Pantasy Quest ภัยจากแดนไกล

ตอนที่ 17 : บทที่ 17 สู่แดนชาวกรุง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

ดาวสเป-ซอส ณ สนามเดนเจอร์สเตงเนอร์โซน

 

หลังจากจบงานแข่งขันพวกแต่ละหมู่บ้านก็เริ่มเก็บของจัดขบวนเดินทางกลับหมู่บ้านของตัวเอง เทเวอร์โวยวายทันทีว่าไหน ๆ งานแข่งไร้สาระของพวกเขาก็จบแล้วพวกเรก็ควรไปซ่อมยานให้เขาได้แล้ว     จาราราช่วยเสริมถึงเหตุผลว่าเจ้าชายเทลเวอร์กับพระธิดามณีตายอมเสียเวลากับเรื่องไร้สาระของพวกเขาแล้วชาวเมืองต่าง ๆ ก็ควรมาซ่อมยานให้ได้แล้วเช่นกัน เรกับเรมสายหน้าเหนื่อยใจมีคนอื่น ๆ แสดงสีหน้าไม่พอใจกับการเห็นแก่ตัวของทั้งสองคน พระธิดามณีตาเองก็ไมอบที่เทลเวอร์มาวางอำนาจแบบนี้

“ก็ไม่มีใครบังคับให้ท่านมาดูนะ” เรียมกล่าว

“แต่ข้ายอมลดตัวมาดูการแข่งไอ้ไร้สาระของพวกเจ้า พวกเจ้าก็ควรตอบแทนข้าได้แล้ว”

เรียมกำลังเถียงกลับแต่เรขัดก่อน “ไม่เป็นไรครับพ่อถูกของเขา พ่อกับโฟรช่วยพาคนอื่นกลับป่าได้เลย ผมกับเรมจะกลับเขตสี่เลยละกัน”

“จะดีแล้วเหรอเร ลูกควรจะพักก่อนนะ”

“เขตสี่พักกันน้อยอยู่แล้วครับ” เรมกล่าวเสริม

“จะดีเหรอค่ะ” อัลฟิกล่าว “ทั้งสองพึ่งจะเหนื่อยมาจากงานประลองนะค่ะ”

“ไม่เป็นไรอัลฟิ คิดชะว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน” เรกล่าว

“งั้นก็ได้ แล้วเจอกันนะเร เรม” เรียมกล่าวแล้วเดินนำขบวนกลับป่าอัลเลไลย์

“ดีมากเจ้าตัวประหลาดรีบ ๆ พาข้าไปได้แล้ว” เทลเวอร์กอดอกวางท่า

“นี้เจ้าชายหรือเด้กขี้แงกันแน่เนี้ย” จ้อยกระชิบวิพากวิจารเทลเวอร์

“เทลเวอร์” พระธิดามณีตาขัด “ท่านไม่ควรจะบังคับเกินเหตุขนาดนี้นะ พวกเขาควรได้พักนะ”

“เพราะข้าจะไม่เสียเวลากับที่นี้อีกแล้ว” เทลเวอร์ตอบกลับ “พวกมันทำข้าเสียเวลามามากเกินพอแล้ว”

“เสียเวลางั้นเหรอ” คราวนี้เป็นรมโมที่ขัดแทลเวอร์ “ที่ท่านขอให้เขาทำมันคืองานที่ต้องใช้เวลามหาสารมากนะ”

“และพวกมันต้องทำให้เสร็จภายในพรุ่งนี้ได้แล้ว”

“นี้ท่านทำเกินไปแล้วนะ” พระธิดามณีตากล่าวไม่พอใจมากขึ้น ศวอสกับโอพูเองก็ไม่ชอบใจเช่นกัน

“เอาละหยุดเถอะครับ” เรเข้าไปขัดการทะเลาะของพวกเขา “พวกเราขะพยายามให้เสร็จในเดือนนี้เอง”

“เดือนหนึ่งด้วยจำนวนคนแค่สี่คนงั้นเหรอ” โอพูกล่าว “พวกเธอทำได้เหรอ”

“ก็แค่อยากลองดูนะ” เรตอบ

“อะไรนะ” กูเลมกล่าว

“คิดว่าพวกตัวประหลาดอย่างพวกแกจะทำได้รึไงกัน” จาราราดูถูก

“ก็แค่อยากท้าทายตัวเองดูแค่นั้นและ” เรกล่าว

“ท้าทายตัวเองงั้นเหรอ” ศวอสกล่าวด้วยความสงสัย

“มันเป็นงานใหม่ที่เราไม่เคยทำนะครับ ก็เลยอยากลองตั้งเงื่อนไขท้าตัวเองหน่อย” เรมอธิบาย

“ข้าไม่สน” เทลเวอร์แทรก “ข้าต้องการให้ยานซ่อมเสร็จในวันพรุ่งนี้เดี่ยวนี้เลย”

“เทลเวอร์ ท่านจะขอร้องในสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้แล้วนะ” พระธิดามณีตาต่อว่าเทลเวอร์ “นี้ก็ดึกมาแล้ว ท่านจะให้พวกเขาซ่อมแค่หกชั่วโมงรึไงกัน”

“ก็ถ้าพวกมันเก่งนักก็จงทำชะ”

“หนึ่งเดือน” เรขัดด้วยความรำคาญ “ถ้าท่านต้องการซ่อมให้เสร็จภายในพรุ่งนี้เชิญไปจ้างคนอื่นเถอะ”

 “กล้ามาต่อรองเรอะ”

“กล้าสิ”

เทลเวอร์สบถออกมาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“เอาเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ถ้ารีบเดินกันตอนนี้น่าจะถึงเย็นนี้พอดี” เรกล่าวแล้วเดินนำกลุ่ม

“เดินงั้นเหรอ” เทลเวอร์แย้งอีกครั้ง “ทำไมต้องเดิน ไม่ใช้พาหนะของพวกแกละ”

“เสียใจด้วยเจ้าชาย” เรกล่าว “ถ้าท่านรีบร้อนขนาดนั้น เราก็ต้องรีบเดินทางจากที่นี้เลยโดยการเดิน”

“บังอาจ ข้าต้องมาเดินอีกอย่างพวกสามัญงั้นเหรอ”

“เรียนเจ้าชาย” เรมกล่าว “ถ้าท่านยอมกลับไปที่ป่าแต่แรกท่านก็ไม่ต้องมาเดินแบบนี้หรอก” แล้วสองพี่น้องก็เดินต่อไปศวอส โอพูและรมโมถอนหายใจก่อนจะเดินนับพวกเขา

“ถ้าท่านหันรอพวกเราก็ไม่ต้องมาเดิน เขาคงอยากบอกพวกเราแบบนี้” พระธิดามณีตากล่าวแล้วเดินตามพวกเขาไป

