END - SEXCRET [VMIN]

ตอนที่ 29 : ความลับที่ 25 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

ความลับที่ 25

 

#ficsxcret

By Shining Aun

[ทวิตเตอร์ @Shining_Aun]

 

“โอ๊ย!”

“หึ”

“หัวเราะเหี้ยอะไร!”

“จีมิน” ให้หลังคนตัวเล็กที่ตวัดสายตามามองอย่างเคืองๆ แต่ก็ไม่ได้เถียงเพราะตัวเองผิดที่พูดคำหยาบ แทฮยองก็อดยกยิ้มขึ้นมาอีกไม่ได้

สีหน้าของร่างสูงดูเบิกบานใจ ผิดกับเด็กตัวบางที่ใบหน้าบึ้งตึงขณะที่กวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์

ตอนนี้พวกเขาอยู่ระหว่างเดินทางไปทานอาหารเช้าที่ร้านใกล้กับบริษัท เพื่อที่แทฮยองจะได้รีบไปเซ็นใบลาออกแล้วพากันกลับบ้าน

“มึงขับรถดีๆ ไม่ได้เหรอ แกล้งกูปะ เบรกอยู่นั่นแหละ”

“ก็รถคันหน้าเขาขับแบบนี้”

“เหอะ”

“งอแงทำไม บอกให้อยู่บ้านก็ไม่อยู่” คนถูกกล่าวหาว่างอแงกัดฟันกรอด นึกอยากจะเอื้อมมือไปทุบไหล่คนขับรถ แต่ลำพังตัวเขาแค่รถขยับโยกไปมา ช่วงล่างก็ระบมจนน้ำตาคลอแล้ว

“ก็มึงจะมาเซ็นใบลาออก จะให้กูปล่อยให้มึงมาคนเดียวเหรอ”

“กูไม่เป็นไรน่า”

“แต่กูเป็น...ตอนกูมีเรื่องอะไรมึงก็อยู่กับกูตลอด...กูก็อยากอยู่กับมึงตลอดบ้างเหมือนกันนะ...” เจ้าของเสียงเล็กว่าย่างอ้อมแอ้มในประโยคหลัง แถมยังหันหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างอีกรอบ

“รู้ แต่สภาพมึงไม่ไหวไง”

“แล้วใครทำล่ะ”

“แล้วใครยั่วกูล่ะ...ยอมเรียกตั้งแต่คืนแรกก็จบ เสือกปากดีบอกว่ากูดุไม่พอทุกคืนอีก” จีมินไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไปเพราะมันก็จริง

เขาดันไปปากดีท้าทายอีกฝ่ายว่าแค่นี้ไม่เรียกดุหรอก จนกระทั่งเจอแบบเมื่อคืนไปนั่นแหละถึงได้ต้องยอมเรียก ถ้าไม่เรียก แทฮยองก็จะไม่หยุด ตื่นมาเลยรู้สึกเหมือนว่าร่างกายซีกซ้ายขวากำลังถูกฉีกกระชากออกจากกัน

หนำซ้ำร่างกายยังแห้งเหือดเหมือนขาดน้ำมาเป็นสิบๆ ปีอีก

ตื่นขึ้นมาได้ก็เรียกหาเครื่องดื่มก่อนเป็นอันดับแรก ได้คนใจเหี้ยมพาไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นมากันได้ว่าวันนี้เป็นศุกร์ ตอนนี้ไม่ได้เช้าตรู่พอจะเป็นมื้อเช้าแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะเป็นมื้อแรกของวันเลยเรียกว่าเป็นมื้อเช้านั่นแหละ

“ใกล้ถึงยังอะ”

“ใกล้แล้ว”

“หิวเนี่ย”

“ใกล้ถึงแล้ว”

“หิว”

“ใกล้ถึงแล้วครับ เด็กดี อดทนนะ” เด็กดีที่ว่าแก้มร้อนขึ้นผะผ่าว ยอมปิดปากไม่บ่นต่อแล้วนั่งรอไปเงียบๆ เขายังไม่ค่อยชินกับคำพูดหวานหูสักเท่าไหร่ โชคดีที่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้พูดให้กันและกันฟังบ่อยนัก

มากสุดก็แค่ทำข้อตกลงกันคนละอย่าง

หนึ่งคือจีมินจะต้องลดคำหยาบลง

สองคือแทฮยองห้ามพูดจาใจร้ายเหมือนเมื่อก่อนอีก

ทว่าคนตัวสูงดูจะทำได้ดีตั้งแต่ตอนก่อนที่พวกเขาจะย้ายออกมาอยู่ด้วยกันแล้ว ส่วนจีมินก็มีหลุดพูดคำหยาบบ้างเพราะถูกแกล้งให้หงุดหงิดอยู่บ่อยๆ เพราะงั้นอีกหน่อยคนตัวเล็กคงจะตั้งกฎห้ามแกล้งขึ้นมาแน่ๆ

ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงร้านอาหาร สั่งมื้อเช้าอ่อนๆ มาทานกันไม่กี่อย่าง ก่อนที่เจ้าของรถยนต์คันหรูจะรีบขับพาพวกเขาไปยังบริษัทของพ่อแม่

“ช่วยหน่อย...” คนตัวเล็กว่าหลังจากที่คนโตกว่าลงจากรถไปแล้ว

แทฮยองเดินมาหาเขา ช่วยพยุงเขาลงจากรถด้วยสีหน้าแสร้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้ม

