[ทำมือ] FIGURE ☩ สัมพันธ์รัก

ตอนที่ 5 : [อัปครบ] Before In Relationship ☩ Episode 04 | สร้างภาพ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,637 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

คำแนะนำในการอ่าน

1. เนื้อเรื่องมีความยาว 500,000-600,000 อักขระ แบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ Before In Relationship , Complex Relationship , After In Relationship

2. เนื้อหาจะเป็นแบบพัฒนาความสัมพันธ์ ไม่มีอะไรซับซ้อน เน้นเรื่องความรักจริงๆ และนางเอกน่าสงสารมากก

3. โทนเรื่องจะเริ่มเข้มข้นไปตามแต่ละภาค เริ่มแรกจะเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไร แต่จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความโรมานซ์และอีโรติกมากขึ้นๆในตอนต่อไป


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ jaehyun nct gif


[EPISODE 04]

สร้างภาพ 1



“พรุ่งนี้มีถ่ายพรีเวดดิ้ง (Pre-Wedding)”

หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อย เลขก็พาฉันไปส่งบ้าน ระหว่างนั้นเขาก็เอ่ยถึงแผนการในวันพรุ่งนี้ไปด้วย ซึ่งมันทำให้ฉันออกจะประหลาดใจอยู่หน่อย ๆ 

ถ่ายพรีเวดดิ้งงั้นเหรอ...

การแต่งงานเพราะธุรกิจที่ไม่มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้องแบบนี้จำเป็นต้องถ่ายรูปพวกนั้นด้วยเหรอ

“...ทำไมนายถึงถ่ายล่ะ” ฉันถามออกไปเพราะอยากรู้ความคิดของเลขที่มีต่อเรื่องนี้ ก็เขาเป็นคนพูดเองแท้ ๆ แต่กลับจัดการเรื่องนี้ให้เสมือนว่าเรากำลังจะแต่งงานด้วยหัวใจจริง ๆ ยังไงยังงั้น

หรือจริง ๆ แล้วเขาก็ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อฉัน...

“แม่จัดให้”

ทว่าคิดเข้าข้างตัวเองไม่ทันไร คำตอบของเขาก็ทำให้ความหวังที่แสนจะริบหรี่ของฉันดับลงสนิทอย่างไม่มีวันติดไฟขึ้นมาอีก

ก็นั่นน่ะสิ คนอย่างเลขน่ะเหรอจะคิดเรื่องพวกนี้เป็นกับเขา ฉันนี่คิดบ้าอะไรอยู่

น่าสมเพชตัวเองชะมัด...

“ถึงแล้ว”

เมื่อรถของเลขจอดเทียบหน้าบ้าน เขาก็เอ่ยเป็นคำสั่งกราย ๆ ว่าให้ลงไป ซึ่งฉันก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายแล้วลงมาโดยไม่ลืมบอกลาอย่างทุกครั้ง

“ขับรถดี ๆ นะ”

“อือ” เลขรับคำสั้น ๆ แล้วออกรถจากไป

ฉันยืนมองรถออดี้สีดำที่ขับไกลออกไปเรื่อย ๆ ด้วยสายตาเรียบนิ่งหากแต่เก็บทุกอารมณ์ไว้ จากนั้นจึงหมุนตัวเดินเข้าบ้านอย่างคนหมดเรี่ยวแรง ความรู้สึกในวันนี้มันช่างหลากหลายและชวนปวดหัว เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย จนฉันก็เริ่มคิดแล้วว่าไม่รู้สึกอะไรจะยังดีกว่าเลย

เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่... เหนื่อยใจสิมากกว่า

เฮ้อ...


วันต่อมา

“มีกี่ชุดที่ต้องถ่ายวะเนี่ย”   

เสียงพะพายเพื่อนรักที่วันนี้มาช่วยฉันในการถ่ายพรีเวดดิ้งดังอุบอิบหลังจากเห็นจำนวนชุดที่ทั้งแม่ของฉันและแม่ของเลขต่างพากันจัดแจงมาให้ ไม่ว่าจะเป็นชุดชาติไทย ชุดชาติญี่ปุ่น หรือชุดแต่งงานอีกสามสี่แบบ

เห็นแล้วท้อแทนรักเลย” เธอกล่าว ซึ่งฉันก็ได้แต่ส่งยิ้มเหือดแห้งกลับไป

ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องถ่ายเยอะอะไรขนาดนี้...

พวกแม่ ๆ ดูจะตื่นเต้นกว่าเจ้าของงานเสียอีกนะว่ามั้ย

“แล้วจะเริ่มถ่ายจากชุดไหนก่อนอ่ะ” พะพายเลิกคิ้วถาม ท่าทางเหมือนคนไม่เต็มใจอยากช่วยนั่นทำให้ฉันหลุดขำออกมาเล็กน้อย

“ไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรนะพาย” ฉันบอกเธอ ยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างเคยชินเวลาหัวเราะ

“ฉันแค่ท้อแท้เฉย ๆ น่า ไม่ได้ไม่อยากสักหน่อย เพื่อนจะแต่งงานทั้งทีก็ต้องช่วยดิ” แต่พะพายกลับเท้าสะเอวใส่ พลางทำหน้าดุราวกับต้องการจะบอกว่า เพื่อนกัน ทำไมต้องเกรงใจอะไรประมาณนั้น

“ขอบคุณนะ”

เพราะรู้ไงว่าพะพายไม่มีทางกลับง่าย ๆ ฉันถึงได้ยิ้มออกมา อย่างน้อยเพื่อนคนนี้ก็เพียงพอที่จะเป็นพลังงานด้านบวกให้ฉันได้ในวันนี้

“ว่าแต่เจ้าบ่าวเธอไปไหนล่ะ”

สักพักพะพายก็เอ่ยถึงเลข ได้ยินดังนั้นระดับความกว้างของริมฝีปากจึงลดลงเล็กน้อย

ไม่ใช่ว่าไม่โอเคที่ได้ยินชื่อเขา แต่ฉันแค่ไม่สามารถตอบคำถามของพะพายได้ ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ฉันควรรู้

มีอย่างที่ไหนคนเป็นเจ้าสาวถึงไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวตัวเองอยู่ที่ไหนในเวลาอย่างนี้... เวลาที่ต้องมาถ่ายภาพแห่งความทรงจำร่วมกัน

“เดี๋ยวคงมา”

และนี่คงเป็นคำตอบเดียวที่ฉันพูดออกไปได้...

