ร้ายพ่ายกลายรัก [สำนักพิมพ์แอลซิก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,348,349 Views

  • 6,298 Comments

  • 11,753 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,227

    Overall
    1,348,349

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 4 คืนเข้าหอ1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1860 ครั้ง
    29 ก.ค. 61

ตอนที่

4

คืนเข้าหอ1

สามวันผ่านมาช่างรวดเร็วประหนึ่งว่าเป็นเวลาแค่หนึ่งเค่อ

ค่ำคืนอันเป็นมงคลที่ประดับประดาไปด้วยม่านมุ้งสีแดงจนเต็มพื้นที่ เจ้าสาวในชุดสีแดงมงคลกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวอยู่ภายในห้องหอสีแดงสดอย่างเดียวดายเงียบเชียบภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีเดียวกับอาภรณ์

นางกำลังนั่งอยู่ด้วยอาการตื่นกลัวอยู่ไม่น้อยกับการสมรสที่รวดเร็วรวบรัดนี้

นางถูกบ่าวไพร่คุมตัวเอาไว้มิให้คลาดสายตามาตลอดสามวันกระทั่งวันส่งตัวขึ้นเกี้ยวแล้วเดินทางรอนแรมมานั่งอย่างเดียวดายอยู่ตรงนี้

เจ้าบ่าวของนางก็ช่างน่ากลัวยิ่งนัก นางเป็นของเขาด้วยวิธีผิดๆ และเขายังต้องรับผิดชอบนางด้วยความจำใจ

มองดูสีหน้าของเขาเมื่อวันก่อนนั่นประไร เขาจะฆ่านางหรือไม่นางยังมิอาจคาดเดา

หลิงเวยนั่งกำมือแน่นอยู่ตรงโต๊ะที่คลุมด้วยผ้าสีแดงกลางห้องแห่งเรือนหอ นางนั่งอยู่ด้วยเนื้อตัวสั่นเทากระทั่งโต๊ะตรงหน้ายังรับแรงสะเทือนนั้นดังกึกๆ

นางผิดเองที่แอบหนีออกจากจวนในวันนั้นแล้วแอบเข้าไปนอนที่ห้องพักนั่นจนกระทั่งแผนการขยับขยายตระกูลของบิดาได้สำเร็จลุล่วงส่งผลให้บุรุษผู้นี้ต้องรับเคราะห์ไปกับนาง

หญิงสาวนั่งครุ่นคิดด้วยใจที่เศร้าหมองในโชคชะตาที่แสนจะอับแสงของตน นางตั้งใจหลบหนีออกจากจวนมาเพื่อที่จะหนีหน้าบิดาหวังให้บิดานำพาบุตรีคนอื่นที่เต็มใจมากกว่านางไปแทนที่ นางสังเกตเห็นพี่น้องของนางสองคนที่แสดงออกชัดเจนว่าชมชอบท่านอ๋องนั่น นางเห็นพี่น้องพวกนั้นมองนางอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ นางจึงตัดสินใจหลบหนีออกมา

แต่ทว่านางหนีเสือมาเจอหมาป่าโดยแท้ นางต้องเสียบริสุทธิ์ให้กับบุรุษที่ไม่รู้จักและไม่ได้รักเพราะความโง่เขลาของตนเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วนางจะกล่าวโทษใครได้  

หลิงเวยนั่งหลับตาพยายามข่มจิตใจมิให้ดำดิ่งสู่ห้วงหลุมลึกไปมากกว่านี้ มารดาของนางสั่งเสียให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อวันข้างหน้าที่สดใสมากกว่าที่เป็น แต่นางยังมิเคยได้เห็นว่าจะมีวันใดที่จะสว่างไสวดังคำมารดา มันจะมีแต่ดำมืดลงเรื่อยๆ

มันช่าวมืดมิดน่ากลัวยิ่งนัก!

