ตอนที่ 1 : ท่านขุนนาง ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

จำไว้นะ...ราเซีย...การเป็นขุนนางที่ดีได้นั้นเราต้องปกครองอย่างตรงไปตรงมาและยุติธรรม...และที่สำคัญเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีและต้องคอยดูแลประชาชนของเราอย่างทั่วถึง...นั่นแหละคือคุณค่าของขุนนางอย่างพวกเรา

ค่ะท่านพ่อ

ตระกูล วาเรนเทียร์ ผู้ปกครองอาณาเขตวาเรนเทียร์คือตระกูลขุนนางที่เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องการปกครองที่เป็นธรรมและสงบสุขร่มเย็น...อีกทั้งยังมีกำลังรบที่แข็งแกร่งถึงแม้ว่าอาณาเขตจะไม่ใหญ่โตมากก็ตาม...

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหน้าที่ของขุนนางอย่างพวกเราก็คือปกป้องประชาชน...และเจ้า...ราเซีย...บุตรสาวของข้า...เพื่อที่เจ้าจะมีกำลังพอที่จะปกป้องประชาชนได้เจ้าจะต้องเรียนรู้ทุกสิ่งรวมทั้งการต่อสู้ก็เช่นกัน...ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นสตรีเพศก็ตามเจ้าเข้าใจหรือไม่

ปกติแล้วหน้าที่ของผู้นำตระกูลจะเป็นของบุรุษเท่านั้น...แต่ช่างน่าเสียดายที่ตระกูลวาเรนเทียร์นั้นมีเพียงบุตรีเพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือเธอ...ราเซีย เดอ วาเรนเทียร์...เธอได้รับการศึกษาเพื่อให้พร้อมต่อการขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา

เธอเป็นสตรีที่งดงามอย่างหายากยิ่ง ร่างกายอันเพรียวบาง ผิวสีขาวอมชมพูอันดูนุ่มนวล ใบหน้าที่งดงามซึ่งมักจะนิ่งสงบอยู่เสมอ เส้นผมสีเงินประกายราวกับแสงของดวงดาวที่ยาวลงมาจนถึงเอวของเธอ ดวงตาสีน้ำเงินที่งดงามเสียยิ่งกว่าแซฟไฟร์และแฝงเอาไว้ด้วยความลึกลับน่าหลงใหล

ค่ะ

หญิงสาวตอบขึ้นมาด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ...เธอเข้าใจดีถึงตำแหน่งและหน้าที่ของเธอในอนาคตดังนั้นเธอจึงคิดถึงเรื่องของส่วนรวมก่อนส่วนตัวเสมอ...

ตั้งแต่ยังเล็ก...ราเซียได้แสดงถึงความสามารถที่มีมากมายของเธออยู่เสมอทั้งความสามารถในการเรียนรู้อย่างรวดเร็วของเธอและความสามารถด้านการต่อสู้ของเธอแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นเพียงสตรีเพศ...เรี่ยวแรงของเธอย่อมน้อยกว่าบุรุษเพศเป็นธรรมดา...

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นความสามารถของเธอก็ไม่ด้อยกว่าใครเลย...

เพราะเธอทดแทนสิ่งที่เรียกว่าพลัง...ด้วยคำว่าปัญญานั่นเอง...

หนูเข้าใจดีค่ะท่านพ่อ

เธอพูดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าอันเรียบเฉย

เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่หรือราเซีย

ลูกคิดว่าจะทำยังไงดีกับปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของพวกชาวบ้านที่ถูกสัตว์อสูรโจมตีนะคะ

สัตว์อสูรคืออสุรกายที่แตกต่างจากสัตว์ทั่วๆ ไป...บางตัวสามารถพ่นไฟได้บางตัวสามารถบินได้และยังมีความสามารถที่แตกต่างกันไปอีกด้วย...

เหตุการณ์ที่กิ้งก่าไฟบุกโจมตีสินะ...ข้ารู้ข่าวมาว่าที่หมู่บ้านได้รับความเสียหายน้อยก็เพราะว่าเจ้ารีบนำกำลังทหารไปจัดการมันในทันทีที่ได้รับข่าวมาสินะ

ค่ะ

โธ่เอ๊ยบุตรสาวของข้าทำไมเจ้าถึงบ้าบิ่นถึงขนาดนี้นะ...นี่เป็นความผิดของข้าเองใช่ไหมที่ไม่มีเวลาให้กับเจ้า...

