END - SEXCRET [VMIN]

ตอนที่ 27 : ความลับที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

ความลับที่ 23

 

#ficsxcret

By Shining Aun

[ทวิตเตอร์ @Shining_Aun]

 

สิบสี่องศาคืออุณภูมิในวันแรกของเดือนมิถุนายน

จีมินยังคงนอนหนุนตักของคนโตกว่า เหม่อมองใบหน้ามุมเสยของอีกฝ่ายอย่าตั้งใจ แทฮยองเองก็ไม่ใช่ไม่รับรู้ ยังคงใช้นิ้วสไลด์หน้าจอแท็บเล็ตเพื่อหางานใหม่อยู่ แต่ก็ก้มลงมาจุมพิตทั้งปากและแก้มของเขาบ่อยครั้ง

ในห้องนั่งเล่นของคอนโดใหญ่ แสงแดดที่สาดส่องผ่านม่านกรองแสงบางๆ เข้ามาทำให้ร้อนขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นคนอาศัยก็กลับรู้สึกสดชื่นและสดใสขึ้นมากกว่าตอนที่ปิดม่านทึบเอาไว้เสียอีก

“บริษัทในเขตนี้ที่มึงบอกกูไม่ดีเหรอ” เห็นคนอายุมากกว่าเอาแต่ขมวดคิ้วนั่งจ้องจออยู่เป็นชั่วโมงแล้วก็เลยถามไปเสียงเบา เขาเพิ่งรู้เรื่องที่คิม ยองวอนไล่ลูกชายของตัวเองออกเมื่อเช้านี้

“ก็ดี แต่กูอยากดูไว้หลายๆ บริษัท เผื่อมีบริษัทไหนจ่ายให้มากกว่า”

“แล้วต้องมากขนาดไหน”

“มากพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายแล้วก็ค่าเทอมมึงได้”

คนฟังชะงักไปเล็กน้อย ขยับตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนโซฟาก่อนจะหันมองเสี้ยวหน้าของคนโตกว่า แทฮยองพอเห็นแบบนั้นก็ชะงักไปแล้วหันมาหาเขาบ้าง

“เรื่องนั้น...กูไปทำงานพาร์ทไทม์ก็ได้นะ”

“ไม่...ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมึงจะเหนื่อยเปล่าๆ จริงๆ เงินเดือนเท่านั้นก็จ่ายพออยู่ แต่กูแค่อยากแน่ใจว่ามันจะมั่นคงพอสำหรับเราสองคน”

“ถ้างั้นมึงก็ต้องเหนื่อยคนเดียวสิ...” จีมินแย้งกลับบ้าง คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“...ไม่เหนื่อยหรอก” แทฮยองว่าพลางวางแท็บเล็ตลง เอื้อมมือมาประคองเสี้ยวหน้าหวานเอาไว้แล้วก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มนั่นเบาๆ

ตั้งแต่วันที่ถูกไล่ออกมาจากบ้านจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบสัปดาห์หนึ่งแล้ว เขาแอบค้นหาตำแหน่งว่างในบริษัทใกล้ๆ ที่พักอยู่หลายวันจนกระทั่งโดนจับได้วันนี้เลยต้องบอกความจริงกับจีมินไป ทั้งที่ตั้งใจว่าจะบอกหลังจากไปเซ็นใบลาออกที่บริษัทแล้วนั่นแหละ

“แน่ใจเหรอ”

“อืม ทำเพื่อมึงจะเหนื่อยได้ไง”

“แล้วถ้ามึงเหนื่อยล่ะ”

“แค่มึงเป็นเด็กดี เชื่อฟังกู กูก็หายเหนื่อยแล้ว”

คนฟังเม้มปากเล็กน้อย แก้มร้อนผะผ่าวขึ้นมานิดหน่อยเมื่อได้สบกับแววตาอบอุ่นนั่น ก้อนเนื้อในอกก็เต้นตึกตัก เป็นอีกวันหนึ่งแล้วที่พวกเขากำลังแสดงออกต่อกันเหมือนคู่รักคู่อื่นมากขึ้นเรื่อยๆ

“ง...งั้นกูจะเป็นเด็กดี ล...แล้วก็จะเชื่อฟังมึง...” คนตัวเล็กตอบกลับอ้อมแอ้ม พลางหลบสายตาของคนฟังไปมองทางอื่นด้วยท่าทีเคอะเขิน

แทฮยองพอได้แบบนั้นก็อดยกยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ได้ แกล้งถอนหายใจแล้วตีหน้าเครียดใส่คนอายุน้อยกว่า ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มฟังดูเหนื่อยๆ ของตัวเองออกมา

“จริงๆ กูก็เครียดนะ”

พอเห็นคนได้ยินหันขวับมามองด้วยสีหน้าเป็นกังวล แถมรอยยิ้มน่ารักบนริมฝีปากอิ่มเอิบก่อนหน้านี้ยังเลือนหายไปแล้ว คนขี้แกล้งก็เลยเผยยิ้มร้ายกาจพลางโน้มหน้าไปใกล้ใบหูเล็กแล้วเอ่ยต่อ

“เพราะงั้นน้องจีมินเด็กดีของพี่ ช่วยมาทำให้พี่หายเครียดหน่อยได้ไหมครับ”

พอเขาผละออกมาแก้มอวบก็ขึ้นสีแดงแจ๋ บ่งบอกว่าเด็กตรงหน้ากำลังคิดวิธีคลายเครียดแบบเดียวกันกับเขาอยู่

“ไอ้—”

“เด็กดีไม่พูดคำหยาบสิครับ”

“ค...ใครเป็นเด็กดีของมึง”

“เอ้า ก็มึงพูดเองว่าจะเป็นเด็กดี แล้วยังบอกอีกว่าจะเชื่อฟังกูด้วย เพราะงั้น...” แทฮยองแกล้งลากเสียงยาว ไล่สายตาไปมองเรือนร่างขาวๆ ในชุดเสื้อยืดหลวมโคร่งกับกางเกงขาสั้น แล้วเมื่อเคลื่อนสายตากลับมาสบกับแววตาตื่นตระหนกของจีมินก็ไม่ลืมที่จะทำเป็นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย

“หยุดเลย!”