“ท่านจะยอมเดินงั้นเหรอ”

“เจ้าชาย ข้าว่าเราเลี่ยงไม่ได้แล้วละนะ” รมโมกล่าวแล้วเดินท้ายให้เจ้าชายเทลเวอร์เดินนำ

“ถ้าไม่ตามจะปล่อยทิ้งนะ” เรตะโกนมา

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ” จาราราดวยวายแล้วรีบวิ่งตาม เทลเวอร์สบทออกมาแล้วจำใจเดินตามเร    

 

******************************************************************************

ดาว สเป-ซอส ณ เขตคา-เควสสี่

 

พวกเขาเดินกันมาสามชั่วโมงก็เย็นพอดีและเหมือนจะโชคดีนิดหน่อยที่เมื่อพวกเขาเข้าไปที่พักฝนก็ตกลงมาพอ เรมร้องออกมาด้วยความดีใจ ชาวเขตสี่พากันออกมาตั้งถังและโอ่งมารับน้ำฝนกันร่วมทั้ง          เรมด้วย เขายกถังน้ำในที่พักมาตั้งหลาย ๆ ถัง เรกับเมอเชนรสช่วยด้วยแล้วพวกเขาก็ยืนตากฝนยิ้มด้วยความดีใจเสมือนฝนนั้นเป็นสัญญาณที่อย่างหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ตอนนั้นเองที่พวกเด็กเรียกเรกับเรมให้มายืนเล่นด้วยกัน เรมเดินไปทันที่แล้วก็เล่นวิ่งไล่จับกันกลางสายฝน ส่วนเรยืนยิ้มมองดูรับน้ำฝนให้ฝนชุมร่างกายเขาให้เติมที่พร้อมกับรวบรวมน้ำฝนไว้บนมือแล้วโยงน้ำฝนไปมากลายร่างเป็นปลาจำนวนหนึ่งแล้วลอยไปมาทั่วที่นี้ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าฝนที่ตกลงมาในดาวอันแห้งแล้งมากขนาดนี้แล้ว

“พวกแกทำอะไรอยู่เนี้ย” เทลเวอร์โวยวายออกมาจากภายในตึก “รีบมาซ่อมยานของข้าได้แล้ว”

“เอาน่าเจ้าชายครับ ท่านช่วยใจเย็นก่อนเถอะครับ” เมอเชนรสกล่าวเนื้อตัวเปรียกปอน “การที่ฝนตกเป็นเหมือนมิตรหมายที่ดี ผู้ที่อาบน้ำฝนที่ตกลงมาดาวนี้เปรียบเสมือนรับโชคดีมาทำให้จะเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นมา”

“เข้าใจทันทีเลยละ” พระธิดามณีตากล่าว “ฝนคงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับที่นี้จริง ๆ ”

“ไร้สาระทั้งเพ” เทลเวอร์กล่าว

“นี้ ๆ พวกพี่สาวมาเล่นด้วยกันไหมค่ะ” เด็กสาวคนหนึ่งเรียกพระธิดา

“ได้สิจ๊ะ ไปรับน้ำกันดีกว่าท่านรมโม”

“จะดีเรอะขอรับ” รมโมพยายามขาดแต่พระธิดามณีตาก็เดินไปเล่นกับเด็ก ๆ ก่อนแล้ว แล้วเด็กคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันลากรมโม ศวอส โอพูให้ออกมาด้วย เทลเวอร์ รมโมและจารารารีบเดินหลบเข้าไปข้างในเพื่อไม่ให้ใครลากพวกเขาออกไปข้างนอกที่ฝนตกหนัก

“น่ารังเกียจ” จารารากล่าว

แต่สำหรับพระธิดาแล้วนี้คือสิ่งที่เธอรู้สึกดีและสนุกที่สุดที่เธอเคยได้รับ การที่เธอได้เห็นย้อยยิ้มของเด็ก ๆ ที่ดูแตกต่างจากเธอแต่ก็อยู่เล่นได้อยู่ใกล้ชิดกันอย่างสนุกสนาน เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนเลย ใช่นี้เป็นครั้งแรกของเธอจริง ๆ

 

หลังจากใช้เวลาเล่นน้ำกันจนเริ่มดึกเรกับเรมก็ขอตัวกลับเข้าที่พักอาบน้ำเปลี่ยน้ป็นชุดลุยงานตอนกลางคืนที่เป็นชุดสีดำที่เป็นกางเกงขายาวและแขนยาวปลอกแจนเหล็กแล้วหยิบอุปกรณ์มาซ่อมยานในชิ้นส่วนที่พวกเขาพอจะซ่อมได้ แม้จะไม่ทราบว่าปกติยานของชาวกรุงนั้นสร้างกันยังไงแต่ทั้งสองก็จะพยายามเอาความรู้ที่มีมาใช้ซ่อม เรมเองก็พยายามสอบถามรมโม ศวอสกับโอพูเป็นครั้งคราวที่พวกเขาแวะมาหาเพื่อถามถึงรูปร่างลักษณะและส่วนประกอบของยานลำนี้แต่พวกเขาก็ไมได้มีความรู้มากเท่าไรในเรื่องประกอบยาน การซ่อมแซมน่าจะไปได้ดีระดับหนึ่งถ้าจาราราที่รู้เรื่องพวกนี้ดีให้ความร่วมมือแต่เขากลับเอาแต่แวะมาทากท่าพวกเขาและดูถูกว่าพวกเขาไม่มีทางซ่อมมันได้แน่ เรไม่สนใจแล้วลงมือซ่อมต่อ เมื่อซ่อมาได้สามชั่วโมงตัวโครงยาน ปีกก็เริ่มซ่อมออกมาเป็นรูปร่าง แต่เรก็พบว่ามีอยู่สองส่วนที่พวกเขาไม่แน่ใจว่าจะซ่อมยังไงดีได้แก่ส่วนภายในห้องที่เรยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการให้ระบบกลับมายังไง ส่วนที่สองก็คือส่วนของเครื่องยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนให้ยานทำงานได้ เรลองเปลี่ยนชิ้นส่วนและใส่อย่างอื่นเพิ่มลงไปและลองเดินเครื่องของยานแต่มันก็ทำงานแค่ไม่กี่วินาทีก่อนเครื่องจะดับในทันที เรเปิดเครื่องยนต์ออกมาดูก็เห็นของบ้างชิ้นที่เรใส่เข้าไปไหม้เกรียมดำปี้อยู่ในนั้นและมีบ้างชิ้นเหลวละลาย เรสังเกตว่าสังเกตว่าชิ้นส่วนที่เกิดอาการแบบนี้จะเป็นชิ้นส่วนที่มีเวทย์มนต์ทั้งนั้น

