คัดลอกลิงก์เเล้ว

(Fic Conan | Gin x Sherry) Blooming

โดย McBoffin.

(ฟิค GinSherry) เธอเคยเป็นหลายอย่าง เป็นเด็กผู้หญิงผมแดงคนนั้น เป็นแม่หนูน้อย แม่สาวน้อย และเติบโตเป็นหญิงสาว เพราะสุดท้ายเธอก็ต้องกลายเป็นผู้หญิงปีกกล้าขาแข็งที่สามารถจะหนีหายไปจากเขา

ยอดวิวรวม

323

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


323

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 มี.ค. 63 / 23:55 น.
นิยาย (Fic Conan | Gin x Sherry) Blooming (Fic Conan | Gin x Sherry) Blooming | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




(Author's Note)


ฟิคนี้เขียนขึ้นเพราะหันไปเห็นวันที่ว่าวันนี้วันเด็กผู้หญิงของญี่ปุ่น แล้วก็เกิดผุดไอเดียนี้ขึ้นมาค่ะ

ฟิคสั้นของคู่นี้ที่เคยเขียนมาเรื่อง Umbrella กับ Present the Present ทั้งสองเรื่องลงในคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาสตามลำดับ แต่ห่างกันสามถึงสี่ปีทีเดียว แต่งแบบสามสี่ปีงอกทีเรื่องหนึ่ง ฮา ถ้าลงวันนี้อาจจะผิดธรรมเนียมไปหน่อย แต่ได้ไอเดียนี้มาเพราะคิดว่าอยากให้วันนี้สื่อถึงความเป็นเด็กผู้หญิงที่ซ่อนอยู่ในตัวของเชอรี่ และยินที่กลัวว่าถ้าเธอโตเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วจะหนีไปจากเขาได้ (ทำไมฟังดูเพโด...)

จริงๆ ฟิคนี้เราอยากวิเคราะห์เจาะลึก แจกแจงให้ฟังถึงความนัยที่ซ่อนเร้นมากๆ เราใส่สัญลักษณ์และนัยยะในเรื่องค่อนข้างเยอะแม้ว่าเรื่องจะไม่ยาวมาก ถ้าคุณคนอ่านอ่านแล้วตีความออกหรือสังเกตเห็นเราจะดีใจมากๆ เลยล่ะค่ะ

ตอนแรกตั้งใจจะเขียนฟิคนี้แค่สั้นๆ บรรยายกระชับๆ และใช้ถ้อยคำด้านๆ ตรงๆ แต่ไปๆ มาๆ ควบคุมเนื้อหาไม่ได้ และเริ่มยาว แถมยินก็หลุดคาแรกเตอร์ด้วย พยายามจะรักษาคุณลักษณะของเขาไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ได้มากที่สุดตามที่เห็นนั่นแหละค่ะ ฮืออ บางท่านอ่านฟิคนี้แล้วอ่านจะอึดอัดกับการกระทำของยิน หรือความคิดชายเป็นใหญ่จากเขา การมีอำนาจเหนือเพศหญิง and so on... เราเขียนด้วยความคิดว่ายินคงเป็นแบบนี้ ก็เลยออกมาในลักษณะนี้ เรียกว่าความเป็นตัวละครจำกัดขอบและพาไปมากกว่า อีกส่วนหนึ่งคือฝีมือยังไม่ไหวพอจะทำให้มันสมูธและมีความซับซ้อนได้ (_ _)

ฟิคนี้คือ PWP มากๆ ไม่โรแมนติก ไม่อะไรทั้งนั้น สัญญะและการตีความล้วนๆ นี่เราเขียนฟิคอะไรขึ้นมา ฮา อย่างไรก็ดี ขอฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ นานๆ เขียนคู่นี้ทีแต่ก็ยังชิปอยู่ในดวงใจค่ะ เป็นคู่ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ได้ใจดี (!!) สำหรับเรา


ccarcharia




เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 มี.ค. 63 / 23:55



Blooming

 

ภายในห้องเริ่มมีแสงสาดเข้ามา เจือจางความมืดภายในให้ด้อยลง

ตอนที่เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นก่อนเสียงนาฬิกาปลุกจะดังตามกำหนด เธอไม่แน่ใจนักว่าทำไมความยินดีถึงเอ่อล้นขึ้นมาเป็นประการแรก และมันดูจะเอิบอาบไปทั่วร่างโดยไม่สามารถหาคำอธิบายที่เหมาะสมได้ อาจเพราะว่าสิ่งซึ่งผ่านเข้ามาในความคิดทันทีที่สติรับรู้ฟื้นคืนจากการหลับใหลคือการที่ความจำย้ำเตือนว่าวันนี้ผู้ชายคนนั้นจะมา ชิโฮหลับตาลงอีกครั้งราวกับจะทำให้แน่ใจว่าถ้าลืมตาอีกหน เรื่องทั้งหมดจะยังคงเป็นความจริงอยู่

หลังผ่านไปชั่วลมหายใจหนึ่งเธอก็ลืมตา แล้วก็พบว่าตนเองเข้าใจถูกแล้ว จังหวะนั้นเองที่เสียงนาฬิกาปลุกแผดเสียงขึ้น เสียงของมันบาดหูและฟังดูกระตุ้นเตือนอย่างเร่งรัด ทั้งยังไม่คิดจะออมมือ ทว่าเด็กสาวก็ไม่นึกอยากขยับตัวอยู่ครู่หนึ่งเหมือนปรารถนาจะค่อยๆ ซึมซับความรู้สึกตอนที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วมีเรื่องที่อาจจะเรียกว่าดีก็ได้ เธอไม่แน่ใจนัก รอคอยอยู่ อันที่จริงเธออาจจะหลอกตัวเองก็ได้ว่าไม่ได้นึกยินดีนักหรอกที่จะเจอเขา ผู้ชายผยองอวดดีนั่นที่คอยเจ้ากี้เจ้าการ มีอะไรก็ไม่บอกตรงๆ เล่นลิ้นท่ามากจนน่ารำคาญ แถมยังชอบวางท่า ทำทีเป็นมีอำนาจเหนือกว่า เป็นผู้ชายประเภทน่าหงุดหงิด แต่เพราะการที่นานๆ ทีจะได้เจอคนรู้จักซึ่งอาจเรียกได้ถึงขั้นสนิทสนมมากกว่าบรรดาคนที่รายล้อมรอบตัวเธอในเวลานี้บ้าง ก็นับว่าน่าดีใจ

อย่างน้อยๆ เขาก็ยังนับว่าใจดีกับเธอมากกว่าที่ปฏิบัติกับใครคนอื่นอยู่พอสมควร ตัดสินจากวิถีทางดำเนินชีวิตปกติของเขาแล้ว

