(KNB) AKAKURO : Fall In Love

ตอนที่ 3 : Chapter 02 - Sound of my heart.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 ก.ย. 59



Chapter 02 - Sound of my heart.

           

ช่วยมาดาดฟ้าตอนกลางวันด้วยนะ พอดีมีของที่อยากจะคืนแล้วก็กรุณาช่วยมาด้วยนะคุณผู้ลึกลับ

เหม่อลอยคุโรโกะกำลังเป็นแบบนั้นอยู่ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้สำหรับเขามันไม่ได้น่าสนใจเลยสักนิดเดียว ทั้งห้องที่ส่งเสียงโวกเวกโวยวายเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียนทั้งเพื่อนผิวเข้มตัวสูงที่ยังไม่มาถึงโรงเรียนคุโรโกะ เท็ตสึยะเป็นเพียงธาตุอากาศแค่นั้นจริง ๆ ในตอนนี้ไม่มีคนสนใจเขานั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไม่ต้องวุ่นวายกับใครอยู่แบบเงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนเรียนจบมอต้น

            แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้นซะแล้ว

            เด็กหนุ่มฟุบลงกับโต๊ะเรียน อีกสักพักอาจารย์ที่ปรึกษาก็น่าจะมาแล้วเขาก็หวังว่าเพื่อนเขาน่าจะมาทันก่อนที่อาจารย์จะเข้า หวังว่างั้น ดวงตากลมสีฟ้าครามมองภายนอกกระจกใสสะท้อนตึกเรียนอีกฟากหนึ่ง

            “คนอะไรก็ไม่รู้ มาทำเป็นออกคำสั่งอย่างกับราชา..เสียงใสพึมพำ ดวงตายังคงจ้องตึกฟากหนึ่งอยู่สักพักก็มีเสียงอาจารย์ที่ปรึกษาเข้ามา แล้วทุกอย่างก็เป็นแบบเดิมในชีวิตของนักเรียนมอต้นปีสามคนหนึ่ง

 

            แกร็ก.. แอ๊ด..

            บานประตูเหล็กเปิดออกอย่างช้า ๆ เด็กหนุ่มไอโขลกสักพักใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าครามรอบมองไปทั่วสะดุดกับร่างผู้ชายตัวสูงกว่าเขาเล็กน้อย คุโรโกะเดินตรงไปยังร่างตรงหน้าแล้วหยุดนิ่งทันทีบรรยากาศอึดอัดมันทำให้เขาหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่การที่เปิดประตูดาดฟ้าได้เป็นเรื่องแปลกซะมากกว่าเพราะป้ายที่แปะไว้ตรงประตูที่ติดห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาตกับโซ่ใหญ่ที่คล้องไว้ตามปกติแต่ตอนนี้กลับถูกปลดออก..อีกคนทำไมถึงมีกุญแจของประตูได้กัน

            “ไง มาตามที่ฉันบอกจริง ๆ สินะ

            “ครับ แต่…”

            “นี่ ร่มคันนี้จำได้ใช่ไหม? ฉันเอามาคืนนาย

            นัยน์ตากระพริบปริบ ๆ กับร่มคันเล็กสีคุ้นเคย ใบหน้าใสเงยมองอีกฝ่ายส่งคืนให้เขาทั้งที่คุโรโกะเอ่ยปากบอกไปแล้วแท้ ๆ ว่าทิ้งไปก็ได้ไม่จำเป็นต้องเก็บ มือเล็กเอื้อมไปหยิบร่มคันเดิมที่คุ้นเคยมันเป็นของเขาเองร่องรอยต่าง ๆ ไม่มีตำหนิบ่งบอกถึงการดูแลรักษายังดีว่าอีกฝ่ายเก็บรักษาเอาไว้แค่ไหน

            ใจดีจัง

            “แค่คืนร่มให้ผมไม่จำเป็นต้องบอกให้ขึ้นมาถึงข้างบนนี้เลยก็ได้นี่ครับ แค่บอกห้องคุณมาผมก็ไปเอาคืนได้คุโรโกะมองลอดเส้นผมสีฟ้าอ่อนที่ปกหน้าไว้ ดวงตาคมหลุบลงเหมือนคิดบางอย่างแล้วเงยขึ้นมายังเขา รอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายทำให้เขาไม่เข้าใจสักเท่าไรคาดเดายากเกินไปสำหรับคนคนนี้

            “อืม นั้นสิคงเพราะอยากเจออีกครั้งล่ะมั้ง

            “อยากเจอ?”

