ตอนที่ 5 : ท่านขุนนาง ตอนที่ 5 : ดินแดนแห่งภูตและงานประชุมขุนนางที่น่าเบื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

"ท่านกำลังเข้าใจผิดอยู่นะครับ !!!"

ซาเฟลพูด พร้อมกับทุบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง

ส่วนราเซียก็เงยหน้าขึ้นมาจากงานเอกสารของเธอ พร้อมกับตอบเขากลับไป

"เข้าใจแล้วน่า...ถ้าเจ้าอยากจะเก็บเป็นความลับ ฉันก็จะปิดให้ก็แล้วกัน"

"ก็บอกว่าเข้าใจผิดยังไงล่ะครับ !!! ท่านไม่ได้เข้าใจอะไรเลยนี่ครับ !!!"

ซาเฟลพูด พร้อมกับกุมหัวตัวเอง

ก็บอกว่ารู้แล้วยังไงล่ะ...ฉันไม่ใช่คนที่เอาเรื่องส่วนตัวของตนอื่นไปพูดหรอกนะ

จะว่าไปแล้ว...พอซาเฟลมาที่นี่ งานของเราก็ลดลงไปเยอะเลยนะ

ต้องขอบคุณพระราชาที่ส่งคนมีฝีมือมาให้ล่ะนะ...

แต่ยังไงก็ยังไม่ยกโทษให้หรอกนะ...เรื่องที่สั่งประหารท่านพ่อน่ะ

"เดี๋ยวนะ...ประหารอย่างนั้นเหรอ..."

จะว่าไป...นี่มันก็ผ่านมานานแล้วนะ...

ถ้าหากว่าท่านพ่อถูกประหารจริง...

แล้วศพของท่านอยู่ไหนล่ะ...

ในขณะที่ฉันกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง ก็มีคนมาขัดความคิดนั้นเสียก่อน

"ขออนุญาตนะครับ...คุณหนูครับ มีจดหมายจากพระราชวังส่งมาครับ"

จดหมายจากพระราชวังอย่างนั้นเหรอ...

"เอามาสิ การ์น"

ฉันรับจดหมายมา พร้อมกับเปิดอ่านในทันที

"อืม...ก็นึกว่าอะไร งานประชุมขุนนางนี่เอง..."

งานประชุมขุนนาง คืองานประชุมที่จัดขึ้นปีละสี่ครั้ง

และที่สำคัญก็คือ...สามขั้วมหาอำนาจทั้งสามตระกูลต้องไปนี่สิ

ตระกูลอวาเดียร์...ตระกูลดวาลอน...และตระกูลวาเรนเทียร์...

ทั้งสามตระกูลนี้คือตระกูลขุนนางอันเก่าแก่ที่มักจะแข่งขันกันตลอด...เรียกว่าคู่แข่งก็ได้ล่ะนะ...

ให้ตายสิ...น่าเบื่อจริงๆ...

แต่ก็ต้องไปล่ะนะ

ส่วนเรื่องของท่านพ่อ...เอาไว้เดี๋ยวไปถามพระราชาเอาก็แล้วกัน

งานประชุมจะเริ่มในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้...

จากที่นี่ไปเมืองหลวง...ถ้าไปด้วยรถม้าก็ใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์

เวลาที่ใช้ไปดินแดนแฟรี่ก็สามวัน...น่าจะทันพอดีล่ะมั้ง

ยังไงก็สัญญากับไรฟี่ไปก่อน ดังนั้นยังไงก็ต้องไปให้ได้ล่ะนะ

"นี่ซาเฟล...อีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ข้าจะไปเมืองหลวงนะ...ขอฝากเจ้าดูแลที่นี่ด้วยล่ะ"

"ให้ผมไปด้วยเถอะครับ ยังไงผมก็เป็นองครักษ์ของท่านนะครับ"

"แต่ข้าจะไปดินแดนแฟรี่ก่อนนะ...เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ไปนี่"

เดิมทีที่นั่น มนุษย์ก็ไม่มีสิทธิเข้าไปอยู่แล้วด้วย

ต้องขอบคุณไรฟี่ล่ะนะ

"แต่มันอันตรายนะครับ...ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับท่านล่ะ"

ซาเฟลท้วงด้วยความเป็นห่วง

"ข้าไม่เป็นไรหรอกน่า"

"แต่..."