“ให้ตายสิ อีตาเลขทำไมเป็นคนแบบนี้กันนะ” พะพายชักสีหน้า ดูจะโกรธแทนไปเรียบร้อยทั้งที่อารมณ์นั้นควรเป็นของฉันแท้ ๆ  

จากนั้นไม่นาน เธอก็หันมากวักมือแล้วกล่าวว่า “ปะ ๆ เราไปแต่งหน้าแต่งตัวรอมันกัน”

ได้ฟัง ฉันก็ชะงักไปเล็กน้อยกับสรรพนามที่พะพายใช้เรียกเลข

มันเหรอ... ขนาดว่าฉันสนิทกับเลขมากกว่ายังไม่กล้าเรียกเขาแบบนั้นเลยนะ

พะพายเนี่ย น่าชื่นชมจริง ๆ


ชุดแรกที่ฉันต้องใส่เป็นชุดเจ้าสาวสีขาวทรง Mermaid ที่ช่วงบนเป็นเกาะอก ช่วงล่างเป็นกระโปรงยาวทรงเอแนบกับสะโพก แต่ทิ้งชายเป็นริ้วระบายออกตั้งแต่ใต้หัวเข่าลงมา ทั้งชุดถูกประดับประดาด้วยลูกไม้และเพชรพลอยต่าง ๆ ส่วนศีรษะก็มีมงกุฎสีเงินและผ้าคลุมลายลูกไม้สีขาว

ซึ่งทั้งหมดนี้รวมราคาแล้วมากกว่าครึ่งแสน

ฉันออกจะตกใจที่ชุดใส่ครั้งเดียวในชีวิตนี้ ครอบครัวเราจะลงทุนมากขนาดนี้

ไม่มีประโยชน์เลยแท้ ๆ ....ใส่ไปใช่ว่ามันจะทำให้เลขหันมารักสักหน่อย

“สวยมากเลยค่ะคุณหนู ไม่ผิดหวังที่เดี๊ยนลงแรงตัดให้ อย่างกับเห็นราชินีของราชวงศ์เลยค่ะ!

เสียงเจ้าของผู้ออกแบบชุดดังขึ้นหลังจากเห็นผลงานตัวเองอย่างภาคภูมิใจและปลื้มปีติ ชื่อของเขาคือ อุ้ยอ้ายเป็นสาวประเภทสองที่มีชื่อเสียงด้านการตัดชุดมากที่สุดในประเทศไทย

“ขอบคุณค่ะ” คำชมของคุณอุ้ยทำให้ฉันต้องยิ้มขอบคุณกลับไปอย่างมีมารยาทถึงมันออกจะโอเวอร์ไปหน่อย

ราชินีเหรอ... ถ้าราชินีแดงที่ไม่มีคนรักก็อาจใช่นะ (หัวเราะแห้ง)

“ทำหน้าให้มันมีความสุขหน่อยสิรัก”

ประโยคนี้เป็นของพะพายที่ช่วยคุณอ้ายแต่งตัวให้ฉันก่อนหน้านี้ พอหันไปมองก็เห็นเพื่อนรักคิ้วขมวดตำหนิติฉันที่คงจะทำสีหน้าเหมือนคนกำลังฝืนอะไรบางอย่างออกไป

“อื้ม” ฉันขานรับ แล้วยิ้มกว้าง ๆ พยายามทำให้มันดูสดใสอย่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนจะตบตาพะพายไม่ได้เลย

“ถามจริงเถอะ ทำไมทำหน้าเหมือนคนไม่อยากแต่งงี้” เธอถามแล้วกอดอก

“....” ฉันไม่ตอบแต่เบี่ยงสายตาไปยังคุณอุ้ยที่ยืนมองอยู่ สีหน้านั้นบ่งบอกว่าอยากรู้เรื่องด้วยเต็มที่จนฉันต้องส่งยิ้มออกไปแล้วเอ่ยอย่างนุ่มนวล “ขอเวลาเราสองคนก่อนนะคะ”

“อะ อ๋อ... ก็ได้ค่ะ” คุณอุ้ยทำท่าเหมือนไม่อยากไปแต่ก็ยอมถอยแต่โดยดี

เมื่อในห้องเหลือเพียงฉันกับพะพาย ความเงียบก็เข้าปกคลุม ไม่มีใครเอ่ยอะไรก่อนจนกระทั่ง...

“เธอมีอะไรปิดบังเราใช่มะ” พะพายเป็นฝ่ายเปิดประเด็น

ฉันเลี่ยงสายตาไปทางอื่น ขบคิดอย่างถี่ถ้วนเรื่องการแต่งงานระหว่างฉันกับเลข พะพายเป็นคนค่อนข้างที่ถ้าได้สงสัยอะไรแล้วก็จะจี้ถามไม่หยุดจนกว่าจะได้คำตอบ ซึ่งฉันไม่อยากบอกเธอเลยจริง ๆ

ฉันเคยบอกเหตุผลไปแล้วว่าอยากให้คนอื่นเข้าใจว่าเราสองคนรักกัน

แต่เพราะท่าทางของฉัน ความต้องการนั้นเลยไม่เป็นผล

สุดท้าย...ฉันก็ทำตัวเองเองจนได้

“พะพาย”

หลังจากเงียบอยู่นานฉันก็เรียกชื่ออีกฝ่าย

“ว่าไง” ซึ่งพะพายก็เฝ้ารอคำตอบอยู่นานแล้ว

“รักอยากให้พายเข้าใจรัก” และสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้คือคำร้องขอ สรรพนามที่เปลี่ยนไปเป็นตัวบ่งบอก

ได้ยินดังนั้นพะพายก็คลายแขนที่กอดอกไว้ออก สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่พอใจมาก “หมายความว่ารักจะไม่บอกอะไรบางอย่างกับพายใช่มั้ย”

“.....” ฉันไม่ตอบ แต่หลุบสายตาลง เลือกที่จะไม่สบตากับพะพาย ซึ่งเราสองคนก็เงียบกันไปนาน

“ได้”

เวลาต่อมาพะพายก็พูดขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเธอด้วยความสั่นไหว พะพายตอนนี้ทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขามจนฉันไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลย ทว่า

“ถ้ารักไม่สะดวกใจ พายก็ไม่เซ้าซี้แล้ว” พะพายกลับกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนลง นั่นทำให้ฉันลดความกดดันได้

“พาย...”

