รักสุดจิต

ตอนที่ 10 : แมวยิ้ม 5/2 (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

“คุณทำแบบนี้ทำไม” อลิสาเจนถามออกไปด้วยน้ำเสียงกึ่งๆ ไม่พอใจ หลังจากเขาเคลื่อนรถไปได้สักพัก

                “แบบนี้ แบบไหนครับ”

                “ก็ที่มาบังคับฉันขึ้นรถคุณนี่ไง”

                “ผมก็แค่อยากให้คุณใจเย็น”

                “แต่ฉันใจเย็นไม่ไหวแล้ว คุณรู้มั้ยพวกนั้นทำอะไรกับฉัน ที่กระโปรงฉันแหว่งเป็นรู จนต้องขายหน้าคนไปทั้งงาน ก็เพราะนังสามตัวนั่นมันวางแผนหลอกฉันตอนอยู่ในลิฟต์”

                “หลอกยังไง”

                อลิสาเจนเล่าไปด้วยความแค้นใจตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วก็เล่าต่ออย่างยืดยาวหลายนาทีว่า สุพิชญาเป็นคู่อริของเธอตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เจ้าหล่อนแค้นฝั่งหุ่นที่แฟนของหล่อนเคยมาจีบเธอ เลยฝังใจว่าเธอคิดจะไปแย่งแฟนหน้าหม้อของหล่อน รัตติราชก็นิ่งฟังอย่างเป็นผู้รับฟังที่ดี

                “คุณเข้าใจหรือยัง”

                “เข้าใจครับ”

                “งั้นคุณก็ควรจะปล่อยฉันไปจัดการสามคนนั้น”

                “วันพระไม่ได้มีหนเดียวนะครับ”

แต่ฉันรอไม่ไหวแล้ว ต้องตบล้างน้ำเดี๋ยวนี้ถึงจะหายแค้น”

                “แล้วมีคิดบ้างมั้ย ถ้าเกิดพลาด เจอสามรุมหนึ่ง มันจะเป็นยังไง”

                “ฉันก็...” อลิสาเจนนิ่งชะงักไป นั่นสิ เกิดแม่สามตัวนั่นรุมเธอขึ้นมา เธอจะสู้ไหวหรือ เผลอๆ อาจโดนยามหิ้วตัวออกมา และคงได้ขายขี้หน้าคนในงานรอบสอง

                เธอถอนหายใจเบาๆ “ขอบคุณนะที่เตือนสติฉัน”

                “ขอบคุณเหมือนกันครับที่ยอมรับฟังผม”

                “คุณใจเย็นแบบนี้เสมอเหรอ”

                “ไม่หรอก”

                “คุณเคยโมโหใครบ้างมั้ย”

                “บ่อยไปครับ”

                “ฉันนึกภาพคุณโมโหไม่ออกเลย” วินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนกำลังนั่งคุยกับเพื่อนสนิทอย่างตุลญาณาหรืออัญเชิญพร

                รัตติราชแค่หันมายิ้มให้เล็กน้อย แล้วรอยยิ้มของเขาก็ทำให้ใจเธอสั่นได้เหมือนเช่นเคย

                สักพักอลิสาเจนก็สังเกตว่าเขาขับรถตรงไปตามเส้นทางกลับคอนโดของเธอโดยที่ยังไม่เคยบอกเขาว่าเธอพักที่ไหนเสียหน่อย

                “คุณกำลังไปไหน”

                “คอนโดคุณครับ”

                “คุณรู้ได้ไงว่าฉันพักที่ไหน” เธอถามอย่างกังขา

                “ผมรู้จากข้อมูลประวัติที่บริษัทคุณส่งมาให้”

                “คุณจำที่อยู่พนักงานทุกคนในบริษัทคุณได้หมดเลยหรือคะ”

                “ก็เฉพาะบางคน”

                เป็นอีกครั้งที่คำตอบของเขาทำให้เธอหวั่นไหว และเธอก็ไม่กล้าถามกึ่งอ่อยอย่างที่ผู้หญิงควรจะทำว่า

                แล้วทำไมต้องเป็นเธอ

                เพราะเกรงว่ายิ่งสานต่อเธอจะยิ่งหวั่นไหวไปกว่าเดิม

                และบางทีเขาก็อาจจะสนุกกับการโปรยเสน่ห์ให้ผู้หญิงหลงใหลเขาเหมือนที่ผู้ชายบางคนชอบทำก็ได้