แต่ว่างานของพวกเราพ่อลูกก็ล้วนมีมากมายด้วยกันทั้งนั้น...ดังนั้นเราเลยแทบจะไม่มีเวลาคุยกันนอกเหนือจากเวลางานเลย...

ถือว่านี่เป็นคำขอของพ่อก็แล้วกันนะ...ยังไงเจ้าก็เป็นอิสตรีดังนั้นเจ้าอย่าได้ทำอะไรเกินตัวเลยเถอะ

เข้าใจแล้วค่ะ...ท่านพ่อ...ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ

หญิงสาวยิ้มออกมาบางๆ...รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมานั่นก็คือรอยยิ้มของบุตรสาวของเขานั่นเอง...

ยังไงข้าก็ต้องเป็นห่วงเจ้าเป็นธรรมดาก็เจ้าเป็นลูกรักของข้านี่นา

ค่ะ...หนูก็รักท่านพ่อนะคะ

หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อบิดาของเธอลูบหัวเธอเบาๆ ด้วยความรัก

และในตอนนั้นนั่นเอง...

ท่านเคานท์วัลเดียครับ ! มีสาสน์มาจากพระราชวังครับ

ธงนั่น...ผู้ของสารของพระราชวังอย่างนั้นรึ...

ท่านพ่อพูดขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไป

ท่านรับสาสน์ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดก่อนที่ท่านจะขึ้นรถม้าของผู้ส่งสารของพระราชวังไปโดยไม่แม้แต่จะหันมากล่าวลาฉันเลย...

เรื่องด่วนสินะ

หลังจากที่สรุปความได้ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจกลับไปทำงานของฉันที่ห้องทำงานส่วนตัวต่อ...

โดยที่ฉันไม่รู้เลย...

ว่าเหตุการณ์นี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของฉันไปตลอดกาล...

.

.

แย่แล้วครับคุณหนู !!!!!

หัวหน้าคนใช้ประจำตระกูลของฉัน...การ์นรีบวิ่งมาหาฉันพร้อมกับอาการหอบ

แปลกจัง...ปกติเขาไม่เป็นแบบนี้นี่...เกิดอะไรขึ้นกันนะ

เกิดอะไรขึ้นเหรอการ์น

ท่านเคานท์วัลเดียถูกประหารในข้อหาขูดรีดประชาชนและฆาตกรรมครับ !!!!

อะไรนะ !!!!!

ไม่จริงมันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงในเมื่อท่านพ่อนั้นทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์และไม่เคยทำความผิดเลยแท้ๆ !!!

กระผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ

ไม่หรอกน่า...

มะ...มันอาจจะเป็นข่าวลวงก็ได้...

เสียงของหญิงสาวเริ่มสั่นเครือและน้ำตาของเธอก็ไหลลงมาบนใบหน้างามอย่างช้าๆ

มีสาสน์แจ้งอย่างเป็นทางการมาจากทางพระราชวังแล้วครับ...และท่านก็ได้ถูกแต่งตั้งเป็นเคาน์เตสราเซียและได้รับสืบทอดพื้นที่อาณาเขตต่อจากท่านเคานท์วัลเดียด้วยครับ

ในตอนนี้หญิงสาวไม่พร้อมที่จะรับฟังสิ่งใดทั้งนั้น...ในตอนนี้เธอได้แต่นั่งนิ่งพร้อมกับปล่อยให้สายธาราบนใบหน้าไหลรินไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้น...

ข้าขออยู่คนเดียวสักพัก...ห้ามให้ใครเข้ามารบกวนข้าเด็ดขาดต่อให้เป็นขุนนางท่านอื่นหรือแม้แต่องค์ราชาก็ตาม...

“…รับทราบครับ

การ์นโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพราเซียก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน

เขารู้ดีว่าในตอนนี้นายหญิงของเขาต้องการเวลาอยู่คนเดียวสักพักจนกว่าเธอจะทำใจได้...ประชาชนทุกคนที่อยู่ในการดูแลของท่านเคานท์วัลเดียและท่านราเซียซึ่งในตอนนี้เป็นท่านเคาน์เตสราเซียต่างก็รักพวกท่านจากใจจริง..พวกท่านนั้นคอยดูแลประชาชนด้วยความจริงใจมาตลอดและยังคอยช่วยเหลือผู้คนที่ลำบากดังนั้นประชาชนทุกคนจึงรักและศรัทธาพวกท่านทั้งสองจากใจจริง

ดังนั้นจึงไม่มีใครเชื่อในเนื้อหาของสาสน์จากพระราชวังในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย...แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย...

