END - SEXCRET [VMIN]

ตอนที่ 30 : ความลับพิเศษ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

ความลับพิเศษ 1

“แผนการ”

 

#ficsxcret

By Shining Aun

 

 

 

“แค่นี้ใช่ไหม เสื้อที่มึงจะเอาไป”

จีมินผงกหัวขึ้นจากหมอนไปมองคนตัวสูงที่นั่งจัดกระเป๋าอยู่บนพื้นปลายเตียง คนตัวเล็กพยักหน้าก่อนจะหันกลับมาสนใจวีดิโอในมือถือต่อ ปล่อยให้คนรักทำหน้าที่จัดของใส่กระเป๋าเตรียมไปตั้งแคมป์กันในวันหยุดสุดสัปดาห์

“แล้วทำไมมีกางเกงอยู่แค่สองตัว ไม่เอาชุดนอนไปเหรอ”

“อ้อ ลืมอะ”

“จะเอาชุดไหนไป”

“ชุดไหนก็ได้” ตอบกลับไปเสียงเบาโดยที่ตายังไม่ละออกจากมือถือ ได้ยินเสียงคนโตกว่าถอนหายใจเบาๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ปล่อยให้คนรักเป็นฝ่ายจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นต้องใช้คนเดียว ก่อนที่เสียงโทรศัพท์อีกเครื่องจะดังขึ้น

จีมินเหลือบไปมองมือถือที่สั่นครืดคว่ำหน้าอยู่หัวเตียง ยอมกดหยุดวีดิโอแล้วทำท่าจะเอื้อมไปคว้ามันเพื่อส่งต่อให้เจ้าของ แต่แทฮยองกลับรีบลุกขึ้นมาคว้ามันไปก่อนเขา

“มึงไปจัดของต่อ เดี๋ยวกูมา”

คนตัวเล็กขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังกว้างออกจากห้องนอนไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงในอก ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากัน ยอมลุกขึ้นจากเตียงไปนั่งจัดของต่ออย่างกระวนกระวาย

ช่วงนี้แทฮยองชอบแอบไปคุยโทรศัพท์คนเดียว เก็บโทรศัพท์ไว้กับตัวตลอดไม่ยอมให้เขาแตะต้อง จีมินก็ไม่ใช่คนที่อยากไปตามจิกเช็คโทรศัพท์ของใคร อย่างมากเขาก็แค่พยายามจะถาม แล้วอีกฝ่ายก็จะเอาแต่ตอบกลับมาว่าคุยกับซอกจิน

นั่งจัดกระเป๋าต่อจนกระทั่งเสร็จก็ย้ายกระเป๋าเดินทางไปวางไว้ข้างตู้เสื้อผ้าเพื่อไม่ให้มันเกะกะทางเดินก่อนจะออกมาจากห้องนอน ไร้วี่แววของคนที่โทรศัพท์ดังก่อนหน้านี้ ระเบียงก็ไม่มี กุญแจรถในตระกร้าบนเคาน์เตอร์หน้าห้องก็ไม่อยู่

ไปไหนไม่บอกอีกแล้ว...

อันที่จริงวันนี้เป็นวันพฤหัส แต่อีกฝ่ายลางานไว้เพื่อที่จะได้มีเวลาตระเตรียมข้าวของสำหรับไปตั้งแคมป์หน้าร้อนกันในวันรุ่งขึ้น แล้ววันจันทร์ผู้ชายคนนั้นก็จะกลับไปทำงานที่บริษัทใหม่ตามปกติ ตอนนี้คอนโดของแทฮยองยังไม่หมดสัญญา กว่าจะได้ย้ายก็ไปที่คอนโดใหม่ก็ต้องรอเกือบครึ่งปี เพราะงั้นคนโตกว่าเลยจำเป็นต้องขับรถไกลๆ เกือบทั้งอาทิตย์เพื่อไปกลับจากที่ทำงาน

