รักสุดจิต

ตอนที่ 7 : Come Back To Me And Fly Me To The Moon 4/1 (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

ภาพเขียนสีน้ำมันวางไว้เกือบทั่วทุกจุดในห้อง และเป็นภาพเขียนยามค่ำคืนเหมือนกันหมดเช่นเคย

                “นี่ก็เป็นภาพเขียนที่เธอคนนั้นให้คุณไว้หรือคะ”

                “ครับ”

                “ทุกชิ้นเลยรึเปล่า”

                “ครับ ทุกชิ้น”

                ความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มกับจิตรกรสาวผู้นี้คงลึกซึ้งและพิเศษมากจนเธอ...นึกอิจฉา

                “ฉันขอเดินดูภาพเขียนพวกนี้หน่อยนะคะ”

                ชายหนุ่มยอมคลายมือจากมือเธอ อลิสาเจนทอดเดินสำรวจภาพเขียนสีน้ำมันเหล่านี้ทีละภาพอย่างตั้งอกตั้งใจ ช่างเป็นภาพเขียนที่งดงามตระการตามาก จิตรกรให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด แต่ก็คงเอกลักษณ์เช่นเดียวกับภาพเขียนในบ้านอีกหลัง

                หม่นและเหงา

                “ภาพเขียนพวกนี้สวยมากเลยนะคะ”

                “ทุกภาพมาจากความตั้งใจของคนวาด”

                หญิงสาวหันไปหาเขา “ทำไมคุณถึงพาฉันมาดู”

                “ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบภาพเขียนพวกนี้ครับ”

                คำตอบของเขาเรียบง่ายเกินกว่าที่อลิสาเจนจะค้นหาวาระซ่อนเร้นใดๆ ได้ หรือ บางทีในหลายการกระทำของเขาอาจไร้ซึ่งที่มาที่ไปรองรับก็ได้ เหมือนการจูบหรือชวนเธอขึ้นไปบนดาดฟ้านั่น

                “หรือคุณไม่ชอบครับ” ชายหนุ่มถามต่อ เมื่อเธอเงียบไป

                “ไม่ค่ะ ฉันชอบมาก ภาพพวกนี้สวยมาก” อลิสาเจนพูดจากความรู้สึกแท้จริง เธออาจอิจฉาจิตรกรหญิงผู้นี้ แต่ก็ชื่นชมความสามารถของเจ้าหล่อน

                รัตติราชยิ้มพึงพอใจในแววตา

                เขาทำให้เธอรู้สึกกังขาไม่จบไม่สิ้น ในที่สุดหญิงสาวก็หลุดคำถามที่ค้างคาในใจมาหลายวันอย่างอดใจไม่ไหวอีกต่อไป

                “ทำไมคืนนั้นคุณถึงจูบฉัน”

                คนถูกถามคงยิ้มบางๆ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ราวกับว่าคำถามนั่นไม่ได้สั่นคลอนความรู้สึกหรือความคิดใดๆ ของเขาสักนิด คล้ายว่าเธอเพิ่งถามถึงคำถามธรรมดาทั่วไปอย่างเช่นเรื่องฝนฟ้าอากาศ

                “ตอนนั้นคุณอยากให้ผมจูบคุณ” เขาพูดราวมั่นใจ แต่ไม่ได้ดูน่าหมั่นไส้ในความคิดของอลิสาเจน

                “ฉันเปล่ารู้สึกแบบนั้นซะหน่อย” ไม่มีทางที่เธอจะยอมรับความจริงในข้อนี้เด็ดขาด

                “ถ้าผมเข้าใจผิด ก็ขอโทษด้วยครับ”

เขาเอ่ยอย่างสุภาพ ราวกับความผิดของเขาไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ให้ตายเถอะ เขาถือวิสาสะจูบเธอเชียวนะ!

