา “ไปไกล ๆ ชะ”

“คิ......คิ......รู้แล้วว่าทำไมคาลิสต้องให้พวกแกมาที่นี้” แล้วเผ่าพิงก็รีบวิ่งออกไป

“เรม” อัลฟิกระโดดกอดเขาร้องออกมาด้วยความดีใจ

“อืม....อืม....ไง” เรมกล่าว “เธอปลอดภัยดีนะ”

“อืม” อัลฟิปล่อยเขาและพยักหน้า

“แม้.......หวานอยากจะเป็นคู่รักเลยนะ” เฟลแซว

“ไม่ใช่ชะหน่อย” เรมกับอัลฟิปฏิเสธพร้อมกันทันที

“โอ้......เรม” จ้อยเข้ามากอดลูกชาย “ลูกเก่งมากเลย”

“แม่ปลอดภัยนะครับ”

“นี้ลูกทำแบบนั้นได้ไงกัน” เรียมถาม

เรมปล่อยแม่ออกจากก้อมกอดแล้วตอบ “ทำบ่อยจนชินแล้วครับ ไงสาว ๆ ” เขาก้มไปลูบหัวปุรุกับปุมุที่กำลังเลียเขาอยู่

“งั้นพี่กับคนอื่นก็มาด้วยสินะ”

“แน่นอนสิ” เรมยืนขึ้นแล้วหันไปถามอัลฟิ “ว่าแต่เธอเห็นฉันเหรออัลฟิ”

“จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงของเธอนะ”

“ฮืม” เรกับจ้อยจ้องอัลฟิด้วยความแปลกใจ “เรมลูกส่งสัญญาณให้กับปุรุกับปุมุโดยใช้คลื่นวิญญาณใช่ไหม”

“ใช่ครับ”

“แต่การที่อัลฟิได้ยินนี้แปลกนะ” เฟลกล่าว

“มันแปลกยังไงเรอะค่ะ” อัลฟิถาม

“ปกติมีแต่สัตว์กับคนที่ถนัดคาถาประเทศอัญเชิญที่จะรู้สึกถึงคลื่นวิญญาณได้” จ้อยกล่าว “แต่การที่อัลฟิได้รู้สึกด้วย มันก็น่าแปลกอยู่นะ”

“เอาละก่อนน่านั้นเรารีบไปหาคนอื่นก่อนดีกว่าไหม” เรียมกล่าว

“พ่อพูดถูกนะ” เรมกล่าวเขาเก็บปืนยาวของเขา “ตามมาได้” แล้วเขาก็ออกเดินนำ

 

หลิ่งกับน็อกโยนระเบิดตามทั่วมุมต่าง ๆ ที่พวกเขาผ่าน มีทหารจำนวนมากเข้ามาโจมตีพวกเขา หลิ่งปลดแม็สเป็นลูกตุ๋มแล้วเหวี่ยงอัดใส่ทหารที่ตามาจากด้านหลังตามด้วยทีบใส่คนที่หลบได้ น็อกช่วยจัดการพวกทหารที่ตามมาอีกทางหนึ่ง หลิ่งวิ่งนำแล้วโยนระเบิดสีน้ำเงินอ่อนมีควันลอยออกมา เป็นระเบิดจะระเบิดเวลาตัวระเบิดชื้นจัด ที่เธอเลือกใช้ระเบิดประเภทนี้เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวหนี หลิ่งไล่โจมตีใส่พวกทหารที่บุกเข้ามาไปหยุด เธอฟาดอาวุธทำลายบันไดใส่ด้านหลังทางที่เธอผ่านมาพวกทหารจำนวนหนึ่งร่วงตกลงไป

“ทำลายทางเดินก็ดีอยู่หรอกนะ” น็อกกล่าว “แต่เราจะไม่มีทางหนีเอานะ”

“รู้น่า” หลิ่งตอบ “เอาแค่ทางเดียวก็น่าจะพอแล้ว”

