สาวใช้พระกาฬ [สำนักพิมพ์แอลซิก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 572,249 Views

  • 2,936 Comments

  • 6,919 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,560

    Overall
    572,249

ตอนที่ 3 : ตอนที่2 หนิงเหมย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1919 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

คฤหาสน์สกุลหลิ่งของหลิ่งหมิงคหบดีหนุ่มรูปงามผู้มั่งคั่ง

หลิ่งหมิงกับหนิงเยว่ซินรักกันมาก ทั้งสองคนคบหากันจนกระทั่งแต่งงานกันและได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข

แต่วันคืนอันแสนสุขช่างสั้นนัก หลังจากแต่งงานได้เพียงครึ่งปี หลิ่งหมิงยังคงรักหนิงเยว่ซินเป็นอย่างมาก หากแต่วันหนึ่งเขากลับพาสตรีงดงามดูบอบบางเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยเหตุผลที่ว่าเจอนางระหว่างที่เดินทางกลับบ้านแล้วได้ช่วยเหลือกันยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน

สตรีนางนั้นมีนามว่า เจียวลู่

พวกเขาเจอกันในวันที่หลิ่งหมิงถูกโจรป่าฉกชิงทรัพย์สินและถูกโจรป่าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ หลิ่งหมิงได้เจียวลู่เข้าช่วยเหลือในครานั้น เมื่อรักษากันมาระหว่างทางจนหลิ่งหมิงหายดีเขาจึงพานางเข้าบ้านและแต่งนางเป็นภรรยารอง

จู่ๆ หนิงเยว่ซินก็ได้เป็นภรรยาเอก

หลิ่งหมิงผู้รักมั่นก็แต่งอนุเข้ามา

หนึ่งชายหนึ่งหญิงที่รักกันอย่างมั่นคงตลอดมาก็เริ่มแปรเปลี่ยน

คืนมงคลที่หลิ่งหมิงยืนอยู่ในเรือนหลังเล็กกับเจียวลู่ท่ามกลางโคมไฟสีแดงและแสงเทียนสีนวล ถึงแม้จะไร้ซึ่งงานมงคลสมรสอันเอิกเกริกหากแต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนเสมือนถูกแหวกอกแล้วดึงหัวใจกระชากออกมาฉีกทึ้งแล้วใช้ฝ่าเท้าเหยียบย่ำอีกคราหนึ่ง

เขาเหยียบย่ำจนแหลกลาญ แหลกเหลว

ใครคนนั้นคือหนิงเยว่ซิน

นางตัดสินใจออกมาแอบมองดูพวกเขาเหมือนหญิงบ้ามิรู้ความ นางยืนมองเขาจากมุมเฉลียงของเรือนเล็กหลังนั้น นางยืนมองพวกเขาอยู่ในความมืดมิดนอกเรือนกระทั่งพวกเขาดับเทียนภายในเรือนและต่อมาก็มีเสียงหอบครางดังระงม

ในยามนั้นหนิงเยว่ซินได้กลายเป็นเศษผ้าที่ถูกฉีกขาดไม่มีเหลือแม้เพียงเส้นด้ายให้ถักทอสานต่อใหม่ นางมีเพียงลมหายใจที่ว่างเปล่าและหัวใจที่หนักอึ้งคล้ายมีเลือดซึมจากการถูกกรีดลึกด้วยเสียงครางนั้น

ตั้งแต่คืนนั้นนางจึงเหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ

ข้าเกือบตายไปแล้วที่ป่านั่น หากมิได้เจียวลู่เข้าช่วยเหลือ เจ้าก็คงจะเสียข้าไปแล้วตลอดกาล” เสียงทุ้มนุ่มของหลิ่งหมิงยังคงดังก้องกังวานในใบหูของหนิงเยว่ซิน

ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือที่จะทดแทนคุณ มีเพียงต้องรับนางเป็นอนุเท่านั้นหรือไร?” นางถามออกไปด้วยใจไม่ใคร่จะยินยอม

นางตัวคนเดียว ไม่มีใคร แต่หากจะให้นางเป็นเพียงสาวใช้คงไม่เหมาะกระมัง หรือกระทั่งให้เป็นเมียบ่าวก็คงมิควร

ความหมายของท่านก็คือไม่ว่าอย่างไรท่านก็ต้องเก็บนางเอาไว้ข้างกาย นางก็ต้องอยู่กับท่านเท่านั้นหรือไร ช่วยเหลือกันเสร็จสิ้นก็แยกย้ายกันไม่มิได้รึ การตอบแทนกันมีเพียงวิธีนี้หรือไร นางต้องการเงินเท่าไหร่ ข้าจะไปแลกตั๋วเงินให้นางเดี๋ยวนี้

เยว่ซิน!” เสียงของเขาเริ่มหงุดหงิด เจ้าเป็นอะไรไป สตรีที่จิตใจดีมีเมตตาไปไหนเสียแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่เข้าใจ หากมิได้นางเข้าช่วยเหลือข้ายังจะได้กลับมาหาเจ้าหรือไม่ หากมิได้นางเจ้าคงเป็นเพียงสตรีม่ายสามีตายไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน ลองตรองดูเถิด!

