คัดลอกลิงก์เเล้ว
{กั้งซีดี} คือเธอเท่านั้น | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



















ฟิคเรื่องสั้นนี้ แต่งขึ้นให้เป็นของขวัญแก่ชาว KCD



เป็นการขอบคุณที่อยู่ร่วมกันมาถึง 1 ปี รวมไปถึงเป็นการขอบคุณสำหรับคนที่ติดตามผลงานของเรามาโดยตลอด



หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย






Yoting.






เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 มี.ค. 58 / 13:31













 

 

     เด็กหนุ่มสองคนในวัยใกล้เคียงพากันวิ่งจากบ้านสวนไปสู่ทุ่งหญ้าโล่งกว้างอันเป็นสถานที่ที่พวกเขามักจะวิ่งเล่นด้วยกันประจำ


"พี่กั้ง รอซีด้วยสิครับ" หนุ่มน้อยซีดีผู้เป็นน้องวิ่งตาม 'กั้ง' ผู้ที่ตนนับถือเหมือนพี่ชาย


"มาเร็วๆสิ" กั้งหันมาหาน้องชายตัวน้อยพร้อมกับส่งมือให้เขาจับพลางวิ่งไปด้วย กระทั่งมาถึงรั้วไม้สีขาวซึ่งกั้นระหว่างบ้านหมู่บ้านเล็กๆกับทุ่งหญ้า


     เด็กทั้งสองพากันปีนขึ้นบนรั้วไม้ ทั้งคนพี่และคนน้องหย่อนกายนั่งลงระหว่างชั้นของรั้วสีขาว พวกเขาพากันพูดคุยถึงรายการโทรทัศน์ที่เพิ่งชมมาเมื่อไม่นาน ซึ่งรายการที่นำเสนอมานั้นเป็นรายการเกี่ยวกับการแข่งขันด้านดนตรี


     และทุกครั้งหลังจากชมรายการเพลง สองพี่น้องมักจะออกมาพบกันเพื่อพูดคุยและเต้นรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน ครั้งนี้เองก็เช่นกันที่กั้งมักจะเริ่มร้องเพลงออกมาก่อนส่วนคนน้องจะเป็นผู้ตามเสมอ

 

 

~มาเล่นให้ใจฉันเต้นแบบนี้ ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่ไหม ใจมันเต้นมันเต้นเป็นจังหวะรัก แล้วเธอละอะเป็นจังหวะยังไง~

 

 

"ตาซีบ้างนะพี่กั้ง" เด็กน้อยลงจากแผ่นรั้วไม้มายังพื้นหญ้านุ่ม วาดขาออกเป็นท่าทางประกอบกับเปล่งเสียงร้องเพลงแบบเด็กๆ แต่หารู้ไม่ว่าท่าทางอย่างนี้ทำให้ผู้เป็นพี่ชายนั้นจดจ้องอย่างไม่วางตา มันไม่ใช่ท่าทางที่แปลกอะไรมากนักแต่ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาเสียจริง

 

 

~ชอบก็จีบเลยชอบก็จีบเลยเซ่ ชูวับๆ ยอมให้จีบเลยยอมให้จีบเลยนะ โยโหโห เข้ามาจีบเลยเข้ามาจีบเลยเซ่ ชูวับๆ ฉันไม่เก่งเรื่องนี้ไม่เก่งเรื่องนี้ วอนเธอทำก่อน~

 

 

     รอยยิ้มที่สดใสของเด็กน้อยที่หันมาทางกั้งที่นั่งอยู่ด้านบนแผ่นไม้สีขาวที่นั่งมองร่างของผู้เป็นน้องชายด้วยความหลงใหล



"พี่กั้ง พระอาทิตย์จะตกแล้ว" ซีดีร้องอย่างตื่นเต้นพลันวิ่งขึ้นนั่งลงด้านบนแผ่นไม้เคียงข้างร่างของผู้เป็นพี่ชาย


     ดวงอาทิตย์กลมโตสีแดงเคลื่อนจากท้องฟ้าโล่งกว้างสู่พื้นดินอย่างช้าๆ โดยมีกลุ่มดวงดาวปรากฎแทนที่



"หมดไปอีกวันแล้วสินะครับ" อยู่ๆเด็กน้อยก็พูดขึ้นขณะที่สายตาจดจ้องมองกลุ่มดาวด้านบน



"วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆเลยนะ... ซีดีมีความฝันหรือยังว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร" กั้งหันมาหาซีดีที่เอาแต่แหงนหน้าขึ้นด้านบน เมื่อได้ฟังคำถามเจ้าตัวก็คลี่รอยยิ้มและก้มหน้าลงเล็กน้อย



"ซี... อยากเป็นนักร้องครับ"



"ทำไมละ"



"ซีชอบร้องเพลงชอบเต้นด้วย เวลาที่ซีได้เต้นซีมีความสุขมาก โดยเฉพาะตอนที่ได้เต้นกับพี่กั้ง" เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองสบสายตากับพี่ชายพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง



"แล้วพี่กั้งละครับ"



"พี่เองก็อยากเป็นนักร้องเช่นกัน เวลาที่พี่ได้ร้อง ได้เต้น พี่มีความสุขมาก"



     ซีดียิ้มรับในความใฝ่ฝันของกั้งที่มีความฝันเช่นเดียวกันกับตนก่อนจะเอื้อมมือมากุมมืออีกฝ่ายเบาๆ



"พี่กั้งครับ ไว้โตขึ้นเรามาทำตามความฝันของเรากันนะครับ"



     ดวงตาของคู่น้อยฉายแววแห่งความฝันอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของเด็กน้อยที่อยากทำตามความฝันของตนเอง



     คนพี่ยิ้มตอบรับพร้อมกับพยักหน้าลงเล็กน้อย มือของกั้งที่ถูกกุมไว้ข้างหนึ่งเปลี่ยนมากุมมือน้อยของซีดีเป็นการตอบตกลง



"ตกลงครับซีดี เรามาทำตามความฝันของเรากันนะ"



 

******************************

 



     หลายวันถัดมาเด็กน้อยซีดีมุ่งตรงจากบ้านของตนเองไปยังบ้านของพี่ชายคนสนิทเพื่อจะชวนไปเที่ยวเล่นในหมู่บ้านอย่างที่ทำเป็นประจำ ทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่าผู้ใหญ่ทางบ้านของอีกฝ่ายช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถ มันมากมายราวกับว่ากำลังจะย้ายบ้านเสียทีเดียว



"คุณน้ากุ้งครับ" เด็กน้อยเอ่ยเรียกหญิงสาวผู้เป็นมารดาของกั้งซึ่งกำลังเดินจากบ้านมายังรถยนต์ที่จอดอยู่



"อ้าว หนูซีดี มาหาพี่กั้งหรือจ้ะ" หญิงสาวทักทายเด็กน้อยอย่างเอ็นดูด้วยความรู้จักกันมานาน



"ครับ ว่าแต่น้ากุ้งจะไปไหนหรือครับ"



"น้ากำลังจะไปทำธุระกรุงเทพกับน้าปูจ้ะ พี่กั้งก็จะไปด้วยเหมือนกันจ้ะ"



     เมื่อทราบว่าพี่ชายคนสนิทจะไปอยู่ต่างที่ที่ไกลแสนไกลก็อดใจหายไม่ได้ ซีดียืนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจอยู่สักพักร่างของกั้งก็ปรากฎขึ้นแทนที่หญิงสาวผู้เป็นแม่ เด็กน้อยรีบหันไปหาและโผเข้ากอดอย่างแน่น



"พี่กั้ง พี่กั้งทำไมไม่บอกซีดีละครับว่าพี่กั้งจะไปอยู่ที่อื่น"



     เด็กน้อยถามเสียงสะอึ้นทั้งที่ยังคงกอดรัดร่างของพี่ชาย กั้งเองก็ได้แต่ยืนนิ่งกอดตอบร่างเล็กเบาๆ



"พี่เองก็เพิ่งทราบเมื่อวานนี้เองครับซี ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก" เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด กั้งผละร่างเล็กออกเล็กน้อยพร้อมกับส่งปลายนิ้วปาดน้ำตาเบาๆบริเวณแก้มใส มือน้อยวางทับหลังมือของพี่ชายที่แนบกับแก้มของตนพลันน้ำตาของเด็กน้อยก็ไหลไม่หยุด



"แล้วพี่กั้งจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ อีกนานหรือเปล่า" ซีดีสบตากับพี่ชายขณะถามคำถามไปด้วย แต่คำตอบนั้นกลับยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเศร้าหมองลงอย่างหมดความหวัง



"พี่เองก็ไม่ทราบครับ คุณพ่อคุณแม่เข้าไปทำธุระในกรุงเทพ ส่วนพี่ก็คงอยู่เรียนต่อที่นั่นเลย... คงอีกนานกว่าเราจะได้พบกัน"



     ซีดีตรงเข้ากอดพี่ชายอีกครั้งและครั้งนี้เหมือนจะแนบแน่นกว่าเดิมราวกับจะซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ให้ได้มากที่สุด ขณะที่กั้งเองก็กอดตอบรับอย่างแน่นเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตนเองจะได้กลับมาที่นี่อีกเมื่อใด แต่ในตอนนี้จะขอจดจำภาพบรรยากาศนี้ให้ได้นานที่สุดก่อนจะจากลา