ในขณะที่เจ้าสาวกำลังนั่งข่มจิตใจอยู่ตรงโต๊ะกลางห้องเสียงฝีเท้าก้าวหนักๆ ของเจ้าบ่าวพลันดังใกล้เข้ามาที่หน้าประตูห้องหอแล้วตามด้วยเสียงเปิดประตูอย่างแรงและปิดลงเสียงดังอย่างไม่ไยดี

หลิงเวยถึงกับสะดุ้งตกใจต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงนั้น อาการตื่นกลัวและสั่นเทายิ่งเพิ่มมากขึ้น นางถึงกับต้องลุกขึ้นพลางแอบเปิดผ้าคลุมหน้าเล็กน้อยแล้วรีบเดินหนีเข้าไปหลบตรงฉากกั้นด้านในห้องหออย่างเร็ว

ฟงชินหยางมองเห็นกระต่ายตื่นตูมเกิดขึ้นกับเจ้าสาวของเขาอย่างนั้น เขาถึงกับหางคิ้วกระตุก นางควรจะนั่งยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงรอเขาอยู่มิใช่หรือไร ไยกระโดดหนีไปเยี่ยงนั้น

“จะหนีไปไหน มานั่งนี่เดี๋ยวนี้” น้ำเสียงกดต่ำทรงพลังของบุรุษในอาภรณ์เจ้าบ่าวเอ่ยขึ้นไปทางเจ้าสาวที่ยืนหลบอยู่หลังฉากกั้น

หลิงเวยได้ยินพลันสะดุ้งเฮือกใหญ่ก่อนจะหลับตาข่มกลั้นความกลัวที่กำลังพุ่งขึ้นมาจับขั้วหัวใจ

“มานี่!” ฟงชินหยางส่งเสียงคำรามดังมากกว่าเดิม

หลิงเวยรีบปล่อยมืออันสั่นเทาจากฉากกั้นเดินออกมาอย่างยอมจำนนด้วยลำตัวเกร็งแข็งทื่อ ภาพของมารดาที่เคยถูกบิดาสั่งบ่าวไพร่เฆี่ยนตีพลันปรากฏอยู่ในสามัญสำนึก นางไม่อยากโดนแบบนั้น

เมื่อเจ้าสาวเดินออกมาจนถึงโต๊ะกลางห้องหอภายในเวลานานเกินพอดีเจ้าบ่าวจึงส่งเสียงเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง

“นั่ง!

เจ้าสาวสะดุ้งอีกเฮือกใหญ่จนอาภรณ์สีแดงหวามไหวอย่างน่าขัน นางค่อยๆ หย่อนกายลงนั่งด้วยดวงตาที่เริ่มเต็มรื้นไปด้วยม่านน้ำใสที่ไหลบ่าเป็นทางยาวภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง

อย่าร้องไห้ หลิงเวย อย่าร้องไห้ เข้มแข็งไว้

หญิงสาวปรามตนเองในใจพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลเพิ่มออกมา

แต่ทว่า...ช่างยากเย็น

ทันใดนั้นผ้าคลุมหน้าพลันถูกเปิดออกคล้ายกับกระชากดึงออกไปด้วยฝ่ามือใหญ่หนาของเจ้าบ่าวตรงหน้า

หลิงเวยถึงกับสะดุ้งตกใจเนื้อตัวสั่นเทาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเจ้าบ่าวของตนอย่างต้องการต่อกรเพื่อมิให้เขาข่มนางจนจมดินมากไปกว่านี้

แต่ทว่า...นางคงคิดผิดไป

หญิงสาวรีบหลุบตาลงทันใดเมื่อมองเห็นใบหน้าคมเข้มสายตากราดเกรี้ยวเกินมนุษย์อย่างนั้นของคนตรงหน้า

เขาน่ากลัวเกินไป...

ฟงชินหยางก้มหน้ามองเจ้าสาวของตนด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่มีมาตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนจนกระทั่งเข้าพิธีช่วงเช้าและยิ่งโกรธหนักในยามนี้เมื่อมองเห็นใบหน้าของเจ้าสาวเป็นอย่างนั้น

นางวางยาปลุกกำหนัดเขา ได้เสียกับเขาจนต้องแต่งงานกันด้วยแผนการอันแยบยลของนาง แต่เหตุไฉนนางถึงทำท่าทางอย่างนั้นกัน ไยไม่ยินดี ไยต้องร้องไห้

ชายหนุ่มยิ่งมองยิ่งนึกสงสัยระคนเข่นเขี้ยวจนต้องถามเสียงเข้ม “ร้องไห้ทำไม?