“ก็ขอให้มีความสุขนะ” พะพายอวยพรฉันและส่งยิ้มมาให้ เป็นรอยยิ้มที่ทั้งจริงใจและเข้าใจฉันในขณะเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้ฉันยิ้มออกหลังจากนั้น โดยเฉพาะในประโยคถัดไป “ถ้ามันทำอะไรรัก มาบอกเรา เราจะเตะมัน”

อย่างกับว่าทำได้งั้นแหละ...

 

LEK PART  

ผมกำลังไปสตูดิโอเพื่อถ่ายพรีเวดดิ้ง...

ก่อนหน้านั้นผมต้องทำงานที่บริษัทเลยไปช้านิดหน่อย แต่คงไม่มีปัญหาอะไรมากหรอก เพราะชุดผู้ชายมันไม่ได้ยุ่งยากเหมือนผู้หญิงเท่าไหร่ ส่วนผมก็เซ็ตทรงเดิมตลอดงานก็ยังได้

ผมชิวอยู่แล้วล่ะ...

“กว่าจะมานะไอ้พี่เลข”

ทันทีที่ก้าวลงจากรถ เสียงหนึ่งก็ทักทายมาเป็นอย่างแรก ผมจึงลากสายตาไปมองเจ้าของเสียงนั้นด้วยความเรียบนิ่ง ไม่มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ

เป็นไอ้ไม้ หรือชื่อเกาหลีคือ นามู

ลืมบอกไปว่ามันมีอาชีพเสริมเป็นช่างถ่ายภาพ ถึงไม่ได้มีชื่อเสียง แต่มันมืออาชีพพอสมควร ผมเคยเห็นผลงานมันแต่ละอย่างแล้วจัดว่าถูกจริตเลยเลือกมันเป็นคนถ่ายให้แทนทีมงานที่แม่จัดหา

อีกสาเหตุคือเวลาถ่ายอะไรจะได้เป็นกันเอง สร้อยรักก็ไม่ต้องกดดัน เพราะรู้จักกันมาบ้างแล้ว 

“รู้มั้ยว่าพี่รักเขามาตั้งนานแล้ว”

“แล้ว?” ผมเลิกคิ้วขึ้น เหลือบมองมันเล็กน้อยเพราะสรรพนามที่มันใช้เรียกสร้อยรัก

ผมไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกถ้ามันจะเรียก พี่รักอย่างนั้น ในเมื่อมันเป็นสิทธิ์ของไม้ แล้วเจ้าตัวก็อนุญาตด้วยซ้ำ

ก็แค่มอง... มองเฉย ๆ

“ทำไมเป็นคนเย็นชาจังวะครับ ไปดูว่าที่เจ้าสาวเร็วเถอะ เมื่อกี้ไปแอบส่องมา อย่างกับเทพี” ไม่พูดเปล่า ไม้ยังอ้อมมาดันหลังผมให้เดินไปข้างหน้า ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรนอกจากเดินไปอย่างว่าง่าย

เมื่อเข้ามาภายในสตูฯ สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เจ้าสาวของผมแต่อย่างใด ทว่ากลับเป็นเพื่อนของเธอคนเดิม

เหตุการณ์ดูเดจาวูแปลก ๆ

“มาแล้ว?” ทันทีที่สายตาปะทะกัน พะพายก็กอดอก เลิกคิ้วมองผมอย่างเอาเรื่อง ท่าทางเกรี้ยวกราดนั้นทำให้ผมเดาได้ว่าเธอคงรู้ความจริงของการแต่งงานแล้วแน่ ๆ

เอาจริง ผมก็ไม่ได้สนิทหรือรู้จักกับเพื่อนสร้อยรักเป็นการส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ทำไมผู้หญิงตรงหน้าถึงได้ทำเสมือนรู้จักผมมาเป็นสิบยี่สิบปี ในขณะเดียวกันคนที่รู้จักผมมาตั้งแต่ประถมอย่างสร้อยรักกลับทำตัวเหมือนพึ่งรู้จักกัน

แต่ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะพื้นเพนิสัยสร้อยรักเป็นคนเรียบร้อยและเก็บอารมณ์พอสมควร

“สร้อยรัก?” ผมถามพะพายเมื่อกวาดสายตาหาว่าที่เจ้าสาวไม่เจอ

“ในห้อง” เธอตอบพลางเพยิดหน้าไปทางประตูห้องหนึ่งทีข้างหน้าแปะป้าย ‘Bride Room’ เอาไว้ จึงผมพยักหน้าเป็นการขอบคุณแล้วเดินเข้าไปในห้องนั้น

คำว่า Bride แปลว่าเจ้าสาว Room ก็แปลว่าห้อง รวมแล้วก็คือห้องเจ้าสาว หรือห้องแต่งตัวของเจ้าสาวนั่นแหละ

เมื่อก้าวเข้ามา สายตาก็กวาดสำรวจทั่วห้องอย่างพิจารณา มันมีลักษณะคล้ายห้องรับแขก ถูกตกแต่งด้วยของประดับสีขาวสะอาดตาสไตล์หลุยส์ ภายในห้องไม่มีร่างของสร้อยรักอยู่เลย...

ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยที่เธอหายไป แต่หางตาดันเหลือบไปเห็นบานกระจกขนาดเท่ากำแพงที่ถูกเปิดทิ้งไว้จนสายลมอ่อนพัดพาม่านสีขาวพลิ้วไหว

ภาพที่เห็นต่อจากนั้นคือผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนรับแสงแดดในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเธอถูกแต่งแต้มสีสันในโทนชมพูพีช ผมไม่ได้เห็นทั้งหน้าหรอก ก็แค่เสี้ยวหน้าเท่านั้นเพราะสร้อยรักเหมือนกำลังชะเง้อดูอะไรบางอย่างอยู่

“สร้อยรัก”

ผมเดินเข้าไปหาแล้วเรียกเธอเสียงเบา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเพราะไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับมาเลย กระทั่งไปหยุดยืนอยู่ข้างหลัง เธอก็ยังไม่หันมา

ไม่รู้ตัวขนาดนี้อันตรายอยู่

“สระ...”

