คัดลอกลิงก์เเล้ว

The Snow, Death and Decay

โดย McBoffin.

- เขาถูกดูดลงไปในดวงตาสีขาวกระจ่างราวกับพายุโหมกระหน่ำ ที่พัดเอาจิตใจเขาให้จมดิ่งลงสู่ประกายสีฟ้าจางเหมือนซับน้ำฝนไว้

ยอดวิวรวม

594

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


594

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


5
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
จำนวนตอน : 2 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  1 มิ.ย. 63 / 16:44 น.
นิยาย The Snow, Death and Decay The Snow, Death and Decay | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




The Snow, Death and Decay
- หิมะ ความตาย และเถ้าถ่าน -




เท็นเง็นคะมิ มหาเทพบิดรผู้เป็นปฐมกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง แม้แต่กับความไม่มีสิ่งใด ได้สร้างผืนแผ่นดินนามว่าทะมะทะคะระซึ่งเป็นโลกเพียงหนึ่งเดียว มันถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่าและเอกภาวะ ทรงรังสรรค์แผ่นดินอันไพศาลเปี่ยมด้วยความอุดมสมบูรณ์และความรุ่งเรืองเจิดจรัส ทว่าความแตกแยกระหว่างพงษ์พันธุ์หลังจากนั้นเป็นเหตุให้พระองค์ต้องแบ่งดินแดนบนผืนแผ่นดินนี้เป็นสามส่วนอันได้แก่ทะคะมะฮะคะระเหนือผืนแผ่นดินดินแดนแห่งเหล่าเทพและเทพนารีโทโยอะคะชิฮะระบนผืนแผ่นดินของเหล่ามนุษย์ผู้เป็นที่โปรดปรานและอะสะคุโนะโยะมิแห่งแผ่นดินเร้นลับที่ซึ่งอสูร ปิศาจ ภูตพรายและบรรดาวิญญาณไม่ดับสูญสถิตอยู่ แต่ถึงกระนั้นความขัดแย้งบาดหมางก็ไม่เคยเลือนรางหายไป





ยุคิฮิโคะ โนะ มิโคะโทะคือเท็นชินคะมิ เป็นมหาเทพปกครองอะสะคุโนะโยะมิเป็นนายของเหล่าอมนุษย์ ได้รับพรจากมหาเทพบิดรให้ทรงอำนาจเสมอเท็นมิคะมิผู้ซึ่งเป็นมหาเทพปกครองทะคะมะฮะคะระอันเป็นดินแดนแห่งเทพและเทพนารีทุกประการ บางทีด้วยเพราะอยู่กับเหล่าปิศาจและอสูรมายาวนานจึงอาจหลงลืมการมีชีวิตไปทั้งอารมณ์และความรู้สึกล้วนด้านชาดวงตาสีอำพันไม่สะท้อนสิ่งใดทั้งสิ้นนอกเสียจากความว่างเปล่าอันลึกล้ำ

มีประพันธ์อยู่บนหนึ่งที่กวีบนโทโยอะคะชิฮะระเคยพรรณนาถึงเทพนารี จิฟุมิ โนะ มิโคะโทะคือเทพนารีตามลำนำนั้นแต่ถึงกระนั้นบทกวีก็มิอาจรำพันได้ถึงครึ่งของความงามแห่งนางนางเป็นราชบุตรีแห่งมหาเทพบิดรถือกำเนิดกลางวสันตฤดูที่ซึ่งทั่วดินแดนสะพรั่งไปด้วยมวลบุปผา ไม่มีเทพนารีถือกำเนิดขึ้นบนทะคะมะฮะคะระมานานและนางคือความปิติยินดีของมหาเทพบิดรผู้เป็นบิดา เป็นดังพระพรเสมอนามหนึ่งพันความดีงามทุกประการ



