ตอนที่ 14 : 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61

                แล้วก็หล่อด้วย ลิ้นจี่พูดสำทับ

                พอกันได้แล้ว ไปไข่ตุ๋น ไปโรงเรียนได้แล้วจ้ะ ลิ้นจี่ พี่ไปส่งไข่ตุ๋นก่อนนะ

                ไปเถอะพี่เป๋อ หนูก็จะไปแล้วเหมือนกัน ต้องรีบไปรีดผ้า แล้วค่อยแต่งตัวไปโรงเรียน หนูเรียนภาคบ่ายน่ะ บ๊ายบายทุกคน เด็กสาวโบกมือร่ำลา และหันหลังเดินไป ร่างอวบในชุดเสื้อยืดรัดติ้วเล็กน้อยกับกางเกงขาสั้น ยิ่งเน้นย้ำความอวบอัดที่เจ้าตัวมักบ่นให้ฟังอยู่เสมอ ลิ้นจี่เคยถามว่าทำอย่างไรถึงผอม หล่อนก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือเห็นคนบ่นก็กินแบบไม่บันยะบันยังเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด

                ลิ้นจี่เป็นเพื่อนสนิทของหล่อนเพียงคนเดียว  เด็กสาวเป็นคนอารมณ์ดี มีน้ำใจ คอยช่วยดูแลไข่ตุ๋นกับไข่ต้มให้บ่อยครั้ง บ้านของลิ้นจี่ถือเป็นครอบครัวชนชั้นล่าง แต่ก็นับว่ายังดีว่าปุณฑริก เพราะอย่างน้อยก็ยังมีพ่อแม่ช่วยกันขายส้มตำ พอมีรายได้ส่งเสียลูกสาวกับลูกชายได้ร่ำเรียนหนังสือ

                หล่อนขี่จักรยานซอมซ่อไปส่งไข่ตุ๋นที่โรงเรียน ให้หนูน้อยนั่งซ้อนท้าย และผูกไข่ต้มไว้กับต้นไม้หลังบ้าน หลายวันมานี้หล่อนเดินไปส่งหนูน้อยที่โรงเรียน แม้ไม่ไกลนัก แต่ก็กินเวลา การใช้จักรยานย่นเวลาไปได้เยอะทีเดียว

                ระหว่างขี่จักรยาน ช่วงก่อนถึงปั๊มน้ำมันก็เห็นรถสปอร์ตของชายหนุ่มขับเลี้ยวออกมา คาดว่าเขาคงแวะเติมน้ำมัน หล่อนไม่แน่ใจว่าเขาเห็นหรือเปล่า เนื่องจากรถติดฟิล์มทึบ แต่คาดว่าคงไม่ทันสังเกตเห็น เพราะเขาขับรถเลี้ยวออกไปอย่างรวดเร็ว จริงๆ ก็โล่งใจที่เขาไม่เห็น แค่นึกถึงสายตาคมกล้า หน้าตาบูดบึ้ง ท่าทางหยิ่งยโส ก็ใจฝ่อทุกที

                หลายครั้งเคยนึกอยากถามว่าทำไมเขาทำท่าเหมือนเกลียดคนทุกคนบนโลกนี้  สังเกตเห็นว่าทุกคืนเขาต้องดื่มเบียร์หมดไปหลายกระป๋องหรือไม่ก็ดื่มไวน์เป็นขวด แล้วถึงหลับฟุบอยู่บนโซฟาตัวนั้นทุกครั้ง เขาดื่มหนักจนกลัวแทน อยากบอกว่าไม่ควรดื่มมากขนาดนี้ มันไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ไม่กล้าพูด กลัวจะโดนไล่ตะเพิดตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยค  

                เขาดูแปลกคนนักในความรู้สึกหล่อน  แววตาคมกล้าแข็งกร้าวดุดันเป็นนิตย์นั้นจะซ่อนอะไรไว้หรือไม่ หล่อนไม่รู้ แต่บางครั้งเคยเห็นความเศร้าสร้อยอ้างว้างหลุดรอดออกมายามเจ้าของดวงตาเผลอตัว ซึ่งน้อยครั้งมาก แม้บางครั้งอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายตัวโตคนนี้ ความห่าม ความดิบและเถื่อน คือเกราะป้องกันอะไรบางอย่างหรือไม่ ทว่าหล่อนกับเขาอยู่คนละโลกกัน จะเรียกว่าอยู่กันคนละจักรวาลเลยก็ได้ แค่จะเอ่ยปากถามอย่างห่วงใยในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ยังไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ

 

