The Snow, Death and Decay

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63




บทนำ

 

ชาดสีแดงสดทาบทับบนริมฝีปากเล็กอวบอิ่มของเทพนารี ร่างระหงเพรียวบางของนางยังคงอากัปกริยางามสง่าไม่มีสิ่งใดสามารถลดทอนความสูงศักดิ์อันจริงแท้นั้นลงได้ ดวงตาสีขาวอมฟ้าดุจหยาดพิรุณคู่นั้นไม่กระพริบเลยแม้แต่น้อย ยังคงจ้องมองภาพสะท้อนของตนเองบนคันฉ่องทองเหลืองอันพร่ามัวเป็นเงาเลือนรางวูบไหว แม้กระทั่งใบหน้าสลักเสลาก็มิฉายอารมณ์ใด ภาพที่มองกลับมาจึงเป็นเช่นเดียวกัน

เป็นภาพของเทพนารีผู้กำลังเตรียมตัววิวาห์ เจ้าสาวที่งดงามเกินกว่าถ้อยคำใดจะพรรณนา ไม่ว่ากวีใดก็มิอาจพร่ำรำพันได้ถึงครึ่งของความงามแห่งนาง เรือนผมดำขลับดุจเดียวกับปีกการัตติกาลอันยาวสยายถูกหวีจนเรียบเป็นเส้นละเอียด ตัดตรงและจัดแต่งไว้เรียบร้อย มันยาวจรดพื้น ตกระชายเสื้อที่ทิ้งตัวทอดยาวออกไปอีกตามไม้กระดานเงาขลับที่เรียงตัวเป็นแผ่น ศีรษะสวมเครื่องประดับเต็มยศสมฐานะ ปักแซมด้วยอัญมณีและลูกปัด พร้อมคลุมฝ้ายบางสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับผมสีเข้มอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นสีขาวที่ดูสูงสง่าเช่นเดียวกับคะระกินุโมะเต็มยศที่นางสวมใส่ในฐานะชุดวิวาห์อันขาวผ่องแผ้ว อาภรณ์นี้ทักถออย่างละเอียดจากแพรไหมอันเรียบลื่น ตัดเย็บและปักลายงดงามประณีตด้วยดิ้นเหลื่อมลายสีขาวงาช้างที่จะวาบวับเห็นลายยามเมื่อเคลื่อนไหวขยับตัวตกต้องแสงเงา เสื้อคลุมชั้นนอกสุดปักด้วยดิ้นไหมเป็นริ้วอันชดช้อยผูกพู่ประดับเข้าไว้จรดกัน แนบลงสนิทตรงกลางลำตัว ขณะฮะคะมะที่สวมข้างในเหน็บมีดพกคะคิเอ็นและพัดสุเอะฮิโระ สิ่งประกอบที่ขาดไม่ได้ของเจ้าสาวที่กำลังจะออกเรือนอย่างพร้อมสรรพ มือของนางกำลังประคองพัดไม้หอมฉลุลายไว้แน่น เส้นไหมที่ถักเป็นพู่ระหงตกระแขนเสื้อกับผ้าพาดแขนที่แผ่ยาว

ยามนี้เทพนารีแห่งทะคะมะฮะคะระเพียบพร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งความเป็นสตรีผู้กำลังเข้าสู่พิธีวิวาห์ ชุดสีขาวบริสุทธิ์สื่อความหมายถึงชีวิตคู่ซึ่งพร้อมถูกแต่งแต้มด้วยทุกสีจากบุรุษที่นางจะร่วมชีวิตด้วย หากเจ้าสาวองค์นี้กลับไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับตุ๊กตาหุ่นเชิดในชุดอันงดงามรอเวลาออกแสดงเท่านั้น นางดูงดงาม สูงส่ง ไม่อาจแตะต้องได้ ใบหน้าสลักเสลาอันผ่องแผ่วมองได้ราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบชั้นดีอันเกลี้ยงเกลาที่น่าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยง ทว่ากระนั้น สีหน้ากลับดูขาวซีดยิ่งทั้งที่ไม่ได้ลงแป้งนวลผ่องจนถึงลำคอเหมือนเช่นเจ้าสาวทั่วไปบนโทโยอะคะชิฮะระ เหตุเพราะนางเป็นเทพนารี หาใช่มนุษย์ไม่ เหล่าเทพไม่ถือพิธีกรรมเยี่ยงมนุษย์ หากแต่เป็นฝ่ายมนุษย์ที่ถือพิธีกรรมเพื่อบูชาบรรดาเทพทั้งมวลแห่งทะมะทะคะระด้วยการประทินโฉมบวงสรวงเทพซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะคอยมาอำนวยพรแก่คู่สมรสในวันวิวาห์ ขณะที่เมื่อเหล่าเทพสมรสร่วมชะตากัน การสรรเสริญพระพรของมหาเทพบิดรคือการแสดงสัญลักษณ์ของเทพแห่งแผ่นดินอันไพศาลวิจิตรสมบูรณ์นี้ที่ถูกปลุกเรียกขึ้นมาให้มีตัวตนด้วยเมตตาและปรานีแห่งพระองค์ ดังนั้น ข้อมือของเทพนารีผู้เป็นเจ้าสาวที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาเล็กน้อยจึงได้รับการลงเครื่องประทิน มันเป็นรูปสามเหลี่ยมและวงกลมหยดน้ำลากยาวมาจนถึงฝ่ามือ อัญมณีสีขาวน้ำนมเป็นประกายเหลือบครามถูกประทับลงเป็นส่วนเดียวกับผิวเนื้อเนียนละเอียด ณ ตรงนั้น สื่อถึงความเป็นเทพของผืนแผ่นดินที่มหาเทพบิดรเท็นเง็นคะมิสรรสร้าง

