ตอนที่ 2 : ท่านขุนนาง ตอนที่ 2 : วันธรรมดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

หลายวันผ่านไป

วันนี้เราก็จมอยู่กับกองเอกสารอีกเช่นเคย

เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้อาณาเขตของเรามีแต่เรื่องวุ่นวายและปัญหาต่างๆ นาๆ เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน

ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากตั้งหน้าตั้งตาทำงานเอกสารตรงหน้าต่อไปเท่านั้น...

ต้องทนต่อไป...จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง...

เอาล่ะ...ไหนดูซิ...

อา...ปัญหาอาหารขาดแคลนนี่เราต้องรีบจัดการก่อนสินะ...

เพราะว่าพื้นที่ของอาณาเขตของเราส่วนใหญ่อยู่ในเขตหนาว ทำให้การเพาะปลูกพืชเป็นเรื่องยากลำบาก

ดังนั้นการขาดแคลนอาหารจึงเป็นปัญหาที่แก้ไขยากพอสมควร...

พื้นที่ๆ อยู่ในเขตอบอุ่นพอที่จะปลูกพืชได้ก็มีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น...

ไม่พออย่างแน่นอน

อือ...จะให้พวกประชาชนกินแต่เนื้ออย่างเดียวก็ไม่ได้ด้วยสิ...

ให้ตายสิ เขตหนาวนี่มันลำบากจริงๆ เลยนะ...

เอายังไงดีล่ะ...

เป็นปัญหาที่คิดไม่ตกจริงๆ...

//ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นมาด้วย

ได้เวลาอาหารแล้วนะครับคุณหนู

ซาเฟลนั่นเอง...

ในตอนนี้เพราะว่าไม่มีงานอะไรเหลือให้เขาทำ ฉันจึงไล่ให้เขาไปช่วยงานบ้านล่ะนะ...งานเอกสารพวกนี้ทำเองแล้วรู้สึกสบายใจมากกว่าล่ะนะ

จะว่าไป นี่ถึงเวลาเที่ยงวันแล้วอย่างนั้นเหรอ...

อา...แต่ว่าเราไม่รู้สึกอยากอาหารเลยสักนิด...

ข้าไม่กิน...ตอนนี้ข้ากำลังใช้ความคิดอยู่ อย่ามารบกวน

หญิงสาวพูดขึ้น ก่อนที่เธอจะหยิบกระดาษเปล่าและปากกาขนนกขึ้นมา

อา...เอายังไงดีนะ...

ให้ตายสิ...ความหนาวเย็นกับหิมะนี่มันเป็นปัญหาจริงๆ เลย

เพราะความหนาวเย็นทำให้เมล็ดพืชอยู่ในสภาวะจำศีล...ถ้าทำให้มันอุ่นขึ้นได้ก็คงจะดี...

สิ่งที่พืชต้องการก็มีน้ำกับสารอาหารซึ่งใช้ปุ๋ยที่ทำจากพวกเศษอาหารและใบไม้ก็ได้...

ปัญหาก็คือแสงอาทิตย์นี่ล่ะ...หิมะมันจะกลบแสงอาทิตย์ไปจนพืชสังเคราะห์แสงไม่ได้...เพราะว่ามันตกหนักมากจนเป็นปัญหาใหญ่เลย...

เอายังไงดีล่ะ...

เดี๋ยวนะ...

ปัญหาคือหิมะ...กับความหนาวเย็นแล้วก็แสงแดดสินะ

ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...

ถ้าหากไม่มี...เราก็สร้างมันขึ้นมาเองสิ...

ถึงแม้ว่าหิมะจะตกหนัก...แต่ภายในบ้านก็อบอุ่นพอสมควร...

ถ้าเราเอาตรงนั้นมาปรับใช้ล่ะ...

แบบนี่หิมะก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย

ในตอนเริ่มแรกให้พวกนักเวทย์ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชให้ก่อนและหลังจากนั้นก็กระจายความรู้ให้กับพวกชาวบ้าน

ส่วนเรื่องสร้างความอบอุ่นนั้น ก็จำเป็นต้องใช้คอร์ของมอนสเตอร์ธาตุไฟจำนวนมาก...หรือจะเป็นคอร์ธรรมดาไร้ธาตุก็ได้...ยิ่งเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ต้องไปติดต่อกับกิลด์นักผจญภัยล่ะนะ...แต่เอาไว้ก่อน

ถ้าหากต้องการแสงอาทิตย์ล่ะก็...ใช้หลังการเป็นหลังคาแก้วหนาๆ ดีไหมนะ

ไม่สิ...แก้วมันราคาแพงเกินไป...พวกชาวบ้านซื้อไม่ได้แน่นอน

เอาเป็นบ้านไม้ที่แข็งแรงทนทานก็พอแล้วล่ะ...

และถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ล่ะก็ เราก็จำเป็นต้องใช้ไม้จำนวนมาก

ต้นไม้ที่โตเร็วและเหมาะสำหรับเขตหนาวอย่างนั้นเหรอ...เอาเป็นต้นไมม่า ดีกว่า

ต้นไมม่าคือต้นไม้ที่วิเศษมาก มันใช้เวลาเพียงสองอาทิตย์ในการเจริญเติบโตเต็มที่และจะออกผลทุกๆ สองเดือน แถมยังสามารถเติบโตในเขตหิมะได้ด้วย

แถมผลของมันยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย...ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรสชาติสักเท่าไหร่ก็ตาม...

เพียงแต่...ต้นไมม่าหนึ่งต้นตอนออกผลส่วนใหญ่มันจะเป็นผลที่ไม่มีเมล็ดนี่สิ

เมล็ดของมันมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียว ซึ่งผลไหนที่มีเมล็ด มันก็จะบรรจุไปด้วยเมล็ดสีน้ำเงินเข้มจำนวนมาก...แต่มันก็มีโอกาสเจอแค่หนึ่งในร้อยเท่านั้นเองล่ะนะ

ดีนะที่เราสะสมเมล็ดของมันเอาไว้เยอะมากจากอาณาเขตอื่น เพราะมันเป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยจะได้รับความนิยมเพราะรสชาติของมันทำให้สามารถซื้อเมล็ดของมันได้ในราคาถูกมาก

คิดถูกจริงๆ ที่เคยกว้านซื้อเอาไว้ก่อน...ในคลังคงจะมีสักสองถึงสามร้อยตันล่ะมั้งนะ

ฉันเก็บพวกวัตถุดิบต่างๆ เอาไว้ในคลังเวทย์มนต์ที่ติดตั้งอยู่ในห้องเก็บของ

ซึ่งท่านพ่อได้สร้างเอาไว้เพื่อฉัน...รู้สึกว่ามันจะเก็บได้อย่างไม่สิ้นสุด แถมของในนั้นยังอยู่ในสภาพเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ด้วย

ถึงไม่รู้ว่าท่านทำได้ยังไงก็เถอะนะ...แต่มันก็สุดยอดมากเลยล่ะ

แน่นอนว่าฉันแยกประเภทและชนิดเอาไว้ด้วยนะ มันจะได้สะดวกในการค้นหายังไงล่ะ

ต่อไปก็เรื่องการขนย้ายและเพาะปลูกซึ่งสามารถฝากพวกจอมเวทย์ได้

เดี๋ยวเอาใส่ไว้ในแหวนเวทย์มนต์ก็แล้วกัน

มันก็คือคลังเก็บของเวทย์มนต์นั่นแหละ...เพียงแต่มีรูปร่างเป็นแหวนและสามารถเก็บของได้ถึงหนึ่งพันตัน ซึ่งท่านแม่มอบมันให้กับฉันเป็นของขวัญวันเกิด...ก่อนที่ท่านจะเสียไป...

เรียกว่ามันเป็นเสมือนของดูต่างหน้าก็ได้...

แต่มันก็น้อยกว่าที่ท่านพ่อทำให้อยู่ดี...ถึงแม้ของท่านพ่อจะพกพาไปด้วยไม่ได้ก็เถอะ

เอาล่ะ...เริ่มลงตัวแล้ว...

ต่อไปก็นักเวทย์สินะ...จำนวนของนักเวทย์ในดินแดนของเราก็มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้นเอง

เอาเถอะ...เดี๋ยวไปคุยกับพวกผู้นำของเผ่าต่างๆ ก็แล้วกัน

ในตอนที่ฉันเปลี่ยนดินแดนแห่งนี้ให้เป็นดินแดนที่ทุกเผ่าพันธุ์สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ พวกหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับฉัน

ซึ่งพวกเขามีกันอยู่หกคน ซึ่งก็แบ่งไปตามธาตุต่างๆ ของพวกเขา

รีฟีเน่ ผู้นำเผ่า Sylvestris เผ่าแห่งสายลม

วาโร๊ค ผู้นำเผ่า Vulcanus เผ่าแห่งเปลวเพลิง

อควาไรน์ ผู้นำเผ่า Undine เผ่าแห่งสายน้ำ

ดรอม ผู้นำเผ่า Gnome เผ่าแห่งผืนดิน

ดวาลอฟ ผู้นำเผ่า Spriggan เผ่าแห่งความมืด

ไรฟี่ ผู้นำเผ่า Fairy เผ่าแห่งแสงสว่าง

พวกเขาทั้งหกขึ้นตรงต่อฉันเพียงคนเดียวและพวกเรายังสนิทสนมกันมากอีกด้วย...ถ้าหากเกิดปัญหาใหญ่ๆ ขึ้นมา พวกเขาก็จะมาแจ้งฉันผ่านเวทย์มนต์