     หลังผละจากอ้อมกอดของกันและกันได้ไม่นาน กั้งเอื้อมมือถอดสร้อยคอของตนที่เป็นโซ่ขนาดเล็กโดยมีแหวนสแตนเลสคล้องเป็นจี้สวมเข้าที่คอของซีดีเสมือนเป็นตัวแทนของตนเอง



"พี่ฝากสร้อยคอเส้นนี้ไว้ที่ซีดีนะครับ ถือเสียว่าเป็นตัวแทนของพี่เวลาที่เราต้องห่างกัน"



"ครับ ซีจะสวมมันไว้และจะคิดถึงพี่กั้งตลอดนะครับ"



     กั้งส่งมือลูบศีรษะน้อยของซีดีเบาๆก่อนจะตรงเข้าจูบเบาๆบริเวณหน้าผากเล็ก มือทั้งสองที่จับกันแน่นเริ่มคลายออกทีละเล็กน้อยอย่างฝืนใจ สุดท้ายกั้งก็จำที่จะต้องปล่อยมือคู่นี้และขึ้นรถไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลืมที่จะบอกลาก่อนจาก



"ลาก่อนนะครับซี"



     หัวใจดวงน้อยเริ่มแหลกสลายเมื่อรถยนต์คันนั้นเคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ มือน้อยกุมสร้อยคอแน่นพร้อมกับขาทั้งสองที่ทรุดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว เสียงสะอึ้นดังออกมาเป็นระยะกับน้ำตาที่หลั่งไหลจากดวงตาคู่สวยไม่หยุด



"ซีจะรอพี่กั้งนะครับ... นานแค่ไหนก็จะรอ..."





 

     ทางด้านของกั้ง หลังจากที่รถยนต์เคลื่อนออกไปไม่นานเจ้าตัวก็รีบหันหลังมองร่างของเด็กน้อยผ่านกระจกรถ ภาพที่เด็กน้อยทรุดกายลงกับพื้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลกๆ



"พี่สัญญานะซีดี ถ้าพี่เรียนจบเมื่อไหร่พี่จะกลับมาหาพร้อมกับความฝันของเรานะซีดี" เขาพูดพึมพำอย่างแผ่วเบาไปพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด

 




 

******************************

 



 

     เวลาผ่านไปกว่าห้าปี ณ อาคารค่ายเพลงชื่อดังที่ชั้น 35 อันเป็นห้องซ้อมเต้นของซุปตาร์หน้าใหม่อย่าง 'กั้ง วรกร' ผู้มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ของรายการประกวดร้องเพลงชื่อดังแห่งประเทศไทยเมื่อไม่นาน



     เขาตระเวนรับงานอีเว้นท์ งานถ่ายแบบและงานโฆษณาต่างๆเพื่อพัฒนาทักษะของตนเองให้ดียิ่งขึ้น แม้วันเวลาจะล่วงไปกว่าห้าปีแล้ว ในใจของเขาก็ไม่เคยหยุดคิดถึงเด็กน้อยเพียงสักนิด



     นานวันเข้าข่าวดีสำหรับงานในวงการของเขานั่นก็คือการได้รับโอกาสให้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมที่เขาแสดงทักษะความสามารถของตนให้เป็นที่โด่งดังไปทั่วประเทศและวันนี้เองที่ซุป'ตาร์หน้าใหม่เข้ามาทำการซ้อมเต้นสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ของตนเอง



"อ่า ขอบคุณพี่ๆแดนซ์เซอร์ทุกคนมากนะครับ" ชายหนุ่มยกมือไหว้ขอบคุณบรรดาแดนซ์เซอร์ที่มาช่วยเพิ่มสีสันให้แก่การแสดงคอนเสิร์ต



"จ้า ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ"



     หลังจากที่เหล่านักเต้นทั้งหลายทยอยจากห้องไปเหลือเพียงซุป'ตาร์หน้าใหม่ที่ยังคงนั่งอยู่ตามลำพังในห้องซ้อมขนาดใหญ่ ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายมาจากแม่ของเขานั่นเอง



"ครับคุณแม่ ผมซ้อมเสร็จแล้วครับจะลงไปเดี๋ยวนี้... เอ๊ะ!? เรื่องสำคัญ... ครับๆ"



     ชายหนุ่มแปลกใจกับคำพูดและน้ำเสียงที่นิ่งผิดปกติของผู้เป็นแม่ 'เรื่องสำคัญ' คำที่ยังคาในจิตใจจนเขาอดที่จะเร่งฝีเท้าไปยังอาคารด้านล่างไม่ได้



"กั้งมาแล้วเหรอลูก เป็นยังไงบ้างจ้ะ" หญิงสาวเอ่ยทักบุตรชายทันทีที่พบหน้า



"ครับแม่ แล้วเรื่องสำคัญละครับ"



"ขึ้นรถก่อนเถอะจ้ะ แล้วแม่จะเล่าให้ฟัง"



     กั้งทำตามคำบอกของแม่อย่างเชื่อฟัง รถยนต์สีขาวเคลื่อนจากถนนได้ระยะหนึ่งหญิงสาวจึงเอ่ยถามบางอย่างออกมา



"กั้งจ้ะ คอนเสิร์ตของกั้งนี่จะจัดขึ้นวันไหนนะจ้ะ"



"อีกสองสัปดาห์ครับ พรุ่งนี้ต้องซ้อมรวดตั้งแต่เพลงแรกถึงเพลงสุดท้ายเลยครับ" สิ้นเสียงตอบ บรรยากาศภายในรถก็เงียบไป



     ชายหนุ่มรอบมองผู้เป็นแม่เป็นระยะเมื่อเห็นว่าท่านเงียบไปทั้งที่บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แววตาที่สั่นระริกอดทำให้เขารู้สึกผิดปกติไม่ได้ เมื่อรถยนต์สีขาวจอดลงที่หน้าบ้านหญิงสาววัยกลางคนจึงเร่งฝีเท้าหลบหน้าบุตรชาย



"คุณแม่ คุณแม่เป็นอะไร มีเรื่องอะไรจะบอกกั้งหรือครับ" กั้งเร่งฝีเท้าตามแม่เข้าไปในบ้านด้วยสิ่งที่ยังคาอยู่ในใจ



     กระทั่งมาถึงห้องทำงานของพ่อ ตนจึงได้เห็นภาพหญิงสาวร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของบิดา



"ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่กล้าบอกลูก..." น้ำเสียงที่สั่นทำให้คนเป็นลูกตกใจรีบตรงเข้ามาหาทันที



"คุณพ่อคุณแม่ครับ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วเรื่องอะไรที่คุณแม่จะบอกผมครับ"



     ทั้งพ่อและแม่มองหน้ากันด้วยความลำบากใจ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร คุณพ่อเอ่ยเบี่ยงบ่ายด้วยเหตุผลที่ว่ารอให้ผ่านช่วงของการแสดงคอนเสิร์ตไปเสียก่อนเพื่อไม่ให้บุตรชายเก็บไปคิดมาก แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็คงไม่สามารถทนรอได้



"พ่อบอกก็ได้ลูก แต่ขอให้กั้งทำใจเย็นๆไว้ก่อนนะ"



     คำพูดทิ้งช่วงห่างยิ่งทำให้ชายหนุ่มในคอไม่ดี ทั้งสีหน้าและแววตาที่ดูเป็นกังวลของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นมากขึ้น



"คือ... น้องซีดีประสบอุบัติเหตุอยู่ที่บ้านสวนน่ะลูก"





 

******************************

 



 

     ร่างของกั้งแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินว่าคนที่ตนรักประสบอุบัติเหตุ เขาพยายามพูดขอร้องให้พ่อกับแม่เล่าเรื่องราวให้ฟังตั้งแต่เริ่มจนได้ความมาว่า



     ซีดีตั้งใจที่จะเข้ากรุงเทพเพื่อทำตามความฝันของคนเองรวมถึงการออกตามหาพี่ชายคนสนิทไปด้วย ทว่าระหว่างการเดินทางรถยนต์ที่เด็กน้อยโดยสารมากลับประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ร่างของซีดีถูกนำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดบ้านเกิดได้ทันเวลา ตอนนี้เขาได้กลับมาอยู่ที่บ้านดังเดิมแล้ว



"คุณแม่ครับ พากั้งกลับไปที่บ้านสวนได้ไหมครับ กั้งอยากเจอน้อง กั้งคิดถึงน้อง" กั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นปานจะขาดใจ



     ทั้งพ่อกับแม่เองก็ไม่สามารถปฏิเสธบุตรชายได้ หลังออกจากบ้านรถยนต์สีขาวสะอาดมุ่งตรงกลับไปยังบ้านสวนภายในเย็นวันนั้นไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยความรีบเร่ง ทั้งเรื่องงานต่างๆรวมถึงคอนเสิร์ตหายจากความคิดไปทั้งหมด สิ่งที่คิดในตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียว



"ซีดี รอพี่ก่อนนะ พี่กำลังจะกลับไปหาแล้ว"



     ทันทีที่รถจอดลงที่บ้านหลังเก่าของตนเอง ชายหนุ่มรีบเร่งฝีเท้าไปยังบ้านสวนของเด็กน้อยทันที



"คุณอาหนุ่ม" เขาเอ่ยทักชายหนุ่มผู้เป็นบิดาของซีดีที่นั่งอยู่หน้าบ้าน สีหน้าของเขาดูประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบชายหนุ่มที่ห่างหายไปนานถึงสามปี บัดนี้ได้กลับมายังบ้านเกิดของตนอีกครั้ง



"กั้ง กั้งกลับมาแล้วใช่ไหมลูก" พ่อของซีดีเอ่ยอย่างดีใจ ลุกขึ้นต้อนรับอย่างยินดี



"ครับคุณอา น้องซีละครับ น้องซีอยู่หรือเปล่า"



"น้องยืนรออยู่ที่รั้วเดิมนะ ไปสิ"



     รั้วเดิมในที่นี้หมายถึงรั้วสีขาวที่กั้นระหว่างหมู่บ้านกับทุ่งหญ้าโล่งอันเป็นสถานที่ที่พวกเขามักไปวิ่งเล่นกันบ่อยครั้ง



"ขอบคุณครับคุณอา ขอบคุณครับ" กั้งวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้สังเกตว่า พ่อของซีดีนั้นคลี่รอยยิ้มทั้งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจที่ได้พบกับเด็กคนนี้อีกครั้ง



"ขอบคุณนะกั้ง ที่กลับมา..."