เพราะทะมะทะคะระมีสิ่งที่เรียกได้ว่าดีงามหนึ่งพันอย่างที่สื่อบนหนึ่งพันตัวอักษรและจิฟุมิคือตัวแทนหนึ่งพันความดีงามนั้น เพราะมหาเทพบิดรผูกนามให้นางเช่นว่าที่ใดที่นางเหยียบย่าง พรดีงามแห่งมหาเทพบิดรจะปรากฎ ณ ที่แห่งนั้นเสมอเหมือนกันตัวนางจึงถือตนว่าเป็นดังพระพรแต่คนผู้หนึ่งมิเคยขานนามที่เป็นเสมอพรศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งยามที่มันถูกเอื้อนเอ่ยอยู่เสมอ

เทพนารี” เขามักเรียกนางอย่างนั้นเรียกนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเจือความหมางเมินบางครั้งเสียงก็ขุ่นคล้ายอยากจะตำหนิ หากนั่นเป็นเพราะนิสัยของเขานั่นเองนางไม่ใคร่สนใจนัก นางมักเรียกเขาว่ายุคิฮิโคะสั้นๆ อย่างเป็นกันเองไม่มีพิธีรีตองให้มากความถึงแม้เขาจะมีสถานะที่สูงส่งกว่าก็ตามไม่ใคร่จะมีผู้ใดมีสถานะสูงกว่านางที่เป็นจ้าวราชบุตรีแห่งมหาเทพบิดรมากนักหรอก เขาไม่ว่าอะไร แต่มีครั้งหนึ่งต่างเอาไป ฮะคุเขาเรียกนางอย่างนั้นหลังจากต้องธนูของพวกนอกรีตเข้าที่สะบักยุคิฮิโคะ โนะ มิโคะโทะนั่งอยู่บนเบาะกำลังรินสาเกใส่มะสึ แขนเสื้อฮะโอะริถูกเปลื้องลงข้างหนึ่งให้เห็นผ้าพันแผลบนช่วงอกแน่นดวงตาสีอำพันต้องแสงตะเกียงจนดูวาววับเป็นพิเศษ

ตอนหลังนางถึงถามเขาว่าทำไมถึงเป็นฮะคุ เพราะนามนั้นแปลว่าขาวสล้างเขาบอกว่ายังไม่รู้อีกเหรอ ท่านพิสุทธิ์ยิ่งกว่าผู้ใดเป็นสีขาวปลอดโดยไม่มีการแต่งแต้ม ไม่มีสิ่งเจือปนดวงตาของท่านก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน



จิฟุมิจำครั้งแรกที่พบหน้าเท็นชินคะมิแห่งอะสะคุโนะโยะมิได้ นางเคยเอ่ยถามนามของเขา "ข้าควรเรียกท่านว่าอย่างไร นายข้า"

ในขณะนั้นเอง ยุคิฮิโคะ โนะ มิโคะโทะก็มองเส้นผมสีดำเรียบลื่นที่พันกันยุ่งของนารีน้อยตรงหน้า ร่างของนางดูปราดเปรียวและว่องไวแม้ริมฝีปากจะกระตุกยิ้มหากทว่าดวงตาไม่แสดงอารมณ์ใดยังคงสงวนกิริยาและเก็บงำอารมณ์ไว้อย่างดีเช่นสตรีชั้นสูงที่ได้รับการอบรมสิ่งหนึ่งที่เขารู้คือนางหาใช่มนุษย์ธรรมดาไม่นางคงจะเป็นเทพนารีสักองค์ที่แอบลงมาเล่นสนุกสำราญบนโทโยอะคะชิฮะระตามประสายุวเทพนารีผู้ยังเยาว์วัยยุคิฮิโคะเท็นชินคะมิเงียบไปครู่หนึ่ง "ดังเช่นที่เจ้าอยากเรียก"

