END - SEXCRET [VMIN]

ตอนที่ 23 : ความลับที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

ความลับที่ 21

 

#ficsxcret

By Shining Aun

[ทวิตเตอร์ @Shining_Aun]

[Facebook Fanpage@ShiningAun]

 

มีแต่เสียงเพลงที่เปิดคลออยู่เท่านั้นที่ช่วยให้บรรยากาศหนักอึ้งในรถเบาบางลงได้ จีมินเอนหลังพิงเบาะขณะที่หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง สองข้างทางในช่วงเช้าอันแสนสดใสของใครหลายๆ คนดูจะหม่นหมองลงไปในสายตาของเขา

มีอีกหลายเรื่องที่เขาอยากจะพูดกับแม่ในวันนี้แต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ตามใจอยาก มีหลายอย่างที่อยากจะถามให้หายสงสัยแต่ไม่รู้ทำไมมันถึงพูดออกไปไม่ได้

ตอนที่เดินขึ้นไปเก็บของบนห้องนอนของตัวเองก็เกิดอาเจียนออกไปหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกพะอืดพะอมราวกับมีบางอย่างจุกอยู่ในอกก็ยังไม่จางหาย

มือบางยกรูปที่เคยติดอยู่บนกระจกในห้องเสื้อผ้าขึ้นมา อยากจะฝืนยกยิ้มแต่ริมฝีปากกลับเบะคว่ำ น้ำตาเอ่อคลอขอบตาขึ้นอีกแล้ว

จีมินคิดถึงพ่อ

คิดถึงอ้อมกอดและคำพูดปลอบโยนของพ่อที่มักจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเสมอ

“มึงว่าถ้าตอนนี้พ่อกูยังอยู่ เขาจะไล่เราออกจากบ้านไหม...” เสียงหวานเอ่ยถามออกไปอย่างสั่นเครือ ไม่ได้หันมองคนบนเบาะข้างๆ แต่หางตาก็เห็นว่าแทฮยองหันมามองเขาแวบหนึ่ง

“กูไม่รู้...”

มืออีกข้างยกขึ้นปาดน้ำตา เก็บรูปใส่กระเป๋าแล้วตัดสินใจมองตามข้างทางไปเรื่อยๆ

“กูเกลียดแม่...”

“อย่าพูดแบบนั้น”

“มึงก็เห็นว่าเขาไม่ได้รักกู” คนที่แม่ไม่รักยังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง เหตุการณ์หลายๆ อย่างผุดขึ้นในหัวเพื่อตอกย้ำคำพูดของตัวเองว่ามันเป็นความจริงไม่มีผิดแน่

“อย่างน้อยเขาก็พามึงมาอยู่ด้วย”

“กูไม่เคยอยากให้เขาพากูมาอยู่ด้วย” คราวนี้จีมินหันไปเผชิญหน้ากับแทฮยอง อีกฝ่ายหันมามองเขาสลับกับมองถนน

“แต่มึงอยู่กับพ่อไม่ได้”

“ทำไม ถึงพ่อจะป่วยแต่กูก็อยู่กับพวกญาติๆ ได้”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องพ่อมึงป่วยหรือไม่ป่วย จีมิน”

คนฟังขมวดคิ้ว จ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนโตกว่าอย่างไม่เข้าใจ

“ที่แม่มึงเลิกกับพ่อมึงเพราะพ่อมึงมีผู้หญิงคนอื่นอยู่แล้ว”

แวบเดียวเท่านั้นที่เจ้าของร่างสูงนั้นหันมา ใช้สายตาจริงจังสบกับดวงตาของเขาก่อนจะหันกลับไปสนใจการจราจรตรงหน้า จีมินชะงักไปขณะที่พยายามทำความเข้าใจกับประโยคบอกเล่าที่ไม่เคยมีใครบอกเขามาก่อน

“...อะไร มึงพูดอะไร...”

“แม่อาจจะดูเหมือนไม่ค่อยใส่ใจมึงก็จริง แต่ที่เขาพามึงมาอยู่ด้วยก็เพราะว่าเขาคงเป็นห่วง ถ้ามึงยังอยู่กับพ่อ มึงก็ต้องไปอยู่กับบ้านเมียหลวง...”

คนที่พยายามทำความเข้าใจขมวดคิ้วมุ่น ในหัวก็นึกถึงแต่หน้าคนเป็นพ่อที่ใจดีและมีแต่รอยยิ้มมาให้เขาเสมอ เท่าที่จำความได้พ่ออยู่กับเขาตลอด ไม่มีตอนไหนหรือเรื่องอะไรมาทำให้เด็กอย่างเขาในตอนนั้นตระหนักได้เลยว่าตัวเองเป็นลูกเมียน้อย

“เขาไม่รู้ว่าถ้ามึงอยู่ที่นั่นมึงจะเป็นยังไง จะโดนรังแกไหม...”