พวกเราต่างโศกเศร้าต่อการจากไปของท่านเคานท์วัลเดีย...แต่ผู้ที่โศกเศร้าที่สุดก็คือคุณหนู...

การ์นพูดขึ้นมาในห้องพักที่มีคนครัวและคนรับใช้อีกสามคนอยู่ด้วยซึ่งในตอนนี้ทุกคนก็อยู่ในอารมณ์โศกเศร้า

น่าสงสารคุณหนูนะคะแต่ว่าพวกเราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เลย...

คนรับใช้สาวพูดขึ้นมาด้วยความเสียใจ

สิ่งที่พวกเราทำได้มีเพียงการสนับสนุนคุณหนูอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น...

พ่อครัวพูดขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองการ์นเพื่อให้เขาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ถึงแม้พวกเขาจะเป็นคนใช้แต่พวกเขาก็มีความสามารถสูงเพื่อช่วยเหลือดูแลและปกป้องคุณหนูราเซียตามที่พวกเขาสมัครใจเอง

พวกเธอรีบไปติดต่อกับพวกชาวบ้านเพื่อให้อยู่ในความสงบและรีบแก้ไขปัญหาต่างๆ ภายในอาณาเขตให้ได้มากที่สุด...ส่วนฉันจะไปจัดการดูแลเหล่าบรรดาทหารทั้งหลายเอง

รับทราบครับ/ค่ะ

หลังจากที่ได้รับคำสั่งเหล่าบรรดาคนรับใช้ก็แยกกันไปทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไรข้ามั่นใจว่าท่านจะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งมวลและได้พบกับจุดหมายที่ท่านประสงค์ไว้อย่างแน่นอน...คุณหนู...

การ์นกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปทางประตูห้องทำงานของราเซียก่อนที่เขาจะโค้งทำความเคารพและเดินหายไป...

ทางด้านราเซีย...

เธอล้มตัวลงนอนกับพื้นโดยไม่สนใจว่าชุดที่ใส่อยู่จะเปื้อนเลยแม้แต่น้อย

เสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวดังออกมาเบาๆ และน้ำตาของเธอก็ไหลรินลงมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย

นี่มันจะต้องเป็นแผนการของใครสักคนแน่ๆ...แต่จะเป็นใครกันล่ะ...ขุนนางงั้นเหรอ...หรือจะเป็นพวกราชวงศ์กัน...ไม่เข้าใจเลยจริงๆ...ท่านพ่อไม่เคยคดโกงหรือเบียดเบียนใคร...แล้วใครกันที่ทำกับท่านแบบนี้...

พวกขุนนางและราชวงศ์นั้นเชื่อถือไม่ได้...เราไม่อาจจะเชื่อถือพวกเขาได้อีกต่อไปแล้ว...

จนกว่าเราจะหาตัวคนร้ายเจอเราก็มิอาจจะเชื่อใจพวกเขาเหล่านั้นได้อีกต่อไปแล้ว...

ข้าขอสาบาน...ข้าจะหาตัวคนร้ายให้เจอและจะแก้แค้นให้ท่านเอง

หญิงสาวพูดขึ้นมาเบาๆ ด้วยแววตาที่โกรธเกรี้ยว...บัดนี้เพลิงแค้นได้สุมอยู่ในอกของหญิงสาวเสียแล้ว...

ผ่านมาสามเดือนหลังจากที่ท่านพ่อได้ถูกประหารไป

ในตอนนี้ฉันก็ได้ทำหน้าที่ของขุนนางอย่างเต็มตัวแล้วและสิ่งที่ตามมาก็คืองานกองเป็นภูเขาที่ฉันต้องจัดการซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมาฉันยังไม่ได้พักผ่อนเลย...

อาหารของฉันก็มีเพียงขนมปังกับนมวัวที่สะดวกในการรับประทานเท่านั้น...

