ร้ายพ่ายกลายรัก [สำนักพิมพ์แอลซิก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,348,681 Views

  • 6,298 Comments

  • 11,733 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,559

    Overall
    1,348,681

ตอนที่ 169 : แจ้งเรื่องอีบุ๊ค (ร้ายพ่ายกลายรัก สเปเชียล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 253 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

มาแล้วค่า...ร้ายพ่ายกลายรักสเปเชียล
คลิกได้เลยที่ Meb>>>
ภารกิจเพื่อสาวใช้ร่างอวบ
หลี่หง
www.mebmarket.com
เล่มพิเศษร้ายพ่ายกลายรัก

ตัวอย่าง


ภารกิจเพื่อสาวใช้ร่างอวบ

สตรีร่างระหงนางหนึ่งกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน

เรือนกายของนางเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม นางขยุ้มผ้าปูเตียงด้วยฝ่ามือน้อยๆ ที่กำลังสั่นเทา สายตาคู่สวยของนางกำลังเหลือบมองที่ชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขากำลังก้มหน้าก้มตาละเลียดชิมเนินเนื้ออวบอิ่มตรงทรวงอกนาง

“ข้ารักเจ้า” เสียงของชายหนุ่มแตกพร่ายามเอ่ยคำพลางเข้มเม้มตรงเนื้อนูนเต่งตึง “ข้ารักเจ้าเหลือเกิน เพ่ยเอ๋อร์”

หญิงสาวผู้ถูกบอกรักพร้อมกับถูกกลืนกินเนินเนื้อหยุ่นนุ่มครางรับเสียงหวาน “ข้าก็รักท่านเช่นกัน หากแต่ท่าน”

นางกล่าวได้แค่เท่านั้น ริมฝีปากของนางก็ถูกประกบปิดด้วยกลีบปากของชายเหนือร่าง ตามด้วยช่วงกลางลำตัวถูกรุกล้ำฝังร่างอย่างเร่าร้อน

“อ๊ะ!” นางถึงกับร้องออกมาจนริมฝีปากที่กำลังถูกดูดกลืนเลื่อนหลุด

ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากนางพลางกัดฟันจนสันกรามนูนแล้วเอ่ย “ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร ข้ารักเพียงเจ้า สตรีนางอื่นข้าหาได้สนใจไม่”

จบคำแหบพร่าก็เริ่มจังหวะเสียวซ่านจนร่างงามสะท้านขึ้นลงรุนแรง

“แต่ว่า...อา” หญิงสาวแหงนหน้าหลับตาแต่ปากยังคงเปล่งวาจาแม้ครวญคราง “นางเป็นภรรยาเอกของท่าน อ๊ะ”

“แล้วอย่างไร” เขาถามกลับเสียงแหบห้าวข้างแก้มนาง “สตรีที่ข้ารักหมดใจย่อมเป็นเจ้า”

“ข้าก็แค่สาวใช้อุ่นเตียงของท่าน” นางเถียงพลางเอื้อมมือกอบกุมเอวสอบเขาที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาบนกายนาง

“ข้าจะเลื่อนฐานะเจ้าขึ้นเป็นอนุคนสำคัญ”

ชายเหนือร่างกล่าวคำพร้อมก้มหน้าลงต่ำกดลงที่ซอกคอขาวผ่องแล้วดูดเม้มด้วยปลายลิ้นร้อนชื้น ลมหายใจร้อนลวกรินรดเป่าใบหูนางจนอุ่นซ่านไปหมด

“อนุหรือ? หึ!” นางแค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจยามบิดตัวเร่าๆ ด้วยความเสียวสะท้าน

“เอาเถิด เจ้าอย่าได้กังวล” เขาอมยิ้มกรุ่มกริ่มแล้วก้มลงกดจูบนางตามแรงอารมณ์ที่มี

หญิงสาวยอมให้ชายหนุ่มดูดกลืนเรียวปากจนพอใจพร้อมกับขยับกลางกายตอบรับเขาอย่างเข้าจังหวะร้อนแรงที่เขามอบให้ สายตาของนางทอประกายหยาดเยิ้มยั่วยวน