ซึ่งฉันใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ดังนั้นฉันเลยจำเป็นต้องพึ่งพลังของนักเวทย์ทุกคนล่ะนะ...แต่ฉันยังใช้พวกอุปกรณ์เวทย์มนต์ได้นะ

ซึ่งทุกคนก็ต้องใช้ได้อยู่แล้วล่ะ...เพราะอุปกรณ์เวทย์มนต์นั้นดึงพลังมาจากธรรมชาติโดยที่มีคอร์ของพวกมอนสเตอร์เป็นตัวรวบรวมพลังเวทย์เอาไว้ยังไงล่ะ

ต่อไปก็ต้องรวบรวมพวกนักเวทย์มาให้ได้มากที่สุดล่ะนะ

เอาล่ะ...รีบจัดการเลยดีกว่า

ไม่รอช้า ฉันรีบเก็บของที่จำเป็น แล้วเดินออกมาจากคฤหาสน์ในทันที

พอออกมาแล้วฉันก็บังเอิญไปเจอการ์นที่พึ่งกลับจากการซื้อของเข้าพอดี ฉันจึงบอกการ์นไปเลย

เดี๋ยวข้าจะไปที่กิลด์นักผจญภัยหน่อยนะ

ราเซียพูดขึ้นมาก่อนที่จะเดินออกไป

ไปดีมาดีนะครับคุณหนู

การ์นพูดขึ้นมาก่อนที่จะทำความเคารพราเซียและเดินกลับเข้าคฤหาสน์ไป

ส่วนราเซียนั้น...เมื่อเธอมาถึงที่กิลด์นักผจญภัยแล้ว เธอก็ขึ้นไปที่ชั้นสองก่อนที่จะเปิดประตูเข้าห้องของหัวหน้ากิลด์ไปอย่างไม่ลังเล

อ้าว ! ท่านราเซีย !”

เสียงเรียกดังขึ้นมาทันทีที่ฉันเข้าไป

เจ้าของเสียงคือหญิงสาวที่มีเส้นผมสีเขียวอ่อนๆ กับใบหน้าที่ได้รูปงดงาม...เธอคือหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยแห่งนี้นี่เองและยังเป็นหนึ่งในผู้นำเผ่าอีกด้วย

สวัสดี...รีฟีเน่...ข้ามีเรื่องที่จะขอร้องให้เจ้าช่วยหน่อย...เพื่อที่จะรับมือกับปัญหาการขาดแคลนอาหารล่ะนะ

ทันทีที่ราเซียพูดออกไป...สีหน้าของรีฟีเน่ก็เปลี่ยนจริงจังในทันที

เข้าใจแล้วค่ะ...จะเรียกพวกระดับสูงมารวมตัวนะคะในระหว่างนั้นก็ขอเชิญให้ท่านพักผ่อนอยู่ที่นี่ด้วยนะคะ

อือ

หลังจากนั้นรีฟีเน่ก็เปิดหน้าต่างและบินออกไปในทันที

พวกที่ใช้เวทย์มนต์ได้นี่สะดวกจริงๆ นะ

ช็อกโกแลตร้อนไหมคะท่านราเซีย

หญิงสาวเผ่ามนุษย์สัตว์ถามขึ้นพร้อมกับยื่นแก้วช็อกโกแลตร้อนมาให้ฉันซึ่งฉันก็รับเอาไว้

เธอคือ ลีฟ เธอเป็นนักผจญภัยสาวที่ฉันเคยช่วยเอาไว้ตอนที่เธอยังเป็นเด็กและกำลังจะอดตาย...ซึ่งนั่นก็อยู่ในช่วงเวลาที่ฉันพยายามสร้างดินแดนที่มนุษย์และอมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้ล่ะนะ...