“แต่คุณไม่ควรทำแบบนั้นกับฉันอีก”

รัตติราชยิ้มในแววตาราวกับขำแทนคำตอบ ทั้งที่เธออยากฟังคำตอบจากเขามาก เพราะจนถึงตอนนี้เธอก็ยังอ่านไม่ออกเลยว่าอะไรคือแรงจูงใจให้เขาจูบเธอตั้งแต่พบกันครั้งแรก

“หวังว่าคุณจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก” หญิงสาวย้ำเตือนอีกครั้ง

“ทำไม”

“เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” หวังว่าชายหนุ่มคงจะจับไม่ได้นะว่าเธอแกล้งหยั่งเชิง 

“แม้แต่ความเป็นเพื่อนหรือครับ”

“ถึงเป็นเพื่อน คุณก็ไม่ควรทำแบบนั้น”

ชายหนุ่มแค่ยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสิ่งนี้หาได้รับประกันว่าเขาจะไม่ถือวิสาสะจูบเธออีกจากนั้นรัตติราชก็เดินไปเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

พฤติกรรมของเขายังคาดเดายากเหมือนเคย

เสียงเพลง Fly Me To The Moon ในเวอร์ชันของ Frank Sinatra นักแสดงและนักร้องชาวอเมริกัน ก็ดังกังวานขึ้น

แล้วจู่ๆ รัตติราชก็สาวเท้าตรงมาหาเธอช้าๆ นัยน์ตาคมจดจ้องมายังเธออย่างไม่วางตา หัวใจของเธอเต้นถี่ระรัวขึ้นทันที

“คุณ...จะทำอะไร” เธอถามเสียงรัวเล็กน้อย แต่เขาก็ยิ้มในแววตาแทนคำตอบ ยังคงเดินเข้ามาหาเธอ เธอรีบก้าวถอยหลัง เขาก็ยังก้าวเข้ามาอีก เธอก็ก้าวถอยอีกจนเกือบสะดุดขาตัวเอง แต่ก็ทรงตัวกลับมาได้ เธอก้าวถอยจนหลังชนหน้าต่างกระจกด้านหนึ่ง พร้อมกับเขาก็มาหยุดตรงหน้า...ในระยะประชิด

เธอแหงนคอตั้งบ่ามองคนตัวสูงมากที่ยืนตระหง่านตรงหน้า ความกลัวบางอย่างก่อตัวขึ้น  

“คุณคิดจะทำอะไร”

“ผมแค่...อยากจะเต้นรำกับคุณครับ”

เต้นรำ! รัตติราชขยันทำเรื่องแปลกประหลาดใจกับเธอไม่หยุดหย่อน

“ตอนนี้เนี่ยนะ”

เขาพยักหน้าตอบ

“แล้วทำไมฉันต้องเต้นรำกับคุณด้วย”               

“เพราะคุณคงอยากให้ผมเต้นรำกับคุณมากกว่า...ทำอย่างอื่น”

เขากำลังขู่เธอชัดๆ!

“อย่างเช่นอะไร” อลิสาเจนกลั้นใจถามออกไป

“ก็อย่างเช่น...จูบ หรืออาจจะ...”

จังหวะนั้นอลิสาเจนแน่ใจว่าเห็นชายหนุ่มหลุบมองซอกคอของเธออยู่ชั่วอึดใจ

เริ่มเหนียวคอขึ้นมาดื้อๆ

ต่อมจินตนาการของเธอเริ่มทำงานอย่างรู้หน้าที่อีกแล้ว

เธอรีบฝืนคลี่ยิ้มกลบเกลื่อนทุกพิรุธในใจ

“นั่นสิ เต้นรำดีกว่าเยอะเลย” เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ ประหนึ่งว่าทั้งคู่กำลังคุยหยอกเล่นกัน

รัตติราชยิ้มคล้ายพอใจ ยื่นมือมาหา เธอกลั้นใจวางมือลงบนฝ่ามือเขา เขาค่อยๆ จูงเธอออกไปยืนตรงกลางห้อง โอบรอบเอวเธอด้วยแขนข้างหนึ่งและสัมผัสแสนอ่อนโยน เธอเลยเลื่อนมือขึ้นเกาะบ่ากว้าง โยกตัวไปตามเขาและจังหวะเสียงเพลง

อ้อมแขนแข็งแกร่งกระชับแน่นขึ้นจนเธอเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องซบแผงอกกว้าง

ฟีโรโมนของเขาโอบล้อมและกำลังล่อลวงเธออย่างเงียบเชียบ

เธอรับรู้อย่างหยั่งลึกถึงฝ่ามือที่แนบอยู่เหนือบั้นเอว และปลายจมูกโด่งตรงที่แนบชิดกับขมับข้างหนึ่ง