การถูกส่งตัวมาเรียนที่นี่ตั้งแต่เด็กไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกหรือเข้ากับใครอื่นที่นี่ไม่ได้ก็จริง ทว่าคงจะไม่ปฏิเสธหากเธอไม่เหงาหรือหวนคิดถึงบ้าน ถึงแม้จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบ้าน หรืออะไรที่เป็นของตัวเองจริงๆ เลยก็เถอะ เธอเป็นคนขององค์กรไปแล้ว และหากจะมีใครมีอำนาจควบคุมบงการเหนือชีวิตเธอได้ก็คงเป็นองค์กรนี้โดยสมบูรณ์ ผู้ชายคนนั้นคือคนดูแลเธอ เขาเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆ ทั้งหมดที่จำเป็นในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ของเธอ ไม่ว่าจะกับเรื่องอะไรเธอจะต้องบอกผ่านไปทางเขา โดยที่นานๆ ครั้งเขาจะบินจากญี่ปุ่นมาเยี่ยมเยียน – หรือถ้าพูดให้ถูกคือหน้าที่ตรวจสอบ จับตาดูจากองค์กร – คอยตามติดสารทุกข์สุกดิบของเธอที่นี่ตลอดไม่เคยให้ห่างตา อาจจะสี่ห้าเดือนครั้ง และถี่ขึ้นในช่วงหลังๆ เมื่อเธอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย มันอาจจะดูไม่ต่างอะไรจากนักโทษเลยก็จริง หากลองพิจารณาดูดีๆ แล้ว ทว่าชิโฮก็มีความสุขตามอัตภาพกับชีวิตแบบนี้ดี และไม่คิดอยากจะเรียกร้องอะไรที่ดีไปกว่านี้มากเป็นพิเศษ เธอพอใจ

กี่ปีมาแล้วนะ นานเหลือเกิน องค์กรนี้ส่งเธอมาเรียนที่นี่นานแค่ไหนแล้ว แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไรมันก็จะนานเท่าๆ กับที่ผู้ชายคนนั้นเข้ามามีส่วนในชีวิตของเธอ

นาฬิกายังคงร้อง ชิโฮมองเพดานอย่างเลื่อนลอยเมื่อกำลังจมลึกลงสู่ห้วงความคิดแหวกว่ายวนเวียน ครั้นแล้วร่างเล็กโปร่งบางซึ่งขดตัวเหมือนทารกใต้ผ้านวมหนาก็พลิกตัว เอื้อมมือไปหยุดเสียงร้องหนวกหูนั่นก่อนจะจำใจลุกขึ้นเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกไปเมื่อวันนี้มีคาบเรียนในตอนเช้า

เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะมาเมื่อไหร่ก็จริง อย่างไรเสียเขาก็ชอบมาไม่บอกไม่กล่าวอยู่แล้วถึงแม้จะส่งข้อความมาบอกล่วงหน้าว่าจะแวะเวียนมาเหมือนเช่นทุกทีก็ตาม แต่เวลาที่ผู้ชายคนนี้นึกอยากจะปรากฏตัวก็จะมายืนรอเธออยู่หน้าตึกเรียน หน้าห้องพัก หรือระหว่างเส้นทางซึ่งเธอเดินผ่านเป็นประจำ หรือไม่แล้วบางครั้งก็ถึงขั้นนั่งหน้าลอยหน้าลอยหน้าไม่สะทกสะท้านอยู่บนโซฟาในห้องตอนที่เธอกลับมาอะไรแบบนั้น ช่างน่าขนลุกดีจริงๆ เหมือนพวกสตอร์คเกอร์ชอบตามติดอะไรแบบนั้น ถ้าหากไม่ได้เป็นฝ่ายเธอหน้าตาชื่นบานขึ้นมา ทำเหมือนแมวที่อยู่ดีๆ ก็พึงพอใจเวลาอยากให้ลูบแล้วมีคนมาตอบสนองความต้องการนั้นอย่างน่าสมเพชแบบนั้นกลับไปเวลาเห็นเขาเสียก่อน มันผิดแผกจากวิสัยของเธอก็จริง ทว่าเวลาเจอคนที่ผูกพันด้วยท่ามกลางหมู่คนซึ่งเธอนับว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับตนแล้ว ความแช่มชื่นเล็กๆ กลับเพาะพันธุ์ลงมาเบ่งบานในใจ และนั่นทำให้เธอเสียอาการไปหน่อย สูญเสียความควบคุมตัวเองรวมถึงการวางเฉยไปเล็กน้อย

ร่างโปร่งบางซึ่งดูตัวเล็กกว่าที่เห็นภายใต้เสื้อนอนหลวมโพรกนั่นเดินละลิ่วไปทางห้องน้ำ ชิโฮคิดว่าตนไม่ได้พิถีพิถันเลือกเสื้อผ้ามากกว่าทุกวัน แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะหยิบเสื้อไหมพรมตัวเก่งที่เคยมีเพื่อนชมว่าใส่แล้วสวยขึ้นมาสวม เปลี่ยนชุดท่องล่างชิ้นแล้วชิ้นเล่าให้เหมาะเจาะลงตัว จากนั้นก็จัดทรงผมให้ดูดีไม่ได้ แต่งหน้านิดหน่อย แถมยังไม่อาจยอมปล่อยผ่านไปตอนที่ต้องเลือกรองเท้าให้เข้ากับชุด

เธอยังเด็ก และการมีสิ่งให้ยึดเหนี่ยว โหยหาทางใจก็เรียกว่าทำให้พอเบิกบาน นำพาตัวเองผ่านชีวิตแต่ละวันไปได้ เธอไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรให้มากความไปกว่านั้นนักหรอก ไม่ได้คิดถึงตื้นลึกหนาบาง ไม่ได้นึกถึงเรื่องราวใดๆ ในโลกความเป็นจริงว่าชายคนนั้นแท้จริงมีจิตใจเช่นไร กี่ศพแล้วศพเล่าที่ผ่านมือเขาไป ไม่สนใจวิถีชีวิตของเขากับความโหดเหี้ยม หยาบช้าใดๆ มันไม่ได้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เธอจะหยิบยกมาใส่ใจยามอยู่กับอีกฝ่ายเลยแม้เพียงนิดทั้งที่คนทั่วไปคงจะยิ่งกว่าแค่เป็นกังวล เธอแค่ดีใจเหมือนเด็กๆ ที่ได้เจอใครสักคนที่คอยตามใจเธอ คอยยอมอ่อนให้แม้ปกติจะไม่ใช่วิสัยของเขา หรือกระทั่งคอยดูแลเธอมาตลอด เธอจึงดีใจที่ได้เจอเขาสิ่งที่เหมือนจะเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเธอกับบ้านเกิดเมืองนอนไว้ คนที่อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เธอเผลอหลงคิดไปว่าจะมีอะไรสักอย่างที่พร้อมจะมาเป็นของเธอเอง

เสียงพวงกุญแจดังกระทบกันตอนที่เธอหย่อนมันใส่กระเป๋าหลังจากล็อคประตูห้องพัก และไม่ทันรู้สึกตัวว่าเผลอฮัมเพลงโปรดออกมาตอนเดินลงบันได

 

...


