END - SEXCRET [VMIN]

ตอนที่ 28 : ความลับที่ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

ความลับที่ 24

 

#ficsxcret

By Shining Aun

[ทวิตเตอร์ @Shining_Aun]

 

“แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ”

เป็นเสียงลูกชายคนโตที่เอ่ยถาม มือหนาวางถุงช้อปปิ้งที่เพิ่งไปยกมาจากหน้าห้องไว้ข้างโซฟา คนเป็นแม่มองหน้าลูกชายทั้งสองคนสลับกัน ส่งเสียงถอนหายใจออกมาเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กเผลอกระชับชายเสื้อของแทฮยองเอาไว้แน่น

เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกสังหรณ์ใจ

ทั้งสีหน้าและแววตาของหญิงผู้เป็นมารดาดูเหมือนจะไม่ได้อยากมาเพื่อเห็นพวกเขาสองคนรักกันเลยสักนิด

“นั่งลงก่อนเถอะจ้ะ”

ทั้งสองคนนั่งลงตามที่คนอาวุโสกว่าว่า

“แม่...รู้เรื่องที่พ่อเขาจะให้ลูกไปลาออกจากบริษัทแล้วนะ”

เธอว่าด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ก้มหน้าหลบสายตาพวกเขาไปมองฝ่ามือที่เริ่มเหี่ยวย่นทั้งสองข้างของตัวเองบนตัก

“...ตอนแรกแม่คิดว่าพ่อเขาคงแค่จะสอนพวกลูกด้วยการให้ออกมาอยู่กันเองข้างนอก แต่แม่ไม่คิดว่าพ่อเขาจะทำขนาดนี้”

“....”

“แม่คุยกับพ่อมาให้แล้วนะ”

สิ้นน้ำเสียงของหญิงวัยกลางคน เธอก็เงยหน้าขึ้น ทั้งจีมินและแทฮยองขมวดคิ้วหันมองหน้ากันอย่างสงสัย

“พ่อเขาบอกว่าจะยอมให้ลูกทำงานที่บริษัทต่อ แต่ลูกต้องให้น้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่”

“อะไรนะครับ”

“แล้วพวกลูกก็ห้ามเจอกันอีกถ้าพ่อกับแม่ไม่อนุญาต” ลูกชายคนกลางในสายตาของคนเป็นแม่ขบกรามแน่น ในอกร้อนรุ่ม ขอบตาก็ร้อนผ่าว

“แม่ครับ—”

“แม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว...” น้ำเสียงสั่นเครือฟังดูทั้งโกรธและเสียใจดังขึ้นขัดบทพูดของคนโตกว่า

“....”

“เอาแต่ทำตามใจตัวเอง ไม่ยอมถามความต้องการของคนอื่นอีกแล้ว...” จีมินจดจ้องไปยังใบหน้าของผู้เป็นแม่ด้วยสายตาพร่ามัว ความรู้สึกด้านลบคับแน่นอยู่ที่อกเขา ทั้งเรื่องพ่อ เรื่องแทฮยอง เรื่องไล่ออกจากบ้าน มันประดังเข้ามาหาเขาจนควบคุมตัวเองไม่อยู่

“ม...หมายความว่ายังไง แม่แค่—”

“หมายความว่าผมไม่ได้อยากกลับไป!” เด็กตัวเล็กตะคอกใส่เสียงแข็ง พลันน้ำตาก็เอ่อล้นขอบตาลงมาเปรอะแก้ม

แทฮยองบีบมือเขาเอาไว้ข้างหนึ่งเป็นเชิงปลอบใจ เมื่อเห็นว่าพี่ไม่ได้พยายามจะขัดอะไร จีมินก็พูดต่อ

“ผมเคยบอกแม่ไปแล้วนะว่าผมไม่ได้อยากอยู่ที่นั่น...” น้ำเสียงสั่นๆ ฟังดูอ่อนลง พร้อมกับที่น้ำตาอีกหยดรินไหลออกมา

“....”

“ถ้าแม่ไม่ได้ต้องการผมแล้วจะเอาผมไปอยู่ด้วยทำไม...”

