Pantasy Quest ภัยจากแดนไกล

ตอนที่ 16 : บทที่ 16 เดนเจอร์สเตงเนอร์โซน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

ดาวสเป-ซอส ณ เขตคา-เควสสี่

              

               เมื่อชมหุ่นยนต์และยานจนเติมอิ่มก็แต่ละคนก็แยกย้ายเดินทางกลับหมู่บ้านของตัวเอง มีเรียม จ้อย อัลฟิ โฟรและเฟลอยากขออยู่ต่ออีกหน่อย เมอเชนรสจึงอนุญาตให้เร เรม หลิ่งและน็อกกลับไปพักกับครอบครัวได้แล้วคอยกลับมาที่เขตสี่หลังงานประลองเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนเพื่อเป็นการพักผ่อนหลังจากเหนื่อยมาจากการขนยาน ส่วนเรื่องยานไว้คอยกลับมาซ่อมแซมหลังจากเสร็จงานประลอง เทลเวอร์ไม่พอใจและโวยวายทันทีว่ายานของเขานั้นสำคัญกว่างานประลองไร้สาระของพวกเขามาก และเป็นงานที่ไร้เกียรติและไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เรไม่สนใจที่เทลเวอร์พูดแต่หลายคนก็โกรธเทลเวอร์มากแม้แต่ศวอส โอพูและรมโมเองก็ไม่ชอบที่เทลเวอร์จ้องที่จะสร้างศัตรูแบบนี้ตลอด โชคดีที่พระธิดามณีตาเป็นคนใจกว้างและด้วยจุดประสงค์ที่อยากช่วยชาวนอกของเธอ เธอเองก็อยากไปดูการประลองนี้ด้วย เพื่อเป็นการได้เห็นประเพณีของดาวดวงนี้และได้พบปะกับผู้คนเผ่าอื่นบนดาวดวงนี้ด้วย เทลเวอร์แย้งขึ้นมาทันทีพร้อมจาราราว่าพระองค์จะโดนลวงไปฆ่าแน่ ๆ จ้อยเทียงกลับว่าเทลเวอร์ใจแคบไม่ยอมเปิดรับชาวนอก เทลเวอร์ชุ้นจัดต่อว่าจ้อยคืนว่า “หุบปากไปชะนังผีเมือกเขียวโสโศรก”

“เกินไปแล้วนะเว้ย” เรียมทุบไม่พอใจอย่างแรงจนเกิดแรงสันสะเทือนทำเทลเวอร์ยอมอยู่เงียบในทันที เรกับเรมที่กำลังจะช่วยกันโดนเข้าใส่เทลเวอร์ชะงักทันที “ท่านจะมาถูกดูผมยังไงก็ได้ แต่จะมาดูถูกลูกเมียผมไม่ได้”

“นี้สินะที่เขาเรียกเมียเราใครห้ามแตะ” เรมกล่าวแซว

สุดท้ายพวกเขาก็ตกลงจะเดินทางไปพักที่ป่าอัลเลไลย์ก่อนวันแข่งเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนจากนั้นพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางกลับไปที่ป่าอัลเลไลย์ ในระหว่างเดินทางพระธิดามณีตาก็เริ่มถามด้วยความสนใจว่าประเพณีเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนนี้มีลักษณะรูปแบบอย่างไรกัน เรมเป็นคนอธิบายว่าเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนคืองานประลองพนันเนื้อกัน เป็นที่ทุก ๆ คนจากหลาย ๆ หมู่บ้านจะมาพร้อมกับที่สนามและประลองฝีมือกันหลาย ๆ อย่างทั้งการประลองอาวุธอย่างพวกดาบ หอก ธนู แส้ ขวาน หรือการประลองการละเล่นต่าง ๆ อย่างเช่นเกมการ์ด ประกอบสิ่งของ ก่อทราย สกัดน้ำแข็ง การประลองภูมิความรู้ การประลองการแสดงเช่นร้องเพลงหรือละครเองก็มีเหมือนกัน แม้แต่การประลองบทกวี เรื่องเล่าต่าง ๆ นิทานแม้แต่เรื่องขบขำก็ตาม และที่เป็นจุดเด่นที่เป็นการประลองสุดท้ายของงานนั้นก็คือศึกตะลุมบอนที่แต่ละหมู่บ้านจะจัดทีมสี่คนแล้วประลองกันจนกว่าใครจะเหลือเป็นคนสุดท้ายแน่นอนว่างานที่ไม่มีการฆ่ากันแต่จะพูดจากทีมที่หมดสภาพหมดไม่สามารถแข่งต่อได้จะถือว่าแพ้ โดยทุกการแข่งขันทุกหมู่บ้านจะเดิมพันอาหารกัน โดยจะแบ่งเป็นเนื้อกับพืชหมู่บ้านที่ชนะอันดับแรกจะได้กองเนื้อที่เยอะที่สุดไปส่วนหมู่บ้านที่อันดับล่างจะได้พืชที่น้อยที่สุดตามแต่ละการประลอง ตามทำเนียมที่พวกเขาจะกล่าวถึงเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนเสมอนั้นคือ ผู้ชนะได้กินเนื้อคนแพ้กินผักไปชะ อัลฟิที่พึ่งได้ยินเรื่องราวของเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนครั้งแรกก็รู้สึกสนใจเหมือนกันเพราะเท่าที่ฟังก็พอมีการประลองที่เธอจะลงแข่งได้อยู่บ้าง พระธิดามณีตาเองฟังด้วยความสนใจและยินดีที่จะตามไปที่ดูและถ้าสามารถลงแข่งได้ด้วยก็คงดี เทลเวอร์ค้านขึ้นมาทันทีเพราะเขาไม่อยากให้พระธิดารวมงานของพวกนอก ทุกคนพยายามเมิณเทลเวอร์พยายามไม่ลุกไปเล่นงานเทลเวอร์สักที