เจ้าสาวที่กำลังจะเข้าสู่วิวาห์นั่งหลังเหยียดตรง ทรงศักดิ์ด้วยบรรยากาศสูงสง่า ไม่อาจจับต้องได้ที่ประกอบเป็นตัวนางมาตั้งแต่กำเนิดในทุกอิริยาบถเคลื่อนไหวและการมีอยู่ นางไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาแสดงให้ประจักษ์แต่มันขับเร้นออกมาจากภายในด้วยตัวมันเองตามธรรมชาติ ลำคอระหงตั้งผยองไม่ไหวคลอนด้วยความทระนงในเกียรติผนวกกับความสูงศักดิ์ สำรวมพร้อมไปด้วยอากัปกิริยาของจ้าวราชบุตรีแห่งมหาเทพบิดร เทพนารีเหนือเทพนารีทั้งมวล จึงมิมีใครกล้าเอ่ยปาก เพราะเกรงขาม มากล้นไปด้วยความเทิดทูนบูชาต่อท่วงท่าสง่างามน่าเคารพ ประกอบกับประกายความองอาจแกล้วกล้าอันเด็ดขาดนั้น ทว่าในความผ่าเผยอันกร้าวแกร่งด้วยอำนาจก็ยังผสมผสานไปด้วยความอ่อนหวานงดงามอย่างที่แม้แต่จิตรกรผู้มากพรสวรรค์ที่สุดก็ยังไม่อาจถ่ายทอดหรือสื่อถึงองค์ประกอบอันสมบูรณ์แบบทุกประการในเวลานี้ได้เพียงเศษเสี้ยว นางมีกิริยาก็ยังอ่อนช้อยนิ่มนวลนัก มันทำให้บรรยากาศของห้องนุ่มนวลขึ้น เทพนารีนางนี้เป็นจ้าวราชบุตรีแห่งมหาเทพบิดรเท็นเง็นคะมิและเจ้าน้องนางของเท็นมิคะมิ ผู้ปกครองผืนแผ่นดินแห่งนี้ต่อจากผู้เป็นบิดา เป็นเทพนารีผู้มีอำนาจพร้อมด้วยศักดิ์สูงยิ่งกว่าเทพองค์ใดๆ ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มตีหน้าเรียบเฉย เย็นชา ไม่แยแสต่อหยดน้ำตาที่ไหลลงบนแก้มเอิบช้าๆ ร่วงหล่นลงมาแม้เพียงหนึ่งหยาดหยดก็สื่อถึงความเศร้ายิ่งกว่าความโศกศัลย์ทั้งมวล ขณะสายตามองตรงยังคันฉ่องซึ่งสะท้อนภาพของสตรีผู้งดงามหมดจด เฝ้าปฏิเสธเงียบๆ ในใจว่าหญิงในชุดวิวาห์ที่เห็นไม่ใช่ตน

ถ้าทำได้คงดีไม่น้อย หญิงที่กำลังวิวาห์ควรจะมีความสุขยิ่งกว่าผู้ใด มิใช่หรือ

เปลวเทียนในห้องวูบไหวเล็กน้อยส่งผลให้เงาที่สะท้อนอยู่บนฉากกั้นและบานประตูวูบไปมาไม่ต่างกัน เครื่องหอมที่ถูกอบส่งกลิ่นจรุงกำจายไปทั่ว มันหอมนุ่มนวลด้วยผ่านการเลือกสรรและถูกรมมาอย่างพิถีพิถัน ส่งสะท้อนเกียรติตลอดจนความสง่าผ่าเผยด้วยศักดิ์ของเท็นมิคะมิแห่งทะคะมะฮะคะระ เจ้าพี่ของนางผู้เป็นใหญ่ยิ่งแล้วในทะมะทะคะระโดยมีเพียงเท็นชินคะมิแห่งอะสะคุโนะโยะมิเท่านั้นที่เป็นผู้มีฐานะเสมอเท่าเทียม ปกติแล้วนางจะรู้สึกเฉยเมย สัมผัสรับรู้มันเช่นเดียวกับกลไกธรรมชาติหรือเรื่องปกติสามัญ หรือไม่แล้วก็รื่นรมย์ผ่อนคลายกับมันนัก ทว่าเวลานี้นางรู้สึกราวกับกลิ่นเหล่านี้บาดลึกลงมา อัดแน่นอึงอลอยู่จนเธอแทบจะหายใจไม่ออก มันเหมือนมือที่ค่อยๆ บีบรัดรอบคอ ชั่วขณะหนึ่งที่ใจของนางพยายามจะตะเกียกตะกาย ดิ้นรนออกจากความอึดอัดอันแสนทรมานในตัว ราวกับรูปลักษณ์นี้เป็นเปลือกกายของผู้อื่นที่นางกำลังสวมอยู่ ฉากบังตาลายนกซึรุก็ปรากฏเงาสลัวทาบทับ เหล่าเทพเท็นเนียวผู้ปรนนิบัติรับใช้ที่คอยแต่งกายเจ้าสาวจึงโน้มกายหลีกทาง พลางกรีดกรายออกจากห้องด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูนอย่างสูงต่อตัวจ้าวราชบุตรีแห่งโลก ร่างระหงหลังฉากนั้นผู้เป็นหัวหน้านางรับใช้กล่าวเสียงกังวานกับเทพนารีอีกสองนางข้างกาย “เชิญจิฟุมิ โนะ มิโคะโทะ เท็นเนียว”

สิ้นคำสั่ง สตรีคู่นั้นจึงค่อยเข้ามาประคอง เจ้าสาว



              



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น