“ลูกเป็นลูกแม่นะจีมิน—”

“ถ้าแม่เห็นผมเป็นลูก ฮึก แล้วทำไมแม่ถึงไม่รักผมบ้างล่ะ...” คราวนี้คนตัวเล็กเอ่ยถามพลางสั่นสะอื้น มือข้างที่ไม่ได้ถูกคนโตกว่ากุมเอาไว้ยกขึ้นปาดน้ำตาออก เขาอยากเห็นหน้าแม่ชัดๆ ตอนที่ตอบคำถาม

อยากเห็นหน้าแม่ชัดๆ ตอนที่บอกเหตุผลที่แท้จริงออกมา

เหตุผลที่เขาอยากรู้มาตลอด

เหตุผลที่เขาได้แต่เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็หาคำตอบไม่ได้

“ลูกพูดเรื่องอะไร แม่รักลูกนะจีมิน...” ทว่าคำตอบที่ได้ยิน กลับไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้

“อย่ามาโกหก! ฮึก ผมรู้ความจริงหมดแล้ว! แม่เกลียดผมเพราะพ่อใช่ไหม!...แม่ไม่รักผม เพราะผมเป็นลูกของพ่อใช่หรือเปล่า...” พูดจบก็กัดริมฝีปากเอาไว้แน่น รอยยิ้มของผู้เป็นพ่อผุดขึ้นมา แต่แทนที่จะอุ่นใจ กลับยิ่งรู้สึกเหมือนในอกกำลังถูกแผดเผา

“ก...เกลียดอะไร...แม่รักลูกนะจีมิน...” ใบหน้าของผู้เป็นแม่ดูสับสน คิ้วขมวดกันเป็นปมแน่นขณะที่แทบนั่งไม่ติดเบาะ

“จริงเหรอครับ...แม่รักผมจริงๆ เหรอ” เด็กตัวบางแสยะยิ้ม เคลื่อนสายตาไปมองหน้าต่างที่สะท้อนเพียงความมืดจากทิวทัศน์ด้านนอกกลับมาก่อนจะหันกลับไปมองแม่ของตัวเองอีกรอบ

“จริงสิ ทำไมลูกถึงพูดอะไรแบบนั้น...”

“ก็เพราะว่าถ้าแม่รักผมจริงๆ มันก็คงจะน้อยมากมากจนผมสัมผัสถึงมันไม่ได้ยังไงล่ะครับ” น้ำตาอีกหยดรินไหล จีมินปล่อยมือออกจากแทฮยองแล้วยกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาอีกรอบ

คราวนี้คนเป็นแม่ที่อ้างว่าตัวเองรักลูกถึงกับพูดอะไรไม่ออก เอาแต่มองหน้าเขาด้วยทีท่าอึกอัก ทำได้แค่ขยับริมฝีปากอย่างอ้ำอึ้งแต่ไม่สามารถเอ่ยแก้ตัวอะไรได้เลย

“ถ้าพ่อมีแค่เรา แม่จะรักผมไหม...”

“....”

“ผมผิดอะไรเหรอครับ ทำไมแม่ต้องใจร้ายกับผมด้วย...”

“จีมิน...”

คนถูกเรียกพยายามสงบนิ่งเพื่อจะรอฟังคำแก้ตัว แต่จนแล้วจนรอด คำแก้ตัวที่ได้จากหญิงวัยกลางคนก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความเงียบ แววตาของเธอสั่นคลอนก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็กลับไม่ได้ดูเจ็บปวด มีเพียงความเวทนาที่สื่อผ่านดวงตาของเธอออกมาเท่านั้น

แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

เพียงพอที่จะทำให้จีมินได้รู้คำตอบแน่ชัดแล้วว่าแม่ไม่ได้รักเขา

ที่เอาเขามาอยู่ด้วยก็คงเพราะแค่เป็นห่วงอย่างที่แทฮยองบอก หรือไม่ก็แค่ไม่อยากให้ของของตัวเองไปเกี่ยวข้องกับอีกครอบครัวหนึ่งของพ่อ แต่มันไม่สำคัญหรอก ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้วเพราะคำถามที่เขาต้องการคำตอบมากที่สุด เขาก็ได้รับรู้แล้ว

“แม่กลับไปเถอะ ผมไม่ได้อยากกลับไปอยู่ที่นั่น...”