นั่นคือประโยคสนทนาครั้งล่าสุดก่อนที่เขาจะแต่งนางเป็นอนุและเข้าหอกันอย่างเผ็ดร้อนทั้งหอบทั้งครางดังระงมที่ทำให้หนิงเยว่ซินต้องมานอนอย่างเดียวดายบนเตียงอันกว้างใหญ่ของเรือนหลัก นางนอนร้องไห้มิได้พัก ไม่แม้แต่จะหลับตาได้ลง

เช้าวันต่อมาหนิงเยว่ซินยังต้องมานั่งรอที่โต๊ะอาหารเพื่อกินข้าวด้วยกันตามคำสั่งของหลิ่งหมิง

นางนั่งรอสองชายหญิงที่ผ่านค่ำคืนเสพสมที่ทำให้นางต้องทุกข์ระทมตลอดทั้งคืน

หลิ่งหมิงเดินเข้ามาที่ห้องอาหารก่อนและนั่งลงที่ข้างนางยังตำแหน่งเดิมของเขาที่เคยนั่ง เขายิ้มให้นางอย่างอบอุ่นเหมือนเคย สายตามองนางอย่างอ่อนโยนเหมือนเคย แววตาที่ทอดมองเจือความรักใคร่เหมือนเคย หากแต่ที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเคยก็คือเราสองไม่อาจกินข้าวได้ทันทีเมื่อสองเรานั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร เพียงเพราะสตรีอีกนางหนึ่งยังไม่มา พวกเราจึงต้องรอให้พร้อมหน้าสามสามีภรรยาถึงจะกินอาหารได้

หญิงสาวถึงกับกำมือแน่นขอบตาร้อนผ่าว

และเมื่อเจียวลู่เดินเข้ามายังห้องอาหาร หนิงเยว่ซินก็อดไม่ได้ที่จะไล่น้ำสีใสให้จางหายไปเพื่อมองเจียวลู่ให้เต็มตา

นางเห็นเจียวลู่มีสีหน้าอิ่มเอิบดวงตากระจ่างใสหากแต่ร่างบอบบางกลับดูอ่อนแรงยิ่งนัก นางคล้ายกับกำลังพยายามเดินมาอย่างยากลำบาก ท่าทางที่อ่อนโยนอ่อนหวานมากอยู่แล้วยิ่งดูหวานล้ำมากขึ้นไปอีก

หนิงเยว่ซินยิ้มขื่นปวดร้าวสุดแสน

แน่นอนว่าเจียวลู่คงเพลียมากนักเนื่องจากต้องผ่านการร่วมรักกับสามีของนางมา...ทั้งคืน

ท่วงท่าและลีลารักของหลิ่งหมิงมีหรือนางจักนึกไม่ออก ริมฝีปากของเขาชอบจูบส่วนใด ฝ่ามือของเขาร้อนเร่าปานใด ท่อนขาและท่อนแขนของเขาวาดกระบวนท่าอย่างไร นางล้วนนึกภาพออกทั้งสิ้น

ขออภัยที่ลู่เอ๋อร์มาช้าหวังว่าท่านพี่คงไม่ถือสา” เสียงอ่อนหวานเจือกระแสออดอ้อนของเจียวลู่เอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล เห็นได้ชัดว่าเสียงของนางฟังดูอ่อนแรงและแหบแห้งเพราะเหตุใด

หนิงเยว่ซินแค่นเสียงอยู่ในลำคอ นางเห็นท่าทางของเจียวลู่ช่างอ่อนต่อโลกแลไร้เดียงสามากนัก หากแต่เมื่อคืนกลับร้องครางประหนึ่งเป็นสตรีกร้านโลกกระนั้น

ยิ่งได้มองเห็นลำคอขาวผ่องของเจียวลู่ที่มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ สีดอกกุหลาบ เป็นรอยฝากรักจากริมฝีปากของใครบางคน ในใจของหนิงเยว่ซินยิ่งคล้ายกับมีเลือดสาดอยู่ในเบ้าตา กลิ่นคาวน้ำกามาพลันคละคลุ้งในห้วงคำนึง นึกสะอิดสะเอียดเกินทน

นางไม่อาจทนได้อีกต่อไป

พอกันที!

