รักสุดจิต

ตอนที่ 8 : Come Back To Me And Fly Me To The Moon 4/2 (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

เกือบหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้...

                ในค่ำคืนวันศุกร์ ประมาณหนึ่งทุ่ม

                ณ ร้านอาหารสไตล์ฟิวชันมีชื่อแห่งหนึ่ง...เลิฟ อิน เดอะ มิสต์ (Love in the mist)

                เสียงเพลง Can’t Take My Eyes Off You ดังคลอเคลียภายในร้าน

            “เจนครับ” เสียงเรียกของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ขณะอลิสาเจนกำลังจะเดินตรงไปยังประตูทางออกของร้าน

            เมื่อหันไปก็พบทิวากาล เขานั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้าน ข้างๆ คือภรรยาของเขา...นีรดา เจ้าหล่อนนั่งอยู่บนรถวีลแชร์ไฟฟ้า

อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้พ่อแม่ของหล่อนที่นั่งอยู่ในรถด้วยกันเสียชีวิตทันที ขณะที่นีรดาได้รับการกระทบกระเทือนตรงไขสันหลัง ส่งผลให้หล่อนอาจเดินไม่ได้ตลอดชีวิต

            อลิสาเจนเห็นใจในชะตากรรมของฝ่ายนั้น สงสารหล่อนมากตั้งแต่ได้ทราบเรื่องราวของหล่อน

            เธอเดินตรงไปหาคนทั้งสอง ยกมือไหว้ชายหนุ่ม กับนีรดา เจ้าหล่อนรับไหว้และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ใบหน้าสะสวยอย่างไร้ที่ติน่ามองยิ่งขึ้น

            “มาทานข้าวหรือครับเจน” หนุ่มหล่อในชุดสูทสากลประณีตลุกขึ้นขณะถาม

            “เจนมีนัดกับเพื่อน แต่เพื่อนติดธุระกะทันหัน เลยมาไม่ได้ นี่เจนเลยว่าจะกลับ”

            “แล้วเจนทานข้าวหรือยัง”

            อลิสาเจนส่ายหน้า

            “ถ้าเจนไม่รังเกียจมานั่งทานด้วยกันมั้ยครับ”

            “อย่าดีกว่าค่ะ เจนเกรงใจ” อลิสาเจนปฏิเสธแทบไม่ต้องคิด พลางเหลือบมองไปทางนีรดาครู่หนึ่ง

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ คุณเจน มานั่งทานด้วยสิคะ” สาวสวยเอ่ยชวนอย่างเป็นกันเอง นัยน์ตาใสซื่อสื่อว่าหล่อนไม่ได้เอ่ยไปตามมารยาท

            “แต่...”

            ทิวากาลเอ่ยชวนสำทับอีกครั้ง อลิสาเลยจำต้องยิ้มรับ ชายหนุ่มเลยเดินมาดึงเก้าอี้ให้เธอนั่งตามมารยาทสุภาพบุรุษ

            จะผ่านไปกี่ปี ทิวากาลก็ยังหล่อเหลาและคงมาดสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว อย่างที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยพร้อมจะตกหลุมรักเขาหมดใจได้ไม่ยาก เหมือนที่เมื่อหลายปีก่อน เธอก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้น

            แม้สิ่งนี้จะกลายเป็นอดีตไปแล้ว วันนี้เขาก็มีเจ้าของแล้วด้วย แต่เธอก็ไม่เคยลืมเรื่องราวเมื่อครั้งนั้น หรือ ลืมทิวากาลได้เลย เขายังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอมา

            พออลิสาเจนนั่งลง ทิวากาลก็หันไปเรียกบริกรที่เพิ่งผละจากโต๊ะที่ห่างไปราวสามโต๊ะ และมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่

            หลังจากบริกรส่งเมนูอาหารให้ เธอใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน ก็เลือกสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา

                “ยังชอบทานเหมือนเดิมเลยนะครับ” ทิวากาลเอ่ยยิ้มๆ เมื่อบริกรผละไป

            “คุณเจนชอบทานสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาหรือคะ” นีรดาถามขึ้น รอยยิ้มน่ามองยังเปื้อนใบหน้าสวย

