ราตรีสวาสดิ์

ตอนที่ 16 : 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

 

ค่ำคืนถัดมา ณ ร้านจิ้มจุ่ม เจ้าประจำของแก๊งสามสาว

                อัญเชิญพรกับอลิสาเจนกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเหล็กพับ ริมบาทวิถี ช่วงเกือบหนึ่งทุ่ม สาวร่างกะทัดรัดตรงดิ่งมาตามนัดหลังจากเลิกงาน อันที่จริงสามสาวจะนัดเจอกันตั้งแต่เมื่อวานนี้ หลังจากอัญเชิญพรส่งข้อความไปบอกสองเพื่อนสาวด้วยความอึ้งงันว่า ผู้ชายที่เธอมีวันไนต์สแตนด์ด้วยกลายเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แต่ติดที่ตุลญาณามีนัดกับหนุ่มคนรักแล้ว เลยต้องเลื่อนมาเป็นคืนนี้แทน

                “บังเอิญจริงๆ เลยไอ้ตัวเล็ก แล้วไม่เหวอรับประทานเหรอวะ ตอนเจอกัน” อลิสาเจนถามขึ้นทันที ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ

                “เหวอดิ เรียกเหวอแดกเลยด้วย แต่ทำอะไรไม่ได้ อยู่ในห้องประชุมกัน คนตั้งเยอะ” คนพูดหยิบแก้วน้ำพลาสติกขึ้นมาดูดน้ำไปหนึ่งอึก ท่าทางดูสบายๆ ราวกับไม่ติดใจอะไรสักนิดกับการเสียสาวเป็นครั้งแรกให้กับกรรมการผู้จัดการแห่งทอยแอนด์คิดกรุ๊ป ซึ่งก็น่าแปลกที่เธอก็ไม่ได้นึกเสียดายในสิ่งที่เสียไปอะไรนักหนา แค่ไม่ติดโรคร้ายมา ก็บุญรักษาแล้ว

                “แล้วหลังจากนั้นล่ะ”

                อัญเชิญพรเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ หลังจากที่ปรัชญ์ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวเมื่อคืนวาน

                “อีตานี่แสบเหมือนกันนี่หว่า ใช้เงินฟาดซะด้วย แทนที่จะรับผิดชอบ”

                “แกไปว่าเขาแบบนั้นไม่ได้หรอก เขาไม่ได้ปล้ำฉันซะหน่อย” อัญเชิญพรแก้ตัวให้ปรัชญ์

                “เอ่อๆ แม่คนมีเหตุผล แล้วเงินชดเชยตั้งเจ็ดหลัก แกไม่เอาจริงๆ เหรอ” อลิสาเจนพูดอย่างเสียดายสุดขีดในตอนท้าย

                “จะเอาได้ยังไงล่ะ แล้วเขาก็จะฝากงานนักออกแบบของเล่นให้ฉันด้วย”

                “แล้วแกเอามั้ย”

                อัญเชิญพรส่ายหน้า

                “เฮ้ย! แล้วแกปฏิเสธทำไม เขาอุตส่าห์จะฝากงานนักออกแบบของเล่นให้แกเลยนะเว้ย” คู่สนทนาโวยวายแทรกขึ้น เมื่ออัญเชิญพรเล่าถึงข้อเสนอที่ปรัชญ์หยิบยื่นให้ แต่เธอกลับปฏิเสธ

                “ก็ฉันไม่อยากเป็นเด็กฝากนี่ ฉันอยากได้งานด้วยความสามารถของฉันเอง ถึงจะภูมิใจมากกว่า” อัญเชิญพรพูดพร้อมชูกำปั้นขึ้นเหนือศีรษะ แววตาจริงจังทอดมองไปเบื้องหน้า

อลิสาเจนแอบกลอกตา “จ้า แม่คนอุดมการณ์สูง ทุกวันนี้เลยต้องทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ไม่รู้เพี้ยนหรือบ้านะเนี่ยเพื่อนฉัน”

                “แค่ทำแก้ขัดเท่านั้นเอง” อัญเชิญพรตอบอุบอิบ

                “แต่จริงๆ แกน่าจะบอกคุณปรัชญ์อะไรของแกนั่นนะว่า ฝ่ายบุคคลของเขาทำงานผิดพลาด แกเลยต้องมาทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด แล้วเขาก็ควรรับผิดชอบด้วย”

                “ถ้าฉันบอกไป พนักงานฝ่ายบุคคลคนนั้นก็ต้องโดนว่าแน่ อาจโดนไล่ออกด้วย ฉันสงสาร ชีวิตนางรันทดมาก แม่ก็กำลังป่วยหนัก พ่อก็ไม่มี ยายเป็นอัมพาตและตาบอด น้องๆ ก็อยู่ในวัยเรียน  แถมน้องคนเล็กยังเป็นออทิสติกอีกต่างหาก”