“รักอยากไปดูเรือนกระจกตรงนั้นจังพาย มันสวยมากเลย” ผมกำลังจะเรียกอีกครั้ง แต่สร้อยรักกลับพูดขึ้นมาเสียก่อนจนเผลอชะงักไปในตอนแรกเพราะสรรพนามแทนตัวของเธอ

เป็นอีกครั้งที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพะพาย...

“.....” ผมเงียบไม่ตอบอะไรนอกจากรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรอีก

“เห็นลาง ๆ ด้วยว่าเขาปลูกลิลลี่”

“.....” สร้อยรักชอบดอกไม้ ...คงจะสนใจ

“ถ่ายเสร็จแล้วพารักไปดูหน่อยนะ” สิ้นประโยคร่างเล็กในชุดเจ้าสาวก็หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ผมแทบไม่ได้เห็นมาหลายปี ตอนนั้นสายลมพัดพาเอาผ้าลูกไม้ที่คลุมศีรษะปลิวไปกับมัน ไหนจะแสงแดดที่สาดส่องลงมาพอดิบพอดีราวกับต้องการให้คนตรงหน้าที่ผิวผุดผ่องอยู่แล้วเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม

ภาพของสร้อยรักในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับ อะโฟรไดท์หรือ วีนัสเทพีแห่งความงามเลยสักนิด...

จู่ ๆ ก็รู้สึกคันยิบ ๆ ที่หัวใจยังไงไม่รู้

ทว่ารอยยิ้มนั้นอยู่ได้ไม่นานก็หายไปเพราะเห็นว่าคนที่คุยด้วยไม่ใช่เพื่อนอย่างที่คิดแต่กลับเป็นเจ้าบ่าวของตัวเองแทน

“เลข...” สร้อยรักเอ่ยชื่อผมเสียงเบา ความผ่อนคลายในแววตาลดลงไปทันที

ท่าทางนั้นทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นมาในใจ เพราะสร้อยรักเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรผ่านทางสีหน้า หรือถ้าจะยิ้มก็เป็นยิ้มที่ฝืดเคืองเหมือนคนฝืน ผมที่เห็นเธอเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็เลยเข้าใจว่ามันเป็นบุคลิกของเธอ

แต่พอได้เห็นรอยยิ้มสดใสนั้นแล้ว... ผมก็เริ่มคิดว่าจริง ๆ แล้วสร้อยรักเป็นคนแบบไหนกันแน่

แล้วทำไมทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าผมถึงได้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับอยู่ต่อหน้าเพื่อน

ผมย่างเท้าไปหยุดข้างกายร่างบางแล้วสอดส่องสายตาไปยังเรือนกระจกที่สร้อยรักพูดถึงเมื่อกี้ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาแล้วสมองก็สั่งให้ปากพูดออกไปว่า

“เดี๋ยวพาไป”

“พาไปไหน?” เธอถาม ยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด จนต้องเอ่ยต่อในอีกประโยค

“เมื่อกี้บอกว่าอยากไปไหนล่ะ?”

“.....”

“อยากไปไหนก็จะพาไป ไม่ยาก”


SROI-LUX PART

“อยากไปไหนก็จะพาไป ไม่ยาก”

ประโยคก่อนหน้านี้ของเลขยังติดตรึงในหู ตอนที่ได้ยิน ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเลขจะเป็นคนพูดแบบนั้นออกมาเอง ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เพราะเลขไม่แสดงสีหน้าและอารมณ์ใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่ว่าตอนนี้เราสองคนถูกเรียกให้ไปถ่ายภาพด้วยกันแล้ว ฉันเลยไม่ได้ต่อบทสนทนากับเขาอีก...

โดยฉากแรกที่ต้องถ่ายเป็นภาพ Portrait (ภาพถ่ายบุคคลธรรมดา) ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการถ่ายภาพคู่โดยเน้นที่ตัวฉันกับเลขเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งนามูจะเป็นคนคอยโค้ชให้ว่าเราสองคนจะต้องทำท่าทางแบบไหน ส่วนเขาจะเป็นคนหามุมกล้องและจัดคอมโพสเอง

พึ่งรู้เหมือนกันว่านามูเก่งเรื่องถ่ายภาพมาก...

“ท่าแรกนั่งคู่กันธรรมดาก่อนก็ได้” นามูบอกเราสองคนก่อนผายมือไปยังม้านั่งสีขาวที่พื้นหลังเป็นกำแพงไม้สไตล์วินเทจที่มีของประดับตกแต่งมากมาย ส่วนข้าง ๆ กันก็มีโต๊ะตัวเล็กวางดอกไม้แห้งหลากสีสันเอาไว้อยู่

ฉันพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินไปนั่งบนม้านั่งตัวนั้น แล้วเลขก็เดินตามมา เขาทิ้งตัวลงข้างกายฉันโดยเว้นระยะห่างไว้ประมาณคืบหนึ่ง จนนามูถึงกับขมวดคิ้วแล้วตะโกนผ่านหลังกล้องมาว่า

“ไอ้พี่เลข ขยับเข้าไปใกล้พี่รักหน่อยดิ!”

“นี่ยังไม่ใกล้?” เลขเลิกคิ้วถามเหมือนไม่เข้าใจ เห็นแล้วก็ได้แต่ก้มหน้ามองตักตัวเองอย่างนึกปลง

ฉันคิดไว้แล้วว่าภาพถ่ายก่อนแต่งงานจะต้องออกมาแข็งมากแน่ ๆ ก็ดูทั้งฉันและเลขสิ... เราต่างไม่ใช่คู่รักที่แท้จริง จะให้มาทำท่ากุ๊กกิ๊ก กะหนุงกะหนิงเหมือนรักกันปานจะกลืนกินมันได้ที่ไหน

แค่ขยับเข้ามาใกล้ก็ทำไม่ได้แล้ว...