“....”

“พวกเราอยู่กันเองได้ ขอบคุณที่หวังดีนะครับ” พูดจบก็ปาดน้ำตาออกอีกรอบ ร่างเล็กสั่นสะอื้นลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินหนีเข้าไปในห้อง

ทิ้งแทฮยองไว้กับแม่เลี้ยงที่ทำแค่เพียงมองตามลูกชายแท้ๆ เดินจากไปโดยที่ไม่ยอมทำอะไรเลย

“...อย่างที่จีมินบอก แม่กลับไปเถอะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นเจือความผิดหวัง ตอนแรกเขาตั้งใจปล่อยจีมินพูดความในใจออกไป เผื่อว่าสองแม่ลูกจะได้ปรับความเข้าใจกันบ้าง

แต่ก็อย่างที่เห็น สุดท้ายแล้วมันก็สูญเปล่า

“แทฮยอง...แม่—”

“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมดูแลน้องได้”

“....”

“ผมหางานใหม่ไว้แล้ว วันศุกร์นี้ผมจะเข้าไปเซ็นใบลาออก” คนตัวสูงพูดพลางขยับตัวลุกขึ้น เป็นการแสดงออกกลายๆ ว่าแขกที่พวกเขาไม่ได้เชิญมาควรจะกลับอยู่ในที่ของตัวเองได้แล้ว

“แทฮยอง...” หญิงวัยกลางคนเอ่ยเรียกลูกเลี้ยงอีกครั้ง ขยับตัวลุกขึ้นตามพลางเหม่อมองไปยังห้องที่ลูกชายแท้ๆ เพิ่งเดินหายเข้าไป

“....” คนถูกเรียกเลือกที่จะยืนเงียบ มองหน้าเจ้าของน้ำเสียงที่ฟังดูสั่นเครือนั้นเพื่อรอฟัง

“แม่ฝากดูน้องด้วยนะจ๊ะ”

สิ้นน้ำเสียงที่ฟังดูสั่นเครือยิ่งกว่าเก่า แววตาสั่นคลอนก็เคลื่อนกลับมายังลูกชายคนโต คนถูกขอร้องยังคงเลือกที่จะยืนนิ่งแทนการตอบรับอะไร เพราะดูจากท่าทีของอีกฝ่ายก็พอจะรู้ว่าเธอยังมีเรื่องที่อยากจะพูดต่อ

“ดูแลน้องให้ดีกว่าที่แม่เคยทำนะ...”

“....” แทฮยองชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตรงหน้าปาดน้ำตาออก ฮยอนอาเดินเข้ามาหาเขา เอื้อมมาคว้ามือข้างหนึ่งของเขาไปกุมเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ

น้ำตาของเธอยังคงรินไหลออกมาไม่หยุด

ทว่าคนมองกลับเห็นความรู้สึกผิดในแววตาคู่นั้นได้อย่างชัดเจน

“ที่ผ่านมาแม่พยายามคิดว่าจีมินคือลูกของแม่กับยองวอน...”

“....”

“แต่เด็กคนนั้นหน้าเหมือนพ่อของเขามาก จนบางครั้งแม่ก็ไม่อยากมอง...” คนฟังขบกรามแน่น ความรู้สึกร้อนวูบวาบตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวดที่ได้ยินความจริงอันโหดร้ายของเด็กที่คนตรงหน้ากำลังพูดถึง

ตอนที่ยังเด็กกว่านี้เขาไม่เคยสังเกตถึงความจริงข้อนี้เลย

ฮยอนอาก็เป็นแม่เหมือนคนอื่นๆ ซื้อของให้ลูกๆ ไถ่ถามเรื่องเรียนกับลูกๆ ถึงจะดูเหมือนคอยเอาแต่สนใจน้องคนเล็ก แต่สำหรับเขาในตอนเด็กมันไม่เคยดูแปลกเพราะน้องเล็กคงต้องการการดูแลมากกว่า