คนตัวเล็กแหวใส่ก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีเขาเข้าไปในห้อง คนขี้แกล้งเลยได้แต่มองตามไปพลางหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ ไม่กี่วันที่ได้อยู่ด้วยกันในฐานะอื่นที่ไม่ใช่พี่น้อง มันทำให้เขาได้เรียนรู้และเห็นนิสัยใหม่ๆ ของกันและกันมากกว่าเดิม

อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้อะไรหลายๆ อย่างก็ได้เปลี่ยนแล้วด้วย ถึงก่อนหน้านี้จะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องที่น่าละอายและเรื่องที่ทำให้รู้สึกผิด แต่มันก็ดีแล้ว อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ใจตัวเองและได้อยู่กับจีมิน

ตอนนี้เขาไม่คิดเสียใจอะไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่บ้านและเรื่องบริษัท วันนี้พ่อกับแม่อาจจะยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไร แต่วันหนึ่งเขาก็หวังว่าพวกท่านจะทำความเข้าใจและยอมรับความรักของพวกเขาได้ และจนกว่าจะถึงวันนั้นเขาจะพิสูจน์เองว่าความรักของพวกเขาเป็นเรื่องจริง ไม่ได้เกิดจากการประชดประชันพวกท่านหรือว่าแค่เข้าใจผิด

จนกว่าจะถึงวันนั้น...

เขาจะดูแลจีมินให้ดีอย่างที่ให้สัญญากับพวกท่านไว้ก่อนจะจากมา

 

“...เล็กไปไหม”

แทฮยองเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่เดินเข้ามาในห้องนอน มองเด็กเห็นตัวบางนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงในห้องที่แสงแดดไม่ค่อยสาดส่องเข้ามาก็เลยเอื้อมมือไปเปิดไฟให้ จีมินเองพอรู้ว่ามีคนมาก็ชะโงกหน้าขึ้นมามอง แต่แล้วก็ล้มตัวลงนอนตะแคงเล่นโทรศัพท์ต่ออีกรอบ

“ทำอะไร” คนตัวสูงเดินไปนั่งบนเตียง เหลือบมองหน้าจอมือถือที่คนตัวเล็กกว่ากำลังให้ความสนใจอยู่อย่างอยากรู้อยากเห็น

ทางคนถูกถามเองก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เม้มปากเล็กน้อยอย่างที่ชอบทำก่อนจะยื่นเครื่องมือสื่อสารทรงผืนผ้ามาให้เขาดู

“มึงเคยบอกว่าห้องนี้จะหมดสัญญาเช่าสิ้นปีนี้ใช่ปะ”

“อืม”

“เรา...ย้ายไปอยู่ที่อื่นกันไหม”

เป็นอีกครั้งที่แทฮยองเลิกคิ้วขึ้น ก้มลงมองห้องต่างๆ ที่คนตัวเล็กเซฟรูปและรายละเอียดมาแปะไว้ในโปรแกรมโน้ตของโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้าไปมองเจ้าของร่างเล็กอีกรอบ

“ทำไม มึงไม่ชอบห้องนี้เหรอ”

“เปล่า...”

“แล้ว?”

“ก็แค่คิดว่าถ้าย้ายไปอยู่ห้องที่ค่าเช่าถูกลงน่าจะลดค่าใช้จ่ายให้มึงได้หรือเปล่า...อีกอย่างเงินประกันของห้องที่กูหามาก็ไม่แพงเท่าห้องนี้ด้วย จะได้เหลือเงินไปทำอย่างอื่น...”

“ก็จริง แต่กูอยากหางานทำให้ได้ก่อน จะได้รู้ว่าควรย้ายไปอยู่ตรงไหน...ดีกว่าไหม” คนโตกว่าถามกลับบางระบายยิ้มจางๆ จีมินก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟังจนคนมองอดรู้สึกว่ามันน่ารักมากไม่ได้

มือหนาเอื้อมไปหยิกแก้มคนตัวเล็กกว่าแรงๆ ทำเอาคนถูกมันเขี้ยวถึงกับตวัดสายตามามองค้อนใส่

“มันเจ็บนะเว้ย!” แหวใส่เขาพลางยกมือขึ้นไปลูบแก้มตัวเองป้อยๆ

“ก็มึงน่ารัก”

“แล้วทำไมต้องหยิก!”

“ก็มันเขี้ยว”

“แล้วทำอย่างอื่นไม่ได้หรือไง!” จีมินบ่นอุบด้วยท่าทีเอาแต่ใจ เพราะเดี๋ยวนี้คนตรงหน้านี่ชักเอาใหญ่ ชอบแกล้งเขาแรงๆ ตลอด

“ทำอย่างอื่นเหรอ ทำอะไร” ว่าแล้วก็ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้

ร้ายที่สุด!