พวกเขาเดินทางชั่วโมงหนึ่งในที่สุดก็มาถึงป่าอัลเลไลย์

“เป็นไปได้ยังไงที่ดาวโสโครกแบบนี้จะมีป่าสมบูรณ์ได้” จารารากล่าวแชะ คนอื่น ๆ จ้องเขม่นเขาหมายจะเตะเจ้านี้สักที จารารารีบหลบไปอยู่หลังกูเรมทันที

ชาวป่าที่กลับมาก่อนพากันออกมาตอนรับพระธิดาที่ตอนนี้พวกเขาตกลงกันว่าจะไม่ให้ใครทราบตัวตนของพระธิดาเพื่อความปลอดภัย บาบานาเดินนำมาตอนรับแขกจากดาวแสนไกลและให้พวกพระธิดามาพักที่บ้านต้นไม้ที่ใกล้กับที่พักของเธอที่เตรียมไว้สำหรับแขกของป่าอัลเลไลย์ เฟลขอเป็นฝ่ายพาพระธิดาทัวร์รอบป่ากับอัลฟิโดยรมโม ศวอสและโอพูขอตามไปด้วยความสนใจ เทลเวอร์ กูเรมและจาราราไม่สนและเข้าไปอยู่ในที่พัก สำหรับเรคือดีเพราะเขาไม่อยากปวดหัวกับสามคนนี้อีก แล้วเขาก็โฟรก็ออกเดินไปหามุมหลบเพื่อไม่ให้โดนเรียก

“ไม่นึกเลยว่าต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้” เรกล่าว พวกเขามานั่งหลบบนต้นไม้กันโดยแอบมองดูอัลฟิ เฟลและที่กำลังพาพระธิดามณีตาให้มารู้จักทุกคนอยู่และยังพาไปดูทางน้ำที่มีปลาอยู่จำนวนมาก

“ถ้าทีมอยู่ครบคงดีสินะ”

“นายนี้ดูอยากกลับเข้าทีมตลอดเลยนะ”

“ก็คงงั้น” โฟรตอบ “แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้”

“ฉันเข้าใจ” เรกล่าว “ถ้าครอบครัวฉันเหลือแค่นั้นฉันคงเหลือออกจากมันดีกว่า”

ทั้งสองเงียบกันสักพักแล้วเรก็ถามต่อว่า “แต่นายก็โดนเฟลไล่ให้กลับเข้าทีมนี้”

“จะว่าไงดีละ” โฟรกล่าว “เฟลคงคิดว่าตัวเองคือต้นเหตุให้ฉันเลิกละมั่ง”

“แล้วดูถ้าเฟลก็อยากให้นายกลับไปนี้” เรกล่าว

“มันก็จริงที่ฉันอยากกลับไปนะ” โฟรกล่าว “แต่ฉันไม่อยากถึงสิ่งที่ห่วงไว้”

“ไม่อยากก็อยากฟืนเลยเพื่อน” เรกล่าว

“ขอบใจเร” แล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กันเพราะพวกเข้าต่างเขาใจเหตุผลของกันและกันดี

จากนั้นพวกเขาก็นั่งเล่นการ์ดไมย์เลเจนกันต่อ

 

******************************************************************************

ดาวสเป-ซอส ณ ป่าอัลเลไลย์

              

วันต่อมาพวกเขาจัดอาหาร อัลฟิกับเฟลชวนพระธิดาพระธิดามณีตา รมโม ศวอสและโอพูมาลองเรียนในแบบที่พวกเธอเคยเรียนและมาสอนเด็ก ๆ พร้อมกับให้ความรู้เด็ก ๆ เกี่ยวชาวกรุงด้วย พระธิดามณีตายินดีอย่างยิ่งเด็ก ๆ ๆมาล้อมวงสอนพระธิดามณีตาให้หัดทักผ้า ซ้อมของ เต้นรำ การล้อนเร้นกาย ชนิดพืชต่าง ๆ และวิธีสังเกตดูว่าอันไหนมีหรือไม่มีพิษและยังสอนวิธีตรวจดูสิ่งของมีเวทย์มนต์ ศวอสกับโอพูทึ่งมากที่ชาวนอกสามารถจำแนกเวทย์มนต์ได้ด้วยการเลีย ดมและสัมผัสเป็นวิธีที่แปลกประหลาดมาก จากนั้นก็เป็นตาของพระธิดาที่จะเล่าเรื่องของชาวกรุงบ้างโดยเรมนั่งฟังไปจดไปด้วย โดยเธอเลือกเล่าเรื่องดาวอีฟดาวบ้านเกิดของเธอให้ฟังทั้งรูปแบบโครงสร้างบ้านที่ผสมระกว่างความทันสมัยกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติกลกลืนกัน ยานพาหนะจะใช้รูปทรงนกกับกริฟฟอน มีประเพณีการละลึกพึ่งบรรพบุรุษและธรรมชาติที่ได้ปกป้องเหล่าเอลฟ์ อาหารจะเป็นของป่าผสมเนื้อสัตว์เล็กหน่อย ซึ่งเป็นเนื้อที่เอามากินกันจะเป็นเนื้อของสัตว์ที่ถูกล่าในช่วงที่มีสัตว์ร้ายบุกทำลายหมู่บ้านหรือสัตว์ที่หมดอายุไขย์แล้วเพราะพวกเขาจะเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อการเดินทางและอนุรักษ์รักษาไม่เลี้ยงเพื่อกิน

ตกเย็นทั้งป่าพากันจัดมืออาหารพิเศษให้กับพระธิดามณีตาและชาวกรุงคนอื่น ๆ เป็นมือใหญ่ เรกับโฟรและเรมช่วยกันจัดสถานที่กลางป่าที่มีพื้นโล่งแห่งหนึ่งมีน้ำตกอยู่บนของผ่ามุมป่าด้านซ้ายที่เป็นทางเขาป่าที่ลึกขึ้น พวกเขานำหินมาจัดวางตามที่ต่าง ๆ เป็นเก้าอี้แล้วตั้งโต๊ะยาว ๆ ที่ทำจากไม้ไว้กลางงาน ต่อด้วยจัดเรียงอาหารไว้บนโต๊ะที่มีแกงต่าง ๆ ผัดผักและเนื้อย่าง แล้วตั้งเสาไฟเอาไว้รอบ ๆ เมื่อตกดึกทุกคนก็มาที่รวมกันแล้วจุดไฟรอบ ๆ บาบานากล่าวเปิดงานเลี้ยงฉลองตอนรับพระธิดามรีตาและชาวกรุงคนอื่นก่อนจะเริ่มดื่มกินกันโดยมีการแสดงเต้นรำจากเหล่าชาแมน หมอผีและเด็ก ๆ ประจำหมู่บ้านในนั้นมีเรมที่รวมแสดงด้วย