มรุตเลี้ยวขวาตรงแยกข้างหน้า ดวงตาภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงมองกระจกหลังอยู่บ่อยครั้ง แม้จะทิ้งระยะห่างกันมาพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังเห็นสาวน้อยนั่นขี่จักรยานซอมซ่อโดยมีเด็กน้อยซ้อนท้าย  ถ้าไม่รู้ว่าเด็กนั่นเป็นลูก ก็คงคิดว่าเป็นพี่สาวกับน้องชายเสียมากกว่า หล่อนดูหน้าเด็กมาก รูปร่างอ้อนแอ้นจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง และก็เป็นอีกครั้งที่อยากรู้ว่าสามีหล่อนไปอยู่ที่ไหน เพราะหลังจากอยู่ร่วมชายคากันมาหลายวัน ก็ไม่เคยได้ยินสองแม่ลูกพูดถึงคนที่เป็นพ่อสักนิด จึงสงสัยว่าอาจเลิกรากัน หรือไม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว

                สักพักก็ขับรถมาถึงคอนโดมิเนียมหรูริมหาด จวนจะแล้วเสร็จในอีกไม่ช้า การก่อสร้างทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่การตกแต่งทั้งหมด โดยเขาคุมรายละเอียดทุกอย่างเองทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มโครงการ

                เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อดังขึ้น จึงหยิบออกมากดรับ ขณะเลี้ยวเข้าที่จอดรถประจำ

                ว่าไง ริน เขาทักทายเสียงสุภาพ สีหน้ายังคงความเฉยเมย

                มาร์ค คุณหายเงียบไปเลย เสียงหวานใสตัดพ้อ

                ไม่ได้หายไปไหนหรอก งานยุ่งนิดหน่อยเขาล็อกรถ และเดินตรงไปยังออฟฟิศชั้นล่างของคอนโดมิเนียมหรู

                ไม่หน่อยแล้วเนี่ย คุณเล่นหายเข้ากลีบเมฆไปเป็นอาทิตย์ๆ เลย

                เขาหัวเราหึ จนปัญญาจะแก้ตัว เจ้าธรล่ะ ถามถึงธรรณธร เพื่อนอีกคนของทั้งสอง

                รินก็เจอเขาอยู่ทุกวันแหละ ไม่หายหน้าไปเหมือนคุณหรอก เอ่อ คุณจะเข้ามากรุงเทพฯ เมื่อไหร่คะ จะได้เจอกันหน่อย

                อืม ผมไม่แน่ใจนะ อาจจะเป็นอาทิตย์หน้ามั้ง

                เขาคุยอีกสักพักก็ตัดบทอย่างสุภาพเพื่อวางสาย  เนื่องจากเห็นแม่ยืนรออยู่ในห้องโถงด้านล่าง

                แม่มาได้ยังไงครับ

                หญิงสาวสูงวัยแต่งกายภูมิฐาน เค้าความงามยังเห็นเด่นชัด แม้จะผ่านเลยวัยสาวมาเนิ่นนานแล้ว ก็แม่คิดถึงลูก เลยให้คนขับรถขับมา นางตอบพลางยิ้มให้ลูกชายคนเดียว สายตายามมองลูกชายฉายถึงความรักใคร่และห่วงใย

                ทำไมไม่โทร.มาบอกผมก่อนล่ะครับ

                โทร.มา ลูกก็ไม่ค่อยรับสายแม่เลยนี่ อิรดีพูดอย่างอ่อนโยน แตะแขนลูกชายเมื่อเขาเดินเข้ามาหา

                ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กน้อย ผมงานยุ่งน่ะครับ นี่คือข้ออ้างที่เขาใช้เป็นประจำ

                ลูกก็พูดแบบนี้ทุกครั้ง ลูกแม่คนนี้ตามหาตัวยากจริงๆ นางคล้องแขนลูกชายพาเดินตรงไปยังห้องทำงานของลูก และรู้สึกได้ถึงอาการเกร็งของแขนล่ำสันที่คล้องอยู่

                เมื่อเข้ามาในห้องทำงานกว้างขวาง โทนสีขรึมๆ แบบผู้ชาย นางก็เดินไปนั่งตรงโซฟารับแขก แต่มรุตกลับเดินไปนั่งอยู่ตรงขอบหน้าต่าง แผ่นหลังพิงบานกระจก ใจนางอยากให้ลูกชายมานั่งใกล้ๆ ทำตัวสนิทสนมดั่งเช่นเมื่อก่อน แต่ลูกชายคนเดิม คนที่มีบุคลิกอบอุ่น ยิ้มแย้ม ช่างเย้าแหย่ ได้หายไปแล้ว เหลือเพียงลูกชายคนนี้ คนที่ดูห่างเหิน หน้าตาเคร่งขรึม ถามคำตอบคำราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วง นางไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนลูกชายคนเดิมจะกลับมา ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่าง