 แล้วทั้งสองก็วิ่งไปวางระเบิดที่อื่นต่อ มีทางอีกประมาณสามสิบคนวิ่งเข้ามา น็อกใช้ขวาดฟาดอัดใส่ทหารห้าคน หลิ่งกระโดดเตะตามด้วยฟาดใส่พวกทหารไปอีกสิบคน

“หยุด” เสียงชายคนหนึ่งสั่งทหาร รากูน่าเดินออกมาจากกลุ่มทหาร เขาถือหอกสามง้ามยักษ์กับดาบใหญ่ เขามองหลิ่งกับน็อกด้วยสายตาที่ดูถูก “นี้นะเหรอน้องสาวของคาลิส”

“แกรู้จักพี่งั้นเหรอ” หลิ่งถามขึ้นมาสีหน้าเริ่มโกรธ

“รู้สิ เจ้านั้นบ่นถึงครอบครัวกับน้องสาวอันโสกโครกอยู่บ่อย ๆ ”

หลิ่งกระโดดใส่ฟาดแม็สใส่รากูน่าด้วยความโกรธ “ฉันอัดแกแน่”

รากูน่าหัวเราะพอใจ “ฉันจะจัดการนังผิวเหลืองนี้เอง พวกแกจัดการเจ้ามืดนั้นชะ”

พวกทหารวิ่งโจมตีใส่น็อกตามคำสั่ง น็อกชูขวานกับดาบขึ้นแล้วกระโดนใส่ทหารอีกสิบห้าคนเขาทุบใส่ตัวทหารรุนแรงจนเกิดแรงสั่นสะเทือนจนทหารล้มลงไปหกคน น็อกเตะใส่ต่อด้วยเอาด้ามอาวุธตุบใส่พวกทหารอีกสามคนแล้วต่อด้วยฟาดอาวุธใส่ทหารอีกสองคน ทหารอีกสี่เริ่มยืนมองตัวสั่น ก่อนจะวิ่งโจมตีใส่น็อก น็อกฟาดอาวุธใส่ทหารสองคนต่อด้วยเอาหัวกระแทกใส่หนึ่งคนก่อนจะปิดท้ายด้วยเตะก้านคอใส่คนสุดท้าย น็อกยืนมองดูผลงานอย่างพอใจก่อนจะไปมองดูการต่อสู้ของหลิ่ง

หลิ่งกระโดดถอยหลังหลบหอกยาวของรากูน่าแล้วตั้งโล่พุ่งเข้ากระแทรกใส่รากูน่า รากูน่าตั้งดาบหลังเซถอยหลังเล็กน้อยแล้วเหวี่ยงดาบส่วนกลับหลิ่ง หลิ่งตั้งโล่รับอีกครั้งแล้วทุบแม็สคืน รากูน่าเหวี่ยงตัวหลบแล้วแทงหอกใส่หลิ่งใช้แม็สปัดหอกกลับได้

“ฝีมือก็งั้น ๆ นี้หว่า” รากูน่ากล่าวดูถูกใส่ “คิดว่าอาวุธสั้น ๆ ของแกจะมาถูกตัวฉันที่ถืออาวุธยาวได้เลย”

หลิ่งเล่นทีเผลอปลดแม็สให้ยาวเป็นลูกตุ้มแล้วฟาดอัดโดนลำตัวของรากูน่า รากูน่าเชล้มลงก่อนจะรีบลุกขึ้นพร้อมกับที่หลิ่งกระโดดฟาดซ้ำ รากูน่ากระโดดถอยหลังกลับแล้วใช้หอกแทงตรงไปหลิ่งยืนแล้วใช้ดาบที่เรืองแสงสีขาวทุบลงไปพื้นที่หลิ่งยืนอยู่แตกแล้วล่วงลงไป รากูน่าหัวเราะสะใจแล้วหันมามองน็อกที่มีสีหน้าตื่นตะลึง “เพื่อนแกร่วงไปแล้วต่อไปก็ตาแกละไอ้มืด”

