นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Volatility คือ? ข้อมูลฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุน | FXTM

โดย ivanratnitski

ยอดวิวรวม

33

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


33

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 มิ.ย. 63 / 20:48 น.
นิยาย Volatility ? ũѺ㨧Ѻŧع | FXTM

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Volatility หรือ ความผันผวน อยู่บ่อยๆ เพราะเป็นอีกคำศัพท์หนึ่งที่มักจะต้องพบเจอในการเทรดหุ้นหรือฟอเร็กซ์เสมอ เนื่องจากทุกการเทรด ผู้ลงทุนต้องเจอกับแนวโน้มที่ขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเทรดเดอร์ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับความผันผวนให้รู้ลึกรู้จริง เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะกับการลงทุนของเทรดเดอร์เอง

FXTM มีความรู้เกี่ยวกับ volatility คือ มาฝากทุกคนฉบับเข้าใจง่าย ผู้เริ่มต้นลงทุนก็เข้าใจได้ไม่ยากเลยทีเดียว

ความผันผวน หรือ Volatility คืออะไร?

ความผันผวน (Volatility) คือ ทิศทางการเคลื่อนไหวในตลาด ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เทรดเดอร์สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ว่า การเทรดนั้นจะได้กำไรหรือขาดทุน ทำให้เทรดเดอร์สามารถเข้าทำกำไรได้จากความผันผวนนั้น แต่ในทางกลับกันความผันผวนก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงสูงสำหรับการลงทุนเช่นกัน ดังนั้นผู้ลงทุนจึงต้องดูความผันผวนนั้นว่า เป็นความผันผวนที่สามารถทำกำไรให้กับผู้ลงทุนได้หรือไม่ อาจเป็นความผันผวนที่สามารถทำกำไรหรือขาดทุนก็ได้    

Volatility กับ Forex

ในการเทรดฟอเร็กซ์ ความผันผวนมีผลต่อการทำกำไรหรือขาดทุนมาก เนื่องจากในแต่ละวันหรือแต่ละชั่วโมง ค่าเงินในแต่ละสกุลเงินของแต่ละประเทศจะมีค่าไม่เท่ากัน มีความผันผวนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาที่เปิดให้ทำการซื้อขาย ซึ่งการดูความผันผวนก็มีหลายแบบ แล้วแต่ลักษณะการเทรดของเทรดเดอร์ เช่น

      หากเทรดเดอร์ชอบเล่นแบบสั้นๆ อาจต้องดูความผันผวนกันแบบรายชั่วโมง

เทรดเดอร์ต้องดูว่าชั่วโมงไหนมีความผันผวนมาก ชั่วโมงไหนมีความผันผวนน้อย เพื่อเทรดเดอร์จะได้วิเคราะห์การซื้อขายสำหรับการเข้าทำกำไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในตลาดฟอเร็กซ์ ความผันผวนรายชั่วโมงจะมีความผันผวนสูงในช่วงที่เป็นคาบเวลาเกี่ยวกันระหว่างสกุลเงิน 2 สกุลเงินมีการเปิดให้ซื้อขายพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น

      ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นรอยต่อช่วงเวลาที่ตลาด A ใกล้จะปิด และ ตลาด B ใกล้จะเปิด ช่วงเวลานี้จะเป็นคาบเกี่ยวระหว่าง ตลาด A และ ตลาด B ตรงจุดช่วงคาบเกี่ยวในชั่วโมงนี้จะมีความผันผวนสูงมาก

      บางเทรดเดอร์ก็ชอบที่จะเทรดฟอเร็กซ์แบบรายวันมากกว่า

ในจุดนี้เทรดเดอร์ต้องดูความผันผวนในรูปแบบรายวัน เพื่อเข้าทำกำไร ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีค่าเงินในแต่ละสกุลเงินที่แตกต่างกันออกไป ทำให้มีความผันผวนเกิดขึ้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วในวันศุกร์จะมีความผันผวนน้อย เนื่องจากเทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะทำการปิดตำแหน่ง และไม่ค่อยถือข้ามสัปดาห์เพราะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ค่อนข้างสูง อาจเป็นค่า Swap ที่ไม่ได้ถูกคิดในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่นำมาคิดทบในวันพุธแทน และอาจไม่ได้ทำกำไรเนื่องจากตลาดปิดในวันเสาร์-อาทิตย์นั่นเอง

