รักสุดจิต

ตอนที่ 4 : กลัวแต่ก็อยาก 2/2 (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

เขามีอะไรให้เธอประหลาดใจไม่หยุดหย่อน

                วินาทีนั้น อลิสาเจนไม่แน่ใจว่าควรทำตามคำสั่งของเขาหรือไม่ แต่สุดท้ายเท้าของเธอก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

                ไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากแรงดึงดูดอันมหาศาลของเขา ที่ทำให้เธอสนใจใคร่รู้ในตัวเขามากขึ้นทุกที หรือ เพราะเธอยังไม่อยากละทิ้งภารกิจในตอนนี้กันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน

                ในที่สุดประตูลิฟต์ก็เลื่อนปิด ทั้งห้องโดยสารเหลือแค่คนทั้งสอง รัตติราชยื่นมือไปกดปุ่มชั้นแปด

                “คุณจะพาฉันไปไหน”

                “ดาดฟ้าครับ”

                “ไปดาดฟ้าทำไม”

                รัตติราชเงียบแทนคำตอบ

                สมองสั่งให้หญิงสาวหนีห่างจากสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่ความอันตรายในตอนนี้ แต่สัญชาตญาณกลับสั่งสวนทาง

                บางทีอาจเป็นความรู้สึกใกล้เคียงกับตอนกำลังจะเล่นรถไฟเหาะตีลังกา

                ...กลัวแต่ก็อยาก

                 โรคจิตเนอะคนเรา

                เมื่อประตูลิฟต์เปิดที่ชั้นแปด หญิงสาวก้าวตามชายหนุ่มออกไปจากลิฟต์ เขาตรงไปเปิดประตูที่ออกไปสู่ดาดฟ้าด้านนอก

                เธอมองรอบๆ ดาดฟ้าที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามและมีสไตล์

                พื้นของดาดฟ้าปูด้วยไม้สีเข้ม โดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้หลากพันธุ์ บางจุดก็เป็นไม้ดอก มีโคมไฟตั้งไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้แสงสว่าง มีโซฟารับแขกรูปตัวแอลตั้งอยู่พร้อมกับโต๊ะกลาง บนโต๊ะมีขวดไวน์แดงสีเข้ม และแก้วสองใบ ไม่ไกลจากตรงนั้นมีชุดสำหรับพัตต์กอล์ฟตั้งอยู่ ส่วนด้านหลัง กั้นผนังกระจกไว้เป็นห้องๆ หนึ่ง ด้านในมีเตียงนอนขนาดน่าจะประมาณห้าฟุตตั้งเด่นเป็นสง่า

                “เตียงนั่นมีไว้ให้พนักงานขึ้นมาพักผ่อน บางคนต้องทำงานติดกันเกินยี่สิบชั่วโมง” รัตติราชหันมาบอก

                “คุณยังไม่ได้ตอบเลยว่าพาฉันขึ้นมาบนนี้ทำไม”

                “ผมอยากมีเพื่อนนั่งเล่น” รัตติราชตอบพลางเดินไปนั่งอย่างสบายอารมณ์ที่มุมหนึ่งของโซฟารูปตัวแอล เขาถอดสูทสีดำวางพาดพนักโซฟาด้วย และคลายปมเนคไทออกเล็กน้อย

                ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูสงบนิ่งและเท่เหมือนเคย

                “คุณมักทำอะไรตามใจตัวเองแบบนี้เสมอเหรอ” อลิสาเจนเดินมาถามตรงหน้าเขา

                “ยังไงครับ”

                ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอบแบบนี้ เธอคงตบกะโหลกเข้าให้แล้ว แต่เธอคงทำกับซีอีโอของบริษัทเกมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ไม่ได้

                “ก็...ที่คุณทำอยู่นี่แหละ นึกจะพาฉันขึ้นมาบนดาดฟ้าก็พามา นึกจะ...” เธอกระดากเกินกว่าจะพูดถึงเรื่องจูบในคืนนั้น

                “แล้วคุณไม่อยากขึ้นมาหรือครับ”

                “ไม่” ไม่แน่ใจว่าเธอกำลังโกหกหรือเปล่า

                เขาแค่ยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยมากๆ “แต่เราก็อุตส่าห์ขึ้นมาแล้ว นั่งเล่นสักหน่อยคงไม่เป็นไร”