ในตอนนั้นนั่นเอง...

คุณหนูครับ...องค์ราชาเสร็จมาครับ

อะไรนะ...องค์ราชา...

ท่านมาที่นี่ทำไมกันนะ...

ฉันเดินลงมายังห้องรับแขกและพบว่าองค์ราชาเสด็จมาที่นี่จริงๆ

พระองค์จ้องมาที่ฉันพร้อมกับองครักษ์ทั้งสองคน

ยินดีที่ได้พบท่านเคาน์เตสราเซีย...ข้าต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ข้ามาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า

กระหม่อมเคาน์เตสราเซีย เดอ วาเรนเทียร์...พระองค์มีจุดประสงค์อันใดถึงมาที่นี่หรือเพคะ

ฉันถามไปตรงๆ เนื่องจากฉันยังมีงานอีกมากที่ฉันต้องสะสางดังนั้นฉันจึงต้องการให้มันจบให้เร็วที่สุดถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นถึงพระราชาก็ตาม

หัวหน้าคนใช้...การ์นหน้าซีดลงพร้อมกับจ้องมาที่ฉันด้วยสีหน้าประมาณว่า ‘จะทำแบบนี้กับองค์ราชาไม่ได้นะครับ’ แต่ฉันไม่สนหรอกนะ

ข้าเข้าใจว่าท่านเคาน์เตสราเซียยังมีงานอีกมากที่ต้องสะสางเพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนของท่าน...แต่ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องมาแจ้งให้ท่านทราบด้วยตัวของข้าเอง...

องค์ราชากรอกตาไปมาราวกับว่าลังเลอะไรสักอย่างซึ่งนั่นทำให้ฉันเริ่มหงุดหงิด

กระหม่อมเกรงว่ากระหม่อมคงไม่มีเวลามารอพระองค์นั่งกรอกตาไปมาแบบนี้หรอกนะขอเชิญพระองค์รีบตรัสมาเถิดมิเช่นนั้นกระหม่อมคงต้องขอตัวกลับไปสะสางงานที่เหลือเสียแล้ว

ข้าเข้าใจแล้ว

พระราชาตรัสขึ้นมาพร้อมกับยืนขึ้นมา...

แล้วก็โค้งหัวลง...

ข้าต้องขอโทษท่านจริงๆ...การตายของท่านเคานท์วัลเดียเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ยอมไตร่ตรองให้ดีว่ามันคือแผนการร้ายของขุนนางชั่วช้าที่ต้องการกำจัดท่านเคานท์วัลเดียให้พ้นเส้นทาง...ที่ท่านเคานท์วัลเดียต้องตายนั่นเป็นเพราะความไม่รอบคอบของข้าเอง

ทันใดนั้นราวกับว่าฉันถูกมีดแหลมกรีดแทงเข้ามาในหัวใจน้ำตาของฉันเริ่มไหลรินลงมาบนใบหน้าอย่างช้าๆ

และเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

//เพี๊ยะ !!!!!

ฝ่ามือของหญิงสาวประทับลงบนพระพักตร์ของพระราชาอย่างรุนแรงจนพระองค์ถึงกับล้มลงไป

และทันใดนั้นดาบขององครักษ์ทั้งสองคนก็มาจ่อที่คอของเธออย่างรวดเร็ว

สายน้ำที่ไหลรินผ่านมาฉันใด...ย่อมไม่ย้อนกลับคืนมาฉันนั้น...เหมือนกับจิตใจที่พังทลายและมิอาจจะรักษาให้กลับคืนมาดังเดิม...พระองค์เป็นถึงผู้ปกครองอาณาจักรแต่กลับบอกว่าที่คนดีๆ คนหนึ่งต้องตายไปเป็นเพราะความประมาทอันมิสมควรที่จะมีในฐานะของผู้ปกครองอาณาจักรของพระองค์อย่างนั้นหรือ...นี่นะหรือคือสิ่งที่ผู้นำควรจะเป็น

บังอาจ !!!

ฉันหลับตาลงเพื่อรอรับคมดาบจากองครักษ์ของพระราชา...แต่ทว่า...