พวกเขาเจอหน้ากันในแต่ละวันก็แค่ช่วงเย็น 

จีมินเคยพยายามจะตื่นเช้าๆ เพื่อรอส่งอีกฝ่ายทำงาน แต่ก็ถูกดุตลอดว่าให้นอนต่อ แล้วกว่าเจ้าของร่างสูงนั่นจะกลับถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม วันไหนงานเยอะ มีประชุมยาวก็ถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เขาเลยรอให้ถึงวันที่พวกเขาจะได้ย้ายไปอยู่คอนโดใหม่จนแทบไม่ไหวแล้ว

มองความว่างเปล่าทั่วห้องไปสักพักประตูห้องพักก็เปิดออก เป็นแทฮยองที่เดินเข้ามา สีหน้าของร่างสูงดูตกใจไม่น้อยที่เห็นเขายืนอยู่ แต่ก็รีบเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับวางกุญแจรถลงที่เดิม

“จัดกระเป๋าเสร็จแล้วเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นแทนคำบอกเล่าว่าเจ้าตัวไปทำอะไรมา

“เสร็จแล้ว”

“หิวหรือยัง อยากกินอะไร โทรสั่งไหม หรือให้กูทำให้”

“อะไรก็ได้ ให้มึงทำ...” ตอบกลับไปเสร็จก็เม้มปาก มองคนตัวสูงที่พยักหน้ารับเดินหายเข้าไปในครัว

จีมินลอบถอนหายใจ 

เขาอยากจะถามเหลือเกินว่าช่วงนี้อีกคนเป็นอะไร ทำไมถึงได้ทำเหมือนมีเรื่องปิดบังเขาอยู่ตลอด ถ้าคุยกับซอกจินจริงทำไมต้องออกไปคุยกันข้างนอก ทำไมต้องพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้เขารู้ ทำไมถึงไม่บอกอะไรบ้าง เพราะมันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายอาจจะกำลังคุยอยู่กับคนอื่น

ในที่สุดคนตัวเล็กก็เดินตามร่างสูงเข้ามาในครัว แทฮยองที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารจึงหันกลับมามอง

“เข้ามาทำไม หิวมากเลยเหรอ”

“เปล่า...” ว่าพลางเดินไปซุกหน้าอยู่กับแผ่นหลังของคนโตกว่า เรียวแขนก็เอื้อมไปกอดรัดรอบกายแกร่งของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วย

“เป็นอะไร ไม่สบาย?”

จีมินส่ายหน้าทั้งที่ยังไม่ได้ผละออก

“งั้นมีอะไร กอดแบบนี้กูทำอาหารไม่ถนัด”

“มึงเบื่อกูไหม...”

คราวนี้คนถูกถามชะงักไป คนถามก็เลยผละกายเล็กของตัวเองออกเพื่อจะได้ให้คนรักหันมามองหน้ากันตรงๆ

“จีมิน พูดอะไรของมึง” แทฮยองถามกลับเสียงดุ ทำเอาคนที่ในใจสั่นไหวอยู่แล้วดวงตาสั่นคลอนตามไปด้วย

“ก็กูปล่อยให้มึงทำทุกอย่างอยู่คนเดียวเลยอะ...”

“....”

“กูให้มึงทำอะไรให้กินทั้งที่มึงบอกว่าขี้เกียจ ให้มึงล้านจาน เก็บที่นอนตอนเช้าในวันหยุดของมึงทั้งที่มึงต้องไปทำงานแทบทุกวัน...”

“....”

“แล้ววันนี้กูก็ยังให้มึงเก็บกระเป๋าให้ทั้งที่ตั้งแต่เช้ามึงก็จัดการเรื่องเช่าเต้นท์ไม่ได้หยุด...”

“....”

“มึงเบื่อกูหรือเปล่า...” ถามไปพลางพยายามกลั้นน้ำตาไปด้วย 

“ไม่เบื่อ” แทฮยองตอบกลับมาเต็มเสียง แววตายังคงดูดุดันจนคนฟังนึกอยากจะปล่อยโฮออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

“จริงนะ...”

“ทำไมถึงถามอะไรแบบนั้นวะ” 

“อย่ามาดุกูนะ” คนตัวเล็กว่าพลางเบือนหน้าหนีไปเช็ดน้ำตาด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปผลักไหล่คนตรงหน้าที่กล้ามาทำเสียงดุใส่เขาทั้งที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ

“แล้วมึงถามแบบนี้ทำไมล่ะ”

“....”