พวกเราสนิทกันพอสมควร...และเธอก็นับถือฉันเป็นเหมือนพี่สาวของเธอ

แถมเธอยังชอบเข้ามาอ้อนฉันบ่อยๆ ด้วย

ขอบใจนะ

ด้วยความยินดีค่ะ

ลีฟพูดพร้อมกับเดินมานั่งข้างๆ ฉัน...และเธอก็นอนลงโดยที่ใช้ตักของฉันเป็นหมอน

นุ่มนิ่มจังเลยนะคะ

“…นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าเราอ้วนหรือไงกัน

ไม่ใช่นะคะ ! ท่านผอมมากเลยต่างหาก...ถ้าหากท่านผอมไปมากกว่านี้มันก็แย่สิคะ ! เดี๋ยวก็เหลือแค่หนังหุ้มกระดูกหรอกค่ะ

ลีฟรีบพูดออกมาด้วยท่าทางที่ร้อนรน

นั่นสินะ...ก็ปกติแล้วเราเป็นพวกทานอาหารน้อยนี่นา...

ถ้าอ้วนก็แปลกแล้วล่ะ...

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เราก็เป็นพวกทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วยสิ...

จะว่าไปแล้ว...นี่ท่านผอมลงอีกแล้วสินะคะ...

...ไม่รู้สิ...ข้าเองก็ไม่ค่อยได้ชั่งน้ำหนักซะด้วย

ก็เราไม่ค่อยมีเวลานี่นะ...

ทุกๆ วันก็มีแต่งานๆๆ แล้วก็งาน...

ดังนั้นเราไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนคนอื่นหรอก...

บางทีข้าอาจจะบ้างานมากเกินไปเหมือนกับที่คนอื่นเคยบอกก็ได้ล่ะมั้ง...

ทันทีที่เธอพูดออกไป...ลีฟก็ยิ้มพร้อมกับพูดออกมาด้วยใบหน้าที่สดใส

พึ่งรู้ตัวเหรอคะ

อึก...

พวกเราก็เคยบอกท่านไปตั้งหลายหนแล้วนี่คะว่าให้ท่านพักซะบ้าง...ยังไงท่านก็ไม่ควรที่จะทำงานหนักถึงขนาดนี้นะคะท่านราเซียเพราะยังไงท่านก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ

พอได้ยินดังนั้นราเซียก็นิ่งไป...

นี่...ลีฟ...เจ้ามีความฝันบ้างหรือเปล่า...

จู่ๆ เธอก็ถามออกมาอย่างกะทันหันทำให้ลีฟทำสีหน้าสงสัยออกมา

มีสิคะ...ความฝันของฉันก็คืออยากจะมีสถานที่ๆ ทุกเผ่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขนะคะ...ซึ่งคนที่ทำให้ฝันของฉันเป็นจริงก็คือท่านยังไงล่ะคะ

ลีฟยิ้มออกมาบางๆ ซึ่งฉันก็ลูบหัวเธอไปเบาๆ

แล้วความฝันของท่านล่ะคะท่านราเซีย

ทันทีที่ถามออกไป...ราเซียก็แสดงใบหน้าที่ดูเหงาและเปล่าเปลี่ยวออกมาเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้ลีฟรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย

ความฝันของข้าก็คือ...การได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างสงบสุขยังไงล่ะ...แต่ว่ามันก็เป็นเพียงแค่ฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงล่ะนะ...

ท่านราเซียพูดพร้อมกับฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย...เล็กน้อยจริงๆ จนคนที่ไม่สังเกตจริงๆ ไม่สามารถรู้ได้เลย...เพราะเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้มล่ะนะ

ลีฟรู้สึกกระสับกระส่าย พร้อมกับมองราเซียด้วยความรู้สึกกังวล

นี่เราถามอะไรที่ไม่ควรถามไปแล้วอย่างนั้นเหรอ...

แต่ว่านะ...ลีฟ

ราเซียพูดขึ้นมา พร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่าง

ถึงแม้ว่าข้าจะฝันสลายไปแล้ว...แต่ว่าข้าก็ยังสามารถปกป้องความฝันของประชาชนของข้าได้นะ

ไม่รู้ว่าทำไม...แต่ว่าท่านราเซียในตอนนี้ดูเหงาและเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก...

และฉันก็รู้สึกว่าถ้าหากในตอนนี้ฉันไม่รีบเรียกท่านกลับมาล่ะก็...ท่านจะต้องจากพวกเราไปแน่ๆ...

แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ...

จริงสิ...จะว่าไปแล้วเมื่อก่อนท่านราเซียเคยสอนเราเอาไว้นี่นา...

คงถึงเวลาที่เราจะนำมันมาใช้แล้วสินะ...

