ราตรีสวาสดิ์

ตอนที่ 12 : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 520 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

อัญเชิญพรหน้าเจื่อน “ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น คือ...เข้าใจมั้ย ฉันคิดว่าคุณก็คงไม่อยากให้ฉันท้องแน่ๆ ”    “ก็จริง...คุณยังเด็กเกินไปที่จะท้องตอนนี้”

                “ใช่ ฉันคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมท้องโย้แน่ๆ เพราะฉันคงนั่งนานๆ ไม่ได้ แล้วถ้าเผื่อฉันได้ทำงานออกแบบ ทีนี้จะทำยังไงล่ะ” อัญเชิญพรมีสีหน้าจริงจัง แอบสยอง ขณะนึกภาพตัวเองท้องโตเบ้อเริ่ม ต้องนั่ง

สเก็ตช์ภาพด้วยความทุลักทุเล

ไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ยังอยู่ไกลห่างเป็นล้านๆ โยชน์จากชีวิตเธอในตอนนี้

                ที่สำคัญ เธอยังไม่ได้ไปกระโดดบันจีจัมพ์ที่นิวเซอร์แลนด์เลย  ความตั้งใจที่จะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ที่เนปาล ไหนจะการตะลุยป่าแอมะซอนอีกล่ะ

                ยังมีอะไรอีกมากมายที่เธอยังไม่ได้ทำ

                “ผมเข้าใจ...คุณมีแฟนหรือยัง”

                อัญเชิญพรถอนหายใจหนึ่งเฮือก “เคยมี แต่เพิ่งเลิกกันไป”

                “เพิ่งเลิกกัน...เลิกกันคืนนั้นรึเปล่า”

                “คุณเดาแม่นเป็นบ้าเลย ไอ้พี่หมีบอกว่าฉันดีเกินไป ไอ้ทุเรศเอ๊ย ข้ออ้างไร้ความสร้างสรรค์สิ้นดี” เธอเล่าไปด้วยความเจ็บใจและมั่นใจว่าหมดเสน่หาในตัวไอ้พี่หมีแล้ว

แม้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน จะมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มไอ้พี่หมีมาแอบเล่าให้ฟังว่า คืนนั้นที่ทั้งสองเลิกรากัน ฝ่ายนั้นก็ทะเลาะกับคนรักใหม่ยกใหญ่ ด้วยยายนมโตหึงและกลัวว่าเขาจะกลับมาคืนดีกับเธอ แถมคืนนั้นไอ้พี่หมีก็ไปเมาหัวราน้ำอยู่ที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง

แวบนั้นเธอแอบดีใจ ลึกๆ ยังหวังว่าทั้งสองอาจจะกลับมาคบหากันได้หรือไม่ แต่สุดท้ายก็เลิกหวัง เพราะคู่สนทนาเล่าต่อว่า แต่ไม่กี่วันต่อมาทั้งคู่ก็กลับมาคืนดีกัน รักกันหวานหยดไม่แคร์สื่อ เธอเลยได้แต่เบ้ปากใส่ และยังไปสาบานใต้ต้นมะยมหน้าบ้านว่า เธอจะไม่มีวันมีใจให้ผู้ชายหลายใจอย่างไอ้พี่หมีทุกภพชาติไป

                “แล้วคุณล่ะมีแฟนรึยัง” สักพักอัญเชิญพรก็ถามเขากลับบ้าง

                ปรัชญ์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ เธอเลยเสริมขึ้น “ฉันขอโทษที่เผือกไปหน่อย คุณไม่ต้องตอบก็ได้”

                “เผือก?

                “ก็แบบเสือก เอ๊ย ละลาบละล้วงอะไรประมาณนั้น” เธออธิบาย

                “ไม่ได้...เผือกหรอก ก่อนหน้านี้มี แต่ตอนนี้ไม่”

                “อย่าบอกนะว่าคืนนั้นคุณก็เจอปัญหาอกหักเหมือนกับฉัน”

                “ไม่เชิงหรอก ปัญหาเรื่องงานมากกว่า”

                “นั่นสินะ ผู้ชายแบบคุณไม่น่าจะอกหักได้เลย”

                “ทำไม”

                “ก็อย่างที่ฉันบอกว่าคุณทั้งหล่อ นิสัยดี คุยสนุก รวยอีกต่างหาก”

                “แล้วถ้าเป็น...พี่หมีคุณล่ะ”

                เธอกลอกตา “ไอ้พี่หมีตรงข้ามกับคุณทุกอย่าง เมื่อก่อนฉันไม่เคยสังเกต แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่ามันตัวยาว และขาสั้นมาก”

                ปรัชญ์กลั้นยิ้มทันที

                “คุณอาจคิดว่าฉันเป็นพวกองุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน แต่ฉันว่าตอนนั้นความรักทำให้คนเราตาบอดมากกว่า...ฉันไม่พูดแล้วดีกว่า มันเหมือนฉันเป็นคนพูดจาเพ้อเจ้อเลย” อัญเชิญพรเสริมในตอนท้าย เมื่อคิดว่าเขาอาจจะเริ่มรำคาญ 

                “ไม่...ไม่ได้เพ้อเจ้อ”