“ไปไกลๆ เลยปะ”

“ไล่กู ไม่หิวเหรอ ว่าจะพาไปหาอะไรกินข้างนอก” แทฮยองแกล้งแหย่ระคนง้อกลับ ทางคนอายุน้อยกว่าที่เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้บ่ายสามโมงแล้วก็ได้แต่อึกอัก

“...หิว”

“ขอโทษกูก่อนดิ”

“ขอโทษเรื่อง”

“ที่มึงไล่กู”

“ทีมึงแกล้งกูล่ะ”

“ขอโทษ” คราวนี้จีมินชะงักไปเมื่ออีกฝ่ายยอมเปิดออกมาง่ายๆ และเพราะว่าสีหน้าของคนรักยังคงดูเหมือนพร้อมจะแกล้งเขาอยู่ตลอดเลยไม่ค่อยอยากจะเชื่อใจเท่าไหร่นัก

“ข...ขอโทษ” ตอบกลับไปเสียงอุบอิบจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่ถึงอย่างนั้นคนโตกว่าก็ยังหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวเขาด้วยท่าทีเอ็นดู

ในใจของคนตัวเล็กอุ่นวาบขึ้นมา รอยยิ้มของแทฮยองที่ดูเหมือนจะแกล้งๆ ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่น ริมฝีปากอิ่มขยับยิ้มตามเล็กน้อย ใจเต้นตึกตักขึ้นมาเองเสียดื้อๆ ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็แค่นั่งมองตากันเท่านั้น

“ต่อไปนี้ถ้ามีอะไร เราพูดกันได้ทุกเรื่องนะจีมิน”

“....”

“อยากพูดอะไรก็พูด มีอะไรก็บอก จะโกรธ จะไม่พอใจอะไรก็พูดออกมาเลย”

“....”

“ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราจะแก้ปัญหาด้วยกัน ตกลงไหม” สิ้นเสียงทุ้ม มือหนาก็ผละออกไป แต่แววตาและรอยยิ้มที่ตราตรึงใจยังคงฉายชัดอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย

“...อื้อ” จีมินพยักหน้าตอบรับข้อตกลงอีกรอบ

ที่ผ่านมาเขาแทบไม่เคยยอมพูดความรู้สึกที่แท้จริงกับใครเลย คำขอโทษและคำขอบคุณก็มอบให้ทั่วๆ ไปตามมารยาท ไม่ก็ขอโทษและขอบคุณเพื่อรั้งใครสักคนเอาไว้ให้อยู่กับเขาต่อ

นอกจากซูบิน จีมินไม่เคยคิดว่าจะมีใครอยากฟังความรู้สึกของเขานัก ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือพ่อเลี้ยง พี่ชายอย่างแทฮยองในตอนแรกเองก็ด้วย เขาไม่เคยไว้ใจใครพอที่จะบอกความรู้สึกได้ แต่ตอนนี้คงไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว

จะว่าไปไม่รู้ตอนนี้เด็กนั่นไปอยู่ที่ไหน

หลังจากวันที่เด็กม.ปลายกลับจากโรงแรมมากับเขา พวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

“หรือจะไม่ไปกินข้าว แต่กินกันเองดี”

คนฟังจิ๊ปากเบาๆ ขยับตัวลงจากเตียงแล้วไปคว้าเสื้อผ้าออกมาเปลี่ยนเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก ระหว่างนั้นคนตัวใหญ่ก็เอาแต่ส่งเสียงแซว มองร่างกายของเขาอย่างจาบจ้วงจนนึกอาย ต้องรีบแต่งกายให้เสร็จๆ

หลังจากที่ไล่แทฮยองไปแต่งตัวบ้างพวกเขาก็พากันมายังร้านอาหารร้านหนึ่ง มันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากคอนโดของพวกเขามาก ดูหรูหราพอๆ กับร้านอาหารร้านอื่นในย่านนี้ แถมยังมีห้องอาหารส่วนตัวอีก

“กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

คนตัวสูงพูดขึ้นพลางขยับตัวลุกจากเก้าอี้ จีมินก็ยอมพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้พวกเขาสั่งอาหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คนตัวเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น ไม่ได้คุยกับใคร เขาไม่ค่อยมีเพื่อนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อาจเพราะด้วยความไม่ค่อยยอมเปิดใจให้ใครง่ายๆ ถึงทำให้ทุกคนที่พยายามเข้าหาเริ่มเหนื่อยและยอมถอยห่างออกไป จนสุดท้ายก็เหลืออยู่แค่ไม่กี่คนที่ยอมรับในนิสัยของเขาได้

แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็มีควานลินที่บังเอิญทำงานอยู่ในคาเฟ่ของจองกุก เป็นจุดเริ่มต้นให้เขากับจองกุกได้เจอกัน เป็นคนที่พยายามเตือนเขาว่ากลุ่มของจองกุกนั้นไม่ได้น่าคบหา อยู่ห่างๆ ไว้จะดีกว่า แต่จีมินก็ไม่ได้ฟัง...

