รักสุดจิต

ตอนที่ 9 : แมวยิ้ม 5/1 (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

อย่างน้อยงานของหญิงสาวก็ไม่ได้ถึงกับไม่คืบหน้าเลยเสียทีเดียว

                หลังกลับมาจากบ้านของรัตติราชในคืนนั้น วันถัดมา ชายหนุ่มก็โทร. มาชวนเธอไปงานสัมมนาระดับนานาชาติ ในหัวข้อสื่อออนไลน์ไร้ขีดจำกัด

            รัตติราชบอกกับเธอว่าอยากให้เธอไป เผื่อได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้กับแผนการประชาสัมพันธ์ของบริษัทเดอะบียอนไทยแลนด์

                แน่นอนอลิสาเจนรับปากแบบไม่มีลังเล และไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าชายหนุ่มใช้เหตุผลนั่นเป็นข้ออ้างในการชวนเธอไปกับเขา ในเมื่อน้ำเสียงของเขาตอนเอ่ยชวนช่างเป็นงานเป็นการสิ้นดี

                แล้วเมื่อถึงวันนั้น เธอก็นั่งรถไฟฟ้าไปโรงแรมที่จัดงานสัมมนาเอง เพราะออกมาทำงานอยู่ใกล้โรงแรมนั่นพอดี ส่วนบริษัทของรัตติราชก็กำลังวุ่นกับการเตรียมงานการจัดการแข่งขันอีสปอร์ต งานค่อนข้างยุ่งตลอดทั้งวัน เขาเลยอาจไปถึงงานสายเล็กน้อย

                อลิสาเจนก็มาสายด้วยเหมือนกัน เพราะมีงานด่วนต้องสะสางอีกเล็กน้อย ไปๆ มาๆ รัตติราชเลยมาถึงงานก่อนเธอ

                ขณะเดินตรงไปยังหน้าประตูทางเข้าของโรงแรม ก็เดินชนกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เพิ่งเดินออกมาจากจุดจอดรถ พอหันไป อลิสาเจนก็สุดระอา เพราะดันเป็นคู่อริเก่า เพื่อนร่วมคณะสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ยายสารพัดพิษ หรือ สุพิชญา

                ฝ่ายนั้นมากับเพื่อนหญิงอีกคน หน้าตาไม่น่าคบพอกัน

                วันนี้ซวยฉิบหายอลิสาเจนบ่นในใจ

                “ต๊าย โลกกลมจังไม่คิดว่ามาเจอเพื่อนเก่าสุดเลิฟ เจนจัด อุ๊ย เจนเฉยๆ” หญิงสาวแต่งหน้าจัดจ้าน แต่งตัวเปรี้ยวมากเอ่ยทักทายเสียงต่ำสลับเสียงสูง ในแบบที่อลิสาเจนสุดจะรำคาญ

                แล้วไอ้พวกเสียงขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ เขาว่าคบไม่ได้ ซึ่งก็ตรงตามที่เขาว่าไว้เป๊ะ

                อลิสาเจนแค่พยักหน้าทักทายไปแกนๆ คร้านจะไปต่อปากต่อคำด้วย เธอมีนัดกับรัตติราช ไม่อยากผิดเวลา อีกอย่างหลังๆ เริ่มค้นพบว่า การเอาชีวิตไปผูกติดกับพวกปากเสีย จิตป่วง รังแต่จะเสียเวลาเปล่าๆ ปี้ๆ

                “ไม่ได้เจอกันนาน ยังเหมือนเดิมเลยนะ...แก่เหมือนเดิม”

                พอสุพิชญาเสริมวลีสุดท้าย เพื่อนเจ้าหล่อนก็หัวเราะขำ

                “เธอก็เหมือนเดิมนะพิงกี้...ปากเน่าเหม็นเหมือนเดิม” อลิสาเจนอดใจไม่ไหว ตอกกลับเสียหน่อย ก่อนจะเดินผละไปจากตรงนั้น ทิ้งให้สุพิชญามองตามด้วยความเคียดแค้นใจ

