ตอนที่ 3 : ท่านขุนนาง ตอนที่ 3 : เรื่องราวในอดีตและเรื่องสนุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

แฮก...แฮก...

มึนหัวจังเลย...เจ็บคอด้วย...

ไม่ไหว...ไม่มีแรงเลย...

ราเซียลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับหอบหายใจออกมาอย่างหนัก

แคกๆๆๆ

เธอไอออกมาพร้อมกับหันไปมองรอบๆ

และเธอก็พบว่า ซาเฟลกำลังทำงานเอกสารอยู่บนโต๊ะของเธอ

นั่นมันงานของเรานี่นา...

ซาเฟล...

ตื่นแล้วเหรอครับ ท่านหมดสติไปตอนที่กำลังเดินกลับห้องนอนนะครับ...แล้วก็รู้สึกว่าท่านจะมีไข้ด้วยดังนั้นนอนพักไปเถอะครับ เดี๋ยวผมทำงานของท่านให้เอง

“…”

ราเซียไม่พูดอะไร เธอมองไปที่ชายหนุ่มอย่างมึนๆ พร้อมกับพยายามลุกขึ้นมา

แต่เพราะว่าเธอไม่มีแรง เธอก็เลยร่วงลงไปจากเตียงอย่างสวยงาม

ราเซีย !!!”

ซาเฟลตะโกนชื่อของหญิงสาวขึ้นมาด้วยความตกใจ

เขารีบเข้าไปพยุงเธอขึ้นมาอย่างเร่งรีบ แต่เขาก็ถูกเธอผลักออกไป

ออกไปซะ...นี่มันงานของข้า เจ้าอย่ามายุ่ง

เธอพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาพร้อมกับมองไปที่ซาเฟลด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว

ถึงแม้ว่าข้าจะให้เจ้าอยู่ที่นี่ได้...แต่ก็เป็นเพราะพระราชาขอมาเท่านั้น...อย่าพยายามเข้ามายุ่งกับข้าอีก ถ้าเจ้าไม่อยากโดนไล่กลับไป

เธอพูดออกมาด้วยความโกรธก่อนที่จะพยายามลุกไปที่โต๊ะทำงาน

อย่าฝืนสิครับ ! ตอนนี้ท่านกำลังป่วยอยู่นะครับ !!!”

ออกไปซะ !!! อย่ามายุ่งกับข้า !!!!!”

ราเซียตะโกนขึ้นมาพร้อมกับผลักซาเฟลออกไป เธอร้องไห้ออกมาพร้อมกับตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

สุดท้ายเจ้าก็เป็นแค่คนนอกเท่านั้น...ออกไปซะ !”

เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

เนื่องจากทำอะไรไม่ได้ ทำให้เขาต้องยอมออกจากห้องไปด้วยความกังวล

สุดท้ายทุกคนก็เป็นเหมือนกันหมด...สุดท้ายข้าก็ไม่เหลือใครเลย...

เสียงของราเซียที่ดังขึ้นมาเบาๆ ทำให้เขาหันกลับไปมอง

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่จะปิดประตูก็คือ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและสีหน้าที่ดูทุกข์ทรมานของราเซียเท่านั้น

//ปัง !!!

ประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรง

เขามองไปที่ห้องของเธอพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ

ทำไมกันนะ...ทำไมเธอถึงมีสีหน้าที่เจ็บปวดถึงขนาดนั้น...ราเซีย

อยากจะทราบไหมล่ะครับ

เสียงของคนสูงอายุที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมา ทำให้เขาสะดุ้งตกใจ

เจ้าของเสียงก็คือหัวหน้าพ่อบ้าน...การ์น นั่นเอง

เดี๋ยวกระผมจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟังเองครับ...ว่าทำไมคุณหนูถึงแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา...

การ์นพูดขึ้นมาด้วยท่าทางที่สงบนิ่งราวกับว่า รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอยู่แล้ว

ช่วยตามกระผมมาด้วยนะครับ...

คงต้องตามไปอย่างเดียวล่ะนะ...