เขารู้แค่ว่าครั้งแรกที่จองกุกเดินมาทัก ทั้งโลกก็เหมือนหยุดหมุน ไม่ว่าจะด้วยรอยยิ้มดึงดูดหรือแววตาที่บอกว่าอีกฝ่ายต้องการเขาก็ตาม มันทำให้จีมินรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะเติมเต็มทุกอย่างที่ขาดหายไปให้เขาได้ แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นแค่ความสัมพันธ์ที่รอวันจะพังพินาศลง

พอได้ลองมานั่งมองย้อนกลับไปแบบนี้ในอกก็หน่วงหนักอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อกลับมามองเห็นภาพตรงหน้าว่าเขากำลังอยู่ในร้านอาการกับแทฮยองก็ถึงคิดได้ว่าเขาผ่านมันมาได้แล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่รอดูว่าจองกุกกับเพื่อนจะได้ชดใช้สิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้ยังไงบ้าง

มือบางตัดสินใจกดเข้าหาแชทของเพื่อนสนิทที่มักจะบอกเสมอว่ามีอะไรให้โทรหา แต่เขากลับโทรหาอีกฝ่ายนับครั้งได้ แล้วส่วนใหญ่ก็จะโทรหาเพราะเป็นเรื่องของจองกุกด้วย

เพราะงั้นที่บอกว่ามีแค่ซูบินที่คอยรับฟังเขา ก็คงต้องแก้ใหม่เป็นมีควานลินด้วยอีกคนล่ะนะ

 

JIMIN

ควานลิน

เลิกงงานแล้วว่างไหม กูมีเรื่องจะบอก

 

จีมินรู้ว่าควานลินก็คงจะได้รับรู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างผ่านมุมของจองกุกกับยอนจุนที่เป็นหุ้นส่วนคาเฟ่ แต่เขาคิดว่าบางทีอีกฝ่ายควรจะได้รู้อะไรมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของจองกุก แต่เป็นเรื่องของของเขาด้วย

เพราะเพื่อนยังไม่ตอบ คนตัวเล็กก็เลยนั่งเล่นมือถือรอแทฮยองไปเรื่อย จนกระทั่งพนักงานมาเสิร์ฟอาหารแล้ว แต่คนโตกว่าก็ยังไม่กลับเข้ามาสักที ด้วยความสงสัยและหิวมากขึ้นเรื่อยๆ เลยตัดสินใจจะลุกออกไปตาม

ทว่ายังไม่ทันได้ปิดประตูห้องทานข้าวแบบไพรเวทลงตามหลัง ก็เห็นว่าร่างสูงที่เขารอคอยมาได้พักใหญ่ กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตรงสุดโถงของทางเดินลึก

ซึ่งถ้ายืนคุยกันเฉยๆ น่ะไม่เท่าไหร่

แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับกำลังขยับเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่ง ใช้หน้าอกอวบตูมของตัวเองดุนดันไปบนร่างกายของคนรักของเขาอยู่น่ะสิ

 

[50%]

 

“ปล่อยผม คัง ยูรี” คนตัวสูงว่าพลางพยายามจะผลักตัวหญิงสาวออก แต่เจ้าหล่อนดูจะไม่ได้สนใจเลยสักนิด

จีมินค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา แทบจะทำตัวแนบกับกำแพงไว้ให้ตัวเองดูล่องหนเพราะสองคนนั้นยังไม่เห็นเขา จะได้เงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างแทฮยองกับคนแปลกหน้าได้อย่างถนัดถนี่ 

“คุณมีคนใหม่แล้วจริงเหรอเนี่ย...อยากรู้แล้วสิว่าเธอเป็นใคร ถึงได้ทำให้คุณทำใจเรื่องฉันได้ไวขนาดนี้” คนแอบฟังชะงักไปเล็กน้อย...

ทำใจเรื่องเธอเหรอ

งั้นก็หมายความว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนเก่าของแทฮยองน่ะสิ

“จะเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ คนของคุณไม่มาด้วยเหรอ ถึงได้มาทำตัวรุ่มร่ามอยู่กับผู้ชายคนอื่น”

“แล้วถ้าบอกว่ามาคนเดียวล่ะ”

“มันก็เรื่องของคุณ”

“แน่ใจเหรอ...” เธอถามกลับเสียงหวาน เกาะแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่น มือข้างที่ว่างก็ยกขึ้นไปไล้ปลายคางของอดีตคนรักไล่มายังแผงอก

จีมินเม้มปากแน่นเมื่อความร้อนรุ่มในอกบอกให้เขาเอื้อมไปเปิดประตูห้องแล้วปิดมันแรงๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแรงพอให้คนสองคนที่สุดทางเดินนั่นหันมามองเขา

“จีมิน…” แทฮยองเห็นเขาแล้ว คราวนี้มือหนาคงมีแรงพอที่ผลักตัวแฟนเก่าออกไปได้สักที

“อะไรกัน เด็กคนนั้นเหรอ”

เจ้าของร่างสูงไม่อยู่รอตอบคำถามของคนในอดีต รีบสาวเท้าไปหาคนในปัจจุบันที่ทำท่าจะเดินหนีเขา แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจหรือเปล่า ทั้งที่พยายามจะเดินหนีก็กลับยังปล่อยให้เขาตามทันแล้วคว้าข้อมือบางเอาไว้ได้

“จะไปไหน”

“จะกลับ” คนตัวเล็กกระแทกเสียงตอบ พยายามจะสะบัดมือเขาออกเพื่อเดินหนีไปอีกรอบแต่ก็ไม่ได้ผล

“อิ่มแล้วเหรอ แอบกินตอนกูไม่อยู่หรือไง” 