“เออนายแน่ใจนะ”

จู่ ๆ รากูน่าก็รู้สึกร้อนด้านหลัง เขาหันหลังไปก็เห็นหลิ่งกำลังกางปีกสีเหลืองมีประกายไฟกระจายออกมา แม็สของหลิ่งยาวขึ้นมีปีกสีเหลืองกางออกมา

“เป็นไปไมได้ ตัวประหลาดอย่างแกไม่น่าจะบินได้นี้”

“พี่ไม่บอกเหรอว่าพวกเราเป็นเผ่านก” หลิ่งตวัดโล่ที่หนึ่ง ปลายโล่ยืดยาวออกมา ด้านท้ายของโล่กางออก แล้วหลิ่งก็บินเข้าใส่รากูน่าพร้อมกับฟาดปลายดาบของโล่ใส่รากูน่าพร้อมกับฟาดแม็สฟันต่อด้วย รากูน่ารับโล่ของหลิ่งได้แต่โดนแม็สเฉือดโดนตัวของตัวเองของเขากดเกิดแผลยาว หลิ่งฟาดโล่ต่อโดนหน้าของรากูน่ากดเกิดแผลที่แก้มยาวถึงหน้าผา รากูน่าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่หลิ่งไม่ปล่อยโอกาสแล้วชูโล่เล่งมาที่รากูน่าแล้วกดปุ่ม มีสายสลิ่งที่เข็มพุ่งออกมาจากด้านท้ายที่กางออกของโล่ปักโดนแขนกับขาของรากูน่าจนล้มลง หลิ่งเหวี่ยงรากูน่าร่างของรากูน่าลอยขึ้นฟ้าก่อนจะล่วงลงไปข้างล่างเกิดเสียง ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง! ดังถี่ เสียงคอย ๆ เบาลงไปเรื่อย ๆ จนเงียบลง รากูน่าล้นลงไปเรียบร้อย

“นี้เธอ ไม่กลัวเจ้านั้นตายรึไง”

“ไม่ตายก็พิการละ” หลิ่งกล่าวแล้วบินลงมายืนข้าง ๆ น็อก “รีบไปวางระเบิดให้ครบแล้วไปสมทบกับคนอื่นเถอะน่า”

“เห็นด้วย” น็อกตอบ

 

เรกับโฟรช่วยกันจัดการทหารที่บุกเข้ามาแบบสบาย ๆ โฟรจะยิงคาถาก่อนต่อด้วยเรจะพุ่งโจมตตีคนที่เหลือ มีบ้างครั้งเป็นเรปล่อยมีดบินโจมตีก่อนตามด้วยโฟรจะฟาดใส่คนที่เหลือ บ้างครั้งก็เป็นเรกับโฟรช่วยกันยิงธนูและไพ่โจมตีใส่พวกทหาร แต่ทั้งสองก็ยังหาตัวคาลิสไม่เจอ เพราะไม่รู้ว่าคาลิสอยู่ที่ไหนจากตอนแรกคิดว่าถ้าบุกเข้าไปตรง ๆ คาลิสต้องโผล่มาเล่นพวกเขาแน่ แต่ตอนนี้คาลิสก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา การซุ่มหาอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดต่อให้ไม่เจอพวกเขาก็ไม่สนเพราะจุดประสงค์หลักจริงคือมาช่วยพ่อกับแม่ อัลฟิ เฟลและปุรุกับปุมุต่อด้วยระเบิดที่นี้ทิ้ง ถ้าคาลิสยังไม่โผล่ออกมาอีกก็ปล่อยไป เพราะถึงแม้ตั้งใจจะมาหาคาลิสแต่พวกเขาก็ยังนึกไม่ออกว่าจะชนะได้ไหม