                อลิสาเจนกำลังจะตอบปฏิเสธอีกครั้ง แต่ก็คิดได้ว่า นี่คือสิ่งที่เธอวาดหวังในภารกิจนี้ไม่ใช่หรือ หาทางเข้าใกล้เขาเพื่อการบรรลุในเป้าหมาย แม้สถานการณ์ทั้งหมดจะผิดแผกไปจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิงก็ตาม

                เธอเดินไปนั่งที่อีกมุมหนึ่งของโซฟา ไม่ได้ห่างหรือใกล้รัตติราชจนเกินไป

                “คุณชวนผู้หญิงขึ้นมานั่งเล่นบนดาดฟ้าบ่อยๆ เหรอคะ”

                “คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมชวนขึ้นมาบนนี้ครับ” เขาตอบและหยิบขวดไวน์มารินใส่แก้วสองใบ

                ไม่รู้ว่านั่นคือคำโกหกหรือไม่ แต่หัวใจของเธอกระตุกวาบ ทว่าพยายามควบคุมไว้อย่างหนักแน่น

                รัตติราชส่งแก้วไวน์ให้เธอหนึ่งแก้ว เธอมีท่าทางลังเลอยู่ไม่กี่อึดใจ แต่สุดท้ายก็รับแก้วไวน์นั่นมา จิบแต่น้อย

                เธอไม่เคยสับสนกับความสัมพันธ์ใดๆ ระหว่างคนสองคนมาก่อนเท่ากับครั้งนี้ เธอไม่รู้จะให้คำจำกัดความสิ่งนี้ว่าอะไรดี

คนแปลกหน้าสองคนที่เพิ่งเคยพบกันสองครั้ง แต่เคยจูบกันและเธอก็ยินยอมให้เขาพาขึ้นมานั่งเล่นบนดาดฟ้าด้วยกันตามลำพังในยามวิกาล

เธอคาดเดาความคิดของชายหนุ่มไม่ออกด้วย เขาเป็นคนที่อ่านยากมากที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักมา

ชั่วขณะหนึ่งเขาวางตัวห่างเหิน แต่อีกชั่วขณะกลับชิดใกล้พอๆ กับคนรักกัน  

เขาคงเป็นคนไม่มีตรงกลาง

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้กลับสร้างความตื่นเร้าอย่างน่าประหลาด

เธอคงชอบของแปลกสินะ

                ไวน์สีแดงเข้มไหลผ่านลำคอ สร้างความอุ่นวาบภายใน

                ความเงียบสงัดในขณะนั้นยิ่งใหญ่อลังการพอๆ กับผืนฟ้าสีเกือบดำสนิทด้านบน ที่ประดับประดาด้วยพระจันทร์เสี้ยวและดวงดาวไม่กี่ดวง

                “คุณชอบมานั่งเล่นบนนี้เหรอคะ” อลิสาเจนเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ

                รัตติราชพยักหน้าตอบ จิบไวน์ และหันไปทอดมองท้องฟ้าอีกครั้ง “เฉพาะกลางคืนครับ”

                เธอจำได้ว่าเขาเคยบอกว่ากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เขามีชีวิตชีวามากที่สุดและหัวสมองก็แล่น

                ขณะเดียวกันเธอรู้สึกว่าเขาเริ่มกลับมาเหมือนแวมไพร์หรือไม่ก็ยมทูตมากกว่าโอปป้าเกาหลีอีกครา

                ริมฝีปากของเขาเหมือนจะมีสีชมพูเข้มขึ้น เมื่อฉาบเคลือบบางๆ ด้วยไวน์แดง

                “คุณไม่ได้กลัวผมใช่มั้ยครับ” เขาถามราวอ่านใจเธอออก

                อลิสาเจนส่ายหน้าปฏิเสธทันที เธอยอมรับว่าโกหก แต่แค่ครึ่งเดียว ในความกลัวของเธอนั้นผสมด้วยความสนใจใคร่รู้อย่างแรงกล้า

                “ถ้าเกิดพนักงานขึ้นมาบนนี้เห็นคุณกับฉันล่ะ”

