-!คลังฟิค!-

ตอนที่ 4 : [fic Bleach] You were always by my side (IchiRuki)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ต.ค. 55


ส่งของขวัญให้แก่ท่านชายนายเคฟค่ะ ^^
รีเควสมาว่าขอแบบอบอุ่น  ไม่รู้จะถูกใจป่าวนะ?  แล้วก็ขอโทษที่ลงช้า(มาก T^T)



------------------------------------------------------------------------------






: You were always by my side :

 




 

..มือสองมือกอบกุมกันเอาไว้  และพร้อมที่จะเดินเคียงข้างกัน..

 

ในวันที่สายฝนโหมกระหน่ำ.....สาดซัดเอาความเย็นเยียบมาสู่ทุกชีวิตบนโลกใบนี้  มีเงาร่างสองร่างกำลังเร่งฝีเท้าเพื่อหาร่มไม้ใหญ่ๆ สักแห่งหลบหยาดน้ำจากฟากฟ้าที่กระหน่ำโปรยปรายลงมาเหล่านี้

“นั่นลูเคีย  ไปหลบในตู้โทรศัทพ์ตู้นั้นก่อนเถอะ” ร่างสูงที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าหันมาพร้อมกับเอ่ยบอกร่างบางเบื้องหลัง  เธอพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย  ก่อนจะวิ่งตามเขาไปยังตู้โทรศัทพ์นั่น..

..ที่มีอยู่เพียงตู้เดียว..

อิจิโกะวิ่งเข้ามาในตู้โรศัพท์  ก่อนจะดึงเอาร่างบางของหญิงสาวเข้ามาอัดอยู่ในตู้กับเขา  ด้วยระยะที่ชิดใกล้ขนาดที่สามารถสัมผัสลมหายใจของกันและกันได้แบบนี้  มันคงทำให้ทั้งสองเกิดอาการขัดเขินขึ้นมาได้  หากไม่เป็นเพราะบรรยากาศที่ไม่เป็นใจอยู่ตอนนี้  ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่มีอารมณ์มามัวเขินกัน

“โชคดีไปนะ  ที่พอมีที่หลบฝนบ้าง  ถึงจะเปียกไปมากแล้วก็เถอะ” ลูเคียบอกออกมา  พลางหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าจากการที่ต้องรีบวิ่งเพื่อหาที่หลบฝน

จริงๆ แล้วใช่ว่าเธอจะกลัวอะไรมากนักหรอกกับสายฝนแค่นี้  แต่เป็นเพราะวันนี้เธอหอบเอารายงานกลุ่มที่เธอกับอิจิโกะเพิ่งจะไปทำที่บ้านของอิโนะอุเอะกลับมาด้วยเพื่อให้เธอและอิจิโกะเป็นคนสรุปขั้นตอนสุดท้ายของงาน  ทำให้ทั้งเธอและอิจิโกะต้องรีบหาที่หลบเพื่อให้รายงานเล่มนี้ยังคงอยู่รอดปลอดภัยไปส่งถึงมือของอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ได้

“รายงานล่ะ?  เป็นไงบ้างเนี่ย” อิจิโกะเอ่ยถามออกมา  สายตามองดูเล่มรายงานที่อยู่ในอ้อมแขนของลูเคียอย่างเป็นห่วง

“ยังปลอดภัยดีน่า” เธอตอบ 

“ค่อยยังชั่วหน่อย” เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“นี่เจ้าห่วงรายงานขนาดนั้นเลยรึไง?” ลูเคียเอ่ยถาม  ดวงตาคู่กลมโตสีไพลินจ้องเขม็งมองคนตรงหน้า  ก่อนจะเบือนหนีช้าๆ ราวกับว่าไม่อยากจะใส่ใจกับคำตอบของเขา

“อะไรของเธอ?  ก็ต้องเป็นห่วงน่ะสิ  เพราะถ้าเราทำรายงานเล่มนี้เละล่ะก็....พรุ่งนี้เราทั้งคู่ก็คงจะโดนอาจารย์เล่นจนเละเป็นโจ๊กแน่ๆ” อิจิโกะตอบพร้อมทำท่าหวาดหวั่นนิดๆ