หลิงเวยสะดุ้งอีกหนึ่งทีก่อนตอบเสียงเบา

“ข้า...ข้ามิได้ร้องไห้”

 “ไม่ได้ร้องไห้ แล้วที่ทำอยู่คืออันใด อย่าบอกว่าเสียใจ”

ฟงชินหยางยังคงดุดันในน้ำเสียงพร้อมสายตาคมกล้าสาดใส่อย่างกราดเกรี้ยวทั้งยังเย้ยหยันในที

นางควรจะดีใจที่ทำกับเขาได้สำเร็จ นางควรจะดีใจที่ทำให้พยัคฆ์อย่างเขาต้องเสียท่าพลาดพลั้งอย่างน่าอับอาย

หญิงสาวไม่ตอบคำ นางไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดให้เขามีอารมณ์คุกรุ่นไปมากกว่านี้ นางจึงยกฝ่ามือขึ้นแล้วใช้ชายผ้าซับน้ำตาให้หมดไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นสู้สายตาของเขา นางกำลังพยายามทำใจดีสู้เสือที่สุดในชีวิต

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวเดียวกันถึงกับหางตากระตุกอีกหนึ่งคราเมื่อมองเจ้าสาวของตน

ใบหน้าของนางยามนี้ต้องบอกว่าไม่ค่อยๆ จะเหมือนสตรีปกติสักเท่าไหร่ นางร้องไห้จนดวงตาบวมปูดแดงช้ำใบหน้าแดงก่ำพองออกเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นจนเริ่มซับสีเลือด ทั้งยังกล้าถลึงตาจ้องมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

มองจากเนื้อตัวของนางที่กำลังสั่นเทานั่น อวัยวะภายในเคลื่อนที่แล้วกระมัง

ฟงชินหยางยิ่งมองยิ่งต้องขมวดคิ้วพันกันแน่น นางจะทำมารยาไปเพื่อการใด ในเมื่อทุกอย่างช่างชัดเจน

ห้องพักของเขาที่ผูกรายปีเอาไว้ไม่มีทางที่ใครจะเข้ามาพักได้ นางแอบเข้ามาแล้ววางยาเขาทั้งยังนอนยั่วยวนเขาบนเตียงนอนของเขา นางใช้ตนเองเป็นเครื่องมืออย่างไร้ยางอาย พวกลูกน้องของตระกูลนางก็มายืนรอเป็นพยานกดดันเขากันอย่างพร้อมเพรียง แผนการของนางลึกล้ำออกปานนั้น

“เจ้าช่างงดงามแต่ทำตัวเยี่ยงนี้ช่างน่าเสียดาย”

ชายหนุ่มในอาภรณ์เจ้าบ่าวเริ่มเอ่ยคำตามตรง

เขามีนิสัยตรงไปตรงมาเยี่ยงชายชาติบุรุษตามหน้าที่การงานที่เป็นทหารทระนงองอาจ มิได้ต้องใส่หน้ากากเสมือนขุนนางในรั้วในวัง

และยิ่งเกลียดที่สุดคือสตรีเจ้าเล่ห์เจ้ามารยาเห็นแล้วพาหงุดหงิด ยามเข้าวังแต่ละครั้งต้องทนกับรอยยิ้มหวาดหยดแต่พร้อมเชือดเฉือนให้ตายตก สหายร่วมรบของเขายังต้องตายไปด้วยพิษน้ำผึ้งของอิสตรี รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาอย่างกล้าแกร่งแต่ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับสตรียิ้มหวาน

เขาเองในยามนี้ก็คงไม่ต่าง ฮึ! ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

“หยุดเล่นงิ้วเสียที ข้ารำคาญ” ฟงชินหยางกล่าวปิดท้ายเสียงเข้มใบหน้าดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆ หลังจากตกอยู่ในภวังค์ของตนเมื่อครู่

หลิงเวยได้แต่ถลึงตาจ้องมองเขาอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ หากนางมารยาเป็นดังคำเขาว่ามาก็คงดี แต่นางทำไม่เป็นและไม่ได้เล่นงิ้วอะไร

หญิงสาวยังคงจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นดังเดิม นางไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้าอย่างไร ส่งยิ้มให้เขาดีหรือไม่แต่นางยิ้มไม่ออกเอาเสียเลย

ฟงชินหยางส่งสายตาดุดันเข้าฟาดฟันสตรีตรงหน้าอีกอึดใจก่อนพรู่ลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายแล้วเริ่มปรับอารมณ์ของตนให้เข้าที่เข้าทาง