ยามเขาปล่อยกลีบปากนางออกไปแล้วไล่กัดเม้มไปตามพวงแก้ม นางจึงขยับริมฝีปากบวมช้ำเอ่ยคำเสียงหวานสั่นเครือ “ข้ามิกล้า” กล่าวจบก็เอียงหน้างอง้ำหลบสายตาร้อนแรงของชายเหนือร่างอย่างมีจริตมารยา

“อ่า...ฮูหยินรองเป็นไร หืม...ฮูหยินรองของข้า” ชายหนุ่มเอ่ยคำหวานล้ำด้วยอารมณ์กระสันเต็มขั้น แล้วก้มหน้าก้มตาบอกรักนางด้วยลีลาเหลือร้าย ครอบครองนางอย่างร้อนแรงถึงใจจนขาเตียงโยกโยน

ริมฝีปากของหญิงใต้ร่างพลันยกโค้งอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจก่อนจะหลุดเสียงครางดังลั่นยามร่างงามถูกจังหวะเร่งเร้ากระแทกกระทั้นกระชั้นถี่หนักหน่วงไม่มีออมแรง

ภายในห้องแห่งนี้กำลังมีศึกรักตั้งแต่เมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา จนย่างเข้าเช้าวันใหม่ล่วงเลยไปกระทั่งเหยียบย่ำเข้ายามเย็นของอีกวัน ทำให้สตรีนางหนึ่งที่มาหยุดยืนอยู่นอกห้องนั้นต้องกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ บนใบหน้าอ่อนหวานฉายชัดถึงความเจ็บปวด สายตาของนางก็รวดร้าวจนสั่นระริก ให้ความรู้สึกเจ็บแปลบปานมีเข็มนับพันทิ่มแทงตรงกลางใจ นางคือภรรยาเอกของชายผู้ที่กำลังขึ้นคร่อมสตรีอีกนางอยู่ในห้อง

ภรรยาเอกนางนี้หลับตาลงข่มกลั้นความทรมานปางตายที่อัดแน่นในโพรงอกเอาไว้ แล้วกล่าวเสียงเย็นออกมา

“หึ! รักกันมากนักหรือ เช่นนี้อยู่ด้วยกันในนั้นไปจนตายเถิด...”

นางกล่าวพร้อมส่งสายตาให้บ่าวรับใช้นำเชือกมารัดบานประตูห้องให้แน่น ตามด้วยนำแผ่นไม้ขวางหน้าประตูเอาไว้มิให้ใครก็ตามที่อยู่ด้านในออกมาจากเรือนได้อีกต่อไป

เมื่อเสร็จสิ้นการกักขังสามีกับหญิงคนรักของเขา ภรรยาเอกก็เดินนวยนาดจากไปทันที

ตรงมุมมืดมุมหนึ่งของเรือนหลังนี้ ที่กำลังเกิดศึกรักระหว่างสามีภรรยากับสาวใช้อุ่นเตียง พลันมีเงาร่างของคนผู้หนึ่งพรางตัววูบไหวไปมาไร้ร่องรอย นางคือเสี่ยวชุ่ยหรือนามจริงคือ เจวียนชุ่ย

หญิงสาวเป็นสายลับแห่งบ้านฟงในคราบสาวใช้ร่างอวบ และได้รับหน้าที่มาสืบข่าวยังบ้านหลังนี้ นางกำลังมองทุกคนด้วยสายตาเฉียบขาดคาดการณ์ได้ทุกอย่าง พลางเก็บข้อมูลเอาไว้ด้วยดวงตาหรี่หยีบนใบหน้ากลมผ่อง เพื่อเป้าหมายของการเปิดเส้นทางการค้าสายใหม่ให้คุณชายรอง

และข่าวที่ได้รับในวันนี้ก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง

ข่าวว่าประมุขของบ้านกำลังหลงใหลสตรีงดงามนางหนึ่งจนละทิ้งภรรยาเอกที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนานปีตั้งแต่มีแค่ตัวเสื่อผืนหมอนใบ