            “จริงๆ ก็ชอบหลายอย่าง ชอบที่สุดคงจะเป็นกะเพราหมูสับไข่ดาว แต่อุตส่าห์มากินร้านอาหารหรู จะสั่งก็เกรงใจค่ะ” อลิสาเจนพูดติดตลก

             นีรดาหลุดขำน้อยๆ “คุณเจนเป็นคนตลกนะคะ เนญ่าชอบจัง”

            “เจนเป็นคนง่ายๆ น่ารักน่ะครับ”

            “เนญ่าอยากคุยกับคุณเจนตั้งแต่เจอกันเมื่อสามวันก่อนแล้วที่...เอ่อ...เจอกันที่...ที่ไหนนะ...” สาวสวยปั้นหน้าครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง แต่เหมือนว่าคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก

            “ที่มูลนิธิไงครับเนญ่า”

            “ใช่ๆ ที่มูลนิธิของพี่กาล เนญ่าต้องขอโทษ คุณเจนคงไม่รำคาญนะคะ คือ ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุ สมองของเนญ่าได้รับการกระทบกระเทือน เนญ่าจำเรื่องราวไม่ได้เยอะมาก ความจำระยะสั้นก็รวนไปด้วย” สีหน้าของคนพูดสื่อถึงความกังวลใจและไม่มั่นใจอย่างมาก

            “คุณเนญ่าไม่ต้องขอโทษเจนหรอก คุณเนญ่าสวยน่ารักและคุยสนุกแบบนี้ ใครจะรำคาญได้ละคะ”

            “นั่นสิ คิดมากอีกแล้วนะ” ทิวากาลหันไปเอ่ยกับภรรยา

            “ก็เนญ่ากลัวคนอื่นจะเบื่อที่เนญ่าป้ำๆ เป๋อๆ”

            “ไม่มีใครเบื่อเนญ่าหรอก เชื่อพี่สิ” ทิวากาลพูดให้กำลังใจอีกฝ่าย

            ภรรยาหันไปยิ้มขอบคุณสามี ก่อนจะหันไปชวนอลิสาเจนคุยต่อ “พี่กาลบอกว่าคุณเจนมาช่วยงานพี่กาลกับผู้กองสันติด้วย ต้องขอบคุณมากนะคะ”

            “เจนต้องขอบคุณพี่กาลมากกว่าค่ะ ที่ให้เกียรติชวนเจนมาช่วยงานเพื่อส่วนรวมแบบนี้ เจนอยากมีโอกาสอะไรแบบนี้มานานแล้วค่ะ”

            เมื่อสามวันก่อน อลิสาเจนเข้าไปพบทิวากาลและผู้กองสันติที่มูลนิธิหนึ่งทิวา เพื่อรับฟังรายละเอียดของภารกิจนี้

เริ่มจากเดอะบียอนกำลังจะร่วมทุนกับบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อเปิดบริษัทลูกของเดอะบียอน ซึ่งจะเป็นบริษัทเกมออนไลน์ที่ผลิตเกมโดยคนไทย แต่ชื่อของบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมที่เดอะบียอนจะร่วมทุนด้วยยังเป็นความลับสุดยอด แต่คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในสองบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ และคาดว่าจะมีการเปิดแถลงข่าวการร่วมทุนภายในต้นปีหน้า

            แต่แล้วก็มีข่าววงในออกมาว่า บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมดังกล่าวคือ บริษัทบีบีคอมกรุ๊ป โดยคาดว่าน่าจะเป็นการปล่อยข่าวจากนายปานศักดิ์ นักธุรกิจชื่อดัง ที่เคยพัวพันกับคดีปั่นหุ้น

ที่สำคัญนายปานศักดิ์มีการนัดพบกับรัตติราชบนเรือสำราญ โดยเธอได้เห็นรูปถ่ายของคนทั้งสองด้วย แต่เป็นรูปถ่ายในระยะไกลสักหน่อย   