ความโรแมนติกลอยละล่องอยู่รอบตัวเธอ น่าขันที่ชั่วขณะหนึ่งรัตติราชทำให้เธอตกใจกลัว แต่อีกชั่วขณะเขากลับทำให้เธอหวามไหวไปทั้งหัวใจ

ไม่รู้จริงๆ ว่าความหวาดหวั่นก่อนหน้านี้โบยบินไปตั้งแต่เมื่อไร และยังแทนที่ด้วยความอบอุ่นและอ่อนหวาน

หญิงสาวหลับตาลง ในจินตนาการ คล้ายกำลังล่องลอยไปในห้วงจักรวาล โบยบินผ่านท่ามกลางดวงดาวและดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง...

Fly me to the moon
And let me play among the stars
Let me see what spring is like
On a, Jupiter and Mars
In other words, hold my hand
In other words, baby,  kiss me...   

 

“อุ๊ย!” อลิสาเจนอุทานเบาๆ และคงได้ทรุดลงไปนั่งกับพื้น ถ้าไม่มีมือแกร่งกระชับท่อนแขนไว้ได้ทัน

“เป็นอะไรมั้ยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

หญิงสาวกำลังเดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่พร้อมกับรัตติราช แต่แค่ก้าวออกจากบ้านซุ้มไม่กี่ก้าว เท้าที่

สวมรองเท้าสำหรับเดินในบ้านก็เหยียบโดนหินก้อนเล็กก้อนหนึ่ง เลยเซไถล

 “ไม่เจ็บแน่นะครับ” รัตติราชถามย้ำ

เธอพยักหน้า ก่อนจะร้องว้ายเบาๆ เมื่อเขาช้อนเธอเข้าสู่อ้อมแขนอย่างไม่บอกไม่กล่าว และเธอก็โอบรอบคอเขาโดยอัตโนมัติ

“คุณจะทำอะไร” เธอร้องถามด้วยความตกใจแกมงุนงง

“อุ้มคุณเข้าไปในบ้าน”

“ฉันเดินเข้าไปเองได้”

“ผมไม่อยากให้คุณลื่นล้มอีก”

“ฉันไม่ลื่นซ้ำสองหรอก” เธอคิดว่าเขาเล่นใหญ่มาก แค่เธอเกือบลื่นล้มนิดเดียวเอง ต้องถึงกับอุ้มเชียว

หรือ

“แต่ผมอุ้มปลอดภัยกว่าครับ” เขายังยืนกรานจนเธอคร้านจะทักท้วง

รัตติราชมีความสามารถในการถือวิสาสะแตะเนื้อต้องตัวเธอได้ราวกับสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาและเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของเขา เหมือนว่าทั้งสองเป็นคนรักกัน ทั้งที่ต่างยังเป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน จะบอกว่าเพื่อนก็ยังไม่เต็มปากเต็มคำเลยด้วยซ้ำ

รัตติราชไม่เคยมอบสถานการณ์เรียบง่ายให้แก่เธอเลยสักครั้ง

เมื่อชายหนุ่มอุ้มเธอเข้ามาถึงในห้องรับแขก เขาก็ปล่อยเธอลงอย่างเชื่องช้า ขณะตรึงสายตาของเธอไว้ด้วยแววตายากหยั่งลึกของเขา จงใจให้เนื้อกายของทั้งสองเสียดสีกันตลอดเส้นทางจนเท้าของเธอแตะกับพื้น

 ความหวามไหวอย่างแรงกล้าไหลเลื้อยอยู่ในเซลล์ประสาททุกเซลล์จนส่งผลต่อความมึนงงในสมอง แล้วเมื่อเธอก้าวถอยห่าง ก็คล้ายว่าตัวจะเซเล็กน้อยด้วย ใบหน้าของเธอร้อนผะผ่าว เมื่อเห็นรอยยิ้มพรายแสนบางเบาในดวงตาของรัตติราช