และสตรีที่สามีกำลังหลงใหลจะโงหัวจากหน้าอกหยุ่นนุ่มไม่ขึ้นนางนี้ก็มิใช่ใคร

นางคือสาวใช้ภายในบ้านนั่นเอง

อันที่จริงการที่สามีจะแต่งภรรยามากกว่าหนึ่งหรือมีอนุหลังเรือนมากมายนั้น นับว่าไม่ผิดทั้งยังเป็นสิ่งที่พึงกระทำ แต่หากเป็นสามีภรรยาที่ร่วมฝ่าฟันกันมา ทั้งยังมีสัญญาต่อกันว่าจะรักมั่น นั่นจึงผิดมหันต์ และที่สำคัญการละเลยภรรยาคนสำคัญนั้นนับได้ว่าผิดร้ายแรง

ฝ่ายสามีนั้นพอมีเงินมากหน่อยก็หลงระเริงลืมตัวไม่สนใจกิจการ จนฝ่ายภรรยาต้องออกหน้าทำการค้าด้วยตนเองทุกอย่าง เรื่องนี้ยังไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ หากแต่ต่อมาฝ่ายสามีกลับทำพลาด เมื่อมีเงินมากพอจะรับบ่าวรับใช้เข้าเรือน สามีจึงรับสาวใช้งดงามเข้ามาปรนนิบัติจนไม่ลืมหูลืมตา กระทั่งมัวเมาเสพสมกับสาวใช้จนละเลยภรรยา หลายวันผ่านมาแล้วก็ยังไม่ออกจากเรือนสาวใช้ ทำให้ภรรยาโกรธเคืองเป็นอย่างมาก ถึงขั้นสั่งขังสองชายหญิงนั่นประไร

หากแต่เรื่องนี้ไม่นับว่าเป็นอะไรสำหรับเจวียนชุ่ย เพราะข่าวที่นางสนใจหาใช่เรื่องหลังเรือนเหล่านี้ไม่ แต่เป็นผลพวงผลประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้ต่างหาก

ผลพวงที่ว่าก็คือภรรยาเอกนางนี้ได้เตรียมการออกจากบ้านไปยังต่างเมือง โดยการวางแผนขายกิจการทางเหนือเพื่อนำเงินเป็นทุนรอนเดินทางไกล ส่วนสามีของนางก็แค่ถูกทิ้งเอาไว้กับสาวใช้งดงามให้รักกันจนเน่าตายในเรือนนั่น

และแน่นอนว่า คนที่รู้ข้อมูลก่อนใคร ย่อมต้องได้เข้ามาฮุบซื้อเอาไว้ไม่ยากเย็น กิจการค้าเครื่องประดับของบ้านนี้ คุณชายรองบ้านฟงย่อมต้องได้ไว้ทั้งหมด หึหึ!

เมื่องานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น เจวียนชุ่ยจึงสลัดคราบสายลับกลับไปเป็นสาวใช้ร่างอวบนามว่า เสี่ยวชุ่ย ที่บ้านฟงดังเดิม

 

ทุกคนในบ้านฟงล้วนมีความสุขในทุกๆ วัน

โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่เรียกได้ว่าสุขสมกันจนล้นปรี่ กระทั่งฝ่ายสตรีตั้งครรภ์กันอย่างถ้วนหน้า ทั้งนี้ คุณชายน้อยของบ้าน ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิง จึงรู้สึกได้ว่า ภารกิจสำคัญที่มีต่อบิดามารดากระทั่งท่านอาทั้งหลายได้รับการปลดเปลื้องพันธนาการจากหัวใจดวงน้อยๆ ของพวกเขาแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกว่าแต่ล่ะวันที่ผ่านมานี้ช่างว่างเปล่ามากนัก วันหนึ่งๆ ไม่มีอะไรให้ทำเลย

 

เฮ้อ! ชีวิตน้อยๆ นี้ ได้รู้จักกับคำว่า

ไร้ความหมายอย่างแท้จริง

เด็กน้อยทั้งสองนั่งเท้าคางพร้อมทำหน้ายับยู่อยู่ในศาลากลางสวนสวยของจวนฟง

“ขนมรสเลิศกับน้ำชารสล้ำมาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหวานๆ ของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้น ทำเด็กน้อยทั้งสองที่นั่งเท้าคางต้องปรายตามองอย่างพร้อมเพรียง