"ถ้าอย่างนั้นให้ท่านซาเฟลมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงก่อนดีไหมล่ะครับคุณหนู"

การ์นเสนอขึ้นมา

อืม...เอาแบบนั้นก็ได้

"ตกลง ถ้าอย่างนั้นต่อไปก็กำหนดจุดนัดพบสินะ"

"เจอกันที่ปราสาทก็ได้นะครับ"

"จริงสิ เจ้าเคยเป็นองครักษ์ของพระราชามาก่อนนี่นะ...ได้สิ ตกลง"

เอาแบบนั้นคงจะดีกว่าล่ะนะ

หลังจากนั้นการ์นก็ออกจากห้องไป ส่วนราเซียกับซาเฟลก็นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปอย่างเงียบๆ

"จะว่าไปแล้ว ราเซีย...เธอทำแต่งานแบบนี้แล้วไม่เหงาบ้างเหรอ"

ซาเฟลเปิดบทสนทนาขึ้นมา ซึ่งมันก็ทำให้ฉันเอียงคอสงสัย

"ทำไมต้องเหงาด้วยล่ะ ? ที่นี่ก็มีคนอยู่ตั้งหลายคน ข้าไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย"

"ไม่ใช่แบบนั้น...ปกติ ผู้หญิงวัยรุ่นแบบเธอก็น่าจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนอะไรแบบนี้..."

"ชีวิตหญิงสาวปกติ ข้าเอามันโยนลงเหวไปแล้วล่ะ"

เพราะภาระหน้าที่อันมากมาย...ทำให้เราไม่สามารถไปเที่ยวเล่นบ่อยๆ ได้...

ดังนั้นถ้าหากให้เราไปลองใช้ชีวิตแบบผู้หญิงปกติ เราก็คงทำไม่ได้หรอก...

"ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ของตนเอง...ยิ่งเป็นผู้นำแล้ว ภาระหน้าที่ก็ต้องมีมากขึ้น...มันก็เป็นเรื่องปกติล่ะนะ"

"..."

"ถ้าหากการเสียสละของข้าทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น...ข้าก็พอใจแล้วล่ะนะ"

"ท่านจะเสียสละมากเกินไปหรือเปล่าครับ"

ซาเฟลถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"นี่...ซาเฟล...ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าทำไม...ถึงแม้ว่าความฝันของข้าจะไม่มีวันเป็นจริง แต่ข้าก็สามารถทำให้ฝันของคนอื่นเป็นจริงได้นะ"

"แต่..."

ราเซียส่ายหน้าให้กับซาเฟลเบาๆ

"พอเถอะ...ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ..."

ซาเฟลทำท่าจะพูดอะไร...แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

สุดท้ายทั้งสองคนก็ทำงานไปเงียบๆ ภายใต้บรรยากาศอึมครึม

เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงตอนเย็น

"ราเซีย ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วนะครับ"

"เจ้าไปก่อนเลย ข้ายังเหลือเอกสารที่ต้องจัดการอีกเพียบเลยล่ะ"

ราเซียพูดขึ้นมาโดยไม่ละสายตาออกจากเอกสารเลยแม้แต่พริบตาเดียว

เข้าสู่โหมดบ้างานแล้วสินะ...

"อย่าฝืนตัวเองนะครับ...ถ้าหากมีอะไรก็เรียกผมนะครับ"

"อา...เข้าใจแล้วล่ะ"

หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไปจากห้อง ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงเสียงขยับปากกาของหญิงสาวเท่านั้น...

อือ...การเพาะปลูกทางภาคใต้เป็นไปได้ไม่ค่อยดีอย่างนั้นเหรอ...

แล้วก็ยังมีเรื่องพวกโจรอีก...สงสัยต้องเพิ่มจำนวนของทหารลาดตระเวนซะแล้วสิ...

อะไรเนี่ย...มีปัญหาเกิดขึ้นที่เหมืองทำให้แร่ขาดแคลน...

แล้วก็มีปัญหาเรื่องผู้อพยพที่มีเข้ามาเรื่อยๆ อีก...

"เฮ้อ...ดีนะที่ซาเฟลออกไปแล้ว...เราเองก็ไม่อยากให้มีใครมาเห็นภาพนี้เหมือนกันนะ..."

ราเซียพูดขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจ

ให้ตายสิ...ความเครียดและความกดดันมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ...

เอาเถอะ...ยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของเราล่ะนะ...

ราเซียเอามือกุมศีรษะเอาไว้พร้อมกับแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา

ปวดหัวจริงๆ....เราควรจะพักผ่อนสักหน่อยสินะ...

"อึก..."

ทำไม...สติ...ของเรามัน....

//ตุบ

ร่างของราเซียล้มลงไปนอนที่พื้น และหลังจากนั้นไม่นานก็มีร่างของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากเงามืด

เขาจ้องมองร่างที่หมดสติของหญิงสาวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

ก่อนที่จะอุ้มเธอขึ้นมา แล้วหายลงไปในเงามืดอีกครั้งพร้อมกับร่างที่หมดสติอยู่ของราเซีย...ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น…

.

.

ปวดหัวจริงๆ....ร่างกายเองก็ขยับไม่ได้เลย...

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันนะ...