แต่พอโตขึ้นเขาก็เริ่มรู้สึกได้

เขาเองก็เป็นพี่คนโต แต่ไม่เห็นจะรู้สึกว่าแม่สนใจน้องมากกว่าเขาตรงไหน แม่ไม่เห็นจะเอาแต่เรียกร้องให้เขาทำนู่นทำนี่ให้น้อง ไม่เห็นจะเอาแต่สนใจแต่ความต้องการของน้องจนลืมความต้องการของเขาเลย

แต่สำหรับจีมินมันไม่ใช่อย่างนั้น

ถึงจะซื้อของมาให้เหมือนเขากับจีฮุน แต่ก็นับครั้งได้ที่ของที่แม่ซื้อมาจะเป็นของที่จีมินชอบ เขาจึงไม่ได้แปลกใจนักหรอกว่าทำไมจีมินถึงหวงของทุกอย่างที่ตัวเองได้มา และไม่อยากแบ่งมันให้กับจีฮุน

สำหรับคนตัวเล็กในห้องนั่น ของพวกนั้นคงเป็นเศษเสี้ยวความรักเล็กๆ จากคนเป็นแม่ที่เจ้าตัวกำลังโหยหา และในเมื่อได้รับมาเพียงเท่านั้นก็คงไม่อยากจะยกมันให้กับใครอีก

“แต่ลูกช่วยไปบอกกับน้องหน่อยได้ไหม...”

“....”

“ว่าแม่เคยมีความสุขมากที่สุด ตอนที่น้องเกิดมานะ...”

สิ้นน้ำเสียงของผู้เป็นมารดา เธอก็เคลื่อนสายตาไปมองประตูห้องอีกครั้ง มันเป็นห้องที่จีมินอยู่ในนั้น...เป็นห้องที่ลูกชายคนแรกของเธอเดินเข้าไป ตอนนี้เด็กคนนั้นคงกำลังร้องไห้ ซึ่งเธอหวังว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ลูกชายจะร้องไห้เพราะเธออีก

ฮยอนอาเคลื่อนสายตากลับมามองลูกชายของสามีใหม่

ฝืนยกยิ้มอ่อนโยนไปให้ลูกเลี้ยง ไล่สายตามองใบหน้ากลัดกลุ้มของอีกฝ่าย พลางกระชับฝ่ามือที่กุมเอาไว้แน่นขึ้น

“ฝากรักน้องแทนแม่ด้วยนะ แทฮยอง...” แทฮยองยังคงทำได้แค่เงียบ ยืนมองหญิงวัยกลางคนเดินออกจากห้องไป

หัวใจของเขาเหมือนถูกคลื่นซัดใส่ ทั้งวูบไหวและร้อนรุ่ม อึดอัดราวกับคนที่พยายามจะแหวกว่ายอยู่ใต้เกลียวคลื่นยักษ์ เพื่อที่จะขึ้นมากอบโกยอากาศบริสุทธิ์เหนือผิวน้ำ

ที่ผ่านมาก็เอาแต่คิดว่าเขาเข้าใจความเจ็บปวดของน้องมาโดยตลอด แต่พอได้ยินคำพูดพวกนั้นจากปากคนเป็นแม่ก็ถึงได้รู้ว่าเขาไม่เคยเข้าใจและคงไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของจีมินได้เลย

เขาเคยคิดแค่ว่าเด็กตัวเล็กนั่นปฏิเสธความรักจากคนอื่นเอง จากทั้งพ่อของเขา ทั้งเขา และทั้งจีฮุน แต่ไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะเป็นยังไงถ้าโดนแม่แท้ๆ ของตัวเองทำแบบนี้ใส่บ้าง

การเปิดใจให้ครอบครัวใหม่จะเป็นเรื่องง่ายได้ยังไง ถ้าพอย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วแม่ของตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคนละคนขนาดนั้น