สาวใช้ร่างอวบเอ่ยอีกครา “หากคุณชายน้อยไม่กิน ข้าน้อยไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ” ว่าแล้วก็ทำท่าจะแย่งขนมของเจ้านายเพื่อล่อหลอกให้เจ้านายทั้งสองกินขนมอย่างว่าง่าย  

“เจ้าไปที่ใดมา ข้านั่งรอเจ้าเสียตั้งนาน” ฟงหนิงอันเปรยขึ้นกับพี่เลี้ยงของตนด้วยท่าทางเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งรอบด้าน เพราะไม่มีอะไรให้ทำ จึงรู้สึกได้ว่า ช่วงเวลาแค่นิดเดียวที่นั่งรอคนสนิทก็เสมือนรอนานข้ามวันแล้ว

“ข้าน้อยไปส่งสารลับให้คุณชายรองตามหน้าที่อย่างไรเล่า” เสี่ยวชุ่ยบอกตามจริง ที่บ้านฟงนั้นเป็นแหล่งข่าวสำคัญจากทั่วสารทิศมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งทุกข่าวล้วนเป็นหน้าที่ของนางต้องเดินทางไปประสานกับเจ้านายด้วยตนเอง

ฟงหนิงเฉิงที่นั่งเงียบอยู่เป็นนาน เริ่มกลอกตาครุ่นคิดถึงการหาอะไรเล่นไปเรื่อยเปื่อยจึงฉุกใจคิดขึ้นได้บางประการเมื่อเห็นพี่เลี้ยงคนงามของตนถูกความอวบอัดบดบังจนความสวยหวานกลายเป็นสวยสะพรึงจนสิ้น เด็กน้อยจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ “พี่เสี่ยวชุ่ย ท่านมีคนรักแล้วหรือไม่?

ทุกสิ่งที่คุณชายน้อยคิดล้วนเกินวัยทั้งสิ้น เสี่ยวชุ่ยรู้สึกชินเสียแล้ว นางจึงตอบรับตามตรงไม่มีปิดบังด้วยท่าทางเขินอายเป็นที่สุด “อันที่จริง ข้าน้อยก็มีชายในดวงใจแล้วเจ้าค่ะ”

ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงพลันหูผึ่ง

“พี่เสี่ยวชุ่ยมีชายในดวงใจแล้วหรือ?” เด็กน้อยทั้งสองร้องถามพร้อมกัน

เสี่ยวชุ่ยก้มหน้าหลุบตาเม้มปากแน่น “แต่ว่าเขาผู้นั้นมีคนรักเสียแล้ว”

“หา!” สองเด็กน้อยอุทานเสียงดัง

เสี่ยวชุ่ยยิ่งก้มหน้ารู้สึกเศร้าสลดฉับพลัน นางกำลังอยู่ในช่วงทำใจมิให้คิดถึงเขา เฮ้อ!

ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงหันมามองหน้ากัน ดวงตากลมใสสีดำขลับเริ่มมีความหมายลึกลับส่งสะท้อนแวววาว

พวกเขามีงานทำแล้ว...

หึหึ! งานที่ว่าในครานี้ก็คือ พวกเขาจะบันดาลน้องน้อยใส่ท้องพี่เสี่ยวชุ่ย!

แต่อืม...สีหน้าเศร้าโศกของพี่เสี่ยวชุ่ยคืออันใด สองเด็กน้อยขมวดคิ้วพันกันพร้อมพาใบหน้ากลมเล็กขยับเข้าใกล้พี่เลี้ยงคนสนิทก่อนส่งสายตาดำขลับมองอย่างกดดันแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “บอกความจริงมานะ!