“อย่านี้ไปไม่รอดแน่” เรมกล่าว “เราอาจจะซ่อมให้มันมีสภาพคงเดิมได้แต่เดินเครื่องไมได้แน่”

“นายพูดถูก” เรกล่าว “ไม่มีหนังสือเกี่ยวยานรบมั่งเรอะ”

“มีอยู่แต่อ่านไม่บ่อยเท่าไร” เรมตอบ “ไว้จะลองหาข้อมูลละกันน่าจะมีข้อมูลการสร้างยานของชาวกรุงบ้าง”

“พอหาวิธีได้เหรอ”

“ถ้าเอาหลักการของชาวกรุงมาใช้ดูน่าจะได้ผลนะ”

นั้นทำให้เรนึกถึงคำพูดหนึ่งของเจ้าชายเทลเวอร์เรื่องเวทย์มนต์บริสุทยิ์ที่เทลเวอร์บอกหรือพวกเวทย์มนต์ไร้ธาตุนั้นเอง แต่มีบ้างอย่างติดใจเขาอยู่เขาน่าจะลองทดลองหน่อย

เรกับเรมซ่อมยานต่อจนเริ่มดึกมาเรมขอตัวไปนอนก่อนส่วนเรจะขออยู่ทดลองอะไรหน่อย

“อยู่ทำยานตัวเองต่อเรอะ” เรมถาม

“ประมาณนั้นแค่อยากทดลองอะไรหน่อยนะ”

“อย่าดึกมาละกันนะพี่ วันนี้แทบไมได้พักเลย เดี่ยวร่างกายจะเกิดอาการวินเวียน....”

“ไม่ต้องมาเทศแล้วไปนอนชะเจ้าสี่ตา” เรขัดแล้วไล่เรมให้ไปนอน

“ผมสอนด้วยความหวังดีต่างหาก” จากนั้นเรมก็ออกจากห้องไป

เรหันมาดูยานของเขาเอง เอาละคืนนี้มาลองกันหน่อยถ้าสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่นี้มันได้ผลจริงละก็งานซ่อมครั้งนี้ก็จะผ่านไปอย่างราบลื่นแน่

 

เช้าวันต่อมาเรตื่นลงมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนจะเข้าห้องครัวก็เห็นเรมกำลังทำอาหารอยู่คนเดียว

“มาชะที่นะพี่ ช่วยหั่นผักหน่อย”

“สองคนนั้นยังไม่กลับอีกเรอะ” เรถามแล้วเข้าไปช่วยหั่นผัก

“เจ้กับเฮียน่าจะมาบ่ายไม่ก็เย็น ๆ หน่อยละ” เรมกล่าว

“อืมเวลาไหนก็ได้” เรกล่าว

“แต่เรื่องยานนี้สิ” เรมกล่าว “จะทำยังไงให้มันเดินเครื่องแล้วไม่ระเบิดนี้และ”

“เรื่องนั้นพอมีวิธีแล้วละ” เรกล่าว

“งั้นเหรอ.....อะไรนะ!!!!!!” เรมอุทานออกมาเสียงจนแสบแก้วหูเร

“ไม่ต้องดังขนาดนั้นก็ได้” เรบ่น

“เมื่อคืนเจออะไรเข้าละ”

“เมื่อคืนที่ฉันทดลองอะไรสักหน่อยนะ” เรกล่าวแล้วอธิบายเพิ่ม “เท่าที่ทดลองผลรับถือว่าออกมาดีเลยละ ยานของฉันลอยสามสิยนาทีแล้ว”

“จริงอะ ทำยังไง” เรมถามด้วยความตื่นเต้น นี้ถือเป็นข่าวนี้ยามเช้าเลย แผนการที่เขตสี่จะมียานพาหนะบินได้เป็นของพวกตัวเองกำลังจะเป็นจริงสินะ

“อืมแต่ฉันลองไปแค่รอบเดียวเอง” เรกล่าว “ไว้พวกนั้นกลับมาฉันจะอธิบายแล้วทดลองด้วยกันกับคุณเมอเชนรส อาจจะต้องพึ่งทฤษฎีความรู้ในสมองของนายด้วย”

“นั้นถือว่าเป็นคำชมนะ” เรมกล่าวประชด

ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับพระธิดามณีตากับกับรมโมกำลังยกถังน้ำมากับถุงใส่เนื้อมา

“อะไรกันครับเนี้ย” เรมอุทานออกมา

“เราแค่อยากช่วยนะ” พระธิดามณีตาตอบ

“ไม่ก็ต้องก็ได้ครับ”

“ฉันห้ามแล้วละแต่พระองค์อยากช่วยเท่าที่ทำได้นะ” รมโมกล่าว

“เห็นพวกเธอเหนื่อยเราก็อยากช่วยนะ” พระธิดามณีตาตอบแล้วหันมามองหม้อต้น “อีกอย่างเราอยากลองหัดทำอาหารด้วย”

“งั้นก็.......น่าที่แก” เรกล่าวสั่งเรม

“สั่งเชียวนะ” เรมกล่าวแล้ว

“เออ.....ไม่ได้อยากกดดันพวกเธอนะ....การซ่อมยานเป็นไงบ้างละ” รมโมถาม

“ไม่ต้องห่วงครับ” เรกล่าว “เดี่ยวต้องหาทางได้แน่”

“แต่มันดูเกินไปสำหรับพวกเธอนะ ยานลำหนึ่งยังต้องใช้คนเป็นสิบในการซ่อม แต่พวกเธอมีกันไม่ถึงและยังไม่รู้พื้นฐานด้วย”

“พวกเราดิ้นรนจนเคยแล้วละครับ” เรมกล่าว

แล้วพวกเขาก็ช่วยกันทำอาหารต่อไม่นาน เมอเชนรส ศวอสและโอพูก็ลงมาช่วยกันทำอาหารต่อจนเสร็จ พวกเขาจัดเรียงอาหารบนโต๊ะ เทลเวอร์ โอพู จาราราก็ลงมาพอดี

“เสร็จชะที่นะ” เทลเวอร์กล่าว

เรไม่สนใจสิ่งที่เทลเวอร์พูดแล้วเริ่มแจกจานชามกับซ้อนซ้อม แล้วเริ่มทานข้าว บนโต๊ะมีเนื้อย่าง แกงจืดสาหร่าย ไข่ต้ม ผัดผักทะเลและต้มยำปลา

“ยานข้าเสร็จรึยัง” จาราราถามขึ้นมา

“ยัง” เรตอบ “มันทำให้บินนาน ๆ ไม่ได้”