ชายหนุ่มเดินตามเขาไป จนกระทั่งมาถึงห้องส่วนตัวของการ์น

การ์นเสิร์ฟชาให้กับซาเฟล พร้อมกับเริ่มพูดออกมา

ถึงอาจจะเร็วไปหน่อย แต่เราก็มาเข้าเรื่องกันเถอะนะครับ...ท่านซาเฟล

เขามองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่จริงจัง พร้อมกับประสานมือของตัวเองเอาไว้

ตามที่ท่านได้สืบประวัติของคุณหนูมา...ท่านทราบแล้วใช่ไหมครับว่า ท่านแม่ของคุณหนูถูกพวกคนชั่วบุกเข้ามาฆ่าตาย

เป็นอย่างที่เขาว่ามา...ก่อนที่ผมจะมาเป็นองครักษ์ส่วนตัวของราเซียนั้น

ผมได้ทำการสืบประวัติของเธอจนหมดแล้ว...

ในตอนที่เธอยังเป็นเด็ก แม่ของเธอถูกคนร้ายฆ่าตายภายในคฤหาสน์ในตอนที่พ่อของเธอต้องไปทำธุระพอดี...

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ล่ะ

คุณหนูเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยครับ

คำพูดของการ์นทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจ...แน่นอนว่าเขาเองก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้น

หรือก็คือ...

อย่าบอกนะว่า...ราเซีย...

การ์นพยักหน้าลงเบาๆ เพื่อตอบว่าเขาเข้าใจถูกต้องแล้ว

ครับ...คุณหนูเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด...และท่านได้เห็นท่านแม่ของท่านถูกฆ่าไปต่อหน้าต่อตา...

เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในตอนนั้นมันช่างโหดร้าย...และเป็นประสบการณ์อันแสนจะเลวร้ายที่ยากจะลืมลงได้...

การ์นหลับตาลงอย่างช้าๆ ราวกับว่ากำลังทำใจก่อนที่จะเล่าเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดนี้ออกมา

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ และเรื่องราวต่างๆ ก็ค่อยๆ ถูกเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดจากปากของเขา...

.

.

กรี๊ด !!!!

เสียงกรีดร้องของสาวใช้ที่ดังขึ้นมาอย่างทรมานซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กสาวตัวน้อยเป็นอย่างมาก

มะ...แม่คะ...หนูกลัว

เธอบอกกับแม่ของเธอด้วยเสียงที่สั่นเครือ...แม่ของเธอหันมายิ้มให้กับเธอก่อนที่จะกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน...

แม่รักลูกนะราเซีย...หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกก็จงจำเอาไว้นะว่าแม่จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอนะ...

แม่ของเด็กสาวพูดก่อนที่จะปิดประตูตู้เสื้อผ้าลงและร่ายเวทย์กำกับเอาไว้เพื่อปกป้องเด็กสาวจากอันตราย...และในตอนนี้พลังเวทย์ทั้งหมดของเธอก็ได้หมดไปเสียแล้ว...

อา...นี่เราคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้วสินะ...

เธอพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมา

ทั้งๆ ที่เรายังอยากเห็นราเซียได้เติบโตเป็นสาวแท้ๆ...

เจอตัวแล้ว !!! นังนั่นอยู่นี่ !!!

เสียงนั้นดังขึ้นมาก่อนที่จะมีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง

หึๆๆๆ วันนี้แหละคือวันตายของแก...แกมันเป็นอุปสรรคต่อแผนการของพวกเรา

อย่าได้หวังเลย ! ข้าไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะ !

เธอกดปุ่มลับภายในห้องและทันใดนั้นนั่นเอง...ก็มีหอกจำนวนหนึ่งพุ่งออกมาจากกำแพงและแทงทะลุร่างของเหล่าบรรดาชายฉกรรจ์พวกนั้นไปหลายคน...

เธอหยิบดาบของตัวเองออกมาก่อนที่จะพุ่งเขาไปแทงดาบทะลุคอหอยจนพวกมันตายไปอีกหนึ่งคน

หนอยแน่แก !!!

เธอหลบดาบที่ฟันลงมาได้อย่างฉิวเฉียดและก็ตวัดดาบสวนกลับไปจนใบดาบเฉือนเนื้อของชายคนนั้นไปส่วนหนึ่ง...

อ๊าก !!!

มันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้น

ดีล่ะ...ถ้าเป็นแบบนี้อาจจะพอชนะได้-

*ฉึก

ลูกศรเหล็กปักเข้าไปที่หลังของเธอเต็มๆ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ

กรี๊ด !!!!