นั่นไงเขาอยู่ตรงหน้า ผู้ชายน่าหมันไส้กับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมคนนั้นน่ะ

เป็นไปตามคาด เธอเผลอแอบลงขันพนันกับตัวเองในใจว่าวันนี้เขาจะมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอในรูปแบบไหน และชิโฮก็นึกลำพองใจเมื่อพบว่าตนเองเดาใจเขาถูกต้อง ตอนที่เธอออกมาจากตัวอาคารที่ใช้เรียนวันนี้ เขาก็ยืนพิงกำแพงด้วยสีหน้าไม่ยี่หระอยู่แล้ว เพราะวันนี้เขาไม่ได้ไปทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกขององค์กรถึงได้แต่งตัวดูกลมกลืนกับผู้คนเขาได้ขึ้นมาหน่อย เทรนช์โค้ทสีดำตัวยาวหายไปแต่ก็ไม่วายยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้วยการสวมใส่โทนสีเข้มราวกับกลัวว่าหากมาในสีสันที่แปลกตากว่านี้ เธอจะจำเขาไม่ได้

“ไง ชิโฮ” เมื่อก่อนตอนที่มาพบกันเขาจะเรียกเธอว่าแม่หนู หลังจากขึ้นไฮสคูลก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแม่สาวน้อยเหมือนเขากำลังสนุกอยู่อย่างไรอย่างนั้น ครั้นถึงมหาวิทยาลัย เวลานี้เธอคือชิโฮ แค่ชิโฮสั้นๆ ราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เขาเป็นฝ่ายทักเธอก่อนเสมอ แต่เธอยังคงเชิดหน้าผึ่งผ่ายเหมือนแมว ทำทีเป็นไม่สนใจ และพยายามรักษาอาการวางท่าเล็กน้อย ถึงจะเบิกบานใจขึ้นมามากทีเดียวขณะสมองเริ่มคิดคะเนว่าจะชวนเขาไปทำอะไรบ้าง หรือพูดคุยไต่ถามเรื่องใดๆ กับเขาบ้างอย่างที่ช่วงสองสามวันมานี้ใจเอาแต่หวนประหวัดไปคิดวางแผนเรื่องที่จะทำแทรกผ่านมาเป็นระยะ แวะเวียนมาทักทายในจิตใจอยู่เนื่องๆ ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะมีอิทธิพลต่อตัวเด็กสาวมากกว่าที่เธอรู้ตัวเสียอีก

“เธอไม่คิดจะทักทายฉันบ้างเลยเหรอ ฉันถ่อมาหาเธอถึงที่นี่ทั้งที่ไม่ต้องมาก็ได้” ยินบ่น เขาพูดมากกว่าปกติธรรมดาไปนิดตอนที่อยู่ต่อหน้าเด็กสาว อาจเพราะเธอเป็นฝ่ายที่ไม่ค่อยจะปล่อยวาจาใดๆ ให้เลื่อนหลุดออกมามากยิ่งกว่าเขากระมัง เขาถึงได้ต้องเป็นฝ่ายพูดจนดูแทบจะผิดปกตินิสัยไป จากนั้นร่างสูงผอมก็ค่อยสาวเท้าตามเด็กสาวซึ่งไม่คิดจะชายตาหันมามองด้วยซ้ำไปพลางรักษาระยะช่วงก้าวไม่ให้เดินล้ำเลยหรือเร็วเกินจนนำหน้าเธอเนื่องด้วยความสูงที่มีมากกว่าและขายาวๆ ฉับไวที่มีประสิทธิภาพนั่น มิเช่นนั้นคงไม่แคล้วต้องตะโกนคุยกัน และสาวเจ้าอาจจะหลุดหายไปจากการสอดส่องของขอบข่ายสายตาหากเขาทิ้งรั้งเธอไว้เบื้องหลัง ชายหนุ่มเห็นเด็กสาวไม่ตอบก็อดหงุดหงิดไม่ได้ แต่ยามที่เขาอยู่กับเธอ บ่อยครั้งและเป็นมาเนิ่นนานนักระหว่างเรา เขาเรียนรู้ที่จะทำใจเย็นกับเด็กสาวที่เย่อหยิ่ง เอาใจยากราวกับแมวคนนี้ “เธอรู้ไหมว่าฉันต้องปลีกตัวมานะ หลังจากนี้ต้องไปเม็กซิโกจัดการเรื่องบ้าๆ น่าเบื่ออีก เธอคิดว่าฉันมีเวลามากหรือไง”

“ฉันไม่ได้ขอให้นายมานะยิน และมันก็ฟังดูเหมือนฉันเป็นทางผ่านมากๆ ด้วย มันคงจะสะดวกสำหรับนายที่แค่แวะมาดูสารทุกข์สุกดิบของฉันตามหน้าที่ให้จบๆ ไป แล้วรอบหน้าอีกสักสองสามเดือนค่อยหาจังหวะสบโอกาสแวะมาหาฉันใหม่เพื่อจะได้ไม่เดือดร้อนนาย” เมื่อเด็กสาวเป็นฝ่ายกล่าวบ้าง เธอก็ร่ายยาว ค่อนขอดอย่างเผ็ดร้อนทันทีขณะก้าวฉับๆ อย่างรวดเร็วเหมือนจะไม่อยากยอมแพ้ขายาวๆ นั่นให้เขาต้องเป็นฝ่ายแกล้งเดินช้าๆ ก้าวสั้นๆ เพื่อรั้งรอเธอ

“เธอทำตัวเหมือนพวกผู้หญิงน่ารำคาญ ฉันไม่ได้ดูแลเธอมาให้เป็นคนแบบนั้น” ดวงตาคมกริบที่ดูไร้ร่องรอยความเมตตาปรานีใดๆ หลุบมองเด็กสาวผมสีแดงที่เดินอยู่ข้างๆ ด้วยมุมมองของคนที่ตัวสูงกว่า เขาเห็นแพขนตางามงอนของเธอปรกลง และใบหน้าด้านข้างของเธอในมุมนี้ก็ดูเศร้าสร้อยกว่าปกติ ชายหนุ่มกลอกตา ขบเคี้ยวฟันเหมือนหนึ่งว่าจะหมดความอดทนในหลายๆ แง่ แต่เขาแค่รู้จักนิสัยเธอดี และแน่นอนว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด ออกจะห่างไกลเลยล่ะ เธอเป็นผู้หญิงโดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งยังมีนิสัยน่าสนใจอย่างมาก เขาเหลือบตามองเธออีกครั้งแล้วก็พลันรับรู้ถึงความนึกหงุดหงิดรำคาญใจก่อตัวขึ้นมาจริงๆ เนื่องจากลึกๆ แล้วเขาเกลียดนักเวลาเห็นชิโฮดูเศร้า แต่กระนั้นความคลุมเครือหม่นเศร้าก็ดูจะเป็นอาภรณ์ของเธอ เป็นอาภรณ์งดงามที่เหมาะสมแล้วกับผู้สวมใส่