"เธอป่วยอยู่นี่นา...ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันรักษาเธอให้เองนะ"

เสียงของหญิงสาวดังขึ้นมา พร้อมกับมีอะไรบางอย่างมาสัมผัสที่หน้าผากของฉัน

ไอเย็นที่แผ่เข้ามาจากสิ่งนั้น ทำให้ความเจ็บปวดของฉันหายไป

ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ และก็พบกับหญิงสาวที่มีเส้นผมและดวงตาเป็นสีฟ้าสว่าง กำลังลูบหัวฉันอยู่

เธอยิ้มให้กับฉัน พร้อมกับพูดขึ้นมาเบาๆ ด้วยเสียงที่ไพเราะ

"ขออภัยที่พาตัวเธอมาแบบนี้นะ พอดีเราอยากจะเจอเธอจนอดใจไม่ไหวนะสิ"

ในขณะที่กำลังสงสัยในความหมายของคำพูดนั้น ก็มีร่างเล็กๆ ของไรฟี่ปรากฏขึ้นมาจากทางข้างหลังของหญิงสาวปริศนาคนนั้นพอดี

"ขออภัยด้วยนะท่านราเซีย...ฉันพยายามจะห้ามแล้ว แต่ท่านผู้นี้ก็ไม่ยอมฟังเลย"

"ไม่เป็นไร...แล้วเธอคนนี้คือ..."

"เราชื่อ มิเนียร่า เป็นบุตรสาวของราชาแห่งภูต โอเบรอน ยินดีที่ได้รู้จักนะราเซีย เดอ วาเรนเทียร์"

...

แสดงว่าเธอคนนี้คือองค์หญิงของเหล่าภูตสินะ...

แล้วทำไมเธอถึงอยากจะเจอเรากันนะ

"ทำไมท่านถึงอยากจะเจอข้าล่ะ ?"

พอฉันถามออกไปแบบนั้น มิเนียร่าก็มองฉันด้วยสายตาที่เป็นประกาย

"พอดีฉันได้ยินเรื่องของเธอจากไรฟี่นะสิ ก็เลยรู้สึกอยากจะเจอเธอขึ้นมาน่ะ"

"เอาแต่ใจจังเลยนะ"

คำพูดนั้นของราเซียทำให้ไรฟี่ถึงกับหน้าถอดสี

"ท่านช่วยดูหน่อยได้ไหมว่าข้ามีเวลามาพบท่านหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าอยากจะเจอก็พามาเลย...ข้าไม่สนหรอกนะว่าท่านจะเป็นใครหรือมีอำนาจมากแค่ไหน แต่ท่านก็ไม่ควรที่จะทำสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรอกนะ"

//ชิ้ง...

ความเงียบและบรรยากาศที่ดูอึมครึม เข้าปกคลุมไปทั่วห้องในทันที

และในตอนนั้นนั่นเอง...

"ฮ่าๆๆๆ มันก็ถูกอย่างที่คุณหนูคนนั้นพูดนะ มิเนียร่า"

"ท่านพ่อ !"

พอฉันหันไปมอง ฉันก็พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีเส้นผมและดวงตาสีฟ้าสว่างเหมือนกับมิเนียร่า

คนๆ นี้นะเหรอ...ราชาแห่งภูต โอเบรอน

"ขอโทษทีนะคุณหนู พอดีลูกสาวของข้าค่อนข้างเอาแต่ใจน่ะ"

"ค่ะ"

"แต่คุณหนูก็เป็นคนแรกเลยนะที่กล้าพูดแบบนี้...และยังเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เข้ามาในดินแดนแห่งนี้ด้วยนะ"

เขายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันสง่างาม

ถ้าเป็นหญิงสาวปกติก็คงจะหลงเสน่ห์เขาไปแล้ว...

แต่ราเซียไม่ใช่อย่างนั้นเนี่ยสิ

"ดินแดนแห่งภูตเหรอคะ ?"

เธอถามออกมาพร้อมกับเอียงคอสงสัยเล็กน้อย

"ลองเปิดหน้าต่างดูสิ"

ราเซียลุกออกมาจากเตียง และเดินไปเปิดหน้าต่างดูในทันที

ภาพที่เธอเห็นก็คือ เหล่าบรรดาแฟรี่และภูตต่างๆ และบ้านที่ดูแปลกตารวมทั้งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ของคริสตัลที่ส่องสว่างออกมาจนทำให้เกิดภาพอันงดงามราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน

และพอพวกภูตและแฟรี่เห็นเธอ พวกเขาเหล่านั้นก็โบกมือทักทายเธออย่างเป็นมิตร

พอมองไปข้างล่างก็พบกับพืชพรรณที่ดูแปลกตา รวมทั้งสายน้ำที่ส่องแสงเหลืองทองประกายออกมาราวกับทองคำบริสุทธิ์

ความงดงามนั้นทำให้เธอนิ่งไปด้วยความตกตะลึง

พอเห็นแบบนั้น ราชาแห่งภูตโอเบรอนก็ยิ้มออกมา

"เป็นยังไงบ้าง"

"สวยงามมากเลยล่ะค่ะ..."