เธอกรีดร้องออกมาและล้มลงไปด้วยความเจ็บปวดจากพิษ...และ...

พวกคนชั่วก็ไม่ปล่อยโอกาสนั้นไป...

ตายซะ !!!

พวกคนชั่วเอาดาบฟันใส่หญิงสาวจนเธอขาดใจในทันที

เลือดของเธอไหลนองเต็มพื้นห้องสภาพของเธอในตอนนี้ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก...

ภารกิจสำเร็จแล้ว ! รีบหนีเร็ว !

พวกคนร้ายรีบหนีออกไปในทันทีที่ฆ่าหญิงสาวได้...และหลังจากนั้นสองชั่วโมงประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

วีเน่ !!!!!!!!!!!

ร่างของผู้ชายคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับอุ้มร่างที่ไร้วิญญาณของหญิงสาวขึ้นมากอดเอาไว้ก่อนที่จะร้องไห้ออกมา

ไม่นะ !!! วีเน่ !!!!

เขาตะโกนขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

จริงสิ ! แล้วราเซียล่ะ !!!

เขาตะโกนก่อนที่จะรีบหันไปรอบๆ

ราเซียอยู่ที่ไหนลูก !!!!!!

เขาตะโกนขึ้นมาเสียงดังก่อนที่จะสั่งให้พวกคนใช้ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ไปหาลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา

ลูกอยู่ที่ไหน !!! ราเซีย !!! ตอบพ่อหน่อยสิ !!!

เขาเริ่มร้อนรนเพราะความกังวลแล้ว...ในตอนนี้เขาสูญเสียภรรยาไปแล้ว...เขาไม่อยากจะสูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาไปอีกคน...

ในตอนนั้นนั่นเองเขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

ถ้าหากว่าเราเป็นวีเน่...เมื่อมีอันตรายเราจะเอาราเซียไปซ่อนไว้ที่ไหน...

ถ้าหากเป็นวีเน่ที่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้เล็กน้อยล่ะก็คงจะพาราเซียไปซ่อนในที่ๆ สามารถใช้เวทย์มนต์ปกป้องได้สินะ...

ถ้าอย่างนั้นคงจะเป็นตู้เสื้อผ้าล่ะมั้ง

ไม่รอช้า...เขารีบไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออกมาในทันที...

และสิ่งที่เขาพบก็คือ...

เด็กสาวที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างมาก...

กรี๊ด !!!!!!

เด็กสาวกรีดร้องออกมาอย่างหนักทำให้เขารีบกอดเธอเอาไว้ในทันที

ราเซียนี่พ่อเองนะลูก...ไม่ต้องร้องแล้วนะ...

มะ...แม่...

เธอหันไปมองร่างที่ไร้วิญญาณของแม่ของเธอ

ใบหน้าของเด็กสาวซีดลงก่อนที่จะกรีดร้องออกมา

อะ...อ๊า !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักในอ้อมอกของพ่อของเธอก่อนที่เธอจะสลบไป

เขาก็ร้องไห้ออกมาเช่นกัน...เขากอดร่างที่ไร้สติของเด็กสาวเอาไว้แน่นก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป...

หลายวันต่อมา...

เด็กสาวบนเตียงมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่ไร้แววและสีหน้าที่สงบนิ่งราวกับตุ๊กตา

หลังจากเหตุการณ์นั้นเด็กสาวก็เป็นแบบนี้มาตลอด...โดยที่ไม่มีใครทำอะไรได้เลย...

และเพราะเหตุการณ์นั้นทำให้เธอสูญเสียรอยยิ้มของเธอไป

ถึงแม้ว่าอาการของเธอจะดีขึ้นแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยยิ้มให้ใครเห็นนอกเสียจากคนในครอบครัวของเธอ ซึ่งก็คือคุณพ่อของเธอนั่นเอง

และที่สำคัญ...ท่านราเซียก็ได้แผลใจจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นอีกด้วย...แถมในตอนนี้ท่านวัลเดียก็ไม่อยู่แล้ว ทำให้คุณหนูปิดกั้นหัวใจของตัวเองมากกว่าเดิม...ดังนั้นมันคงจะเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับคนนอกอย่างท่านล่ะนะครับ

“…”

อย่างนี้นี่เอง...