ด้วยเหตุนี้หน่วยสืบสวนคดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจจึงเกรงว่าจะมีแผนการปั่นหุ้นอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะปกติแล้วบริษัทเดอะบียอนเข้มงวดกับเรื่องข่าววงในมาก ไม่เคยหลุดรอดออกมาได้ง่ายๆ

            ทางตำรวจจึงคาดเดาไว้เบื้องต้นว่านายปานศักดิ์น่าจะซื้อหุ้นของบริษัทบีบีคอมกรุ๊ปไว้เต็มพอร์ต โดยมีทีมงานอีกยี่สิบกว่าคน ทำงานอย่างเป็นขบวนการ เพื่อล่อแมงเม่ารายใหญ่ในตลาดหุ้นให้ติดกับ แล้วเมื่อราคาหุ้นของบริษัทบีบีคอมกรุ๊ปพุ่งสูงทะยานในระดับที่เขาพอใจ นายปานศักดิ์ก็คงจะรีบเทขายทำกำไรก้อนโต เผลอๆ อาจจะต่อด้วยการซื้อหุ้นของบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมอีกแห่งที่ได้ร่วมทุนกับบริษัทเดอบียอนของจริง เพื่อทำกำไรอีกต่อหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นไปตามนั้น ก็หมายความ รัตติราชร่วมมือกับนายปานศักดิ์เพื่อปั่นหุ้น

ด้านมูลนิธิหนึ่งทิวา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทิวากาลก่อตั้งขึ้นมาได้เกือบสามปีแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและสตรีในสังคมให้ดีขึ้น ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลเด็กสาววัยกำดัดคนหนึ่งที่นายปานศักดิ์ส่งไปบริการรัตติราชบนเรือสำราญ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเอาผิดกับคนทั้งสองได้ เพราะนายปานศักดิ์มีเส้นสายใหญ่โตมาก และเด็กสาวก็ไม่กล้าปริปากเล่าอะไรมาก ด้วยเกรงอิทธิพลของฝ่ายนั้น

            ดังนั้นทิวากาลเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้กองสันติ นายตำรวจจากหน่วยสืบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งสองตัดสินใจร่วมมือกันสืบหาความจริงเรื่องการร่วมทุนของบริษัทเดอะบียอน เพื่อหวังเอาผิดกับคนทั้งสองในคดีปั่นหุ้นแทน

แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ทิวากาลก็โทร.มาเอ่ยชวนเธอให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสืบหาข้อมูลเพื่อเปิดโปงความจริงดังกล่าว

            โดยอลิสาเจนต้องหาทางสืบว่าเดอะบียอนกำลังจะร่วมทุนกับบริษัทบีบีคอมกรุ๊ปจริงหรือไม่ และถ้าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวลวง ทางตำรวจจะได้ดำเนินคดีกับนักธุรกิจทั้งสอง และระงับความเสียหายในตลาดหุ้นไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้

นี่เองคือเหตุผลที่เส้นทางชีวิตของเธอกับทิวากาลกลับมาโคจรเกี่ยวโยงกันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้พบหรือติดต่อกันมาประมาณเจ็ดหรือแปดปี

            ตอนแรกอลิสาเจนก็ลังเลที่จะรับปากช่วยเหลือเขา แต่ถ้าเธอทำงานนี้สำเร็จ ก็จะได้เปิดโปงความชั่วของคนเลวพวกนี้ได้ หลายปีที่ผ่านมา เธอไม่อาจคบหาผู้ชายคนไหนเป็นจริงเป็นจังได้สักคน ซึ่งคิดว่า น่าจะเป็นเพราะปมรักแรกในใจที่ทำให้เธอเดินหน้าไปไหนไม่ได้ เธอจึงอยากจะคลี่คลายปมเหล่านี้ ความสัมพันธ์เมื่อครั้งนั้นยังติดค้างในใจเธอมากเกินไป...