“มึงนอนนอกห้องไปจนถึงอาทิตย์หน้าเลยนะ” เหวี่ยงเสียงเบาเสร็จก็สะบัดมือคนช่วยพยุงออก เดินย่องๆ ไปยังทางเข้าบริษัทโดยมีคนตัวสูงคอยขนาบข้างเอ่ยแกล้งอยู่ใกล้ๆ

“ถ้ากูนอนนอกห้อง มึงก็ต้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเองนะ”

“กูไม่อาบ”

“ทายาด้วย”

“กูทาเองได้”

“เหรอ อยากเห็นตอนทาเลย” ตากลมตวัดไปมองค้อนคนข้างกาย แต่ทั้งที่รู้สึกขุ่นเคือง สองแก้มกลับขึ้นสีแดงเรื่อ

เดี๋ยวนี้เขาชอบนึกภาพตามคำพูดหื่นกามของแทฮยองตลอด

เดินเถียงกันเข้ามาในบริษัทจนกระทั่งติดต่อเลขาของพ่อเสร็จสรรพก็ถูกพาขึ้นมายังห้องพักของประธานบริษัท จีมินไม่เคยมาที่บริษัทก็เลยไม่รู้ว่ามีระบบการทำงานเป็นยังไงบ้าง รู้แค่ว่าเป็นบริษัทให้บริการตรวจสอบบัญชี มีชื่อเสียงอยู่พอตัวในเกาหลี

“ท่านประธานคะ คุณแทฮยองมาแล้วค่ะ” สิ้นเสียงของเลขาสาว ทั้งแทฮยองและจีมินก็ต่างเกร็งขึ้นทีละนิด

ครั้งสุดท้ายที่พบพ่อมันค่อนข้างน่ากลัวและเจ็บปวด

โชคดีที่วันนี้คุณนายคิมไม่ได้เข้าบริษัทด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงต้องเผชิญหน้ากับทั้งพ่อและแม่อีกครั้ง

“นึกว่าจะไม่มาแล้ว” เสียงแหบแห้งตามประสาของคนมีอายุดังขึ้น เก้าอี้ประจำตำแหน่งหมุนกลับมาหาแขกที่ท่านกำลังรอพบ ก่อนที่คนบนเก้าอี้จะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลูกชายไม่ได้มาเพียงคนเดียว

“ขอโทษที่มาช้าครับ”

“ฮยอนอาบอกว่าแกหางานใหม่ไว้แล้ว”

คราวนี้เป็นแทฮยองที่ชะงักไปบ้าง มองคนเป็นพ่ออย่างแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ถามไถ่เรื่องชีวิตส่วนตัวของเขาขึ้นมา

“ครับ”

“ที่ไหนล่ะ”

“ไม่ใช่บริษัทใหญ่โตอะไรหรอกครับ” คนถูกถามเลือกที่จะตอบอย่างเลี่ยงๆ เพราะกลัวว่าพ่อจะใช้เรื่องเส้นสายของตัวเองมาขู่อ้างว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างนู้น อย่างนี้ แต่สุดท้ายก็จะมีข้อแม้แบบเมื่อวันก่อนที่แม่มาเสนอพวกเขาอีก

“นั่งก่อนสิ ทั้งคู่” คิม ยองวอนพยักพเยิดไปทางโซฟาหนังสีดำสนิท ทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี้บริเวณโต๊ะทำงาน แต่ก็ถูกลูกชายคนโตขัดเอาไว้ก่อน

“ผมแค่จะมาเซ็นใบลาออกครับพ่อ”

คนเป็นพ่อชะงักไป เหลือบมองลูกชายคนกลางที่ก้มหน้าก้มตาเม้มปากพลางกระชับฝ่ามือของพี่ชายเอาไว้แน่น

“จะไม่เปลี่ยนใจจริงๆ สินะ”

“ครับ” สิ้นคำตอบหนักแน่นของแทฮยอง ประธานบริษัทก็ถอนหายใจ ยอมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม เปิดลิ้นชักแล้วคว้าจดหมายลาออกและเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งและหุ้นที่จัดทำขึ้นไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ลายเซ็นของลูกชายเท่านั้น จดหมายฉบับนี้ก็จะสมบูรณ์

“งั้นก็เซ็นซะ”

“ครับ” มือหนาเอื้อมไปคว้าจดหมายมาเปิดออก นำปากกาที่ตระเตรียมมาด้วยจรดลายเซ็นของตัวเองลงไปยังท้ายกระดาษสองสามแผ่น ก่อนจะเก็บมันใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลแล้วยื่นคืนให้กับคนเป็นพ่อ

“เรื่องจีฮุน ซอกจินคงบอกแล้วใช่ไหม”

“ครับ”

เมื่อวันก่อนลูกผู้พี่โทรมาบอกเขาแล้วว่าจองกุกถูกจับกุมตัวที่คอนโด เจ้าตัวยอมรับสารภาพ แต่เมื่อคนทางบ้านของเด็กมหาลัยรู้เข้าก็จัดจ้างทนายมาแก้ต่างให้ ช่องข่าวแต่ละช่องก็ไม่มีการรายงานข่าว น่าจะเป็นเพราะอิทธิพลของตระกูลจอนตามที่พวกเขาคาด

