ราตรีสวาสดิ์

ตอนที่ 9 : 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 508 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

                “พี่ว่าเธอดูหน่วยก้านโอเคเลยนะ ทัศนคติในการทำงานก็ใช้ได้ แล้วใช่ว่าไม่มีรางวัลด้านการออกแบบพ่วงท้ายมาก่อน แล้วจะทำงานไม่เก่งนะ”

                “แต่คนบางคนไม่คิดเหมือนพี่ปรัชญ์นี่คะ” บัวบุษกรย่นจมูกเล็กน้อย

                “บัวหมายถึงใคร”

                “จะใครละคะ ถ้าไม่ใช่...คุณอิน” สองคำหลัง เธอลดเสียงลง ราวกับไม่ได้อยากเอ่ยชื่อผู้ชายคนนี้สักเท่าไร

                ปรัชญ์ไม่ได้ตอบ เขาพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาชวินพยายามเอาชนะเขาคะคานเขา อาชวินทำเหมือนว่าชีวิตนี้คงนอนตายตาไม่หลับถ้าไม่ได้แข่งขันชิงดีชิงเด่นกับเขาไปเสียทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องไม้จิ้มฟันไปถึงเรือรบ

                ตอนวัยเด็ก ทั้งสองเคยแย่งรถของเล่นคันเดียวกัน จนถึงขั้นตีกัน พอโตขึ้นมา ก็ปรับระดับความแรงในการแข่งขันมากขึ้น แต่นั่นล้วนแล้วมาจากความชื่นชอบเรื่องท้าทายของทั้งคู่ที่วิ่งวนอยู่ในกระแสเลือดเหมือนๆ กัน จวบจนมาถึงจุดแตกหัก

                ณ จุดนี้ เก้าอี้กรรมการผู้จัดการก็ไม่ต่างจากรถของเล่นคันนั้น ก็แค่หวังว่าทั้งสองจะไม่ลุกขึ้นมาชกต่อยกันหรอกนะ

                “พี่มีธุระต่อ ต้องขอตัวก่อนนะ” ปรัชญ์ก้มดูนาฬิกาข้อมือ เงยหน้าขึ้นยิ้มอีกครั้ง เดินตรงไปยังประตู แต่เดินไม่ถึงประตูห้อง บัวบุษกรก็ถามขึ้นว่า

                “บัวขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ”

                “หืม” ชายหนุ่มหันมาพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

                “ช่วงนี้พี่ปรัชญ์กับ...คุณลิลลี่มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ” ใบหน้าสวยเก๋ เปื้อนความเกรงใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งขรึมไป

                “ทำไมถึงถามแบบนั้น”

                “ก็...หลายวันก่อนบัวเจอพี่สาวของคุณลิลลี่ คุณโรสบอกว่า ช่วงนี้คุณลิลลี่อารมณ์ไม่ดีเลย ใครก็เข้าหน้าไม่ติด อืม พี่ปรัชญ์คงไม่โกรธและคิดว่าบัว...ละลาบละล้วงนะคะ”

                “ไม่หรอก...พี่กับลิลลี่...เราเลิกกันแล้ว” เขาอาจจะเริ่มรำคาญบัวบุษกร แต่ก็ตอบไปตามความจริง

                สาวสวยมีสีหน้าอึ้งงัน แต่แววยินดีกลับแฝงในดวงตา “เลิกกันแล้วหรือคะ เอ่อ พี่ปรัชญ์ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ”

                “ไม่นี่ พี่ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวจะสาย ไว้ค่อยคุยกัน”

                “ค่ะ” เธอพยักหน้า ยิ้มเป็นมิตร แต่เมื่อเขาหันหลังไป ความยินดีก็ฉายชัดบนสีหน้า

                ถึงปรัชญ์จะเว้นระยะห่างจากเธออย่างเสมอต้นเสมอปลายมาจนถึงตอนนี้ แต่อย่างน้อย ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้น บางทีเธอก็อาจจะบีบช่องว่างให้แคบลงได้ง่ายขึ้น

**********

                ปรัชญ์แทบไม่มีสมาธิตลอดเวลาที่สนทนากับผู้จัดการใหญ่ของทอยแอนด์คิดกรุ๊ปสาขาที่ประเทศญี่ปุ่นขณะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ตอนเดินกลับมาจากห้องประชุม ก็แอบกวาดตามองตลอดทางเดินกลับ เพื่อมองหา...พนักงานทำความสะอาดคนนั้น

                เขาแทบช็อกเมื่อตอนเห็นเธอในห้องประชุม

                แค่ผู้หญิงคนที่เขามีเคยมีความสัมพันธ์ชั่วคืนมาทำงานในบริษัทนี้ก็บ้าพออยู่แล้ว แต่นี่เธอดันเป็นพนักงานทำความสะอาดคนใหม่

                กรรมการผู้จัดการแห่งทอยแอนด์คิดกรุ๊ปมีวันไนต์สแตนด์กับพนักงานทำความสะอาดในบริษัทตัวเอง!