หยุดเดี๋ยวนี้ !!! นี่คือบทลงโทษที่ข้าสมควรได้รับ !!! มันช่างน้อยนิดยิ่งนักเมื่อเทียบกับสิ่งที่ข้าได้ทำลงไป

คมดาบได้หยุดลงก่อนที่จะถึงคอของหญิงสาวเพียงฝ่ามือ

หลังจากนั้นฉันก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา

ข้ายอมรับความผิดทั้งหมดที่ข้าได้กระทำลงไปต่อท่านและข้ายินดีที่จะรับบทลงโทษจากท่าน...ท่านเคาน์เตสราเซีย

กระหม่อมคงมิกล้าที่จะสั่งลงโทษพระองค์ซึ่งเป็นถึงประมุขของอาณาจักรดังนั้นก็ถือว่าการพบเจอของเราในครั้งนี้มิเคยเกิดขึ้นเลยเถิด

ถึงแบบนั้นข้าก็รู้สึกผิด...

เพียงแค่พระองค์อย่าได้ทำผิดพลาดซ้ำสองก็เพียงพอแล้ว...ตอนนี้กระหม่อมขอตัวไปสะสางงานที่กระหม่อมค้างไว้ก่อน...กระหม่อมขอทูลลา

หญิงสาวหันหลังและเดินออกไป...และในตอนนั้นนั่นเอง...

เดี๋ยวก่อนท่านเคาน์เตสราเซีย...ข้าขอมอบองครักษ์ส่วนตัวให้แก่ท่านเพื่อช่วยเหลือและคอยปกป้องท่านด้วยเถิด

ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตามฉันมา

เอ๊ะ ! เขาคนนี้อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ! องครักษ์ของท่านมาเพียงสองคนมิใช่หรือ !

เอาเถอะ...คงจะยืนอยู่ที่มุมอับที่เรามองไม่เห็นล่ะมั้ง...

ตามใจพระองค์เถิด...จริงสิมีสิ่งหนึ่งที่กระหม่อมอยากจะทูลพระองค์เอาไว้...กระหม่อมเกลียดขุนนาง...

หญิงสาวหันหน้าไปสบตากับพระราชาด้วยแววตาที่แข็งกร้าว

และราชวงศ์ที่สุด

เธอพูดขึ้นมาก่อนที่จะเดินหายเข้าห้องทำงานไป

ขออภัยด้วยครับฝ่าบาท...คุณหนูท่านเริ่มเกลียดพวกขุนนางและราชวงศ์หลังจากที่ท่านเคานท์วัลเดียได้ถูกประหารนะครับ

ไม่เป็นไร...ข้าเข้าใจ...นี่เป็นความผิดของเราเอง...

พระราชามีสีหน้าที่หมองลงอย่างเห็นได้ชัดและพระองค์ก็มองไปที่การ์นพร้อมกับตรัสออกมา

ฝากไปบอกท่านเคาน์เตสราเซียด้วยว่าถ้าหากต้องการความช่วยเหลือใดๆ สามารถไปติดต่อข้าได้ทุกเมื่อ...ข้ายินดีให้ความช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่

รับทราบครับ

พระราชาพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่จะกลับไป...

ทางด้านราเซีย...

ในตอนนี้เธอกำลังจัดการกับกองเอกสารอันมหาศาลบนโต๊ะด้วยตัวคนเดียวโดยปล่อยให้องครักษ์ส่วนตัวของเธอที่องค์ราชามอบให้ยืนมองเธอนิ่งๆ โดยที่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย

เอ่อ...คุณหนู...

ชายหนุ่มพยายามเปิดบทสนทนาขึ้นมาแต่ว่า...

เงียบไปซะ...ข้าต้องการสมาธิ

หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาทำให้ชายหนุ่มเงียบไปในทันที

หลังจากที่เวลาผ่านไปพร้อมกับบรรยากาศอันกดดันภายในห้องในที่สุดกองเอกสารบนโต๊ะก็ถูกจัดการจนหมดสิ้น

อา...เสร็จแล้ว...เอาล่ะ...เจ้าชื่ออะไร

ถึงแม้เธอจะถามขึ้นมาโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัวแต่เขาก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ซาเฟลครับ

ซาเฟล...ข้ามีงานแรกให้เจ้าทำ

เพราะไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไว้ใจให้เขาทำงานด้วยเขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย

เจ้าจงไปคอยคุมคนงานก่อสร้างที่กำลังซ่อมแซมหมู่บ้านที่ถูกกิ้งก่าไฟโจมตีที...แล้วก็รายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้ข้าทราบด้วย

ครับ

เขาตอบกลับมาด้วยความมั่นใจทำให้หญิงสาวมองไปที่เขาด้วยสีหน้านิ่งๆ ของเธอ

มีความมุ่งมั่นดีนี่...