รู้ตัวอีกที คนตัวสูงก็มาหยุดอยู่หน้าห้องนอน ประตูถูกเขาเปิดผางออกเผยให้เห็นคนตัวเล็กที่นั่งพิงกำแพงอยู่ข้างๆ ใบหน้าที่เปรอะไปด้วยหยาดน้ำตาแหงนขึ้นมองเขา แววตาดูเว้าวอนราวกับกำลังขอร้องแบบเดียวกันกับที่แม่ของเจ้าตัวเอ่ยเอาไว้

แทฮยองทรุดตัวลงไปนั่งข้างร่างน้อยๆ นั่น

ดึงเด็กตัวบางขึ้นมานั่งบนตัก แล้วโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความรักทั้งหมดที่เขามี

 

คนตัวสูงลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง

แทฮยองหันมองซ้ายขวา ประตูห้องน้ำเปิดแง้มอยู่แสดงว่าไม่มีใครเข้าไปใช้ เมื่อรู้ว่าจีมินไม่ได้อยู่ในห้องก็รีบผุดลุกขึ้นจากเตียง ย่ำเท้าเดินออกมานอกห้องด้วยความกระวนกระวาย ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นแผ่นหลังเล็กไหวๆ อยู่ในครัว

“ทำอะไร” เปล่งเสียงทุ้มถามออกไปเมื่อเดินไปหยุดอยู่ข้างกายบาง

คนตัวเล็กหันมามองเขา ยื่นถุงขนมที่ซื้อมาเมื่อคืนให้ดู อาหารในถุงไม่ได้ส่งกลิ่นไม่ดี แต่หน้าตาดูจืดซีดลงไปมาก ไม่น่ารับประทานเหมือนตอนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ แล้ว

“มันยังกินได้อยู่ไหมอะ”

“อย่ากินเลย เดี๋ยวไปซื้อใหม่”

“แต่กูหิว”

“แล้วทำไมไม่ปลุกกู”

“กูไม่รู้ว่ามึงได้นอนตอนไหน”

“พออุ้มมึงไปนอนบนเตียงกูก็นอนเลยนั่นแหละ” คนโตกว่าว่าพลางเสยผม เป็นความจริงที่ว่าเมื่อคืนพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้อาบน้ำ

หลังจากที่แม่กลับไป แทฮยองก็เข้าไปนั่งอยู่กับเด็กตัวเล็ก รอจนร่างกายสั่นสะอื้นนั่นสงบลงแล้วก็ถึงได้พาน้องขึ้นไปนอนบนเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องเสร็จเขาเองก็เริ่มง่วง เลยทำแค่เพียงถอดเสื้อผ้า คว้ากางเกงนอนมาสวมแล้วก็นอนพร้อมกับจีมินไปทั้งอย่างนั้นเลย

“งั้นทำอะไรให้กินหน่อยได้ไหม โทรสั่งมันนานอะ กูหิว”

“อยากกินอะไร”

“อะไรก็ได้ เร็วๆ นะ”

เอ่ยสั่งเสร็จ เจ้าของเสียงอุบอิบก็ทิ้งเขาไว้ในครัว ส่วนตัวเองก็เดินหนีไปเปิดโทรทัศน์แล้วนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับโซฟา แทฮยองเลยทำได้แค่พยักหน้ารับตามหลัง หันมาคว้าถุงขนมที่น้องหยิบมาวางเรียงกันไว้บนเคาน์เตอร์เพื่อดูว่าเมื่อคืนพวกเขาซื้ออะไรกลับห้องมาบ้าง

ห้า...หก...เจ็ด...

เจ็ดอย่างที่ซื้อมา แต่ไม่มีใครได้ทานเลยสักนิด

อย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้ห้ามเพราะตั้งใจจะเอาคืน แต่เห็นทีคงต้องรอดูไปก่อนว่าจะเอาคืนได้ตอนไหน อย่างน้อยๆ ก็รอให้น้องลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปก่อน

มือหนาคว้าถุงขนมเดินไปยังถังขยะ กำลังจะหย่อนมันทิ้งแต่บังเอิญว่าสายตาเหลือบไปเห็นภาพถ่ายภาพหนึ่งที่กำลังนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ก้นถังเสียก่อน

รูปพ่อของจีมิน...