"ข้ามักผูกนามให้แก่คนมากมาย จนตอนนี้หมดภูมิข้าแล้ว" ไม่เคยมีใครกล่าวเช่นนี้กับเท็นชินคะมิแห่งอะสะคุโนะโยะมิมาก่อนแต่จะอย่างไรเสีย นางก็คือสตรีที่กล้าหาญยิ่งอยู่นั่นเองเพราะนางคือจ้าวราชบุตรีแห่งมหาเทพบิดร แม้เขาจะกลบรัศมีแห่งเทพของตนจนหมดก็ตามทีทว่านางก็ไม่ได้มีท่าทีคร้ามเกรงดังเช่นที่ทุกผู้ทุกคนรู้สึกกับเขานั่นทำให้เขาสนใจใคร่รู้ถึงสถานะแท้จริงของสตรีตรงหน้าหรือบางทีอาจจะเป็นเทพนารีผู้อ่อนเดียงสามากเสียจนไม่รู้จักแยกแยะความเหมาะสมก็เป็นได้ เขาพินิจมองนางแล้วต้องนิ่วหน้าในความงามอันผุดผาดเกลี้ยงเกลานางพิลาศล้ำเกินไป มีประกายความองอาจแกล้วกล้ามากเกินไปและรัศมีความรู้สึกที่แผ่ออกมาในบรรยากาศรอบตัวก็บริสุทธิ์ไร้มลทินเสียจนระลึกได้ถึงความดีงามทั้งปวงทั้งหมดนี้ทำให้เขาชะงักด้วยความพิศวงในสิ่งที่รวมกันเป็นตัวนางเพราะไม่เคยพบเจอเทพนารีองค์ใดให้ความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเขาจึงหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมาในความไม่พอใจและนึกสะกิดใจในความงามผ่องแผ้วที่มากล้นเหลือนี้อีกทั้งนางคงจะเป็นนารีธาตุน้ำเนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันพิสุทธิ์แห่งการรักษาชำระล้าง และหล่อเลี้ยงอันแรงกล้าจนธาตุดินเข้มข้นในตัวเขาลุกโชนมันถูกปลุกให้สั่นสะท้านขึ้นมาและร่ำร้องรุนแรงจะตอบรับต่อธาตุที่จะเกื้อหนุนจุนเจือ ทั้งยังจะเสริมพลังให้เพิ่มพูนบริบูรณ์ยิ่ง ยุคิฮิโคะรำคาญคำถามของนางดวงตากลมโตใคร่รู้ใคร่เห็นอันสัตย์ซื่อนั่นและสิ่งทั้งหลายอันประกอบเป็นตัวนางนักจึงได้ตอบส่งๆไปด้วยนามที่ไม่คิดจะปกปิดอำพรางตนเพื่อที่จะได้ยุติเรื่องมากความหรือต่อความยาวสาวความยืดกับยุวเทพนารีองค์นี้

"เรียกข้าว่ายุคิฮิโคะแล้วกัน" ทว่าทั้งที่บอกออกไปเช่นนี้แต่นางก็หาได้ฉุกคิดถึงสถานะแท้จริงของเขาเลยแม้แต่น้อยหรือบางทีนางอาจจะไม่คิดสนใจแม้เพียงนิดนั่นเป็นครั้งแรกที่ยุคิฮิโคะนำตนเข้าไปผูกพันกับจ้าวราชบุตรีแห่งทะมะทะคะระและสายชะตาก็ค่อยๆ ถักทอไปตามทางที่พวกเขาทั้งคู่เลือกจะลิขิตขึ้นเองทีละน้อย








หากจะมีสิ่งใดที่เขาเชื่อหรือมีอารมณ์พันผูกเกี่ยวโยงด้วยต่างจากความหมางเมินต่อทุกสิ่งบนโลกอย่างผู้ปลดปลงสิ้นแล้วก็คงจะเป็นยุวเทพนารีองค์หนึ่งผู้เป็นเจ้าของนามหนึ่งพันความดีงามนางผู้เป็นข้อยกเว้นของสิ่งใดๆ ทั้งปวงสำหรับเขา ไม่ว่าจะเป็นความชิงชังต่อพงษ์พันธุ์เทพคำปรามาสสบประมาทและมลทินอันมีต่อเผ่าพันธุ์อมนุษย์ที่เขาปกครองตลอดจนความบาดหมางขัดแย้งทั้งหลายทุกประการบนผืนแผ่นดิน นอกจากนี้ระหว่างเขากับนางยังไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีคำว่าพงษ์พันธุ์ หรือแม้กระทั่งความเหมาะสมเข้ามาเกี่ยวข้องเราอยู่เหนือเรื่องราวหรือชนวนความแตกแยกไม่ลงรอยระหว่างเผ่าพันธุ์ แม้นั่นจะทำให้พวกเราต้องมาเกี่ยวพันอยู่ในวังวนดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอีกวิถีทางหนึ่งแทนก็ตาม เท็นชินคะมิแห่งอะสะคุโนะโยะมิยอมรับว่านางเป็นเทพนารีที่น่ารำคาญยิ่งเขาเชื่อว่ายามปกตินางเป็นสตรีที่ถูกอบรมมาอย่างดีว่าการแสดงออกซึ่งอารมณ์มากมายคือการเสียมารยาทและไม่งามทว่าเทพนารีองค์นี้กลับคล้ายจะเป็นขบถตัวน้อยๆ ยามอยู่กับเขา เป็นตัวของตัวเองอีกทั้งยังสดชื่นมีชีวิตชีวาทุกอารมณ์ที่พาดผ่านแสดงให้เห็นถึงการมีชีวิตและความงดงามของสิ่งที่เรียกว่าชีวิต นางช่างฉอเลาะเวลาอยู่ร่วมกันชอบอ้อล้อหยอกเย้าราวกับเห็นความเรียบเฉยถมึงทึงของเขาที่ใครต่อใครต่างครั่นคร้ามเป็นเรื่องสนุกจนเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธความสำราญยามอยู่กับนางได้ในท้ายที่สุด