ไม่รอช้า...ลีฟรีบเข้าไปกอดราเซียในทันที

ท่านยังมีพวกเราอยู่นะคะ

ฉันกอดท่านราเซียพร้อมกับพูดขึ้นมา

เมื่อก่อน...ท่านราเซียเคยสอนเอาไว้ว่าการกอดนั้นสามารถทำให้สงบลงได้

และท่านราเซียก็เคยกอดฉันแบบนี้ในตอนที่ฉันยังเป็นเด็กด้วย...

ข้ารู้แล้วล่ะน่า...

ราเซียพูดพร้อมกับผละตัวออกมา...ใบหน้าของเธอกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง...

จริงสิ...ลีฟ...เจ้าจงไปพาพวกจอมเวทย์ของทุกเผ่าพันธุ์มาพบข้าที...เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอาหารขาดแคลน พลังของพวกเขาเป็นสิ่งจำเป็น

เพราะแผนการที่เรากำลังจะใช้มันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากจอมเวทย์ทั้งหลายล่ะนะ...

รับทราบแล้วค่ะ

ลีฟพูดพร้อมกับกระโดดออกไปทางหน้าต่างและกระโดดข้ามหลังคาบ้านต่างๆ ไป

ฉันมองร่างของเธอไปจนลับตาพร้อมกับถอนหายใจออกมา

พวกเจ้าไม่รู้จักออกทางประตูกันบ้างหรือไง...

คราวหน้าเราเปลี่ยนหน้าต่างเป็นประตูไปเลยน่าจะดีกว่า...

หลังจากที่นั่งรออยู่สักพักหนึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา

//ก๊อกๆๆ

ท่านราเซียคะพวกเรามาครบทุกคนแล้วค่ะ

เสียงของรีฟีเน่ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของคนหกคนเดินเข้ามาภายในห้อง

ซึ่งฉันก็คุ้นเคยกับพวกเขาเหล่านี้เป็นอย่างดี...

พวกเรา ผู้นำทั้งหกมาพบท่านแล้วค่ะ

รีฟีเน่ ผู้นำเผ่า Sylvestris พูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง

โอ้ ! ที่นี้ก็ได้เวลาที่พวกเราจะออกโรงแล้วสินะ

วาโร๊ค ผู้นำเผ่า Vulcanus พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

วาโร๊ค...เจ้าอย่าบ้าพลังสิ...สิ่งที่เรากำลังจะทำมันต้องใช้สมองนะ

อย่างที่ท่านราเซียบอกนั่นแหละค่ะ...คุณควรจะเรียนรู้จากท่านราเซียมากกว่านี้ จะดีกว่านะคะ

อควาไรน์ ผู้นำเผ่า Undine พูดขึ้นมาอย่างใจเย็น

โฮ่ๆๆๆๆ นั่นสินะ...ที่ท่านราเซียเรียกรวมพวกเราแบบนี้แสดงว่าท่านมีแผนการอะไรบางอย่างสินะถ้าหากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรืออาวุธอะไรก็บอกข้าได้เลยนะเดี๋ยวข้าสร้างให้เอง

ดรอม ผู้นำเผ่า Gnome พูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม

อะ...เอ่อ...ถึงแม้ว่าผมอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่..แต่ผมจะพยายามครับ

ดวาลอฟ ผู้นำเผ่า Spriggan พูดออกมาด้วยท่าทางไม่มั่นใจ

อะไรของนายดวาลอฟ ! เป็นถึงผู้นำเผ่าก็พูดให้มั่นใจหน่อยสิ !!!”

ไรฟี่ ผู้นำเผ่า Fairy พูดออกมาพร้อมกับบินมานั่งบนหัวของฉัน

นี่ไรฟี่ ! เธออย่าไปนั่งบนหัวของท่านราเซียแบบนั้นสิ !”

ไม่เป็นไรหรอกรีฟีเน่ข้าไม่ถือ...อีกอย่าง...ไรฟี่ก็ตัวเล็กนิดเดียวไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย

พอฉันบอกออกไปแบบนั้นแล้วรีฟีเน่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

ส่วนไรฟี่ก็หัวเราะชอบใจออกมาก่อนที่จะย้ายตำแหน่งมาอยู่บนไหล่ของฉันแทน

เรื่องคุยเล่นเอาไว้แค่นี้ก่อน...ในตอนนี้เรามาเข้าเรื่องกันได้แล้วล่ะ

ราเซียพูดออกมาพร้อมกับกางแผนที่อาณาเขตวาเรนเทียร์ออกมา

จากที่ทุกคนเห็น...ดินแดนส่วนใหญ่ของเรานั้นเป็นพื้นที่ๆ มีหิมะตกหนัก ดังนั้นจึงแทบจะปลูกพืชผลอะไรไม่ได้...แต่ในที่สุดฉันก็เตรียมวัตถุดิบสำคัญครบเสียที นั่นก็คือเมล็ดของต้นไมม่าและเมล็ดพันธุ์อื่นๆ ที่จำเป็น...เดี๋ยวฉันจะอธิบายแผนให้ฟังนะ