สาวใช้ร่างอวบถอนหายใจหนึ่งที แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟังตามจริงทุกประการแก่คุณชายน้อยทั้งสอง

เรื่องราวทั้งหมดของเสี่ยวชุ่ยมีอยู่ว่า นางแอบหลงรักบุรุษผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งนางมิรู้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนาม เขาเป็นสมุนเจ้าสนธยาในอาณัติของพี่น้องบ้านฟง อันมีกฎเหล็กเรื่องห้ามเปิดเผยตัวตนและนามที่แท้จริง นางจึงมิกล้าสืบสาวว่าเขาเป็นใคร มีนามว่าอย่างไร

ชายผู้นั้นมีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เจ้าของสายตาคมเข้มที่แสนจะเย็นชาตลอดเวลา ท่าทางของเขาก็เคร่งขรึมเฉยเมยกับทุกสรรพสิ่ง ริมฝีปากของเขาไม่เคยแย้มยิ้ม ไม่แม้แต่จะชายตาแลเสี่ยวชุ่ยแม้เพียงชั่วอึดลมหายใจ

แต่กระนั้นเสี่ยวชุ่ยก็ยังคงรักปักใจยิ่งนัก อาจจะเป็นเพราะรักแรกพบเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะท่าทางที่ไม่แยแสของเขาที่ล้วนแล้วแต่ตรึงตาตรึงใจนาง จนยากจะถอนคืน

กระทั่งวันหนึ่ง เสี่ยวชุ่ยได้ออกสืบข่าวบางอย่างที่ต้องใช้ในการค้าของตระกูลฟงยังหอฟู่กุ้ย ในขณะที่เสี่ยวชุ่ยกำลังนั่งอยู่ในห้องอาหารของหอฟู่กุ้ยแห่งนี้ สายตาหรี่หยีของนางจึงได้บังเอิญหันไปเห็นชายในดวงใจโดยบังเอิญ นางดีใจมากที่ได้เจอชายที่ตนหลงรักปักใจ แม้จะเคยเจอหน้าแค่เพียงสองครั้ง ซึ่งครั้งนี้นับได้ว่าเป็นครั้งที่สองเท่านั้น

แต่ทว่านางกลับดีใจได้เพียงไม่นาน เมื่อชายคนนั้นที่นางแอบพึงใจพลันมีหญิงสาวงดงามนางหนึ่งเดินเข้าไปหาและนั่งที่โต๊ะตัวเดียวกัน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ท่านั่งของทั้งสองก็เรียกได้ว่าแนบชิดเกินคนรู้จักธรรมดามากนัก ไหล่ของนางชนกับไหล่ของเขา ใบหน้าของทั้งสองยามเสวนาก็แทบจะชนกัน ดวงตาของฝ่ายชายมองฝ่ายหญิงอย่างกรุ้มกริ่ม ส่วนฝ่ายหญิงก็มองเขาอย่างหลงใหล ยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ตลอดเวลา

เพียงไม่นาน สองชายหญิงคู่นั้นก็พากันลุกขึ้นแล้วเดินคลอเคลียไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งเป็นทางขึ้นชั้นสองของหอแห่งนี้ เสี่ยวชุ่ยรู้ดี ว่าชั้นสองของหอคือที่ใด

ที่นั่นคือห้องส่วนตัวมีไว้สำหรับคู่รักเข้าไปทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้ง

เสี่ยวชุ่ยนั่งมองคนทั้งสองด้วยหัวใจที่คล้ายกับถูกบีบเสียแน่นแล้วเหวี่ยงไปกลางอากาศ แต่ความเจ็บเพียงเท่านี้ยังไม่สามารถทำให้เสี่ยวชุ่ยตัดใจจากชายผู้นั้นได้ นางจึงทำสิ่งที่ถนัด นั่นก็คือพาร่างอวบอัดของตนที่เคลื่อนไหวได้พลิ้วไหวเหลือเกินตามบุคคลทั้งคู่ไปอย่างไม่อาจห้ามใจ

เสี่ยวชุ่ยนั้น ยามสืบข่าวทุกเรื่องราว ล้วนทำได้ไม่ยากเย็น ฝีมือของนางในการสืบข่าว ล้วนไร้ร่องรอยใดๆ