                เมื่ออลิสาเจนเข้าไปในลิฟต์ สุพิชญากับเพื่อนเจ้าหล่อนก็ตามเข้ามาด้วย และยังมีผู้หญิงอีกคน ที่เดินเข้ามายืนตรงหน้าเธอ

                แต่เมื่อลิฟต์เคลื่อนไปถึงชั้นสาม จู่ๆ ผู้หญิงด้านหน้าก็หน้ามืดเป็นลม อลิสาเจนรีบเข้าไปประคอง ก่อนเจ้าหล่อนจะล้มศีรษะฟาดพื้นหรือผนังลิฟต์

                “คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ”

                คนหน้ามืดตอบเสียงครางในลำคอ ยังไม่ลืมตา นั่งกึ่งนอนตัวอ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนของอลิสาเจน

                เพื่อนอีกคนของสุพิชญามานั่งข้างๆ อลิสาเจน ท่าทางดูกังวลและเป็นห่วงคนหน้ามืด และหันไปถามสุพิชญาด้วยว่ามียาดมไหม

                สุพิชญาหยิบยาดมมาจากในกระเป๋า ตรงไปนั่งใกล้คนเป็นลม จ่อยาดมไปที่ปลายจมูกของคนหน้ามืด

                อลิสาเจนมองสุพิชญาและเพื่อนของเจ้าหล่อนด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น อย่างน้อยทั้งสองก็ยังมีน้ำใจ

                แต่...

                ระหว่างนั้นอลิสาเจนไม่รู้ตัวว่า เพื่อนของสุพิชญากำลังใช้กรรไกรอันจิ๋วที่หยิบออกมาจากในกระเป๋าใบหรู แอบตัดกระโปรงผ้าฝ้ายสีฟ้ายาวเกือบถึงข้อเท้าของอลิสาเจนจนแหว่งเป็นรู

                ไม่กี่อึดใจต่อมา คนหน้ามืดก็มีอาการดีขึ้นทันตาเห็น ค่อยๆ หยัดตัวลุกขึ้น อลิสาเจนคอยประคอง เพราะกลัวเจ้าหล่อนจะเป็นลมหน้ามืดไปอีก

                “คุณไม่เป็นไรแล้วนะคะ”

                “ไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณนะคะ” คนเพิ่งหายจากอาการหน้ามืดเอ่ยขอบคุณ

                พอประตูลิฟต์เปิด ผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกไปก่อน อลิสาเจนทำท่าจะเดินตามออกไปเป็นคนที่สอง แต่ก็ไม่วายหันไปมองอีกสองสาว ทั้งคู่ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร แม้จะเป็นยิ้มหวานเลี่ยนมากไปหน่อยก็เถอะ เธอเลยยิ้มตอบ ถึงสองสาวจะปากร้ายไม่น่าคบ แต่อย่างน้อยก็มีน้ำใจกับคนเป็นลม

                แต่เมื่ออลิสาเจนเดินออกไปจากลิฟต์ ก็หมดสิทธิ์จะเห็นแววตาและสีหน้ากลั้นหัวเราะสุดฤทธิ์ของสุพิชญากับเพื่อนของหล่อนยามจ้องไปยังด้านหลังกระโปรงที่แหว่งเป็นวงกลมบิดเบี้ยวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบสองนิ้ว แถมแหว่งบริเวณบั้นท้ายพอดี เลยเห็นกางเกงในสีขาวด้านในจะๆ

                ทว่าเจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องรู้ราว เดินสวบๆ อย่างมั่นใจตรงเข้าไปในงานสัมมนา ไม่ทันสังเกตว่าผู้คนที่อยู่ด้านหลังจับจ้องมาที่กระโปรงของเธอเป็นตาเดียว บางคนก็มีสีหน้าตกใจ บ้างก็กลั้นยิ้ม