“เออ กูแอบกินคนเดียวตอนที่มึงมัวแต่คุยอยู่กับผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละ” จีมินว่าพลางถอนหายใจแรง พอชักมือกลับไม่ได้ก็เบนหน้าหนีไปทางอื่นแทน

คิ้วสวยขมวดเข้าหากันมุ่น ดูก็รู้ว่าในอกคงกำลังร้อนรุ่มสุดๆ ทางฝั่งคนโตกว่าก็ไม่ใช่ว่าเห็นน้องหงุดหงิดใส่จนชินถึงได้เอาแต่ยิ้มมุมปาก เพียงแต่ว่าครั้งนี้มันออกอาการหึงอย่างเห็นได้ชัดเสียมากกว่า 

“หึ”

“หัวเราะอะไร” 

คนตัวเล็กแหวกลับมาพร้อมสายตาค้อนเคือง ทำให้คนมองอดระบายยิ้มกว้างแล้วดึงร่างตรงหน้ามากอดไว้ไม่ได้

“มึงหึงเหรอ”

“ปล่อย!”

“หึงกูหรือไง”

“ห...หึงอะไร! อย่ามามั่ว ปล่อย!” คราวนี้แทฮยองยอมปล่อยอีกคนอย่างว่าง่าย แก้มใสของเด็กตรงหน้าขึ้นสีระเรื่อ ไม่แน่ใจว่าโกรธหรือเขินที่ถูกเขากล่าวหาว่าหึง

“นั่นแฟนเก่ากู”

จีมินไม่ได้ตอบรับ ทำเป็นหูทวนลมหันหน้าไปทางอื่น ทางคนพูดเองก็หันไปมองตามทางเดินที่เดินจากมาด้วย ตอนนี้คัง ยูรีไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

“แล้วไง”

“บังเอิญเจอกันเฉยๆ ยูรีก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ต้องหึงหรอก”

“ก็บอกว่าไม่ได้หึง” พอถูกกระตุ้นด้วยคำนี้ทีไร เด็กปากแข็งก็จะหันมาทำหน้าไม่พอใจใส่เขา 

“ถ้าไม่หึงก็กลับเข้าห้อง”

“ไม่กลับ”

“ก็แสดงว่าหึง” 

แกล้งยั่วอารมณ์เด็กตัวบางให้โกรธจนเดินกระแทกเท้ากลับไปเข้าห้อง แทฮยองหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้า

“ดื้อฉิบหาย...” 

พึมพำอยู่กับตัวเองเสร็จก็เดินตามเข้าไป อาหารบนโต๊ะยังไม่พร่องไปสักนิด บอกเขาว่าคนตัวเล็กกว่าโกหกที่ว่าแอบกินคนเดียวไปแล้ว

“ไหนว่ากินไปแล้วไง โกหกเหรอ”

“....” พอเห็นน้องไม่เล่นด้วยก็เลยเดินไปใกล้ๆ

จีมินไม่ได้นั่งลงบนโต๊ะแต่กำลังมองออกไปยังสวนดอกไม้ที่ยังคงบานสะพรั่งผ่านกำแพงกระจกใส มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นแขนเรียวไว้แล้วออกแรงดึงให้หันกลับมาหาเขา 

หากว่าเป็นในหนัง ตอนนี้แบ็คกราวน์ในฉากนี้ของพวกเขาก็คือสวนดอกไม้พวกนั้นนั่นแหละ

“อยากถามอะไรไหม” 

“ไม่” 

เพราะคนถูกถามตอบกลับมารวดเร็วราวกับไม่ได้ผ่านการขบคิด แทฮยองถึงได้เอ่ยถามย้ำขึ้นอีกรอบ

“ถ้าไม่ไม่ได้หึง ไม่ได้อยากถาม งั้นตอนนี้เป็นอะไร” 

“....”

“เพิ่งตกลงกันไปเองไม่ใช่เหรอว่าถ้ามีอะไรก็ให้พูดออกมา”

คนโตกว่าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อตากลมโตที่เอาแต่หลุบลงต่ำเริ่มสั่นคลอน กำลังจะเอ่ยปากขอโทษที่มัวแต่แกล้งแหย่เล่น แต่คนตัวเล็กก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

“ไม่ชอบ...” จีมินช้อนสายตาขึ้นมามองเขา ปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยขณะที่น้ำตาเอ่อคลอขอบตามากขึ้นเรื่อยๆ 

“ไม่ชอบอะไร ที่กูอยู่กับคนอื่นน่ะเหรอ” 

ตอนแรกก็คิดว่าคนตัวเล็กคงจะพยักหน้าตอบรับเขา แต่เปล่าเลย อีกฝ่ายส่ายหน้าไปมาปฏิเสธคำถาม ทำให้คนที่เข้าใจว่าเด็กตรงหน้ากำลังหึงขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่ชอบที่หึงมึง...”

“....”

“...แต่ทำอะไรไม่ได้” คนฟังเปลี่ยนเป็นเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะถามกลับไปด้วยความสงสัย

“ไม่ได้ยังไง” 

“...ก็ถ้ามึงเป็นคนอื่น...กูคงเดินเข้าไปผลักผู้หญิงคนนั้นออก ไม่ต้องสนใจว่าเขาจะว่ากูไหม เพราะกูคงเตรียมใจไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องโดนทิ้ง...”

“....”