และแล้วภาพที่เสี่ยวชุ่ยได้เห็นจากมุมมืดภายในห้องแห่งหนึ่ง ก็ยิ่งทำให้หัวใจที่ถูกบีบรัดต้องถูกบีบเค้นมากกว่าเดิม รวดร้าวแทบจะอาเจียน เมื่อชายผู้นั้นกำลังก้มหน้าจุมพิตกับหญิงผู้นั้นอย่างดูดดื่ม

ทั้งสองประคองกอดกันจนรัดแน่น แนบชิดทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ตั้งแต่ใบหน้าลงไป ลำตัวของทั้งสองบดเบียดกันจนได้ยินเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่เริ่มหลุดลุ่ย

ทั้งๆ ที่พวกเขายังยืนอยู่แท้ๆ ยังมิทันได้นอนราบลงบนเตียงเลย พวกเขายังร้อนแรงได้ถึงเพียงนี้ หากพวกเขาพากันจูบไปเดินไปจนถึงเตียงนอนเล่า จะร้อนเร่าปานใด

เสี่ยวชุ่ยยืนมองภาพบาดตาบาดใจมิอาจขยับ และเมื่อเรือนร่างเปล่าเปลือยของทั้งสองเริ่มทาบทับกันบนเตียงอุ่น นางจึงไม่อาจมองฉากร่วมรักของพวกเขาได้อีกต่อไป นางไม่อาจทนฟังเสียงครางน่าอายของพวกเขา นางจึงอำพรางตัววูบไหวหายไปคล้ายไร้ตัวตนในบัดดล

และนั่นคือจุดเริ่มต้นในความรักของนาง...

เจวียนชุ่ย

 

ภายในห้องหนังสืออันเป็นฐานลับของฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิง

เด็กน้อยทั้งสองไล่เสี่ยวชุ่ยให้ออกไปร้องไห้ห้ามเก็บความเสียใจจนคับอกเด็ดขาด เสี่ยวชุ่ยจึงต้องเดินกลับเข้าเรือนของตนไปตามคำ ส่วนเด็กๆ ทั้งสองก็นั่งสุมหัวกันด้วยท่าทางเกินวัย พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะทำให้พี่เสี่ยวชุ่ยที่พวกเขารักใคร่ดั่งพี่สาวได้ตั้งครรภ์เหมือนคนอื่นเขา

แต่ว่าการที่สตรีสักคนจะตั้งครรภ์ได้นั่นย่อมมิใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เด็กน้อยทั้งสองรู้ดี พวกเขาเป็นเด็กที่มีความคิดก้าวไกลเกินวัยมากนัก การที่พี่เสี่ยวชุ่ยของพวกเขาจะมีน้องน้อยได้นั้น จะต้องได้ผ่านกระทำการบางอย่างกับบุรุษในห้องหับเสียก่อน และการที่จะกระทำอย่างนั้นได้ จะต้องผ่านการแต่งงานเสียก่อน

“การแต่งงานนับได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ นะพี่ใหญ่” เสียงเล็กๆ ของฟงหนิงเฉิงกล่าวกับฟงหนิงอัน ใบหน้ากลมๆ ของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก

“ใช่ๆ” ฟงหนิงอันพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตากลมใสทอประกายลึกลับ “การแต่งงานของพี่เสี่ยวชุ่ยต้องมีเจ้าบ่าวเพื่อที่พี่เสี่ยวชุ่ยจะได้เป็นเจ้าสาว”

“อื้ม” ฟงหนิงเฉิงพยักหน้าแรงๆ หนึ่งทีแล้วเอ่ยต่อ “ข้าคิดได้แล้วหนึ่งประการ”

หึหึ!

ทั้งสองยกยิ้มเจ้าเล่ห์รู้สึกภาคภูมิใจนักที่คิดได้ตามจริงเป็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน หากแต่เด็กน้อยไหนเลยจะคิดได้ประจักษ์มากกว่านั้น

“แล้วลำดับต่อไปเล่าพี่ใหญ่” คนน้องถามขึ้นมา

คนพี่พลันหรี่ตา “การที่งานแต่งจะมีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้นั้น พี่เสี่ยวชุ่ยของเราจะต้องมีชายในดวงใจเสียก่อน”

“อ่า...” ฟงหนิงเฉิงถึงกับครางในลำคอ “แต่ชายในดวงใจของพี่เสี่ยวชุ่ยมีคนรักเสียแล้วนะ”

“...!?