ที่นี่มันช่างสวยงามยิ่งนัก....

ราวกับสรวงสวรรค์ไม่มีผิด...

"ในนามของราชาแห่งภูตโอเบรอน ข้าขอมอบสิทธิในการเข้าออกดินแดนแห่งภูตนี้ให้กับราเซีย เดอ วาเรนเทียร์"

ทันทีที่เขาพูดจบ ร่างกายของราเซียก็ส่องแสงสีฟ้าออกมา

ก่อนที่จะจางหายไป

"เท่านี้คุณหนูก็สามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระแล้วนะ"

"จะดีเหรอคะ...ท่านไม่ควรให้สิทธิแบบนี้กับคนที่พึ่งเคยเจอกันนะคะ"

พอได้ยินแบบนั้น โอเบรอนก็หัวเราะออกมาในทันที

"เธอยังไม่รู้สินะ...พวกเราเผ่าภูตนั้นมีพลังในการรับรู้ถึงหัวใจของสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเราจึงรู้ได้ว่าเธอเป็นคนแบบไหนยังไงล่ะ"

มิเนียร่าอธิบายให้ราเซียฟัง

อย่างนี้นี่เอง...

"ความจริงแล้วข้าเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหนูเป็นการส่วนตัวเหมือนกันนะ...แต่เอาไว้หลังจากที่ท่านได้ไปดูต้นคริสตัลสายรุ้งมายาก็ได้...ถ้าอย่างนั้นเอาไว้พบกันใหม่นะคุณหนู"

โอเบรอนพูด ก่อนที่จะเดินออกไป

"ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ราเซีย...ไรฟี่ ฝากเรื่องดูแลความปลอดภัยด้วยนะ"

"ค่ะ องค์หญิง"

มิเนียร่าดึงแขนฉัน และเดินนำออกไปในทันที

ทำให้ฉันต้องตามเธอไปแบบช่วยไม่ได้

"นี่...มิเนียร่า ทำไมถึงไม่ให้ไรฟี่ไปด้วยเหรอ"

"ก็เพราะว่าในตอนนี้มีคนจะบุกรุกดินแดนแห่งภูต ก็เลยต้องระวังภัยเป็นพิเศษนะสิ"

"ใครเหรอ ?"

"มังกรน้ำแข็งนะสิ"

หา...

มังกรน้ำแข็งเนี่ยนะ ?

"ทำไมล่ะ ?"

"เพราะมันต้องการจะยึดที่นี่เป็นบ้านนะสิ...แต่ก็ช่างมันเถอะ ยังไงมันก็ผ่านเขตแดนของท่านพ่อมาไม่ได้อยู่แล้วล่ะ"

มิเนียร่าพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องปกติ

อือ...มันพอจะมีอะไรที่เราสามารถทำได้ไหมนะ...

จริงสิ...

"ถ้าอย่างนั้นให้มังกรพวกนั้นมาอยู่ที่ดินแดนของข้าเอาไหมล่ะ ? ที่อาณาเขตวาเรนเทียร์มีภูเขาน้ำแข็งที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ให้พวกนั้นไปอยู่ที่นั่นก็ได้นะ"

"เธอเอาจริงเหรอเนี่ย..."

มิเนียร่ามองไปที่ราเซียพร้อมกับขมวดคิ้ว

"นั่นน่ะมังกรเลยนะ สิ่งมีชีวิตที่ทรงอำนาจและสามารถทำลายเมืองของพวกมนุษย์ได้อย่างสบายๆ เลยนะ"

"ตราบใดที่ไม่ได้คิดร้ายต่อดินแดนของข้า ข้าก็ไม่นับว่าเป็นศัตรูหรอกนะ"

พอได้ยินแบบนั้น มิเนียร่าก็ยิ้มออกมา

"เธอเป็นมนุษย์ที่แปลกอย่างที่ไรฟี่บอกจริงๆ...ทั้งใจดีและอ่อนโยน...แต่นั่นมันก็อาจจะเป็นศรแทงตัวเธอเองก็ได้นะ...ถือว่าเป็นคำเตือนจากเราก็แล้วกัน"

มิเนียร่าพูดด้วยสีหน้าเห็นใจ ก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

หมายความว่ายังไงกันนะ...

"นั่นไง ! เห็นต้นคริสตัลสายรุ้งมายาแล้วล่ะ"

พอฉันมองไปตามที่เธอชี้ ก็พบกับต้นไม้สีรุ้งโปร่งแสงขนาดใหญ่มาก อยู่ตรงเกาะกลางน้ำ

ดอกของมันเองก็ใสราวกับกระจก พอแสงส่องลงมากระทบก็ปรากฏสายรุ้งอันแสนงดงามออกมา

มันช่างงดงามจริงๆ

"สวยมากเลยนะ...."