 

     กั้งสาวเท้าสุดแรงเกิดเพื่อตามหาเด็กหนุ่มที่ตนเองรักด้วยความเป็นห่วงเป็นกังวล ไม่นานนักสายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างเล็กนั่งหันหลังอยู่บนรั้วสีขาวที่เดิม ฝีเท้าที่เร่งเมื่อครู่ชะลอลงช้าๆมาเป็นการเดินช้าๆเข้าไปหาแทน



"ซีดี..."



     แม้นน้ำเสียงที่เปล่งออกจะแผ่วเบา แต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มที่อยู่ไม่ไกลนักได้ยินและหันมาทางต้นเสียง



"พี่กั้ง พี่กั้งหรือครับ"



     ชายหนุ่มคลี่รอยยิ้มพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความดีใจ สองเท้าก้าวเข้าหาอย่างรวดเร็วขณะที่มือทั้งสองยื่นออกมาโอบกอดร่างบางไว้แนบกายด้วยความคิดถึง



"ซีดี พี่กลับมาหาซีดีแล้วนะ"



"พี่กั้ง พี่กั้งจริงๆด้วย" เด็กหนุ่มกอดพี่ชายตอบอย่างแน่นเช่นกัน ไม่นานนักทั้งสองผละจากอ้อมกอดมาเป็นการมองสบสายตาแทน



"พี่ได้ข่าวมาว่าซีดีประสบอุบัติเหตุ เป็นยังไงบ้าง" มือของพี่ชายแนบกับแก้มใสอย่างแผ่วเบาประกอบกับการไต่ถามอย่างเป็นห่วง



"ซีดีไม่เป็นอะไรแล้ว พี่กั้งละครับเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่ากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่นี่ครับ"



"ใช่จ้ะ พี่กำลังจะมีคอนเสิร์ต ซีดีเข้ากรุงเทพไปกับพี่นะ พี่จะให้ซีดีร่วมคอนเสิร์ตกับพี่ด้วยเหมือนกับความฝันของเราไง นะซีดี"



     รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้เป็นน้องชายหุบลงเมื่อพูดถึงความฝัน ทำเอากั้งประหลาดใจไม่ได้ ยกมือทั้งสองข้างกุมมือน้อยไว้



"ซีดีคงไปกับพี่กั้งไม่ได้หรอกครับ"



"ทำไมละซีดี มันเป็นความฝันของเราไม่ใช่เหรอ ความฝันที่เราจะเป็นนักร้องยังไงล่ะ"



     สิ้นเสียงบรรยากาศรอบข้างก็เต็มไปด้วยความเงียบ ชายหนุ่มไม่เข้าใจกับท่าทีของเด็กหนุ่มตรงหน้าทั้งๆที่เป็นความฝันของตัวเองแท้ๆ



     ไม่นานนักเขาเริ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง ตลอดเวลาที่สบสายตากับคนตรงหน้าแววตาที่ฉายออกภายในดวงตาคู่นั้นมันดูเหม่อลอยผิดปกติ ราวกับไม่ได้มองมาทางตนเอง เมื่อกั้งยกมือขึ้นโบกพัดเบาๆบริเวณใบหน้าก็ต้องเบิกตาโพลง



"ซีดี... ไหนซีดีบอกว่า... ซีดีไม่เป็นอะไรแล้วไง" น้ำเสียงของกั้งสั่นอีกครั้งกับน้ำตาของซีดีที่เริ่มคลอและไหลออกมา



"นี่แหละครับ เหตุผลที่ซีดีไปไม่ได้ ซีดีขอโทษนะพี่กั้ง"





 

******************************

 



 

     กั้งเดินกลับมาที่บ้านเก่าของตนหลังจากพาซีดีไปส่งด้วยความอ่อนแรงและเสียใจเป็นที่สุด เขาหยุดลงที่หน้าบ้านบริเวณต้นไม้ใหญ่ กำหมัดอย่างแน่นและชกลงบนต้นไม้นั้นอย่างแรงแบบนับครั้งไม่ได้



"ทำไม... ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไม!!" ชายหนุ่มตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อระบายขณะที่ยังชกหมัดลงบนต้นไม้



"กั้ง อย่าทำแบบนี้ลูก กั้ง!" เสียงตะโกนที่ดังทำเอาผู้เป็นแม่ตกใจ เร่งฝีเท้าออกมารั้งบุตรชายไม่ให้ทำร้ายตัวเอง



     เลือดสีแดงไหลเปื้อนทั่วหลังมือและบริเวณลำต้นไม้ ชายหนุ่มทรุดกายลงพร้อมกับเสียงสะอึ้นและน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาอาบแก้มไม่ขาด



"กั้ง ใจเย็นๆก่อนนะลูก อย่าทำร้ายตัวเองอย่างนี้" ผู้เป็นแม่เอ่ยพร้อมน้ำตา เธอทรุดกายลงโอบบุตรชายไว้เพื่อปลอบใจ



"คุณแม่ ทำไมคุณแม่ไม่บอกผมว่าหลังจากอุบัติเหตุเกิดอะไรขึ้นกับน้อง" กั้งถามผู้เป็นมารดาโดยไม่มองหน้า



"เป็นคำขอของซีดีน่ะจ้ะ น้องเป็นคนขอร้องไม่ให้ใครบอกกั้งเพราะกลัวกั้งจะเสียงาน แต่อาหนุ่มทนไม่ได้ที่ต้องเห็นน้องออกมารอคอยกั้งอย่างนี้ทุกวัน จึงขอให้แม่มาบอกกับกั้งนะจ้ะ"



     ร่างหนารู้สึกโกรธแค้นตัวเองอย่างมากที่เป็นต้นเหตุทำให้เด็กหนุ่มต้องผิดหวังในการทำตามความฝัน เขาไม่สามารถสั่งห้ามให้น้ำตาหยุดไหลได้ แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ก็ตาม เขาไม่ปริปากพูดอะไรนอกเสียจากเอ่ยเรียกชื่อของร่างบางและกล่าวคำขอโทษอยู่อย่างนั้น



"ซีดี พี่ขอโทษ"







 

     ขณะเดียวกันทางด้านของซีดีเองก็เอาแต่ร้องไห้ออกมาไม่หยุด ไม่ว่าผู้เป็นพ่อจะคอยปลอบอย่างไรก็ตาม



"พ่อครับ พี่กั้งรู้แล้ว พี่กั้งรู้แล้วครับ... พี่กั้งต้องเกลียดซีดีแน่ๆเลย"



"ไม่เอาสิลูกชาย ทำไมถึงคิดว่าพี่กั้งจะเกลียดลูกล่ะ ตอนที่เขามาถึงที่นี่เขาถามหาซีดีคนแรกเลยนะ" พ่อของซีดีโอบกอดลูกชายไว้อย่างแน่น



"แต่... แต่หลังจากที่พี่เขารู้ ก็ไม่พูดอะไรกับซีดีอีกเลย... " เด็กหนุ่มยังคงสะอึ้นไม่หยุดเมื่อนึกถึงช่วงเวลาก่อนหน้านี้ การจบประโยคคำพูดเพียงสั้นๆของเขาก็คือการจบบทสนทนาระหว่างพี่น้องไปโดยปริยาย



     พ่อของเด็กหนุ่มทำได้เพียงปลอบโยนบุตรชายเท่านั้น มันเป็นความผิดของเขาเองที่ไม่ทำตามคำขอของบุตรชายในทีแรกที่ขอร้องไม่ให้บอกกับกั้งเรื่องนี้



"พี่กั้ง… พี่กั้งคงเกลียดซีดีไปแล้ว" เขายังคงกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ทั้งตัวเองและผู้เป็นพ่อต่างก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าว่าที่ซุป'ตาร์รุ่นพี่จะคิดเช่นไร



"นอนพักผ่อนเถอะลูก พี่กั้งเขารักลูกมาก เขาคงไม่เกลียดลูกด้วยเรื่องแค่นี้หรอก เอาไว้พ่อจะถามอากุ้งให้นะ"



     ซีดีผงกศีรษะลงเบาๆเป็นการตอบรับ มือเล็กเช็ดน้ำตาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับเอนกายลงนอนอย่างว่าง่ายแม้นในสมองนั้นยังคงเป็นกังวลก็ตาม









 

     มือหนาของกั้งได้รับการทำแผลโดยผู้เป็นแม่ เมื่อการปฐมพยาบาลเป็นอันเสร็จสิ้นร่างหนาจึงคว้าโทรศัพท์มือถือต่อสายตรงไปยังเพื่อนแดนซ์เซอร์คนหนึ่งที่ร่วมงานคอนเสิร์ตครั้งนี้กับตัวเขา



"พี่เคนครับ พรุ่งนี้กั้งขอพักซ้อมวันนึงนะครับ"



(ทำไมละกั้ง เกิดอะไรขึ้นเหรอ?)