“ถ...ถ้างั้นทำไมไม่มีใครบอกกู...” น้ำตาที่เลือนหายเริ่มถูกเรียกให้คลอขอบตาแดงก่ำขึ้นมาใหม่

“เขาคงไม่อยากให้มึงรู้...”

“....”

“...หรือไม่ก็ไม่อยากพูดถึง...ขนาดกูยังได้ยินเรื่องนี้มาจากพ่อเลย แล้วพ่อก็ไม่ให้กูพูดด้วย” แทฮยองตอบกลับมาเสียงเบาเช่นเดียวกับหัวใจของคนตัวเล็กที่เต้นเบาลงเรื่อยๆ

“มึงคิดว่าแม่เอากูมาอยู่ด้วยเพราะเป็นห่วงเหรอ...”

“กูคิดแบบนั้น”

จากที่เคยคิดว่าแม่ไม่รักเขาเพราะมีครอบครัวใหม่อยู่ตรงหน้า กลับกลายเป็นอดคิดไม่ได้ว่าที่เขาถูกคนเป็นแม่ทอดทิ้ง เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นโกรธพ่อ...โกรธที่พ่อไม่ได้มีแค่เรา แล้วพาลเอาความรู้สึกโกรธเหล่านั้นมาลงที่เขา

จีมินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองควรรู้สึกอย่างไร

เขาควรโกรธพ่อไหม

หรือควรโกรธแม่มากกว่าเดิมที่ไม่คิดจะปล่อยให้เขาได้รับรู้อะไรบ้างเลย

มันก็จริงที่เขาเองก็คงไม่ได้ต้องการรู้ แต่ถ้ามันจะทำให้เขาเข้าใจได้ว่าทำไมแม่ถึงไม่เคยใส่ใจเขาเลย อย่างน้อยมันก็ควรค่าที่จะได้รู้ ถ้าแม่บอกเขาว่าแม่ไม่รักเขาเพราะพ่อ อย่างน้อยเขาก็จะได้เข้าใจว่ามันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เป็นอย่างนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้เขาได้แต่ถามไถ่ตัวเองอยู่ในทุกๆ วันว่าเขาทำอะไรผิดไปโดยที่ไร้ซึ่งคำตอบ

“จอดรถได้ไหม...”

เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะได้รับคำตอบกลับมาเป็นที่รถยนต์ของคนตัวหนาเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถของร้านค้าข้างทาง ไม่ทันได้รอให้รถจอดสนิท จีมินก็โผเข้ากอดแทฮยองเอาไว้ อีกฝ่ายกอดเขาตอบพลางก้มลงมาจุมพิตบนศีรษะของเขาอย่างแผ่วเบา

ที่ผ่านมาเขาคิดเสมอว่าอยากไปอยู่กับพ่อ

เขาขอตายตามพ่อไปด้วยก็ได้ถ้ามันจะทำให้เขาได้อยู่กับคนที่รักเขาจริงๆ แต่ตอนนี้จีมินไม่รู้แล้วว่าความรักที่เขาเคยได้รับมาจากพ่อมันเป็นแค่ความรักที่พ่อแบ่งจากคนอื่นมาให้เขาหรือเปล่า

“มึงคิดว่าแม่รักกูไหม...” เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้

“กูไม่รู้ จีมิน...”

“ฮึก...”

“ชู่ว...ไม่ต้องร้อง...”

เสียงนุ่มทุ้มกระซิบปลอบโยนอยู่ข้างใบหู แทฮยองจูบแก้มเขาย้ำๆ หลายครั้งก่อนจะเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเขาให้เงยขึ้นไปสบตากับเจ้าตัว

คนโตกว่าโน้มหน้าลงมาจุมพิตริมฝีปากของเขา ขบเม้มมันด้วยกลีบปากของเจ้าตัวเบาๆ ไม่กี่วินาทีก่อนจะผละออก นัยน์ตาสีเข้มของอีกฝ่ายจ้องมองมา ไล่มองกรอบหน้าของเขาจนทั่วก่อนจะโน้มลงมาจุมพิตริมฝีปากกันอีกครั้ง

“ตอนนี้มึงมีกูนะ กูรักมึง...”

“อือ ฮึก...”