"ใช่ไหมล่ะๆ"

มิเนียร่ายิ้มออกมาอย่างภูมิใจ

"เอาล่ะ เราเข้าไปดูใกล้ๆ กันเถอะนะ"

มิเนียร่ากอดราเซียเอาไว้ ก่อนที่จะบินขึ้นไป

"เอาล่ะนะ"

"ว้าย !!!"

ราเซียร้องออกมา เมื่อจู่ๆ มิเนียร่าก็บินออกไปอย่างรวดเร็ว

และในที่สุด ทั้งสองก็มาลงจอดอยู่ที่ใต้ต้นคริสตัลสายรุ้งมายาจนได้

ราเซียตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะกลับมาปกติอย่างรวดเร็ว

"คราวหน้าถ้าจะบินก็บอกกันก่อนสิ"

ราเซียพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ แต่มิเนียร่าก็ไม่ได้ฟังเลยสักนิด

"เอาล่ะ...เดี๋ยวจะทำให้มันออกผลเดี๋ยวนี้แหละ"

เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าไปจับที่โคนต้น

และทันใดนั้น ก็มีแสงสีรุ้งฉายออกมาจากต้นคริสตัลสายรุ้งมายาจนแสบตาเลยทีเดียว

กิ่งก้านของมันค่อยๆ ขยับพาดอกของมันให้เข้ามาชิดติดกัน

ก่อนที่ดอกของมันจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างไป

หลังจากที่เวลาผ่านไปประมาณสิบนาที กระบวนการต่างๆ ก็เสร็จสิ้น

ผลของมันที่มีอยู่เพียงผลเดียว ค่อยๆ กลายเป็นเมล็ดและร่วงหล่นลงมาตรงหน้าของราเซีย

เธอยื่นมือออกมารับมันไว้ ซึ่งก็ทำได้อย่างง่ายดาย

ราเซียยื่นเมล็ดนั่นไปให้มิเนียร่า แต่มิเนียร่าก็ไม่ได้รับมันไว้

"ถือว่าเป็นของขวัญจากเราก็แล้วกันนะ"

"แต่ข้าปลูกไม่เป็นนะ..."

"เพียงแค่ใส่เอาไว้ในกระถางเล็กๆ ก็พอแล้วล่ะ เพราะกว่าที่มันจะต้นใหญ่ขนาดนี้ มันกินเวลานับแสนปีเลยนะ"

เลยช่วงชีวิตของเราไปนานโขเลยนะนั่น...

"แล้วก็เธอไม่ต้องใส่ดินลงไปในกระถางนั่นนะ แต่ให้ใส่น้ำแร่บริสุทธิ์เข้าไปแทน...เดี๋ยวเราเตรียมเอาไว้ให้ตอนเธอกลับไปก็แล้วกันนะ"

"ให้ข้ารับมาฟรีๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก..."

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ! เพราะเธอเป็นเพื่อนของเรายังไงล่ะ"

มิเนียร่ายิ้มออกมาอย่างร่าเริง

"อยากจะอยู่ดูต้นคริสตัลสายรุ้งมายาต่อไหม"

"ไม่ดีกว่า...เห็นว่าท่านโอเบรอนมีเรื่องอยากจะคุยกับข้าด้วยนี่นา"

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาท่านพ่อเลยก็แล้วกันนะ"

ทันทีที่เธอพูดจบ ก็มีวงเวทย์สีฟ้าปรากฏขึ้นมาตรงพื้นดิน

และทันใดนั้น พวกเธอทั้งสองคนก็มาอยู่ในห้องของราชาแห่งภูตโอเบรอนในพริบตาเดียว

"นี่มัน..."

"เวทย์เคลื่อนย้ายยังไงล่ะ"

"แล้วทำไมตอนนั้นไม่ใช้เวทย์นี้กันล่ะ !!! จะพาข้าบินไปทำไม !!!"

ถ้าใช้ได้ก็ใช้ตั้งแต่แรกสิ !!!

มิเนียร่ายิ้มออกมาอย่างไม่รู้สึกผิด

"ก็มันน่าสนุกกว่านี่นา...อีกอย่าง ตอนที่เธอร้องออกมานั้น น่ารักมากเลยล่ะนะ"

มิเนียร่าหัวเราะออกมา ก่อนที่เธอจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหนีไป

ให้ตายสิ...

"ต้องขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะ...คุณหนู"

โอเบรอนพูดขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจ

"ช่างมันเถอะค่ะ...มาคุยธุระกันเถอะ"

ราเซียถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะมองไปที่โอเบรอนด้วยสีหน้าที่จริงจัง

บรรยากาศของเธอเปลี่ยนไป ภาพลักษณ์สบายๆ แบบเมื่อสักครู่หายไปจนหมดสิ้น

"ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะ"

โอเบรอนเอามือของตัวเองมากุมเอาไว้ พร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

"ขอให้ท่านรับดินแดนแห่งภูตแห่งนี้ เอาไว้ในการปกครองของท่านด้วยได้ไหม"

โอเบรอนพูด พร้อมกับก้มหัวให้ราเซีย

หา...