ส่วนเพื่อนอีกสองคนถูกปล่อยตัวไปเพราะหลักฐานยังไม่เพียงพอ ตอนนี้พวกเขาเลยทำได้แค่รอและคอยฟังคำแนะนำจากฝ่ายกฎหมายเท่านั้น

“ไปได้แล้วล่ะ”

คนตัวสูงพยักหน้ารับ โค้งตัวลงทำความเคารพท่านประธานใหญ่เล็กน้อย ทว่าเพิ่งจะหันหลังกลับก็ต้องชะงักไปเมื่อน้ำเสียงแหบแห้งของชายวัยกลางคนดังขึ้นอีกครั้ง

“ว่างๆ ก็เข้าไปหาน้องบ้าง จีฮุนบ่นคิดถึงแกทั้งคู่”

ทั้งจีมินและแทฮยองมองหน้ากัน หัวใจสองดวงเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ลูกทั้งสองคนหันกลับไปมองพ่อ อีกฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้และกำลังเดินมาทางพวกเขาพอดี

“ฉันต้องไปประชุมก่อน”

มือเหี่ยวย่นแตะลงบนไหล่ของคนตัวเล็ก ท่านประธานเดินออกจากห้องทำงานของตัวเองไป ทิ้งให้แขกทั้งสองคนชะงักนิ่งราวกับพวกเขาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกสั่งให้หยุดการทำงาน

“ม...หมายความว่ายังไง...” คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างอึกอัก

แต่ทั้งที่ยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พ่อพูดมีความหมายว่าอย่างไร

ริมฝีปากก็กลับขยับอมยิ้มขึ้นมาแล้ว

 

“กูรอที่รถนะ”

“อืม”

สิ้นเสียงตอบรับของคนโตกว่า จีมินก็เอนศีรษะพิงกับเบาะรถยนต์อีกครั้ง ตากลมมองตามร่างสูงเดินหายเข้าไปในร้านกาแฟที่ระหว่างทางกลับบ้าน มันเป็นเพียงคาเฟ่เล็กๆ ทว่าตกแต่งได้ดูอบอุ่นเหมาะกับฤดูร้อนที่กำลังจะมาเยือน

ชายหญิงคู่หนึ่งเดินควงแขนกันออกมา

มือคนละข้างถือแก้วเครื่องดื่มไว้ ผู้ชายยกแก้วของตัวเองขึ้นจิบ และเมื่อลดมือลง ริมฝีปากบนก็เต็มไปด้วยคราบสีขาว หญิงสาวหน้าตาน่ารักส่งเสียงหัวเราะ ก่อนจะเอื้อมมือไปปาดครีมของจากปากแฟนหนุ่มของตัวเอง

จีมินเบือนหน้าหนีภาพนั้นไปมองยังท้องถนน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาก็คงอิจฉาใครก็ตามที่มีความรักแบบนี้

เป็นแฟนกัน

เดินจับมือกัน

ใส่เสื้อคู่กัน

มันคือสิ่งที่เขาคาดหวังว่าจะได้รับเมื่อตกหลุมรักใครสักคน แต่ก็เหมือนโดนกลั่นแกล้งให้ผิดหวังอยู่ทุกครั้ง

จากที่อยากเป็นฝ่ายได้รับ กลับกลายต้องมาเป็นฝ่ายให้ คนรักอยากได้อะไร ต้องการอะไร เขาก็ต้องยอมให้เป็นไปตามนั้นทุกอย่าง คิดเพียงแค่ว่าอย่างน้อยได้อยู่ด้วยกันก็คงจะมีความสุข

แต่น่าแปลกที่ตอนนี้ เขาไม่ได้มองว่าความสุขเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

อันที่จริงจีมินก็ยังไม่รู้หรอกว่าความสุขจริงๆ มันคืออะไร แต่อย่างหนึ่งที่เขามั่นใจคือการที่ได้เป็นทั้งฝ่ายให้และฝ่ายรับมันรู้สึกดีกว่า การที่ทำให้อีกฝ่ายยิ้มได้มันก็อาจจะทำให้เขาดีใจ แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างสามารถส่งยิ้มให้กันได้มันก็น่าจะอบอุ่นหัวใจมากกว่าไม่ใช่เหรอ

ก๊อก ก๊อก

กระจกรถถูกเคาะเบาๆ เมื่อคนในรถหันไปมองก็พบว่าเป็นแทฮยองที่ถือเครื่องดื่มอยู่สองแก้ว มือบางกดลดกระจกลง เอื้อมไปคว้านมสดเย็นฉ่ำกับกาแฟสีเข้มใส่น้ำแข็งของอีกคนมาถือเอาไว้

ร่างสูงวิ่งอ้อมรถขึ้นมานั่งบนเบาะคนขับ กดปิดกระจกรถก่อนจะคว้าแก้วกาแฟของตัวเองไป

“ชิมหน่อย”

คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้น ละสายตาจากหลอดดูดสีขาวโพลนเพราะเปรอะคราบนมสดไปมองคนพูด ปากอิ่มยอมปล่อยหลอดใสออกก่อนจะตอบกลับ

“มันก็แค่นมสด”

“งกเหรอ”

“ใช่”