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มที่จะอธิบายแผนการต่างๆ ให้กับพวกผู้นำเผ่าต่างๆ ฟังในทันที

ซึ่งมีดวาลอฟมีหน้าที่จดสิ่งต่างๆ ที่ราเซียได้กล่าวออกมา

แผนการของเธอมีดังนี้

ให้กระจายพวกนักเวทย์ไปขยายพันธุ์พืชต่างๆ ที่เธอได้เตรียมเอาไว้ให้

และช่วยสอนพวกชาวบ้านด้วย

ให้สอนเกี่ยวกับวิธีการสร้างเรือนปลูกพืชและช่วยติดตั้งเครื่องมือเวทย์เพื่อให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง

หลักๆ ก็มีสองข้อนี้ ส่วนหัวข้ออื่นๆ ก็เป็นหัวข้อยิบย่อยล่ะนะ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ดังนั้นการรวมมือจากทุกคนเป็นสิ่งจำเป็นล่ะนะ

หลังจากที่อธิบายจบ พวกผู้นำเผ่าก็ไม่มีใครคัดค้านเลย

เป็นแผนการที่ดีนะคะท่านราเซีย...ฉันจะดำเนินการให้ในทันทีเลยค่ะ
ว่าแล้วเชียวว่าเรื่องใช้สมองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านดีกว่า ส่วนเรื่องคอร์ธาตุไฟที่ต้องการเป็นจำนวนมากนั้น ข้าจะหามาให้เอง

เป็นแผนที่ดีเลยนะคะ เรื่องเงินทุนฉันจะออกให้เองค่ะ

โฮ่ๆๆๆๆ ส่วนเรื่องการสร้างเครื่องมือเวทย์นั้น ไว้ใจพวกเราได้เลย

อะ...เอ่อ...ส่วนผมจะคัดลอกแผนการนี้ไปแจกจ่ายนะครับ...

ฮิๆๆๆ ส่วนฉันจะไปช่วยขยายพันธุ์พืชก็แล้วกันนะ

ทุกคนต่างก็แบ่งหน้าที่กันตามแต่ที่พวกเขาถนัด

การช่วยเหลือกันและกันของทุกเผ่าพันธุ์แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว

ถ้าอย่างนั้นข้าเองก็-

ไปพักบ้างเถอะค่ะ
ขอบตาของท่านดำแล้วนะท่านราเซีย ไปพักเถอะ
นั่นสินะคะ
โฮ่ๆๆๆ ท่านเองก็เป็นเพียงหญิงสาววัยเยาว์ ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอนะ

อะ...เอ่อ...ใช่แล้วล่ะครับ
นั่นสิน้า ราเซียเนี่ยน่าจะหาเวลาไปเล่นมั่งนะ เอาแต่ทำงานไม่ยอมพักแบบนี้มันไม่ดีต่อร่างกายและจิตใจนะ

ทำไมทุกคนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้ล่ะ...

เข้าใจแล้วน่า...ถ้าพวกปัญหาต่างๆ หมดลงเมื่อไหร่ ข้าก็ได้พักแล้วล่ะนะ

เพราะว่าแผนการที่ใช้ทั้งหมดนั้นเป็นแผนการระยะยาวล่ะนะ

การช่วยเหลือประชาชนคือการให้ความรู้และช่วยเหลือด้านต่างๆ ไปด้วย

นี่ล่ะ มีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว...

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันออกไป เหลือเพียงรีฟีเน่คนเดียว

เพราะนี่เป็นห้องของหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย หรือก็คือห้องของเธอนั่นเอง...ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องไปไหนล่ะนะ

ยังไงตอนนี้ท่านก็นอนพักที่ห้องนี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ ตอนนี้สีหน้าของท่านดูซีดเซียวแถมขอบตายังดำคล้ำเลยนะคะ

เธอพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

แต่ว่า เรื่องนั้นสบายมาก

ไม่เป็นไรหรอกน่า...ข้าไม่ได้นอนแค่หกวันเองนะ

ไปนอนเดี๋ยวนี้เลยนะคะ !!!”