สองพี่น้องพลันเงียบงัน จ้องมองหน้ากันไปมา

เมื่อเริ่มเห็นทางตัน พวกเขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก นอนพลิกไปพลิกมาทั้งคืนก็ยังคิดไม่ออก รู้สึกปวดหัวสิ้นดี

ชีวิตนี้รู้สึกว่ากำลังเจอเรื่องเลวร้ายเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอเรื่องใดหนักหนาเท่านี้มาก่อนเลย ให้ตาย!

ในเมื่อคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก สมองน้อยๆ ของเด็กทั้งสองจึงทำงานหนักมาก จึงต้องหาตัวช่วยอย่างเร่งด่วน

และเพียงไม่นาน เรื่องที่เสี่ยวชุ่ยมีชายในดวงใจแต่ต้องผิดหวังพลันล่วงรู้ถึงหูของหลิงเวยและหลี่ลี่เหมย สตรีทั้งสองล้วนให้ความสำคัญกับสาวใช้ร่างอวบนางนี้ไม่น้อย พวกนางจึงเร่งหาวิธีช่วยเหลือสาวน้อยคนสนิทในทันที

หากแต่สภาพร่างกายของทั้งสองที่กำลังตั้งครรภ์อยู่จึงไม่สามารถลงแรงทำอันใดได้ทั้งนั้น นอกจากช่วยกันเป็นที่ปรึกษาให้ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงอย่างสามัคคี

ภายในห้องส่วนตัวของเรือนหลัก ตรงโต๊ะริมหน้าต่างที่มีบุคคลนั่งปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดประหนึ่งว่าเรื่องที่คุยกันคือเรื่องการศึกสงครามรวบรวมดินแดน ซึ่งมีผลกับชะตาบ้านเมืองและประชาชนนับหมื่นกระนั้น

“อันดับแรก” เสียงของหลี่ลี่เหมยเอ่ยขึ้นก่อน “เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือสาเหตุของด้ายแดงที่มิอาจเชื่อมต่อ”

หลิงเวยพยักหน้าเบาๆ ช่วยครุ่นคิดอย่างมีสติ แต่ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงรีบเอ่ยอย่างพร้อมเพรียง “พี่เสี่ยวชุ่ยอ้วนเกินไป ความงามที่แท้จริงจึงถูกบดบังจนสิ้น”

“...”

หลิงเวยได้ฟังพลันกะพริบตาปริบๆ เพราะสิ่งนั้นคือสิ่งที่นางคิด หากแต่ลูกๆ ของนางช่างตรงไปตรงมา

หลี่ลี่เหมยถึงกับตบโต๊ะฉาดใหญ่ นางเห็นด้วยเป็นอย่างมาก สีหน้าจึงดุดันยิ่ง “เช่นนั้นแล้วเราควรทำอย่างไร?

ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงช่วยกันครุ่นคิดหนักหน่วงจนหัวคิ้วขมวดพันกัน ใบหน้ายับย่นไปหมด

ครานี้เป็นหลิงเวยที่กล่าวบ้าง “พี่คิดว่า เสี่ยวชุ่ยควรต้องดูแลตัวเองให้ดียิ่งกว่านี้ ไม่ควรปล่อยเนื้อปล่อยตัวอีกต่อไป” นางหยุดคิดเล็กน้อยด้วยสีหน้าจริงจังสายตาแน่วแน่แล้วเอ่ยต่อ “ช่วงนี้พี่สังเกตเห็นเสี่ยวชุ่ยกินขนมได้น้อยลง อาจเป็นเพราะกำลังเศร้าเสียใจเรื่องชายผู้นั้น พี่คิดว่าควรใช้โอกาสนี้ปรับเปลี่ยนเสี่ยวชุ่ยเสียเลย”