เขาได้รับวันหยุดยาวให้พักผ่อนได้สามเดือนหลังจากไปประจำการที่ค่ายทหารห่างไกลถึงสามปี วันหยุดยาวนี้ได้มาเพราะสิ้นศึกหนักเมื่อไม่นานมานี้เพื่อให้ได้มีเวลากับครอบครัว  ใช้เวลากับท่านพ่อท่านแม่ที่แก่ชรา พวกท่านภาคภูมิใจในตัวของเขามาแต่ไหนแต่ไรอีกทั้งน้องๆ ทั้งสองของเขาที่มิเคยเคลือบแคลงอันใดในตัวพี่ชายอย่างเขา และงานแต่งงานที่รวบรัดนี่ก็นำพาให้คนในครอบครัวเข้าใจผิดกันไปแล้วจนสิ้น ว่าสตรีตรงหน้านางนี้เป็นคนรักของเขาอย่างเต็มภาคภูมิ ดูสีหน้าของทุกคนในพิธีแต่งงานนั่นประไร ยิ้มแย้มกันจนปากจะฉีกถึงรูหู

เขาไม่เคยรู้สึกเสียการควบคุมตัวตนอย่างนี้มาก่อนเลย ปกติเขามักจะเยือกเย็นพูดน้อยต่อยหนัก

แต่ยามนี้เห็นทีจะถนอมคำพูดเอาไว้มิได้ เห็นทีคงต้องพูดให้หนักและต่อยให้หนักอีกด้วย

ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงออกมาคำโตอีกคราก่อนเริ่มต้นเอ่ยคำตามเงื่อนไขที่เขาคิดเอาไว้ตลอดสามวันที่ผ่านมา

“เจ้า” เส้นเสียงทุ่มต่ำเพียงหนึ่งคำทำเอาคนรอฟังสะดุ้งตกใจ ฟงชินหยางมิได้สนใจ เพราะยามที่เขาคุมลูกน้องทหารพวกนั้นก็สะดุ้งไม่ต่าง เขาจึงเอ่ยต่อพลางรินเหล้าลงจอกเพื่อหมายดื่มลงคอหวังดับอารมณ์คุกรุ่น

“...แต่งงานกับข้าแล้ว เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นคนของข้าต่อไปนี้เจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลหลิงของเจ้าอีก”

หลิงเวยได้ฟังประโยคนั้นพลันหูผึ่ง แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่นางต้องการที่สุดในชีวิต

ฟงชินหยางยังคงดื่มสุราตรงหน้าพลางเอ่ยต่อคำข่มขู่หมายเชือดเฉือนโดยไม่สนใจคนฟังอย่างนาง “ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ภายในหรือภายนอก จวนตระกูลของเจ้ากับจวนของข้าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน เจ้าต้องไม่ติดต่อการใดๆ กับตระกูลของเจ้าอีก และอย่าคิดว่าตระกูลของข้าจะอยู่ข้างตระกูลของเจ้ายามเมื่อต้องการความเห็นชอบใดๆ ในราชสำนัก จำเอาไว้ว่าข้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ข้าเป็นทหารมีหน้าที่แค่เป็นรั้วของชาติ อย่านำความนอกจวนมาใส่ในจวนของข้าเป็นอันขาด และที่สำคัญ...”

ชายหนุ่มเว้นคำเอาไว้เพื่อปรับอารมณ์อีกเล็กน้อยโดยดื่มเหล้าย้อมใจไปด้วย เขากระดกเหล้าจากจอกลงคออึกใหญ่ทำเอาหลิงเวยต้องเอื้อมมือไปหยิบเหล้ามารินใส่จอกของตนแล้วยกขึ้นดื่มบ้าง

เนื่องจากว่ามันเป็นเหล้ามงคล ไม่คล้องแขนก็คงไม่เป็นไร นางเองต้องการดื่มเหล้าย้อมใจเสียหน่อยหวังว่าคืนนี้คงหลับตาได้ลง

ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกผ่อนคลายเมื่อดื่มเหล้าไปหลายจอก เขาจึงเริ่มเอ่ยคำคล้ายชวนคุยถึงแม้จะยังไม่พอใจเจ้าสาวของตนอยู่หลายส่วน

“ยามอยู่ต่อหน้าครอบครัวของข้า เจ้าต้องทำตัวตามน้ำไปอย่าถามให้มากความ ส่วนในเรือนส่วนตัวแห่งนี้เราก็ต่างคนต่างอยู่ไป”

หลิงเวยได้ฟังจึงเริ่มสงสัยขึ้นมา “ทำไมหรือ?