คนฟังยกยิ้มตอบกลับมา มือข้างที่ว่างอยู่เอื้อมมายีหัวเขาเบาๆ ผละออกไปวางแก้วกาแฟลงบนที่วางตรงกลางรถ ก่อนจะเคลื่อนตัวรถออกพาพวกเขากลับไปยังคอนโด

พอขึ้นมาถึงห้องได้จีมินก็ทิ้งตัวลงบนโซฟา มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น แชทของซูบินอยู่ด้านบนสุดพร้อมกับป้ายกำกับสีแดงที่มีเลขสี่อยู่ตรงกลาง ถัดมาก็เป็นแชทของควานลินที่เจ้าตัวไม่ได้ตอบเขาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว

เขาเล่าเรื่องอดีตคนรักให้เพื่อนสนิทฟังหมดแล้ว ตอนนั้นเพิ่งนึกเป็นกังวลขึ้นมาได้ว่าควานลินจะต้องหางานใหม่หรือเปล่า อีกฝ่ายเลยเล่าให้เขาฟังว่าก่อนหน้านี้จองกุกได้จัดการเรื่องร้านกับยอนจุนไว้แล้ว

ก็คงจะเตรียมตัวเพื่อรับสารภาพนั่นแหละ

“คุยกับใคร”

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นพร้อมกับแรงยวบบนโซฟาข้างๆ

“ยุ่ง”

“ใครคือยุ่ง”

“กวนตีน—อ๊ะ!” คนตัวเล็กร้องเสียงหลง เจ็บทั้งแก้มที่ถูกกัดและช่วงล่างที่เผลอขยับถอยห่างจากคนร้าย

ตากลมตวัดไปมองแทฮยองอย่างขุ่นเคือง แต่พอทำท่าจะเอ่ยปากด่าก็ถูกอีกฝ่ายพูดขัดขึ้นมาก่อน

“มึงพูดคำหยาบ”

“กวนตีนเนี่ยนะ—อ...โอ๊ย!” เจ้าของเสียงร้องกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเมื่อโดนกัดลงที่แก้มอีกรอบ เพราะนอกจากอีกคนจะกัดซ้ำรอยเดิมแล้วยังออกแรงกัดไม่ยั้งอีกด้วย

“เจ็บ!”

“มึงดื้อเอง”

คราวนี้คนฟังไม่เอ่ยปากเถียงแต่เปลี่ยนเป็นหันหลังให้ มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาออก เขาไม่ได้ร้องไห้เพราะตอนนี้ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้น แค่น้ำตามันล้นขอบตาออกมาเองนั่นแหละ

“ร้องไห้เหรอ”

“เปล่า”

“เจ็บขนาดนั้นเลย?”

“ไม่ต้องมายุ่ง” แขนเรียวพยายามสะบัดมือหนาที่เอื้อมมาจับเขาไว้จากทางด้านหลัง

“ไหนมาดู”

“ไม่ต้อง จะคุยกับซูบิน” แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ยังไม่ทันได้กดเข้าไปอ่านข้อความที่เด็กนั่นตอบกลับมาโทรศัพท์ในมือก็ถูกแย่งไปถือไว้ คนโตกว่ากดปิดเครื่องแล้วโยนมันไปยังอีกฟากของโซฟา

“มาให้กูดูแก้มก่อน” คราวนี้เสียงทุ้มฟังดูออดอ้อน จีมินเลยยอมหันกลับมานั่งดีๆ แล้วยื่นแก้มไปให้อีกฝ่ายดู

“ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้ร้อง น้ำตาไหลเพราะมันเจ็บเฉยๆ”

“หายเจ็บหรือยัง”

“อือ”

“เป็นรอยฟันเลย”

“ก็มึงกัดแรงซะขนาด—ท...ทำอะไร!” เป็นอีกครั้งที่เด็กตัวบางต้องขยับถอยห่างจากร่างหนา เบิกตากว้างมองดูรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนที่เพิ่งใช้ปลายลิ้นแลบเลียรอยแผลบนแก้มของเขา

“รักษาให้ไง”

แก้มที่เคยเจ็บร้อนผ่าว รอยแดงจากรอยฟันยังสู้ความแดงซ่านจากอาการเขินในตอนนี้ไม่ได้เลย

“ร...รักษาบ้าอะไร! มึงเป็นหมาเหรอ!”

“อืม กูเป็นหมา มึงอยากโดนหมาขี่ไหมล่ะ”

“แทฮยอง!” คนถูกตะคอกหัวเราะหึ อดที่จะกวาดแขนไปดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดไม่ได้ เรียวปากบางก้มไปจุมพิตกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ก่อนจะผละออก แล้วจ้องมองไปยังเจ้าของริมฝีปากอิ่มที่ทำได้แค่ขยับพะงาบๆ อย่างนึกเอ็นดู

กว่าจีมินจะกลับมาหายใจเป็นปกติได้ก็ใช้เวลาหลายนาที เมื่อสติที่ถูกดึงให้หายไปกับคำพูดและสัมผัสแปลกๆ จากอีกคนกลับมาครบถ้วน คนตัวเล็กก็คว้าโทรศัพท์หนีคนรักเข้ามาอยู่ในห้องนอนเพื่อคุยกับซูบินอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

 

SOOBIN

พี่เป็นยังไงบ้างครับ

ขอโทษที่ไม่ได้ทักมาหาเลย

วันอาทิตย์นี้ผมต้องกลับไทยแล้ว ที่นู่นเปิดเทอมมาได้อาทิตย์กว่าแล้วครับ

พี่จะไปส่งผมที่สนามบินไหม หรือให้ผมไปหาพี่เองดี

 