หนิงเยว่ซินถึงกับลุกขึ้นแล้วตบโต๊ะเสียงดังก่อนจะจับยกโต๊ะอาหารทั้งหมดนั้นให้ล้มครืนไปต่อหน้าต่อตา

จานชามตกแตกเสียงดังเพล้งๆ ติดๆ กัน อาหารในจานชามสาดกระจุยกระจายเกิดความเสียหายแก่ห้องอาหาร

เจ้าทำบ้าอันใด เยว่ซินเสียงของหลิ่งหมิงโกรธเกรี้ยว

ข้าไม่ต้องการหนิงเยว่ซินเสียงสั่น ข้าไม่อาจใช้สามีร่วมกับนาง ข้ารับไม่ได้นางชี้กราดไปที่ใบหน้าซีดขาวของเจียวลู่

ท่านพี่...เจียวลู่ถึงกับร้องไห้ออกมา น้ำตาของนางช่างผลิตได้รวดเร็ว สามีรับอนุแปลกที่ใด ข้าเองยอมลดตัวเองแล้ว แต่เหตุใด...นางหยุดคำพูดเพื่อปิดปากร้องไห้อย่างน่าสงสาร

หนิงเยว่ซินกล้ำกลืนน้ำตาของตนให้ไหลกลับเข้าเบ้าตาเมื่อเจอมารยาของสตรีตรงหน้าก่อนกล่าวออกมาอย่างเหลืออด ไสหัวออกไป!” นางไล่สตรีเจ้ามารยาตรงหน้าอย่างไม่ไยดี

เยว่ซิน!” หลิ่งหมิงตวาดหนิงเยว่ซินเสียงดัง

ข้าไม่ต้องการให้ท่านมีใคร ข้าต้องการให้ท่านมีข้าคนเดียว ได้ยินหรือไม่หนิงเยว่ซินตะโกนใส่หน้าหลิ่งหมิง

เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร เราคุยกันแล้วมิใช่รึ ไยเจ้าถึงใจแคบนัก เจ้าเปลี่ยนไปหลิ่งหมิงต่อว่าหนิงเยว่ซินด้วยคำรุนแรง

หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้าง ใช่ข้าบ้านางเสียงดังมากกว่าเดิม เป็นข้าที่เปลี่ยนไป ใช่แล้ว เป็นข้าเองที่เปลี่ยนไปหนิงเยว่ซินคำรามทั้งน้ำตา ย่อมเป็นข้าที่เปลี่ยนไป ข้ามิใช่เยว่ซินผู้อ่อนหวานคนเดิม ข้าเกลียดท่าน หลิ่งหมิง ข้าเกลียดท่าน

หนิงเยว่ซินร้องไห้โฮด่าทอตนเองกระทบสามีอย่างจงใจก่อนจะวิ่งหายไปจากเรือน

วันแล้ววันเล่าที่หนิงเยว่ซินเอาแต่ร่ำไห้อยู่ในห้องโดยไม่ยอมพบหน้าของหลิ่งหมิงอีกถึงแม้ว่าเขาจะมาหานางทุกวัน แต่กระนั้นหนิงเยว่ซินก็ยังคงเอาแต่ร้องไห้ทำใจมิได้เรื่องของเขา

ข้ารักเจ้ามิได้ลดน้อยลงเลย หากแต่ความรับผิดชอบของข้ายังคงต้องมี เยว่ซิน...เหตุใดเจ้าไม่เข้าใจ

นั่นคือประโยคสุดท้ายหลังบานประตูที่หนิงเยว่ซินได้ยิน

หญิงสาวเริ่มรับรู้ได้ว่านางเริ่มเปลี่ยนไป สภาวะอารมณ์ของนางผันแปรไปไม่เหมือนเดิม นางทั้งอารมณ์ร้ายทั้งชอบโวยวาย นางโมโหร้ายไม่ยอมใครทั้งนั้น จนกระทั่งหลิ่งหมิงเริ่มเอือมระอานางขึ้นมาจริงๆ เพราะเขาบัดนี้มีสตรีเปรียบเทียบกันอย่างชัดเจน

หนึ่งคือสตรีอารมณ์ร้ายไร้ความอ่อนโยนอ่อนหวานอย่างที่ควรเป็นกับอีกหนึ่งสตรีช่างน่ารักน่าทะนุถนอมคอยเอาอกเอาใจทั้งยังหวานล้ำในยามค่ำคืน

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครแพ้ใครชนะ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลิ่งหมิงจักเลือกใคร

หนิงเยว่ซินได้แต่ช้ำใจจนกระทั่งนางได้ล่วงรู้ถึงสาเหตุของอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากสตรีอ่อนหวานเป็นสตรีร้ายกาจของตนเอง

นางกำลังตั้งครรภ์!