เรนั่งดูการแสดงจากมุมป่ากับโฟรแล้วนั้งกินเนื้อย่างด้วยกัน

 

วันต่อมาชาวป่าอัลไลย์รวมตัวกกันจัดกลุ่มขณะเดินทางเพื่อเดินทางสู่เดนเจอร์สเตงเนอร์โซน โดยพวกเขาแยกเป็นสองขบวนเดินทางระหว่างกลุ่มที่นับถือโฟตุมกับนับถือไลย์ฟีเทอ แล้วเริ่มออกเดินทางกันโดยมีเร โฟร เรม เรียมและเฟลคอยคุ้มครองขบวนเดินทาง

 

“เราจะถูกฆ่าไหมเนี้ย” จารารากล่าวออกมาในระกว่างเดินทางด้วยเสียงที่ดัง “ทำไมไม่คุ้มครองพวกเรา พวกเรามีค่ากว่าพวกมันอีก”

ชาวบ้านหันมาจ้องจาราราด้วยสายตาอยากจะกินเลือดเนื้อ ส่วนเรไม่สนแต่ในใจก็อยากเอาเจ้าม้าปากดีนี้ไปซ่อนศพสักที่จริง ๆ

“จาราราเจ้าหัดพูดดี ๆ กับชาวดาวนี้ได้แล้ว” รมโมกล่าว อย่างน้อยยังดีไม่ใช่กล่างกรุงทุกคนจะทำตัวน่ารำคาญเรคิด เขาก็ควรปรับตัวเพื่อให้เข้ากับชาวกรุงบ้างส่วนได้แล้วสินะ

ระหว่างเดินทางพวกเขาเจอหนอนพิภพตัวหนึ่งขวางทางเดินแต่เรกับโฟรช่วยกันขับไล่พวกมันไปได้เพียงไม่ถึงนาทีโดยที่เรมกับเฟลยังได้แต่มองโดยที่ยังไมได้ทำอะไรเลย

พวกเขาเดินทางกันต่ออีกชั่วโมงหนึ่งก็มาถึงสนามสเตเดี้ยมวงกลมขนาดใหญ่สีเทาที่มีความสูงมาก ประดับด้วยลวดลายเหล่าอารุคาริมและโรอามากมายจากทุกหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้มีกลุ่มเดินทางจากหมู่บ้านทั้งหมดห้าหมู่บ้านที่มาถึงก่อน ซึ่งมีกลุ่มคนจากหมู่บ้านไทเพนที่มาถึงก่อนแล้ว

“ไงพวก” น็อกเข้ามาทักทายพวกเขา

“ไงน็อก” เรกับโพรทักท้ายก่อนจะชนหมัดกัน “เตรียมพร้อมแล้วสินะ”

“เฮอะ รุ่นพี่เชนไม่อยู่ก็กินนิ่มระดับหนึ่งละ” น็อกกล่าว

“แล้วเจอกัน” เรกล่าวแล้วพวกเขาก็แยกย้ายไปกองหมู่บ้านของตัวเองเพื่อเตรียมเข้าสเตเดี้ยมที่ตอนนี้เรียกความสนใจให้แก่พระธิดามณีตา รมโม ศวอสแลโอพูเป็นอย่างมาก

“น่าทึ่งมากที่มีสนามแบบนี้อยู่ในสถานที่แบบนี้” รมโมกล่าวด้วยความชื่นชม

“ก็แค่สนามแข่งธรรมดา ๆ ไม่เห็นน่าตื่นเต้นตรงไหน” เทลเวอร์วิจารย์

“แต่การที่พวกเขาสร้างสนามแข่งขนาดนี้ได้มันน่าทึ่งมากนะ” พระธิดามณีตาแย้ง

“จะอะไรก็ช่างเถอะน่ารีบ ๆ เข้าไปชะที่เถอะน่าข้าร้อนจะตายอยู่แล้ว” จาราราโวยวาย

“ใจเย็นเถอะน่าร้อนกันหมดทุกคนนั้นและ” เรขัด

ข้าเป็นเจ้าชายนะเทลเวอร์โวยวายจนคนรอบข้างหันมามองเขา เจ้าจะยืนตากแดดก็เรื่องพวกเจ้าเจ้าจะเตรียมที่ ๆ สบายกว่านี้สำหรับข้า

เราต้องอภัยด้วยเจ้าชายบาบานากล่าวเดินมาสมทบกับเร แต่เราไม่ทราบว่าพวกท่านจะมาที่นี้ แต่ไม่ต้องห่วงเราเตรียมที่นั่งสำหรับแขกไว้แล้ว

งั้นเจ้าควรพาข้าไปนั่งได้แล้ว

ใจเย็นน่าเรขัด ที่นี้เราพยายาม

จาราราเดินมาจ้องเรด้วยสายตาดุก่อนกล่าว ใจเย็นงั้นเหรอ ทั้งเจ้าชายกับพระธิดาต้องมายืนร้อนกับงานไร้สาระของพวกเจ้า”

“เรื่องพาท่านมายืนร้อนนี้ต้องขอโทษด้วย” เรกล่าวพยายามพูดดี ๆ “แต่งานนี้มีความหมายมาก เพราะมันหมายถึงอาหารจำนวนมากสำหรับสู้กับภัยแล้ง”

“ใครสนกันพวกแกจะอดตายก็เรื่องของพวกแกสิ”