“หมายความว่าไงกัน” เทลเวอร์โวยวายขึ้นมา “แค่ยานลำหนึ่งพวกเจ้าก็ซ่อมไม่เสร็จงั้นรึ แล้วพวกเจ้ายังจะรับงานมาทำไม” พระธิดามณีตา รมโม ศวอสและโอพูจ้องมองเทลเวอร์โดยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ถ้างั้นก็ช่วยไปบอกคนที่รู้มาทำเถอะ” เรกล่าวเสียงดังโดยไม่หันมามองใคร ทุกคนสะดุ่งทันที “ใช่พวกเรารับงานนี้มาโดยคิดว่าเอาความรู้ที่พอมีมาช่วยเหลือแต่ก็พลาดเสียเวลาเอง”

“พวกเจ้ามันไร้ฝีมือยิ่งหนัก” จาราราเสริม

“ถ้างั้นทำไมพวกแกไม่ไปซ่อมเองละ” เรมโตกลับ

“เพราะมันไม่ใช่งานของข้าไงละ”

“ถ้างั้นก็ช่วยบอกที่เถอะว่าพวกท่านทำยังไงให้ยานพวกท่านเดินเครื่องได้ยานเป็นเดือน เราติดขัดแค่ตรงนี้จริง ๆ ” เรถามกลับ

“แล้วทำไมข้าต้องบอกความลับการสร้างยานของชาวกรุงให้ตัวประหลาดอย่างเจ้าด้วย”

 “จารารา” ศวอสดุใส่ “พูดอะไรหัดคิดบ้างสิ นี้ไม่ใช่เรื่องจะมาห่วงอะไรไร้สาระแบบนี้นะ”

“ข้าบอกพวกมันแล้วว่าจะเอาวันนี้ พวกเจ้าจะต้องไปซ่อมให้เสร็จเดียวนี้” เทลเวอร์แทรกขึ้นมา

“เทลเวอร์” พระธิดามณีตาตะคอกกลับเริ่มไม่พอใจมากขึ้น “ท่านต้องมองดูความเป็นไปได้บ้างสิ พวกเขาก็บอกอยู่ว่าติดปัญหาตรงไหน ท่านช่วยอดทนหน่อยสิ”

“ไม่ ข้าจะไม่ยอมอยู่ที่นี้อีกแน่”

“เสียใจด้วย” เรกล่าวแทรก

“หมายความว่าไง”

“เราบอกแล้วว่าจะซ่อมให้เสร็จในหนึ่งเดือน นั้นคือที่พวกเราสามารถทำให้เสร็จไวที่สุดได้” เมอเชนรสเป็นฝ่ายอธิบาย “ฉะนั้นท่านมีสองทางเลือกหนึ่งท่านจะยอมรับข้อตกลงนี้หรือจะไปหาคนอื่นทำแทนท่าน”

 “ข้าไม่สน ข้าจะเอาเดี่ยวนี้” จาราราตะคอกไม่พอใจ

“จารารา” โอพูแทรก “ให้เจ้าชายตัดสินเถอะ”

“ข้าอาจจะเอายานกลับดาวข้าเดี่ยวนี้” เทลเวอร์กล่าว “ถ้าเจ้าทำไม่ได้ก็ยกเลิกข้อตกลงนั้นชะ”

“ดี เยี่ยมนี้และที่รอคอย” เรกล่าว “งั้นเชิญท่านขนยานท่านเองเลย”

“หมายความว่าไง”

“หมายความว่า” เรมกล่าว “เราจะไม่ต้องเสียเวลามาซ่อมยานให้ท่านแล้วเพราะเราจะไม่ทำให้ท่านแล้ว”

“บังอาจ ข้าเป็นถึงเจ้าชาย เจ้าจะต้องซ่อมยานให้ข้าเดี่ยวนี้” เทลเวอร์ชุนจัดแล้วปามีดข้างมือใส่เร เรรับได้แล้วปาใส่หัวของเทลเวอร์ แต่เทลเวอร์หงายหลังตกเก้าอี้ด้วยความตกใจชะก่อน “มัน..มันจะฆ่าข้า...”

โอพูกระโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ แล้วกางกรงเล็บออกจะโจมตีใส่เร

“หยุดนะโอพู” พระธิดามณีตาสั่งห้าม

“แต่พระธิดา”

“นั่งลงเดี่ยวนี้”

โอพูนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์

“จะดีเหรอครับพระธิดา” รมโมถามขึ้น

“ภาพต้องหน้ามันก็เห็นชัดแล้วดี” พระธิดามณีตากล่าว “ถ้าเป็นท่าน ท่านจะยอมให้เทลเวอร์มาทำแบบนี้งั้นเหรอ”

“ก็ถูกของท่าน”

 

เมื่อพวกเขาทานอาหารเสร็จ เทลเวอร์กระทืบเท้าขึ้นไปข้างบนด้วยความไม่พอใจ ส่วนพระธิดามณีตาเข้ามาคุบกับพวกเร

“เร เรม คุณเมอเชนรส” พระธิดามณีตากล่าวขึ้น “เราต้องขอโทษแทนเทลเวอร์ด้วย”

“อย่าใส่ใจเลยครับ” เรมกล่าวยิ้มอาย ๆ “ถ้าพวกเราก็ผิดที่เอานิสัยเสียมาใช้ในงานเยอะไป”

“จะพอมีทางไหมที่ขะขอให้พวกเธอช่วยซ่อมยานต่อให้”

“พวกเราจะซ่อมให้อยู่แล้วละครับ” เรกล่าว “คิดว่าเราอยากจะทนอยู่กับคนแบบนี้เรอะ”

“อะไรนะ” โอพูถาม “เมื่อกี่ยังบอกจะไม่ทำให้อยู่เลยนี้”

“แค่วิธีดัดนิสัยคนนะครับ” เมอเชนรสอธิบาย “ผมกับเด็ก ๆ เคยคุยเรื่องนี้บ่อยเวลาเจอคนจ้างทำตัวแบบนี้ และเราอยากให้เจ้าชายกับพวกหัวเสียสักพัก”

“แต่เดี่ยวก่อน” ศวอสขัดขึ้นมา “แต่พวกเธอจะซ่อมยานยังไงกันละ ก็พวกเธอไม่รู้วิธีทำให้ยานเดินเคลื่องนี้”

“แล้วพวกท่านทราบวิธีไหมละ” เรถาม

“ก็ปกติเราใช้เวทย์มนต์ในการขับเคลื่อน”

“เป็นเวทย์มนต์แบบไหน” เรถามต่อ

“ก็เวทย์มนต์ที่วไปนั้นและ ทำไมเรอะ”

“พวกเธอหาทางได้งั้นเรอะ” รมโมถาม

 “เมื่อวานผมลองทดลองออะไรนิดหน่อย ผลรับถือว่าออกมาดีเลยละ” เรตอบ

“หมายความว่าพวกเธอพอเจอทางแล้วงั้นเหรอ” โอพูถาม สีหน้าแปลกใจอย่างมาก

“แค่ทางทฤษฐี เหลือลองปฏิบัติจริง”