“นี่เจ้ากลัวอาจารย์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ไม่ได้กลัวขนาดนั้นหรอก  แค่ไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับเพื่อนร่วมกลุ่มคนอื่นๆ ด้วยน่ะสิ” อิจิโกะว่า

“งั้นทำไมก่อนออกจากบ้านอิโนะอุเอะ  เจ้าถึงไม่บอกให้เธอหาถุงมาใส่รายงานด้วยล่ะ  หรือไม่ก็ขอร่มมาก็พอแล้วนี่”

“เออเนอะ...ลืมคิดไปซะสนิทเลย” ร่างสูงทำหน้าเสียดาย

“เจ้าโง่!” ลูเคียอดที่จะต่อว่าในความโง่เล็กๆ ของเขาไม่ได้  และคนอย่างคุโรซากิ  อิจิโกะมีหรือที่จะยอมโดนด่าอยู่ฝ่ายเดียว

“ถ้างั้นทำไมเธอไม่ขอมาเองซะล่ะ”

“แล้วมันใช่หน้าที่ของข้าซะเมื่อไหร่ล่ะ?”

“มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของฉันซะหน่อย  ยัยบ้าเอ๊ย”

และเมื่อเห็นว่าการต่อปากต่อคำมันคงจะไม่สงบลงง่ายๆ  ลูเคียจึงตัดสินใจเป็นคนยุติมันลงเอง  โดยการ...

“หุบปากไปเลยเจ้าโง่”

...ต่อยเข้าที่ปลายคางของร่างสูงอย่างจัง

“โอ๊ย” อิจิโกะเอามือกุมคางไว้พร้อมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด  พอจะคิดแผนเล่นงานฝ่ายตรงข้ามคืนบ้าง  เขาก็ต้องหยุดความคิดนั้นเอาไว้...

พลางมองดูหน้าของหญิงสาวที่ตอนนี้เสมองออกไปยังนอกตู้โทรศัพท์

อิจิโกะมองตามสายตาของลูเคียบ้าง  แต่เขาก็พบเพียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเท่านั้นเอง

“เป็นอะไรไป?” เขาตัดสินใจเอ่ยถามเธอออกไป

ลูเคียหันมามองหน้าอิจิโกะเล็กน้อย  ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธน้อยๆ “เปล่านี่”

“หือม์.....?” เขามองเธออย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปอีก

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานซักกี่นาทีแล้ว  หรือบางทีมันอาจจะผ่านไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ  แต่อิจิโกะกลับรู้สึกอัดอึดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  ไม่ใช่เพราะว่าตู้โทรศัพท์มันแคบหรอกนะ  แต่บางทีมันคงจะเป็นเพราะร่างบางที่ยืนเบียดชิดกับเขาอยู่....ไม่ยอมพูดจาอะไรออกมาเลยต่างหาก  สายตาของเธอยังคงเหม่อมองออกไปเบื้องนอก  มองดูสายฝนที่สาดซัดนั่นอย่างไม่คิดจะละสายตา..

ร่างสูงคงมีความอดทนต่อบรรยากาศแบบนี้ต่ำ  เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามเธอ “ลูเคีย  มีอะไรรึเปล่าน่ะ  มองอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

ถามออกไป  ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเธอคงกำลังจ้องมองสายฝนนั่น

“ข้า........” เธอเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว  ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงจ้องมองหยาดวรุณนั่นไม่วางตา “รู้มั้ยอิจิโกะ  ข้าน่ะ...เกลียดฝนมากๆ  เพราะมันทำให้ข้าคิดถึงเรื่องบางเรื่องที่ข้าอยากจะลืม  แต่ก็ไม่มีวันลืมได้  เรื่องที่ข้า.......”