"เปล่าครับ แค่ติดธุระนิดหน่อย ถ้าเสร็จธุระเมื่อไหร่กั้งจะโทรบอกนะครับ"



(กั้ง เดี๋ยว… )



     จบประโยค กั้งวางโทรศัพท์ลงบนเตียงนุ่มโดยไม่ทันฟังรุ่นพี่พูดบางอย่างออกมา ตลอดเวลานั้นผู้เป็นแม่รับรู้การกระทำทุกอย่างของบุตรชาย



"กั้ง กั้งอย่าโกรธน้องเลยนะจ้ะ ที่น้องไม่บอกกั้งเพราะน้องกลัว… " คำพูดที่ขาดช่วงไปทำให้คนฟังเกิดความฉงนจิต หันมองสบสายตาหญิงสาววัยกลางคนอย่างสงสัย



"กลัว? กลัวอะไรครับ"



     หญิงสาวถอนหายใจเบาๆพร้อมกับกุมมือที่พันด้วยผ้าก็อตอย่างแผ่วเบา



"น้องกลัวกั้งจะไม่ชอบน้องที่เป็นอย่างนั้น กลัวว่ากั้งจะรับไม่ได้ กลัวว่าความเป็นพี่เป็นน้องกันจะไม่เหมือนเดิม"



     ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปหลังจากผู้เป็นแม่บอกความจริง เขาไม่เคยคิดเช่นนั้น ไม่เคยคิดว่าจะรับไม่ได้ ส่วนความเป็นพี่เป็นน้องกันนั้นอาจจะไม่เหมือนเดิมไปเสียทุกอย่าง เพียงแต่ว่าตัวเองนั้นคิดกับซีดีเกินกว่าพี่น้องมานานแล้ว



"แม่ครับ สิ่งที่ซีดีกลัวมันไม่ได้เป็นจริงเลยสักนิด กั้งไม่เคยคิดว่าจะรับน้องไม่ได้ แต่เรื่องความเป็นพี่เป็นน้องกัน… กั้งคิดกับซีดีเกินเลยกว่าพี่น้องมาโดยตลอด คุณแม่จะว่าอย่างไรครับถ้ากั้งจะบอกว่า กั้งรักซีดี"



     กั้งสารภาพทุกอย่างออกมาจนหมด เขาสังเกตสีหน้าและแววตาที่ราบเรียบของผู้เป็นแม่อย่างมีความหวัง แต่ความเงียบก็เป็นคำตอบอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัวเขาหมดหวัง



"แม่ว่ากั้งควรจะบอกน้องเองนะจ้ะ กั้งโตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินใจเองได้แล้ว" มารดาสาวคลี่รอยยิ้มบางๆให้แก่บุตรชาย ดวงใจที่ห่อเหี่ยวเมื่อสักครู่กลับมาพองโตอีกครั้งด้วยความเบิกบาน กั้งตรงเข้าสวมกอดมารดาเพื่อแสดงความขอบคุณ







 

     เมื่อเวลาผ่านไปดึกพอสมควร ผู้เป็นแม่จึงขอตัวไปพักผ่อนที่ห้องนอนของตนเอง เหลือเพียงบุตรชายที่ยังคงนั่งอมยิ้มอย่างดีใจที่คุณแม่ไม่รังเกียจที่ตนจะรักผู้ชายด้วยกันเอง



     กั้งนั่งนึกย้อนไปถึงสมัยตอนที่พวกเขายังเป็นเด็กน้อย ผู้ที่มีความใฝ่ฝันเหมือนกันและตั้งใจที่จะทำมันให้เป็นจริงร่วมกัน แม้นเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่เคยลืมเลือนใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้ได้ เนื้อเพลงท่อนหนึ่งดังก้องในหัวและวนเวียนอยู่หลายครั้ง ทำให้จุดประกายความคิดที่ตนอยากจะแต่งเพลงนี้เพื่อมอบให้แก่คนที่ตนรัก และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป





 

******************************

 



 

     ร่างสูงของชายหนุ่มวิ่งออกจากบ้านในยามเช้าตรู่มุ่งไปทางสวนด้านหลัง เขาปีนรั้วขึ้นเพื่อนั่งลงบนแผ่นไม้ชั้นบนสุด ในมือยังคงถือกระดาษกับดินสอสำหรับการแต่งเนื้อเพลงต่อไปเรื่อยๆ แม้นจะได้ยังไม่ถึงครึ่งเพลงแล้วก็ตาม



"รูปของเรา ความฝันของเรายังเก็บมันไว้ตรงนั้นไม่ไปไหน… อยากให้เธอรู้ อยากให้เธอเห็นว่าเธอเป็น… " กั้งหยุดการเขียนเนื้อเพลงต่อเมื่อตนได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนกำลังมุ่งมาทางนี้อย่างช้าๆ



"ซีดี… " เขาเอ่ยชื่อของซีดีเบาๆ เมื่อเห็นว่าร่างบางนั้นยกมือขึ้นคลำกับลำต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้นัก กระดาษสีขาวถูกพับเป็นสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กและถูกจัดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับดินสออย่างเรียบร้อย ร่างหนาเดินอย่างเบาที่สุดเข้าไปหาเจ้าเด็กน้อย



     เหมือนเด็กหนุ่มจะได้ยินเสียงเรียกที่แผ่วเบานั้น ดวงตากลมโพลงขึ้นเล็กน้อยขณะที่กำลังจะก้าวถอยหนี ทว่าเมื่อหันหลังกลับก็พลันชนเข้ากับอกแกร่งของกั้งอย่างไม่ได้ตั้งใจและร่างหนาได้ใช้โอกาสนี้โอบกอดร่างเล็กในอ้อมแขนทันที



"พี่กั้ง… พี่กั้งปล่อยซีครับ" เด็กน้อยดันอกแกร่งเล็กน้อย เขาพยายามที่จะหลุดจากอ้อมแขนนี้ทว่ายิ่งดิ้นอ้อมกอดกลับยิ่งแน่นขึ้น



"ชู่ว์… อยู่นิ่งๆก่อนครับซี อยู่นิ่งๆก่อนนะ"



     ซีดียอมทำตามอย่างว่าง่าย ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งสองเบื้องหลังต้นไม้ใหญ่ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน แม้นมือเล็กจะยังเกร็งแต่เด็กหนุ่มก็เริ่มเผลอไผลไปตามบรรยากาศแนบใบหน้าลงบนหน้าอกแกร่งของคนพี่หลับตาลงฟังเสียงหัวใจของคนพี่ที่เต้นรัว



"ไม่ต้องเกร็ง… ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะครับซีดี… ไม่ต้องกลัวนะ" กั้งยกมือขึ้นลูบศีรษะน้อยของซีดีเบาๆขณะที่เอ่ยกระซิบอยู่ข้างหู



"แต่ว่าซีดี… "



"ซีดีครับ… พี่ไม่เคยรังเกียจซีดีเลยนะ ไม่เคยคิดว่าจะรับไม่ได้ เพราะพี่รักซีดี"



"พี่กั้ง… " ร่างบางเผลอเงยหน้าขึ้นมาหลังคำสารภาพสั้นๆที่เอ่ยออกมาจากใจจริงของคนพี่ ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้น



     ร่างหนาใช้โอกาสนี้แนบริมฝีปากกับเรียวปากบางเบาๆพร้อมกับการกอดรัดร่างบางให้แน่นขึ้น ยิ่งทำให้ซีดีตัวเกร็งยิ่งกว่าเดิมเสียอีกแต่ก็อดที่จะหลับตาพริ้มไปกับรสจูบที่เบาหวิวและหอมหวานเช่นนี้ได้



"พี่รักซีดีจริงๆนะ" กั้งเอ่ยเบาๆหลังถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ใบหน้าเล็กขึ้นสีแสดงอาการเขินอย่างเห็นได้ชัดจนคนมองอดที่จะอมยิ้มไม่ได้



"แล้วซีดีล่ะ รักพี่บ้างหรือเปล่า"



     เด็กหนุ่มซุกใบหน้าลงเพื่อบดบังอาการเขินอายพร้อมกับคลี่รอยยิ้มออกมา เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งแนบกับระหว่างกลางอกอันเป็นตำแหน่งของสร้อยคอแทนใจของคนพี่ที่มอบให้ตนไว้เมื่อห้าปีที่แล้ว



"ซีดียังต้องบอกอีกเหรอครับ ว่ารักพี่หรือเปล่าอ่ะ"



     แม้นจะทราบดีแก่ใจ แต่เมื่อเห็นใบหน้าคนน้องที่เขินอายเช่นนี้แล้วทำให้อดที่จะแกล้งต่อไปไม่ได้



"หือ… ซีดีไม่บอกแล้วพี่จะรู้ได้ยังไงละครับ บอกพี่ได้ไหมคนดี"



     สันจมูกโด่งเริ่มไล้ไปตามแก้มใสขณะพูดไปด้วย ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาเสียให้ได้ เด็กน้อยพยายามเบี่ยงใบหน้าเพื่อหลบหลีกปลายจมูกซุกซนนั้นจนแล้วจนรอดใบหน้าหวานจึงเลื่อนมาแนบกับบ่าแกร่งของคนพี่แทน