“อ้อเมื่อคืนที่พี่บอกจะลองอะไรหน่อยคือเรื่องนี้สินะ”

“ใช่” เรกล่าว “เรายังมีงานต้องทำให้ พวกท่านไปพักให้สบายเถอะ”

“สุดท้ายพวกเธอก็จะซ่อมให้ได้สินะ” รมโมถาม

“เพราะถ้าทำสำเร็จ พวกเราก็จะมียานเป็นของตัวเองได้ชะที นั้นและคือเป้าหมาย”

“ดูพวกเธอจะมั่นใจมากเลยนะ” ศวอสกล่าว

“เรากังวลเรื่องเดียวนั้นคือเจ้าชายจะเบียดไม่จ่ายค่าจ้างให้เรา” แล้วเรกลับลงไปข้างล่างห้องใต้ ส่วนเรมกับเมอเชนรสมารับงานของเช้าวันนี้ซึ่งเป็นงานรับจ้างทั่วไป ตอนแรกพระธิดามณีตาเสนอจะช่วย แต่เรมขอร้องให้พระธิดาออกไปคุยพบปะกับพวกเด็ก ๆ ดีกว่าแล้วออกจะทำงานกวาดทำความสะอาดร้านอาหาร

พระธิดามณีตาเดินขึ้นไปข้างขน รมโมตามขึ้นไปพร้อมกับถามว่า “ท่านจะไปไหนหรือครับ”

“ไปคุยกับเทลเวอร์” พระธิดามณีตาตอบ “ถ้าปล่อยไว้แบบนี้พวกเขาต้องทำงานให้เทลเวอร์โดยไมได้ผลตอบแทนแน่ และเรารู้สึกอายมากที่ชาวกรุงที่ได้รับการเรียนการศึกษาที่ดีกว่าแต่กลับมาแสดงพฤติกรรมที่ไม่สมควรแบบนี้”

 

“ข้าก็เหมือนกัน พฤติกรรมของพวกเทลเวอร์ทำให้พวกเขาก็ไม่ต่างจากที่เราเคยต่อว่าชาวนอกไว้” รมกล่าวพยักหน้าเข้าใจ “แต่ท่านจะคุยยังไงกัน”

“เรายังไม่แน่ใจ” พระธิดามณีตาตอบ “แต่ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้เทลเวอร์จะเอาเปรียบไม่จ่ายค่าจ้างให้พวกเขาแน่”

“แต่เทลเวอร์หัวลั่น เขาไม่ยอมง่าย ๆ แน่” ศวอสกล่าว

“เราจะลองพยายามคุยให้ได้” พระธิดามณีตากล่าวแล้วเดินขึ้นไป

“ถ้าไม่สำเร็จละ” รมโมขัดอีกครั้ง “ท่านน่าจะรู้ว่าเทลเวอร์ไม่คิดว่าตัวเองผิดแน่”

“เรื่องนี้เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่จะลองดู” พระธิดามณีตาตอบแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง เทลเวอร์ รมโม จารารากำลังนั่งคุยกันอยู่

“พระธิดามณีตา” รมโมยืนขึ้น “ท่านมีอะไรหรือครับ”

“นั่งเถอะรมโมเราต้องการคุยอะไรกับพวกท่าน”

“เรื่องเจ้าพวกตัวประหลาดละสิ” เทลเวอร์กล่าวยิ้มด้วยความดูถูก “จะให้ข้ายอมพวกมันงั้นเหรอ ไม่มีทาง พวกมันช้าเอง”

พระธิดามรีตาและคนอื่น ๆ นั่งลงพยายามทำใจให้สงบแล้วกล่าวว่า “แต่ท่านก็ควรมีเหตุผลบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ใจแบบนี้”

“ข้าเป็นเจ้าชายและพวกมันก็ไม่ต่างจากบริวารของข้า และเป็นบริวารชั้นต่ำไม่ต่างจากทาส”

“นี้ท่านยังคิดอะไรแบบนี้อยู่อีกเหรอ” ศวอสขัด “ยุคสมัยนี้แล้ว ชาวกรุงอย่างเราไม่มีเรื่องทาสกันแล้ว”

“แต่ไม่สำหรับพวกนอก”

“เทลเวอร์ ถ้าท่านทำตัวแบบนี้เราก็จะไม่แปลกใจหากชาวนอกมองเราในแง่ลบไม่ต่างจากที่ท่านมองพวกเขา” พระธิดามณีตากล่าวตำหนิ

“ก็ลองสิ พวกต่ำแบบนั้นมันได้เจอข้าแน่”

“ตามใจท่าน” พระธิดามณีตาลุกขึ้นยืนแล้วออกไป

“ท่านจะไปไหนพระธิดา” เทลเวอร์แย้งขึ้นมาแต่พระธิดามณีตาไม่ตอบแล้วเดินนำรมโม ศวอสและโอพูที่รีบลุกตามลงไปข้างล่าง

 

เรนั่งสร้างอุปกรณ์ทดลองสำหรับเตรียมเอาไปประยุกต์ซ่อมยานจริง ๆ ถ้าที่ผลการทดลองออกมาได้ผลละก็การซ่อมก็จะสามารถดำเนินได้อย่างราบรื่นแน่

ปึ่ง!!!!

หลิ่งเปิดประตูเข้ามาสีหน้าบุดบึ่ง “นายน่าจะตั้งใจเอาให้ปักหัวเลยเร”

“ทราบเรื่องแล้วเรอะ”

“แน่สิย่ะ” หลิ่งกล่าวแล้วเดินมาดูสิ่งที่กำลังทำอยู่

“ฉันตั้งใจ แต่ดันหลบได้ก่อนเนี้ยสิ” เรกล่าว

“แล้วนี้อะไร” หลิ่งถามมองเครื่องมือหลอดแก้วกลม ๆ ขนาดใหญ่สองชุด เป็นหลอดแก้วกลม ๆ สองแท่งเชื่อมติดกันผ่านสายไฟและตรงกลางสายนั้นมีพัดลมติดเชื่อมอยู่

“ฉันพอหาวิธีได้ให้ยานเดินเครื่องได้แล้วละ” เรกล่าว

“จริงอะ ได้ไงกันเนี้ย” หลิ่งถามด้วยความสงสัย “นึกว่าเรมพูดเล่นชะอีก”

“ไว้ทุกคนมาถึงฉันจะอธิบายให้ฟัง ขอเตรียมของแปบ”

ไม่ช้า เรม น็อกและคุณโมเทโรก็ลงมา “ได้ข่าวว่าเธอหาวิธีซ่อมยานให้ทำงานได้แล้วเหรอเร”

“ก็ถ้าการทดลองนี้สำเร็จละนะ”