                เธอคลี่ยิ้ม ความอึดอัดและกังวลก่อนหน้านี้มลายหายไปไม่เหลือหลอ ทั้งสองกลับมาพูดคุยกันถูกคอเหมือนในคืนนั้นอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้ต่างจะไม่มีแอลกอฮอล์วิ่งวนในกระแสเลือดก็ตาม แถมเขายังอยู่ในสถานะกรรมการผู้จัดการ ส่วนเธอเป็นเพียงพนักงานทำความสะอาด ทั้งสองช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับ...ขี้หมา

หนุ่มหล่อพยักหน้า “คุณแน่ใจนะว่าเรื่องคืนนั้น...จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณ”

                “ไม่เลย คุณสบายใจได้ ฉันสบายมาก”

“แล้วแน่ใจนะว่าคุณไม่ต้องการความรับผิดชอบอะไร”

                “แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ อืม แต่ถามหน่อยสิ ถ้าฉันต้องการความรับผิดชอบ คุณจะรับผิดชอบยังไง”

                “ผมจะ...เซ็นเช็คให้คุณเป็นจำนวนเงินเจ็ดหลัก... คุณ...เปลี่ยนใจมั้ย”

                แต่เธอยืนกรานหนักแน่นว่าไม่ขอรับเงินจากเขา ในเมื่อคืนนั้นเป็นเรื่องความเต็มใจของคนสองคน เขาไม่ได้บังคับขืนใจเธอเสียหน่อย

                “หรือคุณอยากทำงานเป็นพนักงานออกแบบของเล่น...ที่บริษัทอื่นมั้ย”

                เธอส่ายหน้าดิกทันที “ฉันไม่อยากเป็นเด็กเส้น”

                “อย่าคิดมาก คว้าโอกาสดีๆ ไว้ดีกว่า”

                “ฉันไม่อยากเป็นเด็กฝากจริงๆ แต่...คุณจะฝากฉันไปทำงานที่อื่น เพราะอึดอัดที่ฉันมาทำงานที่นี่รึเปล่า” เธอถามตรงๆ ตามนิสัย

                ปรัชญ์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ “ก็...อึดอัดบ้าง เราไม่ควรมาเจอกันที่นี่อีก ในสถานะแบบนี้ด้วย”

                เธอมองเขาอย่างเข้าใจ ไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิด “ฉันควรย้ายไปทำงานที่อื่นคงจะดีกว่าเนอะ”

                “ก็ที่ผมจะฝากคุณเข้าบริษัทอื่นไง”

                “บอกแล้วฉันไม่ชอบเป็นเด็กฝาก ฉันหางานเองได้”

                “แต่คุณอาจต้องรอนานกว่าจะได้งาน”

                เขาคงอึดอัดมากจริงกับการพบกันอีกครั้งที่นี่ ถึงได้อยากให้เธอเปลี่ยนไปทำงานที่อื่นโดยไว “ระหว่างนี้ฉันก็ไปช่วยแม่ทำงานที่ร้านอาหารตามเดิมก็ได้ สักพักคงมีบริษัทมาเรียกฉันไปทำงาน”      

                “แล้วแม่คุณจะไม่ว่าคุณเหรอ ไหนบอกว่าแม่ดุมาก”

                “ก็ดุตามประสาแม่ แล้วอย่างมากแม่ก็ว่าฉันนิดหน่อย เดี๋ยวแม่ก็ลืม” แม่เธอไม่มีทางด่าแค่นิดหน่อย แต่คงด่าเหมือนฟ้าแลบฟ้าผ่า แต่เธอเกรงใจเขาจริงๆ ไม่อยากทำให้ใครต้องอึดอัด

                “แต่ผมไม่อยากทำให้คุณเดือดร้อน คุณมีสิทธิ์ทำงานที่นี่”

                “แต่ฉันลาออกจากงานทำความสะอาดนะคุณ จริงๆ ฉันก็อยากออกจะตาย งานมันใช่ว่าสนุกนะ” เธอรีบบอกให้เขาสบายใจ

                เขามองมาอย่างเพ่งพินิจ “ถ้ามันไม่ได้สร้างปัญหาให้คุณ ผมก็สบายใจ แต่ถ้าคุณยังอยากได้งานนักออกแบบของเล่น มาบอกผมได้เสมอนะ ผมจะฝากให้”

                “ขอบคุณนะ” เธอยิ้มจริงใจให้เขา เธอคิดว่าเขามีน้ำใจมากเชียวแหละ อุตส่าห์จะฝากงานให้เธอด้วย


ตอนเขียนรักกันพัลวัน พระนางตีกันเกือบทั้งเรื่อง พอมาเขียนเรื่องนี้ ก็เลยให้พระนางไม่ตีกันเลย คอยซัพพอร์ตกัน คู่นี้เลยเป็นพระนางที่เป็นมิตรกันมาก ตกลงกันได้ทุกเรื่อง แม้คุณปรัชญ์จะคุยกับตัวเล็กไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตาม >.< 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 520 ครั้ง

386 ความคิดเห็น

  1. #215 venuszeazaa (@venuszeazaa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:21
    พระเอกก็ดีจังเลย
    #215
    0