น่าแปลกที่บทสนทนาและการกระทำของคนตรงหน้าไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่าคำพูดและการจูบปากกันเบาๆ แต่กลับทำให้ในใจของจีมินค่อยๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น

ครืด ครืด

จู่ๆ เสียงสั่นของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดบทจูบที่คนเป็นพี่กำลังจะรุกเริ่ม จีมินผละออกมาเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างอ้อยอิ่งเพื่อให้แทฮยองได้รับสายโทรศัพท์อย่างสะดวก

“ว่าไงซอกจิน”

คนเสียงทุ้มว่าพลางหันมามองเขา

“ได้ เดี๋ยวกูตามไป...อืม”

คุยกับคนในสายอยู่ไม่กี่ประโยคมือหนาก็เก็บโทรศัพท์ลง คนอายุน้อยกว่าที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็ได้แต่ขมวดคิ้วพลางเช็ดน้ำตา มองสีหน้าดูเป็นกังวลแปลกๆ ของอีกคน

“มีอะไรเหรอ...” ในอกของคนที่เพิ่งคืนดีกับน้องชายร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง อดคิดไปเองไม่ได้ว่าเหตุผลของสีหน้าไม่สู้ดีนั้นจะเป็นเพราะมีอะไรเกิดขึ้นกับจีฮุนอีกหรือเปล่า

“ซอกจินกับพี่ยุนกิกำลังจะพาจีฮุนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนทีมกฎหมายมันบอกว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องหลักฐาน”

“ล...หลักฐานทำไม” จีมินถามต่ออีกครั้งพลางขมวดคิ้ว

“หลักฐานอาจจะมีไม่พอมัดตัวจองกุก ในคลิปนั้นไม่เห็นหน้าจองกุก ได้ยินแต่เสียง แล้วยังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะใช้มัดตัวเพื่อนมันอีก” แทฮยองละสายตาจากเขาไปมองนอกตัวรถ ตอนนี้รถจอดอยู่ในลานจอดรถของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่คนค่อนข้างจะพลุกพล่าน

“แล้วเราจะไม่แจ้งความเหรอ...”

“ยังไม่รู้...ต้องไปคุยกับซอกจินที่โรงพยาบาล พี่หมอก็อยู่ที่นั่น”

ยิ่งคนโตกว่าให้คำตอบไม่ได้ จีมินก็ยิ่งก็รู้สึกแย่ ในอกมันแสบร้อนไปหมดเมื่อนึกถึงวิดีโอที่จองกุกถ่ายส่งไปให้จีฮุน เขาโกรธก็จริงที่น้องไปมีอะไรกับแฟนของเขา แต่แน่นอนว่าตอนนั้นจีฮุนเองก็คงไม่คิดว่าจองกุกจะปล่อยให้คนอื่นมาทำอะไรแบบนั้นกับตัวเองด้วยหรอก

“งั้นไปกันเลยไหม”

“กูว่าจะให้มึงรออยู่ที่คอนโด มึงอยู่คนเดียวได้ไหม”

“ทำไมอะ...”

“มึงไหวเหรอ เมื่อกี้อ้วกไปตั้งเยอะ”

ก็จริง บวกกับที่ร้องไห้ไปอีกเขาก็เริ่มมึนๆ หัวแล้วด้วย

“แต่ถ้ามึงไม่อยากอยู่คอนโดก็ไปโรงพยาบาลกับกูก็ได้” คนฟังนิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า

“กูอยู่ที่คอนโดก็ได้” จีมินกลัวว่าถ้าตัวเองเกิดเป็นลมขึ้นมาจะต้องลำบากแทฮยองอีก เขาไม่อยากเป็นภาระตอนที่อะไรๆ มันก็ดูจะวุ่นวายไปหมดแบบนี้ แค่นี้พวกเขาก็เหนื่อยกันมากพอแล้ว

“อืม แล้วหิวหรือเปล่า ให้กูแวะซื้ออะไรไปกินที่คอนโดไหม”

“ไก่ทอดร้านนี้ก็ได้...” จีมินตอบกลับพลางมองหน้าคนโตกว่าอย่างไม่ละสายตา

“เดี๋ยวกูลงไปซื้อมาให้”

“แทฮยอง...” เอ่ยเรียกคนโตกว่าไว้พลางเอื้อมมือไปรั้งแขนเสื้อของพี่ชาย ในใจเต้นตึกตักอย่างประหม่าเพราะไม่ได้ตั้งใจจะเรียกอีกฝ่ายไว้ด้วยซ้ำ

ก็แค่ความรู้สึกหนึ่งที่ผุดขึ้นมา

เป็นความรู้สึกที่ทำให้แววตาของจีมินสั่นระริกได้ง่ายๆ

ไม่ได้โศกเศร้าหรือเสียใจเรื่องที่ผ่านมา แต่เป็นความรู้สึกที่จู่ๆ มันก็ท่วมท้นออกมาเพียงแค่มองหน้าแทฮยอง

“มีอะไรหรือ—”

“ขอบคุณนะ” เสียงเล็กดังขึ้นเบาๆ ทำเอาคนฟังชะงัก

“...ไม่เป็นไร แค่ไปซื้อ—”

“ไม่ใช่...หมายถึง...ขอบคุณที่รักกูนะ...” น้ำตาหยดอุ่นๆ รินไหลออกมา จีมินรีบยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตาออกก่อนจะฉีกยิ้มกว้างส่งให้กับคนตรงหน้า อีกฝ่ายชะงักนิ่งไปถนัดตา ทั้งดูตกใจแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก

“อ...อืม” เสียงทุ้มตอบรับกลับมาอย่างตะกุกตะกัก ริมฝีปากบางนั่นคลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะเอื้อมมือมายีเส้นผมของเขาเบาๆ

“ขอบคุณที่รับรักกูเหมือนกัน”

แก้มใสของคนฟังแดงเรื่อขึ้น แทฮยองเองพอพูดจบก็รีบเปิดประตูลงจากรถไป หัวใจของจีมินยังคงเต้นตึกตัก มันไม่ได้ประหม่าที่จะเอ่ยคำขอบคุณแรกที่รู้สึกอย่างใจจริงในชีวิตอีกแล้ว แต่มันกำลังเต้นแรงเพราะความอบอุ่นที่แทรกซึมเข้ามาในร่างกายต่างหาก

มือบางยกขึ้นมาแตะที่หน้าอกของตัวเอง สัมผัสถึงเสียงตึกตักที่ดังอยู่ข้างในพลางอมยิ้มจางๆ

เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่ามันคือความอบอุ่นจริงๆ ไม่ใช่อบอุ่นจากการถูกกอด ไม่ได้อบอุ่นเพราะถูกพูดจาหวานหู แต่มันเป็นความอบอุ่นของการที่รู้สึกว่ากำลังถูกรัก และเป็นความอบอุ่นของการที่รู้สึกว่าตัวเองได้รักใครสักคนจริงๆ สักที

 

[50%]

 

“ตรงนั้นเป็นห้องนอน ข้างห้องนอนเป็นห้องเก็บของ จริงๆ เป็นห้องนอนอีกห้องแต่กูไม่ได้ใช้ ห้องน้ำอยู่ตรงนี้ ส่วนในห้องนอนก็มีห้องน้ำอีก ถ้ามึงจะอาบก็อาบข้างใน มีผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันอยู่ในตู้ในห้องน้ำ ส่วนตู้ลอยในครัวก็มีรามยอน ซีเรียล อาหารสดกูไม่ได้ซื้อเพราะไม่ค่อยทำอาหารเท่าไหร่”

จีมินมองตามเรียวนิ้วของคนโตกว่าที่ชี้ไปทางนั้นที ทางโน้นนี้ให้เขารู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน คนฟังได้แต่พยักหน้าตามพลางลอบมองสีหน้าจริงจังของเจ้าของห้องอยู่บ่อยครั้ง นึกอยากจะเอ่ยขัดออกไปว่าเดี๋ยวเจ้าตัวก็กลับมาแล้ว ไม่ได้ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวสักหน่อย แต่อีกใจก็ไม่อยากขัดความตั้งใจของอีกฝ่ายเลยเลือกที่จะไม่ทำ

ที่ผ่านมาได้เห็นแต่มุมของคนโตกว่าที่พูดจาร้ายๆ ใส่เขาเพราะเขาทำตัวไม่ดี วันนี้จีมินก็เลยอยากจะเป็นเด็กดีที่ทำเป็นแต่เชื่อฟังอีกคนดูบ้าง

“จะกินก่อนไหม หรือจะไปนอนก่อน”

“ของีบสักแปปแล้วจะตื่นมากิน”

“งั้นกูเอาไก่ไว้ตรงนี้นะ ถ้าจะกินก็อุ่นเอา”

“อื้อ” ตอบรับกลับไปในลำคอเบาๆ พลางมองเจ้าของร่างสูงที่เดินเอาไก่ทอดไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ครัว

คอนโดของแทฮยองค่อนข้างใหญ่ ดูกว้างขวางและเป็นระเบียบ จะว่าไปห้องของจองกุกเองก็เป็นระเบียบเรียบร้อย ถึงจะไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ แต่ก็ยังดูแพงเกินไปสำหรับนักศึกษาชายที่ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวอยู่ดี

พอนึกถึงจองกุก คำบอกลาครั้งสุดท้ายก็ดังขึ้นในหัว

รู้สึกตัวอีกทีก็คงเป็นตอนที่มือหนาทาบทับลงมาบนหน้าผากเพื่อวัดไข้

จีมินเงยหน้าขึ้นมองแทฮยอง อีกฝ่ายก็ก้มลงมาสบตากับเขาตรงๆ ก่อนจะกระแอมไอเบาๆ แล้วผละออกไป

“ตอนนี้ยังไม่มีไข้ แต่ถ้ามีไข้ ยาอยู่ในตู้ยาตรงนั้นนะ”

“อื้อ”

“ถ้าเป็นไข้ก็โทรหากูด้วย”

“อื้อ”

“ถ้าไม่อยากกินไก่ ก็โทรสั่งอย่างอื่นมากินนะ”

“โอเค”

“กูไม่รู้ว่าจะได้กลับเมื่อไหร่—”

“แทฮยอง” คนตัวเล็กเอ่ยขัดขึ้นในที่สุด หลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนเป็นพี่เลิกคิ้วพลางมองหน้าเขาอย่างสงสัย