“นั้นอะไรนะ” น็อกถามหันมามองสิ่งที่เรกำลังทำอยู่

“ฉันเรียกมันว่าตรวจทดลองพลังงานรุ่นหนึ่ง” เรกล่าว

“น่าสนใจแฮะ” โมเทโรกล่าวเดินมาสำรวจดู “แล้วมันจะให้ให้พวกเธอซ่อมยานได้ยังไงกันเร”

“คืออย่างนี้” เรเริ่มอธิบายแล้วหยิบแร่ธาตุน้ำสองก้อน แร่ธาตุไฟกับแร่ธาตุไม้ เขาเอาแร่ธาตุน้ำทั้งสองอันใส่หลอดแก้วชุดแรก แล้วเอาแร่ธาตุไฟและไม้ใส่หลอดชุดที่สอง “เรม แกเคยบอกว่าถ้าธาตุต่างกันเจอกันจะทำให้ธาตุพวกนั้นหมดสภาพได้สินะ”

“ใช่แล้วพี่” เรมตอบ

“ที่นี้เทลเวอร์เคยพูดลอย ๆ ว่าเวทย์มนต์ที่พวกเขาให้ขับเคลื่อนยนต์คือเวทย์มนต์บริสุทยิ์”

“จริงอะ” น็อกกล่าวสีหน้าเหมือนเจออาหารเน่า “จืดชืดจนแทบไม่มีเวทย์มนต์และยังไร้ธาตุเนี้ยนะ”

“แต่นั้นและประเด็น” เรกล่าว

“ฉันพอจะนึกอะไรออกแล้ว” โมเทโรยิ้มออกมา

เรยิ้มตอบกลับแล้วเริ่มอธิบาย “คืออย่างนี้ปกติพวกเราจะใช้แร่ต่าง ๆ ผสมกันมาทำเครื่องใช่ต่าง ๆ ที่ไม่คอยกินพลังงานเยอะ แต่พอเอามาใช้ของที่ต้องการพลังงานมากนั้นผลก็คือของภายในกับชำรุดเสียหายนั้นเพราะอะไร”

ทุกคนสายหน้ายกเว้ณโมเทโร “อย่างงี้นี้เอง เพราะแร่ธาตุต่างกัน เมื่อเอามาใช้เป็นพลังงานรวมกันจะทำให้ธาตุเกิดตีกันเองและทำลายภายในกันสินะ”

“ถูกต้อง” เรกล่าวเสริมแล้วเปิดพัดลมที่มีแธ่ธาตุไฟกับไม้ แร่ในหลอดแก้วคอย ๆ ไหลผ่านสายไฟเข้าไปในพัดลมผ่านไปสักพักพัดลมก็เริ่มเสียงดังแปลก ๆ แล้วเกิดประสายไฟแล้วระเบิดเป็นชิ้น ๆ ทุกคนรีบหลบชิ้นส่วนที่แตกกระจาย

“โอโหเห็นภาพแล้วละ” หลิ่งกล่าว

“แล้วที่นี้” เรอธิบายต่อแล้วมาที่พัดลมธาตุน้ำ “ด้วยเวทย์มนต์ของชาวกรุงนั้นแทบจะเป็นเวทย์มนต์ไร้ทำให้การทำงานนั้นจะไม่มีปัญหา ที่นี้หากเราเอาเวทย์มนต์ธาตุเดียวกันมาใช้ละ จากปริมาณที่ฉันเตรียมมามันจะทำงานได้สักประมาณชั่วโมงหนึ่ง”

“พูดเป็นเล่นน่า” น็อกแทบไม่อยากจะเชื่อ

“มาลองดูเลย” แล้วเขาก็เริ่มเปิดพัดลมอีกตัว เมื่อแร่จากเวทย์ธาตุน้ำไหลผ่านเข้าไปพัดลมก็เริ่มทำงาน ทุกคนรีบหามุมหลบแม้แต่เรก็ด้วยและหยิบที่จับเวลาออกมาดู จนผ่านไปสิบนาทีพัดลมยังทำงานปกติ ยี่สิบหน้าที่พัดลมยังไม่มีอาการอะไร สี่สิบนาที ห้าสิบนาที ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งพัดก็ยังคงทำงานต่อได้

“สุดยอด” เรมอุทาน

“เยี่ยมไปเลย” โมเทโรตอบ

“ใช่” หลิ่งกล่าวยิ้มอย่างมีความหวัง

“ยานของพวกเราเองก็ไม่เกินฝันสินะ” น็อกล่าว

“แน่นอน” เรเห็นด้วย

แล้วเมื่อพวกเขาตกลงกันวาจะซ่อมยานให้เสร็จเพื่ออย่างน้อยเทลเวอร์จะได้ไปจากที่นี้สักที่แน่นอนว่าไม่ทำให้ฟรีแน่ แต่ด้วยการที่ยังไม่อยากให้เทลเวอร์ทราบพวกเขาจริงซ่อมกันทุก ๆ เย็นของวันโดยมีโมเทโรแวะมาซ่อมให้ตอนเช้ากับคนที่อยู่ดูแลยาน ผ่านไปสิบวันการซ่อมแซมดำเนินไปได้ด้วยดี ในที่สุดพวกเขาก็นำชิ้นส่วนยานที่แยกกันออกมาประกอบกันข้างนอก

“นั้นอะไร” เทลเวอร์กับพวกเดินมาเห็นเข้า เขาสังเกตดูก่อนจะหัวเราะออกมา “สุดท้ายทาสอย่างพวกแกก็ต้องทำตามที่ข้าสั่งซ่อมยานให้แกข้า”

พวกเขามองหน้ากัน “พูดอะไรของเขา” เรมถาม

“ไม่รู้สิ สงสัยเมาแดดนะ” หลิ่งกล่าวแล้วลงมือซ่อมยานต่อ

“ก็เห็นว่าพวกเจ้ากำลังซ่อมยานให้พวกข้า” จารารากล่าว

“ใครบอกว่าซ่อมให้พวกท่าน” เรกล่าว “ข้อตกลงยกเลิกไปแล้วจำไม่ได้เรอะ”

“ก็เห็นอยู่ว่าพวกแกกำลังซ่อม” เทลเวอร์กล่าว

“ก็แล้วไงแค่มาลองดูว่ามันจะทำงานได้ไหมเนี้ยและ” หลิ่งกล่าว

 “งั้นเจ้าต้องซ่อมให้เสร็จตามที่ข้าสั่งเดี่ยวนี้”

“เสียใจด้วยเจ้าชาย คนที่จะสั่งเราได้มีแค่คุณเมอเชนรสเท่านั้น” น็อกกล่าวแล้วหันมาดูชิ้นส่วนยานที่วางเรียงกัน