                จนเมื่อเดินเข้าไปในห้องจัดงานได้สักพัก อลิสาเจนก็เริ่มรับรู้ถึงสายตาแปลกๆ ของผู้คนรอบตัวที่ล้วนจับจ้องมายังเธอ เธอก้มสำรวจตัวเองอย่างไม่แน่ใจว่าเสื้อผ้าของเธอมีอะไรผิดปกติหรือไม่

                หญิงวัยกลางคนสวมชุดทำงานภูมิฐานเดินมาหยุดข้างๆ เธอเพื่อกระซิบว่า

                “กระโปรงด้านหลังของน้องแหว่งเป็นรูค่ะ” จากนั้นหล่อนก็เดินผละไป

                อลิสาเจนเหลียวมองกระโปรงด้านหลังทันที ตกใจวูบ เมื่อเห็นรอยแหว่งเป็นรู จนเห็นกางเกงในเต็มเปา เธอไพล่สองมือไปด้านหลังเพื่อปิดรูแหว่งนั่น              

                สุดจะอับอายขายขี้หน้ากับสถานการณ์ในขณะนี้ เธอเป็นสาวสตรองพอตัวนะ แต่ต้องยอมรับว่าทำอะไรแทบไม่ถูก ผู้คนยังไม่ละสายตาไปจากเธอด้วย

                พลันก็มีแขนของใครคนหนึ่งยื่นมาตรงด้านหน้าเอวของเธอเพื่อผูกแขนเสื้อสูทสากลสีดำเข้ากับเอว

                อลิสาเจนเหลียวมองทันที และนิ่งงันไปเมื่อพบว่าเป็น...รัตติราช

                เธอดึงสองมือที่ไพล่หลังกลับมา ยกขึ้น เพื่อให้เขาผูกแขนเสื้อสูทได้ง่ายดายขึ้น

                เธออายเขาเช่นเดียวกับที่อายคนอื่น แต่ก็รู้สึกดีขึ้นเมื่อรัตติราชเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเอาเสื้อสูทของเขามาปิดรอยแหว่งของกระโปรงให้

                “คุณอยากออกไปจากงานก่อนมั้ยครับ” รัตติราชถามขึ้นเบาๆ เมื่อผูกแขนเสื้อสูทให้เสร็จ

                “ค่ะ แต่งานเพิ่งจะเริ่มนะ” แน่นอน ตอนนี้เธออยากหนีหายออกไปจากงานนี้โดยเร็วที่สุด ใครจะไปทนอยู่ได้ ในเมื่อมีสายตาไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคู่ เพิ่งเห็นกางเกงในของเธอไปหยกๆ รวมถึง รัตติราชด้วย

                โอ๊ย วันนี้ดวงของเธอคงตกต่ำที่สุดในรอบปี

                “ไม่เป็นไร ไม่ใช่งานสำคัญอะไรมากนัก ไปกันเถอะครับ”

                เมื่อรัตติราชกระชับมือของเธอ เพื่อพาจูงไปยังทางออกของห้องจัดงาน เธอก็ยินยอมเดินตามเขาไปแต่โดยดี

                แต่แล้วอลิสาเจนก็หยุดชะงัก จดสายตาไปยังสุพิชญาที่ยืนอยู่กับเพื่อนของหล่อนและผู้หญิงอีกคนที่เธอจำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เป็นลมหน้ามืดในลิฟต์ก่อนหน้านี้ ที่สำคัญทั้งสามสาวกำลังส่งยิ้มหยันมาให้

                เธอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ในทันทีทันใด ยายนั่นเป็นเพื่อนกับสุพิชญา แล้วเรื่องเป็นลมก็แค่เป็นละครตบตา ไม่อยากเชื่อว่านังตัวแสบกับเพื่อนเลวๆ ของหล่อนจะลงทุนแกล้งเธอขนาดนี้