เธอกำลังเจ็บปวดอยู่สินะ...ราเซีย...

เสียงพูดเบาๆ ของซาเฟลนั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ล้นออกมาจากหัวใจของเขา

พอการ์นเห็นดังนั้น เขาก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มราวกับมองลูกหลานเติบโต

ถ้าหากท่านเป็นห่วงคุณหนูล่ะก็...ขอเพียงแค่ท่านคอยอยู่เคียงข้างคุณหนูต่อไปก็แล้วครับ

นั่นสินะ...เข้าใจแล้ว...ขอบคุณมากนะการ์น

ยินดีอย่างยิ่งครับ...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ

การ์นพูดขึ้นมา ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

หลังจากที่การ์นออกไปแล้ว ซาเฟลก็ครุ่นคิดว่ามีอะไรที่เขาสามารถทำให้ราเซียได้บ้าง

อย่างน้อยในตอนนี้เราขอไปอยู่เคียงข้างเธอก็แล้วกัน...

ชายหนุ่มพูดขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไปอีกคน

หลังจากที่ออกจากห้องมาแล้ว ซาเฟลก็เดินไปที่หน้าห้องของราเซียอีกครั้ง

เขาเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับเรียกชื่อของเธอ

คุณหนูครับ ผมขออนุญาตเข้าไปนะครับ

หลังจากพูดจบ เขาก็ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ

สิ่งที่เขาพบก็คือ ร่างของหญิงสาวที่ฟุบอยู่ที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

ราเซีย !!!”

เขารีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเธอด้วยความเป็นห่วง

อา...ดูเหมือนว่าจะหลับไปเฉยๆ สินะ...

ซาเฟลอุ้มร่างของราเซียขึ้นมาด้วยความอ่อนโยน ก่อนที่จะวางร่างของเธอลงบนเตียงและห่มผ้าให้กับเธอ

อา...อากาศเริ่มเย็นขึ้นอีกแล้วแฮะ...

ที่นี่เริ่มจะเข้าสู่หน้าหนาวแล้วสินะ...

ผมคิด พร้อมกับลูบศีรษะของราเซียเบาๆ

เธอคงพยายามอย่างหนักเลยสินะ ราเซีย...เธอเป็นขุนนางหญิงคนแรกที่ได้รับหน้าที่ปกครองดินแดนเลยนี่นะ...

ปกติการดูแลดินแดนนั้น จะถูกส่งต่อให้กับบุตรชาย...แต่ว่าตระกูลวาเรนเทียร์ เหลือเพียง ราเซีย ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวเท่านั้น

แต่เธอกลับทำได้ดีกว่าขุนนางคนอื่นๆ อีก...

กว่าจะมาถึงจุดนี้ เธอคงจะต้องพยายามอย่างหนักเลยสินะ...

งานปริมาณมหาศาลขนาดนั้น เธอทำไปได้ยังไงกันนะ...

แต่ว่า...

ในตอนนี้เธอพักผ่อนให้สบายเถอะนะ...เดี๋ยวงานเอกสารพวกนี้ ฉันจะช่วยเธอเองนะ

เขาจุมพิตลงบนหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน...ก่อนที่จะไปลุยกับกองเอกสารอันมหาศาลบนโต๊ะทำงานของราเซีย...

ตามลำพัง...

แสงแดดยามรุ่งอรุณที่ส่องสว่างลงมากระทบร่างของเธอ รวมกับลมหนาวของฤดูหนาวอันหนาวเย็น ทำให้เธอตื่นขึ้นมาจากนิทรา

หญิงสาวฟื้นขึ้นมาด้วยท่าทางสะลึมสะลือ ก่อนที่จะหันไปมองรอบๆ ตัวด้วยอาการมึนงง

นี่มันเกิดอะไรขึ้น...อ๋อ...เราไม่สบายสินะ...

อา...ปวดร่างกายจังเลย...เมื่อยล้าไปหมดเลย...

ตื่นแล้วเหรอครับ คุณหนู

เสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นมอย่างกะทันหัน ทำให้ฉันสะดุ้ง

พอมองไปตามเสียง ฉันก็พบกับซาเฟลที่กำลังนั่งทำเอกสารของฉันอยู่

ซาเฟล ? ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ?”