เพราะถูกรีฟีเน่ไล่ให้ไปนอนด้วยสีหน้าจริงจัง ฉันจึงต้องยอมแต่โดยดี

ฉันยืมใช้โซฟาในห้องของหัวหน้ากิลด์ของรีฟีเน่ ก่อนที่จะผล็อยหลับไป

หลังจากที่ราเซียหลับไปแล้ว รีฟีเน่ก็เอาผ้าห่มมาห่มให้เธอ

เฮ้อ...ไม่ได้นอนตั้งหกวัน...อยู่มาได้ยังไงกันคะนี่

เธอถอนหายใจออกมา พร้อมกับลูบศีรษะของราเซียเบาๆ

ขอบคุณที่ทำเพื่อพวกเรานะคะ

รีฟีเน่จุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของราเซีย ก่อนที่จะไปทำหน้าที่ของเธอต่อไป

หลังจากที่เวลาผ่านไปจนถึงเย็น ราเซียก็ตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา

ในตอนนี้สีหน้าของเธอดูดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อน เธอหันไปมองรอบๆ ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสบเข้ากับสายตาของรีฟีเน่พอดี

ตื่นแล้วเหรอคะ ท่านราเซีย

อือ...

ราเซียตอบเบาๆ ก่อนที่จะหาวออกมาเล็กน้อยเพราะพึ่งตื่นนอน

จะนอนพักให้มากกว่านี้ก็ได้นะคะ

ไม่เป็นไร...เดี๋ยวข้าต้องจัดการงานที่เหลืออีก

เธอพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนที่จะลุกขึ้นมาบิดตัวเล็กน้อย

ถ้าอย่างนั้นข้ากลับก่อนนะ

ค่ะ

หลังจากที่บอกลาแล้ว ราเซียก็เดินกลับคฤหาสน์ไป

โดยที่ระหว่างทางก็มีพวกชาวบ้านเข้ามาทักทาย และมีพวกเด็กๆ วิ่งเข้ามาหาเธออีกด้วย

เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของเธอ

กลับมาแล้วเหรอครับ ท่านราเซีย

ซาเฟลที่กำลังตกแต่งต้นไม้ในสวนอยู่ เอ่ยทักทายขึ้นมาเมื่อเห็นเธอ

อา...พอดีข้าไปคุยงานมานิดหน่อย...เจ้าช่วยไปบอกให้โรสเตรียมน้ำอาบให้ข้าทีนะ

รับทราบครับ

หลังจากที่สั่งการเสร็จ เธอก็ไปที่ห้องทำงานก่อนที่จะลงมือทำงานเอกสารอีกครั้ง

อือ...ต่อไปก็เป็นปัญหาเศรษฐกิจสินะ

ในตอนนี้เรามีดันเจี้ยนอยู่หลายแห่ง...ของจากดันเจี้ยนก็หมุนเวียนดีอย่างไม่ขาดสาย

ตรงจุดนี้ไม่มีปัญหาอะไร...

ดูเหมือนว่าหมู่บ้านที่ถูกกิ้งก่าไฟบุกโจมตีจะฟื้นฟูแล้วสินะ...

ดีจริงๆ...

ต่อไปก็เรื่องก่อตั้งโรงเรียน...กำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี

อือ...ต้องแบ่งงบประมาณไปตรงส่วนนี้ด้วยสิ...

แล้วก็ตรงนี้ด้วย...

ต่อไปก็...อันนี้สินะ...

เชิญไปงานเลี้ยงน้ำชาเหรอ...ไร้สาระ เอาเวลาไปดูแลบ้านเมืองดีกว่า

แล้วนี่อะไรเนี่ย...ขอดูตัว ? ไม่สนใจตัดทิ้งไปเลย...แล้วทำไมมันถึงมีเยอะขนาดนี้กัน

คราวหน้าบอกให้การ์นเผาทิ้งไปให้หมดเลยดีกว่า...น่ารำคาญ

คุณหนูคะ เตรียมน้ำอาบเรียบร้อยแล้วนะคะ

อา...เดี๋ยวไป…”

เฮ้อ...พักเรื่องยุ่งยากเอาไว้ก่อน แล้วไปอาบน้ำให้สบายตัวดีกว่า

ฉันวางเอกสารตรงหน้าและเดินไปที่ห้องอาบน้ำในทันที

พอมาถึง ฉันก็พบกับไรส์และโรสที่ยืนรออยู่...

แล้วทำไมทั้งสองคนถึงใส่ชุดอาบน้ำกันล่ะ...

