ตอนที่ 6 : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 349 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

                เอางี้ คืนนี้พี่เป๋อนอนห้องลิ้นจี่ก่อน เพราะพ่อกับแม่ไม่อยู่ไปเยี่ยมญาติ กลับพรุ่งนี้ ยังไงพรุ่งนี้ค่อยมาคิดแก้ปัญหากัน เด็กสาวเสนอ

                ขอบใจนะลิ้นจี่ ขอรบกวนคืนนึงแล้วกัน พรุ่งนี้พี่จะลองหาทางดู

                ลิ้นจี่สงสารพี่สาวจับใจ แต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร เพราะเธอก็ยังอยู่ในวัยเรียน และฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ดีไปกว่าพี่สาวคนนี้สักเท่าไร

                หญิงสาวทั้งสองช่วยกันย้ายข้าวของที่วางระเกะระกะมาจัดวางไว้หน้าห้องลิ้นจี่ ไม่กลัวว่าจะหาย เพราะเป็นของไม่มีราคาค่างวดอะไร ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ย้ายข้าวของไม่กี่ชิ้นเสร็จเรียบร้อย

                คืนนั้นหล่อนกับไข่ตุ๋นนอนกับลิ้นจี่ในห้อง ส่วนไข่ต้มนอนอยู่ด้านนอก สาวน้อยนอนไม่หลับแทบทั้งคืน เพราะกลุ้มใจว่าจะทำอย่างไรเรื่องที่พัก เงินวางมัดจำก็ไม่มี

                เมื่อหันมองเด็กชายตัวป้อมกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ  ก็สงสารหนูน้อยจับใจ  ย้อนนึกถึงเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งพักอยู่ห้องข้างๆ อาศัยกับลูกแค่สองคน ไม่มีสามี ผู้หญิงคนนี้จ้างหล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกตอนช่วงเย็นถึงกลางคืน เพราะเจ้าหล่อนต้องทำงานตอนกลางคืน ขณะนั้นไข่ตุ๋นอายุหนึ่งขวบ แต่พอผ่านไปได้หกเดือน แม่เด็กก็หายตัวเข้ากลีบเมฆ

                ตอนแรกหล่อนคิดว่าจะเอาไข่ตุ๋นไปส่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทั้งที่เริ่มผูกพันกับไข่ตุ๋น เพราะแค่ลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอด คงไม่มีปัญญาเลี้ยงเด็กอีกคนแน่ แต่เหมือนหนูน้อยจะรู้อยู่ ติดหล่อนหนึบเหมือนตังเม และคืนก่อนที่ตัดสินใจจะนำเด็กไปส่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไข่ตุ๋นก็เรียกหล่อนว่าแม่ หล่อนน้ำตาเอ่อคลอ วันรุ่งขึ้นเลยตัดสินใจเลี้ยงเด็กคนนี้ต่อไป นับแต่นั้นเด็กก็เรียกหล่อนว่าแม่เป๋อ และหล่อนก็รักเด็กคนนี้เหมือนลูกแท้ๆ

                คนรอบข้างบอกว่าหล่อนบ้า เอาตัวเองยังไม่รอด ยังมีหน้ารับเลี้ยงเด็กอีกคน แต่ถึงอย่างไรทั้งสองก็รอดมาได้จนถึงตอนนี้ และหล่อนก็ถือว่าไข่ตุ๋นเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันไปแล้ว

                เสียงไข่ต้มเห่าอยู่ด้านนอก นี่ก็เหมือนกัน เจ้าสุนัขแสนรู้ขากะเผลก อีกหนึ่งสมาชิกในครอบครัว

                ไข่ต้มอยู่กับหล่อนมาสองปีแล้ว เริ่มจากมันโดนรถชนขาหัก เจ้าของรถหนีไปโดยไม่รับผิดชอบ มันเป็นสุนัขไม่มีเจ้าของ ไม่มีใครสนใจ หล่อนอยู่ในเหตุการณ์ ด้วยความสงสารเลยพามันไปหาหมอ  รักษาจนหาย แต่ขากะเผลกเล็กน้อย นับจากนั้นมันก็ตามติดหล่อนมาตลอด เลยจำต้องเลี้ยงมันไปโดยปริยาย และตั้งชื่อมันว่าไข่ต้ม

                ทั้งสามชีวิตอยู่ด้วยกันมานานจนผูกพันกัน ยิ่งไข่ตุ๋นกับไข่ต้มสนิทสนมกันอย่างกับพี่น้องคลานตามกันมา ทั้งที่ฝ่ายหนึ่งเป็นคน อีกฝ่ายเป็นสุนัข...