            หลังจากผ่านไปได้สักพัก คนขับรถกึ่งผู้ติดตามของทิวากาลซึ่งเป็นหนุ่มฉกรรจ์ ก็เข้ามากระซิบบอกเบาๆ ว่า มีรถถอยมาชนรถของทิวากาล

            “งั้นนายก็จัดการไปสิ โทร.เรียกประกัน” ชายหนุ่มสั่งลูกน้อง

            “คือ คนขับเมาครับ โวยวายว่ารถคุณกาลจอดขวาง ตอนนี้ขึ้นไปนั่งบนกระโปรงรถคุณกาลด้วย ให้ผมโทร.เรียกตำรวจมั้ยครับ”

            คนฟังขมวดคิ้ว ถอนหายใจเบาๆ “ฉันออกไปดูเองละกัน”

            “จะดีหรือคะพี่กาล” นีรดาทักท้วง

            “นั่นสิคะ รอตำรวจมาไม่ดีกว่าเหรอ” อลิสาเจนสำทับ

            “ไม่เป็นไรหรอก ออกไปดูไม่นาน ให้เอกตามไปด้วย คงไม่น่ามีอะไร เดี๋ยวพี่ก็กลับมา”  

            เมื่อออกไปยังลานจอดรถ ทิวากาลก็ต้องปวดหัวกับคนเมาที่คุยไม่รู้เรื่อง ชนรถเขาแถมยังโวยวายว่าขับรถมาดีๆ แต่รถทิวากาลเคลื่อนมาชนเอง ทั้งที่รถของเขาจอดนิ่งๆ

            “เขาเป็นคนขับเหรอ” ทิวากาลหันไปถามผู้ชายอีกคนที่น่าจะเป็นเพื่อนของคนเมา และพยายามดึงคนเมาลงจากบนกระโปรงรถ แต่ไม่สำเร็จ

            “ครับ”

            “แล้วทำไมคุณปล่อยเขาขับ มันอันตรายนะ”

            “เพื่อนผมมันแย่งกุญแจรถไปน่ะ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” อย่างน้อยผู้ชายอีกคนก็พูดจารู้เรื่อง

            ทิวากาลถอนหายใจพรืด จากนั้นเขากับลูกน้อง และผู้ชายอีกคนก็ช่วยกันดึงคนเมาลงจากกระโปรงรถ แล้วกว่าจะยัดคนเมาขึ้นรถอีกคันได้ ก็ต้องใช้เวลาไปราวยี่สิบนาที ทิวากาลถึงได้กลับเข้าไปในร้านอาหารอีกครั้ง

            “เป็นยังไงบ้างคะ” นีรดาถามด้วยความห่วงใย

            “ฝ่ายนั้นเมาโวยวาย คุยกันไม่รู้เรื่อง พี่เลยไล่กลับไป ดีว่าเขามีเพื่อนมาด้วย เลยช่วยกันดึงคนเมาขึ้นรถ กว่าจะขึ้นรถได้ เล่นเอาพี่กับเอกปวดหัวเลย”

            “ไม่ได้เรียกประกันหรือคะ”

            “ไม่ได้เรียก พี่เห็นว่ารถไม่ได้เป็นอะไรมาก”

            “แต่พี่กาลรักรถนะคะ”

            “ก็แค่รถ  ช่างมันเถอะครับ”

            สักพักก็เสร็จสิ้นมื้ออาหาร ทิวากาลบอกกับนีรดาว่าขอไปส่งอลิสาเจน เพราะรถของเธอเข้าอู่ และให้นีรดากลับกับผู้ติดตามของทิวากาล ด้วยสองสามีภรรยานั่งรถมาคนละคันตั้งแต่แรก นีรดาตรงมาจากบ้าน และทิวากาลอยู่นอกบ้านก่อนจะตรงมาที่นี่

แต่อลิสาเจนรีบปฏิเสธ

            “ไม่เป็นไร เจนเรียกแท็กซี่กลับง่ายกว่าค่ะ”

            “ไม่ได้นะคะ ให้พี่กาลไปส่งดีกว่า อย่าเกรงใจเลยนะคะ”