“นายก็ทำตัวเหมือนพวกผู้ชายโอหังวางก้ามที่น่ารังเกียจ” ขณะยังคงก้าวเท้าฉับๆ ไม่สนใจสิ่งใด เด็กสาวก็โต้ตอบโดยไม่หันมองคู่สนทนา ชายหนุ่มได้ยินเธอทำเสียงกึ่งขบขันปนเย้ยหยันอยู่ในลำคอด้วยเช่นกัน ชั่วขณะดังกล่าวนั่นเองที่เขาคว้าข้อมือเธอไว้ แต่หาใช่เพราะความโกรธที่ถูกสบประมาท ยินรักษาจุดเดือดของตัวเองได้ยามอยู่กับเด็กสาว แต่เขาก็เป็นคนที่ตอบสนองสิ่งต่างๆ อย่างรุนแรง เขาหมุนตัวเธอช้าๆ ให้หันมาเผชิญกับเขาด้วยท่าทีใจเย็น ไม่คุกคาม จากนั้นเขาก็หยิกแก้มเธออย่างแรงจนขึ้นเป็นปื้นแดง ชายหนุ่มยืดแก้มเด็กสาวราวกับกำลังปฏิบัติกับเด็กที่เอ็นดู น่าแปลกนัก เขาเห็นเธอมาตั้งแต่เด็ก ทว่าพอมองดูให้ชัดๆ ถนัดตาอีกที จากยัยเด็กผมแดงนั่น ก็เป็นแม่หนูน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแม่สาวน้อย ต่อมาเขาก็คิดว่าเธอชักจะเริ่มไม่เหมาะกับสรรพนามที่เขาหยิบยกไปประทับตราให้เธอแล้วเช่นนั้น จึงได้กลายมาเป็นแค่ชิโฮ แค่ชิโฮสั้นๆ ในวันที่เธอบรรลุนิติภาวะ

เพราะตั้งแต่ก่อนหน้านั้นเธอกลายเป็นอะไรแล้วนะ ผู้หญิงหรือ ผู้หญิงที่เริ่มปีกกล้าขาแข็งแล้วจะสามารถวิ่งหนีหายไปจากเขาได้ ไปมีชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ภายใต้ปีกของเขา ไม่จำเป็นต้องมีเขา

ยินรู้สึกชิงชังความคิดที่แล่นผ่านมานั่นของตนนัก เขาเผลอบีบมือเด็กสาวแน่นจนเธอนิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อรู้สึกตัวว่าบีบแรงเกินไปจึงค่อยๆ คลายมือออก “แล้วฉันต้องทำยังไงให้เธอเชื่อว่าสำหรับฉันแล้วเธอไม่ใช่แค่ทางผ่าน และไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่ฉันเอาสะดวกเข้าว่าด้วย”

ชั่วขณะคำพูดนั้น ชิโฮชะงักไปเล็กน้อย พยายามสลัดความคิดว่าคำพูดนั่นไม่สามารถตีความไปได้อีกแบบ และไม่มีความนัยใดๆ แฝงเร้นอยู่ในคำว่าทางผ่านหรือผู้หญิงเพื่อความสะดวกอะไรนั่น แต่ทว่าเด็กสาวก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยเหมือนกันว่าตนไม่ได้จิตใจไขว่เขว่หรือวูบไหวไปครู่หนึ่ง บางทีอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างต่อตัวชายผู้นี้ที่เธอยังไม่แน่ใจคอยกัดกินเธออยู่อย่างเงียบงันโดยไม่ทันรู้สึกตัว มันอาจจะกัดกืนเหมือนพิษร้าย กลืนกินดุจสิ่งเสพติด และกัดกร่อนเหมือนกรดฤทธิ์แรง แต่ไม่มีส่วนใดหรือรูปแบบไหนของมันที่จะไม่ทำลายดวงใจเธอ มันไม่ใช่การเยียวยา ถนอมกล่อมเกลี้ยง หรือปลอบโยนโอบอุ้มดวงใจเธอไว้แน่ และการถลำตัวลงไป ปล่อยให้มันคืบคลานเข้ามามีบทบาทย่อมหมายถึงอันตรายต่อตัวเอง

แต่ไม่ใช่ว่ามนุษย์ถวิลหาสิ่งเหล่านี้หรือ สิ่งใดกระโจนก้าวเข้าไปด้วยความท้าทายและกระหายอยากต่อความเจ็บปวดที่การันตีว่าก่อนหน้านั้นจะได้เสพความสุขสมก่อนย่อมชวนให้เสพติด

สำหรับชิโฮแล้วเธออาจจะรู้หรือไม่เคยล่วงรู้ถึงใจจริงๆ ของตนเองเลยก็ได้ แต่ที่แน่นอนยิ่งกว่า เธอย่อมไม่มีทางรู้ความรู้สึกนึกคิดของชายตรงหน้า ทว่าในความเป็นจริงซึ่งรวมอยู่ด้วยในนั้น เธอก็ไม่สนใจจะรู้ด้วยเช่นกัน อาจเพราะกลัวคำตอบหรืออาจเพราะสนใจแต่ตัวเอง หรือบางทีอาจเป็นเพราะเขาจะยังเป็นไปเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากยินเป็นคนยึดติด มีแนวทางที่ยึดมั่นถือมั่นแรงกล้า จริงๆ แล้วถึงได้เป็นคนเถรตรงอย่างไม่น่าเชื่อ ตรงไปตรงมาและอ่านได้ง่ายดายนักหากรู้รูปแบบวิธีคิดกับวิถีการดำเนินชีวิตของเขา ด้วยเหตุนี้ชิโฮถึงได้ไม่เคยตะขิดตะขวงใจหรือไม่ไว้ใจชายคนนี้เลยสักครั้ง เธอก็แค่รู้จักเขาดี เด็กสาวมองคู่สนทนาราวกับว่าสามารถอ่านทะลุปรุโปร่งไปยังเบื้องลึกตัวตนภายใน แต่ใครจะบอกได้กันเล่า เธอปล่อยให้ช่องว่างจังหวะระหว่างบทสนทนาห่างมากเกินไปแล้ว และอีกฝ่ายก็กำลังเลิกคิ้วเหมือนต้องการจะย้ำเอาคำตอบ เธอถึงได้ขอสิ่งที่เขาเพียรทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มาสักพักใหญ่แล้วออกไป ครึ่งหนึ่งคือลองหยั่งเชิง อีกครึ่งคือค่อนข้างแน่ใจว่าครั้งนี้เขาอาจจะยอมตามใจเธอในท้ายที่สุด

“นายเคยบอกว่าจะสอนฉันยิงปืน”

แน่นอนละว่าเขาเงียบ ไม่ตอบในทันที เธอช้อนสายตามองเขาตาแป๋ว บิดริมฝีปากเล็กน้อยเหมือนกำลังครุ่นคิดไม่ใช่ออดอ้อน หญิงสาวห่างไกลจากคำว่าใช้มารยาหญิงนัก แต่ยินไม่เคยตอบได้เลยว่าทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเล่นเล่ห์กลร้อยมารยาเหมือนบรรดาผู้หญิงส่วนใหญ่ที่รายล้อม แต่เขากลับรู้สึกเหมือนตนโดนตกให้คล้อยตามเข้าอย่างจังอยู่ทุกเมื่อ มันต้องมีอะไรสักอย่างในตัวผู้หญิงคนนี้ที่เขาอธิบายไม่ได้แน่ ยินมองเธอแล้วก็เริ่มจะเข้าใจคำว่าไม่อาจขัดขืนได้ขึ้นมาหน่อยๆ ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้หรอก เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายทำให้คนอื่นลิ้มรสความหมายของถ้อยคำดังกล่าว

หรือชิโฮจะเรียนรู้จากเขากันนะ ถ้าอย่างนั้นหากเขาไม่ตอบสนองความต้องการของเธอก็หมายความว่าเขาจะเป็นตัวอย่างที่แย่ เป็นแบบอย่างที่ไม่ประสพผลอย่างนั้นสิ ยินกำลังพยายามหาข้อแก้ต่าง อีกทั้งข้ออ้างให้แก่ตัวเองในการจะตกปากรับคำเด็กสาวเพื่อไม่ให้ตนต้องรู้สึกว่ายอมอ่อนให้เธอมากไปนัก และเพื่อไม่ให้มันขัดแย้งกับตัวตนและความเชื่อของตนเองมากกว่าที่ควรจะเป็น ครั้นแล้วเขาก็เอ่ยปากออกไป “ให้ตายสิ เธอจะกัดไม่ปล่อยเลยใช่ไหม”

เขาไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้นอีก แต่ชิโฮรู้ในทันทีว่าตอนที่เรากำลังออกเดินนี้ เขาจะพาเธอมุ่งหน้าไปยังโรงฝึกยิงปืนตามที่เธอประสงค์

 

...