“กูเป็นคนที่ถ้าเบื่ออะไรแล้วยังจะยอมทำให้หรือไง”

“....”

“อีกอย่างกูก็ไม่ได้ทำให้มึงทุกอย่างสักหน่อย มึงเป็นคนคิดเมนู กูแค่ทำอาหารให้ ข้าวมึงก็ตักกินเอง วันที่กูทำงานมึงก็เป็นคนเก็บที่นอนเอง ตอนกลางวันมึงก็อ่านหนังสือเตรียมสอบ แคมป์มึงก็เป็นคนบอกกูว่าอยากไปแคมป์ไหน กระเป๋ามึงก็จัดต่อจากกู แล้วจะบอกว่ากูทำทุกอย่างอยู่คนเดียวได้ยังไง”

“ถ...ถ้างั้นมึงคุยกับใครล่ะ...” จีมินหันกลับไปช้อนสายตาขึ้นมองเจ้าของร่างสูง แทฮยองชะงักไปอีกรอบทำเอาในอกของคนมองไหววูบมากกว่าเก่า

“กูก็บอกมึงไปแล้วไงว่าคุยกับซอกจิน” 

“ถ้าคุยกับพี่จินจริงแล้วทำไมต้องไปคุยกันไม่ให้กูได้ยินด้วยล่ะ” 

คนตัวเล็กว่าพลางน้ำตาเอ่อคลอขึ้นอีกรอบ 

“ทำไมต้องไปคุยกันข้างนอก ทำไมหายไปไหนชอบไม่บอก...”

“....”

“มึงเป็นแบบนี้มาจะสองอาทิตย์แล้วนะแทฮยอง...แค่มึงทำงานกลับบ้านดึกกูก็เหงาจะแย่ แต่วันหยุดมึงยังหนีกูออกไปข้างนอกอีก...” มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่เอ่อคลอออกอีกครั้ง ริมฝีปากก็ขบเม้มเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ

“เฮ้อ...จีมิน มึงกำลังจะทำแผนกูพัง” เจ้าของเสียงถอนหายใจดึงร่างของเด็กตรงหน้ามากอด พลางตบหลังปลอบอีกฝ่ายที่ร่างกายกำลังสั่นสะอื้นแต่เจ้าตัวพยายามกลั้นเสียงเอาไว้

“แผน...อะไร...” แต่จีมินไม่ยอมให้เขากอด ผลักเขาออกไปเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกรอบ

แทฮยองถอนหายใจเฮือกใหญ่กว่าเดิม มือหนายกขึ้นเสยผม จะว่าหงุดหงิดก็คล้ายๆ จะว่าเสียดายก็ไม่เชิง ยอมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสามส่วนเพื่อหยิบกล่องกำมะหยี่สีเข้มทรงเหลี่ยมออกมา

คนตัวเล็กชะงักไปเมื่อเห็น 

ทั้งหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นดูจะถูกกลืนลงคอไปจนหมด

คนโตกว่ารอให้เด็กตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ก่อนจะย่อตัวลงไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งพร้อมกับชูกล่องกำมะหยี่นั้นขึ้นไปเปิดให้คนตรงหน้าดู

แหวนเงินหนึ่งคู่ต่างไซส์กันอยู่ในช่องใส่แหวน แม้จะคิดแผนขอแต่งงานนี้มาร่วมเดือนแต่ก็อดใจเต้นโครมครามไม่ได้ เพราะยังไงซะ การคุกเข่าตรงหน้าอีกฝ่ายในห้องครัวที่บนเคาน์เตอร์เต็มไปด้วยวัตถุดิบเตรียมปรุงอาหารก็ไม่ใช่หนึ่งในแผนของเขาเลย

“จีมิน”

“อ...อะไร” เสียงเล็กที่ถามกลับอย่างตะกุกตะกักทำเอาคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ยกยิ้มขึ้นมาได้