"ซีดีก็รักพี่กั้งเหมือนกันครับ" ซีดีตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากับรอยยิ้มกว้าง



"น่ารักที่สุดเลย"



     กั้งก้มลงหอมแก้มของเด็กหนุ่มเบาๆก่อนจะพาร่างเล็กในอ้อมแขนเดินมาทางรั้วสีขาวเพื่อชมความงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า เขาขยับร่างของเด็กน้อยให้หันไปทางด้านหน้าและเปลี่ยนมาเป็นการกอดทางด้านหลังแทน



"ซีดีอยากรู้ไหม ว่าตอนนี้พี่เห็นอะไรอยู่ตรงหน้า"



"อะไรหรือครับ"



"ตอนนี้พี่เห็นพระอาทิตย์ลูกกลมโตสีส้มแดง กำลังเคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าที่สดใสในยามเช้ากับนกตัวน้อยๆที่บินอยู่ระหว่างก้อนเมฆบางๆเต็มไปหมด"



     ซีดีหลับตาจินตนาการภาพตามที่คนพี่พูดบรรยายภาพบรรยากาศยามเช้า แม้นจะมองไม่เห็นแต่มันก็ทำให้ตนมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขารอเวลานี้มานานแล้ว รอเวลาที่จะได้อยู่กับกั้งอย่างนี้



"ซีดีมีความสุขที่สุดเลย ที่เราได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้อีกครั้ง"



     ร่างสูงของกั้งกอดกระชับอ้อมแขนมากขึ้น ตัวเขาเองก็มีความสุขมากเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของเขาตอนนี้เลยก็ว่าได้



     บรรยากาศอันเงียบสงบเริ่มจางหายไปเมื่อเสียงโทรศัพท์ของกั้งดังขึ้นจากด้านข้าง เขาผละจากร่างของซีดีมาอีกด้านหนึ่งเมื่อพบว่าปลายสายที่โทรมานั้นเป็นใคร



"ครับพี่เคน"



(กั้ง เมื่อวานที่กั้งขอพักซ้อมน่ะ พี่คงให้กั้งไม่ได้จริงๆ… คอนเสิร์ตจะเริ่มอาทิตย์หน้านี้แล้ว วันนี้เราต้องต่อท่าให้เสร็จแล้วนะกั้ง)



"แต่ว่ากั้ง… "



(พี่ขอโทษจริงๆกั้ง พี่ไม่รู้ว่าธุระของกั้งที่ว่านั้นคืออะไร ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหน้าที่นะ) คำพูดเตือนสติของรุ่นพี่นั้นทำให้กั้งคิดหนักจนไม่รู้จะตอบอย่างไร



     เสียงพูดคุยที่ดังทำให้คนที่ฟังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักได้ยินมันชัดเจนและเข้าใจเรื่องทุกสิ่งอย่าง เด็กหนุ่มก้าวเท้าเข้าหาร่างสูงและเอื้อมมือมากุมมือหนาของพี่ชายไว้



"พี่กั้งกลับไปเถอะครับ" เสียงที่เอ่ยออกมาเบาๆเรียกความสนใจจากคนพี่แทนเจ้าโทรศัพท์เครื่องบางนั่นรวมไปถึงคนปลายสายที่รู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงใครอีกคนดังขึ้น



"ซีดี… "



"กลับไปเถอะครับ กลับไปทำตามความฝันของเราให้เป็นจริงนะ อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วอย่าปล่อยให้มันหลุดไปสิครับ" เด็กน้อยเป็นอีกคนที่พูดเตือนสติ



     ใช่แล้ว มันคือความฝันที่พวกเขาตั้งใจจะทำให้มันเป็นจริงร่วมกัน แม้นตอนนี้ตนจะมิสามารถทำได้แต่ก็ยังมีความเชื่อเสมอว่าพี่ชายที่เขารักคนนี้ทำได้



"แล้วซีดีละครับ"



"ซีดีจะรอพี่กั้งอยู่ที่นี่ครับ… ถึงวันนี้ซีดีจะไม่สามารถทำตามความฝันของตัวเองได้ แต่ซีดีเชื่อว่าพี่กั้งทำได้"



     กั้งนิ่งอึ้งไปกับคำพูดเหล่านั้น เขาตรงเข้ากอดร่างเล็กไว้แนบกายเป็นการขอบคุณที่เตือนสติให้ตัวเอง



"ขอบคุณนะครับซีดีที่เตือนสติพี่ ตกลงครับพี่จะกลับไป"



     เขาผละจากเด็กน้อยครู่หนึ่งเพื่อพูดโทรศัพท์กับรุ่นพี่แดนซ์เซอร์ที่ได้ยินเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบและเข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง



"ตกลงครับพี่เคน กั้งจะกลับไป"



(ขอบใจนะกั้ง รีบๆกลับมานะทุกคนรอกั้งอยู่)

 




 

******************************

 



 

     หลังจากพาเด็กหนุ่มกลับมาส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย ก็ถึงเวลาที่ว่าที่ซุป'ตาร์ กั้ง วรกร จะกลับไปตั้งใจทำหน้าที่ของตนอีกครั้งและครั้งนี้เขากลับมาพร้อมด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยมจากคนที่เขารัก



 

"ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วความสำเร็จจะเข้ามาหาตัวเรา"







 

     วันเวลาผ่านไปจนใกล้เข้าวันคอนเสิร์ตขึ้นทุกที การซ้อมเพลงการแสดงรวมไปถึงโชว์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นจึงถูกวางตารางไว้อย่างแน่นในแต่ละวัน ทำเอาเจ้าของคอนเสิร์ตแทบไม่มีเวลาพักเนื่องด้วยต้องเข้าซ้อมและประชุมถึงรูปแบบงาน รวมไปถึงการแต่งเพลงให้กับซีดีในยามว่าง จนบัดนี้เนื้อเพลงและดนตรีกำลังถูกดำเนินไปได้กว่าครึ่งเพลงแล้ว



"ดนตรีนี่พี่ขอปรับเป็นแนวร๊อคๆนิดหน่อยนะกั้ง พี่อยากให้คนฟังรู้ว่ากั้งก็สามารถร้องได้หลากหลายแนว" โปรดิวเซอร์นักแต่งเพลงประจำค่ายเพลงบอกกับเจ้าของบทเพลงที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ



"ครับพี่ ส่วนเรื่องเนื้อเพลงกั้งขอเวลาอีกคืนเดียว และพรุ่งนี้จะส่งให้เลยนะครับ"



"ได้เลยกั้ง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วกั้งกลับไปพักก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราทำเพลงเสร็จแล้วต้องไปที่เวทีจริงเพื่อจัดคิวแล้วนี่"



"ขอบคุณมากครับพี่ งั้นกั้งขอตัวก่อนนะครับ"



     กั้งลงลิฟต์จากชั้นที่ยี่สิบลงมาจนถึงด้านล่างสุดที่มีบรรดาแฟนคลับกับผู้เป็นแม่ยืนรอต้อนรับอย่างดี ระหว่างนั้นเองที่เขาพอมีเวลาในการพูดคุยทักทายกับแฟนคลับบ้าง กระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสมที่ต้องร่ำลาเพื่อกลับไปพักผ่อน



"ไว้เจอกันนะครับ อีกสองวันนี้เจอกันน้า" ว่าที่ซุป'ตาร์พูดจาออดอ้อนแฟนคลับไปพร้อมกับการบอกลา



     ชายหนุ่มเดินเคียงคู่มารดาสาวไปยังลานจอดรถซึ่งมีคุณพ่อยืนรออยู่ด้านข้างรถยนต์คันเก่ง และในทุกๆวันระหว่างทางกลับบ้านเขาจะหยิบสมาร์ทโฟนของตนเปิดภาพถ่ายขึ้นมา ภาพทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาพของเด็กหนุ่มที่ตนรักทั้งสิ้น ยามเหนื่อยก็มักจะมองภาพเหล่านี้ซึ่งเป็นเสมือนกำลังใจอย่างดี



"กั้งโทรหาน้องบ้างหรือเปล่าลูก" เสียงเข้มของคุณพ่อดังขึ้นขณะที่บุตรชายยังคงจ้องมองใบหน้าหวานผ่านทางสมาร์ทโฟน



"กั้งโทรหาน้องทุกคืนเลยครับคุณพ่อ"



     รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าคมเมื่อนึกถึงคืนที่ผ่านมารวมถึงคืนนี้เช่นกัน เมื่อรถยนต์คันเก่งจอดลงที่หน้าบ้าน ชายหนุ่มเร่งฝีเท้ากลับขึ้นห้องนอนของตนเองอย่างรวดเร็วกดโทรศัพท์ที่เบอร์ของคุณอาหนุ่มซึ่งเป็นพ่อของซีดีและขอพูดกับร่างบางด้วยความตื่นเต้น ไม่นานนักน้ำเสียงใสๆของคนน้องก็ดังขึ้น แทนที่คนพี่จะเป็นฝ่ายถามกลับเป็นคนน้องที่เอาแต่ถามตนเสียมากกว่า



"พี่สบายดีครับคนเก่ง อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงวันคอนเสิร์ตแล้ว พี่ตื่นเต้นมากเลย"



(พักผ่อนเยอะๆนะพี่กั้ง อย่าเพิ่งป่วยก่อนคอนเสิร์ตน้า ฮ่าๆๆ) เสียงใสพูดติดตลกทำเอาคนฟังอดที่จะอมยิ้มตามไปไม่ได้



"ครับคนดี"