“ใช่ แต่ข้าต้องได้รับการดูแลก่อน” เทลเวอร์ที่ฟังเสริม

“เทลเวอร์” พระธิดามณีตาตำหนิจารารารุนแรง คนรอบข้างที่ฟังอยู่หันมามองจารารากับเทลเวอร์สายตาจ้องพร้อมจะเตะพวกเขาจนทั้งสองยอมอยู่สงบ ๆ ก็ดีสำหรับเรจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับคนพวกนี้

“เราต้องขอโทษแทนเทลเวอร์ด้วย” พระธิดามณีตาตากล่าวกับเรและบาบานา

“ท่านอย่าได้ใส่ใจเลย เราเองก็เป็นฝ่ายผิดที่ไม่เตรียมสถานที่รับแขกให้ดี” บาบานากล่าวแล้วถามต่อ “ว่าแต่เมื่อกี่นายม้าคนนั้นเรียกท่านว่าพระธิดางั้นเหรอ ท่านเป็นพระธิดาจากชาวกรุงงั้นเหรอ”

เรกับพระธิดามณีตาสะดุงเพราะลืมไปว่าคนที่รู้เรื่องที่พระธิดามณีตามาที่นี้นั้นมีแค่พวกเขาเอง “ใช่” พระธิดามณีตาตอบ “เราเป็นธิดาแห่งดาวไซแอน ดาวดวงหนึ่งของเหล่าเอลฟ์นะ”

“เอลฟ์ยอย่างงั้นเหรอ” บาบานากล่าว “นี้ทำให้ข้านึกถึงพระธิดามณีตาผู้แสนใจดีของชาวกรุงแต่ท่านกับเย็นชากับชาวนอกมากเลยละ”

“เย็นชางั้นเหรอ”

“โอ้........ขอโทษด้วยข้าก็ไม่อยากให้ร้ายพระธิดามณีตานักหรอก แต่เราเห็นข่าวพระองค์จะมาเยี่ยมชาวนอกหลายครั้งแต่ก็ไม่เห็นชะที” บาบานากล่าวลดเสียงลงเพื่อไม่ให้เทลเวอร์ได้ยิน “เราเคยพยายามส่งจดหมายให้พวกท่านมาช่วยเราหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เห็นมีตอบกลับมาสักฉบับจนเราไม่ขาดหวังอะไรจะได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์แล้วละ”

“เราเข้าใจเป็นเราคงคิดแบบนั้นเหมือนกัน”

พระธิดามณีตากล่าวแล้วยืนคิดอยู่คนเดียว

“เออ........ต้องขอโทษแทนบาบานาด้วยนะครับ” เรมเดินเข้ามา

“แม่เฒ่าพูดถูกแล้วละ” พระธิดามณีตากล่าว “เราเอาแต่บอกจะช่วยเหลือทุกคน แต่สุดท้ายเรากับเลือกปฏิบัติอยู่ดี”

“ท่านอย่าคิดเยอะน่า” เรกล่าว “ต่อให้ท่านมาไม่มายังไรพวกเราก็ควรช่วยเหลือตัวเองก่อน”

จากนั้นคนจากหมู่บ้านอื่น ๆ อีกหกหมู่บ้านก็มาถึงรวมทั้งจากเมืองลอยฟ้าฮาบีริง เมื่อหมู่บ้านที่ลงแข่งทั้งหมดมาถึงพวกเขาเริ่มตั้งขบวนแล้วเดินเข้าไปในสนามแข่งขันเดนเจอร์สเตงเนอร์โซน เป็นสนามโล่งกว้างขนาดใหญ่มีที่นั่งจัดเป็นชั้น ๆ ตั้งเสารูปปั่นสัตว์ประจำหมู่บ้านบนชั้นสูงสุดของแต่ละหมู่บ้านมีที่นั่งของกรรมการที่ด้านล่างสุดเป็นห้องสี่หลี่ยมสีแดง และที่นั่งแขกอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นโดมสีเหลืองตั้งสูงกว่าระดับหนึ่งให้เท่ากับรองชั้นสูงสุดของที่นั่งแต่ละหมู่บ้านเพื่อให้แขกได้เห็นการแข่งขันชัดเจน แต่ละหมู่บ้านเริ่มหาที่นั่งลงตามโซนที่นั่งของแต่ละหมู่บ้าน เรนั่งอยู่ที่นั่งฝังหมู่บ้านป่าอัลเลไลย์ติดกับหมู่บ้านป่าอัลเลไลย์บนต้นฝ่ายของโฟรเพราะทั้งสองนับถืออารุคาริมต่างกันจึงตัดสินใจแยกกันเวลาแข่งขันเดนเจอร์สเตงเนอร์โซน เมื่อทุกคนนั่งลงและเงียบลงแล้ว กรรมการที่ในสายตาเรก็แค่คนบรรยายการแข่งขันก็กล่าวว่า

“ยินดีทุก ๆ ท่านชาวดาวสเป-ซอสสู่สนามเดนเจอร์สเตงเนอร์โซน”

เสียงปรบมือดังขึ้นกับเสียงร้องแสดงความยินดีก้องสนามกีฬา จารารากับเทลเวอร์เอานิ้วอุดหูพยายาม แต่ศวอสกับมองไปที่กรรมการด้วยความสนใจว่าเขาทำได้ยังไงถึงสามารถทำเสียงให้ดังไปทั่วที่นี้แห่งนี้ได้ยังไงกัน เขาเพ่งมองไปที่กรรมการนั่งอยู่ก็เห็นแตรจจากเปลือกหอยยักษ์สีขาวตั้งอยู่กลางโต๊ะ ในนั้นมีกรรมการสองคน คนแรกเป็นมนุษย์กระทิงอีกคนเป็นคนแคระเครายาว

“ณ วันนี้เรามีแขกพิเศษจากดาวของชาวกรุงได้มาชมการแข่งขันของพวกเราครับ”

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งแล้วทุกคนก็หันมามองพระธิดากับคนอื่น ๆ

“และเพื่อไม่เป็นการเสียงเวลาเรามาเริ่มร้องเพลงเปิดพิธีกันเลย”