                “ผมให้พวกเขากลับไปพักผ่อน พวกเขาเหนื่อยมาสองวันเต็มแทบไม่ได้พัก”

                “ไม่มีพนักงานอยู่ในตึกนี้เลยหรือคะ”

                “ไม่มีเลย...สักคนเดียว”

                คนฟังชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง “บนนี้มีห้องน้ำมั้ยคะ”

                “อยู่ตรงนั้นครับ” เขาชี้ไปยังประตูใกล้ประตูทางเข้าออกดาดฟ้า

                หญิงสาวลุกเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเดินเกือบจะถึงห้องน้ำ ก็เหลียวมองเขา เห็นเขายังทอดมองวิวท้องฟ้ายามราตรี เลยรีบย่องฝีเท้าตรงไปที่ประตูทางเข้าออกดาดฟ้า หมุนลูกบิด แต่พบว่าประตูล็อกไว้ ใจหายวาบทันควัน แล้วก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำ และสูดลมหายใจลึกๆ

                ทั้งตึกไม่มีพนักงานสักคน ประตูทางเข้าออกบนดาดฟ้าก็ล็อก เขาคงไม่ได้คิดจะพาเธอมาฆ่าหมกศพบนนี้หรอกนะ

                หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาอีกครั้ง

                พยายามบอกตัวเองให้อย่าตีตนไปก่อนไข้ ควบคุมท่าทีให้เป็นปกติ

                ทว่าเมื่อออกมา ก็ไม่เห็นรัตติราชนั่งอยู่ที่เดิม เธอเดินหารอบๆ ก็ไม่พบ เขาไปไหนของเขากัน

ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอเดินไปที่ขอบกำแพงสูงประมาณเอวของเธอ และมองลงไปเบื้องล่าง

                รัตติราชคงไม่ได้กระโดดลงไปข้างล่างได้หรอกนะ

                “มายืนดูอะไรตรงนี้ครับ หืม” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นข้างหู

                เธอสะดุ้ง โผไปข้างหน้าด้วยความตกใจ แต่ท่อนแขนแข็งแกร่งรั้งเอวเธอไว้ทันที

                ชายหนุ่มช่างมีความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ

“ขอโทษครับ ทำคุณตกใจ”

เสียงทุ้มแผ่วดังอยู่ข้างหู หญิงสาวสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากคนที่มายืนแนบชิดด้านหลัง และยังไม่ได้คลายอ้อมแขน

                “คุณ...คุณไปไหนมาคะ” หวังว่าเสียงของเธอคงไม่ได้สั่นน้อยๆ หรอกนะ

                “ผมเดินอ้อมไปด้านหลัง เมื่อกี้ได้ยินเสียงกุกกัก”

                “แล้วมีอะไรรึเปล่า”

                “ไม่มีอะไรครับ ผมคงหูแว่วไป”

                หัวใจของเธอเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือจะเป็นเพราะอ้อมกอดนี้กับกลิ่นกายหอมสะอาดของเขา

                “มองจากตรงนี้สูงจังนะคะ” เธอถามออกไป ขณะทอดมองไปยังพื้นเบื้องล่าง

                “นั่นสิครับ ตกลงไปคง...ตายคาที่”

                อลิสาเจนเหลียวมองเขา ฝืนคลี่ยิ้ม พยายามควบคุมไม่ให้เรียวปากสั่นระริก

                “คุณดูตื่นเต้น”

เขากระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างหูเธออีกครั้ง ตามด้วยลากไล้ลมหายใจอุ่นรินรดไปตามแนวต้นคอเธอ จนเธอต้องกลั้นลมหายใจอย่างไม่รู้ตัว

ยามนี้เธอทั้งกลัวและหวามไหวในคราวเดียวกัน

“คุณคงหล่อไป ฉันเลยตื่นเต้น”           

                “งั้นผมก็คงต้องตื่นเต้นด้วย”

                อลิสาเจนเหลียวมองเขาอีกครั้ง เขากำลังทอดมองมาและยิ้มบางๆ ในแววตา ชีพจรของเธอเต้นไม่เป็นส่ำไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไร แต่ครั้งนี้คล้ายมีผีเสื้อโบยบินอยู่รอบๆ ตัวด้วย