     เขาอยากจะบอกคนน้องเหลือเกินว่าคิดถึงและอยากพบหน้าขนาดไหน ในทางกลับกันก็นึกขึ้นได้ว่าซีดีคงอยากเห็นหน้าของตนเช่นกันแต่ไม่สามารถทำได้จึงทำได้เพียงพูดคำว่า 'คิดถึง' เบาๆให้กับคนฟัง



(ซีดีก็คิดถึงพี่กั้งนะ นี่ดึกมากแล้วพี่กั้งนอนพักผ่อนเถอะครับ)



"ซีดีก็เช่นกันนะไว้พรุ่งนี้พี่จะโทรหาใหม่ ฝันดีนะครับ"



(ฝันดีครับพี่กั้ง)



     สายโทรศัพท์ถูกตัดไป เหลือไว้เพียงรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของแต่ละฝ่าย คนพี่นอนเอนหลังกับผืนเตียงนุ่มและยิ้มกว้างจนแก้มปริ ขณะเดียวกันที่ฝ่ายคนน้องเองก็เอาแต่กุมโทรศัพท์ของผู้เป็นพ่อไม่ยอมปล่อย แถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนผู้เป็นพ่ออดที่จะยิ้มตามไม่ได้ เพียงแค่ได้เห็นลูกมีความสุข ใจเขาก็สุขแล้ว





 

******************************

 



     การซ้อมคอนเสิร์ตกับการนั่งแต่งเพลงควบคู่กันไปนั้นนับว่าเป็นงานที่เหนื่อยเอาการอย่างหนึ่ง แต่เมื่อนึกได้ว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดนั้นเพื่อใครก็เหมือนเป็นกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้



     เพลงที่แต่งใหม่นั้นเสร็จสมบูรณ์ทั้งเนื้อร้องและทำนอง ซึ่งพร้อมปล่อยให้ได้รับฟังหลังจากจบคอนเสิร์ต ด้วยตัวของกั้งตั้งใจว่าจะร้องเพลงใหม่เพลงนี้บนคอนเสิร์ตของตนเองด้วย



     นี่เป็นวันสุดท้ายของการซ้อมบนเวทีขนาดใหญ่ การจัดเรียงลำดับขั้นตอนการแสดงรวมถึงการวางตำแหน่งของนักร้องและแดนซ์เซอร์ใช้เวลานานพอควร ดังนั้นหลังจากที่เจ้าของงานนี้ได้รับเพลงที่แต่งขึ้นเองแล้วจึงรีบขับรถมายังสถานที่จริงเพื่อรันเพลงตั้งแต่ต้นจนจบโดยใช้เวลาไปเกือบทั้งวันในการซ้อมใหญ่โดยแทบไม่มีเวลาพัก กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบสามทุ่ม



"เอาล่ะ เลิกซ้อมเท่านี้ พรุ่งนี้มาแต่เช้าเลยนะทุกๆคน" ครูอู๋ ผู้เป็นทั้งครูสอนเต้นและผู้ช่วยดูแลงานครั้งนี้เอ่ยขึ้นหลังการซ้อมโชว์ชุดสุดท้ายจบลง



"ครับครูอู๋ พรุ่งนี้เจอกันครับ"



     ทั้งร่างหนาและเพื่อนร่วมงานต่างพากันเก็บของและแยกย้ายกันกลับ ในวันนี้ตัวของเขานั้นเป็นผู้ขับรถมาเองดังนั้นจึงต้องขับรถกลับด้วยตัวเอง ระหว่างทางที่เดินทางจากตัวอาคารแสดงไปยังรถยนต์คันโปรดก็ไม่ลืมที่จะเปิดโทรศัพท์และพบว่ามีสายที่โทรมาแล้วตนไม่ได้รับมาสามสายซึ่งเป็นเบอร์จากพ่อของซีดีทั้งสิ้น



"ซีดี… " เขาทราบทันทีว่าเป็นคนน้องที่โทรหา มือหนาเปิดกระเป๋าค้นหาหูฟังสีขาวต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อโทรคุยกับซีดีระหว่างที่ขับรถกลับบ้านไปด้วย



(พี่กั้ง! พี่กั้งมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้างครับ) เด็กหนุ่มรับสายด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นอย่างชัดเจนทำเอาคนพี่อดยิ้มรับไม่ได้



"แค่ได้ยินเสียงซีดี พี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ" เป็นครั้งแรกที่เขาแกล้งหยอดคำหวานใส่คนฟังจนออกอาการเขิน



(พี่กั้งอ่ะ… )



"ฮึๆ รู้นะว่าเขินน่ะ"



(อือ… เขินก็ได้)



     ร่างหนาหัวเราะเบาๆกับน้ำเสียงใสๆของเด็กน้อย การสนทนายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆกระทั่งรถยนต์คันเก่งจอดลงที่หน้าบ้านของตนเอง



"ซีดีครับ นี่ดึกมากแล้ว พี่ขอตัวก่อนนะครับ"



(ครับ สู้ๆนะพี่กั้ง พรุ่งนี้ทำให้เต็มที่นะ ซีดีรอพี่อยู่ที่เดิม ฝันดีนะครับ)



"ครับคนดี ฝันดีนะครับ"



     เพียงแค่ได้ยินเสียงใสๆส่งความเป็นห่วงและกำลังใจมาให้ผ่านสายโทรศัพท์ เท่านี้ความเหน็ดเหนื่อยก็พลันหายเป็นปลิดทิ้งพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่ากำลังใจที่เพิ่มขึ้นมาแทนที่ ก่อนที่มือหนาจะเก็บสมาร์ทโฟนเข้ากระเป๋า นิ้วโป้งทั้งสองข้างได้ทำการพิมพ์ข้อความบางอย่างส่งเข้าที่โทรศัพท์ของพ่อซีดี



 

"พรุ่งนี้คอนเสิร์ตของกั้งจะจัดเพียงแค่รอบเดียวนะครับ เริ่มเวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป กั้งได้ขอให้ทีมงานถ่ายทอดสดมาเพื่อให้น้องได้ฟังเพลงๆหนึ่งนะครับและอย่าเพิ่งบอกน้องนะครับ"



 

     หวังว่างานคอนเสิร์ตในวันพรุ่งจะเป็นไปอย่างราบรื่น และหวังว่าร่างบางจะได้รับฟังเพลงที่เขาตั้งใจแต่งให้





 

******************************

 



 

     ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดมาถึงอย่างรวดเร็ว ผู้คนมากมายต่างทยอยกันมารอบริเวณหน้าประตูฮอลล์จัดแสดงในช่วงเที่ยงวัน ใครหลายคนต่างพากันตื่นเต้นเนื่องจากในอีกไม่กี่นาทีจะได้พบกับว่าที่ซุป'ตาร์คนดังผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นอาวุธ น้ำเสียงที่นุ่มนวลไพเราะเสนาะหูและลีล่าท่าเต้นแสนเร้าใจ



     แต่ใครจะทราบว่าตัวของผู้ดำเนินคอนเสิร์ตเองนั้นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน วันที่มีข่าวมาว่าบัตรคอนเสิร์ตนี้ขายหมดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสองวันและสิ่งที่น่าเสียดายคือคอนเสิร์ตครั้งนี้จัดเพียงรอบเดียวเท่านั้น



"พี่ดีใจกับวันสำคัญของน้องกั้งด้วยนะคะ พี่เห็นน้องกั้งอดทนตั้งใจซ้อมอย่างหนักทุกวันอย่างนี้ต้องออกมาดีมากๆแน่เลยค่ะ"



     พี่หญิง ช่างทำผมประจำตัวของร่างหนาเอ่ยขึ้นขณะเซตผมด้วยความปลาบปลื้มใจ เธอทำงานกับกั้งมาไม่นานนักก็พอจะจับต้นชนปลายได้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนอย่างไร รวมถึงเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่เห็นเช่นเดียวกับพี่หญิง



"ขอบคุณนะครับพี่หญิง กั้งหวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ" ชายหยุ่มส่งรอยยิ้มให้ช่างทำผมคนเก่งผ่านบานกระจกตรงหน้า



"มันต้องผ่านไปได้ด้วยดีอยู่แล้วค่า สู้ๆนะคะน้องกั้ง"



"ขอบคุณครับพี่หญิง แล้วก็ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากนะครับ"



     หญิงสาวร่างสูงผละออกจากร่างหนาที่ยันกายขึ้นจากเก้าอี้นั่งมายืนยืดเส้นยืดสายก่อนจะเดินเลี่ยงจากห้องแต่งตัวมายังทางเดินด้านนอก กดล๊อคสมาร์ทโฟนเปิดภาพของเด็กหนุ่มหน้าหวานซึ่งเสมือนเป็นกำลังใจที่สำคัญสำหรับตัวเขาเลยก็ว่าได้



"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้ว… รอพี่ก่อนนะซีดี" ชายหนุ่มคลี่รอยยิ้มอย่างเป็นสุขก่อนที่ทีมงานชายคนหนึ่งจะเรียกให้เขาตื่นจากภวังค์



"อีกครึ่งชั่วโมงนะครับกั้ง เตรียมสแตนบายหลังเวทีได้เลยครับ"



"ครับพี่"



     ร่างหนาในชุดเตรียมพร้อมกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามทีมงานชายไปยังด้านหลังเวทีเพื่อทำการเตรียมพร้อม เสียงผู้คนมากมานอึกทึกไปทั่วฮอลล์จัดแสดงบ่งบอกถึงความพร้อมเพรียงในการเข้าชมการแสดงนี้อย่างมาก วันนี้นับว่าเป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาตั้งใจทำมาถึงวันนี้ จะเป็นการมอบความสุขคืนให้แก่คนรักเขาทุกคนรวมไปถึงคนที่เขารักด้วย