“นั่นอะไร” เธอถามเป็นรอบที่สาม และยินก็ได้แต่เบือนหน้าด้วยนึกละเหี่ยใจ

“นกปืนไง เธอต้องดันมันลงก่อน” เขาตอบ

จากนั้นเธอก็ทำหน้าเหยแกเหมือนจะบอกว่าไม่เข้าใจ ชายหนุ่มถึงต้องใช้เวลาพร่ำอธิบายทั้งหมดอีกรอบก่อนจะจบลงด้วยคำว่าถ้าอย่างนั้นเธอก็ฝึกปฏิบัติจริงเอาเลยแล้วกันแทนคำกล่าวตรงๆ ว่าลองผิดลองถูกเอา เดี๋ยวก็เป็นเองอะไรแบบนั้น ยินถึงได้ปล่อยให้เด็กสาวในความปกครองยืนถือปืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงหน้า ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ก่อนจะที่เขาจะผละถอยฉากออกมานั่งอยู่ใกล้ๆ เฝ้าจับตาเธอด้วยความรู้สึกอภิรมย์ บางทีเขาควรจะเลือกปืนออโต้ให้เธอใช้ฝึกจะได้ไม่ต้องยุ่งย่างพร่ำบอก แต่การเรียนรู้จากปืนลูกโม่ดีตรงที่มือใหม่จะระวังและใจเย็นในการยิงทีละนัดก่อนเพราะต้องง้างนกลง อีกอย่างเขาไม่ได้สะเพร่าที่ให้คนไม่รู้จักปืนจับปืนอยู่คนเดียวแบบนั้น แต่เขารู้ว่าชิโฮเป็นคนระมัดระวังและยึดกรอบอย่างมาก เธอจะไม่อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาทำอะไรเสี่ยงๆ หรือลองผิดลองถูกไปกับสิ่งที่ไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย และเขาอาจจะยอมรับว่าตนนึกสนุกนิดหน่อยกับการได้เห็นอีกฝ่ายดูว่าง่ายเพราะไม่รู้ ทำอะไรสักอย่างไม่เป็นจนน่าเอ็นดู อีกทั้งจะยอมอยู่ใต้โอวาทเขาเพราะต้องร้องขอสิ่งที่ตัวเขารู้ผิดกับเธอจากเขาเอง นอกจากนี้ ยังแน่ใจว่าเธอจะต้องหันมาร้องขอให้เขาช่วย

ขณะเด็กสาวยืนงุนงง ตั้งท่าจะรวบรวมเอาสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งสอนเธอเมื่อครู่มาเป็นครูแทนเจ้าตัวจริงๆ ที่หลบฉากไปราวกับจะแกล้งกัน ทั้งนี้ ผู้ชายคนดังกล่าวกำลังนั่งละเลียดความรู้สึกเป็นใหญ่ของบุรุษเพศอย่างลำพองอยู่เงียบๆ แต่เมื่อเห็นเธอจะยกปืนง้างนกลงพร้อมเหนี่ยวไกจริงๆ เขาก็กลอกตาก่อนจะลุกขึ้นหยิบที่ปิดหูสวมลงให้กับเธออย่างง่ายดายด้วยความได้เปรียบจากความสูงและการใช้สัดส่วนนั่นให้เป็นประโยชน์ และคงเพราะเขามองเธอด้วยสายตาดูถูกเยาะหยันที่เต็มไปด้วยความยียวนเนื่องจากต้องการจะกระเซ้าเย้าแหย่เธอ เด็กสาวถึงได้ค้อนควับทำเป็นไม่พูดไม่จา ทั้งยังไม่คิดจะพูดอะไรให้อีกฝ่ายได้ใจ เป็นการยอมตกอยู่ใต้สถานะต่ำกว่าอะไรแบบนั้นอีก จะอย่างไรเสียเธอก็เป็นแมวที่หยิ่งทระนงอยู่นั่นเอง

            ทว่ายินดูเหมือนจะยิ่งรู้ทัน แถมยังนึกสนุกกับการได้กลั่งแกล้งเด็กสาวให้ค้อนฉิว เขาถึงได้หยิบเบเรตต้าของตัวเองขึ้นมาด้วยท่าทีสำราญและชำนิชำนาญด้วยเพราะมันแทบจะกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว เขาเล็งมันไปทางเป้ายิงเหมือนไม่ใส่ใจจะมองด้วยซ้ำ จากนั้นก็ลั่นไกอย่างเกียจคร้าน สายตาไม่ได้จดจ่ออยู่ยังเป้าหมาย เขาแค่เหลือบมองขณะทิ้งสายตาหยอกเย้ากับรอยแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมเช่นปกติยามเบื้องหน้าคือเป้าปืนที่ส่วนมากจะมีชีวิตดิ้นได้ ไว้ที่เด็กสาวผู้ซึ่งมองตอบเขาด้วยใบหน้าหมันไส้และเจ็บใจ นึกอยากจะตะบันหน้างี่เง่านี่สักที ทว่าก็ได้แต่เก็บงำความปรารถนานี้ไว้พลางทบต้นทบดอกไปชำระความในทางอื่นให้แสบสันต์กว่านั้นแทน เธอแยกเคี้ยวยิงฟันใส่เขาแบบที่ยินรู้สึกว่าน่าเอ็นดูมากกว่าจะน่ากลัวหรือเจ็บแค้นเคืองโกรธ เห็นดังนั้น ชายหนุ่มก็หัวเราะฮึมฮัมในลำคออย่างอารมณ์ดี ความรื่นรมย์ถูกจุดประกายพร่างพรายทั่วผืนความรู้สึก และเขายังคงมีสีหน้าที่ดีขึ้นมาเช่นนั้นตลอดแม้จะเดินกลับมานั่งอยู่ไม่ห่างยังจุดเดิมแล้ว

ดวงตาเยือกเย็นของยินมองส่วนเว้าโค้งของเธอตอนที่อีกฝ่ายพยายามยืดตัว กะเกณฑ์ท่าที่จะใช้ยิงในรูปลักษณะต่างๆ กล้ามเนื้อเกร็งขึ้นและสัดส่วนก็ถูกขับเร้น เขาเห็นงานศิลปะกับประติมากรรมมีชีวิตชั้นดี ภายใต้ความเยียบเย็นเคร่งขรึมที่เจือด้วยบรรยากาศชั่วร้ายนั้นมีเปลวเพลิงรุ่มร้อนแผดเผาอยู่