JIMIN

พี่ไม่เป็นไร

เดี๋ยวไปส่งนายที่สนามบินนะ

 

SOOBIN

เครื่องออกสี่โมงเย็น

ผมรอข้างหน้าเลยนะครับ

 

JIMIN

โอเค

 

ตากลมมองดูสติกเกอร์หน้ายิ้มที่อีกฝ่ายตอบกลับมา ริมฝีปากก็เผลอขบเม้มเข้าหากันอย่างช่างใจว่าควรจะเล่าเรื่องระหว่างเขากับแทฮยองให้ฟังตอนนี้เลยดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะบอกต่อหน้าตอนเจอกันที่สนามบินแทน

“จีมิน”

ประตูห้องนอนเปิดแง้มออกพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามา มือหนาถือแท็บแล็ตรุ่นใหม่เอาไว้ หลังจากนั่งลงบนเตียงแล้วกระเถิบมาใกล้เขาก็ยื่นมันส่งมาให้ บนหน้าจอเป็นภาพคอนโดใหม่ที่เขาเคยเลือกสรรเอาไว้ก่อนหน้านี้

“ทำไมอะ” คนตัวเล็กว่าพลางช้อนตาขึ้นมองคนโตกว่า ตอนนี้เขากำลังนอนคว่ำหันเท้าไปยังปลายเตียง

“กูเลือกบริษัทแถวนี้ไว้”

“อื้ม”

“ห้องนี้มึงโอเคแล้วใช่ไหม”

“กูชอบนะ แล้วมึงว่ายังไงอะ”

“ถ้ามึงชอบ กูก็ชอบ”

“....”

“แค่มีมึงอยู่ด้วยกูก็ชอบหมดนั่นแหละ” คนฟังไม่ได้พยักหน้ารับแล้วก็ไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงแค่มองรอยยิ้มจางๆ ของคนข้างๆ ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

รู้ตัวอีกทีกายหนาก็โน้มลงมาใกล้ ริมฝีปากบางบดเบียดลงมาขบเม้มริมฝีปากของเขาเอาไว้ ลมหายใจอุ่นเป่ารดกันไปมา แต่แทนที่อีกฝ่ายจะเริ่มบทจูบที่ลึกซึ้งกว่านี้กลับผละออกไปอย่างอ้อยอิ่ง

“ถ้ากูได้งานแล้ว ย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยกันนะ” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบอย่างแผ่วเบา ทว่าจีมินกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

“อือ...”

คนตัวเล็กพยักหน้าตอบรับก่อนจะเป็นฝ่ายรุกจูบอีกคนก่อน สานต่ออารมณ์รักใคร่ที่ถูกปลุกเร้าเอาไว้ด้วยบทจูบที่ลึกซึ้งขึ้น ไม่ได้เร่าร้อนหรืออ่อนโยนจนเกินพอดี เพียงแค่จูบกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งทั้งสองฝ่ายพอใจ

“เดี๋ยวกูไปเตรียมเอกสารก่อน”

พอผละออกไป คนตัวสูงก็ยืดตัวขึ้น จีมินพยักหน้ารับก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย ดึงหมอนจากหัวเตียงมาหนุนศีรษะของตัวเองเอาไว้แล้วทำท่าจะเล่นโทรศัพท์ต่อ

“มึงหาข้อมูลเรื่องเรียนไว้บ้างไหม มหาลัยที่อยากเรียนอยู่ไกลจากที่นั่นหรือเปล่า”

“กูเคยหาไว้แล้ว จดเอาไว้ในสมุด เดี๋ยวไปดูก่อนนะ”

“สมุดเล่มไหน ให้หยิบมาให้ไหม”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปหยิบเอง” คนตัวเล็กว่าพลางขยับตัวลุกขึ้นบ้าง แม้อาการเสียดขัดที่ช่วงล่างจะทำให้ขยับร่างกายลำบากแต่เขาก็ไม่กล้าบอกแทฮยองให้ไปหยิบสมุดเล่มนั้นให้หรอก เพราะอันที่จริงแล้วสมุดเล่มที่ว่านั่นน่ะเป็นถึงไดอารี่ส่วนตัวของเขาเลยทีเดียว

“ตามใจ”

หลังจากคนโตกว่าออกจากห้องไปแล้ว จีมินก็เดินไปหยิบไดอารี่ออกมาจากที่ซ่อน มันอยู่ในตู้เสื้อผ้าฝั่งของเขา ถูกสุมทับไว้ด้วยกองกางเกงยีนส์โทนสีต่างๆ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนพับกางเกงพวกนี้แน่ ไม่อย่างนั้นมันก็คงไม่ดูเป็นระเบียบขนาดนี้หรอก

ในที่สุดสมุดปกนิ่มแบบมีกระดุมแป๊กก็มาอยู่ในมือเขา หน้าปกเป็นสีขาวสลับกับสีดำ วาดตัดกันเป็นรูปร่างเหมือนชายหาดแสนกว้างใหญ่ มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่บนด้ายซ้ายของหาดทราย ให้ความรู้สึกอ้างว้างและสงบเงียบไปพร้อมๆ กัน

จีมินเปิดมายังหน้าแรกของสมุด ความจริงแล้วมันเป็นกระดาษเปล่าแต่เขาได้เขียนบางอย่างลงไปเพื่อคอยเตือนใจตัวเองเอาไว้

สักวันหนึ่งความโดดเดี่ยวจะหายไป...