สตรีตั้งครรภ์มักจะมีอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าสตรีที่มิได้ตั้งครรภ์ ยิ่งเมื่อมีเรื่องมากระทบจิตใจกันเยี่ยงนั้น แน่นอนว่าย่อมรุนแรง

เมื่อนางรับรู้ถึงอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ ในท้องของตน นางจึงคิดจะบอกกล่าวแก่สามี คืนวันดีๆ ของสองเราอาจจะกลับมา

แต่ทว่านางกลับคิดผิดไป

หลายวันหลายคืนที่ผ่านมาที่นางเอาแต่ร่ำไห้ปานขาดใจอยู่ให้เหย้าในเรือนกินเวลาอยู่เป็นเดือน ในยามนี้ที่นางอายุครรภ์ได้เพียงสามเดือน เจียวลู่ที่เข้าหอกับหลิ่งหมิงเรื่อยมาก็ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือน

เรื่องนั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางหน้าผาก

ข่าวการตั้งครรภ์ของเจียวลู่ที่ส่งถึงหลิ่งหมิงก่อนหน้านางทำให้นางถึงกับลิ้นจุกปาก

นางเดินมายังมิทันได้ถึงเรือนของหลิ่งหมิง นางก็เห็นหลิ่งหมิงกับเจียวลู่ยิ้มแย้มให้กันแลดูมีความสุขอยู่ในศาลากลางสวน ฝ่ามือของหลิ่งหมิงลูบท้องของเจียวลู่อย่างอ่อนโยน

หนิงเยว่ซินยืนมองภาพนั้นด้วยใจที่หนาวเหน็บเย็นจัดไปถึงกระดูก

ภาพของสามีแห่งตนยืนประคองกอดกับหญิงอื่นว่าเจ็บปวดมากแล้ว ยังมิเท่าภาพของสามีตนเองยืนลูบคลำท้องของสตรีผู้นั้นอย่างยินดีปรีดา

เสียงครวญครางที่นางได้ยินยามพวกเขาทำรักกัน นางคิดว่าเจ็บปวดมากแล้ว ก็ยังมิเทียบเท่ากับเสียงหัวเราะของพวกเขาในยามนี้

ช่างเจ็บปวดสิ้นดี ช่างเจ็บปวดเกินทานทน เจ็บเสียจนจวนเจียนใกล้สิ้นใจ

นับแต่บัดนั้น หนิงเยว่ซินจึงได้ตัดสินใจ

นางเลือกที่จะอยู่กับลูกในครรภ์ นางเลือกที่จะอุ้มท้องอย่างเข้มแข็งแม้โดดเดี่ยว นางเลือกที่จะไม่บอกกล่าวแก่หลิ่งหมิง นางเลือกที่จะขังตนเองไว้ในเรือนหลักไม่ออกมาพบหน้าของสามีอีกเลย ชีวิตของนางจะมีเพียงลูกก็เท่านั้น นางจะมีชีวิตอยู่เพื่อลูกเท่านั้น

หากแต่สวรรค์คล้ายกลั่นแกล้งกัน

ในวันที่หนิงเยว่ซินคลอดลูกออกมา วันนั้นคือวันสุดท้ายที่นางได้มองโลกผ่านม่านตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสีใสก่อนจะจากลาโลกนี้ไปโดยทิ้งเอาไว้เพียงธิดาหนึ่งเดียวแห่งตน

หนิงเหมย คือเด็กน้อยอาภัพคนนั้น

หนิงเหมยอยู่ในครรภ์มารดาในวันที่บิดาพาสตรีคนใหม่เข้าเรือน

ในวันที่มารดารับรู้ถึงตัวตนของหนิงเหมยในครรภ์ก็คือวันที่มารดาต้องช้ำตรมระทมสุดแสน

ในวันที่หนิงเหมยคลอดออกมาดูโลกคือวันที่มารดาต้องลาจากโลกไปตลอดกาล

หนิงเหมยคือต้นเหตุที่ทำให้มารดาตายจาก

หนิงเหมยคือสาเหตุที่ทำให้มารดาเปลี่ยนไปจากสตรีที่สุขุมเยือกเย็นจิตใจดีงามกลับกลายเป็นสตรีอารมณ์ร้ายขี้โมโหชอบใช้ความรุนแรง

หนิงเหมยคือบุตรีที่บิดามองมาด้วยแววตาเย็นชาตั้งแต่เกิด

นางคือสตรีที่เติบโตมาท่ามกลางสายตาว่างเปล่าของทุกคน

ทุกคราที่นึกถึงนัยน์ตาของนางร้อนผ่าว น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ สัมผัสได้เพียงความเจ็บปวด ราวกับหัวใจฉีกขาดจนเป็นแผลกว้าง แผลนั้นเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันจางหาย ทั้งยังกลัดหนองเจ็บหน่วงตลอดเวลา

แม่นมซือเสียนคือสาวใช้คนสนิทของหนิงเยว่ซินและเป็นผู้ที่เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้หนิงเหมยฟังจนกระจ่างแจ้งแก่ใจถึงเรื่องราวที่หนิงเหมยสงสัยใคร่รู้และควรจักรู้เมื่อจำความได้