            สุดท้ายอลิสาเจนก็ต้องยอมให้ทิวากาลไปส่ง เธอล่ำลานีรดา และเดินออกมายังลานจอดรถพร้อมกับทิวากาล แต่นีรดาขอไปเข้าห้องน้ำก่อน สักพัก พอเธอออกมาจากห้องน้ำ ผู้ติดตามถึงได้ช่วยเข็นรถวีลแชร์ของเธอออกไปยังลานจอดรถ

           

“เดี๋ยวนี้เจนไม่ได้พักอยู่ที่บ้านพ่อแม่แล้วหรือครับ” ชายหนุ่มมาดภูมิฐานถามขึ้น หลังจากหญิงสาวที่นั่งข้างที่นั่งคนขับตอบว่าให้ไปส่งที่คอนโดแห่งหนึ่ง

            “เจนย้ายออกมาอยู่คอนโดได้เกือบครึ่งปีแล้วค่ะ มันสะดวกกว่า ใกล้ที่ทำงานด้วย”

            “แล้วงานที่บริษัทโอเคมั้ย”

            “โอเคค่ะ เจนชอบทำงานที่นี่”

            “พี่ดีใจนะที่เห็นเจนมีความสุขแบบนี้”

            “ขอบคุณค่ะ”

            “พี่ก็ขอบคุณเจนด้วยที่รับปากมาช่วยงานครั้งนี้”

            “ทำไมเจนจะไม่ช่วยละคะ คนเลวพวกนี้ เราไม่ควรปล่อยให้ลอยนวล อืม เจนนัดเข้าไปสัมภาษณ์ซีอีโอคนใหม่ของเดอะบียอนไทยแลนด์แล้ว รอทางนั้นคอนเฟิร์มวันกับเวลาอยู่ ถ้ามีอะไรคืบหน้า เจนจะรีบรายงานพี่กาลนะคะ”

            “ขอบคุณนะเจน แต่เจนต้องระวังตัวด้วยนะครับ พี่ว่านายรัตติราชไม่น่าไว้ใจ”

            “พี่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า”
            ทิวากาลส่ายหน้า “ตอนนี้ยังรู้เท่าที่ผู้กองสันติบอกเรานั่นแหละ แต่พี่ว่าต้องมีอะไรอีกเยอะที่เราไม่รู้เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น”

            “แล้วเราขอเชิญตัวนายรัตติราชหรือนายปานศักดิ์มาสอบปากคำไม่ได้เหรอคะ”

            “ปัญหาคือหลักฐานเรายังมีไม่เพียงพอ”

            อลิสาเจนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“แต่นายรัตติราชคนนี้ค่อนข้างเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยออกสื่อ แม้แต่รูปภาพชัดๆ เต็มหน้าสักใบ พี่ยังหาให้เจนไม่ได้เลย”

            “น่าแปลกนะคะที่เขายอมให้บริษัทเจนสัมภาษณ์ ทั้งที่เขาไม่ชอบออกสื่อ”

“คงเพื่อการโปรโมตบริษัทเขา ไหนบริษัทเดอะบียอนกำลังจะจัดการแข่งขันอีสปอร์ตด้วยนี่ เขาเพิ่งย้ายมาเป็นซีอีโอที่นี่ ก็ต้องทำผลงาน ยังไงเจนก็ต้องระวังตัวมากๆ ล่ะ พี่เป็นห่วงครับ”

“ขอบคุณนะคะ”

บรรยากาศในรถเงียบงันไปครู่ใหญ่อย่างชวนให้อึดอัดบางๆ จู่ๆ ทิวากาลก็ชวนฟังเพลง เขาหยิบหาแผ่นซีดีเพลงในรถมาแผ่นหนึ่ง ใส่เข้าไปในเครื่องเล่น

เสียงเพลง Come Back To Me ของ Utada Hikaru ดังขึ้น

อลิสาเจนชะงักเล็กน้อย ความหวั่นไหวฉาบเคลือบในดวงตาคู่สวยทันที

“พี่ขอโทษครับ พี่ไม่ทันดู” ชายหนุ่มรีบเอ่ยอย่างสำนึกผิด “พี่เปลี่ยนเพลงอื่นให้นะ”