“ไม่ได้มาอาละวาดแบบนี้นานแล้วแฮะ” โฟรกล่าว

“ใช่ ไม่ได้แท็กทีมกับนายมานาน ฝีมือยังไม่ตกเลยนี้เพื่อน” เรกล่าว

“จะใช่นายแซงได้ไงละ” โฟรกล่าวแล้วทั้งสองก็ชนหมัดและยิ้มให้กัน

ตอนนั้นเองที่ทั้งสองสังเกตเห็นประตูห้องหนึ่งที่บานประตูมีลายรูปขนนกสีเหลืองประดับอยู่ เรกับโฟรรู้สึกได้ทันทีถึงธาตุแสงที่ส่งออกมาจากห้องนั้นเหมือนจงใจเพื่อเรียกให้พวกเขาเข้าไป เรกับโฟรรู้ทันทีว่าคาลิสอยู่ในนั้นแน่

“พร้อมนะ” เรถาม

“พร้อม” โพรตอบ

“แด่วันพรุ่งนี้” ทั้งสองหยิบอาวุธออกมาแล้วเดินเข้าไปกำลังจะทำลายประตู ประตูเลื่อนเปิดเอง ภายในมายคนหนึ่งที่ทั้งสองรู้จักและเกรงกลัวเป็นอย่างดียืนอยู่ แม้จะผ่านไปนานหลายปีกับรูปร่างที่เปลี่ยนไปแต่ไม่มากทั้งสองก็เจอเป้าหมายของพวกเขา คาลิสอดีตหัวหน้าทีมเขตคา-เควสสี่อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว เขายืนกำดาบยาวอยู่ในห้องที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กำลังทำงานอยู่

“ไม่ได้เจอกันนานละเร โฟร พวกนายเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิด”

“ไม่ได้เจอกันนานเหมือนกันรุ่นพี่” เรกล่าวแล้วดึงหอกของเขาออกมาเปลี่ยนเป็นเคียวคู่

“สิ่งที่ทำไว้ที่ป่าอัลเลไลย์” โฟรกล่าวแล้วรูดลูกแก้วสีแดงมาตรงกลางไม้คถาของเขา ปลายบนของไม้คถายือออกยาวและแตกหนอกออกกลายเป็นคมดาบยาวยืดออกมาจากตรงกลาง มีดาบสั้น ๆ อีกสี่แชกยืดออกมาจากด้านข้าง อีกมุมหนึ่งก็แตกหนอกแบบรากห้ารากที่ยืดออกมาเป็นเหมือนมือที่กำลังแบกออกมีแค่ตรงนิ้วชี้และนิ้วกลางเท่านั้นที่หันเข้าหากัน “จะเอาคืนให้สาสมเลย”

“ทำไมถึงทรยศ” เรถามขึ้นมา “คนอย่างรุ่นพี่ ไม่น่าจะทำอะไรแบบไร้เหตุผลแน่”

“ฉันทำเพื่อปกป้องครอบครัวของฉัน” คาลิสตอบ

“ปกป้องครอบครัว” โฟรกล่าว “ความจริงรุ่นพี่หนีมาบอกพวกเราก็ได้นี้”

“ถ้านายในอายุเท่านั้นนายจะไม่พูดแบบนี้แน่” คาลิสกล่าว “สถานการณ์ในตอนนั้นที่พวกมันทรมารและซ้อมทุกคนที่พวกมันไม่ชอบหรือทำงานไม่ตรงใจ ตัวฉันที่เหมือนกับตกอยู่ในนรกและต้องคอยปกปิดความสามารถของตัวเองเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ จนกระทั้งพวกมันเปิดรับสมัครทหาร ฉันก็เจอทางออกในทันทีว่านี้คือการแก้ไขสภาพของฉันที่ดีที่สุด ฉันเริ่มไต่เต้าจะทหารห่วย ๆ พวกนั้นจนถึงขั้นมาเป็นทหารเอกของพวกมันได้ และตอนนี้พวกมันก็คิดจะ.....มีแผนที่จะทำกับชาวนอก แต่พวกนายทำให้แผนของพวกมันสะดุดเลยคิดจะส่งหุ่นที่เหลือมาโจมตีดาวสเป-ซอส และเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวฉัน จึงตอบตกลงที่จะจัดการกับพวกนายเพื่อแลกกับการที่ครอบครัวของฉันปลอดภัย ลองนึกดูถ้าพวกนายตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นก็คงทำแบบเดียวกับฉันแน่”