                แต่แม้จะเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัวมรุต แต่มีสิ่งหนึ่งในตัวเขาที่ไม่เคยเปลี่ยน และเป็นสิ่งที่แม่ทุกคนย่อมภูมิใจ นั่นคือ ลูกชายของนางเป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย ไม่ว่าจะมีบุคลิกอบอุ่น หรือห่ามดิบ เสน่ห์ในตัวลูกชายคนนี้ไม่เคยลดดีกรีลงเลย มิหนำซ้ำบุคลิกแรงๆ ของเขากลับยิ่งมีแรงดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากขึ้นด้วยซ้ำไป

                หญิงสูงวัยคิดว่าความเพียบพร้อมในด้านรูปสมบัติและคุณสมบัติก็อาจมีส่วนด้วยเช่นกัน มรุตมีเค้าหน้าของนางกับสามี เขาดึงส่วนประกอบดีเยี่ยมที่สุดของบุพการีมาผสมผสานรวมกันได้อย่างดีเยี่ยม

                อิรดีเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่ของนางหรือคุณยายของมรุตเป็นสาวอังกฤษ พบรักกับหนุ่มไทยตระกูลผู้ดีเก่าที่ไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ ส่วนนายมนัส พ่อของมรุตนั้นเป็นหนุ่มไทยเชื้อสายจีนที่สมัยหนุ่มๆ มีความหล่อเหลาระดับน้องๆ พระเอกหนังฮ่องกง

                นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้ว ความเก่งกาจสามารถอันโดดเด่นของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ทำให้นางแสนภูมิใจ มรุตจบปริญญาโทคณะบริหารศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์จากประเทศอังกฤษด้วยคะแนนดีเลิศ และวันนี้ในวัยสามสิบปี เขาเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จสูงมากคนหนึ่ง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบุพการีสักนิด ทั้งที่ครอบครัวมีความพร้อมในการสนับสนุนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากสามีนางเป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จสูงคนหนึ่ง  ส่วนตัวเองดูแลธุรกิจส่งออกอาหารแช่แข็งระดับยักษ์ใหญ่ของประเทศ

                จะไม่ถามหน่อยหรือจ๊ะว่าแม่มาทำไม นางถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีอยากถามเลยว่าแม่มาทำไม

                แม่ก็บอกมาสิครับ น้ำเสียงห้าวทุ้มกังวานห่างเหิน

                นางค้อนลูกชายหนึ่งควักแบบทีเล่นทีจริง ลูกแม่คนนี้ละจริงๆ เลย นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนพูดต่อ มาร์ค เดือนหน้าก็จะถึงวันเกิดพ่อ แม่อยากให้ลูกไปงานวันเกิดพ่อสักหน่อย

                ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเสียงขรึม ผมคงไม่ว่าง ช่วงนี้คอนโดใกล้จะเปิดตัวแล้ว

                นางมองลูกอย่างอ่อนใจ บทมรุตจะดื้อรั้นขึ้นมาก็ไม่เคยมีใครเอาเขาอยู่สักคน

                เห็นแก่แม่สักครั้งได้มั้ยมาร์ค ถือว่าแม่ขอร้อง อย่างน้อยก็ไปทักทายพ่อสักหน่อย ให้พ่อเขาได้เห็นหน้าลูกบ้าง พ่อคิดถึงลูกนะ

                อีกฝ่ายนิ่งเงียบ แววตาและสีหน้ายากจะคาดเดาความรู้สึก

                แม่รู้ว่าบาดแผลในใจลูกมันยังไม่หายสนิท แม่กับพ่อเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาตลอดเวลา มาร์ค เรายังหวังว่าลูกจะให้โอกาสเราได้กลับมาเป็นครอบครัวอบอุ่นอีกครั้ง มีรอยยิ้มเหมือนเมื่อก่อน ตอนเร...

                แม่กลับไปก่อนเถอะครับ ผมจะลองคิดดูอีกครั้งเรื่องงานวันเกิดพ่อ เขาพูดตัดบท

                นางถอนหายใจเบาๆ เลือกจะไม่เซ้าซี้ต่อ เพราะรู้จักนิสัยลูกชายดี แค่มรุตบอกว่าจะลองคิดเรื่องงานวันเกิดพ่อ ก็ถือว่ายอมให้มากแล้ว ตอนนี้นางคงไม่กล้าหวังอะไรไปมากกว่านั้น

                สักพักอิรดีก็กลับ เพราะลูกชายสื่อโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่าอยากอยู่คนเดียวตามลำพัง


ลุงมาร์คมีปมเยอะนักใช่มั้ย ต้องให้ไข่ตุ๋นช่วยคลายปมให้บ่อยๆ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

689 ความคิดเห็น

  1. #62 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 19:53
    ปมเยอะจริงๆ
    #62
    0