“ไคเอ็นงั้นเหรอ..?” อิจิโกะตัดบทเอ่ยออกมา  ลูเคียหันมามองหน้าเขาน้อยๆ  ก่อนจะพยักหน้ารับ

ร่างสูงถอนหายใจเบาๆ  ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวเธอ “อย่าคิดมากเลยน่า  เรื่องมันผ่านมานานแล้วนี่นา..”

“อิจิโกะ...” เธอเรียกเขาเสียงเบา  น้ำเสียงราวกับว่าซาบซึ้งใจนั้น  ทำให้อิจิโกะไม่ทันได้คิดระวังตัวว่าลูเคียจะ..

พลั่กกก

“โอ๊ยย” เสียงร้องของชายหนุ่มดังออกมาอีกครั้ง  ก่อนเขาจะหันมาถามเธอทั้งที่มือยังคงลูบหน้าของตัวเองอยู่ป้อยๆ “ต่อยฉันทำไมเล่าห๊ะ?”

“อย่ามาลามปามสิ! ข้าอายุมากกว่าเจ้านะ  ทำตัวอย่างกับข้าเป็นเด็กไปได้” เธอว่าพลางเชิดหน้าใส่เขา  อิจิโกะจึงยิ้มออกมาน้อยๆ

“นั่นสินะ”

ลูเคียมองหน้าอิจิโกะอีกเล็กน้อย  ก่อนจะหันออกไปมองยังสายฝนนั้นอีกครั้ง “เจ้าเอง...ก็คงจะเกลียดฝนมากๆ เลยสินะ?”

“ทำไมถึงคิดยังงั้นล่ะ?” ร่างสูงไม่ตอบ  แต่กลับเอ่ยคำถามกลับมา

“ก็..วันที่เจ้าสูญเสียสิ่งสำคัญไป  มันก็คือวันที่ฝนตกไม่ใช่รึไง?”

“ก็...ไม่รู้สิ” เขาตอบ “ฉันเคยคิดนะว่าฉันอาจจะเกลียดฝน   แต่ว่านะ บางที....ฉันอาจจะรักมันมากกว่า”

ร่างบางหันมาจ้องหน้าอิจิโกะ  คิ้วบางของเธอขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างงุนงง “หมายความว่าไงน่ะ?”

“ก็..เวลาที่ฝนตกน่ะ  แม่จะคอยจับมือฉันเอาไว้แล้วก็พาฉันเดินไปตามทางเท้าที่มีผู้คนบางตา  ได้อยู่ใต้ร่มคันเดียวกันกับแม่  ได้เห็นรอยยิ้มของแม่  แบบนั้นมันมีความสุขออกนี่  แล้วฉันจะเกลียดสายฝนลงได้ยังไงกัน..” 

“อิจิโกะ......” ลูเคียเอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงเบาอีกครั้ง  คราวนี้อิจิโกะสะดุ้งน้อยๆ ด้วยกลัวว่าจะมีกำปั้นแถมมาด้วยรึเปล่า  ทำเอาลูเคียถึงกับต้องขมวดคิ้วถามทันที “อะไร?  ท่าทางแบบนั้นมันหมายความว่าไงกัน”

“เอ่อ...เปล่า” หนุ่มผมส้มเอ่ยตอบช้าๆ  นัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววหวาดหวั่นให้เธอเมื่อครู่หายไปทันที “ว่าแต่เรียกทำไม  ตกใจหมด” แถมยังแก้ตัวด้วยการทำเป็นว่าเขาตกใจแทน

“เจ้า....คงคิดถึงแม่สินะ?”

“ก็เหมือนเธอนั่นแหละ  คงคิดถึงไคเอ็นสินะ?” คำพูดของอิจิโกะ  ทำเอาดวงตากลมโตหม่นสีลงไป..เพียงแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น  ลูเคียก็แย้มรอยยิ้มออกมาน้อยๆ

“เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกกันนะ  ข้าชักจะหนาวขึ้นมาซะแล้วสิ”

อิจิโกะมองหน้าเธออย่างสงสัย....สงสัยที่เธอไม่ยอมตอบ  และยังเปลี่ยนเรื่องอีกตะหาก..