จิฟุมิ โนะ มิโคะโทะ” ด้วยเสียงเรียกนั้น เจ้าของนามหนึ่งพันความดีงามจึงหันไปนางพบกับชายรูปร่างสูงใหญ่ที่จ้องมองเธออย่างเรียบเฉยเยือกเย็นเหมือนหิมะที่ราบเรียบสงบนิ่งใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้มจิฟุมิหันเผชิญหน้ากับยุคิฮิโคะ โนะ มิโคะโทะ จากนั้นภาพเบื้องหน้าก็ดูจะเคลื่อนไหวคลอนแคลนอย่างรวดเร็ว พอๆกับแรงกระทำที่เข้ามาดึงแขนเธอไว้ให้เข้าหาอีกฝ่ายผู้มีใบหน้าเย็นชาถมึงทึง

ปล่อยเราท่านถือดีอย่างไรมาแตะต้องกายเรา” ปกติแล้วจิฟุมิเท็นเนียวนั้นมิใช่คนถือยศศักดิ์ไม่ถือตัว และไม่หยิ่งยโสในตัวเอง ทว่ากับบุรุษตรงหน้า จิฟุมิรู้สึกไม่อยากยอมแพ้ดวงตาสีฟ้าสว่างเหมือนหยาดพิรุณวาวโรจน์และแข็งกร้าวอย่างท้าทาย ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่รู้สึกทุกข์ร้อนนัยน์ตาสีอำพันจ้องมองกลับมาอย่างเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านใดๆ เลยไม่มีความรู้สึกปรากฏออกมา นั่นทำให้เท็นเนียวตัวน้อยลังเลและเริ่มไม่มั่นใจนางไม่เคยเจอใครปฏิบัติเช่นนี้กับนางมาก่อนทั้งยังไม่เคยต้องทำทีเช่นผู้ถือตัวอันทระนงเย่อหยิ่งตามศักดิ์แต่กำเนิดหรือแสดงฐานะแห่งตนเช่นนี้ยุคิฮิโคะเท็นชินคะมิตวัดสายตาลงมองสตรีที่ตนดึงตัวไว้เขาเบือนหน้าเล็กน้อยคล้ายจะระอาแต่ก็ไม่ปรากฎความรู้สึกใดอยู่นั่นเองจากนั้นก็รวบตัวนางขึ้นไป เบาหวิวราวกับขนนก พาดบนบ่าของเขาดังยกปุยน่นเลยทีเดียวจิฟุมิเท็นเนียวตกใจยิ่ง นางไม่ทันได้ส่งเสียงทัดทานหรือกระทำสิ่งใดได้เลยด้วยซ้ำเมื่อได้สติกลับคืนมาอย่างอาการตกตะลึงที่ไม่ทันตั้งตัว เทพนารีก็ส่งเสียงร้อง