เรกับโฟรยืนอึ่ง นี้คือสิ่งที่คาลิสต้องเจอมางั้นเหรอ แสดงว่าที่นี้มันคือโรงงานนรกจริง ๆ ที่เปลี่ยนคนดี ๆ อย่างคาลิสให้ต้องยอมทำตามพวกมันได้ขนาดนี้

“และเพื่อการนั้น ฉันต้องจัดการพวกแกชะ” คาลิสชี้ดาบมาที่พวกเขา “ฉันถึงล้อให้พวกแกมาที่นี้ไงละ”

“อย่างงี้นี้เอง” เรบ่นออกมา โฟรเองก็นึกออกที่นี้ไม่ใช่ป่านั้นเท่ากับพวกเขาก็เสียเปรียบในระกับหนึ่ง “แสบดีนี้ แต่ผมสงสัยนิดหน่อย ถ้าเกิดคนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือหลิ่งรุ่นพี่จะทำอย่างไง”

“ถ้าฉันต้องสู้กับหลิ่ง ฉันก็จำเป็นต้องทำเท่าที่ทำได้ ไม่ให้เธอต้องบาดเจ็บมากกว่านี้”

 “เด็ดขาดดีนี้” เรกล่าว

“แต่รุ่นพี่เองก็มาทำกับครอบครัวพวกเราเหมือนกัน” โฟรกล่าว “ชะนั้นถ้าต้องลงมือกันก็ต้องขอโทษด้วยละกัน”

“ฉันมาทางนี้แล้ว เมื่อทุกอย่างจบลง บาปทุกอย่างที่ฉันทำ ฉันยินดีรับเอาไว้เอง” คาลิสตอบ

“งั้นก็ไม่ปาณีละนะไม่สนคำตอบด้วย” เรก็โดดเหวี่ยงเคียวใส่กลางอาการ ส่วนโพรสไลย์ตัวไหลตามพื้นฟาดอาวุธใส่คาลิส คาลิสกระโดดงอตัวผ่านตรงกลางทั้งสองไปอย่างง่ายดายพร้อมกับกลางปีกใส่ทั้งสองลอยกระแทกกำแพง เรกับโฟรเหวี่ยงตัวระหว่างล่วงลงมาไม่ให้ล้มลง ทั้งสองยืนขึ้นตั้งท่ารอ คาลิสชูมือขึ้นปล่อยกรงเล็บสีทองใส่ทั้งสอง เรกับโฟรกระโดดหลบคนละทางแล้วฟาดอาวุธใส่คาลิสใช่ดาบรับไว้ได้ เรใช้เคียวอีกอันฟาดใส่ มือของคาลิสมีปีกกาง เขาใช้มือที่มีปีกรับเคียวของเรได้ ต่อด้วยเท้าที่มีปีกกางออกมาพร้อมกัน เขากระโดดเตะกลับหลังใส่เรกับโฟรเกิดกระกายแสงสีเหลืองกระจายออกมาพร้อมกับที่ร่างของเรกับโฟรลอยกระเด็นลงพื้นไปอย่างแรง

“คิดว่าฉันเลือกมาสู้ที่นี้เพราะแค่ล้อมาละก็คิดผิดแล้ว พวกนายที่ไม่มีน้ำกับป่าก็เหมือนจอมเวทย์ที่หมดพลังไปครึ่งหนึ่งแล้ว ตอนสู้ตัว ๆ ในถิ่นพวกแกฉันอาจชนะได้ แต่ถ้าต้องเจอพวกแกสองคนในป่ากับแม่น้ำละก็สถานการณ์คงเปลี่ยนไปเลยละ”