                ปรอยฝนบางเบาโปรยปรายลงมา

                “ทำไมฝนต้องตกทุกครั้งที่เราเจอกัน เราต้องไปหลบฝนกันแล้วครับ” รัตติราชเปรย

ชั่วขณะที่รัตติราชคลายอ้อมแขนออกจากตัวเธอ ประหนึ่งบางสิ่งที่มีความหมายหลุดลอยตามไปด้วย

ชายหนุ่มจูงมือเธอเข้าไปหลบในห้องกระจกด้านหลัง แต่ไม่ลืมที่จะแวะหยิบเสื้อสูทสากลที่พาดอยู่ตรงพนักโซฟาติดมือไปด้วย

                ภายในห้องกระจก อลิสาเจนนั่งอยู่ที่ขอบเตียง เขายืนอยู่ตรงหน้าประตูและหันหลังให้เธอ มือหนึ่งล้วงในกระเป๋ากางเกง ไม่มีใครพูดอะไร  บรรยากาศในขณะนี้มีเพียงความเงียบงันคลอเคล้ากับเสียงสายฝน

รัตติราชคล้ายกำลังเพลิดเพลินไปกับการดำดิ่งในความเงียบท่ามกลางสายฝนโปรยปราย จนเธอไม่กล้าชวนเขาคุย เพราะกลัวจะไปรบกวนโลกส่วนตัวของเขาในขณะนี้

                คนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง ลอบมองด้านหลังเขาอีกครั้ง

                บั้นท้ายของชายหนุ่มดูแน่นเปรี๊ยะเหมือนเดิม ต้นขากำยำก็ด้วย ถ้าท่อนขาแข็งแกร่งคู่นี้ก่ายเกยบนตัวเธอขณะทอดนอนอยู่บนเตียงนี้จะเป็นอย่างไรนะ

                ความคิดบ้าๆ ผุดขึ้นในหัวอย่างไม่ตั้งใจอีกครา แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะหวาดกลัวเขาอยู่หยกๆ

                มิหนำซ้ำยังอัพเลเวลจากคราวก่อนด้วย ครั้งก่อนแค่จินตนาการแค่ว่าเขาเปลือย แต่ครั้งนี้เขาขึ้นมาอยู่บนตัวเธอแล้ว

                อาจเป็นไวน์แดงที่เธอจิบไปไม่ถึงครึ่งแก้ว

                หรือไม่ก็คงต้องโทษบรรยากาศในห้วงเวลานี้

                ตั้งแต่เสียงสายฝน ความเงียบงัน และ...เตียง

                บ้ายิ่งกว่าบ้าที่เธอมานั่งอยู่ในห้องที่มีเตียงนุ่มน่านอนกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งตามลำพังตอนกลางคืนยามฝนตก

                ทั้งหมดนี้สุ่มเสี่ยงต่อการเสียตัวเป็นที่สุด

                แต่กระนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น สักพักฝนก็หยุดตก เขาชวนเธอกลับลงไปข้างล่างอย่างเรียบง่าย

                หญิงสาวบอกกับตัวเองว่าไม่ได้ผิดหวังอะไรเลย...จริงๆ นะ

                อลิสาเจนเดินตามเขาออกไปเงียบๆ เมื่อถึงหน้าประตู รัตติราชก็เปิดประตูได้อย่างง่ายดาย ด้วยการกดปุ่มบนลูกบิดเท่านั้นเอง

                เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง เกือบจะกลอกตามองบนใส่ตัวเองที่ซื่อบื้อสิ้นดีที่คิดไปได้ว่าเขาล็อกประตูเพื่อกักขังเธอไว้บนนี้

                หลังจากยืนรอลิฟต์ไม่ถึงหนึ่งนาที ประตูลิฟต์ก็เลื่อนเปิด เธอก้าวเข้าไปก่อน รัตติราชจึงก้าวตามเข้ามา

                เขากดปุ่มลิฟต์ชั้นล่างสุด ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิด และทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดสนิท เขาก็ดันเธอให้แผ่นหลังเบียดแนบกับผนังลิฟต์ด้านหลังอย่างไม่ให้ตั้งตัว บดจุมพิตกับกลีบปากของเธออย่างดุดัน กดหลังมือของเธอทั้งสองข้างกับผนังลิฟต์ ข้างศีรษะเธอ