"หมายความว่ายังไงกัน..."

"แน่นอนว่าข้าไม่ได้ขอเปล่าๆ...พวกเรายินดีเสียภาษีให้กับท่าน-"

"ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ! สิ่งที่ข้าต้องการจะรู้ก็คือเหตุผลที่ท่านทำแบบนี้ต่างหาก"

โอเบรอนยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบราเซีย

"เพราะว่าข้าคอยเฝ้าดูท่านมาตลอดเลยยังไงล่ะ...ขุนนางสาวที่สามารถสร้างดินแดนที่ทุกเผ่าพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ข้าเองก็อยากจะสนับสนุนความคิดนั้นของท่านนะ และที่สำคัญ..."

"ในตอนนี้ ดินแดนแห่งนี้กำลังมีปัญหาสินะ"

โอเบรอนพยักหน้าตอบรับ

"ถูกต้อง..."

"ถ้าจะให้ข้าเดา...คงจะมีสาเหตุมาจากพวกมนุษย์ ก็เลยอยากจะยืมอำนาจของข้าล่ะสิ"

"ใช่แล้วล่ะ"

"แต่เสียใจด้วยนะ...ข้าคงจะรับข้อเสนอของท่านไม่ได้หรอก"

ราเซียปฏิเสธอย่างไม่ลังเล

"แต่-"

"ฟังให้จบก่อนสิ"

ราเซียหยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง และเริ่มเขียนตัวอักษรลงไป

"ข้าหมายถึงว่า ข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้นและพวกเราจะได้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันยังไงล่ะ"

ราเซียยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปให้โอเบรอนอ่าน ซึ่งพอเขาอ่านไปแล้ว เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"สัญญาดินแดนพันธมิตร..."

"ถูกต้องแล้ว ถ้าหากดินแดนไหนเกิดปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ อีกดินแดนต้องเข้าไปช่วยและยังสามารถแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยมีอัตราภาษีสำหรับพันธมิตรด้วย"

"นี่ท่านจะให้ผลประโยชน์กับพวกเรามากเกินไปหรือเปล่า ? ทำไมท่านถึงไม่เก็บผลประโยชน์เอาไว้เองกันเล่า ?"

"เพราะสิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่ภาษีหรือกำไร...แต่เป็นรอยยิ้มของประชาชนยังไงล่ะ"

"..."

"เป็นยังไง ? ข้าสอบผ่านไหม ?"

พอได้ยินดังนั้น โอเบรอนก็หัวเราะชอบใจออกมา

"ฮ่าๆๆๆ ปิดคุณหนูไม่ได้จริงๆ เลยนะเนี่ย...แน่นอน...ผ่านสิ ในคำพูดของคุณหนูไม่มีคำโกหกเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ท่านคิดจริงๆ...ข้าเองก็มีชีวิตอยู่มาหลายหมื่นปี ก็พึ่งเคยเห็นมนุษย์แบบท่านเป็นครั้งแรกนี่แหละ"

โอเบรอนเซ็นชื่อลงบนใบสัญญานั่นและทันใดนั้น ใบสัญญาก็เรืองแสงออกมา...ก่อนที่จะจางหายไป

"นับจากนี้ไป พวกเราเป็นพันธมิตรกันแล้วนะ"

"อา..."

"ถ้าอย่างนั้น ก่อนอื่น...ข้ายังพอมีเวลาว่างอยู่ เดี๋ยวข้าจะช่วยจัดการปัญหาต่างๆ ของดินแดนของท่านก่อนก็แล้วกัน"

หลังจากนั้น...ภายใต้การดูแลของราเซีย ปัญหาต่างๆ ของดินแดนแห่งภูตก็ถูกแก้ไขอย่างรวดเร็ว

และในที่สุด...เวลาที่จะต้องไปงานประชุมขุนนางก็มาถึง

โอเบรอนใช้เวทย์เคลื่อนย้าย พาราเซียมายังเมืองหลวงในพริบตาเดียว

"ราเซีย ?"

ซาเฟลที่อยู่ตรงนั้นโดยบังเอิญ มองราเซียและโอเบรอนสลับกันด้วยความตกใจ

และในตอนนั้นนั่นเอง...ก็มีความคิดบางอย่างโผล่ขึ้นมาในหัวของโอเบรอน

เขายิ้มให้กับซาเฟลเล็กน้อย ก่อนที่จะโน้มตัวลงไปหอมแก้มราเซียเบาๆ

"ไว้พบกันใหม่นะคุณหนู"

โอเบรอนยิ้มออกมาพร้อมกับใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหนีไป

ส่วนราเซียก็เอียงคอสงสัยกับการกระทำของเขาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

แต่ซาเฟลกลับไม่ใช่นี่สิ...

