ตอนที่ 22 : 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 398 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

                ธรรณธรเสยผมลวกๆ ถอนหายใจ นั่นสินะ ก็เหมือนที่รินไม่ได้รักเขา ไม่ว่าเขาจะมีความรักมากมายขนาดไหนก็ไม่มีประโยชน์

                แล้วเรื่องนายกับรินไม่คืบหน้าบ้างเลยหรือไง มรุตถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงอย่างจริงใจ

                ธรรณธรส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่นายไม่ต้องห่วงฉันนะ เรื่องแค่นี้สำหรับฉันมันจิ๊บๆ เขาพูดติดตลกเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล

แล้วนายไม่คิดจะเริ่มต้นกับใครใหม่บ้างหรือไง เอ...เออ เรื่องมันก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว ธรรณธรสังเกตเห็นมรุตเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น แต่สักพักก็คลายออก

                ฉันยังไม่พร้อม เขาพูดเสียงขรึม ท่าทางเหมือนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายดูออกจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

                เอ่อ มาร์ค อาทิตย์หน้าฉันอาจต้องไปทำงานที่หัวหิน ว่าจะแวะไปหานายสักหน่อย

                ตามสบายเลย เขาตอบ ยิ้มให้เพื่อนอย่างจริงใจ จากนั้นก็คุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระ

                กว่าทั้งสองจะแยกย้ายกันก็เลยเที่ยงคืนแล้ว

                มรุตตัดสินใจขับรถกลับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง อยู่ไม่ไกลจากผับที่เขานัดเจอกับธรรณธร เขาไม่ได้นอนที่บ้านพ่อแม่มานานร่วมหนึ่งปีแล้ว  หากอยู่กรุงเทพฯ ก็เลือกจะพักในคอนโดส่วนตัว บางครั้งพวกท่านยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะไม่ได้โทรศัพท์หาพวกท่านเลย

                อันที่จริงเขาอยากกลับชะอำมากกว่า เพราะไม่ชอบความจอแจแออัดในกรุงเทพฯ แต่ติดตรงที่ดึกมากแล้ว เลยคิดว่าจะขับรถกลับพรุ่งนี้เช้า  หลังจากจอดรถในลานจอดรถของคอนโด ก่อนลงจากรถสะดุดตากับอะไรบางอย่างที่อยู่บนเบาะข้างคนขับ จึงเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา

กิ๊บติดผมสีดำอันเล็กๆ มีดอกไม้สีชมพูดอกกระจ้อยร่อยประดับอยู่  และจำได้ในทันทีว่าเป็นของสาวน้อยนั่น คงทำหล่นไว้วันที่ขึ้นรถไปโรงพยาบาลด้วยกัน ภาพผู้หญิงหน้าตาสวยใส ปล่อยผมยาวสยายในคืนนั้นผุดขึ้นในความคิด ดวงตากลมโตดูหวั่นๆ ทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นจนน่าแปลกใจ

                เขาสั่นศีรษะแรงๆ ราวกับต้องการสลัดภาพเหล่านั้นทิ้งไป และคิดจะเก็บกิ๊บติดผมไว้ในช่องเก็บของด้านหน้าเบาะที่นั่งข้างคนขับ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหย่อนมันใส่กระเป๋ากางเกง ลงจากรถเพื่อเข้าไปในคอนโดมิเนียมสุดหรูระดับเอคลาส

ขณะกดรอลิฟต์  เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาเพื่อรอลิฟต์ด้วยเช่นกัน เจ้าหล่อนยังสาวและสวย สวมเสื้อเกาะอกรัดติ้ว กางเกงขาสั้นกุด กับรองเท้าส้นสูงปรี๊ด ใบหน้าสวยคมแต่งอย่างจัดจ้าน ผมดัดยาวสยายเต็มแผ่นหลัง

                หน้าตาดูคลับคล้ายคลับคลา มรุตไม่แน่ใจว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ที่ไหน อาจจะในคอลัมน์สังคมของนิตยสารสักฉบับ

                คุณพักที่นี่หรือคะ เจ้าหล่อนถามขึ้น ส่งยิ้มอย่างคิดว่าเซ็กซี่ที่สุด ยกมือที่เคลือบสีเล็บไว้อย่างสวยงามปัดผมให้พ้นไปจากหัวไหล่ด้วยท่วงท่าคล้ายนางแบบโฆษณายาสระผมในโทรทัศน์

                ครับ เขาตอบสั้นๆ สีหน้าเรียบเฉย

                ฉันเพิ่งย้ายมาพักที่นี่ค่ะ เธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแสดงถึงความสนใจในตัวชายหนุ่มรูปหล่อตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง สังคมสมัยนี้ หญิงชายแค่สบตากันนิดเดียวก็พึงใจกันได้ มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งอย่างรวดเร็วปานจรวด อาจเป็นความสัมพันธ์คืนเดียว หรือยืนยาวไปสักพัก แล้วก็เลิกรากัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาของสังคมที่ฟุ้งเฟ้อไปด้วยวัตถุ และเต็มไปแสงสี