                รัตติราชหยุดชะงักและหันมองตามสายตาของอลิสาเจน ขมวดคิ้วเล็กน้อยๆ คล้ายสงสัย

“เดี๋ยวฉันมา” พูดจบหญิงสาวก็บิดมือจากมือแกร่ง เพื่อเดินตรงเข้าไปหาสามสาว

                “พวกเธอมันคงมีปัญหาทางจิตนะ” อลิสาเจนเปิดฉากด่า

                “ทำไมว่าพิงกี้กับเพื่อนๆ แบบนี้ล่ะ เจน” คราวนี้สุพิชญาตอบด้วยน้ำเสียงราวกับนางเอก รวมถึงสีหน้าและแววตาด้วย ใสซื่อประดุจเป็นน้องสาวของสโนไวต์

                “อย่ามาเล่นบทนางเอกเลย มันไม่เข้ากับหน้าตานังอิจฉาอย่างเธอหรอก” อลิสาเจนฉะต่ออย่างเดือดดาลด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก จนหลายคนในบริเวณนั้นล้วนจับจ้องมายังเธอ แต่เธอลืมอาย เพราะโกรธจนหน้ามืด

                “เจนว่าพิงกี้แบบนี้ พิงกี้ตกใจนะ” สุพิชญายกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบอก

                “เหรอ สะตอดีเนอะ เพิ่งรวมหัวกับเพื่อนเธอมาแกล้งตัดกระโปรงฉัน แต่ยังกล้าทำหน้าใสซื่ออีก”

                คราวนี้เพื่อนสาวอีกสองคนก็พร้อมใจกันทำหน้าอินโนเซนต์ตามสุพิชญา

                “ทำไมใส่ร้ายกันแบบนี้ล่ะเจน หลักฐานอะไรก็ไม่มี” สุพิชญายังสวมบทนางเอกไม่เลิก

                “ใส่ร้ายเหรอ” อลิสาเจนสุดจะทานทนอีกต่อไป ความเดือดดาลครอบงำจนเธอทำท่าจะยกมือขึ้นเพื่อจะตบหน้านังตัวแสบตอแหลสักฉาด               

                แต่มือแกร่งของรัตติราชกระชับข้อมือข้างนั้นของเธอไว้อย่างนุ่มละมุนแต่ก็หนักแน่น เป็นอีกครั้งที่เธอไม่รู้ว่าเขาเข้ามาอยู่ในระยะประชิดตอนไหน

                “กลับกันเถอะครับ” เขาบอกกับเธอ

                อลิสาเจนเหลียวไปมองเขา เขามองมาด้วยสายตาสื่อว่าให้เธอใจเย็นเข้าไว้ เธอเองก็รู้ว่ากำลังทำตัวไม่เหมาะสม แต่เธอโกรธนังสามตัวนี้มากจริงๆ นะ

                แต่สุดท้ายเธอก็ค่อยๆ ควบคุมอารมณ์ได้ในที่สุด

                “เอ่อ นี่คุณ...” สุพิชญาเอ่ยถาม พลางมองไปยังรัตติราช ด้วยสายตาชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง

แต่รัตติราชไม่ได้ตอบอะไรฝ่ายนั้น แทบไม่เหลียวมองผู้หญิงทั้งสามคนด้วยซ้ำ เขาพาอลิสาเจนออกไปจากตรงนั้น

                สุพิชญากับเพื่อนสาวอีกสองคนมองตามไม่วางตา

                “หล่อจัง ดูดีมากๆ” สุพิชญาคล้ายพึมพำกับตัวเอง

                “พ่อรูปหล่อเป็นแฟนยายเจนจัดเหรอ น่าอิจฉาจัง ไปหามาจากไหนเนี่ย” เพื่อนอีกคนเอ่ย

                ความอิจฉาก่อตัวในดวงตาของสุพิญชาทันทีทันใด หน้าตาใสซื่อราวนางเอกก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นนางร้าย