แต่กระนั้น ความรื่นรมย์อันแสนจะบันเทิงใจนี้ก็คงอยู่ได้ไม่นาน มันเลือนหายไปโดยฉับพลันราวกับพลิกฝ่ามือเมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาสังเกตเห็นเด็กสาวยืนเก้ๆ กังๆ ไม่แน่ใจอยู่ในช่อง จึงตรงปรี่เข้าไปทักทายตอนที่ชิโฮทำท่าจะสับเซฟตี้แล้ววางปืนลงเพื่อหันมาหาเขาเมื่อยอมลดทิฐิลงได้แล้ว เห็นได้ชัดว่าหมอนี่เป็นคนที่เธอรู้จัก อาจจะมาจากชั้นเรียนเดียวกัน ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของยินทั้งหมด และเขาควบคุมตัวเองไม่ให้ขบกรามแน่น ใจคุกรุ่นด้วยความขุ่นมัว ไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด ดวงตาพลันวาวโรจน์ขึ้นเป็นประกายคมกล้า รวมทั้งยังดูเหมือนมีอะไรบางอย่างเต้นเร้าอยู่ภายใน เป็นได้ทั้งความเดือดดาล ความโกรธ ตลอดจนความบ้าคลั่งที่มีต่อหญิงสาวคนที่เขาหวงกั้น มันมีเหตุผลเสมอกับการที่เพื่อนร่วมชั้นต่างเพศของชิโฮหลายต่อหลายคนตลอดหลายปีมานี้ตีตัวออกห่างเด็กสาวอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ เขานี่แหละคือคำอธิบายทั้งหมดนั่น

            ในคราวแรก ยินคิดว่าจะสามารถข่มกลั้น สะกดความไม่พอใจที่พุ่งพล่านท่ามกลางอารมณ์ขุ่นข้องของตนไว้ได้ เผื่อว่าจะได้ทำหน้าที่จริงๆ ของตัวเองในการเฝ้าจับตาดู ตรวจสอบมิยาโนะ ชิโฮว่าเธอมีวิถีชีวิตเช่นไร ข้องแวะกับใครบ้าง และมีความคิดอ่านเปลี่ยนแปลงแบบใดเหมือนเช่นที่เขาเฝ้าสังเกตเก็บข้อมูลมาตลอดทั้งในทางส่วนตัวและตามภาระที่ได้รับมอบหมาย ทว่าเขาก็เลือกจะรายงานสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่เธอเท่านั้น เขาปกป้องเธอไว้ใต้ปีก และยอมปล่อยให้เรื่องส่วนตัวกลมกลืนไปกับงานแบบที่ไม่ใช่นิสัยของตนเลยสักนิด แต่จะทำอย่างไรได้ เขาไม่จำเป็นต้องคัดคานใจกับตนเองในเรื่องนั้นถ้าเขามองเสียว่ามันคือเรื่องงานล้วนๆ พร่ำหลอกตัวเองไปอย่างนั้นก็น่าพอใจดี แม้ในความจริงเขามันจะไม่ต่างอะไรกับพวกตามตื้อน่าขนลุกก็ตาม ชายหนุ่มซึ่งมั่นใจในตัวเองเสมอมาว่าจะสามารถธำรงความเยียบเย็นนิ่งขรึมอันน่าครันคร้ามของตนไว้ได้เสมอไม่ว่าจะประสบเผชิญอะไร กลับผุดลุกขึ้นทันทียามเด็กหนุ่มจับไหล่ จัดท่าทางให้กับลูกแมวน้อยตัวนั้นที่ดูจะร่าเริงแจ่มใส เข้ากับเด็กนี่ง่ายดายเหลือเกินทั้งที่เป็นแมวจอมเย่อหยิ่งของเขาแท้ๆ ดังนั้น ความอดทนข่มกลั้นของเขาจึงไม่ยืนยาวพอจะวางเฉยปล่อยให้แมวของตนไปคลอเคลียกับคนอื่น และไม่มากพอจะทำใจเฝ้าสังเกตการณ์ตามหน้าที่ที่แท้ของตนอยู่เงียบๆ ได้

            ร่างสูงก้าวอาดๆ อย่างองอาจฉับไว เข้าถึงตัวเด็กสาวทันที เขาผลักไหล่เด็กหนุ่มออกอย่างแรง ไม่นึกถนอมน้ำใจ เพราะเขาจะทำไปทำไม ใจจริงนึกอยากจะประหัตประหารฟาดฟันหมอนี่ด้วยซ้ำ ยินดึงชิโฮให้ห่างจากเด็กหนุ่มผู้กำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เข้ามาประชิดอย่างกะทันหัน แต่ยินไม่ได้ให้ความสนใจนักนอกจากแยกเขี้ยวแสยะยิ้มหยาบช้าไปให้พลางนึกหมายมาดในใจว่าจะเก็บหมอนี่ไว้จัดการทีหลัง ให้ไกลหูไกลตาชิโฮไปแล้วอะไรแบบนั้น เขานึกหมายมั่นปั้นมือก่อนจะหันมาพูดกับเด็กสาวข้างตัวด้วยน้ำเสียงออกคำสั่งและเต็มไปด้วยกระแสบงการกับการบริหารอำนาจควบคุมไม่เจือปนอย่างอื่น “หมดเวลาแล้วชิโฮ เราจะมาฝึกกันวันอื่น”

            “แต่ทำไมล่ะ ฉันยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย” ด้วยความงุนงงกับสถานการณ์ทั้งหมดที่เข้ามาจู่โจมรวดเดียวและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามอารมณ์เปลี่ยนแปรของยินที่เธอเข้าใจโดยพื้นฐานว่าเขาอารมณ์ร้อน อีกทั้งยังชอบทำอะไรตามใจอยู่แล้ว ทว่าครั้งนี้มันจับต้นชนปลายไม่ถูกเกินไป ชิโฮพูดตะกุกตะกักด้วยไม่รู้จะเริ่มเรียบเรียงคำถามสงสัยให้อีกฝ่ายแถลงไขจากตรงไหนก่อนดี ตอนนั้นเอง ยินก็ฉุดกระชากลากถูเธอให้ห่างออกมาแล้ว รู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกจับยัดเข้าไปในรถ นั่งบื้อใบ้ด้วยความงุนงงอยู่ครู่ใหญ่ขณะที่เขาแผ่บรรยากาศอำมหิตพร้อมจะปลิดชีพสังหารใครสักคนออกมาไม่สร่าง


...