จนกระทั่งในวันที่หนิงเหมยอายุได้สิบเจ็ดปี แม่นมซือเสียนผู้เป็นคนเดียวที่อยู่กับหนิงเหมยตลอดมาต้องมาตายจากไปเนื่องจากถูกเจียวลู่ลงทัณฑ์โทษฐานที่ขโมยปิ่นทองคำและไข่มุกเม็ดงามไปขายทอดตลาดโดยมีหนิงเหมยรู้เห็นเป็นใจ

แม่นมซือเสียนที่มีอายุมากแล้วจึงมิอาจทนต่อการถูกโบยอย่างหนักเยี่ยงนั้นได้ ในขณะที่หนิงเหมยถูกเจียวลู่ส่งตัวไปลงทัณฑ์ยังวัดอันห่างไกลเพื่อไปชำระล้างจิตใจ

หญิงสาวถูกสั่งให้ถือศีลกินเจปฏิบัติธรรมที่วัดวัดฉือหนิงอันห่างไกลและทุรกันดารตั้งอยู่นอกเมืองโดยมีหลิ่งหมิงผู้เป็นบิดาเห็นชอบกับการตัดสินใจของเจียวลู่ผู้เป็นภรรยารองแห่งเขา

หนิงเหมยไม่แปลกใจว่าเหตุใดเจียวลู่ถึงได้ชิงชังนางนัก ด้วยเพราะว่าเจียวลู่เป็นเพียงภรรยารองตั้งแต่วันแรกที่แต่งเข้ามาจวบจนกระทั่งวันนี้

วันที่ถึงแม้ว่าภรรยาเอกอย่างหนิงเยว่ซินจะตายจากไปนานแล้ว แต่เจียวลู่ก็ยังคงเป็นได้เพียงภรรยารองของบิดานาง

นั่นจึงทำให้หนิงเหมยที่อยากจะเกลียดบิดาแต่ก็ไม่สามารถเกลียดท่านได้ลง ถึงแม้ว่าบิดาจะเย็นชากับนางเสมอมา

เห็นได้ชัดว่าบิดารักมารดามากเพียงใด หากแต่ด้วยอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลของมารดาและความเป็นชายที่หยิ่งทระนงตนของบิดา จึงทำให้ทุกชีวาต้องมาอยู่ยังจุดนี้ มีสภาพเยี่ยงนี้

หนิงเหมยได้แต่ก้มหน้ารับกรรมแห่งโชคชะตาของตนเอง

นางทำได้เพียงเท่านั้น

นางไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากไปกว่านี้...

แต่นั่นก็คือความคิดก่อนหน้าที่หนิงเหมยจักเจอกับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งนามว่าเจิ้งเหวินหลาง

เจิ้งเหวินหลางเป็นชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่น ทั้งอ่อนโยนและจริงใจ กลิ่นอายรอบเรือนกายของเขาให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นสุขใจยามเมื่อได้อยู่ใกล้กัน

หนิงเหมยได้เจอกับเจิ้งเหวินหลางที่ตลาดในวันหนึ่ง เขาเข้ามาช่วยเหลือหญิงสาวในยามที่นางถูกขโมยถุงเงินไปโดยไม่รู้ตัวและไม่มีเงินจ่ายค่าเสื้อผ้าทำให้นางถูกด่าว่ากล่าวเสียงดังนำพาความอับอายมาให้

เจิ้งเหวินหลางเข้ามาปกป้องนางในวันนั้นและนับแต่นั้นมาหนิงเหมยกับเจิ้งเหวินหลางจึงตกลงคบหากันหมายสานสัมพันธ์จากสหายเป็นคนรักถึงขั้นคิดจะแต่งงานกันเมื่อพร้อมทั้งสองฝ่าย

หนิงเหมยตัดสินใจพาเจิ้งเหวินหลางเข้าบ้านเพื่อมาพบกับบิดาหมายเจรจาหมั้นหมาย

เจิ้งเหวินหลางเข้ามาที่บ้านของหนิงเหมยในฐานะคนรักแบบเปิดเผย

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันพลันบังเกิด

เมื่อน้องสาวของนางนามว่าลี่จูบุตรสาวของเจียวลู่ได้เจอกับเจิ้งเหวินหลางในวันที่หนิงเหมยพาเขาเข้าบ้าน หลังจากนั้นเจิ้งเหวินหลางก็เริ่มเปลี่ยนไป

เจิ้งเหวินหลางที่เคยมีเวลาให้หนิงเหมยเริ่มไม่มีเวลาให้ จากที่เคยมีจดหมายฝากมาให้กลับเริ่มไม่มีเหมือนเคย จากที่เคยนัดเจอกันเที่ยวที่ตลาดกลับชอบที่จะมาบ้านของหนิงเหมย