 

“คุณโอเครึยังครับ” รัตติราชเอ่ยถามขณะนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถปอร์เช่สีดำสนิท เคลื่อนรถตามรถคันหน้า ก่อนจะหยุด ด้วยมีรถต่อคิวคืนบัตรตรงทางออกลานจอดรถราวหกเจ็ดคัน

                อลิสาเจนพยักหน้าก็จริง แต่ข้างในยังเดือดปุดๆ จังหวะหายใจก็หนักหน่วง หน้าตายังบอกบุญไม่รับ

                “หิวมั้ยอยากกินอะไรหรือเปล่าครับ”

                หญิงสาวส่ายหน้า

                แต่เมื่อรัตติราชเคลื่อนรถมาถึงจุดแลกบัตร ระหว่างกดกระจกรถลง เพื่อหยิบบัตรจอดรถส่งให้กับเจ้าหน้าที่

                จู่ๆ อลิสาเจนก็เปิดประตูผัวะลงไปจากรถหน้าตาเฉย

                รัตติราชหันขวับ เห็นหญิงสาวหันเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในอาณาเขตโรงแรม ไม่มีทีท่าจะเหลียวหลังกลับ

                ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ไม่กี่อึดใจ ก็เคลื่อนรถไปชิดขอบทางด้านหน้าเพื่อไม่ให้เป็นการปิดขวางเส้นทางจราจร กดไฟฉุกเฉิน เปิดประตูลงจากรถ สาวเท้าเดินตามหญิงสาวไป

                “จะไปไหนครับ” รัตติราชถามเมื่อเดินอ้อมมาหยุดตรงหน้าอลิสาเจน

                “ฉันมีธุระ”

                “ธุระอะไร”

                “ฉันจะไปจัดการนังสามตัวนั่น” ตอบเสร็จ เธอก็ทำท่าจะเดินเฉียดตัวเขาไป แต่เขาก็ขยับมาปิดทางอีก

                “ทำแบบนั้นไม่คุ้มกันหรอก”

                “คุณไม่เข้าใจหรอก” เธอตั้งท่าจะเดินผ่านตัวเขาไปอีก แต่รัตติราชคว้าข้อมือเธอไว้

                “เจนครับ”

                “ปล่อยฉัน แล้วคุณก็กลับไปเถอะ” อลิสาเจนสะบัดมือออกจากมือของอีกฝ่าย เดินสวบๆ ต่อ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ต้องร้องว้าย เมื่อรัตติราชโอบเอวเธอจากด้านหลัง ยกตัวเธอขึ้นจนเท้าเธอลอยขึ้นจากพื้น เพื่อจะพาเธอเดินตรงไปที่รถส่วนตัวของเขา

                “ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ ฉันจะไปตบพวกมัน!

                อลิสาเจนร้องโวยวายและดิ้นขัดขืน แต่อ้อมแขนกำยำของรัตติราชแข็งแรงและแน่นหนามาก อุ้ม ไม่สิ เหมือนหิ้วเธอมากกว่า แถมยังหิ้วเธอเดินตัวปลิวราวกับน้ำหนักตัวของเธอเบาเท่ากับเด็กไม่กี่ขวบ

                เจ้าหน้าที่ตรงจุดแลกบัตรและผู้คนในละแวกนั้นต่างจับจ้องมายังคนทั้งสอง แล้วแม้จะกำลังอาละวาดคลุ้มคลั่ง อลิสาเจนก็ยังอดนึกทึ่งกับสีหน้าและท่าทางเรียบนิ่งของรัตติราชไม่ได้

                แน่นอนนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติที่รัตติราชเคยเผชิญบ่อยๆ แน่ แต่เขาก็รับมือได้อย่างไม่มีอาการสะทกสะท้านออกมาให้เห็น