           

            ตลอดทางที่เขาขับรถกลับมากับเธอยังที่พัก หลังจากชิโฮเริ่มตั้งสติได้ เธอก็ประท้วงโวยวายอย่างรุนแรง สลับกับถ้อยคำถกเถียงนานัปการซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ขบเคี้ยวลับฝีปากกันมาไม่เว้นว่าง เวลานี้เธอกำลังนั่งไขว่ห่าง กอดอกเบือนหน้าหนีด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุดอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวยาว ขณะที่ชายหนุ่มยืนตระหง่านคร่อมเหนือตัวเธอราวกับกำลังแสดงอำนาจรุกรานทั้งหมดทุกอย่างของเธออยู่ ดวงตาแน่วแน่อันทรงพลังนั่นไม่เคยทำให้ใครเบือนสายตาหนีไปได้ และมักสะกดทุกคนไว้ด้วยความหวาดกลัวชวนให้พรั่นพรึง แต่กับเด็กสาวแล้ว ทั้งหมดนั่นไร้ผล เธอกล้าเผชิญหน้า ทั้งยังต่อต้านทุกอย่างในแบบที่ยินเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน เพราะอีกฝ่ายคือเธอ ผู้ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องยอมลงให้ ดังนั้น บางทีเธอก็จะใช้ประโยชน์จากการถืออภิสิทธ์นั่น อันที่จริง ตอนนี้ก็กำลังใช้อยู่อย่างไม่ยอมอ่อนข้อทีเดียว

            “นายไม่มีสิทธิทำอะไรแบบนี้” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้ากี้เจ้าการและวางอำนาจไม่แพ้เวลาอีกฝ่ายแสดงออกในทิศทางเช่นเดียวกันนี้เลย ถึงกระนั้นคู่สนทนาดูจะปล่อยให้ประโยคดังกล่าวผ่านเลยไป ไม่เก็บมาใส่ใจ นั่นยิ่งสุมเชื้อไฟความโกรธให้แก่เด็กสาว เธอลุกขึ้นยืนและตรงเข้ามาทางเข้าอย่างเดือดดาล หมายมั่นจะคาดคั้นเอาความจริงจังอย่างที่พึงมีในเรื่องนี้จากเขา เพราะเขามักจะทำราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญเวลามีปากเสียงกัน เด็กสาวเข้าประชิดตัวเขา นึกหงุดหงิดทุกครั้งที่พบว่าตัวเองตัวเล็กกว่าจึงดูเหมือนกำลังพยายามอย่างไร้ประโยชน์ในการเอาความกับผู้ชายคนนี้ โดยส่วนมากเธอจึงดึงคอเสื้อเขาไว้ให้โน้มตัวลงมาใกล้ในระยะที่ความได้เปรียบของเขาจะไม่เกิดผลข่มเธอ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ถูกกระทำยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย ทอดมองเด็กสาวที่กระชากคอเสื้อเขาลงไปด้วยความอ่อนอกอ่อนใจติดจะยอมผ่อนตาม เขาเพียงแต่มองตอบเธอ สบสายตาไม่คิดหลบเลี่ยงเพื่อแสดงความจริงใจ พร้อมเปิดเผยไม่คิดหลบหลีก น่าแปลกที่นั่นจุดประกายความโกรธแก่ชิโฮขึ้นอีก อาจเพราะเธอรู้ว่าเขาจริงใจเช่นนั้นแล้ว แต่ตนเองกำลังดื้อดึงไม่ลดราวาศอกถึงกำลังได้โกรธตัวเองแล้วพาลลงที่เขาแทน ภายใต้สายตาเงียบงัน ไม่คิดโต้เถียงนั่น อยู่ดีๆ ยินก็พูดขึ้น

            “ที่เธอพูดนั่นคิดดีแล้วเหรอ ฉันมีสิทธิทุกๆ อย่างเหนือตัวเธอ เธอมันก็แค่ลูกไก่ในกำมือ ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ทั้งนั้น” จังหวะหนึ่งชายหนุ่มเกือบจะขานเรียกเธอด้วยถ้อยคำที่ไม่ได้ใช้นานมากแล้ว แต่กระนั้นมันอาจจะยังแฝงอยู่ในใจ คำว่าแม่สาวน้อยของเขาก็ถูกลืนหายลงไป ไม่รู้ทำไมยินถึงได้อยากพูดมันออกมาตอนนี้ เพราะมันไม่ใช่เวลาของความเอื้อเอ็นดู ช่วงเวลานั้นหมดไปนานแล้ว และจะไม่มีอีก เขาไม่เคยเรียกเธอว่าแม่สาวน้อยมานานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งแต่ก่อนคืนนั้นที่เขาทาบตัวลงเหนือร่างของเธอแล้วตักตวงความสุขร่วมกันหรือ ต่อแต่นั้นมาเธอคือหญิงสาว เป็นชิโฮ เป็นผู้หญิงผมสีแดงคนที่เขาจะมองตามหาด้วยประกายความใคร่และเยื่อใยความรู้สึก

ยินถอนหายใจ ปกติเขาไม่ทำเช่นนี้แน่ แต่เธอคือข้อยกเว้นของสิ่งหลายๆ ประการ เป็นอะไรที่พิเศษ เป็นสิ่งสำคัญนอกเหนือจากทั้งหมด เขาค่อยๆ ผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนลง “ไม่เอาน่า ชิโฮ เธอมันงี่เง่า ไม่เชื่อฟัง ดื้อมาก”

            แต่เห็นได้ชัดว่าต่อให้ชายหนุ่มจะมีปฏิกิริยาเช่นไรในเวลานี้ก็ดูจะขวางหูขวางตาเด็กสาวไปเสียหมด เธอยิ่งฉุนเฉียวมากขึ้นแม้จะคลายมือที่ขยุ้มคอเสื้อเขาลงเล็กน้อย และเลิกเขย่ง กลับไปยืนเต็มเท้าดังเดิม ชั่วพริบตาหนึ่ง ยินรู้สึกเหมือนใบหน้าเธอหมองลงราวกับจะตัดพ้อ ในคำพูดนั้นมีจุดที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงักลงไปเช่นกัน “นายพูดเหมือนฉันเป็นเด็ก ฉันไม่ใช่เด็กตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ถ้านายจะยังพอจำได้ว่าทำอะไรลงไป แต่คนอย่างน้อยคงไม่จำหรือให้ความสำคัญกับมันนักหรอก”

เขาไม่ตอบอะไร เพียงแต่มองอีกฝ่ายอย่างนิ่งงันและเกือบจะเรียกได้ว่าเย็นชา “ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันอยู่ต่อ ฉันก็จะกลับ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรแบบนั้น”

            เสี้ยวหัวใจเต้นจังหวะนั้น ในอกของเด็กสาวก็พลันว่างโหวง เหมือนถ้อยคำดังกล่าวสูบเอาความแน่ใจว่าต่อให้เธอจะแสดงท่าทีเช่นใดใส่ เรียกร้องอย่างไร เขาก็จะยังคงยอมอ่อนให้ และเธอก็รู้สึกไม่มั่นคง คลอนแคลนขึ้นมาเหมือนพื้นกับสั่นไหว ทว่าทิฐิมานะยังคงค้ำคอให้เธอรักษาความเย่อยิ่งไว้ แม้ใจแท้จริงเธอไม่ปรารถนาจะให้มันจบเช่นนี้ ไม่ได้คิดหวังหาความผิดใจบาดหมาง หรือการแยกย้ายจากกันไปทั้งที่ความรู้สึกยังค้างคา ความอึดอัดและผิดหวังจึงค่อยๆ ก่อตัวรุมเร้าเหมือนหมอกควันที่ปกคลุมความโกรธจนแทบจะกลบกลืน ไม่เห็นโทสะนั่น ดวงตาคู่สวยพยายามฝืนตนเองไม่ให้มองไปทางเขาเพื่อจะดูว่าอีกฝ่ายมีการตอบสนองอย่างไรต่อไป เธอยอมให้ตัวเองได้มากที่สุดแค่ปรายตามอง จึงได้เห็นอีกฝ่ายหยิบของออกจากกระเป๋าเสื้อตัวนอกแล้ววางลงกับโต๊ะ มันเป็นกล่องเล็กๆ ใสๆ ผูกริบบิ้นน่ารัก ของข้างในนั้นคล้ายจะเป็นขนม และเขาก็แถลงไขแก่เธอว่าเข้าใจถูกต้องแล้ว “ที่จริงฉันตั้งใจมาวันนี้เพราะจะเอานี่มาให้เธอ เธอไม่ใช่ทางผ่านหรือผู้หญิงที่ฉันเอาแค่สะดวกด้วยหรอก เพราะยังไงวันนี้ก็วันเด็กผู้หญิงนี่นะ และเธอก็เคยเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง”