“เออ  นั่นสินะ”

..แต่ในเมื่อเธอไม่อยากพูด  เขาก็ไม่อยากที่จะฟัง

บรรยากาศจึงตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง  จะมีก็เพียงแต่เสียงของสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างไม่หยุดหย่อนเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่

เวลาผ่านไป....จนกระทั่งอิจิโกะรู้สึกได้ว่าคนที่อยู่เคียงข้างเขาบัดนี้กำลังตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด  คงจะเพราะเธอรู้สึกหนาวขึ้นมาเสียกระมัง

เขาแอบยิ้มน้อยๆ  แต่ไม่ได้ยิ้มเพราะตลกหรือเพราะจะเย้ยหยันว่าเธอไม่มีความอดทนกับความเย็นแค่นี้หรอก  แต่เขายิ้ม...เพราะเขาคิดว่าน้อยครั้งนักที่ลูเคียจะแสดงความอ่อนแอของเธอให้คนอื่นๆ ได้เห็น  นั่นเพราะปกติแล้วเธอมักจะแสดงตนว่าเข้มแข็ง  กล้าหาญ  เป็นที่พึ่งพาของคนอื่น  ทั้งๆ ที่ความจริงเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง...แม้จะเป็นยมทูตก็เถอะนะ

“หนาวเหรอ?” เสียงเข้มเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล  แต่คำตอบที่ได้รับจากเธอก็เพียงการส่ายหน้าปฏิเสธเท่านั้น “เหอะ  หนาวก็ยอมรับเถอะน่ายัยบ้า”

“ก็ข้าไม่ได้หนาวซะหน่อย”

“ปากแข็ง” ต่อว่าเธอ  ก่อนจะใช้แขนแกร่งโอบกอดตัวเธอเอาไว้เบาๆ  ลูเคียสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะเหลือบมองหน้าอิจิโกะ  แต่เขาเพียงแค่ยักคิ้วให้เธอเท่านั้น

“ไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นเลย....” ลูเคียตอบออกมา  ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “แต่ก็ดีกว่าเดิมล่ะนะ”

แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มให้กัน

สายลมแรงที่พัดผ่านเข้ามาในตู้โทรศัพท์แห่งนี้  พาให้อากาศที่เย็นจากการที่ฝนตกอยู่แล้วต้องเย็นขึ้นอีกเป็นเท่าตัว  แต่ลูเคียกลับไม่รู้สึกหนาวเลยแม้แต่น้อย  เพียงเพราะเธอรู้ดี..ว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธออยู่นี้มันอบอุ่น  อบอุ่นเสียจนทำให้เธอไม่อาจรับรู้ได้ถึงความเย็นเยียบของอากาศได้เลย

“นี่ลูเคีย..” อิจิโกะเอ่ยเรียกเธอเบาๆ

“อะไร?  หนาวรึไง??” เธอเอ่ยถามกลับไป

“เปล่า..” ร่างสูงตอบกลับ  ก่อนจะจ้องมองเธอ “ฉันมีเรื่องอยากขอร้องเธอน่ะ  แต่ไม่รู้ว่าเธอจะทำให้ฉันได้รึเปล่า”

“เรื่องอะไรล่ะ?” ลูเคียเอ่ยถาม  ก่อนจะขยับตัวน้อยๆ  และอิจิโกะก็ยอมคลายอ้อมกอดออกเพื่อให้ร่างบางได้ขยับตัวอย่างสะดวก

“เธอน่ะ.....อยู่เคียงข้างฉันตลอดไปได้มั้ย?”