“ไม่ต้องค่ะ ไม่เป็นไร”

มือที่กำลังจะเอื้อมไปปิดเพลงชะงักงัน

“พี่กาลยังฟังเพลงนี้อยู่หรือคะ”

“ครับ พี่ยังฟังอยู่...เสมอ”

“ตอนนั้นเราจะฟังเพลงนี้ทุกครั้งที่นั่งอยู่บนรถด้วยกัน”

“ใช่ พี่ก็จำได้ มันเหมือน...เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นานนี้เอง” น้ำเสียงคนพูดคล้ายเจือความถวิลหาบางๆ

ความเงียบที่คลอเคล้าเสียงเพลง Come Back To Me ปกคลุมภายในรถอีกครา สองหนุ่มสาวต่างไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อกัน ประหนึ่งกำลังซึมซับความหลังครั้งเก่า

ตอนนั้นอลิสาเจนชอบเพลงนี้มาก ต้องฟังทุกครั้งที่ขึ้นมานั่งบนรถของทิวากาล แล้วทั้งสองก็ได้รู้จักกันเพราะเพลงนี้ ย้อนไปเมื่อราวเกือบแปดปีก่อน อลิสาเจนเพิ่งเข้าไปเป็นนักศึกษาปีหนึ่งคณะโบราณคดีของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง

วันนั้นหลังเลิกเรียน เธอไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้ากับเพื่อน พอแยกย้ายกัน ก่อนกลับบ้าน เธอก็แวะร้านขายซีดีเพลง เพื่อจะซื้อซีดีเพลงอัลบัมนี้ แต่บังเอิญทั้งร้านเหลือแค่ซีดีแผ่นนี้แค่แผ่นเดียว แล้วแผ่นซีดีนี้ก็อยู่ในมือของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่สะกดลมหายใจเธอได้ตั้งแต่แรกเห็น

ทิวากาลหันมายิ้มบาดใจให้เธอ ถามเธอด้วยน้ำเสียงน่าฟังว่า

น้องอยากได้ซีดีแผ่นนี้หรือครับ

            เมื่อเธอพยักหน้า เขาก็ยื่นซีดีแผ่นนี้ให้เธอ พร้อมกับกระซิบเบาๆ อย่างสุภาพว่า พี่ขอแลกกับเบอร์โทร. น้องได้มั้ยครับ”

                เธอให้เบอร์โทร.ทิวากาลไปอย่างง่ายดาย ราวกับผู้หญิงใจง่าย นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักของทั้งสองที่บางคราก็แสนหวาน บางครั้งก็เร่าร้อน จนยากที่เธอจะลืมเลือนได้     

            แต่แล้วทั้งสองก็ต้องเลิกรากัน เพราะพ่อแม่ของทิวากาลไม่อาจยอมรับผู้หญิงฐานะสุดแสนธรรมดาอย่างเธอได้  มิหนำซ้ำพวกท่านก็เตรียมผู้หญิงที่ร่ำรวยและดีพร้อมไว้ให้ลูกชายแล้ว

            ช่างเหมือนเรื่องราวในละครน้ำเน่า แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นกับเธอ

            ความรักครั้งนั้นจบลงด้วยหัวใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีของเด็กสาวคนหนึ่ง

                เมื่อรถบีเอ็มดับบลิวสีบรอนซ์เงินมาจอดหน้าคอนโดมิเนียม อลิสาเจนก็หันไปเอ่ยขอบคุณสารถีหนุ่มหล่อ

            “พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณเจนที่ยอมมาช่วยงานพี่ ขอบคุณนะครับที่ไม่ถือสาเรื่องเก่าๆ ของพี่”

            หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ “เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว เจนอยากจำแต่เรื่องดีๆ ของเรามากกว่าค่ะ เจนไปก่อนนะคะ” แต่ขณะพยายามปลดเข็มนิรภัย เธอก็ปลดไม่ได้เสียที

            จนทิวากาลโน้มตัวเข้ามาเพื่อช่วยปลดให้ จังหวะนั้นเธอเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของทั้งสองอยู่ในระยะประชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจที่รินรดกัน บรรยากาศในยามนั้นคล้ายถูกตรึงด้วยความเงียบงันประสานกับเสียงลมหายใจของทั้งสอง ทิวากาลค่อยๆ โน้มหน้าเข้ามาหา แต่ขณะที่ริมฝีปากของทั้งสองจะแตะกัน

            “ฮัดเช้ย!