“ใกล้บ้านอากงพี่สิครับ ปัดโธ่!” นามูชะโงกหน้าออกมาแล้วยีหัวอย่างคนหัวเสีย ท่าทางของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ ไม่อยากเชื่อว่าคนร่าเริงและน่ารักอย่างเขาพอถึงเวลางานคือเปลี่ยนเป็นอีกคนเลย

“....” เลขไม่โต้ตอบอะไรกลับไปนอกจากขยับเข้ามาใกล้ฉันจนไหล่เราสองคนชิดกัน สัมผัสที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นไปมองสีหน้าของเลข

นิ่ง...นิ่งมาก

ดูเหมือนจะมีฉันคนเดียวที่ตื่นเต้นไปเอง

“ประทานโทษนะครับ ถ่ายพรีเวดฯ นะ ไม่ใช่ถ่ายภาพไปสมัครงาน ทำท่าให้มันสมกับเป็นคู่รักกันหน่อยสิวะครับ” นามูที่คงจะมองสถานการณ์อยู่นานเอ่ยอย่างตำหนิ  ฉันเหลือบมองเลขที่ยังคงทำหน้านิ่งดังเดิมก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า

ช่างเป็นการถ่ายภาพคู่ที่ใช้พลังงานอยู่เหมือนกันนะ

“สร้อยรัก”

แล้วจู่ ๆ เลขก็เรียกชื่อฉัน เมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตาก็ต้องผงะไปเพราะใบหน้าของเลขที่โน้มลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนั้นกำลังทำสีหน้าแบบไหนออกไป รู้แต่ว่า...

แชะ! แชะ! แชะ!

นามูกดรัวชัตเตอร์ไม่หยุดเลย

“อย่างนั้นแหละ! พี่รักเผลอเหมือนลูกแมวมากเลย”

เหมือนลูกแมวเหรอ... ฉันเนี่ยนะ?

ไม่นานเลขก็ผละออกไป เขาไม่หันมามองอะไรฉันอีกเลย เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดและเสียงโครมครามที่หัวใจเท่านั้นที่ยังคงอยู่

ไม่รู้ว่าเลขเป็นเหมือนกันหรือเปล่า...

แต่ฉันใจเต้นแรงมากเลยนะ เมื่อกี้น่ะ... อีกนิดก็จะจูบแล้ว

“ท่าต่อไป ๆ ขอแบบกุ๊กกิ๊กกันหน่อย” นามูเอ่ยสั่ง ฉันหันไปมองเขาอย่างไม่รู้จะทำไงนอกจากส่งยิ้มแห้งออกไป

กุ๊กกิ๊กเหรอ ฉันกับเลขทำเป็นที่ไหน...

หลังจากนั้นกว่าจะผ่านมาได้แต่ละภาพก็เล่นเอาเหนื่อยจนฉันแทบหัวใจวาย ตอนนี้เรากำลังเปลี่ยนโลเคชั่นไปที่สวนดอกไม้แห่งหนึ่งที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรโดยมีพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่มรองรับ

บรรยากาศที่นี่สวยและสงบมากจนฉันเผลอยิ้มออกมา

“โห พี่รัก ช่วยยิ้มแบบนั้นตอนถ่ายหน่อยสิครับ” เป็นนามูที่มองมาเห็น เขาเอ่ยด้วยเสียงชื่นชม

“จะพยายามนะ” ซึ่งฉันก็ได้แต่บอกไปแบบนั้น สารภาพตามตรงว่าไม่รู้ตัวเลยว่ายิ้มแบบไหนออกไป

พอหันกลับมาอีกทีก็สัมผัสได้ถึงสายตาของคนข้างกาย ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเลขอย่างมีคำถาม ซึ่งเขาก็เอาแต่จ้องมาไม่วางตา ซ้ำยังไม่พูดอะไรจนฉันเริ่มจะหวั่นไหวขึ้นมานิด ๆ

มองอะไรกันนะ...

“มีอะไรหรือเปล่า” ความคาใจทำให้ฉันเอ่ยออกไป ซึ่งเลขก็ตอบกลับมาว่า...

“ยิ้ม”

“ยิ้ม?” ฉันเอียงคอไม่เข้าใจ

“เปล่า” แต่เลขกลับเมินหน้าหนี เขาไม่พูดอะไรต่อนอกจากเดินนำไปยังต้นไม้ใหญ่ที่นามูบอกว่าจะใช้เป็นฉากต่อไปของเรา

มาพูดให้สงสัยแล้วก็จากไปทำไมกันนะ...

ภาพนี้ผมอยากได้แบบสงบ ๆ แล้วก็หวานแหววไปด้วย”

“?” ฉันเลิกสนใจเลขแล้วหันไปมองนามูอย่างมีคำถาม สงบ ๆ แต่หวานแหววไปด้วยคือยังไง ฉันไม่เข้าใจ...

“เอาเป็นว่าพี่รักนั่งพิงต้นไม้ส่วนพี่เลขนอนบนตักพี่รักนะ” นามูคงดูออกว่าฉันกับเลขไม่เข้าใจความหมายของคำว่า สงบ ๆเลยบอกท่าทางให้อย่างสำเร็จรูป ได้ยินแบบนั้นแล้วก็เหมือนมีความร้อนพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมาบนแก้ม แถมหัวใจยังเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้นและประหม่าไม่หยุดอีกต่างหาก

จะ ใจเย็นไว้สร้อยรัก แค่นอนตักเอง...

แค่นอนตักอะไรล่ะ ฉันกับเลขแทบไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยนะ มากสุดก็แค่จับมือเอง

เอ่อ ยกเว้นเรื่องสุดวิสัยที่เขาอาบน้ำให้ฉันวันนั้นนะ...

“โอเค”

ฉันเหลือบสายตามองคนข้างกายที่หันไปตอบรับเพื่อนเขาอย่างว่าง่าย ไม่มีเคล้าอาการทำตัวไม่ถูกเหมือนที่ฉันเป็นเลยสักนิด เลขนิ่งมาก นิ่งจนฉันท้อแท้เลย

ช่างเป็นผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกอะไรแบบนี้นะ...

จากนั้นเขาก็เดินนำไปที่ต้นไม้ต้นนั้นโดยมีฉันเดินตามไปติด ๆ แต่สองขาก็ต้องชะงักเมื่อปลายจมูกชนเข้ากับแผ่นหลังแกร่งที่ดันหยุดเดินกะทันหัน

ปั่ก!

“โอ๊ย” ฉันร้องเบา ๆ แล้วผละออกมาลูบคลำจมูกตัวเองเพื่อสำรวจความอยู่ดี  

“ซุ่มซ่าม” เลขเอี้ยวลำตัวมาดุฉันเสียงเย็นก่อนเคลื่อนมือมาคว้าแขนฉันเพื่อดึงร่างไร้เรี่ยวแรงไปไว้ด้านหน้าตัวเอง

“ขอโทษ” ฉันเอ่ยออกไปด้วยเสียงที่แทบจะเป็นกระซิบได้

ถูกเลขดุอีกแล้วฉัน... เฮ้อ

“ไปสิ” เลขว่าพร้อมดันหลังให้ฉันเคลื่อนไปข้างหน้า เห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่หันมาทำหน้างงเต๊กเป็นไก่ตาแตกให้เขา ทว่าก็ต้องหันกลับมาดังเดิมเพราะถูกเลขส่งสายตาดุกร้าวมาให้

ทำไมต้องดุอะไรขนาดนี้ ฉันไปทำให้เขาโกรธตอนไหนหรือเปล่า...