เดิมทีหญิงสาวคิดว่าเจิ้งเหวินหลางสมกับเป็นชายที่เปิดเผย เมื่อได้เปิดตัวกับบิดาของนางแล้วจึงชอบมาหากันที่บ้าน แต่เปล่าเลย เวลาที่เจิ้งเหวินหลางนั่งคุยอยู่กับเหนิงเหมยก็มักจะมีลี่จูร่วมนั่งคุยอยู่ด้วยเสมอ พวกเรานั่งคุยกันสามคนด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อกันการถูกครหาระหว่างหนิงเหมยกับเจิ้งเหวินหลางที่เป็นเพียงคนรักหาใช่คู่สามีภรรยาที่ผ่านพิธีแต่งงานร่วมผูกผม

แต่หนิงเหมยมิใช่คนโง่

สายตาที่ลี่จูมองเจิ้งเหวินหลางไยนางจักไม่เข้าใจ

สายตาที่เปลี่ยนไปของเจิ้งเหวินหลางไยนางจักไม่เห็น

บุรุษก็เท่านี้

ไม่ว่าจะเป็นบิดาของนางหรือกับเจิ้งเหวินหลาง

ทุกคนเหมือนกันหมด!

รักหรือหึ!

และแล้วหนิงเหมยจึงได้เข้าใจในเรื่องราวความรักของมารดากับบิดาของนาง

ที่บอกว่าต้นเหตุเกิดจากหนิงเหมยนั้นจริงๆ แล้วมิใช่เลย

เพราะมารดาของนางเปลี่ยนไปจากเดิมหรือนิสัยโหดร้ายมากหรืออารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลของมารดาและความเป็นชายที่หยิ่งทระนงตนของบิดาจึงทำให้ทุกชีวาต้องมาอยู่ยังจุดนี้มีสภาพเยี่ยงนี้หรือ?

ไม่ว่ามารดาของนางจักรักบิดามากมายปานใดย่อมไม่สำคัญ ไม่ว่ามารดาจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ย่อมไม่สำคัญ ไม่ว่ามารดาของนางจะตั้งครรภ์นางหรือไม่มันไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือบิดาของนางต่างหากที่เปลี่ยนไป

ทุกอย่างล้วนเกิดจากใจชายทั้งสิ้น!

บิดาของนางรักมารดาของนางหรือหากรักแล้วเหตุใดยังยอมให้เจียวลู่แทรกเข้ามา การช่วยเหลือกันย่อมมิใช่ต้องตอบแทนบุญคุณด้วยการรับเป็นเมียเพื่อย่ำยีสตรีอีกคน

เจิ้งเหวินหลางบอกว่ารักนางจะแต่งงานกับนางหรือหากรักนางจริงแล้วที่นั่งคุยกันสามคนในศาลาคืออันใด

พี่ใหญ่จะต้องไปถือศีลที่วัดในวันรุ่งแล้ว ข้าเป็นห่วงพี่ใหญ่เหลือเกินเจ้าค่ะน้ำเสียงหวานใสของลี่จูเอ่ยขึ้นไปทางเจิ้งเหวินหลางที่นั่งอยู่ทางอีกฝากหนึ่งของโต๊ะกลมในศาลา ทั้งๆ รูปประโยคของลี่จูคุยเรื่องของหนิงเหมยแต่ลี่จูกลับมองแต่เจิ้งเหวินหลาง!

เจ้าจะเดินทางไปพรุ่งนี้แล้วหรือเหมยเอ๋อร์ ไยถึงรวดเร็วนักเล่าเจิ้งเหวินหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มคล้ายไม่ยินดีที่หนิงเหมยจะต้องเดินทางไกล

สามเดือนเชียวนะเจ้าค่ะ พี่เหวินหลางลี่จูยังคงเอ่ยไปทางเจิ้งเหวินหลางทั้งๆ ที่หัวข้อเกี่ยวกับเหนิงเหมย

สามเดือนเชียวรึ?” เจิ้งเหวินหลางมีสีหน้าตกใจสายตาจับจ้องอยู่ที่วงหน้าเรียวสวยของลี่จู

เจ้าค่ะ สามเดือนลี่จูพยักหน้ากะพริบตาอย่างน่ารัก นานทีเดียวเชียว พี่เหวินหลางคงเหงาแย่

เจิ้งเหวินหลางคลี่ยิ้มอบอุ่นพูดจาอ่อนโยน แน่นอนว่าข้าย่อมเหงา ข้าคงคิดถึงเหมยเอ๋อร์ทุกวันเขาปรายสายตาลึกล้ำมองมาทางหนิงเหมยเพื่อสื่อความนัยตามที่พูดก่อนจะหันไปยิ้มกับลี่จูแล้วเอ่ย ข้าคงมิได้มาเจอกับเหมยเอ๋อร์ถึงสามเดือนเชียว