น่าแปลกที่เธอลืมไปสนิท ทั้งที่เขาเอามันมาให้เธอทุกปีแท้ๆ ถ้าจะมีใครยังจำได้ว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ที่แทบไม่มีใครเลยก็คงมีเขากับพี่สาวซึ่งแทบไม่ได้พบหน้า แต่ปีนี้เธอกลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาจะนำมันมาให้เธอเพื่อย้ำเตือนว่ายังมีใครสักคนปรารถนาให้เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่มีความสุขบริบูรณ์และเติบโตอย่างดีโดยมีอนาคตอันงดงามคอยอยู่ วินาทีนั้นใจของเด็กสาวก็อ่อนยวบลง จุดเดือดเย็นตัวลงในทันใด เธอหันมองขนมฮิชิโมฉิในกล่องเต็มสายตาก่อนจะเลื่อนขึ้นไปยังใบหน้าเรียบเย็นของชายหนุ่มที่ตอนนี้ไม่สามารถอ่านอารมณ์ออกแล้ว ชิโฮหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัวแต่ครั้งนี้ปราศจากร่องรอยความโกรธขึ้ง เธอค่อยวางมือตรงช่วงอกของเขาเลื่อนผ่านขึ้นไปโอบรัดรอบคอและแนบศีรษะเกยกับใบหน้านั่นโดยไม่ต้องอาศัยคำพูดใดๆ แม้เพียงสักคำ

ชิโฮปรารถนาให้เขากอดตอบเธอ และคาดหวังว่าวิธีการนี้จะทำให้อีกฝ่ายเลิกน้อยใจ จะเมื่อไรหรืออย่างไรเขาก็ยอมลงให้แก่เธอตลอดไม่ใช่หรือ ใช่สิ หนึ่งลมหายใจถัดมาก็ยืนยันความมั่นใจดังกล่าวให้แก่เด็กสาวอย่างไม่อาจเคลือบแคลงเป็นอื่นได้อีกต่อไป ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นจับข้อมืออีกฝ่าย ไล้ผ่านแขนของเธอ ทีแรกชิโฮคิดว่าเขาจะดึงมือเธอออกและก็พลันรู้สึกหวาดกลัวจับจิต แต่แท้จริงแล้วเขากำลังจะดึงเธอให้เข้าไปใกล้มากขึ้นอีก มากขึ้นจนเขาสามารถซุกไซ้ใบหน้าลงมาได้ถนัด ก่อนจะพึมพำเสียงอู้อี้ยามริมฝีปาแนบชิดกับผิวเนื้อของอีกฝ่าย แต่ไม่ว่าใครก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจกับการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด็ดขาด

“จริงๆ แล้วเธอเป็นของฉัน เป็นของของฉัน” เขาบีบมือเธอแน่นเช่นนั้นราวกับจะกดประทับสลักความเป็นเจ้าของลงมา เลื่อนใบหน้าลงประทบที่ใบหูพลางขบกัดลงมาเบาๆ ก่อนจะขยับไปพรมจูบที่ไหล่ งับเล็กน้อย แล้วเลื่อนขึ้นไปอีกครั้งบริเวณลำคอระหงและขบเม้มเพื่อประทับตรา เธอแหงนหน้าอ้าปากพร้อมร้องครางแผ่วเบาด้วยเสียงกระเซ้าสั่นเครือราวกับว่านั่นคือคำตอบรับของประโยคดังกล่าวที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมาเสมือนหนึ่งถ้อยคำเว้าวอนขอความรักเมื่อครู่


- End -



ผลงานอื่นๆ ของ McBoffin.

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:24

    กรี๊ดดดด ฉันเขินนน =///= ปากแข็งทั้งคู่แต่การกระทำคือ อมก

    #4
    0
  2. วันที่ 10 เมษายน 2563 / 01:54

    Oh my god the best มาอีกเรื่องเเล้วจากที่ตามงานของไรท์มานะคะ คือเราชอบมากๆเลยคะตั้งเเต่เรื่องนกกระสาคาบเด็กเนอะ(ตั้งชื่อให้เอง)เราชอบมาทีไม่มีคำพูดกันเลยเเต่เราก็ยังเข้าใจอะคะ คือมันเเบบไม่เทพจริงจะทำให้เราเบื่อมากเเต่นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องกลับไปอ่านซ้ำตั้งหลายๆรอบ คือเราไมรู้จะพูดอะไรอะคะ มันยอดเยี่ยมจริงๆ เกือบจะบรรยายได้ เราปรารถนาเพียงเเค่ให้ไรท์เขียนคู่นี้อีกเยอะๆคะ

    ขอบคุณนะคะ❤

    #3
    0
  3. #2 Sherry R (@sherry_queen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:38
    อื้อหืมมมม อ่านจบแล้ว แต่ไม่รู้จะเมนท์ยังไง ให้ไรท์เตอร์รับรู้ได้ว่า ฟิคเรื่องนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆเลยค่ะ

    ภาษา สำนวน การบรรยาย ความหมาย การสื่อนัยยะที่มีในเรื่องคือ เรียกได้ว่างดงามมากๆ ไรท์ฯเขียนได้ดีสุดๆเลยค่ะ

    ชอบมากๆเลย แม้เรือหลักจะเป็นชูชิ สึบารุไอ แต่ยินเชอรี่คือเรือแรกของเรื่องนี้ค่ะ เป็นรักแรกเลย แม้ในเรื่องจะดูไม่มีแววความเป็นไปได้ก็ตาม 555
    เราชอบฟิคยินเชอรี่ของไรท์ทุกเรื่องเลยนะคะ เขียนดีทุกเรื่องเลยเช่นกันค่ะ ความหมายนัยยะในเรื่องนี้ที่ไรท์อยากจะสื่อ เราว่าเราพอจะเข้าใจนะคะ แต่อธิบายไม่ถูก แต่แน่นอนว่าฟิคทัชใจมากเลยค่ะ

    ขอบคุณสำหรับการเขียนฟิคที่ฟิน(แม้ไม่มีฉากอะไรหวือหวาหรือหวานจิกหมอนเลย แต่เราฟิน)นะคะ //กราบไรท์งามๆสามทีค่ะ
    #2
    0
  4. วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 00:00
    จะรอนะคะ
    #1
    0