“ได้ฟังที่นามูพูดมั้ยสร้อยรัก”

คงเพราะเห็นฉันทำหน้าหงอยอย่างเห็นได้ชัด เลขเลยเดินเข้ามาบอกด้วยเสียงที่เย็นลง แต่อันที่จริงก็ไม่ได้ต่างอะไรจากปกติเท่าไหร่หรอก เพียงแต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่มีอารมณ์คุกรุ่นเท่านั้น

“อืม ฟังอยู่” ฉันพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ก่อนเดินตรงไปยังต้นไม้ใหญ่

เมื่อกี้นามูบอกให้ฉันนั่งพิงต้นไม้ส่วนเลขก็นอนบนตักสินะ

ฉันผิดเองแหละที่หันไปทำหน้างงใส่เขา... เมื่อกี้มันลืมจริง ๆ  

ฉันทิ้งตัวลงพิงหลังกับต้นไม้ โดยมีผู้ช่วยสาวคนหนึ่งเดินมาจัดแจงชุดเสื้อผ้ากระโปรงให้ฉันดิบดี จากนั้นเลขก็ทิ้งตัวนั่งลงตาม ซึ่งก่อนที่จะโน้มตัวลงนอนบนตักฉัน แอบเห็นด้วยว่าเขามีสีหน้าประหม่าในแวบแรก... แค่แวบแรกจริง ๆ เพราะเสี้ยววินาทีต่อมามันก็หายไปเหลือเพียงความนิ่งสงบดังทุกที  

“อะ...” ฉันสะดุ้งนิดหน่อยเพราะรู้สึกขนลุกที่หน้าขายามศีรษะของเลขวางทับลงมา ถึงแม้ว่าจะมีกระโปรงคลุมเอาไว้ แต่ฉันก็เหมือนโดนเส้นผมเงาสวยเป็นมันที่ถูกเซ็ตไปด้านข้างของเขาทิ่มกับผิวเนื้อโดยตรง

ตึกตัก... ตึกตัก...

แย่จริง จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากออกไปจากตรงนี้เพื่อสงบสติอารมณ์ขึ้นมา

“เธอเกร็ง”

เลขที่คงจะรับรู้อาการฉันได้ก็เคลื่อนสายตามองสบขึ้นมา ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีสีหน้าแบบไหน รู้แต่ว่าดวงตาคมกลิบของเขากำลังจ้องมาอย่างไม่วางตา เล่นเอาหัวใจดวงน้อยนี้สั่นเป็นเจ้าเข้าไปหมด แต่ฉันไม่ได้หลีกเลี่ยงสายตานั้นหรอก กลับกันแล้วฉันมองเขาโดยไม่ละสายตาไปไหนเลยเช่นกัน

ราวกับมีมนต์สะกดบางอย่างที่เหมือนดึงดูดให้ฉันเคลื่อนหน้าลงไป ไม่รู้ทำไมนัยน์ตาของเลขถึงได้มีเสน่ห์และพราวระยับอะไรแบบนี้

“อ๊ะ” ฉันร้องอุทานเสียงเบาเพราะพวงแก้มข้างซ้ายถูกมือของเลขเคลื่อนมาทาบทับอย่างแผ่วเบา การกระทำที่นอกเหนือการคาดคิดของเขาทำให้ฉันเบิกตาขึ้นอย่างอึ้งทึ่งและงงงวย

แชะ! แชะ! แชะ! แชะ!    

โดยไม่นึกเลยว่านามูที่ดูอยู่เงียบ ๆ มานานจะกดรัวชัตเตอร์ไม่หยุด...

“ธรรมชาติมากเลยพี่! ผมชอบรูปนี้จัง พี่รักที่กำลังก้มลงไปหาพี่เลข ส่วนพี่เลขก็เอามือมาจับแก้มพี่รัก ทั้งสองคนมองกันด้วยสายตาอันอบอุ่น เพอร์เฟค! เพอร์เฟคมาก!”

“ระ เหรอ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองนามูที่พูดไม่หยุดด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจเหมือนเจอของดี ซ้ำคำพูดของเขาทำให้ฉันหน้าแดงขึ้นมาอีกต่างหาก

มองกันด้วยสายตาอบอุ่นเหรอ...

นี่เลขมองฉันแบบนั้นเหรอ? ทำไมฉันเห็นเขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเป็นพิเศษเลยล่ะ

หรือเพราะมั่วแต่มองนัยน์ตาพราวระยับของเลขอยู่ เลยไม่ได้สังเกตองค์ประกอบอื่นกันนะ...

“โอเคฮะ ต่อไปเปลี่ยนบทกัน พี่เลขพิงต้นไม้ พี่รักนั่งบนตักพี่เลข”

อะไรนะ?

ฉันหันไปมองนามูด้วยสายตาของคำถามว่า เอาจริงเหรอ? อีกฝ่ายจึงส่งยิ้มมาให้เป็นคำตอบว่า ใช่ครับกลับมา...

ฉันหันกลับมามองหน้าเลขที่ลุกจากตักฉันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเขาก็เลิกคิ้วมองฉันอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่รู้ว่ามองเพราะอะไรแต่หลังจากนั้นเลขได้ทิ้งตัวลงนั่งพิงต้นไม้แทนฉัน พร้อมกับส่งสายตาเป็นคำสั่งให้ ขึ้นมา

“นายโอเคเหรอ?” ฉันถามออกไปอย่างลืมตัว จนบางทีก็อยากตบปากพล่อย ๆ ของตัวเองให้หลาบจำ

“ไม่เห็นจะเป็นไร” เลขยักไหล่ ไม่ยี่หระต่อคำถามของฉัน เขาทำเหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เห็นแบบนั้นแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

แน่สิ เขาจะรู้สึกอะไรกับอีแค่ผู้หญิงนั่งบนตัก... นั่งบนอย่างอื่นก็คงมีมาแล้ว

สุดท้ายฉันก็เคลื่อนตัวขึ้นไปนั่งบนตักเขาโดยก่อนหน้านั้นได้สลัดความคิดไร้สาระออกไป แต่เพราะยังรู้สึกประหม่าเลยเงอะงะไปหน่อย จนเลขที่คงจะรำคาญท่าทางของฉันต้องเคลื่อนมือมาดึงตัวฉันให้เข้าไปหา แต่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวกับแรงดึงนั่นเลยถลาเข้าไปซบอกเขาอย่างจัง

ตึกตัก... ตึกตัก...