            อลิสาเจนหลุดจามเสียงดังใส่เต็มหน้าทิวากาลทีหนึ่ง ต่างหยุดชะงักงัน เธอยิ้มเจื่อนกึ่งเก้อ พลางรีบล้วงมือหยิบกระดาษทิชชูในกระเป๋าทรงย่ามออกมาเพื่อซับแก้มสากข้างหนึ่งอย่างเบามือ เมื่อคิดว่าเห็นกระเซ็นน้ำลายของตัวเองอยู่บนแก้มข้างหนึ่งของเขาสองสามจุดๆ

            “เจนขอโทษค่ะ”

            ทิวากาลยิ้มขำแกมเอ็นดู “ไม่เป็นไรครับ พี่ต่างหากต้องเป็นฝ่ายขอโทษ” เขาถอยห่างออกไปตามเดิม “ถ้าเป็นหวัดต้องไปหาหมอนะครับ รู้มั้ย”

            “ค่ะ แต่แค่เริ่มคัดจมูก เดี๋ยวกินยาคงดีขึ้น”

            “ถ้ามีอะไรก็โทร.หาพี่ได้ตลอดนะครับ”

            “ขอบคุณค่ะพี่กาล งั้นเจนไปก่อน”

            “ไว้เจอกันนะครับ” เขาทอดยิ้มอบอุ่นมาให้

            หญิงสาวยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มคล้ายสาวน้อยคนเดิมเมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะเปิดประตูลงไปจากรถ

                อลิสาเจนกำลังยืนรอลิฟต์ที่ชั้นล่างของคอนโดก็มีสายเรียกเข้า หลังจากหยิบสมาร์ตโฟนในกระเป๋ามากดรับ สีหน้าของเธอก็ขรึมจัดอย่างครุ่นคิดทันที

เรื่องนี้เงื่อนงำเยอะหน่อย แต่ความฟินแซ่บของพระนางก็มีไม่น้อยจ้า ขอบคุณทุกการติดตาม ^^

อีบุ๊คจำหน่ายแล้วที่เมพ
รักสุดจิต
เชอริณ
www.mebmarket.com
อลิสาเจน...เธออ่อยเขาจนรถขนอ้อยคว่ำ...เธอล่อลวงเขาให้เป็นกิ๊ก...เธอโปรยเสน่ห์ให้เขาเคลิ้ม...เธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม...และเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด“ฉันชอบกอดของคุณ มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น”รัตติราช...เขาอ่อยเธอเงียบๆ...เขาล่อลวงไม่ให้เธอรู้ตัว...เขาโปรยเสน่ห์เธออย่างแนบเนียน...เขาถนัดเป็นฝ่ายคุม


อินบ็อกซ์สั่งซื้อรูปเล่มกับเพจเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ได้ค่ะ 
(วางแผงตามร้านหนังสือประมาณวันที่ 27 สิงหาคม 2562)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

338 ความคิดเห็น

  1. #173 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 17:04
    รอตามเงื่อนงำไปด้วยกันค่ะ
    #173
    0
  2. #172 Go_Aey (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 12:02
    เจนก็สายอ่อยเหมือนกันนี่55
    #172
    0
  3. #38 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 09:46
    จินตนาการสำคัญจริงๆ
    #38
    1
    • #38-1 isayah(จากตอนที่ 8)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 13:06
      จริงค่าา
      #38-1
  4. #36 Somying2525 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 08:30
    5555 มโน
    #36
    1
    • #36-1 isayah(จากตอนที่ 8)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 13:05
      นางขี้มโนนิดนุง อิอิ
      #36-1