 







     ทางด้านบ้านสวน ร่างบางของซีดีถูกบรรดาผู้เป็นพ่อพามานั่งลงตรงหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ในช่วงเวลาบ่ายตามคำขอของกั้งทุกประการ



"พ่อจะทำอะไรหรือครับ" เด็กหนุ่มเอ่ยถามหลังถูกมือของพ่อพาให้นั่งลงกับโซฟาตัวใหญ่



"เอาเถอะลูก นั่งรอฟังนิ่งๆเถอะนะ" พ่อหนุ่มไม่พูดอะไรมาก เขานั่งลงบนเก้าอี้นวมข้างๆบุตรชายพร้อมกับกดรีโมตเปิดโทรทัศน์



     เสียงกริ๊ดกร๊าดที่ดังทำเอาคนที่มองไม่เห็นฟังอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ตนจะได้เอ่ยถามอะไรเสียงของหญิงสาวซึ่งเป็นพิธีกรนักข่าวก็ดังขึ้นเกริ่นถึงคอนเสิร์ตของคนพี่



'ณ ตอนนี้บรรยากาศหน้างานคอนเสิร์ตเต็มไปด้วยความตื่นเต้นนะคะ ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยเหลืออีกไม่กี่นาทีเท่านั้นค่ะ'



"คอนเสิร์ต ของพี่กั้งเหรอ… " เสียงใสเปล่งพึมพำออกมาเบาๆ



'น่าเสียดายจังนะคะที่คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นเพียงรอบเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้เจ้าของงานอย่างน้องกั้ง วรกรก็ได้ขอกับทางผู้จัดแล้วว่าจะขอถ่ายทอดสดออกไปด้วยนะคะ ดิฉันรับรองว่าผู้ชมทางบ้านเองก็จะได้ชมภาพคอนเสิร์ตนี้อย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ'



     ซีดียกมือขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเรียกผู้เป็นพ่อให้มาหาตน ชายหนุ่มขยับกายเข้าหาบุตรชายพร้อมกับลูบศีรษะอย่างเอ็นดู



"คอนเสิร์ตพี่กั้งจริงๆหรอครับป๊า"



"ใช่แล้วซี พี่กั้งเขาขอให้ทีมงานช่วยถ่ายทอดสดมาเพื่อให้ซีดีได้ฟังเสียงพี่กั้งด้วยนะ ตั้งใจฟังนะลูก นี่ไง คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว"



     ร่างบางตั้งใจฟังเสียงของคนพี่จากโทรทัศน์ตั้งแต่เริ่ม เพลงทุกเพลงที่ร้องออกมานั้นล้วนบ่งบอกความเป็นตัวตนของเขาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพลงเร็วจังหวะสนุกชวนให้ลุกจากเก้าอี้ เพลงช้าๆซึ้งๆชวนให้โยกเบาๆ และทอล์คโชว์เล็กๆน้อยกับคนดูในฮอลล์ กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมง



     ชายหนุ่มในชุดสีดำท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์กับใบหน้าชวนหลงใหลนั้นเดินตรงมายืนในตำแหน่งกลางเวทีพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆฮอลล์ด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง



'ก่อนถึงเพลงสุดท้ายกั้งอยากจะขอพูดอะไรบางอย่าง… ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆคนมากนะครับคอนเสิร์ตนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกๆคน กั้งขอบคุณจริงๆครับ'



     ว่าที่ซุป'ตาร์พนมมือขึ้นขอบคุณท่ามกลางเสียงปรบมือกับเสียงกริ๊ดที่ดังขึ้น



'การเป็นนักร้องนับว่าเป็นความฝันของกั้งตั้งแต่เด็กครับ เพราะกั้งได้รู้จักกับน้องคนหนึ่งที่มีความฝันเช่นเดียวกัน… เรามักจะพูดคุยและร้องเพลงไปด้วยกันเสมอๆ น้องเคยบอกกับกั้งว่าวันหนึ่งเราจะมาทำตามความฝันนี้ด้วยกัน… '



     ร่างบางยังคงนั่งฟังอย่างตั้งใจแม้นจะมีเสียงดังกลบเกลื่อนก็ตาม แต่เมื่อคนพี่เริ่มพูดต่อบรรยากาศจึงเข้าสู่ภาวะเงียบอีกครั้ง



'แต่ว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อกั้งมาทราบว่าน้องไม่สามารถทำตามความฝันได้… น้องต้องสูญเสียและยอมสละความฝันเหล่านั้นทิ้งเพราะอุบัติเหตุ ในวันนั้นเองที่กั้งทราบ กั้งรีบกลับไปหาน้อง จะขอหยุดซ้อมสักวันก็หยุดไม่ได้และวันนั้นเป็นวันที่กั้งเสียใจมาก… แต่เสียงของน้องมักจะคอยเตือนสติผมเสมอ ว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้กั้งต้องผ่านอะไรมาบ้างและทำอย่างนี้ไปเพื่อใคร...'





 

******************************

 



 

     ดวงตาคู่สวยเริ่มปริ่มไปด้วยหยดน้ำใสๆ คำพูดที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกข้างในลึกๆของคนพี่นั้นได้ส่งผ่านมาให้คนน้องได้รับจนอดที่จะซาบซึ้งไปไม่ได้



'ถึงตอนนี้หน้าที่ของกั้งนอกจากจะมอบความสุขให้กับทุกคนแล้ว การเป็นตัวแทนทำตามความฝันของน้องก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กั้งอยากทำให้ดีที่สุดควบคู่กันไปด้วยครับ'



     เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วฮอลล์เป็นการแสดงความยินดีอย่างเต็มใจ ไม่เพียงจากบรรดาแฟนคลับทั้งหลาย แต่รวมไปถึงครอบครัว ทีมงานทุกท่าน ผู้ใหญ่ทุกคนที่รับชม นับได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจที่สุด



'สำหรับเพลงสุดท้ายนี้ เป็นเพลงที่กั้งตั้งใจแต่งขึ้นเองให้กับน้อง… ทุกคำพูดที่ใส่ลงไปในเนื้อเพลงนี้ล้วนมากจากความรู้สึกของพี่จริงๆ พี่อยากให้ซีดีได้รับรู้นะครับ'



     ผู้ชมทั้งหลายปรบมือเมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงด้วยความซาบซึ้งใจในสิ่งที่ร่างหนาเอ่ยถึงเด็กหนุ่มที่เขารัก และตัวของแฟนคลับเองก็พลอยน้ำตาตกไปกับคำพูดที่ส่งผ่านมาจากความรู้สึกจริงๆ หรือแม้แต่ตัวเขาเองที่อดจะภาคภูมิใจไปด้วยไม่ได้



"พี่กั้ง แต่งเพลง… ให้ผม" คำๆนี้ยังตราตรึงใจจิตใจ ผู้เป็นพ่อไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยิ้มให้และตั้งใจฟังเพลงๆนี้กับบุตรชาย



 

เก็บไว้ตรงนั้นหัวใจของฉัน เก็บมันเอาไว้

เธออยู่ที่ไหนหากไม่มีใคร ให้รู้ไว้ฉันยังอยู่

กับเธอตลอดมา กับคำสัญญาที่มีให้เธอ

ไม่ว่านานแค่ไหนทุกสิ่งเปลี่ยนไป แต่ฉันยังคงเหมือนเดิม

ดอกไม้วันนั้นที่เธอให้ฉัน ยังเก็บมันไว้

โลกยังเคลื่อนไหวไม่เคยรอใคร แต่ฉันยังรอแค่เธอ

เพียงแค่หลับตา และใช้ใจฟังทุกความรู้สึก

ว่ามันคือรักแท้ที่ไม่แปรเปลี่ยนไป

รูปของเรา ความฝันของเรา

ยังเก็บมันไว้ตรงนั้นไม่ไปไหน

อยากให้เธอรู้ อยากให้เธอเห็น

ว่าเธอเป็นคนรักของฉันตลอดไป

เธอเท่านั้นยังคงสำคัญ หัวใจฉันยังเป็นของเธอ

เธอคนนี้พิเศษเสมอ อยากบอกรักเธอไปทุกวัน

ต่อจากนี้แม้เราต้องไกล ใจของฉันจะเก็บไว้ให้เธอ

สุดที่รักของฉันเสมอ เธอคือเธอเท่านั้น

เก็บทุกรอยยิ้มที่เธอให้ฉัน เก็บมันเอาไว้

จะเป็นเช่นไรหากไม่มีใคร หรือว่าเธอหลงทาง

เพียงแค่หลับตา และใช้ใจฟังทุกความรู้สึก

ว่ามันคือรักแท้ที่ไม่แปรเปลี่ยนไป

รูปของเรา ความฝันของเรา

ยังเก็บมันไว้ตรงนั้นไม่ไปไหน

อยากให้เธอรู้ อยากให้เธอเห็น

ว่าเธอเป็นคนรักของฉันตลอดไป

เธอเท่านั้นยังคงสำคัญ หัวใจฉันยังเป็นของเธอ

เธอคนนี้พิเศษเสมอ อยากบอกรักเธอไปทุกวัน

ต่อจากนี้แม้เราต้องไกล ใจของฉันจะเก็บไว้ให้เธอ

สุดที่รักของฉันเสมอ เธอคือเธอเท่านั้น

 