                “นี่มันรันทดเว่อร์ไปป่ะ ชีวิตยังกับนางเอกนิยายน้ำเน่า”

                “นางน่าสงสารจริงๆ นะเว้ย วันนั้นนางเล่าไป เสียงก็สั่นเครือไป”

                “แล้วชีวิตแกไม่น่าสงสารหรือไง จู่ๆ ต้องมาทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ฉันว่าของแกน่ารันทดกว่านางอีกนะ” อลิสาเจนโพล่งอย่างเหลืออด

                “รันทดที่ไหนเล่า แกก็รู้ว่าฉันทำฆ่าเวลาเฉยๆ อีกอย่างฉันก็ยื่นใบลาออกไปแล้ว คงทำถึงแค่สิ้นเดือนนี้”

“อ้าวทำไมล่ะ”
“ก็ถ้าฉันทำงานที่นี่ เขาบอกว่าเขาก็อาจจะอึดอัด”

                “แต่เขาจะฝากงานให้แกไม่ใช่เหรอ”

                “เขาจะฝากบริษัทอื่นให้”

                อลิสาเจนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วนี่กว่าแกจะออกก็ต้องสิ้นเดือน แกไม่อึดอัดบ้างเหรอ มันก็ชวนให้อึดอัดอย่างที่อีตานั่นว่า”

                คนถูกถามส่ายหน้าดิกทันที “ไม่ล่ะ วันๆ เขางานยุ่งจะตาย แทบไม่ได้เจอกัน วันนี้เขาก็ไปประชุมที่โรงงานทั้งวัน  อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ต่างคนต่างเมา เสียเวลาเปล่าๆ ปี้ๆ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า”

                “โห ตัวเล็ก ทำไมแกพูดเหมือนมันง่ายแบบนี้ล่ะ”

                “ก็ง่ายๆ แบบนี้แหละ คิดมากไป ไร้สาระ”

                อลิสาเจนมองเพื่อนอย่างอึ้ง “เอ่อ ไร้สาระก็ไร้สาระ แต่ว่าแกอย่าทำเรื่องไร้สาระแบบนี้บ่อยนะ ฉันขี้เกียจลุ้นตัวโก่งกับผลตรวจเลือดของแกอีก”

                “เอ่อ รู้แล้วน่า ครั้งเดียวก็เข็ดแล้ว แกก็รู้ ช่วงนั้นฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวติดเชื้อเอชไอวีแทบบ้า”

                “คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว แล้วแกกับเขาก็บ้าพอกันนะ มีอะไรกันไม่ป้องกัน”

                “ป้องกันแล้ว”

                “อ้าว ป้องกันแล้ว ทำไมถึงกลัวติดโรคขนาดนั้น”

                “ก็ครั้งที่สองไม่ได้ป้องกัน” อัญเชิญพรพูดด้วยสีหน้าท่าทางเป็นปกติธรรมดามาก เหมือนกับพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ พร้อมกับจกส้มตำปูปลาร้าไปด้วย แต่คู่สนทนา หน้าเหลอ อ้าปากค้างไปหลายวินาที ก่อนจะโพล่งออกมาว่า

                “อะไรนะ! แกมีอะไรกับเขาตั้งสองครั้งเลยเหรอ”

ตัวเล็กมองบวกมากไปม้ายยย

รักกันพัลวัน
เชอริณ
www.mebmarket.com
เรื่องรักวายป่วงของอดีตสาวหล่อหน้าหวาน ซีอีโอหนุ่มมาดหรูสุดร้ายแห่งบลูซีเวิลด์ และสถาปนิกหนุ่มมาดเซอร์ผู้แสนดีเกิ๊น“แต่ฉันว่า เรื่องมันลงเอยแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว คุณจะไปกวนน้ำให้มันขุ่นทำไม” “ใครว่าลงเอยดี ลงเอยห่วยที่สุดต่างหาก” เมธากวินไม่พูดเปล่า แต่ถือวิสาสะสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างแน่นหนา ราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ 

กามเทพเล่นกล
เชอริณ
www.mebmarket.com
คุณลุงคับ มาเล่นด้วยกันมั้ยคับ” ไข่ตุ๋นหยุดวิ่งทันควันเมื่อเห็นเขา ถามด้วยรอยยิ้มสดใส สาวน้อยก็หยุดชะงักเช่นกัน ขมวดคิ้ว ประหลาดใจว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร “เล่นอะไร” เขานึกครึ้มถามกลับ “ก็เล่นวิ่งไล่จับจุ๊บไงคับ” “มันเป็นยังไง” มรุตถามเพราะข้องใจเกมวิ่งไล่จับจุ๊บของเจ้าหนูนี่จริงๆ “ฉะหนุกนะคับ ถ้าคนไหนแพ้ โดนจับได้ ก็ต้องโด
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

386 ความคิดเห็น