แล้วจากนั้นก็มีคนถือเคครื่องดนตรีออกมาจำนวนหกคนถือเครื่องดนตรีเป็นกลองที่ทำมาจากกระดองเต่าห้าอัน และไมค์ที่ทำมาจากเปลือกหอยโข่ง พร้อมกับนักเต้นลำจากแต่ละหมู่บ้านละห้าคน พวกเขามายืนกันตรงกลางสนามแล้วเริ่มบันเลงดนตรี ทุก ๆ คนในสนามเริ่มร้องตาม

 

ด้วยอำนาจแห่งดิน น้ำ ลม ไฟ

ที่แห่งนี้ ไร้เกียรติยศ ไร้ศักดิ์ศรี ไร้เงินตรา มีเพียงแค่กำลัง อำนาจและปัญญา

อัดให้เละ ฟันไม่ยั่ง เป้าให้วอด ด้วยพลัง กลโกง มุขตุกติกใด จดงั้นมาชะ

ร้องขอความเมตตาต่ออารุคาริมเ เวลาของเจ้ามาถึงแล้ว

สวดมนต์อ้อนวอนเพราะโรอาของข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ่ง

เตรียมตัวให้ดี เวลามันกำลังมา........ถึงไม่ตายแต่เจ็บโคตรเลย

ผู้อ่อนจงกินผักไป ผู้แข่งแกร่งเท่านั้นที่จะได้กินเนื้อ

อยากกังวน แต่จงเตรียมตัว เลือดท่วมแน่นอน....

ณ เดนเจอร์สเตงเนอร์โซน

 

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเพลงจบลง มีเพียงทางฝั่งพระธิดาที่นั่งอึ่งกับเนื้อเพลง

“เป็นเพลงที่น่ารังเกียจที่สุดเลย” จารารากล่าว

“ครั้งนี้ขอบเห็นด้วยนิด ๆ กับจารารานะ เพลงน่ากลัวมาก” โอพูกระชิบกับศวอส

“ก็ดูเข้ากับพวกเขาดีนะ” ศวอสกล่าว

“เป็นเพลงที่น่าเกลียดและไร้ยางอายที่สุด” เทลเวอร์กล่าวเสียงดังแต่ไม่มีใครได้ยิน

“ข้าก็เห็นเขารังเกลียดทุกอย่างของที่นี้ แล้วท่านคิดว่าไงครับพระธิดา” รมโมหันมาถามพระธิดมณีตา

“มันบอกยากนะ” พระธิดากล่าว “แต่ก็บ่งบอกสิ่งที่ต้องการชัดเจนมาก”

เรนั่งอยู่ที่ชั้นสามของที่นั่งฝังหมู่บ้านอัลเลไลย์เพื่อรอคิวแข่ง จากนั้นก็มีประกาศในเวลาลงชื่อคนแข่งขัน ก่อนจะมีคนเดินมาให้ลงชื่อลงแข่งที่ตัวเองต้องการ เรลุกไปลงชื่อการแข่งธนู ตะลุยวิบากและตะลุมบอน ธนูกับการลุยด่านวิบากคือสิ่งที่เขาทำบ่อยสุด ๆ ในเขต ในขณะที่เรมลงแข่งเยอะกว่าเขา เรมลงทั้งยิงปืน บทกวี เล่าเรื่อง ตอบคำถาม มนต์อสูร การ์ดไมย์เลเจนและตะลุมบอนที่จริงเรก็ตั้งใจจะลงอยู่หลายอย่างแต่เขาไม่อยากไปแย่งรางวัลมากเกินไปเลยลงแค่นี้ดีกว่า

เมื่อลงชื่อเสร็จแล้วพวกเขาก็เริ่มการประลองแรกทันที่เริ่มการประลองดำน้ำเพื่อฝึกความอดทน ในระหว่างจัดเตรียมสถานที่ก็มีตะกร้ายักษ์สองใบลอยมาที่หน้าบาบานา ใบแรกสีแดง ใบที่สองสีเขียว นั้นคือตะกร้าลงเดิมพันของแต่ละคนสีแดงเอาไว้ใส่เนื้อ สีเขียวใส่ผัก โดยจะมีการจัดลำดับหกหมู่บ้านแรกจะได้ตระกร้าเนื้อมากสุดไปน้อยสุดกับตระกร้าผักน้อยสุดไปมากสุด ส่วนลำดับที่เจ็ดถึงสิบสองจะได้ตะกร้าผักที่มากสุดไปน้อยสุดกับตระกร้าเนื้อน้อยสุดไปถึงมากสุดที่เหลืออยู่ ทุกคนลุกขึ้นมาลงเดิมพันสลับระหว่างเนื้อกับผัก เรใส่ผักกระหล่ำไปสองหัวกับกุ้งห้าตัว ทุกคนใส่อย่างละนิดอย่างละหน่อยจนตระกร้าทั้งสองเกือบเติมแล้วนำเทผสมกันก่อนจะนำไปชั่งน้ำหนักเพื่อหาตระกร้ามากสุดไปจนถึงน้อยสุดแล้วเทเพิ่มอีกตระกร้าละนิดหน่อยเพื่อเป็นรางวัลในการแข่งรอบนี้ จากนั้นก็เริ่มการประลองพวกเขาใช้เวทย์มนต์ช่วยกันเสกบ่อน้ำขนาดสูงใหญ่ที่ลึกมากทำจากปูนแล้วโยนหินเรืองแสงสิบสอนก้อนลงนบ่อน้ำ และอธิบายกติกาว่าใครทุกคนลงไปแข่งกันเก็บหินเรืองแสงแล้วขึ้นมาข้างบนให้ได้ก่อนคนแรกโดยมีกฏข้อเดียวซึ่งเป็นกฏเดียวในสนามเดนเจอร์สเตงเนอร์โซนนั้นคือหาฆ่ากันเด็ดขาด ผู้เข้าแข่งขันของแต่ละหมู่บ้านมารอบบ่อน้ำ จากนั้นกรรมการก็ให้สัญญาณแล้วเริ่มการแข่งขันผู้ดเข้าแข่งขันทุกคนกระโดดลงบ่อน้ำ เหล่าผู้ชมก้มลงมองในบ่อน้ำที่แต่ละคนทั้งรีบว่ายลงและใช้เวทย์มนต์ขัดคู่แข่งไม่ให้ลงไปได้ก่อนตัวเองบ้างคนก็ใช้คาถาช่วยให้ตัวเองว่ายง่ายขึ้น เกิดการชนละมุนในน้ำกันจนน้ำกระจายพุงออกมาจากบ่อถึงที่นั่งคนดู เรนั่งเฉย ๆ รับน้ำที่แตกกระจายออกมาเย็นดีจัง