                เธอตกใจมากแต่เลือดในกายกลับเต้นพล่าน เธอหายใจหอบกระชั้น ตอบรับการรุกรานของปลายลิ้นอุ่นชื้นและหอมหวานด้วยความเต็มอกเต็มใจ

                รัตติราชเลื่อนมือข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ข้อพับหัวเข่าของเธอ ยกขึ้นให้โอบกระหวัดสะโพกสอบของเขา กดลำตัวเข้าหาเธอมากยิ่งขึ้น มากจนอากาศไม่อาจลอดผ่านได้แม้สักนิด

                เขาเลื่อนจุมพิตลงไปตามแนวลำคอเธอ จังหวะหนึ่งเขางับด้วยฟันแต่ไม่แรงนัก เธอร้องครางเบาๆ อย่างสุดกลั้น

                ผีเสื้อนับร้อยตัวสยายปีกอยู่ในท้องน้อยของเธอ ความรู้สึกในยามนั้นเหมือนว่ากำลังจะจวนเจียนเข้าใกล้จุดสุดยอด...

“คิดอะไรอยู่ครับ” เสียงห้าวทุ้มของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“เอ่อ...พรุ่งนี้คอร์สพิลาทิสที่ลงไว้จบแล้ว กำลังคิดว่าจะต่อดีมั้ยค่ะ” อลิสาเจนตอบเสียงเรียบ และดีใจที่เขาไม่ได้ซักไซ้สงสัยอะไร

ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ ซุกซ่อนความกระดากอายไว้อย่างเงียบเชียบ แต่เชื่อเถอะว่ามีผู้หญิงเกินหนึ่งล้านคนอยากจะมีโมเมนต์แบบนั้นกับหนุ่มหล่อลากดินระดับนี้ในลิฟต์สักครั้ง

แล้วเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่หรือ

ในเมื่อไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า...จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ 

^_____^

อีบุ๊คจำหน่ายแล้วที่เมพ
รักสุดจิต
เชอริณ
www.mebmarket.com
อลิสาเจน...เธออ่อยเขาจนรถขนอ้อยคว่ำ...เธอล่อลวงเขาให้เป็นกิ๊ก...เธอโปรยเสน่ห์ให้เขาเคลิ้ม...เธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม...และเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด“ฉันชอบกอดของคุณ มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น”รัตติราช...เขาอ่อยเธอเงียบๆ...เขาล่อลวงไม่ให้เธอรู้ตัว...เขาโปรยเสน่ห์เธออย่างแนบเนียน...เขาถนัดเป็นฝ่ายคุม


อินบ็อกซ์สั่งซื้อรูปเล่มกับเพจเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ได้ค่ะ 
(วางแผงตามร้านหนังสือประมาณวันที่ 27 สิงหาคม 2562)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

338 ความคิดเห็น

  1. #266 gunyee (@gunyee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 15:40

    มาตามอ่านเวอร์ชั่นใหม่ ตอนนี้อ่านแล้วแทบจะกรีดร้อง เขินเลย

    #266
    1
  2. #166 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 19:23
    จิตฟุ้งไปแล้วคร้าาาาา
    #166
    0
  3. #165 kyoyomi (@nathamon22) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:01
    เหมือนมิสเตอร์ เกรย์ อะ ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลย
    #165
    1
  4. #164 ศรีไงศรีเองงงง (@alich25) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 10:39
    รู้สึกว่าเวอร์ชั่น​นี้คุณรัตติเหมือนคนจริงๆมากขึ้น เวอร์ชั่นก่อนเหมือนแวมไพร์มากกว่า555555555555
    #164
    1
  5. #22 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 20:22

    จุดปุ๊บติดปั๊บได้ใจจริงๆคุณรัตติ
    #22
    0
  6. #21 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 19:41

    รุกเร็วมากกกก
    #21
    0
  7. #20 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 14:42
    คุณรัตติคะ ใจเย็นคร้าาาาา
    #20
    0
  8. วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 11:27
    มันยังไงน้าา คุณรัตติไวมาก555555555555
    #19
    0