ลี่จูกะพริบตาปริบๆ ทำตากลมโตยิ่งน่ามองยามสบตอบ

หนิงเหมยเพียงแต่นั่งเงียบรับฟังหัวข้อสนทนาของตนเองผ่านริมฝีปากของคนรักกับน้องสาวต่างมารดาด้วยกริยาสงบไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ สายตาเย็นชาบนใบหน้าเรียบเฉยมองไปยังงิ้วตรงหน้าที่แสดงโดยชายหญิงทั้งสอง

นี่มิใช่ครั้งแรกที่ชายหญิงตรงหน้าร่วมกันเล่นงิ้วกับนาง

ลับหลังนางพวกเขาเคยนัดเจอกันไยนางจะไม่รู้ ความหมายที่พวกเขาพูดออกมาไยนางจะไม่เข้าใจ

เหตุการณ์ขโมยปิ่นทองคำและไข่มุกเม็ดงามไปขายทอดตลาดจนแม่นมซือเสียนถูกโบยจนตายและนางต้องโทษทัณฑ์ให้ไปถือศีลยังวัดวัดฉือหนิงอันห่างไกลไยนางจะไม่ประจักษ์

การที่นางหายไปสามเดือนเป็นการเปิดโอกาสในหญิงโฉดชายชั่วตรงหน้าได้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีนางคอยเป็นก้างขวางคอ!

ลี่จูต้องการให้เจิ้งเหวินหลางอยู่ห่างจากนางจึงเอาปิ่นทองคำและไข่มุกของเจียวลู่ที่รักหนักหนามาซ่อนในเรือนของนางและเนื่องจากเจียวลู่ได้รับของขวัญชิ้นนี้จากบิดาของนางในวันคล้ายวันเกิดที่ผ่านมาเมื่อไม่นานจึงยังชมชอบอยู่มากแรงโทสะจึงมีมากตามไปด้วย

แม่นมซือเสียนที่อายุมากแล้วทั้งยังมีโรคประจำตัวจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่แน่จึงอาสาออกตัวรับโทษทัณฑ์เพื่อหมายปลิดชีพตนให้พ้นความทรมานจากโรครุมเร้าโดยการบอกกล่าวว่าตนเป็นคนขโมยเพื่อนำเงินมาซื้อหายา

หากแต่การตายของแม่นมยังนับว่าสูญเปล่าเพราะหนิงเหมย กลับถูกข้อกล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับบ่าวประจำตัว

หนิงเหมยหลับตาลงซ่อนแววตาร้าวลึกกักเก็บเอาไว้ใต้เปลือกตาร้อนผ่าวมิให้ใครได้เห็นซึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวใดๆ

นางไม่คิดจะแก้ตัวเรื่องขโมยปิ่นและไข่มุก นางไม่คิดจะปฏิเสธการเดินทางไปวัดอันห่างไกล นางไม่คิดจะอยู่กับใครที่ไม่รักนางจริง

สามเดือนหรือยังน้อยไปด้วยซ้ำ!

หนิงเหมยลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะมองไปยังลี่จูและเจิ้งเหวินหลางด้วยสายตาว่างเปล่า นางคลี่ยิ้มบางเบาออกมาให้ได้เห็นไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ยากแก่การคาดเดาถึงแก่นแท้แห่งห้วงความคิดที่คล้ายมีหลุมดำสนิทในดวงตา

สตรีบอบบางและอ่อนแอเช่นนางทำได้เท่านี้ แค่นี้เท่านั้น!

หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกนอกศาลาไปอย่างเงียบงันปล่อยทิ้งเอาไว้ให้สองชายหญิงได้นั่งเล่นงิ้วกันต่อไปไร้ใครนั่งดู นางเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องนั่งชมภาพสะเทือนอารมณ์ตรงหน้า

พอกันที!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.919K ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #2824 Muffin_Kun (@Muffin_Kun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 18:10