“แต่พอเป็นมึง...แค่คิดว่าจะโดนมึงดุใส่ต่อหน้าคนที่พยายามจะเข้าหามึง กูก็ไม่กล้าแล้ว...” พูดจบ คนตัวเล็กก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ทำเอาคนตัวสูงกว่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำอะไรไม่ถูก

“มึงกลัวกูว่าขนาดนั้นเลยเหรอ...” คราวนี้เป็นคนโตกว่าบ้างที่เอ่ยถามออกไปเสียงเบา 

“เปล่า...” เจ้าของน้ำเสียงแผ่วๆ ตอบกลับพลางส่ายหน้า

“....”

“แต่กูกลัวว่าตัวเองจะรู้สึกไม่สำคัญกับมึงเท่าคนอื่น” เป็นอีกครั้งที่คนฟังพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด

“จีมิน ฟังนะ...มันก็จริงที่ว่าถ้ามึงผลักคนอื่นแบบนั้นแล้วจะถูกกูดุใส่”

“....”

“แต่มันไม่จริงที่ว่ากูดุมึงเพราะคนคนนั้นสำคัญกว่า”

“....”

“เพราะถ้าเขาสำคัญขนาดนั้น กูก็คงจะมัวแต่สนใจว่าเขาจะเป็นอะไรไหม โดยที่ไม่มีเวลาหันมาเตือนมึงด้วยซ้ำ”

“....”

“ถ้าเขาสำคัญขนาดนั้น กูก็คงไม่ทิ้งเขาไว้ แล้วเดินตามมาง้อมึงหรอก เข้าใจไหม...” แทฮยองเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มใสออกให้บ้าง

“...อือ” จีมินนิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนขยับเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่น

“เมื่อกี้นี้ก็แค่แฟนเก่า”

“....”

“จะไปสำคัญกว่าแฟนคนปัจจุบันของกูได้ยังไง” สิ้นเสียงทุ้มหยอกล้อ คนฟังก็รีบผละออกจากอกเขา ขอบตาทั้งสองข้างยังคงแดงเรื่อ แต่ตอนนี้มันขึ้นสีแดงลามไปยันแก้มแล้ว

“ค...ใครแฟนมึง มึงเคยขอกูเป็นแฟนด้วยเหรอ”

แทฮยองชะงักไปเล็กน้อย เขาเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับคนตรงหน้าเลยสักนิด อันที่จริงในชีวิตก็ไม่เคยพูดแบบนี้กับใครหรอก แค่รู้ว่าชอบกันแล้วปล่อยให้การกระทำเปลี่ยนสถานะก็พอ แต่ดูเหมือนเด็กตรงหน้าจะอยากได้ยินให้ชัดเจนมากกว่า

“จีมิน” มือหนาเอื้อมไปเชยคางของเด็กตัวบางขึ้น เพื่อที่ดวงตากลมโตนั่นจะได้จดจ้องมามองแค่เขาที่ยืนอยู่ตรงนี้

“อ...อะไร”

“เป็นแฟนกับกูนะ”

อย่าว่าแต่แก้มกลมๆ ของคนตัวเล็กที่แดงแปร๊ดขึ้นชัดกว่าเดิมเลย ในใจของคนถามเองก็เต้นตึกตักเหมือนได้กลับไปตกหลุมรักครั้งแรกในวัยมัธยมอีกครั้งด้วย

“หรือต้องถามว่า...” 

เสี้ยวหน้าคมคายโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย พอให้ริมฝีปากบางของตัวเองขยับไปใกล้ใบหูของคนตรงหน้ามากที่สุดก่อนจะพูดต่อ

...เป็นเมียกูนะ ดี?”

 

หลังจากทานข้าวเสร็จ แทฮยองก็พาจีมินไปช้อปปิ้งต่อ

กว่าจะเดินกันทั่วย่านการค้าใกล้บ้าน เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว สองร่างหอบหิ้วถุงกระดาษไว้เต็มแขน ถึงคนโตกว่าจะรู้ว่าคนตัวเล็กแกล้งซื้อนั่นนี่เป็นว่าเล่นเพราะต้องการจะประชดเขากับเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหาร แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร ปล่อยให้ซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยไปก่อน แล้วค่อยคิดบัญชีเอาทีหลังว่าจะให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยวิธีไหนบ้าง

“อยากได้อะไรอีกไหม” แกล้งถามเอาใจไปเผื่อจะได้เพิ่มหนี้ แต่จีมินกลับส่ายหน้า

“อยากกลับแล้ว เมื่อย” พูดจบ คนอายุน้อยกว่าก็หันมาทำหน้าอ้อนใส่เขา แทฮยองพยักหน้ารับโดยที่อดหุบยิ้มแทบไม่ได้

คำว่าน่ารักฉิบหายคงใกล้เคียงกับเด็กตรงหน้าเขาที่สุด

“เอามา เดี๋ยวถือให้”

“ของมึงก็ถือเยอะแล้ว”

“ไม่เป็นไร” เขาจดหนี้เพิ่มไว้ตลอดแหละ

แต่จนแล้วจนรอดจีมินก็ไม่ยอมส่งของในมือมาให้ พวกเขาเลยพากันเดินกลับไปที่รถโดยที่เด็กตัวเล็กเอาแต่ส่งเสียงอิดออด บ่นว่าเมื่อยบ้างล่ะ บ่นว่าหนักบ้างล่ะ แต่พอบอกให้เอามาให้เขาถือก็ดื้อดึงจะถือไว้เองต่อ