เทลเวอร์กระทืบเท้าไม่พอใจแล้วสั่งว่า “พวกเจ้าจงเอามาประกอบกันเดียวนี้”

“ไม่” เรกล่าว “อยากให้เราประกอบให้ก็เอาค่าจ้างหรือมัดจำมาสิ”

“บังอาจ ทาสอย่างเจ้ากล้ามาขัดคำสั่งข้าที่เป็นดังบัญชาสูงสุดงั้นรึ”

“ใช่บังอาจที่สุด” จาราราช่วยเสริม

“เปล่าไปโยนช์เจ้าชาย พวกนั้นไม่สนหรอก” กูเลมกล่าว

“ก็รู้นี้” เรกล่าว

“เกิดอะไรขึ้นนะ” พระธิดามณีตาเดินมาก่อนจะจ้องมองชิ้นส่วนยานด้วยความแปลกใจ “พวกเธอซ่อมมันได้”

“เหลือเชื่อเลย” รมโมกล่าว ศวอสกับโอพูที่ตามลงมาจ้องมองด้วยความทึ่งกับชิ้นส่วนยานที่กองรวมกันอยู่ตรงน่า

“แต่ยังไม่รู้ค่ะว่าจะบินได้ไหม” หลิ่งกล่าว

“แต่พวกมันคิดจะเบียวงานไม่ซ่อมให้เสร็จตามที่ตกลงเอาไว้”

“อะไรนะ” พระธิดามณีตาคิดสักพักแล้วกล่าว “ก็ท่านยกเลิกข้อตกลงกับพวกเขาไปแล้วนี้”

“แต่พวกมันซ่อมเสร็จ เท่ากับพวกมันต้องซ่อมให้ข้าฟรี”

“ถ้าคิดแบบนั้นก็เอาคืนไปเลย” เรกล่าวแล้วโยนอุปกรณ์ลงพื้น หลิ่ง น็อกและเรมทำตามแล้วเดินกลับเข้าที่พัก “เชิญซ่อมเองเลย”

“พวกแกคิดจะทำ กลับไปซ่อมให้เสร็จเดียวนี้” จาราราเข้ามาสั่งอารมณ์ฉุนเฉียว

“ข้าไม่ควรต้องทำงานทาสแบบพวกเจ้า พวกเจ้าต่างหากต้องทำ” เทลเวอร์กล่าวเสริม

“จารารา เจ้าชายเทลเวอร์ท่านพูดได้เกินไปจริง ๆ ” ศวอสกล่าวเริ่มโมโห “พวกเขายอมทำขนาดนี้แล้วท่านยังจะพูดเอาแต่ใจอีกงั้นเหรอ”

“ก็พวกมันอยากโง่เอง”

“นี้สินะคำตอบ” เรโยนก้อนสีขาวไปทั่วยานแล้วหยิบรีโมทขึ้นมา เรมรีบเข้าไปห้ามทันที

“ใจเย็นพี่ ต้องระเบิดทิ้งเลยเหรอ ปล่อยไว้แค่นี้พอมั่ง”

“อะไรนะ” ทุกคนยกเว้ณ หลิ่ง น็อก เมอเชนรสอุทาน

“แล้วจะทำไมละ” เรกล่าวแล้วทำท่าเตรียมยิง

“แค่หินโง่ ๆ นั้นทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก” จารารากล่าว

เรจึงโยนหินอีกก้อนขึ้นฟ้าแล้วสะบัดมือไชยิ่งหอกสีดำไปที่ก้อนหิน ก้อนหินระเบิดออกเป็นคลื่นสีขาวทันทีที่หอกปะทะทามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุก ๆ คน

“ไม่....อย่าบังอาจมาทำลายยานของข้า”

จารารากำลังจะวิ่งเข้าใส่พวกเร แต่พระธิดามณีตาขัดก่อนว่า “งั้นเราขอเป็นคนขอร้องเรื่องว่าจ้างใหม่ได้ไหม”

ทุกคนชะงักขึ้นมาทันที เมอเชนรสคิดสักพักก่อนจะถอนหายใจ “คนที่ยืนเรื่องขอร้องคือท่านแต่เทลเวอร์จะเป็นคนจ่าย ชะนั้นท่านมีสิทธิ์ตรงนั้น”

เทลเวอร์ยิ้มอย่างพอใจ “ดีมากพระธิดามณีตา จงสั่งให้พวกทาสทำตามที่ข้าบอกเดียวนี้”

ทั้งรมดม ศวอวและโอพูจ้องเทลเวอร์ด้วยความโกรธสุดขีด “ท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งองค์พระธิดา”

แต่พระธิดาไม่สนใจ “ขอตกลงยังเหมือนเดิม พวกเธอซ่อมยานให้พวกเราและพาพวกเราไปส่ง...”

“แบบฟรี ๆ ” เทลเวอร์ขัด

“หุบปากไปชะก่อนจะมีคนตายที่นี้” หลิ่งขู่

“เราไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้พวกเราไม่สามารถว่างใจได้ว่าจะได้รับค่าตอบแทน” เมอเชนรสกล่าว

“พวกเราหมดไปเยอะ หากเราโดนพวกท่านเบียวค่าจ้างละ” เรกล่าว

“หลังจากเสร็จจากส่งเทลเวอร์ เราจะให้พวกเธอไปที่ดาวของเราและรับรางวัลที่นั้น”

“ไม่” เทลเวอร์ขัดไม่เห็นด้วยทันที “พวกต่ำช้าไม่มีสิทธิ์จะไปดาวของท่าน”

“ตกลง” เมอเชนรสกล่าวแล้วจดลงสมุดบันทึก “ว่าไงเร”

“เอางั้นก็ได้” เรกล่าว “แต่เราต้องการมัดจำด้วย”

“ท่านละพระธิดา”

พระธิดาพยักหน้า “ได้ตกลงตามนี้เลย”

“บังอาจไม่ฟังข้างั้นเหรอ” เทลเวอร์เริ่มมีสีหน้าไปพอใจ จารารากับรมโมก็เช่นกัน “แล้วข้าจะไม่จ่ายมัดจำอะไรทั้งนั้น”

“เทลเวอร์ ถ้าท่านไม่คิดจะทำอะไร ก็ปล่อยให้เราจัดการเอง” แล้วพระธิดามณีตาก็เริ่มคิด มัดจำคือสิ่งที่เธอไม่มีเว้นแต่ “ในยานมีของอะไรที่พอจะให้พวกเขาบ้างไหม”

จาราราค้านสุดเสียจะไม่ยอมยกของให้พวกเรเด็ดขาด แต่ศวอสกล่าวขึ้นว่า “มีแผนที่กับอาวุธครับ”

“แผนที่เรอะ” เรมคิดสักพักแล้วถามเร “พอได้อยู่นะ”