สองเด็กน้อยมองมารดาอย่างคาดหวังขึ้นมาทันที

“ถูกต้องแล้วอาซ้อ” หลี่ลี่เหมยเสียงสูง

ฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงหันหน้าไปมามองมารดาสลับกับท่านอา

เส้นเสียงหวานแหลมของสะใภ้คนรองบ้านฟงยังคงเอ่ยต่อ “เรื่องแรกต้องทำให้เสี่ยวชุ่ยเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของตนเองเสียก่อน ปัญหาของเสี่ยวชุ่ยคือการกิน”

เด็กน้อยเอ่ยเสริมอย่างพร้อมเพรียง “พวกเราจะแย่งขนมพี่เสี่ยวชุ่ยกินให้หมด”

“อืม...” หลิงเวยเอื้อมมือขึ้นลูบหัวของบุตรชายทั้งสองอย่างรักใคร่ “พวกเจ้ากินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ”

หลี่ลี่เหมยเริ่มเห็นเค้าลางการอดตายของเสี่ยวชุ่ยรำไร แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเสี่ยวชุ่ยมีปัญหาเรื่องการกินจริงๆ หลายครั้งที่นางเองก็เตือนเสี่ยวชุ่ยแล้วว่าไม่ควรตามใจปากจนเกินไป สตรีที่อยู่ในช่วงออกเรือนควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

สะใภ้คนรองของบ้านฟงจึงเอ่ยออกมาอีกครา “อันดับแรก พวกเราต้องจำกัดเรื่องอาหารการกินของเสี่ยวชุ่ยให้ดี เรื่องนี้ข้าจะทำตารางอาหารแต่ล่ะอย่างในแต่ละมื้อให้เอง”

หลิงเวยได้ฟังจึงเอ่ยบ้าง “พี่จะใช้อำนาจที่มีในเรือนสั่งการไปยังบ่าวไพร่ทุกคน ให้ดูแลเรื่องการกินของเสี่ยวชุ่ย”

หลี่ลี่เหมยรีบกล่าวต่อ “หลังจากนั้นข้ายังมีวิธีเป็นร้อยเป็นพันให้เสี่ยวชุ่ยกลายเป็นสาวงาม”

หลิงเวยหรี่ตาแล้วเอ่ยเสียงเย็น “เมื่อเสี่ยวชุ่ยเป็นสาวงามแล้วยังต้องมาเรียนรู้การวาดภาพ เขียนกลอน และดีดพิณ ทุกสิ่งที่สตรีพึงมี”

สตรีทั้งสองพยักหน้าใส่กันด้วยแววตาจริงจังเข้มข้น

เด็กน้อยทั้งสองถึงกับยิ้มกว้างดวงตาทอประกายระยิบระยับทันใด พวกเขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาท่านแม่กับท่านอา

แน่นอนว่า การจำกัดเรื่องอาหารการกินของเสี่ยวชุ่ยมิใช่เรื่องที่ยากอันใด เพราะว่าเสี่ยวชุ่ยเองก็กินอะไรไม่รู้รสทั้งนั้นแล้วในช่วงนี้ เสี่ยวชุ่ยผู้ตรอมตรมเพราะผิดหวังในความรักจึงกินน้อยลงถนัดตา กระทั่งทำให้เรือนร่างเริ่มเปลี่ยนไป

               เวลาล่วงเลยผันผ่าน จากหนึ่งวันเป็นสองวัน จากหนึ่งเดือนเป็นสองเดือน และหลายเดือนผ่านไป จนกระทั่งสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองคลอดบุตรออกมา จึงได้พาเสี่ยวชุ่ยอยู่ไฟด้วยกันเสียเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 253 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #6297 BigFan (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:23

    E-Book ไม่มี EPIB อ่านไม่สะดวกเลย สียใจ.......

    ขอ EPUB ด้วยค่ะ

    #6297
    0
  2. #6296 หลี่หง (@jaifong) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:56
    555. ขอบคุณนะค๊าาา
    #6296
    0
  3. #6295 Al๏n.Evil.NighT (@mitniyaya) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:41
    ความโดนป้ายยานี้ กดพรวดเลย
    #6295
    0