ผมมาทำงานแทนท่าน เพื่อที่ท่านจะได้พักผ่อนได้เต็มที่ยังไงล่ะครับ

เขายิ้มให้กับฉัน พร้อมกับก้มหน้าก้มตาทำเอกสารต่อไป

สมแล้วที่เป็นคนที่พระราชาส่งมา...ขยันขันแข็งดีจริงๆ

ขอบใจเจ้ามากนะ

ท่านจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้สินะครับ...

เรื่องเมื่อวาน ?”

ไม่มีอะไรหรอกครับ

ซาเฟลตอบ ก่อนที่จะบิดขี้เกียจเล็กน้อย

เดี๋ยวข้าทำต่อเอง-

คนป่วยน่ะ...นอนพักไปเฉยๆ เถอะนะครับ

แต่...

ไม่ต้องห่วงครับ แค่นี้สบายมาก

ชายหนุ่มยิ้มออกมา เพื่อจะบอกว่าแค่นี้สบายมาก

อา...ซาเฟล...ถ้าหากว่ามีเรื่องเร่งด่วนล่ะก็...รีบแจ้งให้ข้าทราบทีนะ

เข้าใจแล้วครับ

อือ...เอาเถอะ...เขาคงจะไว้ใจได้ล่ะนะ...

อา...ปวดหัวจังเลย...หนาวด้วย...

เราไม่ถูกกับอากาศหนาวจริงๆ...

ราเซียมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มหนา ด้วยความหนาว

ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูน่ารักเป็นอย่างมาก

ซาเฟลมองภาพนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา...เธอช่างน่ารักจริงๆ

หลังจากนี้จะเข้าสู่หน้าหนาวแล้วนะครับ อากาศเองก็เริ่มเย็นขึ้นแล้วด้วย

อือ...นั่นสินะ...

หวังว่าพวกชาวบ้านจะเตรียมฟืนกับเสบียงสำหรับหน้าหนาวพร้อมแล้วนะ...

จะว่าไป...เรื่องแผนการนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ...จะเรียบร้อยดีไหมนะ

อา...มีแต่เรื่องกังวลเต็มไปหมดเลย...

ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นก็ได้นะครับ

ซาเฟลพูดออกมาราวกับอ่านใจของเธอได้

มันเขียนอยู่บนหน้าของท่านหมดแล้วครับ

ซาเฟลถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

เพราะว่า ราเซีย เธอเป็นคนตรงๆ ดังนั้นการอ่านความคิดของเธอก็เป็นเรื่องง่ายๆ ล่ะนะ

จะว่าไปแล้ว...ท่านทำงานมากขนาดนี้เลยเหรอครับเนี่ย...

พูดอะไรของเจ้า ? ข้าเป็นถึงขุนนางผู้ปกครองอาณาเขต วาเรนเทียร์ นะ...งานแค่นี้มันเป็นเรื่องธรรมดาออกนี่นา

แต่ว่าท่านยังเป็นเพียงหญิงสาวนะครับ...งานพวกนี้จะไม่หนักไปเหรอครับ

มันไม่เกี่ยวหรอกว่าจะหนักหรือเปล่า เพียงแค่ทำให้เต็มที่ก็พอแล้วล่ะนะ

ราเซียตอบออกมา พร้อมกับมองไปยังชั้นหนังสือที่อยู่ติดกับเตียง

เธอเอื้อมมือไปหยิบหนังสือมาอ่านเล่น เพราะว่าชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอทำงานนั่นเอง

เฮ้อ...เบื่อจัง...

ไม่มีอะไรทำเลยอะ...

ฉันถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะนั่งอ่านหนังสือไปอย่างเงียบๆ

และในตอนนั้นนั่นเอง...เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา

ขออนุญาตค่ะ

คนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือ รีฟีเน่ นั่นเอง

พอเธอเข้ามาแล้ว เธอก็ดวงตาเบิกโพล่งด้วยความตกตะลึง

ท่านราเซียคะ...ผู้ชายคนนี้เป็นใครเหรอคะ

เขาชื่อ ซาเฟล เป็นองครักษ์ของข้าที่พระราชาส่งมารับใช้น่ะ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

รีฟีเน่มองไปที่ซาเฟลด้วยความสงสัย

เหมือนเคยเห็นชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน...แต่ก็ช่างมันเถอะ

ฉันมารายงานว่าแผนการของท่านดำเนินไปได้ด้วยดีค่ะ...ในตอนนี้พื้นที่ต่างๆ กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ

ข่าวดีนี่นา

สมกับเป็นพวกเธอ จัดการได้รวดเร็วดีจริงๆ

แล้วก็...เดี๋ยวพรุ่งนี้ พวกเราจะเตรียมการเพื่อรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้...และเพราะว่าเรามีเมล็ดของต้นไมม่าเป็นจำนวนมาก ทำให้การจัดเตรียมฟืนและเสบียง ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ...สิ่งที่เป็นปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คงจะเป็นเรื่องรสชาติล่ะนะคะ

อย่างน้อยมันก็ช่วยประทังชีวิตไปได้ล่ะนะ

ได้ทานอาหารที่ไม่มีรสชาติ มันก็ยังดีกว่าไม่ได้ทานอะไรเลยยังไงล่ะ

จริงสิ ! ฉันมีของฝากมาให้ท่านด้วยนะคะ

รีฟีเน่พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะหยิบกระปุกลูกกวาดที่บรรจุลูกกวาดสีอำพันอยู่จำนวนหนึ่ง

นี่มัน !!!”

ลูกกวาดน้ำผึ้งมายา ค่ะ

ลูกกวาดน้ำผึ้งมายาเป็นขนมหายากสุดๆ เพราะว่าส่วนประกอบของมันคือน้ำผึ้งของผึ้งมายาที่เป็นมอนสเตอร์ระดับ B ที่หนึ่งปีจะให้น้ำผึ้งเพียงหนึ่งครั้ง

และกว่าจะไปเอามาได้นั้นมันก็ยากลำบากเป็นอย่างมาก

ทำให้มันมีราคาแพงและมีจำนวนจำกัดอีกด้วย

ฉันเอามาให้ท่านเป็นของขอบคุณยังไงล่ะคะ ท่านชอบขนมใช่ไหมล่ะ

แต่ข้าคงจะรับของราคาแพงแบบนี้เอาไว้ไม่ได้หรอกนะ...

ราเซียพูดออกมาด้วยท่าทางที่เสียดายเล็กน้อย

ท่านราเซียนี่น่ารักจริงๆ เลยน้า...

รับไปเถอะนะคะ ท่านเองก็ทำเพื่อพวกเรามามากแล้วนี่นา

ฉันยิ้มพร้อมกับยัดกระปุกลูกกวาดใส่มือของท่านราเซีย

ท่านราเซียมองกระปุกลูกกวาดในมือสลับกับหน้าของฉัน

พอฉันพยักหน้าให้กับท่าน ท่านก็หยิบลูกกวาดมาลองชิมดู

อื้ม !!!!”

ท่านราเซียแสดงสีหน้ามีความสุขออกมา พร้อมกับยิ้มออกมา !?

ทั้งฉันและซาเฟลต่างก็ตกใจกับภาพนั้น และราวกับต้องมนต์สะกดของรอยยิ้มนั้น...พวกเราทั้งสองคนต่างนิ่งค้างไป

นี่เป็นครั้งแรกเลยล่ะนะ ที่ฉันได้เห็นท่านราเซียยิ้มออกมา...

รอยยิ้มของท่านช่างงดงามจริงๆ...คุ้มค่าจริงๆ ที่ลำบากไปหาลูกกวาดน้ำผึ้งมายามาจนได้ ค่อยคุ้มกับที่เสียเงินไปตั้งห้าเหรียญทองหน่อย

ได้เห็นรอยยิ้มของท่านราเซีย...เรานี่โชคดีจริงๆ

ในตอนนั้นนั่นเอง เธอก็ได้สังเกตเห็นใบหน้าอันแดงก่ำของชายหนุ่มเข้าพอดี

โฮะโฮ่นี่เจ้าหนุ่มนั่นถูกท่านราเซียแย่งชิงหัวใจไปแล้วสินะ...

เจอเรื่องน่าสนุกอีกแล้วสิ...