จริงอย่างที่คาลิสว่า ถ้ามีแม่น้ำกับต้นไม้อยู่ละก็เรเองก็สามารถใช้วิธีพลิกแพลงได้แน่ แต่ตอนนี้ที่นี้ไม่มีทั้งสองอย่างอยู่ การสู้แบบนี้ไม่ต่างจากการฝืนใช้ร่างกายที่ไม่สมประกอบเลย

“ฉันแปลงเป็นน้ำสู้ที่นี้ไม่ดีแน่”

“เว้นแต่จะเข้าใกล้ระยะ น่าจะใช้ได้อยู่” โฟรกล่าว “และฉันมีของใหม่เตรียมไว้ด้วย”

“งั้นเอาเลย”

ทั้งสองยืนขึ้นเปลี่ยนอาวุธกลับไปเป็นแบบเดิม โฟรตบตลับการ์ดเสกไพ่จำนวนสิบใบสั่งพุ่งเข้าใส่คริลส พร้อมกับที่เรยิงธนูออกไปสามดอกตาม คาลิสชูมือขึ้นมาแล้วก็มีปีกกางออกมาจากมือของเขาแล้วหมุนวนอย่างรวดเร็วปัดการจมตีของทั้งสองได้อย่างง่ายดาย ตอนนั้นเองโฟรแบมือตบใส่พื้นอย่างรุนแรงรากเถาวัลย์จำนวนสองเส้นก็พุ่งออกมาจากมือของเขาแล้วเข้าไปรัดแขนของคาลิสไว้ได้ เรกระโดดเข้าไปแทงหอกใส่ คาลิสยิ้มแล้วกระซากเถาวัลย์ของโฟรขาดเหวี่ยงตัวหลบแล้วใช้ปลายดาบทุบใส่เร แต่เรกลายร่างเป็นน้ำหลบได้แล้วพุ่งอัดใส่คาลิสที่หัว ท้องและหลัง คาลิสเชเล็กน้อยแต่ยังยืนได้ตอนนั้นเองที่โฟรพุ่งเข้ามาใช้ไม้คถาตีใส้หัวของคาลิสพร้อมกับที่เรกำลังก็ใช้หอกโจมตีอีกที่พร้อมกับโฟรที่กำลังจะโจมตีอีกที  คาลิสหันหน้ากลับมาแล้วเตะอัดใส่โฟรล้มลง พร้อมกับเหวี่ยงดาบใส่เร เรรีบแปลงร่างเป็นน้ำแล้วพุ่งเข้าใส่ แต่คราวนี้คาลิสคว้ามือจับเรที่หลายเป็นน้ำอยู่แล้วกระแทรกใส่พื้นอย่างแรงจนเรกับเป็นร่างเดิม คาลิส กระทืบซ้ำจนเรร้องเสียง “อ็อก!!!” โฟรรีบเข้ามาช่วยโดยการเสกใบไม้ขนาดใหญ่ออกมาออกจากปลายคถาที่พุ่งโจมตีใส่คาลิส คาลิสใช้มือข้างที่ว่างเปล่าชูตั้งขึ้น โล่สีทองทรงเรียวมีปีกหุบอยู่คู่หนึ่งก็ปรากฏออกมาแล้วรับการโจมตีของโฟรไว้ได้ ก่อนที่โฟรจะได้ทำอะไรต่อคาลิสก็เหวี่ยงดาบที่เรืองแสงสีเหลืองขึ้นมาใส่โฟรแล้วฟาดโดนกลางลำตัวของโฟรต่อด้วยใช้ท้ายดาบตีหลังโฟรจนล้มลงไปกองรวมอยู่กับเร