                เขานิ่งได้เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะนิ่งได้

                ในที่สุดรัตติราชก็อุ้มเธอมาถึงรถยนต์ของเขา เขาเปิดประตูด้านข้างที่นั่งคนขับ ดันเธอเข้าไปนั่งข้างในอย่างนุ่มนวลแต่ก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเขา จนเธอไม่อาจขืนแรงได้

                “ถ้าคุณออกมา ผมก็จะไปอุ้มคุณกลับมาอีก” รัตติราชเอ่ยขณะจับขอบประตูรถด้วยมือข้างหนึ่ง

                อลิสาเจนที่ทำท่าจะลุกออกจากรถยอมหยุดนิ่ง เพราะคำพูดและท่าทางของเขา

                แค่ดูจากแววตาก็รู้ว่าเขาทำตามที่พูดอย่างแน่นอน แม้ว่าน้ำเสียงเขาจะนุ่มทุ้มน่าฟังเหมือนเช่นเคย แต่ก็แฝงความเด็ดขาดไว้อย่างน่าอัศจรรย์

                รัตติราชสามารถผสมผสานความนุ่มนวลและแข็งกร้าวไว้ในตัวเองได้อย่างลงตัว

                “เราเข้าใจตรงกันแล้วนะครับ” เขาถามย้ำ

                อลิสาเจนกัดริมฝีปากล่าง ความขัดใจและดื้อดึงยังเต็มเปี่ยม แต่สัญชาตญาณร้องบอกว่า ชายหนุ่มอาจจะดื้อกว่าเธอ

                “เจนครับ”

                “ค่ะ” เธอจำต้องตอบรับเมื่อเขาเรียกชื่อ

                ใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตาเปื้อนรอยยิ้มแห่งความพอใจ พอเขาปิดประตูรถ ก็เดินอ้อมไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ แต่ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปก็ไม่ลืมบอกให้เธอรัดเข็มขัดนิรภัยด้วย

ทำไมชื่อตอนแมวยิ้ม ใครที่เพิ่งเข้ามาอ่าน ตอนหน้ารู้กันจ้า
ขอบคุณทุกการติดตามค่า ^^

อีบุ๊คจำหน่ายแล้วที่เมพ
รักสุดจิต
เชอริณ
www.mebmarket.com
อลิสาเจน...เธออ่อยเขาจนรถขนอ้อยคว่ำ...เธอล่อลวงเขาให้เป็นกิ๊ก...เธอโปรยเสน่ห์ให้เขาเคลิ้ม...เธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม...และเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด“ฉันชอบกอดของคุณ มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น”รัตติราช...เขาอ่อยเธอเงียบๆ...เขาล่อลวงไม่ให้เธอรู้ตัว...เขาโปรยเสน่ห์เธออย่างแนบเนียน...เขาถนัดเป็นฝ่ายคุม


อินบ็อกซ์สั่งซื้อรูปเล่มกับเพจเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ได้ค่ะ 
(วางแผงตามร้านหนังสือประมาณวันที่ 27 สิงหาคม 2562)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

338 ความคิดเห็น

  1. #269 gunyee (@gunyee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 14:11

    ถึงขั้นตัดกระโปรงเห็นกางเกงใน สาวสองคนนั่นร้ายสุดๆ เลยค่ะ

    #269
    0
  2. #175 Mari1a (@Mari1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 21:25
    แมวยิ้มกว้าง
    #175
    0
  3. #174 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:19
    เจนครับบบบบบบ ไม่ดื้อนะ พี่เค้าดุ
    #174
    0
  4. #46 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 09:31
    จะเป็นยังไงต่อน๊าาา
    #46
    0
  5. #45 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 21:36
    เจนนนนนนนเทอไม่ใช่ผู้ร้าย เทอคือพวกถ้ำมอง กร๊ากก
    #45
    0
  6. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 10:52
    คุณรัตติจะต้อนรับแขกยังไงน้าา55555555555
    #44
    1