การวัดค่าความผันผวน

การวัดค่าความผันผวนนั้นมีหลายวิธีการ แล้วแต่ความชอบและความถนัดของเทรดเดอร์ เช่น

     วัดจากค่า VIX

VIX หรือ ดัชนีความกลัว เป็นดัชนีวัดค่าความผันผวนที่อิงกับ S&P 500 คือ ถ้าค่า VIX สูงกว่า 20 แสดงว่าตลาดมีความผันผวนสูงและนักลงทุนขาดความมั่นใจในแนวโน้มตลาด และถ้า VIX มีค่าต่ำกว่า 20 แสดงว่ามีความผันผวนต่ำและนักลงทุนก็มีมั่นใจในตลาด   

     วัดจากเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค

ในการเทรดฟอเร็กซ์จะมีเครื่องมือสำหรับช่วยในการเทรดมากมาย หนึ่งในนั้นคือเครื่องมือสำหรับการวัดค่าความผันผวน ซึ่งหลัก ๆ ก็มี 2 เครื่องมือที่เทรดเดอร์มักจะใช้ตามที่ชอบและถนัด ได้แก่ Average True Range (ATR) เป็นเครื่องมือวัดค่าความผันผวนที่แสดงค่าเฉลี่ยว่า สินทรัพย์มีความเคลื่อนไหวมากน้อยเพียงใดในกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งถ้า ATR เพิ่มสูงขึ้น แปลว่า ความผันผวนมีค่าสูงขึ้น และถ้า ATR ลดลง แปลว่า ความผันผวนมีค่าลดลง และ Bollinger Bands เป็นการแสดงค่าความผันผวนแบบไดนามิก ซึ่งถ้ามีแถบกว้าง แสดงว่า มีค่าความผันผวนมาก และถ้ามีแถบแคบกว่า ก็แสดงว่า มีค่าความผันผวนต่ำกว่า


คำแนะนำสำหรับการลงทุนในตลาดที่มีความผันผวน

ในการลงทุน แต่ละตลาดก็จะมีความผันผวนที่แตกต่างกันออกไป อาจมีความผันผวนมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้ ดังนั้นการลงทุนจึงต้องมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดความสูญเสียจากการลงทุน ดังนี้

     การจัดการความเสี่ยงที่ดี

เทรดเดอร์ต้องรู้จักการจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อตลาดมีความผันผวนสูงขึ้น เทรดเดอร์อาจต้องพิจารณาในการลดระดับเลเวอเรจและขนาดการลงทุน

     รู้จักใช้ประเภทคำสั่ง

มีหลายคำสั่งที่เป็นประโยชน์สำหรับตัวเทรดเดอร์ในการป้องกันการสูญเสีย เช่น คำสั่ง Stop Loss ที่เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการปิดออร์เดอร์เมื่อราคาถึงจุดขาดทุนที่เรายอมรับได้แล้ว

     ตั้งแผนและกลยุทธ์ที่ชัดเจน

เทรดเดอร์ควรศึกษาองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุนให้มาก รวมถึงการตั้งแผนและกลยุทธ์ที่ชัดเจนและแข็งแกร่ง และไม่ควรกระโดดเข้าไปลงทุนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะอาจเกิดการสูญเสียขึ้นได้

     ควบคุมอารมณ์

ในตลาดที่มีความผันผวน เทรดเดอร์จะมีอารมณ์ที่ไม่แน่นอน อาจสูญเสียความเชื่อมั่นและอาจทิ้งแผลกลยุทธ์ทั้งหมดได้ เทรดเดอร์จำเป็นต้องใจนิ่ง มีวินัย และมีความอดทน เพื่อรอทำกำไรเมื่อได้โอกาส 

     เพิ่มความรู้อยู่เสมอ

ความรู้ที่เทรดเดอร์ต้องมี ไม่เพียงแต่จะเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับพื้นฐานการลงทุนเท่านั้น แต่เทรดเดอร์จำเป็นต้องหาความรู้จากข่าวสารและความเคลื่อนไหวรอบโลก ความรู้ที่เป็นประสบการณ์ของเทรดเดอร์ท่านอื่น รวมถึงความรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ในยุคปัจจุบันด้วย เพื่อให้เทรดเดอร์มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มมากขึ้น

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 มิ.ย. 63 / 20:48


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น