เทพนารียุคิฮิโคะเท็นชินคะมิกล่าว น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลงเหมือนจะปรามและเหมือนจะพยายามสงบสติอารมณ์ด้วยเช่นกัน มันเจือด้วยความขุ่นข้องและความสุขุมเยือกเย็นไปพร้อมๆกัน ท่านคิดว่าด้วยแรงแค่นี้จะทำอะไรเราได้หรือ




   


"เด็กน้อยเช่นท่านกล้าพูดถึงเรื่องเช่นบ่วงหรือ"ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวกับนางเช่นนั้น จิฟุมินิ่งเงียบไป สำหรับเหล่าเทพและอมนุษย์แล้วความรักที่พวกมนุษย์เรียกกันคือบ่วงเป็นพันธะที่ทุกพงษ์พันธุ์ไม่อาจขาดไปได้บ่วงถือเป็นพรวิเศษของมหาเทพกำเนิดที่มอบแก่ทุกชีวิตบนโลกรักครอบครัว รักบิดามารดาของตน รักชีวิต รักทรัพย์สิน หรือกระทั่งรักที่พึงระวังเช่นการรักคนผู้หนึ่ง ทุกเผ่าพันธุ์ย่อมมีด้วยกันทั้งนั้นจิฟุมิเท็นเนียวหยุดยืนอย่างเรียบเฉยราวกับรู้คำตอบนั้นถ่องแท้ดีอยู่ตลอดก่อนจะยิ้มให้กับอีกฝ่ายดวงตาสีฟ้าซีดจางราวกับซับน้ำฝนไว้นั้นอ่อนหวานลึกล้ำ "เรามิริอาจพูดถึง แต่เราเข้าใจความหมายของมันดี เพราะรักท่านเราจึงไม่คิดครอบครองสิ่งใดในตัวท่าน นั่นเพียงพอแล้วหรือไม่"

นางเคยกล่าวกับเขาเช่นนั้นในกาลต่อมาเขาถึงได้รู้ว่าบ่วงแท้จริงอันมากมายที่นางมีให้เขาดังว่านั้นประหัตประหารทำร้ายเขาได้มากถึงเพียงใด

เพราะข้ารักท่านรักทั้งหมดของท่าน เช่นนั้นข้าจึงต้องปล่อยท่านไป” ดวงตาสีขาวขุ่นมีสีฟ้าจางขึ้นเป็นริ้วราวกับว่านั่นคือสายธารแห่งความเศร้าที่ออกมาจากก้นบึ้งจิฟุมิเท็นเนียวยกมือขึ้นในระดับสายตาภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือใบหน้าแข็งกร้าวซึ่งมักจะสุขุมเยียบเย็นกำลังแสดงอารมณ์หวั่นวิตกเป็นครั้งแรกก่อนจะตะโกนออกมาจิฟุมิ โนะ มิโคะโทะรู้ว่าเท็นชินคะมิแห่งอะสะคุโนะโยะมิกำลังคำรามกึกก้องแต่เสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในห้วงอากาศที่ตนสร้างขึ้นเขาจะเห็นนางเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ภาพเลือนรางที่ค่อยๆ จางหาย ดังนั้นนางจึงยิ้มยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อชายที่รักยิ่ง และนั่นเป็นครั้งแรกที่จิตของเท็นชินคะมิแห่งอะสะคุโนะโยะมิสั่นคลอนนางหายไปในห้วงอากาศ เทพนารีองค์น้อยของเขาใช้เวทย์พรางตนนางเป็นหญิงใจเด็ดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วเขาไม่แปลกใจที่นางเด็ดขาดถึงขั้นปิดกั้นตัวเองจากเขา มหาเทพผู้ปกครองโลกเร้นลับยืนนิ่งงันอยู่เช่นนั้นสายลมพัดพาผ่านมาเหมือนมืออันนุ่มละมุนของยุวเทพนารีผู้ที่เขามอบดวงใจทั้งหมดให้ไป










สารบัญ 2 ตอน อัปเดตล่าสุด 1 มิ.ย. 63 / 16:442 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

ผลงานอื่นๆ ของ McBoffin.

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Maou (@O-ran-ge) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 15:57
    เปิดเรื่องมาก็น่าสนใจแล้ว
    เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #1
    0