                นี่คือตลกร้ายชัดๆ

                เขาทำทีเป็นขอเอกสารสมัครงานของพนักงานใหม่ของเดือนนี้ทั้งหมดรวมถึงพนักงานทำความสะอาดด้วยจากเลขานุการ

                ทันทีที่ได้รับเอกสารมา รอจนเลขานุการออกไปจากห้อง เขาก็รีบพลิกหาเอกสารของผู้หญิงคนนั้น

                ให้ตายเถอะ เธอจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาศิลปอุตสาหกรรม มาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าแห่งหนึ่ง แต่กลับมาทำงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดเนี่ยนะ!

                ซ้ำร้ายเธอกรอกข้อมูลอายุว่ายี่สิบสองปี ไม่ใช่ยี่สิบแปดปีอย่างที่เธอเคยบอกในคืนนั้น

                เขาสอบถามกับเลขานุการเรื่องวุฒิการศึกษาของพนักงานทำความสะอาดคนใหม่ที่ดูจะสูงเกินความจำเป็นกว่าตำแหน่งงาน ก็เลยได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนที่อัญเชิญพรจะมาสมัครตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด ได้สมัครงานในตำแหน่งนักออกแบบของเล่นมาก่อน แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก

                ตอนนั้นเขาอยากเรียกเธอเข้ามาพบในห้องแทบบ้า แต่ก็มีงานด่วนเข้ามาให้ต้องแก้ปัญหาต่ออีก

                ตอนแม่บ้านเข้ามาเสิร์ฟกาแฟ เขาลุ้นแทบแย่ว่าจะเป็นเธอหรือไม่ แต่ก็ไม่ใช่

                จนกระทั่งเกือบหนึ่งทุ่ม เขาสะสางงานกับทางบริษัทที่สาขาสหรัฐอเมริกาและโรงงานที่ชลบุรีเสร็จ

                เลขานุการเปิดประตูเข้ามาเพื่อถามว่าเขาอยากจะได้กาแฟอีกสักถ้วยหรือไม่ เขาตอบปฏิเสธ และบอกให้ฝ่ายนั้นกลับบ้านได้แล้ว

                เจ้าหล่อนดูงุนงง คงเป็นเพราะแปลกใจที่เขาบอกให้หล่อนกลับบ้านก่อน เพราะปกติเขาจะกลับบ้านดึกเป็นประจำ และเลขานุการก็ต้องอยู่ทำงานกับเขาตามธรรมเนียม เขาเป็นคนบ้างาน และผู้ช่วยของเขาก็ต้องเป็น

สปีชีส์เดียวกัน

                แต่คืนนี้เขามีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดมากไปหน่อย อยากอยู่ตามลำพังมากกว่า

ผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆ ปรัชญ์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่ประตูห้อง ปิดสวิตช์ไฟ และเปิดประตูออกจากห้องทำงาน

ด้านนอก ปิดไฟเกือบหมด เหลือเปิดไว้เพียงสองดวง พนักงานคงกลับกันไปหมดแล้ว

พอเดินผ่านประตูกระจกเลื่อนอัตโนมัติออกมายังบริเวณโถงหน้าลิฟต์ ก็สังเกตเห็นไฟในห้องพักพนักงานทำงานสะอาดยังเปิดอยู่ ประตูก็เปิดค้างไว้ เขาจึงสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องนั้น

ปรัชญ์ชะงักนิ่ง เมื่อเห็น...อัญเชิญพรนั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะเหล็กชิดผนังใกล้ๆ ตู้ล็อกเกอร์ เพียงลำพัง เธอไม่ได้อยู่ในชุดฟอร์มพนักงานทำความสะอาดแล้ว แต่อยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีน

เมื่อหญิงสาวหันมาเห็นชายหนุ่ม ก็ผุดลุกขึ้นทันที เช็ดสองมือกับเสื้อข้างตัวไปมา ท่าทางคล้ายคนกำลังจะสารภาพความผิดอย่างกลัวๆ กล้าๆ


ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ 

ชุดแก๊งสามสาว แต่ละคู่ก็มีสไตล์ของตัวเอง คู่ตุลกับเมธแนวถึงลูกถึงคน ปะฉะจูบ ก๊ากกกก ส่วนคู่ตัวเล็กกับปรัชญ์ ละมุนแบบมึนๆ ส่วนคู่สุดท้าย เจนกับคุณรัตติ คู่นั้นยังเขียนไม่จบ แต่ก็พบว่าคู่นี้มีความบ้าบางอย่าง ฝากติดตามทั้งสามคู่เลยน้า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 508 ครั้ง

386 ความคิดเห็น

  1. #2 chomadan (@chomadan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 19:05
    รอ e-book จ้า
    #2
    0