แทฮยองหันขวับไปมองคนในห้องนั่งเล่น ศีรษะกลมที่โผล่พ้นพนักโซฟามาได้นิดหน่อยกำลังหันหลังให้กับเขา เจ้าตัวส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะมุขตลกในรายการทีวี

คนโตกว่าหันกลับมา ปล่อยถุงขนมทิ้งลงถังขยะก่อนจะเริ่มทำมื้อเช้าง่ายๆ ให้จีมินทาน เขาไม่ได้ทานด้วยแต่โทรสั่งอาหารมาเพิ่ม แน่นอนว่าสั่งมาให้เด็กตัวเล็กนั่นด้วย

ระหว่างรอมื้อเช้ามาส่งก็นั่งมองจีมินทานข้าวกับซุปสาหร่ายสำเร็จรูปไปพลาง ข้างโซฟาที่พวกเขานั่งกันอยู่ยังมีถุงชอปปิ้งจากเมื่อคืนวางเอาไว้อยู่เลย

“กินปะ” แทฮยองเลิกคิ้วขึ้นพลางมองช้อนที่ยื่นมาจ่อตรงหน้า

“มึงกินเถอะ”

“ไม่อยากกินคนเดียว มันกินไม่อร่อย” และเพราะเหตุนั้น คนโตกว่าเลยต้องยอมอ้าปากงับข้าวคำโต ตามด้วยซุปสาหร่ายที่จีมินตักมาให้

เจ้าของแววตาเป็นกังวลมองน้องทานข้าวอย่างช่างใจ เขาไม่รู้ว่าควรเอ่ยปากถามเรื่องรูปถ่ายนั่นดีไหม เพราะขอบตาของอีกฝ่ายยังบวมเป่งแดงเรื่ออยู่เลย

“มองทำไม อยากกินอีกเหรอ” ทางคนตัวเล็ก พอรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่เลยหันไปถาม แทฮยองทำท่าอึกอักก่อนจะส่ายหน้า

“เปล่า”

“....” ถึงจะได้ยินอย่างนั้น แต่จีมินก็รู้ว่าคนตัวสูงคงมีบางอย่างที่อยากจะพูด บางทีอาจจะเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ หรือบางทีอาจจะเกี่ยวกับเรื่องรูปในถังขยะ

“มึง...โอเคขึ้นไหม”

คนถูกถามพยักหน้ารับ ละสายตาจากแววตาที่ดูเป็นห่วงไปมองทีวี นั่งทานข้าวไปเงียบๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงถอนหายใจจากร่างหนาข้างๆ

“มึงทิ้งรูปพ่อเหรอ”

“อือ”

“ทำไมถึงทิ้ง” จีมินเม้มปากเล็กน้อย ค่อยๆ หันไปมองแทฮยองอีกรอบ และเมื่อดวงตาสบเข้ากับอีกฝ่ายก็เอ่ยตอบกลับไป

“เพราะกูไม่อยากคิดถึงเรื่องในอดีตอีกแล้ว”

“....”

“กูไม่อยากเอาแต่คิดถึงพ่อ ไม่อยากเอาแต่สงสัยอีกแล้วว่าทำไมพ่อถึงทำแบบนั้น กูแค่อยากจำไว้ว่าตอนพ่อกับแม่ยังอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นกูมีความสุข ส่วนตอนนี้...กูก็มีมึง”

“....”

“ตอนที่กูเดินหนีแม่เข้าไปในห้อง กูได้ยินแม่พูดกับมึง...”

“....”

“แล้วกูก็รู้สึกว่ามันจบแล้ว...” แววตาของคนพูดสั่นระริก แต่ริมฝีปากกลับฉีกยิ้มออกมา ดูไม่ออกว่ากำลังฝืนที่จะยิ้ม หรือฝืนที่จะไม่ร้องไห้กันแน่

“....”