“เรื่องอันน่าอับอายระหว่างเรามีเพียงเราที่รู้เท่านั้น กับคนในครอบครัวของข้ามิได้รับรู้ และเหนือสิ่งอื่นใดข้ามิได้รักเจ้า  ข้าแค่เสียทีให้เจ้าและเจ้าก็แค่เสียตัวให้ข้า” เขาเน้นย้ำไม่คิดจะถนอมน้ำใจสตรีร้ายกาจตรงหน้า

หลิงเวยตั้งใจฟังเป็นอย่างดีและเริ่มทำความเข้าใจจนกระทั่งมาถึงตรงท้ายประโยคพลันต้องกะพริบตาพาจอกเหล้าในมือนิ่งค้าง

เขาแค่เสียทีให้นาง อันนั้นนางพอเข้าใจ แต่นางแค่เสียตัวให้เขา

อืม...การเสียตัวใช้คำว่า แค่ หรือ?

มันใช่หรือไม่!?

“ท่านจะไม่ต้องเสียท่าให้ข้าอีก” หญิงสาวเริ่มเอ่ยบ้างเนื่องจากเริ่มไม่พอใจกับประโยคสะดุดหูเมื่อครู่ “และข้าก็จะไม่เสียตัวให้ท่านอีกเช่นกัน ดีหรือไม่”

ครานี้เป็นฟงชินหยางบ้างที่ต้องสะดุดหูเมื่อได้ฟัง เขาจึงกระดกเหล้าลงคออีกอึกใหญ่อย่างนึกขัดเคืองขึ้นมาเพราะมันคล้ายกับว่า

เขาพลาดอีกแล้ว...

หลิงเวยที่เริ่มมีอารมณ์คุกรุ่นไม่แตกต่างทั้งยังได้เหล้าย้อมใจจึงเอ่ยต่อคำอย่างต่อเนื่อง

“ข้ามิได้รักท่านเช่นกัน ข้ามิได้ต้องการเป็นของท่าน ข้าก็แค่พลาดไปเช่นเดียวกัน ข้ามิได้ต้องการให้มันเป็นเช่นนี้ ข้ามิได้ต้องการจะแต่งงานกับท่านหรือกับใคร ท่านเป็นใครข้าก็ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า เจอกันคราแรกก็อยู่บนเตียงนอนนั่น”

พูดไปก็พาเอาน้ำตาพลันไหลริน มันน่าเจ็บใจเสียจริง ชีวิตของนางช่างน่าอดสูยิ่งนัก

ฟงชินหยางได้ฟังยิ่งทำให้อารมณ์รุ่มร้อนพวยพุ่ง

ดูเถิด ดูนางกล่าวอ้าง ทำอย่างกับว่าเป็นเขาที่วางยานางและเป็นนางที่ถูกเขาวางยาเสียเอง นางมีนิสัยอย่างนี้ใช่หรือไม่ ชอบกลับดำเป็นขาว ชอบกลับขาวเป็นดำ

ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างดุดันพลางยกเหล้าขึ้นดื่มทั้งเหยือกโดยไม่เหลือให้สตรีตรงหน้าอีกต่อไป

กับบุรุษที่ถนัดเพียงใช้ดาบหาได้ถนัดใช้ลมปากกับอิสตรีจึงทำได้แค่แผ่กลิ่นอายสังหาร พาเอาเจ้าสาวได้แต่เสียววาบๆ ไปทั่วเรือนร่างสงบคำลงฉับพลัน

เมื่อฟงชินหยางดื่มเหล้าจนพอใจก็ลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อสีมงคลโยนออกไปอย่างไม่ไยดีพลางพาเรือนร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินหนักๆ ไปทางเตียงตั่งก่อนทิ้งตัวลงนอนจนเต็มเตียงนั้นโดยไม่เหลือที่ว่างเอาไว้ให้เจ้าสาวของตน

หลิงเวยได้แต่มองตามเจ้าบ่าวตรงหน้าตาปริบๆ

แล้วนางจะนอนตรงไหนกัน ในเมื่อเขานอนจนเต็มเตียงอย่างนั้น ตัวก็ใหญ่โตเกินมนุษย์

หญิงสาวได้แต่ข่มอารมณ์ข่มจิตใจเอาไว้ตามวิสัย ตั้งแต่ไหนแต่ไรมานางก็มักจะต้องข่มจิตใจของตนเอาไว้อย่างนี้

นางจะทำอะไรใครได้กัน ในเมื่อนางทำได้แค่นี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งทดท้อต่อโชคชะตา ทำไมชีวิตของนางจักต้องเป็นอย่างนี้กัน