ดี...ข้าฝากงานนี้ไว้กับเจ้าด้วยล่ะ

ครับ

นี่คือตราขององครักษ์ประจำตัวของข้า...เจ้าจงเก็บเอาไว้ให้ดี

เขามองเหรียญตราในมือของฉันด้วยความสงสัย

เอ่อ...จะดีเหรอครับที่มอบตราที่แสนสำคัญนี้ให้กับข้า...

ในเมื่อองค์ราชาแนะนำเจ้ามาข้าก็มั่นใจว่าสามารถไว้ใจเจ้าได้ในระดับหนึ่ง...ถึงแม้ข้าจะเกลียดพวกราชวงศ์มากก็ตาม...

หญิงสาวพูดขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนที่จะนำตราไปมอบให้ชายหนุ่ม

ซาเฟล...ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง

ข้าจะทำให้ดีที่สุดครับ !!!

ดี...ไปได้แล้ว

ครับ

หลังจากที่ซาเฟลออกไปจากห้องแล้วในที่สุดฉันก็ได้อยู่คนเดียวเสียที...

ในขณะที่ฉันกำลังจะยืนขึ้นนั่นเองจู่ๆ ร่างของฉันก็เซและเกือบจะล้มลงแต่ฉันก็จับโต๊ะเอาไว้ได้ทัน

พักสักหน่อยดีไหมนะ...

เวียนหัวจังเลย...

คุณหนูครับนี่เป็นเอกสารที่ต้องตรวจสอบครับ

การ์นนำเอกสารจำนวนมากมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของฉัน

พอพ้นเดือนถัดไปพวกเอกสารทั้งหลายทั้งปวงก็จะหมดลงแล้วครับ...

การ์นพูดขึ้นมาก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปตามคำสั่งของฉัน

ที่เอกสารมากมายแบบนี้ก็เพราะมันคือปัญหาที่เกิดขึ้นที่ต้องการการแก้ไขโดยเร็วที่สุด...ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีเวลาพักสำหรับฉัน...

รีบทำต่อดีกว่า...

ฉันพูดขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป...

.

.

กลับมาแล้วครับ

ผมสะสางงานที่ท่านราเซียมอบให้เสร็จเร็วกว่าที่คิดและสิ่งที่ผมค้นพบก็คือท่านราเซียเป็นที่รักของพวกชาวบ้านเป็นอย่างมาก

เพราะตอนที่เข้าไปในเมืองนั้นพวกชาวบ้านเอาแต่ถามเรื่องของท่านราเซีย

แถมยังฝากของมาให้มากมาย

ท่านราเซียเป็นที่รักของชาวบ้านจริงๆ เลยนะ

คุณการ์นครับคุณหนูล่ะครับ

อยู่ในห้องทำงานครับ

เอ๊ะ...

นี่คุณหนูไม่ได้ออกจากห้องเลยเหรอครับ...

ท่านจะออกมาก็ต่อเมื่องานทั้งหมดเสร็จสิ้นและตอนที่จะอาบน้ำเท่านั้นนะครับ

เอ่อ...

แบบนี้นี่มัน...

ท่านทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าครับ

พวกเราก็พยายามบอกท่านแล้ว...แต่คุณหนูก็บอกว่า ‘ประชาชนของฉันต้องมาก่อน’ แล้วก็ทำงานอย่างหนักโดยไม่หยุดพักเลยล่ะครับ...

พอได้ฟังดังนั้นชายหนุ่มก็นิ่งไปในทันที

ทำไมเธอถึงเสียสละแบบนี้...สละตัวเองเพื่อปกป้องปวงประชา...เธอช่างเป็นแบบอย่างที่ดีที่ขุนนางควรเป็นเสียจริง...

เพราะแบบนี้พวกเราถึงทั้งรักและเป็นห่วงเธอยังไงล่ะครับ

ข้าเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณเลยล่ะครับ...