คือถ้อยคำที่ถูกแต่งแต้มไว้บนช่วงท้ายของกระดาษ

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาสั่นไหวเมื่อประโยคที่เคยอ่านแล้วรู้สึกชินชา บัดนี้มันสามารถสั่นคลอนหัวใจของเขาได้ อาจจะเพราะเคยผิดหวังซ้ำๆ จนรู้สึกว่ามันคงจะเป็นแค่คำขอที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่ตอนนี้ความโดดเดี่ยวพวกนั้นค่อยๆ หลุดหายไปจากใจเขาได้จริงๆ ทีละนิด

ปลายนิ้วหัวแม่มือขยับไปกรีดเปิดหน้ากระดาษ

ในทุกๆ หน้าจะเต็มไปด้วยภาพวาดเล็กๆ ไม่ค่อยมีตัวอักษรให้อ่าน หากแต่ว่าเมื่อเหม่อมองไปในภาพ คนวาดมันอย่างเขาก็จะรู้ได้ทันทีว่าตามวันที่ในบันทึกนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ภาพสุดท้ายในไดอารี่ยังคงเป็นภาพตัวเขายืนหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ พอมาคิดดูแล้วถึงจะกันฝนไม่ได้ แต่ก็โชคดีที่อย่างน้อยเขาไม่ถูกฟ้าผ่า

จีมินสบตากับเด็กหนุ่มตัวจิ๋วในภาพ

ก่อนที่รอยยิ้มที่เคยแต้มแต่งลงบนมุมปากจะค่อยๆ เลือนหายไป

สมุดเล่มนี้บันทึกแต่เหตุการณ์ที่เขาอยากจะจดจำเอาไว้ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่น่าแปลก...ทั้งที่เป็นเรื่องราวดีๆ แท้ๆ แต่กลับมีเพียงแค่เขาที่รับรู้เรื่องราวพวกนั้น

มีเพียงแค่เขาที่ทำสิ่งต่างๆ อยู่ในไดอารี่

ราวกับว่าโลกใบนี้ไม่มีใครอื่นเลย

“จีมิน ได้ชื่อมหาลัยหรือยัง กูเจอมหาลัยหนึ่งอยู่ใกล้ๆ ขับรถไปส่งมึงได้ด้วย”

คนตัวเล็กปิดสมุดลง หันขวับไปมองคนมาใหม่ที่เข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อยพลางเลิกคิ้วมองมา ในมือใหญ่ถือแท็บเล็ตกับกระดาษอีกสองสามแผ่นเอาไว้

“เป็นอะไร”

“....” คนถูกถามเลิกคิ้วกลับบ้าง แทฮยองจึงวางของที่ถือติดมือมาด้วยลงบนเตียงแล้วเดินมานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าเขา

“ร้องไห้ทำไม” จีมินชะงักไปเล็กน้อย ลองยกมือขึ้นไปแตะแก้มก็เห็นหยาดน้ำตาติดปลายนิ้วมาด้วย

“ไม่ได้ร้องนะ...”

มือบางยกขึ้นปาดน้ำตา ส่งเสียงหัวเราะออกไปแก้เก้อขณะที่คนโตกว่าเอาแต่ทำหน้าเป็นกังวล

“ไม่ได้ร้องจริงๆ...ก็แค่...อยู่ๆ น้ำตามันก็ไหล...สงสัยดีใจมั้ง”

“....”

“ในไดอารี่มันเคยมีแต่รูปกูคนเดียวอะ”

คนฟังเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้ว เคลื่อนสายตาไปมองไดอารี่ที่คนตัวเล็กว่าก่อนจะเคลื่อนกลับไปสบตากับคนตรงหน้าอีกรอบ

“พอคิดว่าหลังจากนี้จะมีรูปมึงเข้ามาอยู่ด้วย...”

“....”

“...กูก็รู้สึกโคตรมีความสุขเลย”

 

[END]

 

ฮือ ในที่สุดก็ถึงวันที่ความโดดเดี่ยวพวกนั้นจะหายไปแล้วนะ T^T 

อยากบอกว่าตั้งแต่ตอนที่ 21 เป็นช่วงจบเรื่องแบบที่เราแก้ไขใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ ตอนจบในดราฟท์แรกที่จะใช้พิมพ์เล่มเมื่อปีที่แล้วจะสั้นกว่านี้มาก หลังจากที่เราตัดสินใจว่าจะกลับมาอัพเรื่องนี้ต่อจนจบ เราก็ได้อ่านทวนตั้งแต่แรก แล้วก็รู้สึกว่าเรายังสามารถแก้ไขตอนจบให้ดีกว่านี้ได้ และในที่สุดก็ออกมาเป็นตอนจบแบบนี้ค่ะ เราชอบมากเลย อ่านกี่ครั้งก็รู้สึกชอบมากๆ เลยแอบเสียดายที่หลายๆ คนคงไม่ได้เข้ามาอ่านค่ะ