เมื่อถึงรถก็เก็บของไว้ที่เบาะหลัง แทฮยองยังเป็นคนขับรถเหมือนในทุกครั้งๆ ตาสองคู่มองออกไปนอกหน้าต่างคนละทิศ แต่ไม่ว่าจะทิศไหนก็ทำให้แววตาของพวกเขาเป็นประกายได้เหมือนๆ กัน

ไม่นานนักทั้งสองคนก็กลับมาถึงคอนโด คราวนี้เจ้าตัวดื้อยอมให้เขาแบกของทั้งหมดขึ้นมาเองแล้ว ร่างเล็กเป็นฝ่ายเดินเอื่อยๆ อย่างเหนื่อยล้านำคนโตกว่าไปที่ประตูห้องก่อน แต่พอจะแตะคีย์การ์ดลงกับตัวล็อกอัจฉริยะก็ชะงักไปแล้วหันมามองเขาที่กำลังเดินตามหลัง

“มีคนอยู่ในห้อง” จีมินว่าเสียงเบา แทฮยองเลยวางของลงกับพื้นหน้าห้องแล้วเป็นฝ่ายดันประตูเปิดเข้าไป

ในห้องเปิดไฟสว่าง ตอนแรกคนตัวสูงคิดว่าคงจะเป็นเด็กมหาลัยที่เคยถือวิสาสะบุกรุกเข้ามายังห้องของเขา 

แต่เปล่าเลย 

เพราะความจริงแล้วคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้อง...คือคนในครอบครัวของพวกเขาต่างหาก

 

[100%]

 

มันไม่ทันทั้งสองอย่างแล้วไหมล่ะพี่แท 55555555

ตอนหน้ามากลับเข้าเรื่องคั้บ ไม่ม่ามากหรอก ใกล้จบแล้ววว

ขอบคุณที่ยังเข้ามาอ่านกันนะคะ <3

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,651 ความคิดเห็น

  1. #1642 '/soopr (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:08
    คุนไรท์สุดยอดด เอาหัวใจเราไปเลยยยยย ปิ้วๆๆๆๆ💖
    #1,642
    0
  2. #1636 praewpjm_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:49
    ฮือออออออออ💖💖
    #1,636
    0
  3. #1635 Sunshine_ii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 09:15
    เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นจังเลยพิ่ ตามเพิ่มหนี้ทุกการกระทำของน้องเลย555
    #1,635
    0
  4. #1634 villegal (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:47
    เขินนนน นานๆทีถึงจะมีโมเม้นหวานๆกับเค้าบ้าง ตอนนี้สนุกมากเลยชอบเวลาสองคนนี่เค้าหยอกกัน งอนกันน่ารักดีค่ะ
    #1,634
    0
  5. #1633 villegal (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:47
    เขินนนน นานๆทีถึงจะมีโมเม้นหวานๆกับเค้าบ้าง ตอนนี้สนุกมากเลยชอบเวลาสองคนนี่เค้าหยอกกัน งอนกันน่ารักดีค่ะ
    #1,633
    0
  6. #1632 wavwa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 21:17
    ลุ้นได้ทุกตอนจริงๆ ไรต์สู้ๆนะคะ
    #1,632
    0
  7. #1631 phattarawee24350 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 09:25

    สนุกมากๆ รอนะ!!
    #1,631
    0
  8. #1630 Sunshine_ii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 21:08

    สู้ๆเน้อไรท์ พึ่งผ่านมรสุมมาหมาดๆ น้องจมิงก็เจอปัญหาชะนีก่อกวนอีกแล้ว555 สนุกมากเลยค่ะ รอน้าาาาา
    #1,630
    0
  9. #1629 Rainy1764 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 09:56

    ชะนีคนนั้นคือใคร!!!!
    #1,629
    0
  10. #1562 Kittimaphon_faii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 16:16