“อย่างน้อยกูก็รู้ว่ากูไม่ได้ทำอะไรผิด...”

“....”

“แล้วแม่ก็มีความสุขที่กูเกิดมา...” คนตัวเล็กรีบปาดน้ำตาออกก่อนจะฝืนยิ้มกว้างขึ้นอีกครั้ง ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ทำเอาคนมองได้แต่นั่งฟังนิ่งๆ

เขาจำได้ว่าตอนที่จีมินย้ายมาอยู่กับพวกเขา พ่อของจีมินยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ว่าป่วยหนักและเป็นฝ่ายมาหาลูกชายเองไม่ได้ เด็กชายจีมินในตอนนั้นมักจะรบเร้าคนเป็นแม่ให้พาไปหาบ่อยๆ แต่ก็โดนดุกลับมาตลอด

ตอนเด็กๆ เขาก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม

แต่พอโตขึ้นและรู้ความจริงก็ถึงได้รู้ว่าพ่อของจีมินให้คนอีกบ้านคอยดูแลอยู่ แม่คงไม่อยากให้จีมินรู้ หรือไม่ก็แค่ไม่อยากไปเจอคนจากบ้านนั้น เวลาจะได้ไปหาพ่อ จีมินจะดูร่าเริงกว่าปกติ แต่พอกลับมาก็จะเศร้าซึม ถ้าไม่ได้ซูบิน เด็กข้างบ้านในตอนนั้นคอยเล่น คอยคุยด้วยก็จะเอาแต่อยู่ในห้อง

“กูก็ดีใจที่มึงเกิดมานะ” มือหนาเอื้อมไปลูบหัวคนเด็กกว่าเบาๆ ระบายยิ้มจางๆ ตอบกลับพลางมองคนตัวเล็กชะงักไป

“พ...พูดเหมือนเป็นพ่อกูงั้นแหละ”

“ข้าวก็หาให้ ของก็ซื้อให้ ค่าเทอมก็จะจ่ายให้ ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ปะวะ”

“ครับๆ ขอบคุณมากเลยครับคุณพ่อ”

จีมินว่าพลางปัดมือเขาออก แทฮยองเองก็อยากจะยอมรับคำว่าคุณพ่ออยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่ามันมีคำอื่นซึ่งถ้าใช้เรียกแทนแล้วจะดูตรงกับสถานะของพวกเขามากกว่า

“คุณพ่ออะไร มึงต้องเรียกกูว่าแด๊ดดี้ไม่ใช่เหรอ”

พูดจบ เจ้าของเสียงทุ้มก็รอดูปฏิกิริยาตอบรับ แก้มใสแดงซ่านขึ้น ขับสีระเรื่อที่ปลายจมูกและขอบตาให้เด็กตรงหน้ายิ่งดูน่ารังแกเข้าไปใหญ่

“ด...แด๊ดดี้พ่อมึงสิ”

“ของที่ซื้อมาเมื่อวาน หมดไปเท่าไหร่รู้ไหม”

“ไม่...ไม่รู้”

“เกือบล้านวอนนะ จะจ่ายคืนด้วยอะไรเลือกมา”

“อะไรของมึง”

“จะเรียกกูว่าแด๊ดดี้ด้วยปาก หรือจะเรียกกูว่าแด๊ดดี้ด้วยตัว”

คนถูกยื่นข้อเสนออ้าปากอ้ำอึ้ง ความรู้สึกหนักอึ้งก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนหมด ร่างกายและสมองเบาหวิว ไม่ว่าจะคิดภาพตามตัวเลือกใดก็ไม่มีอันไหนที่น่าทำอยู่ดี

“ม...ไม่เอาทั้งคู่ เดี๋ยวกูหามาจ่ายเอง”

“จะหายังไง”

“งานพาร์ทไทม์ แต่ขอทยอยจ่ายนะ”

“มึงไปสมัครที่ไหนกูจะให้เขาปฏิเสธมึงให้หมด”