“ไปเถอะ” จีมินเอ่ยบอกกับอีกคนเบาๆ อมยิ้มจางๆ ส่งไปให้พลางเอื้อมมือไปดันร่างสูงให้หันหลังแล้วผลักเจ้าของร่างนั้นไปยังประตู

“กูไม่เอาคีย์การ์ดไปนะ”

“อื้อ”

“เดี๋ยวกูกลับมา”

“รู้แล้ว” เจ้าของเสียงเล็กเอ่ยตอบพลางหลับตาพริ้มรับจุมพิตที่คนตัวสูงโน้มใบหน้าลงมามอบให้ ในที่สุดแทฮยองก็ได้ออกไปโรงพยาบาลสักที

จีมินเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนโซฟา ในใจก็นึกอยากเดินสำรวจห้องให้มากกว่านี้หน่อย แต่ศีรษะของเขาเริ่มหมุนเคว้งเพราะมัวแต่มองสีหน้าจริงจังของเจ้าของห้องไม่ยอมกระพริบตา

นัยน์ตาสีสวยกวาดมองไปทั่วเพดานสูง ทั้งที่โดนไล่ออกจากบ้านมาแต่ก็กลับใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อในหัวดันคิดไปว่าตอนนี้เขาได้ย้ายมาอยู่ในบ้านแฟนเต็มตัวแล้ว

จะว่าไปแทฮยองบอกกับพ่อแม่ว่าพวกเขาคบกันแล้ว

แต่จีมินไม่เห็นจะจำได้ตรงไหนว่าอีกฝ่ายขอเขาคบ

คืนแรกที่โดนบอกรักก็มีอะไรกันไปทั้งที่ยังไม่รู้สถานะด้วย แถมวันต่อๆ มาก็ยังทำกันอีก อดคิดไม่ได้ว่าคงจะแปลกดีถ้าเกิดวันหนึ่งแทฮยองเอ่ยปากขอเขาเป็นแฟนทั้งๆ ที่พวกเขาทำอะไรกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ถ้าจะบอกว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น มันก็อาจจะดูโกหกตัวเองไปสักนิด เพราะจีมินยังไม่ค่อยได้เห็นมุมนั้นของแทฮยองเลย

คิดอะไรไปเพลินๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่น คนที่ผล็อยหลับไปตั้งแต่ช่วงเช้าลืมตาตื่นขึ้นมา เวลาบนหน้าจอโทรศัพท์บอกเขาว่าตอนนี้สิบโมงกว่าแล้ว

จีมินกดอ่านข้อความของแทฮยองที่ส่งเข้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่เจ้าตัวถึงโรงพยาบาล พวกเขาส่งจีฮุนเข้าตรวจร่างกายตั้งแต่ที่ไปถึง จากนั้นก็คุยกับซอกจิน ยุนกิ แล้วก็นัมจุน ในข้อความที่แทฮยองส่งมาเป็นข้อความสุดท้ายพวกเขาเถียงกันว่าหลักฐานที่มีอาจจะมัดตัวจองกุกไม่ได้ คลิปนั้นถูกส่งมาจากจองกุกก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจองกุกเป็นคนทำเพราะฝ่ายนั้นไม่ได้ส่งข้อความอะไรมาเพื่อปรักปรำความผิดของตัวเองเลยด้วย ส่วนหลักฐานอื่นๆ ที่พอจะคิดกันออกก็คงเป็นกล้องหน้ารถ กล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านกับคอนโดที่จองกุกพาจีฮุนไป ถ้าไม่มีเหตุอะไรที่ทำหลักฐานพวกนั้นถูกขโมยหรือสูญหายก็น่าจะใช้ได้ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันจับภาพจองกุกหรือจีฮุนไม่ได้ก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะคืนนั้นจองกุกอาจจะอ้างว่าตัวเองอยู่ที่วิลล่า แล้วให้แขกเหรื่อที่นั่นเป็นพยานให้ก็ได้

คนอ่านข้อความอย่างเขาได้แต่นึกแล้วก็โกรธ ในอกร้อนรุ่มดังฟืนไฟเมื่อนึกกลลวงต่างๆ พวกนั้นออก ทางบ้านจองกุกก็ค่อนข้างมีอิทธิพล ถึงยุนกิจะเลือกอัยการให้พวกเขาได้ หรือต่อให้ทนายฝั่งเขาเก่งแค่ไหน แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าพวกเขาจะชนะคดี

จีมินเองก็ไม่ได้รู้เรื่องกฎหมายมาก แต่ก็พอรู้มาบ้างว่าในชีวิตจริงถ้ามีเงินมากพอ การกระทำแย่ๆ ที่ตัวเองทำไว้ก็สามารถปลิวหายไปจากโลกใบนี้ได้ ยิ่งกับจองกุกที่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหนก็ยิ่งรู้สึกว่ามันยากมากขึ้นไปอีก

เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายจะยอมรับสารภาพ

จู่ๆ ภาพใบหน้าเจ็บปวดของอีกคนก็ผุดขึ้นในหัว ในวันที่เขาบอกลาจองกุกเป็นครั้งสุดท้าย จีมินยังจำได้ว่าก่อนจะหันหลังกลับมาเขาเห็นว่าคนโตกว่ากำลังปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ส่วนวันที่บังเอิญเจอกันที่ห้าง ถึงอีกฝ่ายจะอยู่กับผู้หญิงคนอื่นก็จริง แต่พอเห็นเขาก็รีบเดินออกมาหา

มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าบางที...ถ้าเขาไปขอร้องให้จองกุกยอมรับโทษ ผู้ชายคนนั้นอาจจะยอมทำในสิ่งที่เขาหวังให้ทำก็ได้

แก้วตากลมเหลือบไปมองเวลาอีกครั้ง อีกห้านาทีจะสิบเอ็ดโมง ซึ่งวันนี้จองกุกมีเรียนช่วงบ่าย เพราะอย่างนั้นตอนนี้ ถ้าอีกฝ่ายไม่อยู่ที่คาเฟ่ใกล้กับมหาวิทยาลัยก็คงกำลังเดินทางไปนั่นแหละ

 

ตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์บอกเวลาเที่ยงสิบเอ็ดนาที จีมินที่เพิ่งลงจากรถโดยสารรีบเร่งฝีเท้าพาตัวเองเดินไปหน้ามหาวิทยาลัยของจองกุก เพราะตอนที่คบกันอยู่เขาจะมีสิทธิมาเหยียบที่นี่ได้ก็เฉพาะเมื่อจองกุกสั่งเท่านั้น ตอนนี้เลยทำได้แค่ยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางนักศึกษาที่เขาไม่คุ้นหน้าเลย

ที่รู้ตารางเรียนของคนโตกว่าก็เพราะยอนจุนเป็นคนบอก

ที่รู้ว่าคาเฟ่ที่จองกุกเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนๆ อยู่ตรงไหนก็เพราะเคยถูกเรียกให้ไปหาที่นั่น กว่าจะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เขาฟัง และไม่เคยคิดจะถามเรื่องราวของเขาสักครั้งก็คงเป็นวินาทีนี้นี่แหละ

และมันทำให้เขาอดรู้สึกสมเพชตัวเองไม่ได้เลย

ก้มหน้ามองปลายรองเท้าผ้าใบขณะที่นึกสับสนในคำว่ารักที่อีกฝ่ายให้ไว้ก่อนที่เขาจะจากมา

คงเพิ่งมารักเขาตอนที่ได้ยินคำบอกลาสินะ

ความรักของเขาคงมีค่าขึ้นมาก็ตอนที่เจ้าตัวกำลังจะเป็นฝ่ายถูกบอกเลิกอย่างนั้นสินะ

“จีมิน...”

เสียงทุ้มแผ่วดังขึ้นเบาๆ ทว่ากลับเรียกความสนใจจากปาร์ค จีมินได้ คนตัวเล็กหันขวับไปมองเจ้าของเสียง จองกุกกำลังเดินมาทางเขาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน คนตัวสูงนั่นดูซีดเซียวกว่าปกติ แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มขึ้นมาขณะที่สายตาก็เอาแต่จดจ้องมายังเขา

ไม่ยอมหันไปมองเพื่อนของตัวเองที่เอ่ยเรียกตามหลังมาเลยสักนิด

ทำอย่างกับว่ากลัวเขาจะหายไป

แววตาคู่นั้นสั่นไหวราวกับว่าถ้าเคลื่อนไปมองทางอื่นแม้เพียงนิด เขาจะไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว

“มาหาพี่—”

เผี๊ยะ

ความร้อนรุ่มในอกของคนที่ทั้งโกรธทั้งสับสนทำให้มือบางเผลอตวัดขึ้นไปตบเผี๊ยะยังใบหน้าคมคายของอีกฝ่าย จองกุกชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองเขา

คนที่อยู่รอบๆ ก็หันมามองพร้อมกับส่งเสียงตกใจ

เพื่อนของจองกุกที่เดินมาสมทบเองก็มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจด้วย

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าวะจองกุก”

เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของคนตรงหน้าพูดขึ้น จีมินไม่ได้สนใจนัก เลือกที่จะพยายามมองหายอนจุน แต่ก็กลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินมาพร้อมคนพวกนี้

“ไม่มีอะไร พวกมึงขึ้นไปเรียนก่อนเลย” คนตัวสูงว่าพลางยกมือขึ้นไปแตะมุมปากของตัวเอง มีหยาดเลือดติดหลังมือของอีกคนมาเล็กน้อยด้วย