“นี้มันการแข่งบ้าอะไรเนี้ย” จาราราโวยวายรีบเช็ดน้ำออกด้วยความโกรธจัด

“เป็นการแข่งที่ป่าเถื่อนที่สุด” เทลเวอร์โวยวายเช่นกัน

แต่พระธิดามณีตากับหัวเราะออกมา มีรมโม ศวอว โอพูกับกูเลมได้แต่นั่งนิ่งไม่ขยับเริ่มระวังว่าจะมีอะไรลอยมาไหม

เมื่อการแข่งขันแรกจบลงที่หมู่บ้านผีโกสเดสเทอเวส ต่อด้วยการแข่งขุดดินน็อกได้ที่หนึ่ง แข่งขี่พาหนะ แข่งประกอบสิ่งของที่เฟลได้ที่หนึ่ง แข่งยิงปืนที่เรมสามารถชนะได้ที่หนึ่ง แข่งบวกเลขเร็ว แข่งตกปลาตัวใหญ่ที่โฟรรับที่หนึ่งไป แข่งบทกวีที่เรมได้ที่สาม แข่งตักน้ำที่เป็นอัลฟิทำได้ที่สองรองจากโฟรที่ได้รับที่หนึ่ง แข่งบินซึ่งหลิ่งชนะที่หนึ่งไปสบาย ๆ  แข่งมนต์อสูรที่เรมได้ที่สาม แข่งปีนป้ายและแข่งความอดทนที่น็อกรับที่หนึ่งไป เล่าเรื่องที่เรมได้หนึ่งจากการเล่าเรื่องตลก ตอบคำถามที่เรมได้ที่ห้า แข่งโยนของและแข่งลอบเล้นที่หลิ่งรับที่หนึ่งไป แข่งทำอาหารที่โฟรได้ที่หนึ่งส่วนเรมได้ที่ห้า แข่งสลักหิน แข่งยกของหนักที่น็อกและชาวภูเขาไทเพนรับที่หนึ่งไปส่วนเรียมได้ที่สอง ต่อด้วยการ์ดไมย์เลเจน เรมเดินลงแข่ง เขาสามารถชนะได้จนมาถึงรอบชิงแข่งกับอัง

“ไงอัง” เรมกล่าวทักทาย

“ไงเรม” อังตอบกลับ “ดีใจที่ได้เจอนายในรอบชิงเพื่อน”

“เช่นกัน” เรมกล่าวแล้วการแข่งก็เริ่มขึ้นโดยมีตัวเลขยี่สิบที่อยู่ในวงกลมหยดน้ำสีแดงรอยอยู่เหนือทั้งสองหยดเป็นตัวบอกพลังชีวิต รอบแรกเรมเรียกทหารกบสองตัว อังเรียกยักษ์โล่ออกมา ต่อมาเรมก็ใช่มนต์สาปแกะใส่ยักษ์โล่แล้วเรียกทหารปลาออกมาก่อนจะสั่งให้ทหารกบโจมตีใส่แกะและอังพลังชีวิตของอังเหลือสิบแปด

“ไม่เลวเพื่อน” อังกล่าวแล้วเขาก็โยนไพ่เวทย์มนต์ธนูแสงทำลายทหารปลาจนหมดแล้วเรียกนกทองโจมตีใส่เรมพลังเหลือสิบหก

“โดนของหนักแฮะ” เรมพิมพัมแล้วพิจารณาไพ่บนมือตัวเองก่อนจะดีดนิ้วแล้วโดนไพ่จอมเวทย์เฒ่าลงมาแล้วยิงลูกไฟใส่อังจนพลังชีวิตของอังเหลือสิบสอง ต่อด้วยไพ่กระสุนไฟใส่นกทองจนมันสลายไป

“ไม่เลวนี้เรม เล่นของหนักเลยนะ” อังดูไพ่บนมือก็จะโยนไพ่เกราะลมที่จะทำให้เขาไม่โดนเรมโจมตีหนึ่งรอบก่อนจะใช้ให้ทำให้จั่วไพ่เพิ่มได้สองใบแล้วเรียกนกฟีนิกส์ลงมา

เรมจั่วไพ่ก่อนที่จอมเวทย์มนต์ไพ่เฒ่าจะยิงเวทย์ใส่อังสองครั้งทำให้พลังชีวิตของอังเหลือสิบ แล้วเขาก็เรียกปราญกบชราลงมาแล้วจบรอบแค่นี้

อังจั่วไฟแล้วยิ้มออกมาเขาโยนไพ่พายุทำลายล้างทำให้การ์ดปีศาจทุกใบถูกทำลาย แต่ตัวฟีนิกส์มีความสามารถเกิดใหม่แล้วเพิ่มพลังโจมตีได้ กบเฒ่าของเรมก็มีความสามารถเมื่อตายจะสุ่มเวทย์มนต์ให้เขาหนึ่งไฟ อังสั่งนกฟีนิกส์ที่เกิดใหม่โจมตีใส่เรมพลังชีวิตเหลือหกแล้วโยนไพ่ลมดาบพลังชีวิตของเรมเหลือสาม

เสียงเชียร์ปรบมือเชียร์อังหนักขึ้น แต่เรมกับยิ้มมุมปากเมื่อเริ่มรอบของเขา เรมจั่วไพ่แล้วโยนไพ่ใส่อังหนึ่งใบ อังมองตาค้างเพราะมันคือไพ่คลื่นน้ำยักษ์ที่จะสร้างความเสียหายสิบได้ คลื่นยักษ์พุงถล่มใส่อังทำให้พลังชีวิตเขาเหลือศูนย์ เรมเป็นผู้ชนะการแข่งครั้งนี้