ฉ่า...

เหมือนได้ยินเสียงกระทะไฟแรงสูงกำลังผัดอะไรสักอย่างมาจากใบหน้าอันแดงก่ำของตัวเอง ฉันคงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้เลยถ้าไม่ได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายกำลังเต้นเป็นจังหวะที่ไม่เร็วไม่ช้า แต่สม่ำเสมอเหมือนกำลังทำงานหนัก ซ้ำลมหายใจร้อน ๆ ที่รินรดบนศีรษะก็ทำเอาฉันตัวแข็งทื่อ

แชะ! แชะ! แชะ!

“โอ้โห ช็อตซบอกนี่ก็ใช้ได้เลยนะเนี่ย!”

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่นามูกดชัตเตอร์ในช็อตที่ฉันไม่ได้ตั้งตัว

...อีกแล้ว

ฉันค่อย ๆ ผละออกมาจากเลขโดยไม่ลืมรวบรวมสติไปด้วย จากนั้นก็หันไปมองนามูเหมือนเดิม

“ต่อเลย ๆ ทำเหมือนกำลังจีบกันใหม่ ๆ ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดการถ่ายเอง” นามูเลยส่งซิกเป็นเชิงบอกให้ ทำตามสบายไปเลย ไม่ต้องสนใจเขา แต่ประโยคของนามูนี่สิที่ทำให้ฉันทำตามสบายไม่ได้

จีบกันใหม่ ๆ? มันต้องทำแบบไหนล่ะนั่น... ฉันไม่เคยจีบหรือโดนจีบเลยนะ  

“ให้ทำมันนึกไม่ออก นายต้องบอก”

ประโยคนี้ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเลขที่พูดแทนราวกับรู้ใจ ฉันเลยเงยหน้าขึ้นไปมองคนพูดนิ่ง ๆ ซึ่งเลขก็ดูจะไม่สนใจสายตาฉันสักเท่าไหร่เพราะเขาไม่มองลงมาหรือมีท่าทางชะงักงันอะไรประมาณนั้นเลย

ฉันคงไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเขาเท่าไหร่...

“อ้าว นี่พวกพี่ไม่เคยจีบกันหรือไง” นามูย้อนกลับมา คำถามของเขาทำเอาฉันที่นั่งบนตักเลขเหมือนโดนจี้จุด

ไม่มีจีบหรอกนามู... เลขเขาข้ามขั้น ฉันตอบในใจ

ก็บอกว่านึกไม่ออก” เลขตอบกลับเสียงนิ่ง เขาเก่งมากที่สามารถตีเนียนแสร้งว่าเราเป็นแฟนกันจริง ๆ ได้ขนาดนี้

“เฮ้อ! เอาเถอะ งั้นพี่รักช่วยมองหน้าพี่เลขด้วยสายตาหวานหยดย้อย ส่งยิ้มน่ารัก ๆ ให้บ้างก็ได้” สุดท้ายนามูก็ต้องเป็นคนบอกท่าเหมือนเดิม

“อะ อืม” ได้ยินดังนั้นแล้วจึงพยักหน้าหงึกหงัก เงยหน้าขึ้นไปมองเลขตามที่นามูบอก

“ส่วนพี่เลข มือข้างหนึ่งยึดไหล่พี่รักเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ประคองปลายคาง”

สิ้นคำสั่ง ฉันก็ต้องสะดุ้งเพราะถูกสัมผัสเย็น ๆ บนไหล่เปลือยเปล่าจากมือหยาบของเลข ก่อนจะถูกเชิดปลายคางขึ้นทันทีทันใด ส่งผลให้เราสอฃคนต้องสบตากันอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

วันนี้จ้องตาเลขบ่อยมากเลยนะว่ามั้ย...

ดีเลย ๆ แต่พี่รักต้องยิ้มให้พี่เลขด้วยสิ ทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นได้ไงล่ะครับ”

หะ เห็นผีเหรอ...

ฉันหน้าเจื่อนไปเลยเมื่อถูกทักว่ามองเลขแบบนั้น คือแค่รู้สึกหวั่นไหวที่ต้องอยู่ใกล้เขาน้อยกว่าหนึ่งเมตรหลายครั้งเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจมองว่าเป็นผีสักหน่อย...

“พึ่งรู้ว่าเป็นผี” ทว่าเลขกลับกระซิบเสียงเบาราวกับพึมพำอยู่คนเดียว แต่ฉันรู้ว่าเขาจงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ไม่ใช่สักหน่อย”

ฉันเหลือบสายตาไปทางอื่น พวงแก้มขึ้นสีระเรื่อเพราะนัยน์ตาคมเข้มที่กวาดมองมาอย่างคาดโทษนั้น บางทีมันก็ดูพราวระยับ ประกายเจ้าเล่ห์ราวหมาจิ้งจอกจนฉันเดาไม่ออกแล้วว่าเขามองด้วยความรู้สึกแบบไหนกันแน่

แชะ! แชะ! แชะ!

“โอเคฮะ ไม่ได้รูปพี่รักยิ้มแต่ได้รูปตอนพี่รักเหมือนกำลังถูกไล่ต้อนให้เขินแบบนี้ก็น่ารักอีกแบบ”

แล้วเสียงกล้องและคำพูดของนามูก็ทำให้ฉันหลุดจากห้วงความคิด พลันใบหน้าก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเมื่อการกระทำของเราสองคนเมื่อครู่กลายเป็นภาพอย่างที่นามูว่า

มันดูพอร์น ๆ ดีเนอะว่ามั้ย...