หลังจากที่เห็นฉากที่น่าตกตะลึงตรงหน้า ซาเฟลก็รีบเข้าไปจับไหล่ของราเซียแน่น

"ราเซีย ! เจ้าหนุ่มนั่นเป็นใครกันน่ะ !!!"

"เจ็บนะ...จู่ๆ ก็เป็นอะไรของเจ้ากันเนี่ย..."
ให้ตายสิ...เป็นอะไรของเขากันนะ...

อือ...ถึงจะถามว่าโอเบรอนเป็นใครก็เถอะ...แต่ในตอนนี้ควรจะเก็บเป็นความลับเอาไว้ก่อนดีกว่า เพื่อที่ข้อมูลสำคัญจะได้ไม่รั่วไหลออกไป

"เขาเป็นใครก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเจ้าตรงไหนนี่ ?"

คำพูดนั้นของราเซียทำให้ซาเฟลนิ่งค้างไป ก่อนที่จะทรุดลงไปที่พื้น

"เป็นอะไรของเจ้าน่ะ ?"

"ขอให้ผมอยู่คนเดียวสักพักเถอะนะครับ..."

ซาเฟลพูดขึ้นมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่ราเซียก็ไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่นิดเดียว

"ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนนะ"

"ครับ..."

หลังจากที่บอกลาแล้ว ราเซียก็เดินเข้าปราสาทไป...

โดยปล่อยให้ซาเฟลนั่งทำใจอยู่เพียงลำพัง...

ในตอนนี้ ราเซียได้เข้ามาอยู่ในห้องประชุมใหญ่ๆ ห้องหนึ่ง

ที่นี่มีขุนนางตั้งแต่ชั้นไวเคานต์เป็นต้นไปอยู่ร่วมร้อยกว่าคน

และบนที่นั่งสูงสุดสามที่ ซึ่งเป็นที่นั่งของขั้วมหาอำนาจทั้งสาม

ตระกูลอวาเดียร์...ตระกูลดวาลอน...และตระกูลวาเรนเทียร์...

ทั้งสามเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจมากที่สุด ที่สามารถสั่นคลอนประเทศได้เลยหากต้องการ

และที่สำคัญก็คือพวกเค้าต่างทำสงครามเย็นกันอยู่อย่างต่อเนื่องจนสงครามอาจจะประทุขึ้นมาตอนไหนก็ได้ด้วยนี่สิ

"ไง คุณหนูแห่งตระกูลวาเรนเทียร์ วัลเดียเป็นยังไงบ้างล่ะ...อ้อ ! วัลเดียตายไปแล้วนี่นา ! โทษทีนะ ลืมไปซะสนิทเลย"

"แบบนี้ราเซียก็ต้องอยู่ตัวคนเดียวนะสิ สนใจแต่งเข้าตระกูลดวาลอนไหมล่ะ"

น่ารังเกียจจริงๆ...เจ้าแก่พวกนี้นี่...

วันๆ พวกแกก็เอาแต่รีดไถภาษีจากประชาชนไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายแท้ๆ

ไม่มีสมองคิดกันบ้างหรือยังไง

แล้วก็ยังเอาแต่คิดเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวอีก...ปัญญาอ่อนหรือไง

ไม่เคยคิดถึงสิ่งที่จะตามมาในอนาคตเลยสินะ ไอ้พวกกาฝากของอาณาจักร...

"ข้ายังไม่ต้องการจะแต่งงานตอนนี้"

ราเซียตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ โดยปกปิดความไม่พอใจเอาไว้

เธอกำหมัดแน่นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่จะตอกกลับขุนนางสองคนนั้นไป

"แล้วพวกท่านล่ะ ข้าได้ยินว่าดินแดนของพวกท่านมีแต่ปัญหานี่นา...ทั้งโจรป่า มอนสเตอร์บุกเมือง และยังแว่วๆ เรื่องการแทรกแซงของเผ่าปีศาจอีก"

"หึ ! มันก็แค่ปัญหายิบย่อยจะไปสนใจทำไม...ดินแดนของข้ามีกำลังพลอันแข็งแกร่งเพื่อเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว"

"ดินแดนของข้าเองก็พัฒนาอาวุธเพื่อเตรียมเอาไว้สู้รบกับพวกปีศาจเอาไว้แล้วเช่นกัน"

"ทางเธอเองนั่นแหละ ! กำลังเจอปัญหาขาดแคลนอาหารอยู่ไม่ใช่เหรอไง"

"พูดเรื่องอะไร ? ปัญหานั่น ข้าแก้ไขไปตั้งนานแล้วล่ะ"

พอราเซียพูดออกไปแบบนั้น ทั้งสองคนก็เงียบไปในทันที

"หึ...เจ้าดินแดนนอกคอกเอ้ย !"

"ใช่แล้ว ! ดินแดนที่มีแต่พวกอมนุษย์เต็มไปหมดแบบนั้น จะมีอะไรดีกัน !!!"