    ชีวิตแต่ละคนรันทดแท้เหล่า
    #2824
    0
  2. #2764 ERI1485 (@nipaporn_43) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:25
    คุณหนูกูอาภัพตั้งแต่เริ่ม
    #2764
    0
  3. #2710 bibibebe (@bibibebe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:19
    เป็นทั้งสามีและพ่อที่เห้..มากค่ะเกลียดดดด อินมาก555
    #2710
    0
  4. #2256 Modtanoy (@modtanoy177) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 16:02
    มันก็แค่ข้ออ้างของพวกมักมาก!!!!
    #2256
    0
  5. #2025 aomihi (@aomihi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 11:42
    เครียดนะ อินมากเลย
    #2025
    0
  6. #2022 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 11:09
    หญิงร้ายชายเลวทั้งนั้น
    #2022
    0
  7. #1880 0919 (@PC_taetae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 20:56
    แม่ลูกพอๆกันเชื้อไม่ทิ้งแถวเล้ย
    ผช.เรื่องนี้ก็แบบอี--แค่กๆ โง่จริง #อินจัด
    #1880
    1
    • #1880-1 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2561 / 11:09
      เห็รด้วยสุดๆ
      #1880-1
  8. #1792 CH3521 (@CH3521) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 18:28
    โอ้โห โค ตร เ-้ ย. เลย. ผชแบบนี้ ทดแทนบุญคุณต้องเอากันด้วยหรอ
    #1792
    0
  9. #1753 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 17:59
    ปวดตับเลย อยากตีพวกนาง!
    #1753
    0
  10. #1726 bowwbo (@bowwbo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 01:59
    อินกับเรื่องแบบนี้ โอ้ยย เสียน้ำอีกแล้วว
    #1726
    0
  11. #1652 เสพการอ่าน (@0867672917) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 08:51
    อ่านตอนนี้จบ... ซัดซ่าราเข้าปาก1เม็ด5555
    #1652
    0
  12. #1594 Pang19234 (@Pang19234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 17:29
    จุก....
    #1594
    0
  13. #1449 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 21:24
    คือแบบ เอออ ถ้ารักกันจริง ต่อให้มีมือที่สามก็ไม่ควรทำให้แฟนเสียใจ หรือผู้มีบุญคุณก็ตอบแทนอย่างอื่นได้ปะเธอ สมองอะมีป่าว ไม่ใช่เอาไว้ขั้นหู ตลกเนอะเราอะ มีตำแหน่งดูดี(?)แต่กับเรื่องแค่นี้ เหอะ เลือกซักคนเถอะ เข้าใจว่าโบราณ

    แม่มเพราะงี้ไง หญิงเลยริษยากัน เหอะ ควรปลงเนอะ
    #1449
    0
  14. #1393 Maya_lita (@Maya_lita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:05
    อ่านแล้วเครียด พารา-เม็ดแล้วอ่านต่อ
    #1393
    0
  15. #1388 nokvilikegilr (@nokvilikegilr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:25

    อ่านยังไม่จบตอนดีก็จุกที่อกแล้ว..ตอนแรกไรท์ก็ทำให้เราเกลียดบิดาหมิงเหมยเข้าใส้เลย..ไรท์เจ๋งโคตร..ไม่เคยโทษตัวเองอ้ะที่เมียกับลูกมีสภาพแบบนี้ก็เพราะมันคนเดียวสงสารหมิงเหมยที่ไม่ได้อยู่กับมารดาของนาง
    #1388
    0
  16. #1132 do-pinpcy (@do-pinpcy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
    อ่านตอนนี้แล้วอิน จนอยากฆ่าคนเลยค่ะ
    #1132
    1
    • #1132-1 MarkbamFernny (@MarkbamFernny) (จากตอนที่ 3)
      3 ธันวาคม 2561 / 00:57
      ใช่ค่ะ อินอ่ะอ่านแล้วคันไม้คันมือ555
      #1132-1
  17. #1044 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 23:29
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #1044
    0
  18. #932 ooiidd4 (@ooiidd4) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 16:57

    เขียนได้เศร้า อินมากๆเลยค่ะ

    #932
    0
  19. #931 ณ.ภัทร (@beatle1960) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 15:28
    งื้อออเราร้องให้เลยเรื่องแม่นาง อินมากก
    #931
    0
  20. #902 Is'you (@kunchnok) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:01
    อ่านแล้วขึ้นเลย
    #902
    0
  21. #810 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 21:11
    อยากเข้าไปตบๆ
    #810
    0
  22. #807 miyumiyu (@miyumiyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 20:37
    ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านตัวละครได้ดีค่ะ อ่านแล้วอินมาก
    #807
    0
  23. #314 inky-kitty (@Tuntasa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 17:17
    แค่อ่านบทแรกก็รู้สึกจุกอก รักแล้วอย่างไร อะไรคือความรักที่ทอดทิ้งไม่ใส่ใจดูแลไม่แคร์กัน ไม่แม้กระทั่งจะดูแลลูกน้อยที่คนที่ตัวเองรักคลอดทิ้งไว้ให้ ทรมานใจเหลือจะกล่าว
    #314
    0
  24. #313 oachaporn (@oachaporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 16:59
    ออกจากบ้านที่ไม่ใช่บ้านในมื่อไม่มีแม่กับแม่นมแล้วไปตายเอาดาบหน้าเลยอย่าอยู่แล้วทุกข์ใจจนตายเหมือนแม่
    #313
    0
  25. #289 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 07:36
    ทำไมพ่อนางเอกไม่รู้สึกผดต่อลูกบ้าง
    #289
    0