“พวกกูจัดการให้ได้นะ” คนหนึ่งในกลุ่มเอื้อมมือมาแตะไหล่จองกุกเอาไว้ แววตาแพรวพราวของเจ้าตัวก็เคลื่อนมามองทางเขาด้วย และนั่นทำให้จีมินนึกขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนแรกที่พยายามจะเข้ามาทำความรู้จักกับเขา แต่ถูกเขาปฏิเสธ

ไม่รู้ทำไมในใจของคนตัวเล็กถึงได้ยิ่งร้อนรุ่มขึ้น

คงเพราะท่าทีไม่แยแส คงเพราะสายตาของผู้ชายคนนี้ที่ดูไม่คิดจะเกรงกลัวผิดชอบชั่วดี จีมินจึงอดคิดไม่ได้เลยว่าคนคนนี้อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่จีฮุนพูดถึงก็ได้

เขาเองก็ยังไม่ได้ลองคุยกับน้องแบบจริงจังว่าใครเป็นคนทำ ตั้งใจว่าจะเอารูปเพื่อนของจองกุกให้น้องดูแต่ก็ลืมไปเสียสนิท

“กูบอกว่าไม่เป็นไรไงซึงยอน—”

“มึงทิ้งแล้วไม่ใช่เหรอ มึงก็รู้ว่าพวกกูไม่รังเกียจ”

“ถ้าพวกมึงแตะจีมิน กูเอาพวกมึงตายแน่” คนที่ปากมีเลือดซิปหันไปคว้าคอเสื้อของเพื่อนสนิทเอาไว้  ทำให้เพื่อนอีกสองสามคนที่ยังยืนอยู่ด้วยมีทีท่าตกใจ

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงวะ!” เจ้าของชื่อซึงยอนที่ถูกจองกุกกระชากคอเสื้อใช้มือรั้งชุดนักศึกษาของตัวเองกลับ สีหน้าไม่พอใจปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย

“อย่ายุ่งกับจีมิน”

“หึ ทำไม เกิดอยากจะเป็นคนดีขึ้นมาหรือไง ทีกับเด็กอายุไม่ถึงสิบห้ามึงยังปล่อยให้พวกกูทำ ถุย!” ยิ่งได้เห็นท่าทีไม่มีสำนึก คนมองอย่างจีมินก็ยิ่งตัวสั่น ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวดที่คนที่ทำเรื่องเหี้ยๆ ถึงขนาดนั้นกลับพูดมันออกมาได้หน้าตาเฉย

รู้ตัวอีกทีฝีเท้าก็ก้าวฉับไปหาเจ้าของคำพูดนั้น ฝ่ามือเอื้อมไปผลักร่างที่สูงกว่าให้เซถลาไปด้านหลัง ผู้ชายคนนั้นหันมามองเขาแทนจองกุก เพื่อนอีกสองสามของมันก็รีบเข้าไปช่วยคว้าร่างมันไว้ไม่ให้ถอยไปชนคนอื่น

“เหี้ยอะไรวะไอ้สัส!”

“ภูมิใจนักหรือไงวะที่ทำเรื่องชั่วๆ กับเด็กตัวแค่นั้นอะ!!” คนตัวเล็กตะโกนกร้าว แววตาสั่นคลอนพลางมองคนถูกผลักที่ดูพร้อมจะพุ่งเข้าหาเขาได้ทุกเมื่อ

“แล้วมึงเสือกอะไร! กูจะทำอะไรใครแล้วมึงเกี่ยวอะไรด้วย! เป็นพี่มันหรือไง?!” 

“เออ!! กูเป็นพี่มัน! แล้วกูก็จะเอาทุกคนที่ทำกับน้องกูแบบนั้นเข้าคุกด้วย!!” เจ้าของเสียงหวานกราดเกรี้ยวตะโกนลั่น เสียงซุบซิบรอบกายดังขึ้นทันใด 

ทางคนที่ถูกขู่ว่าจะถูกโยนเข้าคุกก็ดูตกใจไปนิด ตาคู่นั้นมองเขาอย่างเกรี้ยวโกรธไม่แพ้กัน แต่คงเพราะเหลือบไปเห็นว่าคนรอบกายดูจะให้ความสนใจกับพวกเขามากเป็นพิเศษก็เลยแสร้งยกยิ้มขึ้น ก้าวขายาวๆ พาร่างโสโครกของตัวเองเดินมาทางเขา พอถูกจองกุกเข้ามาขวางไว้ก็ไม่ได้พยายามจะดึงดันเข้ามาใกล้เขาต่อ

“ถ้ามึงคิดว่าทำให้กูเข้าไปอยู่ในนั้นได้...ก็ลองดู...”

หลังจากกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเยาะเย้ยมากกว่าท้าทาย อีกฝ่ายก็หันหลังแล้วเดินจากไป ทิ้งคนฟังให้ยืนตัวสั่นระริกอยู่กับที่ด้วยความคับแค้น มือบางกำเข้าหากันแน่น ได้แต่มองภาพแผ่นหลังกว้างของคนที่ทำเรื่องต่ำช้ากับน้องชายของตัวเองเดินจากไปอย่างไม่หยี่ระ

ทั้งที่อยากเดินตามมันไปกระทืบให้จมดินตรงนั้น แต่ก็รู้ว่าเขาคนเดียวคงไปสู้กับคนตัวใหญ่แบบนั้นไม่ได้

อีกอย่างพวกเขาก็อยู่หน้ามหาวิทยาลัยด้วย ผู้คนก็เยอะไม่น้อยเลย จีมินไม่อยากให้ใครรู้นักหรอกว่าจีฮุนโดนใครทำอะไรบ้าง

“...พูดจริงเหรอ...”

จู่ๆ น้ำเสียงแหบแห้งของจองกุกก็ดังขึ้น เรียกสติของคนที่มีแต่โทสะวิ่งวุ่นอยู่ในความคิดให้หันกลับมาสนใจหนึ่งในคนที่ทำเรื่องแบบนั้นกับน้องชายของตัวเอง

“เรา...จะแจ้งความจับพวกพี่เหรอ...” แววตาของคนถามดูจะวูบไหวไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของคนถูกถามแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นเลย

“ครับ...”

“....”

“แล้วพี่ก็ต้องยอมรับสารภาพด้วย”

 

[100%]

 

:TALK

เขียนเองก็ขึ้นเอง พอเขียนให้ซึงยอนพูดแบบนั้นก็โกรธปรี๊ดขึ้นมาเลยอะค่ะ 55555555555 กลับมาอ่านอีกรอบก่อนจะอัพลงเว็บก็คือหัวร้อนอยู่นาน มันแบบ อห เดี๋ยวก่อน มึ***** เดี๋ยวก่อนนนนน โกรธจริงไม่จริงดูจากการบรรยายเลยค่ะ สุมไฟสุด จงอิน (ที่ไม่ใช่ไค) กันเยอะๆ นะคะ แงง 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,651 ความคิดเห็น

  1. #1607 ukpang (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:05
    จีมินต้องเอาพวกมันเข้าคุกให้ได้เลยนะ คนเลวพวกนี้
    #1,607
    0
  2. #1606 alora2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 22:46
    สู้ๆนะคะ
    #1,606
    0
  3. #1605 Zomzaaa15 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 19:01

    ✌✌✌❤❤❤

    #1,605
    0
  4. #1594 xIIx (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 22:05
    สู้ๆนะคะพี่ไรท์ กลับมาแต่งให้จบเลยน้า ไม่จ้องเครียดกับสิ่งต่างๆนะคะ ใช้ชีวิตให้เต็มที่และมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำเลยนะคะ หนูคอยเป็นกำลังใจให้อยู่นะคะ:)
    #1,594
    0
  5. #1593 YU_YUJIN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 14:28
    สู้ๆนะคุณไรท์ รอคุณไรท์เสมอจ้า จริงๆก็อยากไปซื้อตอนใน RAW อ่ะ แต่ช่วงนี้ช๊อตมากก ฮื้ออ จะคอยติดตามคุณไรท์เสมอนะ
    #1,593
    0
  6. #1592 Chadapa5959 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 11:29
    หนูอยากซื้ออ่านในrawแต่ว่าตอนนี้ไม่มีเงิน ยังไงก็ช่วยเหรอหน่อยนะคะ
    #1,592
    0
  7. #1517 Littlehuman (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:04
    เข้ามาดูทุกวันเลย อัพแล้วคิดถึงมาก ;_; การเขียนให้ลุ้นและให้เอาใจช่วยตัวละครยังแน่นๆปังๆเหมือนเดิม นี่ใจเต้นไปพร้อมจีมินเลยอะ อึดอัดหายใจไม่ออก ฮือ อยากเห็นทุกคนมีความสุขไวๆแล้ว
    #1,517
    0
  8. #1516 Pangna Thepklam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 01:54
    อยากให้พ่อกับแม่ได้เข้าใจอะ ไม่อยากให้ใครเจ็บแล้ว
    #1,516
    0
  9. #1515 จามายอน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 00:01
    เราก็ขอให้พ่อกับแม่เข้าใจนะ ลุ้นเป็นบ้า555. มีความสุขได้แล้วนะจีมินอ่า
    #1,515
    0
  10. #1514 Aquarius✨ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 00:00
    อยากเห็นน้องมีความสุขแล้วนะ น้องเจ็บมาเยอะแล้วพอได้แล้ว ได้โปรด!
    #1,514
    0
  11. #1513 PJMchimx2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 14:15
    ขอให้ผู้ใหญ่เข้าใจ อยากให้น้องทีความสุขแล้ว งื้อออ
    #1,513
    0
  12. #1512 1213bben (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 13:34
    กรี้ดดดดดดรอเลยค่า!!!!
    #1,512
    0