จริงสิ...ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอแหย่หน่อยก็แล้วกัน

จะว่าไปแล้ว...ท่านราเซียคะ เรื่องคู่หมั้นของท่านล่ะคะ ? เลือกเอาไว้หรือยังคะ

ได้ผล ! เจ้าหนุ่มนั่นชะงักไปเลยแฮะ

อือ...ไม่เอาล่ะ...ถ้าหากเป็นเรื่องคู่ครองล่ะก็ ข้าขอเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่า

แล้วท่านชอบคนแบบไหนล่ะคะ

ทำไมจู่ๆ ถึงถามออกมากันล่ะ...

ท่านราเซียถามออกมาด้วยความสงสัย ส่วนเจ้าหนุ่มคนนั้นก็หันมาฟังอย่างตั้งใจ...กะแล้วเชียวว่าเจ้าหนุ่มนั่นตกหลุมรักท่านราเซียจริงๆ ด้วย

ก็แค่อยากรู้เองค่ะ

อย่างนั้นเหรอ ?”

ท่านราเซียทำหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะตอบออกมา

ขอแค่เป็นคนดีก็พอแล้วล่ะนะ

ธรรมดาจังเลยนะคะ...

ก็สมกับเป็นท่านราเซียดีนะ

จะว่าไปแล้วก็มีจดหมายขอดูตัว ส่งมาให้ท่านตั้งมากมายเลยไม่ใช่เหรอคะ

พอฉันพูดออกไปแบบนั้น ซาเฟลก็นิ่งค้างไปในทันที

หึๆๆๆ สนุกดีนะนี่...

ข้าให้การ์นเอาไปเผาทิ้งหมดแล้วเพราะมันน่ารำคาญน่ะ

หา...

นี่ท่านเผาทิ้งเลยเหรอคะนั่น...

แบบนี้จะทำให้ขุนนางพวกนั้นไม่พอใจเอานะคะ...

ข้าไม่ชอบการแต่งงานการเมืองแบบนั้นนี่นา...หรือว่าจะถึงเวลาที่ข้าจะหาคู่ครองแล้วกันนะ

//ตึง !!!

จู่ๆ ซาเฟลก็เอาหัวโขกกับโต๊ะอย่างแรง ทำให้ราเซียสะดุ้งด้วยความตกใจ

ส่วนรีฟีเน่เองก็พยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดชีวิตเหมือนกัน

เป็นอะไรของเจ้า...

ไม่มีอะไรครับ !”

แปลกคน...

ท่านมีสิทธิไปว่าเขาด้วยเหรอคะ...

ท่านเองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละค่ะ

จริงสิ...เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันกะจะพักสักหน่อย...เธอช่วยบอกให้ลีฟมาคุ้มกันฉันหน่อยได้ไหม

จะว่าไปแล้ว...ตอนที่ท่านไปในเมืองครั้งก่อน ก็โดนคนตามจีบเพียบเลยนี่คะ

อา...เป็นความทรงจำอันเลวร้ายจริงๆ...

ในตอนที่ฉันได้ออกไปเดินเปลี่ยนบรรยากาศในเมืองนั้น ก็มีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาหาตลอด...จนทำให้เราไม่ออกไปไหนสักพักเลยล่ะ...

เพราะแบบนั้น ตอนที่ออกไปเดินเล่นฉันจึงให้คนติดตามไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งคนยังไงล่ะ

จะให้ฉันเป็นคนคุ้มกันก็ได้นะคะ

มันจะเด่นเกินไปนะสิ...เธอเป็นถึงกิลด์มาสเตอร์เลยนะ

ถ้าอย่างนั้นให้ผมพาไปไหมครับ

จู่ๆ ซาเฟลก็เสนอตัวเองขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้รีฟีเน่ที่เห็นเหตุการณ์ ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

แบบนั้นก็ดีนะคะ...ยังไงเขาก็เป็นองครักษ์ส่วนตัวของท่านนี่คะ

อือ...เอาแบบนั้นก็ได้

เป็นไปตามแผน...

ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ท่านสนุกกับการเดทนะคะ

ทันทีที่รีฟีเน่พูดออกมา ซาเฟลก็หน้าแดงขึ้นมาในทันที

แต่ว่าราเซียกลับเอียงคอสงสัย

เดทคืออะไรเหรอ ?”