“หา..?” ลูเคียขมวดคิ้วมุ่นอีกรอบ  สีหน้าสงสัยแสดงออกอยู่บนใบหน้าเรียวเล็กนั่นอย่างชัดเจน “พูดอะไรน่ะ  ไม่เห็นเข้าใจเลย”

และปฏิกิริยาของเธอ  มันทำให้เขา...เขิน

“ก็  ก็อย่างที่พูดนั่นแหละ  พอกอดเธอแล้วมันก็ชวนให้คิดถึงแม่ขึ้นมาน่ะ”

“นี่เจ้าเห็นข้าเป็นแม่ของเจ้ารึไงกันน่ะหา?  อิจิโกะ” ร่างบางเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเพราะคำพูดของเจ้าของเรือนผมสีส้มซะแล้ว

“ไม่ใช่อย่างนั้น  ถ้าฉันเป็นเธอเป็นแม่จริงๆ  ฉันคงไม่ขอให้เธออยู่เคียงข้างฉันตลอดไปหรอกน่า  เพราะ...วันนึงคนเราก็ต้องจากกับครอบครัว  เพื่อไปสร้างครอบครัวใหม่ของตัวเองไม่ใช่รึไง” เขาว่า  ก่อนจะงึมงำออกมาเบาๆ “เพราะงั้น...ฉันไม่ได้เห็นเธอเป็นแม่แน่นอน”

“แล้วไงล่ะ?” คนตัวเล็กกว่ายังคงถามกลับอย่างหน้าตาย

“ก็หมายความว่า....อย่างที่พูดนั่นล่ะน่า  ถ้าไม่เข้าใจก็ช่างมันเถอะ  ขี้เกียจจะพูดแล้ว! อิจิโกะสะบัดหน้าหนี  รู้สึกเซ็งน้อยๆ กับอาการเข้าใจอะไรยุ่งยากของคนตรงหน้า  ก่อนจะเบิกตาขึ้นด้วยความดีใจ “เฮ้ๆ ลูเคีย  ฝนซาแล้วล่ะ  อีกไม่นานมันคงจะหยุดตกแล้วล่ะ”

“งั้นเหรอ” ลูเคียหันมองตาม  จริงอย่างที่อิจิโกะว่า  ฝนเริ่มซาลงแล้ว...

“เดี๋ยวพอมันหยุด  เราก็รีบวิ่งกลับบ้านเลยละกันนะ” อิจิโกะหันมาบอก  ก่อนจะทำหน้างงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลูเคียไม่ได้ยิ้มดีใจที่ฝนหยุดตก.. “เป็นอะไรของเธอน่ะ  ไหนว่าไม่ชอบฝนไง  นี่มันก็จะหยุดตกแล้ว...ไม่ดีใจเหรอ?”

“ดีใจสิ” เธอว่า

“ท่าทางไม่ได้ดูเป็นงั้นเลยนะ” ร่างสูงบ่นงึมงำ ก่อนจะถามเสียงดัง “นี่..แล้วตกลงที่ฉันถามล่ะ  ว่าไง?”

“หืมม์” ดวงตากลมโตคู่งามเหลือบมองร่างสูงสีผมแสบตาเล็กน้อย  ก่อนจะยิ้มออกมา “อะไร?”

“ที่ฉันถามว่า..อยู่เคียงข้างฉันตลอดไปนั่นไง” อิจิโกะบอก สีหน้าเริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจ

ไม่พอใจที่เธอไม่ตอบ  หรือว่า....

“มั่นใจเหรอว่ามันคือคำถาม?”

.....ไม่พอใจที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบมัน

“ถ้าไม่อยากตอบก็ช่างมันเถอะ  ฉันพอจะรู้คำตอบของเธออยู่แล้วล่ะ” อิจิโกะตัดใจปล่อยให้เรื่องมันแล้วไป  ก่อนจะกอดอกหันหน้าหนี  สร้างความอึดอัดเพิ่มมากขึ้นในตู้โทรศัพท์เล็กๆ นั่นเป็นอีกเท่าตัว

ลูเคียถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ..ทำตัวยังกะเด็ก.. เธอคิดก่อนจะลอบมองคนตรงหน้าที่ยังหันหลังให้เธอ  จริงๆ เธอก็แอบหมั่นไส้ท่าทางแบบนี้ของอิจิโกะจนอยากจะยกเท้าถีบเขาให้กระเด็นออกไปนอกตู้โทรศัพท์เสียให้รู้แล้วรู้รอด  แต่ทำแบบนั้นมันก็ออกจะโดร้ายเกินไปหน่อย  อีกอย่าง..มันไม่ใช่นิสัยของผู้หญิงอย่างเธอด้วย (เหรอ?)