ท่านราเซีย เดี๋ยวฉันถูหลังให้นะคะ

ไรส์พูดขึ้นมาอย่างร่าเริง

อยากอาบน้ำด้วยกันเหรอ...เอาเถอะ ยังไงอ่างอาบน้ำก็ใหญ่จนเกินไปอยู่แล้ว

ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก ถ้าอยากจะอาบด้วยกันข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร

ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะคะ คุณหนู

ทั้งสองคนพูดออกมาอย่างร่าเริง ก่อนที่จะตามราเซียเข้าไปในห้องน้ำ

หลังจากที่อาบน้ำและล้างตัวเสร็จ ทั้งสามคนก็เข้าไปแช่น้ำร้อนด้วยกัน

กลิ่นดอกกุหลาบที่หอมอลวนออกมานั้นทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย

ฟู่...

ราเซียพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย

ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยเพื่อความร้อนจากไอน้ำที่โชยขึ้นมา
เส้นผมของท่านสวยจังเลยนะคะ...แถมผิวของท่านยังเนียนนุ่มด้วย

อย่างนั้นเหรอ

ค่ะ

ไรส์ยิ้มออกมาอย่างร่าเริง

ท่านเองก็ทำงานหนักมามากแล้ว...ช่วยหาเวลาพักบ้างเถอะนะคะ

ไม่เอาล่ะ...ถ้าหากข้าไม่ได้ทำงานแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีนะสิ

เพราะตั้งแต่เด็กเราก็ช่วยท่านพ่อบริหารดินแดนแล้วล่ะนะ

ถ้าหากไม่ทำงาน ก็จะรู้สึกสงบใจไม่ได้เลย...

คงจะไม่มีใครอยากแต่งงานกับผู้หญิงบ้างานอย่างข้าแล้วล่ะนะ...

ราเซียพูดพึมพำขึ้นมาเบาๆ แต่โรสกับไรส์ก็ได้ยินคำพูดนั้นเข้าพอดี

ไม่จริงหรอกคะ ! มีชายมากมายที่หมายปอง อยากจะเป็นคู่ครองกับท่านนะคะ !”

ใช่แล้วล่ะค่ะ ! ท่านเองก็เป็นสาวงามที่หาตัวจับได้ยากคนหนึ่งเลยนะคะ !”

ไรส์กับโรสพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก

แต่เราก็ไม่ได้สนใจเรื่องแบบนั้นหรอกนะ

ยังไงท่านก็อยู่ในวัยที่จะแต่งงานได้แล้ว ดังนั้นสนใจสักหน่อยก็ดีนะคะ...

ช่างฉันเถอะน่า...

อา...เริ่มเวียนหัวหน่อยๆ แล้วสิ...

ข้าเริ่มเวียนหัวแล้ว...ขอขึ้นก่อนก็แล้วกันนะ

ราเซียพูด ก่อนที่เธอจะเดินออกไป

หลังจากที่เช็ดตัวและใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว เธอก็กลับไปที่ห้องทำงานของเธอ

ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานเอกสารต่อไป...โดยไม่ได้ทานอะไรเลย

อือ...ตอนนี้รายได้ของเรากำลังไปได้สวย...กำไรเพิ่มขึ้น 12 % จากปีที่แล้ว...ต่อไปก็เรื่องปัญหาของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างนั้นเหรอ...ต้องจัดสรรงบประมาณไปตรงจุดนี้ด้วยสินะ...

ราเซียนั่งทำเอกสารต่อไปจนถึงรุ่นสาง ความเหนื่อยล้าและความง่วงก็เริ่มที่จะเข้ามาถาโถมเธอ

เธอเซไปเล็กน้อย พร้อมกับเอามือกุมหัวเอาไว้และหอบหายใจออกมา

พักสักหน่อยดีไหมนะ...

มึนหัวนิดหน่อยแฮะ...

ราเซียเดินออกจากห้องทำงาน พร้อมกับเดินไปที่ห้องนอน

ในตอนนี้สีหน้าของเธอดูซีดเซียวเล็กน้อย ร่างของเธอก็เซไปเซมาด้วย

คุณหนู ! ไหวหรือเปล่าครับ !”

ซาเฟลที่ผ่านมาเห็นพอดี รีบเข้ามาพยุงราเซียในทันที

อา...ซาเฟลเหรอ...

แย่แล้วสิ...เราเริ่มตาลายแล้ว...

สติของเราก็เริ่มจะหายไปซะแล้วสิ...

ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับคุณหนู !!!”

นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยิน ก่อนที่สติของฉันจะเลือนหายไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #28 saden001 (@saden001) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:58
    จะมีใครมาช่วยงานนางไหมคะ? งานท่าจะกองทับนางอยู่แล้ว
    #28
    0
  2. #1 Frame Master ch (@17122547a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:04
    หายากนะเนี่ย ขุนนางแบบนี้
    #1
    0