พอได้ยินคำพูดนั้น มันก็ทำให้ฉันถึงกับกุมขมับ

ลืมไปเลยว่าท่านราเซียไม่ค่อยประสีประสาเรื่องพวกนี้นี่นา...

จากนี้ไป คุณคงเหนื่อยน่าดูเลยนะคะซาเฟล

ทำใจเอาไว้แล้วล่ะครับ...

หมายความว่ายังไง ? ทำไมเหมือนกับว่าข้าไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวเลยล่ะ ?”

เฮ้อ...

ทั้งสองคนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ทำให้ราเซียเอียงคอสงสัย

แต่พวกเขาก็ไม่ได้บอกอะไรเธอเพิ่มเติม ดังนั้นเธอเลยไม่ได้สนใจอะไรต่อ

ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะคะจริงสิ

รีฟีเน่ หันไปหาซาเฟลด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย

ขอให้สนุกนะคะ

พอพูดจบ เธอก็เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

หมายความว่ายังไงกันนะ...

และหลังจากนั้นไม่นาน...เขาก็ได้รู้เหตุผลของคำพูดนั้น...

ฮิๆๆๆๆๆ

ราเซียหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย...

นี่เธอเมาแล้วเหรอ...แล้วเมาได้ยังไงกันล่ะ...

หรือว่าในลูกกวาดนั่นจะมีเหล้าเป็นส่วนผสมกัน...

ฮิๆๆๆๆๆ

เขาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังหัวเราะอยู่อย่างร่าเริง ด้วยความหลงใหล

อา...ถ้าเป็นตอนปกติล่ะก็...เราไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มนี้แน่นอน...

ถึงเธอจะเมาอยู่ก็เถอะ...

เพราะเธอไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาล่ะนะ...

เอ่อ...ท่านราเซียครับ

ฮิๆๆๆๆๆๆ

หญิงสาวหัวเราะอย่างสนุกสนาน พร้อมกับขยับแขนไปมาอย่างร่าเริง...

นี่ท่านราเซียตอนเมาเป็นแบบนี้เองเหรอเนี่ย...

เหมือนเด็กๆ เลย...น่ารักดี...

แต่ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ด้วยสิ...

ทำยังไงดีล่ะทีนี้...

เอาเป็นว่า ให้เธอนอนหลับไปก่อนก็แล้วกัน

ชายหนุ่มเอาผ้าห่มผืนหนา ห่มให้กับหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน

นอนเถอะนะครับ คุณหนูพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาอย่างสดใสนะครับ

พอเขาพูดออกมาแบบนั้น เธอก็แสดงอาการไม่พอใจออกมา

ราเซีย...

เอ๋ ?”

ชื่อของเรายังไงล่ะ ! เราไม่ได้ชื่อคุณหนูซะหน่อยนะ !”

ราเซียพูดออกมาพร้อมกับจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ

พอเธอเมาแล้วบุคลิกเปลี่ยนเลยนะเนี่ย...

หรือว่านี่จะเป็นนิสัยที่แท้จริงของเธอกันนะ...

เอ่อ...แต่ว่า...

ก็บอกให้เรียกเราว่า ราเซีย ยังไงล่ะ

คะ...ครับ...ราเซีย

พอชายหนุ่มพูดออกมาแบบนั้น หญิงสาวก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เก่งมากๆ...หลังจากนี้ก็เรียกเราแบบนั้นนะ

เธอลูบศีรษะเขาเบาๆ พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่งดงามราวกับเทพธิดา

พอเห็นแบบนั้น ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำในทันที

แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่รู้ถึงความรู้สึกของเขาเลย...

พอลูบศีรษะของชายหนุ่มจนพอใจแล้ว เธอก็หาวออกมาเบาๆ ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุด

เธอช่างน่ารักจริงๆ...

ถ้าเวลาปกติเธอเป็นแบบนี้ด้วยก็น่าจะดีนะ...

เขายิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับจุมพิตลงบนหน้าผากของหญิงสาวเบาๆ

หลับฝันดีนะ...ราเซีย…”

ซาเฟลพูดขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่จะออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

ทำให้ภายในห้องคงเหลือเอาไว้เพียงเสียงลมหายใจยามนอนหลับของหญิงสาวเพียงเท่านั้น...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

29 ความคิดเห็น