อย่างน้อยสีหน้าประหม่าและเส้นเลือดที่แก้มขับสีแดงเรื่อนั่นก็ยังเป็นไปตามแผนการบ้าง ถึงแม้ขอบตาของอีกฝ่ายจะแดงก่ำเพราะเพิ่งร้องไห้ และแก้มขาวยังเปรอะคราบน้ำตาอยู่เล็กน้อยก็ตาม

“แต่งงานกับกูนะ”

พอเอ่ยถามออกไปก็เหมือนทั้งโลกหยุดหมุน 

มีเพียงจีมินเท่านั้นที่ประสาทรับรู้ของเขาจดจ่ออยู่ด้วย

ยามที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นขยับอ้าๆ หุบๆ ก้อนเนื้อในอกก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น คาดว่าผู้ชายทุกคนที่ต้องเป็นฝ่ายขอคนรักแต่งงานก็ต้องเป็นเหมือนเขา ต่อให้รู้ว่าพวกเขารักกันมากแค่ไหนแต่ก็อดใจหวั่นใจไม่ได้อยู่ดี

“อ...อะไรของมึงเนี่ย...”

“จะแต่งไม่แต่ง”

“แต่ง...” 

ตอบกลับมาหน้าก็แดงลามไปยันหู ฟันซี่ขาวนั่นกัดริมฝีปากล่างของตัวเองทำให้ดูน่าขย้ำเข้าไปใหญ่ แทฮยองทำได้แค่อดใจไว้ขณะที่ใช้มืออีกข้างเอื้อมไปคว้ามือบางมาสวมแหวน ไม่รอให้คนตัวเล็กได้พูดอะไรต่อก็รีบรุกจูบอีกฝ่ายก่อน

จีมินคงไม่ทันได้ตั้งตัวเลยเอาแต่ส่งเสียงประท้วง แต่พอถูกเขาหยอกล้อด้วยปลายลิ้นเข้าหน่อยก็เคลิ้มตามได้ง่ายๆ มือใหญ่ล้วงเข้าไปใต้สาบเสื้อยืดตัวบาง เขารู้สึกชอบฤดูร้อนมากกว่าเมื่อก่อนเพราะเด็กตรงหน้ามักจะใส่เสื้อตัวเล็กๆ นี่แหละ

ไม่ต้องถอดก็เห็นสัดส่วนไปทั่วทั้งร่าง 

ดูยั่วเย้าอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ชอบดื้อไม่ยอมให้ทำ 

ทว่าคราวนี้เขาคงไม่ยอมตามใจแน่ อดกลั้นมาเกือบทั้งสัปดาห์เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับเรื่องการเตรียมแผนขอจีมินแต่งงานที่แคมป์ อุตส่าห์โทรไปตระเตรียมกับทางแคมป์ไว้อย่างดิบดีแต่ก็ผิดแผนตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทางด้วยซ้ำ

เพราะงั้นยังไงเขาก็ไม่ยอมเหนื่อยฟรีแบบนี้แน่

“อื้อออ ด...เดี๋ยว...” 

จีมินผลักเขาออกพลางหอบหายใจแฮ่ก ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาผลักอีกฝ่ายไปชนกับเคาน์เตอร์ครัว

“ไม่เดี๋ยวอะไรทั้งนั้น มึงพังแผนกู มึงต้องรับผิดชอบ” แทฮยองเอ่ยเสียงดุ ทำท่าจะโน้มไปช่วงชิงริมฝีปากบวมเจ่ออีกแต่ก็ถูกหดคอหนี

“กูรับผิดชอบแน่! แต่ฟังก่อนสิ!” คนตัวเล็กตวาดแหวไม่ดังมาก แก้มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกขณะที่ปากอิ่มเม้มเข้าหากัน

เหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด

คนที่แทบรอให้เจ้าของร่างตรงหน้ารับผิดชอบเขาไม่ไหวเลยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“จะพูดไม่พูด ไม่พูดกูอุ้มเข้าห้องแล้วนะ”

“กู...อยากใส่แหวนให้มึงบ้าง” ในที่สุดจีมินก็ยอมเปิดปากออกบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม แทฮยองชะงักไปไม่น้อยก่อนจะพยายามสบกับแก้วตาใส แต่อีกฝ่ายดันหลบสายตาเขาไปทำหน้าเขินใส่มีดทำครัวซะอย่างนั้น

“อยากใส่ให้กูก็มองกู”

“....”