                ชายหนุ่มยิ้มมุมปากข้างหนึ่ง อ่านแววตานั้นออก ชินกับการให้ท่าในลักษณะนี้ เริ่มสมเพชผู้หญิงตรงหน้า เดาเอาว่าหล่อนคงอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้าปี บุพการีจะรู้สึกอย่างไรนะถ้ารู้ว่าลูกสาวทำตัวเช่นนี้ เขาแน่ใจว่าหล่อนคงจะมีฐานะร่ำรวย เพราะเสื้อผ้าเครื่องประดับล้วนแล้วแต่เป็นของราคาแพง  และคอนโดหรูแห่งนี้มีไว้สำหรับคนมีฐานะเท่านั้น

                ประตูลิฟต์เปิดออก เขาผายมือให้อีกฝ่ายเข้าไปก่อน แล้วเดินตามเข้าไป

                ชั้นไหนครับ

                ชั้นยี่สิบค่ะ เธอตอบเสียงหวาน

                เขากดปุ่มตามชั้นที่หล่อนบอกและกดปุ่มชั้นตัวเอง  เริ่มอึดอัดกับกลิ่นน้ำหอมจากผู้หญิงคนนี้ ซึ่งยิ่งฉุนจัดเมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์แคบๆ จู่ๆ ก็คิดถึงผู้หญิงอีกคน คนที่เข้าใกล้ทีไรก็มักได้แต่กลิ่นสะอาดของสบู่อ่อนๆ หน้าตาไร้การแต่งแต้ม แววตาใสซื่อดูหวั่นๆ ทุกครั้งที่เขาจ้องมอง ช่างตรงข้ามกับผู้หญิงตรงหน้าในตอนนี้ราวฟ้ากับดิน เพราะดวงตาหยาดเยิ้มของผู้หญิงแต่งหน้าจัดจ้านยังส่งแววเชื้อเชิญและยั่วเย้ามาตลอดเวลา

                คุณพักอยู่ชั้นยี่สิบสองหรือคะ แหม เราน่าจะทำความรู้จักกันหน่อยนะคะ ไหนๆ ก็พักอยู่ที่เดียวกันแล้ว

หญิงสาวรุกก่อน ปกติแล้วแค่เพียงส่งยิ้ม ฝ่ายตรงข้ามก็สนองตอบทันที แต่ผู้ชายคนนี้เล่นตัวเป็นบ้า  ท่าทางเฉยเมย ถือตัว เจือความยโสอวดดี ดูพูดน้อย แต่จากลักษณะคงต่อยหนัก เพราะแววตาคมกล้านั่นดูเอาเรื่องไม่เบาเลย และน่าแปลก ทุกสิ่งอย่างที่รวมเป็นตัวเขาช่างก่อเกิดแรงดึงดูดที่สาวไหนก็คงไม่อาจต้านทานได้

                ครับ เขาพูดสั้นๆ แค่นั้น ดวงตายังเฉยเมย

                หญิงสาวไม่ได้รู้สึกหมั่นไส้อย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้ามแรงดึงดูดจากเขายิ่งรุนแรงขึ้น ผู้ชายถ้าไม่มีดี คงไม่กล้าทำท่าแบบนี้หรอก แต่อย่างว่าแหละ แค่หน้าตาหล่อเหลาบาดใจกับรูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก็เร้าใจมากพออยู่แล้ว ไหนจะบุคลิกท่าทางที่ค่อนไปห่ามๆ สาวไหนจะไม่ใจระทวยบ้างล่ะ

                นี่นามบัตรฉันค่ะ หล่อนล้วงนามบัตรออกมาจากกระเป๋าส่งให้ และยิ้มอย่างมีจริตจะก้าน

                คนถือตัวมองนามบัตรนั้น รับมาโดยไม่พูดอะไร แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออกตรงชั้นยี่สิบ

                หวังว่าเราคงได้พบกันอีกนะคะ หล่อนพูดก่อนเดินออกไปจากลิฟต์ เหลียวมองกลับมา ส่งสายตาอย่างมีความหมายให้

                เขาสบตาหล่อนด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่ได้ตอบอะไรกลับ อดรู้สึกสงสารพ่อแม่ผู้หญิงพวกนี้ไม่ได้ สักพักประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไป เดินตรงไปยังห้องชุดของตัวเอง พอเข้าไปในห้องก็ทิ้งนามบัตรที่เพิ่งได้มาลงในถังขยะอย่างไม่แยแส


^____________^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 398 ครั้ง

689 ความคิดเห็น

  1. #517 คนอ่าน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 11:13

    แม่ของไข่ตุ๋นหรือเปล่า

    #517
    0
  2. #185 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:59
    ใจเดียวมาก
    #185
    0
  3. #70 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 20:34
    มีชะนีมาอ่อยด้วย
    #70
    0
  4. #18 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 15:08
    โหลุงใจแข็งอ่ะ
    #18
    0