“อะไรของ—”

จุ๊บ

จีมินชะงักไปอีกรอบเมื่อจู่ๆ ก็ถูกขัดคำพูดด้วยการโน้มใบหน้าเข้ามาจุมพิตริมฝีปาก หัวใจเต้นโครมครามขึ้นมาเพียงแค่ใบหน้าหล่อเหลาผละออกไปยกยิ้มส่งมาให้

“ไอ้—”

จุ๊บ

“แทฮ—”

จุ๊บ

“อึก” เมื่อถูกขโมยจุมพิตอีกรอบ คราวนี้คนอายุน้อยกว่าเลยเอาคืนบ้าง พอแทฮยองจะผละออกไป มือบางก็เอื้อมไปรั้งท้ายทอยของอีกฝ่ายเอาไว้ บดเบียดริมฝีปากอวบอิ่มของตัวเองลงบนเรียวปากบางของอีกฝ่ายไม่ให้ได้ทันตั้งตัว

กายบางขยับขึ้นไปนั่งบนตักแกร่ง จับประคองใบหน้าของคนโตกว่าให้เงยหน้ารับบทจูบของเขา

จีมินยังจำได้ว่าเขาเคยเอาคืนแทฮยองด้วยการกระโดดไปขึ้นคร่อมอีกฝ่ายเอาไว้ ครั้งนี้เขาก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นเหมือนกัน

เพียงแต่ว่าจะเพิ่มฟังก์ชั่นเสริมด้วยการจูบเร้าอารมณ์ก่อน

ใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วร่างหนา

และเมื่อแน่ใจว่าช่วงล่างของอีกฝ่ายเริ่มแข็งขืนและร้อนผ่าว ก็ผละออกมากระซิบข้างหูของคนโตกว่าว่า

“จะเป็นแด๊ดดี้กู แค่จ่ายค่าข้าว ค่าของ ค่าเทอม มันไม่พอนะ”

“....”

“เป็นแด๊ดดี้ก็ต้องดุ...”

“....”

“...ดุจนกูรู้สึกอยากจะเรียกมึงว่าแด๊ดดี้อะ”

คนฟังขบกรามแน่น ทั้งลมหายใจและร่างกายของเขากำลังร้อนผะผ่าวไปหมด ยิ่งถูกพูดจายั่วยวนด้วยสีหน้าจากคนที่เพิ่งร้องไห้มาหมาดๆ ความร้อนรุ่มก็ยิ่งลุกโพลง

มุมปากบางขยับยกยิ้มขึ้นบ้าง

ช้อนสายตาขึ้นไปสบกับคนบนตักที่เพิ่งผละออกจากใบหูของเขา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า

“งั้นมึงเตรียมเรียกกูแบบนั้นทั้งวันทั้งคืนได้เลย”

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ เกือบลืมบอกไปเลยว่าตอนหน้าจบแล้วน้า

มีตอนพิเศษ 3 ตอนเหมือนที่บอกว่าจะมีในเล่ม

1 ตอนอ่านฟรี อีก 2 ตอนเราเปิดขายใน ReadAwrite นะคะ

จะมาลงตัวอย่างไว้ให้อ่านเพื่อตัดสินใจกันก่อนด้วย

รออ่านต่อจนจบไปเลยน้าา รักค้าบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,651 ความคิดเห็น

  1. #1643 '/soopr (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:21
    ซุ่ๆๆๆๆค้าบไรท์
    #1,643
    0
  2. #1638 phattarawee24350 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 10:50

    เปแนดำลังใจให้นะ!
    #1,638
    0
  3. #1585 YcpRQABl (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:27

    เราอาจจะไม่ได้เม้นท์อะไรมาก แต่ตามคุณไรท์เงียบๆตลอดนะคะ ขอบคุณที่กลับมานะคะะะะะะ
    #1,585
    0
  4. #1584 tk_momat2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:21
    ตามตั้งเเต่เเรกเลยไปตามต่อใน รี๊ดอะไร้ด้วย สู้ๆนะคะ
    #1,584
    0