เราเริ่มเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่ที่ hoc ยังไม่จบ และในวันที่ 22 มี.ค. 2019 ficsxcret ก็ได้เดบิวต์ขึ้น TOP100 ในหมวดแฟนฟิคเกาหลีด้วยอันดับ 100 ตอนนั้นเราดีใจมากๆ และรู้สึกขอบคุณมากเลยค่ะที่มีคนให้ความสนใจเยอะขนาดนี้ เราไม่เคยคิดเลยว่าในบรรดาฟิคนับแสนเรื่อง เราจะติดอันดับ TOP100 ด้วย มันเหนือความคาดหมายมากๆ ค่ะ 

ต่อมา 21 เม.ย. 2019 ficsxcret ก็ได้เลื่อนอันดับขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 43 ตอนนั้นเราแบบ โหหหหหหหหหหหหหหหห อะไรวะเนี่ย

21 พ.ค. 2019 ficsxcret ตกลงมาอยู่อันดับที่ 90 แต่เราก็ไม่ได้เสียใจนะคะ เอาว่า TOP100 มันก็เกินบรรยายแล้ว

21 มิ.ย. 2019 ficsxcret อยู่อันดับที่ 48 

และสุดท้าย 22 ก.ย. 2019 ficsxcret อยู่อันดับที่ 63 ช่วงนั้นเรายุ่งกับเรื่องเรียนและกิจกรรมมากๆ ในชีวิตตอนนั้นปัญหารุมเร้าหลายอย่างมาก เดือน ต.ค. ตอนที่ใกล้ปิดรอบรวมเล่มฟิคเรามาเช็คอีกทียอดยังไม่เฉียดเป้าที่จะพิมพ์เล่มได้ เราก็เลยตัดสินใจยกเลิกและคืนเงิน ตอนนั้นมีบางคนขอให้เรารับเงินไว้แทนกำลังใจจากเขา เรารับไว้ รับเงินและกำลังใจนั้นเอาไว้ แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่เจอช่วงนั้นทำให้เราไม่มีแรงแม้แต่จะมากดอัพต่อเลย มันเฟลและดาวน์มาก เราโทษตัวเองกับทุกๆ อย่าง ตอนที่เราตัดสินใจปิดทวิตคือวันที่เรารู้ว่าเพื่อนคนหนึ่งในทวิตของเราเขาจากไปแล้ว เราเพิ่งพบว่าเขาส่งข้อความมาหาเราด้วย แต่เราไม่ได้ตอบ และเราโทษตัวเองอีกครั้ง

กว่าเราจะผ่านความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้นมาได้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ค่ะ เรามาขอกำลังใจจากในนี้บ่อยมาก เรากลับมาอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ คนซ้ำๆ พยายามบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ถ้ามีทุกคนอยู่ด้วยเราคงจะผ่านมันไปได้ เราตัดสินใจกลับมาอัพ แล้วก็พบว่าตอนนี้หลายๆ คนหายไปแล้ว ตอนแรกๆ ก็รู้สึกแย่ โทษตัวเองอีก แต่ตอนนี้ หลังจากที่เขียนมาจนถึงตอนจบแบบใหม่ที่ดีที่สุดนี่ เราก็พบว่าเราจะเสียใจให้กับคนที่จากไปก็ได้ แต่ท้ายที่สุดก็อย่าหลงลืมคนที่ยังอยู่

เพราะงั้นก็ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่ยังอยู่ด้วยกันจนตอนจบของฟิคเรื่องนี้ ถึงจะเสียดายที่คนอีกมากมายคงไม่ได้เข้ามาอ่านแต่ก็ดีใจค่ะที่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งถึงจะเป็นกลุ่มเล็กๆ ได้อ่าน เราตั้งใจมากๆ และเราก็ชอบมากๆ หวังว่าเพื่อนๆ ก็คงจะชอบและมีความสุขที่ในที่สุดก็เดินมาถึงปลายทางด้วยกันนะคะ ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่เราอยากเรียนรู้และเดินไปด้วยกันกับทุกๆ คน ต่อจากนี้ไปก็จะพยายามรักษาทุกๆ คนเอาไว้ด้วยงานเขียนที่ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะ 

คือมันยาวมาก สุดท้ายแล้วเราอยากอ่านความในใจของทุกคนที่มีต่อฟิคเรื่องนี้และต่อเราค่ะ จะเป็นคำแนะนำ คำติ คำชม คำขอบคุณ กำลังใจ หรืออะไรก็ตาม เราอยากอ่านทั้งหมดเลยค่ะ เรามีเรื่องจะขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับฟิคเรื่องนี้ด้วย อยากให้เพื่อนๆ ช่วยไปกลบความโดดเดี่ยวของเราในแท็ก #ficsxcret ให้ทีได้ไหมคะ ถือว่าเป็นกิจกรรมส่งท้ายการเดินทางของเรานะ ขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ อย่าลืมไปสนุกด้วยกันต่อในเรื่องต่อๆไป ของเราด้วยนะคะ รักนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,651 ความคิดเห็น