"มนุษย์อย่างพวกเราต่างหากที่อยู่ในจุดสูงสุด"

ปัญญาอ่อน...

ถ้าเอาแต่คิดแบบนั้น แล้วจะสร้างสันติขึ้นมาได้ยังไงกัน

บ้าหรือเปล่า

หลังจากนั้นฉันก็ต้องทนฟังเจ้าพวกขยะพวกนี้ โอ้อวดดินแดนของตัวเองอยู่นาน

โดยที่ไม่มีสาระอะไรเลยแม้แต่น้อย...

ให้ตายสิ...ขุนนางที่มีอำนาจส่วนใหญ่ ก็เป็นอำนาจที่สืบทอดต่อกันมาของตระกูล

ไม่คิดจะเอาคนที่มีความสามารถมาสักหน่อยหรือไง...

เสียเวลาจริงๆ...

น่าเบื่อ...น่าหงุดหงิด...น่ารำคาญ...

รู้สึกอารมณ์ไม่ดียังไงก็ไม่รู้...เห็นเจ้าพวกนี้แล้วหงุดหงิดจริงๆ

เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงยามสนธยา ในที่สุด...การประชุมที่แสนน่าเบื่อก็จบลง

ให้ตายสิ...แล้วแบบนี้จะจัดการประชุมขึ้นมาให้เสียเวลาทำไมกัน...

เจอเจ้าพวกนั้นแล้วรู้สึกคลื่นไส้จริงๆ...

"เหนื่อยจริงๆ..."

อยากกลับไปนอนพักเหลือเกิน...

รู้สึกเวียนหัวหน่อยๆ ด้วยสิ...

ร่างของราเซีย เซไปเซมาเล็กน้อยและทำท่าจะล้มลง

และในตอนนั้นนั่นเอง

"ราเซีย !"

ซาเฟลรีบเข้ามาพยุงร่างของราเซียเอาไว้ในทันที ซึ่งก็ทันเวลาพอดี

"เป็นอะไรหรือเปล่า !!!"

"ขอโทษที...ข้าก็แค่เวียนหัวนิดหน่อย"

"ถ้าอย่างนั้น ท่านก็นอนพักสักหน่อยเถอะนะครับ"

"นั่นสินะ...พักผ่อนสักหน่อยอาจจะดีก็ได้"

ไม่สิ...แล้วเราจะไปพักที่ไหนล่ะ...

"แต่ว่าข้าไม่ได้หาที่พักไว้ซะด้วยสิ..."

"ถ้าอย่างนั้นไปพักในห้องของผมก่อนก็ได้ครับ"

ซาเฟลพูดขึ้นมาพร้อมกับอุ้มราเซียขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิง

"อ๊ะ !"

ใบหน้าของราเซียแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย และเมื่อซาเฟลเห็นดังนั้น ภายในใจของเขาก็ดีใจจนแทบจะตัวลอยเลยทีเดียว

นี่แสดงว่าเรายังพอมีหวังสินะ ! ความสัมพันธ์ของพวกเราพัฒนาขึ้นแล้วสินะ !!!

หลังจากที่ซาเฟลให้ราเซียนอนลงบนเตียงแล้ว เขาก็ถามออกมา

"นี่ราเซีย...คือ...ผมเองก็เป็นผู้ชายนะ เธอควรจะระวังตัวสักหน่อยสิ"

"ถ้าเป็นเจ้า...ข้าก็วางใจ ดังนั้นไม่เป็นไรหรอก..."

หือ...

โอ้ !!! นี่แสดงว่าเธอเริ่มมีใจให้กับเราแล้วสินะ !!!

สำเร็จแล้วสินะ !!!

ซาเฟลยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนที่จะนิ่งค้างไปด้วยคำพูดต่อมาของราเซีย

"เพราะว่านายเป็นเพื่อนสนิทของเรายังไงล่ะ..."

ราเซียพูดพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะผล็อยหลับไป

//โป๊ก !!!

ซาเฟลเอาหัวโขกกำแพง พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

ยัยหัวช้าเอ้ย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เขากรีดร้องออกมาในใจ ก่อนที่จะหันไปมองใบหน้ายามหลับใหลของราเซีย

ซาเฟลลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆ ด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน

"เอาเถอะ...ตอนนี้เป็นแบบนี้ไปก่อนก็ได้"

เขาจุมพิตไปที่แก้มของราเซียเบาๆ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาข้างหูของเธอ

"หลับฝันดีนะ...ราเซีย..."

ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะ...ต่อให้ลำบากแค่ไหนแต่ฉันก็จะไม่มีทางยอมแพ้

เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างเธอ...ตลอดไป...

ราเซีย…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #2 Frame Master ch (@17122547a) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:31
    เติมความหวานให้ชีวิต ฟิน~ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปดีค่ะ
    #2
    0