“มีของดาวที่เรากำลังจะไปไหม” เรถามต่อ

“มีทำไมเรอะ”

“เราแค่อยากได้ข้อมูล เอาละไปกัน ตกลงตามนี้” แล้วเรกับคนอื่น ๆ ก็หยิบอุปกรณ์มาเริ่มประกอบยาน ซึ่งเรียกให้คนอื่น ๆ เริ่มมาดูด้วย

“ท่านหัดคิดก่อนพูดได้ไหม” เทลเวอร์เข้ามาหาพระธิดา “ทำไมท่านต้องไปยอมพวกมันด้วย”

“ท่านเองก็ด้วย” พระธิดามณีตากล่าว “เท่านี้ท่านก็ไม่ต้องจ่ายแล้วไงละ”

จากนั้นพวกเขาก็เริ่มลงประกอบยานและทดสอบระบบต่าง ๆ โดยให้ศวอสกับโอพูช่วยตรวจดูอีกเพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถทำงานได้จริง จนตกเย็นยานก็สามารถซ่อมได้เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาตกลงจะออกเดินทางพรุ่งนี้เข้าหลังกินมือเช้าเสร็จเรียบร้อย

วันรุ่งขึ้น เรตื่นมาเตรียมของพวกอาหาร ระเบิดและเอาอาวุธเก่าที่ทำมาจากไม้มาใช้เพราะเรจะเอาอาวุธที่ใช้อยู่ไปให้โมเทโรพัฒนาใหม่ให้ตามที่ตกลงกันไว้และจ่ายเป็นเนื้อเพิ่มให้โมเทโรเป็นการขอบคุณสำหรับที่เขามาช่วยพวกเรซ่อมยาน แล้วไปสมทบกับคนอื่น ๆ ที่ตอนนี้รออยู่ยาน ตรงนั้นมีคนมุมมารอส่งพวกเร โดยพวกเขาทราบจากคุณเมอเชนรสแล้วว่าพวกเรจะไม่อยู่ระยะหนึ่งเพราะต้องไปส่งพวกพระธิดา

“ไปดีมาดีนะเร” โฮเมนเจ้าของร้านเนื้อแห้งทัก

“กลับมาอย่างปลอดภัยนะ” คุสมี้กล่าว

“แล้วพี่สาวจะกลับมาที่นี้ไหมค่ะ” เด็กหญิงคนหนึ่งถามพระธิดา

 “แน่นอนจ๊ะ” พระธิดามณีตาตอบ “ในฐานะพระธิดามณีตา เราสัญญาณ”

ทุกคนตะลึงเงียบกันชัวขณะขึ้นมาทันที เรเองก็ไม่คิดว่าพระธิดามณีตาจะเปิดเผยตัว “ท่านคือพระธิดามณีตาจริงเหรอ” ชายคนหนึ่งถาม

“เราพิสูทธิ์มาแล้ว ตัวจริงแน่นอน” น็อกกล่าว

“เราสัญญาณเราจะกลับมาช่วยที่นี้” พระธิดามณีตากล่าว

“ท่านมาช้าไปหน่อยไหม” เสียงชายคนหนึ่งกล่าว

“ใช่ ๆ พวกเราเคยส่งจดหมายขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มาชะที”

“ถ้าท่านอยากช่วย ไปช่วยดาวดวงอื่นที่แย่กว่านี้ดีกว่า”

“แต่ถ้าท่านไม่อยากมาจริงก็ไม่ต้องฝื่นหรอก”

พระธิดานิ่งเงียบ แต่เรขัดขึ้นว่า “ไม่เอาน่าทุกคน ที่อยู่พระธิดานั้นไกลมากแถมยังเป้นเขตของชาวกรุงด้วย แล้วท่านก็โดนผู้ไม่หวังดีขัดตลอด การจะเดินทางมาก็ลำบากและจริงไหม”

“อะไรนะ” พระธิดามณีตาถาม รมโม ศวอส โอพูต่างมองเรด้วยความอึ่ง เขานึกว่าเรจะคอยซ้ำเติมพระธิดาชะที่

“ตอนนี้พระองค์ก็ได้มาเห็นแล้ว ก็สบายใจได้แล้วละ”

“พระองคืจะกลับมาที่นี้จริงเหรอค่ะ” เด็กสาวคนเดิมถามต่อ

“แน่นอน” พระธิดามณีตายืนยันหนักแน่น แล้วหันไปประกาศทุกคนในเขตสี่ “เราขอยืนยัน เมื่อดเรากลับไปที่ดาวอีฟ เราจะรีบรายงานและให้ความช่วยเหลือชาวนอกที่อยู่นอกเขตกฏหมายของชาวกรุง เราขอเอาชีวิตนี้เป็นประกัน”

ชาวเขตสี่ทุกคนเงียบเสียงลงแล้วหันมามองที่เรเพื่อยืนยัน เรพยักหน้าตอบ “พระธิดามณีตาต้องกลับมาแน่”

“ถ้าพวกเรเชื่อเราก็ขอเชื่อด้วย”

แล้วพวกเขาก็เริ่มลากันแล้วพากันขึ้นยานโดยเรเป็นคนขับ เรมนั่งตรวจแผนที่ที่ได้มา น็อกกับหลิ่งคุ้มกันพระธิดาและคนอื่น ๆ นั่งลงที่ห้องพัก เทลเวอร์และจารารานั่งหน้าบูดอยู่ด้วยความไม่ชอบใจ

“เอาละนะ” เรกล่าวแล้วอัดเวทย์มนต์ธาตุน้ำลงไปในตัวเครื่องจ่ายพลังงานแล้วเริ่มเปิดเครื่อง ยานส่งเสียงดัง เรขับขันบังคับด้วยตื่นเต้นที่จะได้ขับยานจริง ๆ ชะที่ เมื่อเสียงเครื่องเริ่มเบาลงเรดึงขันบังคับให้ยานลอยขึ้นแล้วขับออกจากดาวได้สำเร็จ

“ในที่สุดก็ได้ออกไปที่ไกล ๆ ชะที” หลิ่งกล่าว

เรหันมามองดูอุปกรณ์นำทางแล้วขับตามที่อุปกรณ์บอก เขาขับได้คล่องมากจนศวอสแปลกใจ

“ไปเรียนขับยานมาจากไหนนะ”

“ก็อาศัยมองเวลาไปใช้บริการนะ”

“น่าทึ่งมาก” ศวอสกล่าวชม

เรกับหลิ่งผลัดกับขับยานจนผ่านไปวันหนึ่งพวกเขาก้มาถึงที่หมายนั้นคือดาวโคเรนการ์ ดาวสีฟ้าครามเหมือนดังท้องฟ้าของเช้าวันใหม่

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น