  1. #1647 YcpRQABl (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:49
    จะร้องไห้....ดีใจมากกกกก ที่หลังจากนี้คุณจีมินจะไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วววว
    ขอบคุณคุณไรท์ที่แต่งฟิคดีๆเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ส่วนตัวคิดว่าหลังจากอ่านเรื่องนี้จบ ใครที่ไม่ชอบแนวเรื่อยๆนี่น่าจะอ่านยากหน่อย แต่เราว่าเนื้อเรื่องพูดถึงประเด็นหลายประเด็นมากที่เชื่อมไปถึงชีวิตของใครได้แน่ๆ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมีพฤติกรรมแบบเดียวกับตัวละครนะคะ ทุกคนจะผ่านมันไปได้ อาจจะไม่ได้มีคนรักเข้ามาช่วยเหมือนจีมิน แต่สักวันทุกคนจะต้องเข้มแข็งขึ้นเหมือนจีมินแน่ๆ //ปาดน้ำตา เนื้อเรื่อเน้นไปทางความคิดที่ตัวละครหลักอย่างน้องจีมินรู้สึก อาจจะมีบ้างที่แสดงให้เห็นถึงความคิดตัวละครอื่นๆ แต่ในหลักความจริงเราไม่รู้ถึงความคิเที่อยู่ในใจเขาทั้งหมดหรอก เราว่าประเด็นต่างๆที่คุณไรท์หยิบยกมาสามารถตีความได้ในหลายทิศทางมากๆ ยังไงก็รอดูเรื่องต่อๆไปของคุณไรท์นะค้าาาาาาาาา
    .รัก
    #1,647
    0
  2. #1646 Sunshine_ii (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 01:00

    ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ไรท์ผ่านมรสุมครั้งนั้นมาได้ ไรท์เก่งมากๆเลยค่ะ ต่อจากนี้ไปไม่ต้องโทษตัวเองแล้วนะคะ ไรท์ทำดีสุดยอดแล้ววว เราอาจเป็นคนกลุ่มเล็กที่ยังคอยเฝ้ารอติดตามผลงานไรท์เสมอ แต่คนกลุ่มเล็กๆกลุ่มนี้ ก็อยากคอยเป็นกำลังใจให้ไรท์สู้ต่อไปค่ะ สู้ๆค่าาา ไรท์เก่งมั่ก555 อ่า.. สำหรับฟิคเรื่องนี้เราความคิดเห็นส่วนตัวเราคิดว่า เป็นฟิคที่ดีมากอันหนึ่งเลยนะคะ เรานั่งอ่านไปมันก็สะท้อนอะไรได้หลายอย่างเลยนะคะ บางตอนก็ให้ข้อคิด เราชอบมากเลยค่ะ ทั้งภาษา แล้วก็เนื้อเรื่อง แต่ก็แอบเสียดายนิดๆที่บางส่วนเราจำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้แล้วแต่ย้อนไปอ่านตอนแรกๆไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไรท์ยังคงคอนเซปหลักของการดำเนินเรื่องไว้อยู่ สุดท้ายก็ไม่มีมีอะไรติเลยค่ะ555 รักคุณไรท์นะคะะะะะะ (ยาวนิดนึ่งนะคะ5555)
    #1,646
    0
  3. #1645 Kittimaphon_faii (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:17
    น่ารักสุดฮะคุณไรท์
    #1,645
    0
  4. #1644 '/soopr (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:34
    ฮืออออ จบเเล้วคุนไรท์เเต่งออกมาได้สุดยอดดดดด ไรท์เก่งที่สุดเลย รักคุนไรท์น้าาาาาาา รักแบบว่ารักที่สุดเลยมีล้านให้ล้าน ถ้าเรามีเงินเยอะๆนะ เราจะเปย์คุนไรท์จนหมดเล้ยยยยยยยยยยยย
    #1,644
    0
  5. #1641 ffny_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 14:48
    ง่าาาาา น่ารักมาก รักไรท์ๆสุด ♥️
    #1,641
    0
  6. #1640 tk_momat2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:46
    ฮืออออ จบเเล้วววว เราตามอ่านตลอดเลยค่ะ ถึงตอนไรท์หายไปเราจะเเอบหายไปด้วยเหมือนกัน ตอนไรท์กลับมาอัฟต่อ ก็คือเราลืมเนื้อเรื่องไปบ้างเเล้ว เเต่พอลองอ่านต่อเรากลับจำเเต่ทุกฉากเลยค่ะ เพราะก่อนที่ไรท์จะหายไปเราอ่านเรื่องนี้ซ้ำหลายรอบมากๆๆๆๆ เรารอเเจ้งเตือนเรื่องนี้ตลอดเลยนะคะ เเล้วก็รู้สึกว่าต่อให้ไรท์จะหายไปนานเเต่กลับมาอัฟทีคือฝีมือการถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครยังดีมากๆเหมือนเดิมเลย ขอบคุณที่กลับมาอัฟให้เราได้อ่านเรื่องนี้จนจบนะคะ เรารู้สึกดีมากๆเลย ไรท์สู้ๆนะคะ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรมาก็ขอให้เวลาช่วยเยียวยาคุณนะคะ รักนะคะ
    #1,640
    0
  7. #1639 Taeqzx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:31
    แงงง ไรท์เก่งที่สุดแล้วนะคะ

    ขอบคุณที่ผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้นะคะ จนแต่งเรื่องนี้จนจบ ความพยายาม ความตั้งใจของไรท์ไม่เสียเปล่าเลย ไรท์พัฒนาได้อีกเรื่อยๆเลยนะ ขอบคุณที่แต่งฟิคเรื่องนี้มานะคะ ชอบมากๆ จีมินจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแล้วนะ อบอุ่นน ❤
    #1,639
    0