สองหนุ่มสาวที่ฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าบ่าวและฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าสาวเพียงอยู่กันคนละมุมภายในห้องหอสีมงคลด้วยอารมณ์ที่โกรธกรุ่นยากผสาน


ร้ายพ่ายกลายรัก
หลี่หง
www.mebmarket.com
เขาเป็นถึงแม่ทัพผู้เกรียงไกร แต่กลับถูกวางยาปลุกกำหนัดได้เสียกับสตรีนางหนึ่งจนต้องแต่งงานกันด้วยแผนการอันแยบยลของนาง แต่เหตุไฉนไยนางถึงไม่ยินดี บัดซบ!
E-Book ทั้งหมดของหลี่หง คลิก>>> www.mebmarket.com
วิธีการสั่งซื้อ คลิกตรงนี้ค่ะ วิธีการสั่งซื้อ e-book

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.86K ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #6256 ป่ามืด (@forestblackhole) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:09
    เดี้ยวนะ แค่ถามเถ้าแก่โรงเตี้ยม สอบสวนไป ก็รู้แล้วป่าววะ
    #6256
    0
  2. #1817 15332082 (@15332082) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 10:10
    ไม่ชอบนางเอกแบบนี้เลย โง่จริงอย่าไรน์ว่า มีปากก็หัดพูดมั่งสิเอาแต่ร้อง
    #1817
    1
    • #1817-1 IKEBANA AIYATO (@conanpunch) (จากตอนที่ 8)
      1 สิงหาคม 2561 / 19:32
      จะว่านางเอกก็ไม่ได้นะคะ ผู้หญิงในสมัยนั้น เขาถูกสั่งสอนมาให้เป็นรองผู้ชายมาตลอด แถมแม่ก็ไม่มี พ่อก็ไม่สนใจ สู้อะไรใครก็ไม่ได้ ก็ไม่แปลกที่นางจะไม่มีความกล้า ความมั่นใจ
      ต่อให้เป็นผู้หญิงที่มีแม่ ก็ยังถูกปลูกฝังให้ เชื่อฟังพ่อ เชื่อฟังสามี และเชื่อฟังบุตรชายอยู่เลย ไม่มีหรอกที่สอนให้เชื่อตนเอง ก็เลยไม่แปลกที่นางเอกทำไรไม่ได้ ไม่กล้าพูด ได้แต่ร้อง
      อีกอย่างสมัยนั้นผู้หญิงเองแทบไม่มีสิทธิ์เสียงอะไรเลย ถูกมองว่ามีหน้าที่แค่ให้กำเนิดบุตร ไม่ได้สำคัญเท่าผู้ชาย
      #1817-1
  3. #1482 HoHoCHi (@f11919) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:55
    สงสารน้องต่ายหลิงหลิง หวังว่าท่านแม่ทัพจะไม่รังแกน้องนะ
    #1482
    0
  4. #1223 RattiyaJBHH (@RattiyaJBHH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 01:24
    เป็นคำพูดที่​ ทำร้าย​จิตใจ​จริงๆ​
    #1223
    0
  5. #123 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 23:08

    อย่ารังแกฮูหยินนักสิเออ

    #123
    0
  6. #114 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 18:53
    เวรกรรม.....
    #114
    0
  7. #105 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 13:46
    สงสารทั้งนางเอกพระเอกเลย ตัวพระเอกไม่ได้คิดว่านางเอกวางแผนคนเดียว สิ่งที่พระเอกคิดคือพ่อนางเอกเป็นคนวางแผนและนางเอกคือหมากตัวหนึ่ง(แบบพวกเดียวกัน)
    #105
    0
  8. #82 Beconnet (@Beconnet) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:34
    เอ้ยสนุก
    #82
    0
  9. #8 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 00:30

    รอต่อค่ะ

    #8
    0
  10. #7 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 23:48
    พระเอกดูไม่ค่อยใช้สมองเท่าไหร่เลย นางเอกก็ดูขี้แย
    #7
    0
  11. วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:28
    แล้วนี่พระเอกไม่คิดเอะใจบ้างรึไง... หน้าก็ไม่เคยเห็นนางเอกจะไปวางยาได้ไง... ผู้ชายนี้ยังไงไม่ค่อยระแวงคนใกล้ตัวเลยเนาะ...
    #6
    0
  12. #5 adw213455 (@adw213455) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 21:57

    สงสานนางเอกอ่ะ ฮือๆๆ

    #5
    0