    สู้ๆๆค่าาาา
    #1,562
    1
    • #1562-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 19:01
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
      #1562-1
  11. #1561 Sunshine_ii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 13:35
    .กอดไรท์ๆ สู้ๆนะคะ
    #1,561
    1
    • #1561-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 15:04
      กอดๆคั้บ ขอบคุณนะคะ
      #1561-1
  12. #1560 bebabm (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 13:19
    ทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดีนะคะไรท์ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นไรท์เจออะไรมาเเต่คนทางนี้จะส่งกำลังใจเเละจะกอดๆคุณไรท์นะคะ ปีนี้จะเป็นปีที่ดีค่ะ เรารู้ว่ายังไงเราก็ต้องเจอสิ่งไม่ดีมาบ้างแนกับสิ่งดีๆเเต่เราขอให้คุณผ่านมันไปได้เเละมีความสุขกับสิ่งที่เราทำเเล้วมีความสุข สิ่งที่ทำให้คุณยิ้มได้นะคะ อยากให้รู้ว่าเรารักคุณนะคะ เเม้จะไม่ใช่เพื่อนพี่น้อง เเต่เราก็ป็นเพื่อนกันเเล้วตั้งเเต่เราได้อ่านฟิคเรื่องนี้นะคะเเละอีกเรื่องต่อๆไปนะ รักนะคะ
    #1,560
    1
    • #1560-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 15:04
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ รักเหมือนกันนะ กอดๆนะคะ
      #1560-1
  13. #1559 MAYURA_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 11:20
    ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไรท์ แต่เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ สู้ๆค่ะ
    #1,559
    1
    • #1559-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 13:07
      ขอบคุณนะคะ
      #1559-1
  14. #1558 YcpRQABl (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 06:25
    เราเข้าใจคุณไรท์นะคะ ถึงบางคนจะบอกกับเราว่าถ้าเราพยายามมันก็จะทำได้หรือสำเร็จอะไรก็ตามแต่ สำหรับเรา รู้สึกว่าการกระทำทุกอย่างของมันจะขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ในจุดที่เราว่าตัวเองพอใจกับสิ่งที่ตัวเองทำไหม ถ้าไม่ก็เพราะอะไร ตอนนี้เราก็อยู่ในจุดที่ไม่โอเคกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เหมือนกัน แต่เราจะมองว่าสิ่งที่เราทำหรือเจอที่ผ่านมา มันให้อะไรเราบ้างไหม เราอาจจะได้เจอเพื่อนที่ดีบ้าง อาจจะมีบางช่วงที่เราโอเคกับสิ่งที่ทำบ้าง เราอยากให้คุณไรท์ลองนึกถึงเวลาเหล่านั้นดูนะคะ ถึงเวลาดีๆอาจจะมีน้อยหรือแทบไม่มี แต่ถ้ามันทำให้คุณดีขึ้น หรือคิดได้ว่าตัวเองพอใจกับการยืนอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า เราก็หวังว่าจะช่วยได้นะคะ
    ปล.หวังว่าจะอ่านรู้เรื่องนะคะ เราต้องไปอ่านนส.สอบแล้ว
    ปล2.คิดถึงใจของเราให้ดี ถึงผลที่ทุกอย่างที่มันจะเกิดตามมาเยอะๆนะคะ
    #1,558
    1
    • #1558-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 13:07
      ขอบคุณนะคะ ขอให้การสอบผ่านไปด้วยดีนะคะ
      #1558-1
  15. #1557 - Bbbee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 02:00
    เราไม่รู้เลยว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับคุณไรท์ แต่เราก็พร้อมซับพอร์ต ติดตามผลงานคุณเสมอนะคะ รีดเดอร์อีกหลายๆคนก็เช่นกัน สู้ๆนะคะ ทำใจให้สบายย
    #1,557
    2
    • #1557-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 02:07
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
      #1557-1
  16. #1556 CallmeVinmii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 01:57
    แงงงง เปงอารัยค้าาา กอดปลอบน้าา โอ๋ๆๆ อย่าให้ค่ากับคนที่ไม่เหนความพยายามของเราเลยค่ะ ถ้าลำบากใจเราว่าเดินออกมาดีกว่าน้าา
    .ปล.แต่เราไม่รู้สาเหตุว่าคุณไรท์เป็นอารัยง่าามาเลยอาจจะพูดซี้ซั้วไปเรื่อย 55
    #1,556
    1
    • #1556-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 02:07
      ฮืออ ถ้าเป็นคนเราคงไม่สนใจเขาจริงๆค่ะ ขอบคุณนะคะ
      #1556-1
  17. #1555 Bamby Bamby (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 01:55
    คุณไรท์ เราไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าคุณไรท์เจออะไรมา เจอมาหนักแค่ไหน แต่เราพร้อมที่จะให้กำลังใจและอยู่ข้าง ๆ คุณนะคะ เรารู้ค่ะว่าการที่พยายามกับบางอย่างมันเหนื่อย แม้บางครั้งเราจะรู้สึกว่ามันท้อบ้าง หักหลังเราบ้าง แต่ความพยายามไม่เคยทรยศใครนะคะ เราเชื่อว่ามันต้องมีซักวันที่สิ่งที่คุณไรท์พยายามมันสำเร็จค่ะ เราอาจจะพิมยาวกว่านี้ไม่เก่ง แต่เราอยากให้คุณไรท์คิดในแง่บวกเข้าไว้นะคะ เราและรีดเดอร์คนอื่น ๆ เป็นกำลังใจให้คุณเสมอ มากอดกันนะคะ
    #1,555
    1
    • #1555-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 02:06
      เรารอมาเกือบ 5 ปีแล้ว 5 ปีที่เราทำทุกอย่าง ใครบอกอะไรเราก็ศึกษาและทำตามหมด เราทิ้งทุกอย่างไปเพื่อสิ่งนี้ เราเหลือแค่สิ่งนี้อะคุณ อย่างน้อยเราก็อยากให้มันมีอะไรที่ดีกว่านี้ การันตีได้ว่ามันจะดีกว่านี้ เราไม่อยากทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเพราะมัวแต่ทำมันอย่างที่บางคนพูดเอาไว้จริงๆ
      #1555-1
  18. #1554 cacalcium (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 01:52
    ฮึ้บๆนะไรท์ เป็นอะไรไหนบอกกก เล่าให้ฟังได้นะคะ
    #1,554
    3
    • #1554-1 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 01:58
      จริงๆพิมพ์บ่นไปแล้วล่ะค่ะ แต่ลบออก ฮึบคั้บ
      #1554-1
    • #1554-2 Destinyy00(จากตอนที่ 27)
      3 มกราคม 2563 / 02:00
      จริงๆพิมพ์บ่นไปแล้วล่ะค่ะ แต่มันยาวแล้วก็คงไม่มีใครอยากสนใจเท่าไหร่เราเลยลบออก ขอบคุณนะคะ
      #1554-2