เรมขึ้นมาชนกำปั่นกับเร “เนื้อกองโต”

“งานนี้ได้น่าจะได้กินเยอะอยู่” เรกล่าว

“ดีมากลูกชาย” เรียมกล่าวชม

“เธอเก่งจังเลยนะเรม” อัลฟิกล่าว

“เกมการ์ดยังไงก็วัดกันที่ฝีมือกับดวงนิดหน่อยนะ”

“โอ้ยนอกจากหนังสือก็มีไพ่นี้และที่เรมถนัดละ” จ้อยกล่าว “สองคนนี้เล่นกันบ่อยนะ”

“โดยที่ผมชนะบ่อยกว่า” เรกล่าว

“งั้นแน่จริงทำไมไม่ลงแข่งละพี่ชาย” เรมกล่าว

“ถ้าฉันลงก็แย่งรางวัลหมดสิ”

“อวดเบ่งจริง ๆ ”

จากนั้นก็เป็นการแข่งวิ่งรอบสนามสี่ร้อยเมตร แข่งกินจุ แข่งทำอาหาร แข่งก่อทรายให้สูงที่สุดในเวลาสิบนาที และมาถึงการแข่งสุดท้ายศึกตะลุมบอน

“เอาละพวกเรา” เรียมลุกขึ้นยืน “ได้เวลาเนื้อกองโตละ”

“ครับ ๆ ” เรกับเรมและชาวป่าอัลเลไลย์อีกชาวป่าอัลเลไลย์สามคนลุกขึ้นลงสู่สนามเพื่อเตรียมตัวและเลือกอาวุธคนละสองชิ้น การแข่งตะลุมบอนมีกติกาง่าย ๆ ก็คือจะให้ทุกคนสวมสร้อยกลมสีแดงตัวแทนพลังชีวิต หากแตกคน ๆ นั้นก็จะแพ้และออกจากเกมทันที ใครหรือทีมไหนเหลือเป็นกลุ่มสุดท้ายกะเป็นผู้ชนะ

“เอาละเตรียมตัว ๆ อย่าให้พลาดเหมือนครั้งก่อนละ”

“โดนแม่ขุ่มารึไงครับพ่อ” เรกล่าวกับเรียม

“เฮ้ยเร เอาพลาดที่หนึ่งมาห้ารอบติดแล้วนะ”

“แล้วไง ได้ที่สองที่สามก็ได้เยอะอยู่ดีและน่า”

“นี้แกเคยจริงจังอะไรในนี้บ้างไหมเนี้ย” เรียมกล่าว

“อย่างน้อยผมก็พยายามเอาเนื้อมาเยอะแล้วกัน”

จากนั้นทั้งสิบสองหมู่บ้านก็ส่งทีมจำนวนทีมละหกคนลงสนาม เรยืนอยู่รอบ ๆ กลุ่มขนาดใหญ่จากทั้งสิบสองหมู่บ้าน เขาเก็บธนูไว้ด้านหลังและกำหอกไว้พร้อมกับมองไปรอบ ๆ เพื่อเตรียมตัว เขาเห็นโฟร หลิ่งและน็อกยืนอยู่แนวหน้าของทีมคิดไว้แล้วละใจจริงเขาอยากจะเล่นงานทั้งโฟร หลิ่งและน้อกให้ออกจากการแข่งทันทีในรอบแรก แต่เขาคงล้มทำในตอนนี้ไม่ได้แน่เพราะด้วยจำนวนที่เยอะในช่วงแรกไหนจะการโดนเพ่งเล่งจากคนอื่น ๆ เรมอบไปรอบ ๆ ก็เห็นหลาย ๆ คนชุบชิบนินทาแล้วจ้องมาที่เขา โฟร หลิ่งและน็อก ไม่แปลกใจที่พวกเขาก็จ้องเล่นงานพวกผู้รับภารกิจที่มีโอกาสจะเป็นตัวเต็งของการแข่งตะลุมบอน

จู่ ๆ ก็มีเสียงนกหวีดดังขึ้นกะทันหัน เรรีบกระโดดถอยหลังแล้วเล่งยิงธนูไปตามเป้าหมายที่สายตาเขามองเห็น อาวุธพวกนี้เป็นของปลอมเมื่อโดนจะเป็นการกระแทรกใส่แทน เขาสามารถยิงโดนล้มคู่แข่งได้ทีเดียวสามคน แล้วหยิบหอกออกมาวิ่งเข้าใส่กลางวงแล้วเหวี่ยงรอบทิศสองรอบจัดการคู่แข่งไปได้อีกห้าคน ก่อนที่เขาจะรีบก้มหลบธนูที่ลอยมาที่เขา เรหันไปสังเกตเห็นอังเล่งยิงธนูที่ละคน ๆ เรหันไปหาเรมแล้วส่งสัญญาณชี้ไปที่อัง เรมพยักหน้าแล้วหยิบมีดคู่ออกมาวิ่งไล่จัดการคู่แข่งระหว่างทางแล้วกระโดดเข้าใส่อัง แต่อังเห็นเรมก่อนแล้วโกงธนูเตรียมยิงเรม แต่เรใช้จังหวะนี้ยิงธนูไปที่อังโดนสร้อยของอังจนล้มลง เรมร้องและยิ้มออกมาพักสักก่อนจะโดนหลิ่งบินมาเตะโดนสร้อยของเรมแตกละเอียด เขาล้มหลงไปนอนคู่กับอัง