“ถ้าไม่มอง ไม่ให้ใส่”

ถ้าไม่ขู่เขาก็คงไม่ได้สบตากับจีมินแน่ คนตัวสูงโน้มใบหน้าไปจุมพิตแก้มอิ่มของอีกคนเบาๆ ยิ่งเด็กตรงหน้ามีท่าทีเคอะเขิน ในหัวเขาก็ยิ่งมีแต่ประโยคยั่วยุที่เอาแต่สั่งให้รังแกเจ้าของท่าทีนั้นไวๆ แต่เพราะอยากถูกใส่แหวนให้บ้างเหมือนกันก็เลยยอมอดใจไว้อีกครั้ง ยื่นกล่องแหวนให้คนตัวบางรับไปถือแล้วคว้ามือเขาไปสวมแหวนให้

“กู...ขออะไรอย่างนึงได้ไหม...” สวมแหวนให้เขาเสร็จ อีกคนก็บีบมือเขาเอาไว้

ตากลมโตที่ช้อนขึ้นสบกับเขาดูสั่นไหว

“ถ้ามึงเบื่อกู...บอกกูตรงๆ นะ กูคงรับไม่ไหวถ้าต้องโดนมึงเมินใส่เหมือนคนอื่นๆ”

คนถูกขอร้องแทบหยุดหายใจ เขาอยากจะมีคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกไปให้อีกคนสบายใจได้มากกว่านี้ แต่พอคิดดูอีกที...บางทีแค่คำพูดมันคงไม่พอ อีกฝ่ายคงเจอคนมากมายที่เอ่ยปากสัญญาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายแล้วก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดีก็เลยจำฝังใจ แล้วยิ่งเป็นเขาที่ร้ายใส่กันมาตั้งนาน จะให้มั่นใจและเชื่อใจในทุกๆ คำพูดได้เลยมันก็คงไม่ใช่

“ได้ กูจะบอก” และเพราะแบบนั้นแทฮยองถึงได้เลือกที่จะรับปากไป 

เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ในตอนนี้คือไม่ว่าต่างฝ่ายจะต่างดูน่าเบื่อแค่ไหน หากว่าพวกเขาทั้งสองคนยังคงรักกันมากพอ ความเบื่อหน่ายอะไรนั่นก็คงไม่สามารถแยกพวกเขาออกจากกันได้หรอก

 

TALK 

แงงงง คิดถึงทุกคนจังเลยค่ะ จริงๆ ตอนพิเศษเสร็จนานแล้วแหละ แต่เราลังเลในหลายๆ เรื่องเลยไม่กล้าอัพให้อ่านกัน วันนี้วันดีเพราะปล่อยทีเซอร์เลยมาอัพสักหน่อย โดนนจมยิงศรใจปักใส่อกคือไม่ไหวแล้ว ส่วนเนื้อหาหลังจากนั้นขออนุญาตโนคอมเม้นท์ค่ะ 5555555555555555555555555555555

ปล. ใครเลือกตั้งได้แล้วอย่าลืมลงชื่อร่วมร่างรัฐธรรมนูญกันนะคะ สำคัญมากๆ รายละเอียดอยู่ในลิงก์นี้เลยค่ะ https://ilaw.or.th/50000Con 

#ให้มันจบที่รุ่นเรา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,651 ความคิดเห็น

  1. #1649 phattarawee24350 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 23:10

    ขอบคุณมากค่ะ ใดๆก้คือขึ้นสวรรค์แล้วเด้อพ่อแม่พี่น้อง
    #1,649
    0
  2. #1648 Akkan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 22:53
    มันดีมากเลยค่ะ แงงงงง น้องคงวังใจมากจริงๆหวังว่าคราวนี้น้องจะมีความสุขจริงๆไม่ผิดหวังอีกแน้ว
    #1,648
    0