“ถือว่าพวกแกทำได้ดีต่อให้อยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ” คาลิสกล่าวชม

“มุขใหม่ได้ผลอยู่นะ” เรกล่าวเถาวัลย์จากมือเป็นของใหม่ที่เรพึ่งเคยเห็น

“แต่ยังไม่โอนะ” โฟรกล่าวแล้วทั้งสองก็ยืนขึ้นกำอาวุธแน่ตั้งใจจะใช้ไม้ตายตัดสินไปเลย

คาลิสเหมือนจะรู้ว่าทั้งสองจะทำอะไรเขาเก็บดาบแล้วชู้มือขวาขึ้นมาแบกออก มือของเขาเริ่มเปล่งแสงสีเหลืองแล้วมีปีกงอกออกมาจากหลังมือหนึ่งคู่และมีหัวนกครึ่งบนอยู่บนมือของเขาด้วย

เรกับโฟรชูอาวุธขึ้นมาประกบกันหันใส่คาลิสคลื่นน้ำและคลื่นสีเขียวล้อมรวมหมุนงนกันเป็นสว่าน “อศอ-ฟอเรส-สเปีย” ทั้งสองพุ่งเข้าใส่คาลิส

“ชายนิ่ง-วิงแฟง” คาลิสพุ่งมือที่เรืองแสนพร้อมกับกระโดดเข้าใส่แรกับโฟร เมื่อไม้ตายของทั้งสามประทะกัน เกิดกระกายแสงสีเหลือง น้ำเงินและเขียวก่อนจะสว่างจากไปด้วยสีเหลืองกับแรงสะเทือนมหาสาร ของหลายชิ้นในห้องที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กระเบิดขึ้นมา เรกับโฟรลอยกระเด็นกระแทกกำแพงมีเพียงคาลิสที่ยืนนิ่ง เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อที่เลอะเทอะก่อนจะเดินไปหาเรกับโฟร

เรกับโฟรจ้องมองคาลิสมือยังกำอาวุธแน่น

“ยังอึดเหมือนเดิมนะพวกนายสองคน” แล้วเขาก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะคอม ทำเรกับโฟรมองด้วยความงุนงงด้วยเรานั่งลงบนพื้นก่อนถาม

“ไม่ฆ่าพวกเราเหรอ”

“ฉันไม่ฆ่าพวกเดียวกันเอง” คาลิสตอบแล้วลงมือพิมพ์ลงไปในคอม “กล้องวงจรปิดพังแล้วก็ไม่ต้องเล่นละครแล้ว”

“เดี่ยวนะ” เรคิดสักพักแล้วถาม “สรุปที่ตีกันเนี้ยแค่ตบตาพวกมันงั้นเหรอ”

“ใช่”

“งั้นสรุปที่เล่ามานี้โกหกใช่ไหม” โฟรถามต่อ

“ก็จริงนั้นและยกเว้ณตอนเข้าไปเป็นทหาร” เขาหันมามองทั้งสอง “นี้นายคิดจริงเหรอว่าฉันจะทรยศคนดาวดวงนี้นะ”

“ก็เล่นละครเนียนชะจริง” เรกล่าวทั้งสองลุกขึ้นมายืนข้าง ๆ คาลิส “งั้นแสดงว่ารุ่นพี่แฝงตัวอยู่เหรอ”

“ใช่” คาลิสตอบ

“งั้นเหตุผลที่แฝงตัวเข้ามาในกลุ่มพวกนี้นะ” โฟรถาม

คาลิสเข้าไปหน้าจอหนึ่งแล้วชี้ให้ทั้งสองดู “นี้ไงละเหตุผลที่ฉันยังไม่สามารถกลับเขตสี่ได้”

เรกับโฟรกันมาดูที่หน้าจอคอม สีหน้าทั้งสองเปลี่ยนตกตะลึงทันทีที่เห็นข้อความในคอม

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น