            “อธิบายยากไปสักหน่อยน่ะ ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ

            “คุโรโกะ เท็ตสึยะครับคุโรโกะขมวดคิ้วเล็กน้อย คนแปลกหน้าที่พึ่งเจอรอบเดียวแล้วบอกกัน   โต้ง ๆ ว่าอยากเจออีกครั้งก็คงเป็นคนตรงหน้าเขาเนี่ยแหละ เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนไม่เข้ากับประโยคพูดแบบนั้นสักเท่าไร แต่ถ้าให้เขาพูดตามความจริงเขาเองก็คงอยากเจอคนตรงหน้าอีกสักครั้งดูเหมือนกันแต่จะให้บอกกับอีกคนที่เขายังไม่ค่อยรู้จักดี..คงอีกนาน

            “อาคาชิ เซย์จูโร่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคุโรโกะคุงมือถูกยื่นมาตรงหน้า เขาเอื้อมมือไปจับสัมผัสแรกที่รู้ได้คือทั้งที่ส่วนสูงก็น่าจะเท่าเขาอยู่แต่ฝ่ามือนี่กับใหญ่กว่าเขาแถมมันดูหยาบ ๆ เหมือนใครสักคนที่เขาเคยสัมผัสกับใครสักคน

            “เช่นกันครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวไปทานข้าวกลางวันก่อนนะครั–”

            “ถ้าไม่เป็นเสียมารยาทนายช่วยมาทานกับฉันได้ไหมคุโรโกะหยุดนิ่งทุกอย่าง คำถามที่โพล่งขึ้นมาทำให้เขาคิดสักพักทำให้เขาหันไปมองใบหน้าอีกฝ่าย อาคาชิยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้เขาเจ้าของดวงตากลมมองไม่ค่อยเข้าใจนัก

            “แต่พวกเราพึ่งเคยเจอแถมผมเองก็ไม่ได้เอาข้าวกล่อ–”

            “ไม่เป็นไรทานกับฉันก็ได้มีจุดหนึ่งที่ยอมรับว่าอาคาชิเป็นคนอ่อนโยน เด็กหนุ่มคิดแบบนั้นคุโรโกะจ้องมองไปยังนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังข้างกล่องผูกผ้าด้วยสีแดง ติดกับตะแกงเหล็กกั้นไว้เจ้าของข้าวกล่องเดินไปนั่งแล้วตบพื้นเบา ๆ ข้าง ๆ ให้เขาไปนั่ง

            “ถ้างั้น ขอรบกวนด้วยนะครับ

            ‘อร่อยเขาคิดในใจ ไส้กรอกเป็นตัวปลาหมึกน่ารัก ๆ ถูกคีบมายื่นตรงปากเขาพอเงยหน้าจะปฏิเสธให้เขาคีบทานเองดีกว่าแต่เมื่อเงยมองใบหน้าคมนั่น มันแทบทำให้คุโรโกะปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ เหมือนมีแรงกดดันบางอย่างทำให้กัดเจ้าไส้กรอกปลาหมึกเข้าไป ดวงตาสีฟ้ามองรอดจากเรือนผมปรกหน้าเห็นใบหน้านิ่ง ๆ ของอีกฝ่ายทำให้เขาหยุดมอง

            ดวงตาสีแดง..เส้นผมสีแดง

            ดูเข้ากันอย่างน่าประหลาด

            “คุโรโกะคุง มีอะไรติดหน้าฉันหรอเสียงทุ้มทักขึ้น ใบหน้าคมหันมามองลมหายใจร้อนปะทะเข้ากับหน้าเขา ความรู้สึกแปลก ๆ ก่อตัวภายในใจเข้าแล้ว ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้ดวงตาสีฟ้าครามหลับตาแน่น มือหนาของอีกฝ่ายลูบเข้ากับเส้นผมนายน่ะ ควรไปตัดผมที่ปกหน้าออกนะไม่รำคาญงั้นหรอ?”

            “อะ เอ๊ะ?”

            “จะว่าไปแล้วขอลองเปิดดูหน่อยนะอยู่ดี ๆ มือหนาอีกฝ่ายก็รวบผมหน้าม้าเขาหมดแล้วเลิกขึ้น แสงที่ส่องเข้าทำให้เด็กหนุ่มร่างเล็กหลับตาแน่นก่อนจะลืมขึ้นเห็นใบหน้าอาคาชิเลื่อนเข้ามาใกล้ ดวงตาสีแดงในระยะประชิดทำให้เสียงบางอย่างภายในร่างกายเขามันดังจนได้ยินชัด

            ตึก..ตัก

            ริมฝีปากอิ่มสั่นระริก ดวงตาสีฟ้าครามอาคาชิเห็นมันสั่นไหวตอนแรกเขาก็แค่ไม่ได้อยากถามเหตุผลที่อีกฝ่ายไว้หน้าม้าจนยาวปกใบหน้ากว่าครึ่ง แต่เห็นมันสักพักก็เริ่มหงุดหงิดภายในใจจนเผลอรวบเส้นผมทั้งหมดแล้วเลิกขึ้น ใบหน้าใสยามไร้ผมปกมันทำให้เขารู้สึกต่างออกไป