 

 

     ช่างเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย แม้นเพลงจะยังไม่จบก็ตามแต่น้ำตาแห่งความปลื้มใจและสุขใจก็เริ่มไหลรินผ่านแก้มใสลงมา เนื่องด้วยซีดีสัมผัสได้ว่าทุกถ้อยคำในเนื้อเพลงที่เปล่งออกมานั้นมันออกมาจากหัวใจจริงๆของคนพี่จนตัวเขาเองรู้สึกได้ และอดทนเก็บกลั้นไว้ไม่ได้จริงๆ



     มือบางที่วางนิ่งอยู่บนหน้าตักเลื่อนขึ้นช้าๆคลำหาสร้อยคอแทนใจบริเวณแผงอกเล็กของตน เขาหลับตาลงฟังเสียงเพลงที่ยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆกับน้ำตาที่ยังคงปริ่มในดวงตาที่มืดมน

 

รูปของเรา ความฝันของเรา

ยังเก็บมันไว้ตรงนั้นไม่ไปไหน

อยากให้เธอรู้ อยากให้เธอเห็น

ว่าเธอเป็นคนรักของฉันตลอดไป

เธอเท่านั้นยังคงสำคัญ หัวใจฉันยังเป็นของเธอ

เธอคนนี้พิเศษเสมอ อยากบอกรักเธอไปทุกวัน

ต่อจากนี้แม้เราต้องไกล ใจของฉันจะเก็บไว้ให้เธอ

สุดที่รักฉันรักเธอ เธอคือเธอเท่านั้น

 คือเธอเท่านั้น...

 




 

******************************

 





     รถยนต์สีขาวมุ่งตรงจากถนนใหญ่สู่รั้วชนบทไปอย่างราบรื่น กั้งนอนหลับอยู่ในรถเวลานานพอควรเนื่องจากหลังจบคอนเสิร์ตไปนั้นก็ได้แต่รีบเร่งเก็บของกลับไปยังบ้านเก่าที่ต่างจังหวัด และได้รับอนุญาตให้พักผ่อนได้เป็นเวลาสองเดือนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาหลายเดือน โดยมีข้อแม้ตรงที่ว่าหากมีงานใดที่เป็นงานสำคัญจำเป็นต้องทำก็ขอให้กลับมา ซึ่งเจ้าตัวก็ตบปากรับคำเป็นอย่างดี



"ใกล้ถึงแล้ว ปลุกลูกเลยไหมคุณ" คุณพ่อเอ่ยถามคุณแม่ระหว่างที่ยังขับรถอยู่ หญิงสาวยกมือขึ้นในเชิงปรามเล็กน้อย



"ให้พักอีกหน่อยเถอะค่ะ ดูท่าจะเพลียมาก" ผู้เป็นแม่คลี่รอยยิ้มเล็กน้อยขณะเหลือบสายตาไปมองบุตรชายที่ขอเอนกายนอนอยู่ที่เบาะรถด้านหลัง



     ไม่นานนักรถยนต์สีขาวคันเก่งก็จอดลงบริเวณหน้าบ้านซึ่งเต็มไปด้วยบรรดาเพื่อนบ้านยืนรอด้วยความดีใจและตื่นเต้น



     ร่างหนาที่ยังตื่นไม่เต็มตาเกิดอาการตกใจเล็กน้อยเมื่อออกจากรถและพบว่าเพื่อนบ้านทั้งหลายต่างพากันมาแสดงความยินดี



"ขอบคุณนะครับ ขอบคุณทุกๆคนจริงๆนะครับ" เขาเอ่ยขอบคุณกับทุกๆคนหลังจากได้รับคำยินดีต่างๆนาๆ มือหนาทั้งสองพากันรับของฝากมากมายจนผู้เป็นพ่อและแม่ต้องช่วยรับไว้อีกแรง



"ขอบคุณนะครับ… คุณอาหนุ่ม"



     คุณพ่อหนุ่มเดินผ่านกลุ่มเพื่อนบ้านทั้งหลายมายืนตรงหน้าพร้อมกับจับมือแสดงความยินดี รวมไปถึงการทักทายพ่อและแม่ของเขาอีกด้วย



"คุณอาหนุ่มครับ ซีดี…"



"รออยู่ที่เดิม" คำตอบที่สั้นและได้ใจความ ส่งผลให้เท้าทั้งสองออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว







 

     ร่างหนาเร่งฝีเท้ามาจนถึงสวนที่มีรั้วสีขาวกั้นกับร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มในชุดสีขาวสบายๆยืนถือดอกลาเวนเดอร์ดอกเล็กๆในมือกับรอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้า



"ซีดี" เขาเอ่ยเรียกชื่อคนน้องเบาๆกับการสาวเท้าเข้าไปหาใกล้ขึ้น



"พี่กั้ง… พี่กั้งกลับมาแล้ว" เด็กหนุ่มร้องอย่างดีใจ ผละจากที่เดิมเข้ามาหาคนพี่อย่างรีบเร่ง ในทางกลับกันร่างของเขาก็ถูกสวมกอดไว้ก่อนจะได้เคลื่อนกายเข้าหา



"พี่กลับมาแล้วครับคนดี พี่ทำสำเร็จแล้วนะ" น้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยปนกับความตื้นตันกระซิบเบาๆข้างใบหูเล็กของร่างบางที่มีความรู้สึกไม่ต่างจากตนเอง



"ครับพี่กั้ง"



     คนทั้งสองผละจากอ้อมกอดของกันและกันเล็กน้อย มือหนายกขึ้นลูบแก้มใสอย่างแผ่วเบาก่อนจะเริ่มพูดคุย



"ซีดี… เพลงของพี่ที่แต่งให้ซีดีเป็นอย่างไรบ้างครับ"



"ซีดีชอบมากๆ ขอบคุณมากๆนะครับพี่กั้ง ขอบคุณจริงๆ" เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแนบลงบนมือหนาที่ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆแก้มของตน



"พี่ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ เพราะซีดี พี่ถึงแต่งเพลงนี้ได้… พี่รักซีดีนะครับ" กั้งยกมืออีกข้างขึ้นประคองใบหน้าเรียวให้เงยขึ้นกับสายตาที่มองตรงมาทางตน



"ซีดีก็รักพี่กั้งนะครับ"



     ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าหวานตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเลื่อนใบหน้าของตนตรงเข้าจรดริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน คนทั้งสองหลับตาพริ้มไปกับรสจูบที่มอบให้ซึ่งกันและกัน มันหวาน ลึกซึ้งและมีค่ายิ่งกว่าคำพูดสวยหรูใดๆทั้งปวงเมื่อเทียบกับความรู้สึกดีๆที่ส่งผ่านมา



     สายลมโชยอ่อนพัดผ่านสวนดอกลาเวนเดอร์ให้กลิ่นหอมลอยผ่านมาบริเวณที่คนทั้งสองยืนมอบความรักให้แก่กัน กับเสียงดนตรีในเพลงๆนั้นดังก้องในจิตใจ แม้นวันนี้ความฝันของคนน้องไม่อาจเป็นจริงได้แต่พี่ชายคนนี้ก็สามารถทำให้เขาภาคภูมิใจและมีความสุขไปกับมันอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

 

…เธอเท่านั้นยังคงสำคัญ หัวใจฉันยังเป็นของเธอ…

…เธอคนนี้พิเศษเสมอ อยากบอกรักเธอไปทุกวัน…

…ใจของฉันจะเก็บไว้ให้เธอ สุดที่รักของฉันเสมอ…

…คือเธอเท่านั้น…


 

******************************







จบลงอย่างสวยงามสำหรับช๊อตฟิค
เหตุผลที่เลือกแต่งจากเพลงนี้คือ ชอบเนื้อหาของเพลง
จนสามารถนำมาแต่งเป็นเรื่องนี้ได้
มีทั้งความเศร้าและซาบซึ้งปนกันไม่รู้ว่าจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่านะคะ
ขอบคุณที่ติดตามกันมา รักรีดทุกคนค่ะ ^^

Yoting.


 
 
 



 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Yoting จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Fc_กันริท38_กั้งซีดี35
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 17:12
    ผมนี่น้ำตาไหลตามเลยครัช อิอิ ซึ้งมาก
    #6
    0
  2. วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 22:35
    ฟินนนน ซึ้งมากกกก พี่กั้งทำเพื่อพี่ซี เขิน!!!
    #5
    0
  3. #4 Kcd fc
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 16:40
    อ่านไปก็ซึ้งไป ชอบอ่ะฟินมากกกกกกก
    #4
    0
  4. #3 เด๋กดี
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 00:31
    ซึ้งอ่า น่ารักมากเลย



    สงสารซีดี แต่ก็ดีใจที่จบแบบมีความสุข
    #3
    0
  5. #2 KFC กั้งแฟนซี
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 00:23
    ชอบมากเลยค่ะ ซึ้งมากเลย ขอบคุณนะค่ะที่แต่งฟิคกั้งซีดีสำหรับวันพิเศษอย่างนี้

    ปล. น่าจะมีภาคต่อนะค่ะ อยากให้ซีดีมองเห็นพี่กั้งอ่ะ
    #2
    0
  6. #1 Smile
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 14:30
    ซึ้งนํ้าตาไหลเลย...ความรักของสองพี่น้องยิ่งใหญ่จริงจริง ตื้นตันมาก ถือเป็นฟิคที่แสนพิเศษมากมากในวันนี้ วันซีกั้ง #CDK53DAY
    #1
    0