“ต่อไปทำไร?” เลขหันไปถามนามู ไม่รู้ทำไมฉันถึงเห็นว่าเสี้ยวหนึ่งเขากำลังยิ้ม แต่มันนิดเดียวมากจนฉันคิดว่าตัวเองน่าจะตาฝาดมากกว่า

“เปลี่ยนฉากฮะ” นามูว่า

จากนั้นเราก็พากันเปลี่ยนไปถ่ายฉากอื่น ซึ่งฉากต่อไปเป็นระเบียงไม้ที่พื้นหลังเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด โดยนามูได้สั่งให้ฉันกับเลขยืนหันหน้าเข้าหากัน ทำท่าเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง

“นี่พี่เลขไม่เคยดูหนังเหรอ ที่เขาเต้นรำกันน่ะ!”

ทว่าเลขกลับไม่รู้ว่าต้องวางมือไม้ไว้ตรงไหน จนนามูถึงกับกุมขมับ

“ไม่” เลขก็ยังเป็นเลข... รักษาความนิ่งไว้ดีเหลือเกิน  

“โอเค งั้นผมจะทำให้ดู” สิ้นคำ นามูก็เดินตรงมาหาฉัน ก่อนร่างจะถูกดึงไปด้วยแรงอันนุ่มนวล เพียงพริบตาร่างสูงของเลขก็เปลี่ยนเป็นเขา โดยมือข้างหนึ่งคว้าเอวฉันไป ส่วนอีกข้างก็เคลื่อนมาจับมือ ก่อนใบหน้าหล่อเคล้าคนเกาหลีนั้นจะค่อย ๆ โน้มต่ำลงมา

ฉันเบิกตากว้างเพราะมันใกล้มากจนอีกนิดปากจะแตะกันอยู่แล้วถ้านามูยังไม่หยุดแบบนี้

ทว่า...

ฟึบ!

เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เลขสอดมือผ่านระยะห่างอันแสนแคบ แล้วจึงดันให้ใบหน้าอีกฝ่ายออกห่างจากฉันจนนามูแทบหงายหลังล้มตึงไปกับพื้น



[100%]


Talk with Ai-Am

อหหห พ่อเลขคะ!! 
แต่ไรท์ดันกะผิดง่ะ ฉากที่สปอยล์ไว้คงต้องยกไปตอนหน้าซะแล้ววว ขอบอกไว้ก่อนว่า Talk ของพ่อพระเอกเราด้วยจย้าาา


คอมเม้นต์กันเยอะๆ เลยนะะ จะได้มีแรงใจอัปต่อออ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เห็นนะ มีม

ตอนนี้ไม่มีไรมาก เตรียมหมอนมาจิกพอ 

แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงชาร์ปของมัน รอไปก่องนะแจ๊ะะ 

ป.ล. ไรท์เปลี่ยนชื่อทุกตอนแล้วนะงับ มันซ้ำเยอะเกิน 55555 



ชอบก็กดหัวใจ รักก็คอมเม้นต์ให้ด้วยนะงับบ จุ๊บบ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.637K ครั้ง

4,558 ความคิดเห็น

  1. #4531 chalalaiale (@chalalaiale) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 08:18

    จูบ ใครคิดว่าไม่สำคัญ

    #4531
    0
  2. #4530 chalalaiale (@chalalaiale) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 07:48

    หลัวนางมีความหึงขึ้นมาบ้างละ

    #4530
    0
  3. #4120 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 08:47
    พระเอกนิ่งมากกก แอบหวงน้องรึเปล่าาา
    #4120
    0
  4. #2325 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 03:00

    มีหึงแล้วใช่ม๊า

    #2325
    0
  5. #1461 galaxy_ann1 (@galaxy_ann1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 02:21
    หึงสินะ 55555
    #1461
    0
  6. #1303 กระต่ายส้ม (@chayapaseehakun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 00:51
    เเน๊~~~~~~~~
    #1303
    0
  7. #1131 meixinzin (@meixinzin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 20:44
    ชอบอ่ะ นิยายแนวนี้
    #1131
    0
  8. #1012 dankoh (@baiimon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:17
    พิรุธนะคะพ่อคุ๊ณณณณณณณณ
    #1012
    0
  9. #970 gusjame815 (@gusjame815) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 14:57
    หวงเค้ากะบอกมาสิ
    #970
    0
  10. #964 minmin_world (@minmin_world) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 12:37
    นามูหัวทิ่มพื้นละะะะ
    #964
    0
  11. #963 waratxx (@FwK_FAiiii) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 00:50
    อยากอ่านทอล์คของเลขแล้ววว
    #963
    0
  12. #962 ME-RARY (@waraporn-surasri) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 00:18
    ชอบ-ตาวิเศษนี่จังเลย 5555555
    #962
    0
  13. #961 Somoomio (@Somoomio) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:23
    ฮั่นแน่ หึงก็บอกกกก
    #961
    0
  14. #960 DaizyDuck (@DaizyDuck) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:00
    หืมมมมม ต้องผลักแรงเบอร์นั้นเลย 5555
    #960
    0
  15. #959 tateeb23 (@tateeb23) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 21:26
    แหม่ เลข แหมมมมมมมมมม่
    #959
    0
  16. #958 JK_B0541 (@JK_B0541) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 20:34
    แบบนี้เรียกว่าหวงได้ไหมน้าา
    #958
    0
  17. #957 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 20:26
    รอเลขทอล์ค
    #957
    0
  18. #956 panglovepm (@panglovepm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 20:05
    ยังไงๆนะพี่เลข5555555
    #956
    0
  19. #955 reya_phy (@reya_phy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:56
    ไม่ค่อยเลยน้าาาาาาาาาา
    #955
    0
  20. #954 intoonj (@intoonj) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:54
    มีหวงด้วยๆ
    #954
    0
  21. #953 Nammontt (@Nammontt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:37
    งื้อออคูมขี้หวงงงง
    #953
    0
  22. #952 milk'shake (@mkk99) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:30
    อิพี่เลขคนขี้หึงงงง อยากจะหอมหัวนามูสักทีสองที
    #952
    0
  23. #951 PinkZa547 (@PinkZa547) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:09
    นามูนี่น่ารักจริงๆ
    #951
    0
  24. #950 ily! (@aoommie1215) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:07
    หวงหรือไรคะคุณเลข -..-
    จะรอไรท์มาอัพที่ท่าน้ำทุกวันนะคะ
    #950
    0
  25. #949 ลิน. (@OHMYUNGPARK_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:05
    พี่เลขคนหึง555555 สงสารน้องเกือบหงายหลังเลย
    #949
    0