“อิจิโกะ...” เอ่ยเรียกด้วยเสียงนุ่มนวล

“อะไร?” ตอบกลับด้วยเสียงไม่เต็มใจนัก

“ลองพูดอีกทีสิ....แต่ขอแบบที่ไม่ใช่ประโยคคำถามนะ  เอาแบบที่มันน่าฟังๆ น่ะ”

ร่างสูงหันหน้ามาหาเธอ  ก่อนจะพบรอยยิ้มจริงใจของเธอที่ส่งมาให้  อิจิโกะยิ้มน้อยๆ ออกมา  เขาดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด  โดยที่ตัวเธอเองไม่ได้มีท่าขัดขืนเลย

“ลูเคีย...เธอ..อยู่เคียงข้างฉันตลอดไปนะ  เพราะฉันเองก็จะอยู่เคียงข้างเธอ.....”

คำพูดถูกเอ่ยออกมา  พร้อมกับอ้อมแขนที่กระชับแน่นขึ้น  อ้อมกอดที่สื่อความหมายว่าจะปกป้องเธอ..และทำให้เธอมีความสุขให้ได้  แม้จะอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เธอเกลียดแสนเกลียดก็ตามที 

“อิจิโกะ...ข้า..” เอ่ยออกมา  ก่อนจะจ้องมองดวงตาคู่สีน้ำตาลคมที่มองเธออยู่ก่อนแล้วนั้น

นัยน์ตามุ่งมั่นนั่น...บอกให้เธอรู้ว่าเขาพูดจริง  และเขาจะทำในสิ่งที่เขาพูดให้ได้  ลูเคียแย้มรอยยิ้มบางๆ ให้เขา  ก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบออกไปด้วยคำมั่นสัญญา

 “จนกว่าร่างกายนี้จะมลายเหลือเพียงเศษธุลี  ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า..อิจิโกะ  ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า.....”


 

..ตลอดไป..

 

 


 

 Fin.











มุมฝอย ;; ไม่รู้ว่าจะถุกใจมั้ยนะเคฟ  55.  รีเควสมาว่าขอแบบอบอุ่น  แต่ท่าทางมันจะไม่ได้อุ่นเลยแหะ

อีกอย่างตอนแรกกะว่าจะให้ธีมเป็นหิมะซะหน่อย  แต่คิดไปคิดมา  ไงๆ กะอิจิลูคิ  มันก็ต้องฝนเท่านั้น เนอะ? ^^

ยังไงก็สุขสันต์วันเกิด(ย้อนหลัง)นะจ๊ะ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #11 Mindeming (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 15:52
    เหยดด หวานซะ น่ารักไปม้อยยย?
    #11
    0
  2. #9 EverDamenT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 12:30
    น่ารักจังง
    #9
    0
  3. #7 KeF~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 12:31
    ก็อบอุ่นดีออกนี่หว่า หวานด้วย เขินเขิน
    ชอบนะ ประโยคตัวเอียงข้างบน  ประโยคพูดบอกว่าจะอยู่เคียงข้างลูเคีย ประโยคที่ลูเคียตอบกลับ  ทั้งหมดนั่นมันเชื่อมกับคำว่า ..ตลอดไป.. ที่อยู่ตรงท้ายเรื่องอ่ะ  อ่านแล้วมันชื้นใจนะ
    แล้วอะไรวะครับนั่น  ลูเคียไม่ใช่นิสัยยังงั้น เหอะเหอะ เจ๊กล้าจริงๆ นะจ๊ะ
    บรรยากาศที่เต็มไปด้วยฝนพรำ เหมาะกับอิจิลูที่สุดแล้วล่ะ  เพราะคู่นี้มันสื่อกันด้วยฝน (" ")

    สุดท้าย ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นนี้นะครับ
    ถึงจะส่งช้า แต่ผมก็ดีใจนะที่ทำส่ง
    #7
    0