เรรีบมองขึ้นพาก็เห็นมีหลายคนที่มีความสามารถในการบินได้เริ่มบินโจมตีคู่แข่งโดยเฉพาะคนจากเมืองลอยฟ้าฮาบีริงที่มีความสามารถการบินอยู่แล้ว หลายคนที่เห็นเริ่มผวาดแล้วหันไปโจมตีพวกที่บินอยู่ เรยังเห็นพ่อกำลังสั่งให้คนที่เหลืออยู่ตอนนี้สองคนช่วยกันเล่นงานพวกที่บินได้ส่วนเขาจะเคลียทางภาพพื้นดินแล้วส่งชูบนฟ้าสัญญาณให้เรช่วยเล่นงานพวกที่บินได้ด้วย เรยิ้มออกโดยที่ไม่ต้องสั่งด้วยซ้ำเพราะปกติคนทั่วไปอาจจะกลัวพวกบินได้ แต่เขากลับรู้สึกเฉย ๆ มาก แล้วเรก็กระโดดพุ่งตัวยิงโจมตีคนที่บินอยู่หนึ่งคนแล้วพร้อมเตะสร้อยคอแตกได้อีกหนึ่งคน แล้วเรกับกระโดดทีบใส่อีกคนแล้วให้เป็นที่ดีดตัว เรพุ่งขึ้นฟ้าใส่คนที่กำลังขี่บอร์ดบินได้อยู่ เรพุ่งอัดใส่คนที่ขี่บอร์ดอยู่ล่วงลงไปแล้วยึดบอรืดนั้นมาใช้แทน จากนั้นเรก็เริ่มกระหน่ำยิงคนที่บินอยู่สลับบนพื้น แต่เรก็ต้องรีบบินหลบอย่างรวดเร็วเพราะหลิ่งเริ่มโจมตีเขา แต่เรไม่สนใจที่จะเล่นงานหลิ่งคืนตอนนี้ เขารีบบินหลบการโจมตีของหลิ่งไปเลื่อย ๆ แล้วไล่โจมตีพวกที่บินได้จนเหลือแค่หลิ่ง เร เรรีบลงสู่พื้นที่ตอนนี้เหลืออยู่หกคนและพ่อและคนอื่นในทีมของเขาก็แพ้ไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนที่แพ้พากันเดินออกจากสนาม

“เหลือฉันแค่คนเดียวนี้นะ” เรพึมพำ แล้วหันไปโจมตีคนที่เหลือต่อจนในที่สุดก็เหลือแค่สี่คนได้แก่เร โฟร หลิ่งและน็อก

“ไงเพื่อน” น็อกกล่าวชูขวานกับดาบขึ้นมาเตรียมตัวบุก

“เหลือแค่พวกเราจนได้สินะ” หลิ่งกล่าวชูค้อนขึ้นมา

“ฉันดีใจที่เหลือแค่พวกเขานะ” โฟรกล่าวแล้วชี้ไม้คถามาที่ทั้งสาม

“มาวัดกันเลย” เรกล่าวกำหอกแน่นขึ้น

“เอาละครับแก็งเขตสี่และเออ.....มีอดีตเขตสี่คนหนึ่งจะลุยกันแล้วครับ นี้ต้องเป็นศึกที่สนุกมากแน่ ๆ ครับ”

แล้วทั้งสี่ก็บุกใส่กัน เรกระโดดขึ้นแล้วโจมตีใส่โฟร ส่วนหลิ่งบินโจมตีใส่น็อก เรเหวี่ยงหอกใส่โฟรอย่างรวดเร็ว แต่โฟรหลบทันแล้วหวดคถากลับใส่เร เรกระโดดถอยหลังแล้วโดดทีบใส่ โฟรกระโดดหลบไปอีกทางแล้วทุบคถาใส่เร เขาใช้หอกรับไว้ได้แล้วเริ่มยกโฟรขึ้นด้วยพละกำลังของลูกครึ่ง โฟรเองก็พอคาดการเรื่องแบบนี้ไว้เลยใช้เวทย์มนต์เพิ่มเรี่ยวแรงช่วยต้านเรี่ยวแรงของเรไว้ แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื่อกันอยู่นั้น ก็มีธนูของหลิ่งรอยมาทางพวกเขาห้าดอกพร้อมกับน็อกที่กำลังวิ่งหลบมาที่พวกเขา โฟรรีบดีดตัวออกส่วนเรกลิ่งตัวหลบ ตอนนั้นเองที่น็อกวิ่งมาทางเขาโดยที่หันไปมองหลิ่ง เมื่อน็อกหันมาเห็นเร น็อกก็ชูอาวุธของเขาขึ้นมาฟาดใส่เร เรใช้หอกรับอาวุธทั้งสองไว้ได้แล้วพยายามดันอาวุธกลับให้น็อกล้มแต่น็อกแข็งแรงกว่าเขามาก เรคอย ๆ ก็ดันจนเท้าเริ่มจมพื้น

“นายอาจจะเป็นลูกครึ่งเร แต่ฉันนะสายเลือดแท้พวก”

“แต่หมอนี้เหยื่อฉันน็อก” จู่โฟรก็กระโดดเตะใส่เร เรที่เห็นชั่วขณะมีเวลาเอียงตัวหลบนิดหน่อยทำให้โดนเตะที่หัวจนล้มลง โฟรต่อด้วยใช้คถาตีใส่สร้อยของน็อกจนแตพละเอียดและตามด้วยกระโดดโจมตีใส่เร เรที่ห้ายมึ่นงงแล้วเห็นโฟรพุงใส่เขา เขาชูหอกขึ้นมาปัดไม้คถาของโฟรแล้วเขาหัวกระแทรกใส่สร้อยของโฟรจนแตกละเอียล ทั้งโฟรและน็อกนอนกองอยู่ที่พื้น เรลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองรอบ ๆ เพื่อหาตัวหลิ่ง

“ล้มไปแล้วเหรอ”

จู่ ๆ ก็มีลูกธนูพุ่งใส่สร้อยของเรแตกละเอียด เรล้มลงพื้นอย่างแรง พร้อมกับหลิ่งที่บินลงมากลางวงสามหนุ่ม เธอยิ้มร่าเริงแล้วชูธนูขึ้นแล้วตะโกนก้องด้วยความดีใจต่อชัยชนะว่า “แด่โฮเกนฮอน”

เสียงปรบมือดังก้องจากฝั่งเมืองลอยฟ้าฮาบีริง แล้วกรรมการก็ประรายชื่อผู้ชนะ ส่วนนอนหัวเราะใส่กันสำหรับผลรับการแข่งขันครั้งนี้อย่างน้อยได้ที่สองก็ไม่เลวเลย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น