                หลังจากนอนคิดอยู่ครึ่งค่อนคืนจนได้ข้อสรุปว่า คงเหลือแค่หนทางเดียว คือจะลองไปขอคุณมาร์คของป้านวลดู แต่พอคิดถึงหน้าตาขึงขังกับผลงานที่ตัวเองทำไว้เมื่อตอนเย็นก็ใจฝ่อ แต่ไม่มีหนทางแล้ว ทั้งหล่อน ไข่ตุ๋น และไข่ต้ม กำลังไม่มีที่ซุกหัวนอน ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง

                อันที่จริงป้านวลบอกว่าบ้านนั้นมีที่พักให้ แต่เพราะหล่อนมีเด็กเล็กกับสุนัข เป็นสองสิ่งที่เจ้าของบ้านไม่ชอบเอามากๆ ก็เลยต้องทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับ แอบหวังว่าชายหนุ่มจะเข้าใจและใจอ่อน แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่พรุ่งนี้จะอ้อนวอนให้ถึงที่สุด จะให้คุกเข่าก็ยอม

                ปุณฑริกจับมือป้อมๆ ของเด็กน้อยขึ้นมาแนบแก้ม ไม่ต้องห่วงนะไข่ตุ๋น พรุ่งนี้แม่เป๋อจะต้องหาที่ซุกหัวนอนให้ไข่ตุ๋นกับไข่ต้มให้ได้ เป็นกำลังใจให้กันหน่อยนะจ๊ะคนดี หล่อนพึมพำเบาๆ

ในใจเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก ด้วยวัยเพียงยี่สิบสองปีกลับต้องแบกภาระมากมาย หญิงสาวคิดถึงแม่ขึ้นมา ตั้งแต่ท่านจากไป ชีวิตก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเด็กกำพร้า อยู่ในความดูแลของป้า ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง และต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองตั้งแต่อายุสิบแปดปี น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินจากดวงตาคู่สวย...แม่จ๋า หนูเหนื่อยจังเลย...นั่นเป็นความคิดสุดท้ายก่อนจะเคลิ้มหลับไปในที่สุด

 

บ้านหลังนี้เขาสร้างสวยจังเลยนะพี่ ยิ่งมาเห็นใกล้ๆ ยิ่งสวย สงสัยเจ้าของบ้านจะรวยมาก ลิ้นจี่เอ่ยชื่นชมบ้านหลังงามขณะช่วยปุณฑริกขนของมากองไว้ด้านหลังบ้านพักตากอากาศสีขาว

                หล่อนขนของขึ้นรถสองแถวพร้อมไข่ตุ๋นกับไข่ต้ม โดยลิ้นจี่ เด็กสาวน้ำใจงามตามมาช่วยขนของ

                เสียงหัวเราะของไข่ตุ๋นดังแว่วมาจากบริเวณชายหาดไม่ไกลจากบ้านพักนัก หนูน้อยกำลังวิ่งเล่นกับไข่ต้มอย่างสนุกสนาน หล่อนกำชับและสอนไข่ตุ๋นมาโดยตลอดว่าห้ามลงทะเลคนเดียวหรือวิ่งเล่นไปไกลกว่าที่อนุญาต หนูน้อยเป็นเด็กฉลาด เชื่อฟังและทำตามคำสอน รวมทั้งไข่ต้มก็เป็นสุนัขแสนรู้ มันทำหน้าที่คล้ายเป็นบอดี้การ์ดให้ไข่ตุ๋นอย่างรู้หน้าที่

                จ้ะ รวยมาก แต่ก็ดุมาก หล่อนกระซิบพลางทำหน้าแหยๆ

                จริงเหรอ สงสัยจะเป็นพวกตาแก่หัวล้าน หน้าตาน่าเกลียด ลิ้นจี่คาดเดาเอาเอง หนูอ่านการ์ตูนนะ พวกตาแก่หัวล้าน หน้าเหี้ยมดุเหมือนหมาทุกเรื่อง

                ปุณฑริกหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้ลิ้นจี่ ไม่ได้โต้ตอบอะไร ไม่กล้าพูดว่าทุกอย่างมันตรงข้ามกับที่เด็กสาวบอก ขณะกำลังไขลูกบิดประตู มีลิ้นจี่ยืนอยู่ด้านหลัง ยังมองตัวบ้านด้วยสายตาชื่นชม ระหว่างนั้นเองประตูก็เปิดผลัวะออกมาจากด้านใน หล่อนตกใจผงะถอยหลัง

                ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทเนี้ยบตามเคย เช่นเดียวกับแววตาคมกล้าและลักษณะความดิบเถื่อน...นี่เขาไม่คิดจะโกนไรหนวดเหนือริมฝีปากกับตลอดแนวคางบ้างหรืออย่างไรนะ...เขาเดินออกมา หยุดอยู่ตรงหน้าประตู มองมาอย่างเฉยเมย เหลือบมองไปทางลิ้นจี่แวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมาโดยไม่สนใจท่าทางตะลึงงัน อ้าปากหวอ มือข้างหนึ่งคาอยู่ในปากของลิ้นจี่ เพราะว่าอึ้งในความหล่อของมรุต


ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 349 ครั้ง

689 ความคิดเห็น

  1. #175 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:51
    แต่ก็จริงอย่างที่คนอื่นคิดนะ นางเอกเอาตัวยังไม่รอดเลย
    #175
    0
  2. #54 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 19:08
    เค้าจะให้อยู่ด้วยไหมนะ
    #54
    0