ยังไงก็ตาม...ข้าขอฝากท่านดูแลคุณหนูด้วยนะครับ

เรื่องนั้นมัน...

แน่นอนอยู่แล้ว...

นั่นคือสิ่งที่ข้าตั้งใจจะทำอยู่แล้วครับ

ได้ยินแบบนั้นข้าก็วางใจ…”

การ์นยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่เขาจะเดินหายไป...

ขออนุญาตนะครับคุณหนู

รายงานมาแล้วเหรอ...ขอบคุณที่เหนื่อยยากนะเจ้าไปพักเถอะ

หญิงสาวพูดขึ้นมาโดยไม่ละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

ขอบตาของเธอเริ่มคล้ำลงและความเหน็ดเหนื่อยของเธอก็ปรากฏออกมาบนใบหน้าจนหมด

ท่านควรจะพักบ้างนะครับ

เอาไว้ให้ข้าจัดการเอกสารทั้งหมดก่อนก็แล้วกัน

เฮ้อ...เธอจะฝืนตัวเองไปจนถึงเมื่อไหร่กันนะ

ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว

เดี๋ยวข้าช่วยนะครับ

ผมหยิบเอกสารมาครึ่งหนึ่งก่อนที่จะเริ่มลงมือจัดการอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณ...

หญิงสาวพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหันสมาธิมาที่กองเอกสารตรงหน้าต่อ

และในที่สุดเอกสารทั้งหมดก็เสร็จจนได้...

ขอบคุณเจ้ามากนะซาเฟล

คุณหนูพูดขึ้นมาก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ

และในตอนนั้นนั่นเอง...

ร่างของเธอก็ล้มลง

ราเซีย !!!

เขาตะโกนชื่อของเธอขึ้นมาอย่างลืมตัวแล้วเขาก็รับร่างของเธอไว้ตามสัญชาตญาณ

//ฟี้...

เสียงหายใจของเธอดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

แค่หลับไปนี่เอง...

ทำเอาตกใจหมดเลย...

ผมอุ้มร่างของเธอออกมาแล้วก็พบกับคุณการ์นพอดี

คุณหนูคงเหนื่อยจนหลับไปสินะครับ...ห้องของท่านอยู่ที่ชั้นสองฝั่งขวาสุดนะครับ

ดูเหมือนจะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนคุณการ์นจึงบอกผมราวกับเป็นเรื่องปกติ

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สามแล้วล่ะครับ

การ์นตอบก่อนที่เขาจะเดินหายไปอีกครั้ง

ผมอุ้มร่างของคุณหนูไปนอนบนเตียงของท่านอย่างระมัดระวังไม่ให้เธอตื่นขึ้นมา

ห้องนอนของคุณหนูมีเพียงโต๊ะ...เก้าอี้...ตู้เสื้อผ้าและเตียงเพียงเท่านี้...ไม่ได้ดูหรูหราอะไรเลย...

จิตใจที่เอื้อเฟื้อต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน...รูปร่างหน้าตาที่งดงามราวกับเทพธิดา...และความสามารถที่สูงที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

แต่ว่า...

เธอน่าจะใส่ใจเรื่องของตัวเองมากกว่านี้นะ...

เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องอย่างแผ่วเบา...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #27 saden001 (@saden001) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:12

    ฉากตอนที่มีสานส์ว่าท่านเคานท์ตายอยากจะให้บรรยายความรู้สึกของราเซียให้สะเทือนใจผู้อ่านมากกว่านี้ สาเหตุที่รีดอยากจะบอกก็คือเรารู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดไป รู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม ทั้งๆที่การบรรยายความรู้สึกหรืออะไรต่างๆโดยรวมแล้วก็ถือว่าดี ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ไม่รู้ว่าคอมเมนต์นี้จะมีประโยชน์ไหม แต่ขอให้ไรท์เขียนนิยายและพัฒนาต่อไป เป็นกำลังใจให้
    #ยาวหน่อย พิมพ์เพลิน
    #27
    1
    • #27-1 Neko No Mirai (@jaiwarithorn) (จากตอนที่ 1)
      18 มีนาคม 2562 / 09:19
      ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นเน้อ จะนำไปปรับปรุงแก้ไขนะ OwO)

      P.S. ไม่อยากสารภาพเลยว่าตอนนั้นขี้เกียจ TwT) 555555+
      #27-1