“ฉัน...ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“เสื้อผ้าคุณน่าจะแห้งแล้ว ผมไปหยิบให้นะครับ” ชายหนุ่มหายไปเพียงครู่หนึ่ง ก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเดิมของเธอที่กลับมาแห้งและหอมสะอาดเหมือนเดิม

หญิงสาวรับเสื้อผ้ามา พึมพำขอบคุณเบาๆ บอกเขาว่าขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบน เพราะเธอทิ้งกระเป๋าสะพายไว้ในห้องนั้น เธอรีบหันเดินออกไปจากห้องรับแขก แต่คงเป็นเพราะอารามรีบหรือยังไม่หายมึนงงดี แทนที่จะเดินไปขึ้นบันได ก็เดินไปทางเข้าห้องครัวแทน

“นั่นเป็นห้องครัว บันไดทางนี้ครับ”

อลิสาเจนชะงักกึก และหันมายิ้มเก้อ “ขอบคุณค่ะ” เธอซอยเท้าเร็วขึ้น อยากไปให้พ้นทางรัศมีสายตาของเขาโดยเร็วก่อน ด้วยตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเหมือนนักเรียนตัวน้อยที่กำลังออกไปยืนหน้าห้องเรียนเป็นครั้งแรกเพื่อตอบคำถามคุณครู

 แต่พอขึ้นมาถึงชั้นสอง ที่มีแสงสลัวจากดวงไฟติดเพดานสีส้มนวลอาบส่อง เธอก็เผลอเดินชนโต๊ะตัว

เล็กกึ่งโต๊ะเครื่องแป้งตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ชิดผนังทางเดินตรงที่มีกระจกเงาบานใหญ่ติดอยู่ จนเชิงเทียนและกล่องอะไรสักอย่างที่เดาว่าน่าจะเป็นกล่องดนตรีร่วงหล่นตกพื้น เธอยกมือทาบอกด้วยความตกใจ

“คุณโอเคนะครับ” เสียงร้องถามอย่างห่วงใยดังมาจากชั้นล่าง

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันรีบลงไปนะคะ” เธอตะโกนตอบ เขกศีรษะตัวเองไปสองที ระอาความ

ซุ่มซ่ามของตัวเองเต็มแก่ รีบก้มลงเก็บข้าวของขึ้นมาวางที่เดิม

                อลิสาเจนเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว รีบออกมาจากห้อง แต่ตอนจะลงไปชั้นล่าง เดินผ่านหน้าประตูห้องหนึ่ง เธอลองเอื้อมมือไปเปิด แต่ก็พบว่าล็อกไว้ เลยลองเดินไปยังประตูอีกห้อง ก็พบว่าล็อกไว้อีกเช่นกัน

ทำไมต้องล็อกประตูทุกห้องด้วยนะ  ทำอย่างกับซ่อนอะไรไว้ในห้องอย่างนั้นแหละ

การหาทางเข้าใกล้รัตติราชเพื่อล้วงข้อมูลจากเขาน่าตื่นเต้นพอๆ กับการค้นหาว่าทำไมเขาถึงมีเอกลักษณ์และความลึกลับที่ไม่เหมือนใครที่เธอเคยรู้จักเลย...

ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ ^^

อีบุ๊คจำหน่ายแล้วที่เมพ
รักสุดจิต
เชอริณ
www.mebmarket.com
อลิสาเจน...เธออ่อยเขาจนรถขนอ้อยคว่ำ...เธอล่อลวงเขาให้เป็นกิ๊ก...เธอโปรยเสน่ห์ให้เขาเคลิ้ม...เธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม...และเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด“ฉันชอบกอดของคุณ มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น”รัตติราช...เขาอ่อยเธอเงียบๆ...เขาล่อลวงไม่ให้เธอรู้ตัว...เขาโปรยเสน่ห์เธออย่างแนบเนียน...เขาถนัดเป็นฝ่ายคุม


อินบ็อกซ์สั่งซื้อรูปเล่มกับเพจเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ได้ค่ะ 
(วางแผงตามร้านหนังสือประมาณวันที่ 27 สิงหาคม 2562)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

338 ความคิดเห็น

  1. #171 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 11:17
    ลึกลับน่าค้นหา
    #171
    0
  2. #32 kakfern23 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 08:49

    สู้ๆคร้า
    #32
    0