            “คะ คือ วะว่า ช่วยออกห่างด้วยครับ อาคาชิคุงเสียงใสนั่นสั่น ริมฝีปากบางสั่นมือบางพยายามดันร่างหนาออก อาคาชิยอมถอนห่างแต่โดยดี

            “เอ่อคือ…” อาคาชิแทบจะกลืนคำพูดไปในลำคอ การกระทำเมื่อกี้เหมือนเสียมารยาทมากกว่าแทบดูคุโรโกะเองก็เบือนหน้าหนีและลูบผมที่ฟูยุ่งเหยิงจากการกระทำของเขา นัยน์ตาสีแดงเหลือบมองร่างข้าง ๆขอโทษสำหรับเมื่อกี้ ขอโทษจริง ๆ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ผมจะโดนทำแบบเมื่อกี้

            “ไม่ใช่ครั้งแรก?”

            “ครับ

            “นี่คือคุโรโกะคุงถ้าเป็นไปได้ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม

            “ช่วยอะไรงั้นหรอครับคุโรโกะกัดอาหารที่อาคาชิคีบให้แต่โดยดี ใบหน้าใสเหลือบมองข้าง ๆ อาคาชิคีบกุ้งทอดตัวใหญ่มาจ่อปากเขา เด็กหนุ่มกัดมันเข้าไปดวงตาคมหยุดมองที่เขาเหมือนรวบรวมความกล้าอะไรสักอย่าง การกระทำแบบนั้นอยู่ภายในดวงตาสีฟ้า

            มาทานข้าวตอนกลางวันกับฉันบนดาดฟ้าทุกวันได้ไหม?”

           

เท็ตสึ! นายไปไหนมาน่ะฉันโทรไปหาก็ไม่รับเสียงตะโกนดังขึ้นจากเพื่อนซี้ พอเงยหน้าไปมองก็เห็นร่างสูงใหญ่นักกีฬาของเพื่อนบดบังไว้ คุโรโกะหยุดนิ่งทันทีแล้วตอบกลับไป

            “พอดีอาจารย์เรียกน่ะครับ ขอโทษด้วยที่ไม่บอกอาโอมิเนะคุง

            “เฮ้อ! ให้ตายเถอะนายทานอะไรบ้างหรือยังล่ะ

            “ทานงั้นหรอใบหน้าใสขึ้นสีแดงระเรื่อ มือบางผลักเพื่อนเขาออกเบา ๆ จนอีกคนมีสีหน้างงกับสิ่งที่เพื่อนตัวเล็กทำ เด็กหนุ่มผมฟ้าอ่อนตรงดิ่งไปที่โต๊ะแล้วนั่งสักพักก็หมอบกับพื้นผิวโต๊ะเรียบใบหน้ายังคงแดงอยู่ เหตุการณ์ที่อาคาชิรวบผมหน้าม้าเขาไว้มันทำให้เขาเขินชอบกลและประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายถามมัน ใบหน้าคมเคลื่อนหาเขาในระยะประชิดแค่นั้น..มันก็ทำให้บางอย่างในร่างกายดังเหมือนเสียงกลองแล้ว

            “เฮ้ ฉันมีขนมปังอยู่นายจะกินมันหรือเปล่า

            “….” หัวทุย ๆ ส่ายยิกปฏิเสธ อาโอมิเนะถอนหายใจมือหนาลูบเส้นผมสีฟ้าอ่อนจนยุ่งเหยิงอีกรอบ ใบหน้าหวานยู่ไม่ชอบใจมือเล็กจับมือที่ทำผมเขาจนยุ่งเหยิง เสียงฮึดฮัดไม่ชอบใจเพื่อนผิวเข้มจ้องมองใบหน้าที่เหลือบมองเขาอย่างอารมณ์เสีย

            “เป็นอะไรไป ใครทำนายมารึไงกัน?”

            “เปล่าครับ…”

            “เฮ้อ กินขนมปังซะไม่งั้นคาบบ่ายซะสิ คาบบ่ายมีเรียนพละ

            “ครับ ที่แท้มือคุณนี่เองที่หยาบ

            “ฮ่ะ?”

           

            “อาคาชินายไปไหนมากัน

            “หืม มิโดริมะงั้นหรือ ฮึ เปล่าพอดีเจอของน่าสนใจแล้วเลยต้องทำความรู้จักน่ะเด็กหนุ่มนั่งลงกับโต๊ะประจำตัว รอยยิ้มมุมปากนั่นทำให้มิโดริมะรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ กับการหายตัวไปของอาคาชิแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป

            “วันนี้ฉันไปซ้อมนะแต่อาจจะช้าสักหน่อย บอกคนอื่นแทนด้วยล่ะตารางฝึกก็เหมือนเมื่อวานแล้วกัน

            “อะ อืม เข้าใจแล้ว

            แล้วตั้งแต่ตอนนั้นมิโดริมะ ชินทาโร่ก็ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มนั่นมันเกิดจากอะไรแต่ที่รู้แน่ชัดคงเป็นตัวเขาควรไม่ไปยุ่งหรือถามไถ่น่าจะดีกว่า ปล่อยเจ้าตัวไว้นั่นแหละดีแล้ว

           

อาโอมิเนะคุงวันนี้ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ แล้วคุณเองก็ช่วยไปซ้อมบาสด้วยไม่งั้นโมโมอิซังจะบ่นเอาอีกนะครับ

หา? ไม่เอาหรอกน่าเบื่อจะตายชักอาโอมิเนะส่ายหน้า เขานั่งลงข้าง ๆ เพื่อนตัวเล็กที่เช็ดเหงื่ออยู่

แล้วกัปตันชมรมคุณไม่ว่าเอาหรอครับ

ไม่หรอกน่า หมอนั้นไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย

หืม แต่เมื่อก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่าเข–”

น่า ๆ อย่าถามอะไรเลย!เสียงทุ้มเพื่อนตัวสูงเขาทำให้เด็กหยุดถาม แล้วลุกขึ้นจากทางบันไดขาเรียวก้าวตรงไปยังตึกเพื่อเปลื่ยนเสื้อพละที่สวมอยู่ ดวงตากลมมองอีกฟากฝั่งของตึกร่างของใครสักคนเดินอยู่ชั้นสอง เส้นผมที่ดูคุ้นเคยทำให้หยุดเดิน

อาคาชิคุง…” นัยน์ตากลมหยุดมองที่ร่างนั่นพร้อมกับร่างของเขาที่หยุดเดิน เหมือนว่าการที่เขามองอีกฝ่ายมากเกินไปจนจับสังเกตได้ ใบหน้าคมหันมามองทางเขาพร้อมรอยยิ้ม

ตึก..ตัก

อีกแล้ว..นี่เป็นอีกครั้ง

ที่มีบางอย่างมันเต้นเหมือนเสียงกลองภายในตัวเขา

พร้อมความวูบวาบภายใน

มันเป็นเวทย์มนต์หรือเปล่าที่คนแปลกหน้าร่ายไว้ให้เขา



…………………………………………………………………..

24/9/2559

ลงแล้ว เย้! ขอบคุณผู้ใจดีที่ตรวจคำผิดให้นะคะ TT ขอบคุณจริง ๆ

พอลองกลับไปอ่านดูแบบเออพิมพ์ตกเยอะอยู่ ขอบคุณอีกครั้ง/กราบ

คาแรตเตอร์นายน้อยบางครั้งก็คาดเดาอะไรยากเกินไปจริงๆ ;w;

แต่ชอบตอนนี้ตรงที่ท่านอยากเจอบ่อยๆ แล้วชวนมาทานข้าวกลางวันด้วยมันดูน่ารักดีอยู่นะ [ฮา]

เอาเป็นว่านี่อาจเป็นตอนสุดท้ายที่อาจลงให้อ่านเพราะเซนยังสอบเสร็จแล้วแต่โรงเรียนยังไม่ปิด

ยังต้องเรียนต่อถึงเดือนหน้า อีกพักใหญ่ถึงจะปิดแต่ปิดเทอมเองก็แค่สองอาทิตย์/เจ็บปวดรวดร้าวมาก

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านนะคะ /กราบขอบคุณ

…………………………………………………………………..

TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #25 轟くん (@Sasaki_Haise23) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 16:40
    มาอัพเร็วๆนะครับ
    #25
    0
  2. #22 Vision Yaoi S (@visionyaoi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:28
    สู้ๆ นะคะ 
    #22
    0
  3. #21 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 16:21
    มาลงให้ตอนสุดท้ายนี่ข่าวร้ายมากเลยนะ ไม่เปนไรเราจะอดทนเพื่อตอนต่อไป สู้ๆนะคะไรท์
    #21
    0
  4. #20 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 16:21
    มาลงให้ตอนสุดท้ายนี่ข่าวร้ายมากเลยนะ ไม่เปนไรเราจะอดทนเพื่อตอนต่อไป สู้ๆนะคะไรท์
    #20
    0
  5. #19 KusanatzY (@KusanatzY) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 14:50
    ฟินมากมายย
    #19
    0
  6. #18 Emerald 33 (@pimpa-rucknakorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 13:32
    น้องน่ารักง่าา >_<
    #18
    0
  7. #16 Rarin_Toon (@Rarin_Toon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 11:57
    น่ารักมากกกกก สู้ๆน่ะค่ะ
    #16
    0