                ที่สำคัญรัตติราชทำสิ่งนี้ได้ดีเสียด้วย เขาเป็นผู้ชายที่มีวิธีเข้าหาเธอได้แปลกและไม่เหมือนผู้ชายคนไหนที่เธอเคยรู้จักมาก่อน

                เขาเหมือนอยู่ในม่านหมอกบางๆ แต่สิ่งนี้กลับเพิ่มแรงดึงดูดต่อเธออย่างแรงกล้า ทั้งที่เธอไม่เคยชอบเลยกับความไม่ชัดเจน

                 หากครั้งนี้คือข้อยกเว้น ทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าเธอชอบความคลุมเครือนะ แต่เพราะทุกอย่างที่รวมเป็นรัตติราชคือเสน่ห์เฉพาะตัวของเขา

แต่เธอต้องไม่ลืมว่าเธอเข้าหาเขาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เธอไม่ได้มาเพื่อตกหลุมเสน่ห์ใคร แต่เพื่อข้อมูลสำคัญบางอย่าง อันที่จริงเขาก็ไม่ต่างจากเครื่องมือให้เธอหลอกใช้

                ความละอายผุดวาบขึ้นในใจ

                ถ้าวันหนึ่งรัตติราชรู้ความจริง คนใจเย็นอย่างเขาจะโมโหเธอมากไหมนะ

                แต่ก็หวังว่าเขาจะเข้าใจเหตุผลของเธอ ไม่รู้สิ เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนมีเหตุผลและพร้อมจะรับฟังคนอื่น

...เพียงไม่นานรัตติราชก็ขับรถมาถึงที่พักของเธอ

ถึงยังไม่หายแค้นใจยายสามตัวแสบนั่น แต่ก็ไม่ลืมด้วยว่าเธอมีภารกิจสำคัญบางอย่าง แล้วตอนนี้ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีงามในการล้วงข้อมูลจากรัตติราช

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

“ด้วยความยินดีครับ”

“เอ่อ คุณอยากขึ้นไปดื่มอะไรข้างบนมั้ยคะ คือ ฉันยังไม่หายแค้นเลย อยากระบายกับใครสักคนต่อ แต่ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ”

“ทำไมจะไม่สะดวกละครับ”

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา  ทั้งสองก็มาหยุดหน้าประตูห้องพักสตูดิโอ

“คุณรอตรงนี้เดี๋ยวหนึ่งได้มั้ยคะ”

“ครับ” รัตติราชตอบรับอย่างว่าง่าย

อลิสาเจนไขประตูห้อง รีบผลุบหายเข้าไป กวาดตามองรอบห้อง คว้าเสื้อยืดที่วางพาดอยู่บนพนักโซฟา กระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนโซฟา โยนสองสิ่งเข้าไปในตู้เสื้อผ้าในห้องนอน ที่กั้นแยกพอให้เป็นสัดส่วนด้วยผนังกระจก ติดผ้าม่านสีขาวลายดอกไม้เล็กๆ  หยิบรองเท้าผ้าใบคู่หนึ่งที่วางอยู่บนพื้นเก็บเข้าไปในตู้เก็บรองเท้า กวาดตามองอีกรอบ

พอไหว ไม่มีอะไรดูระเกะระกะแล้ว เลยเปิดประตูห้อง เชื้อเชิญชายหนุ่มเข้ามานั่งที่โซฟาสีครีม

 “คุณจะดื่มอะไร อืม ฉันมีน้ำพันช์ผลไม้ทำเอง เพื่อนฉันเอามาฝาก อยากจะลองดูมั้ย รสชาติดีมากเลย”

อลิสาเจนเรียกเหล้าดองผลไม้ว่าน้ำพันช์เพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไป ไปชวนเขาดื่มเหล้าโต้งๆ คงไม่เหมาะ

                แล้วเธอก็ได้เหล้าผลไม้ดองมาจากเพื่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนเธออยู่ต่างจังหวัด เคยนัดมีตติงกัน รายนั้นเลยเอามาฝากเพื่อนในกลุ่มคนละขวด ที่สำคัญเหล้าดองผลไม้สูตรนี้เป็นสูตรของครอบครัวเพื่อนเธอคนนี้ เพื่อนเธอรับรองว่าเด็ด เมาเละเทะทุกราย หรือ ที่เขาเรียกกันว่าเมาเรื้อน รับรองไม่รอดสักคน ทั้งที่รสชาติแอลกอฮอล์คล้ายจะเบาบาง เจือหวานนิดๆ คล้ายน้ำพันช์ด้วยซ้ำ

ตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อ แต่วันนั้นก็เห็นกับตา เมื่อเพื่อนในกลุ่มลองดื่มไปครึ่งแก้ว ก่อนจะเมาในเวลาอันรวดเร็ว ตามด้วยเล่าความลับฮาๆ ของตัวเองออกมาอย่างไม่รู้ตัว จนเพื่อนๆ ขำกันใหญ่

                 ใช่ คืนนี้เธอจะใช้เหล้าดองผลไม้ล้วงข้อมูลสำคัญจากรัตติราช

                เมื่อรัตติราชตอบรับ อลิสาเจนเลยตรงเข้าไปในโซนห้องครัว หยิบเหล้าดองผลไม้ออกมาจากตู้เย็น ระหว่างรินใส่แก้วสองใบ ก็แอบส่องออกไปยังห้องรับแขกด้านนอก

                ยามนี้เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ต ผูกเนคไน และกางเกงสแล็กสีดำสนิทและเรียบกริบ สูทตัวนอกยังอยู่บนตัวเธอ เธอตั้งใจจะนำไปซักแห้งแล้วค่อยเอาไปคืนเขา

                เขาเป็นผู้ชายคนที่สองที่เธอคิดว่าเขาดูเท่พอๆ หรืออาจจะมากกว่านายแบบชื่อดังบนเวทีระดับโลก

                ทิวากาลก็เคยทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

                ปัง!

                เสียงคล้ายระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว อลิสาเจนตกใจอย่างมาก แถมทำขวดเหล้าดองผลไม้หลุดมือ หล่นลงบนพื้นเคาน์เตอร์ แถมแตกอีกต่างหาก อีกมือก็ปัดแก้วอีกใบที่มีเหล้าดองผลไม้จนล้ม สรุปเหล้าดองผลไม้หกเจิ่งนองเคาน์เตอร์ในห้องครัว

                เธอมองอย่างเสียดาย และรีบหยิบผ้ามาเช็ด ก่อนเหล้าดองจะหกไหลลงบนพื้น

                “เป็นอะไรมั้ยครับ” รัตติราชเดินมาหยุดหน้าทางเข้าห้องครัวและเอ่ยถาม

                “เสียงบ้าๆ เมื่อกี้ทำฉันตกใจ เลยทำเหล้า เอ๊ย น้ำพั้นช์หกหมดเลย”

                “คงเป็นเสียงหม้อแปลงแถวนี้ระเบิด”

                “คงอย่างนั้นล่ะค่ะ วันก่อนก็มีเสียงแบบนี้ทีหนึ่ง”

                “ให้ผมช่วยมั้ยครับ”

                “ไม่เป็นไรค่ะ ดีที่ทำหกบนเคาน์เตอร์ ถ้าไหลลงพื้น คงได้เช็ดยาว”

                “แต่ขวดแตกด้วย ผมช่วยเก็บขวดให้ดีกว่า” รัตติราชเอ่ยพลางตรงเข้ามาหยิบเศษขวดแก้วไปทิ้งถังขยะให้อย่างเรียบร้อย   

                กลิ่นหอมสะอาดจากกายเขาหรือจะฟีโรโมนก็ไม่รู้ได้ ทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครา

                หวังว่าเธอคงไม่ตกหลุมเสน่ห์ของเขาเข้าเต็มเปาไปเสียก่อนภารกิจจะเสร็จสิ้นนะ

                หลังจากเขาช่วยช่วยเก็บเศษขวดแก้วให้ เธอก็ให้เขาออกไปรอด้านนอกต่อ เธอใช้เวลาในการเช็ดเหล้าดองเพียงไม่นาน ตามด้วยรินน้ำผลไม้ออกไปสองแก้วแทน

                ถึงจะผิดหวังที่พลาดโอกาสสำคัญในการล้วงข้อมูลจากรัตติราช แต่ก็เพลิดเพลินกับการคุยกับเขา เขาเล่าถึงประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศได้น่าสนใจและน่าติดตามมาก

                จนเกือบสามทุ่ม รัตติราชก็ลากลับ เธอเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูห้อง

                “ฉันจะเอาสูทไปซักแห้งแล้วค่อยเอาไปคืนคุณนะคะ”

                “ไม่ต้องเอาไปซักแห้งหรอกครับ”

                “ไม่ได้ค่ะ ให้ฉันเอาไปซักแห้งให้ดีกว่า” เธอยืนกรานจนสุดท้ายรัตติราชก็ยินยอม

                ต่างล่ำลากันอย่างสุภาพ ก่อนเขาจะเดินผละไป...อย่างเรียบง่าย

            แล้วจะให้มีอะไรมากกว่านั้นล่ะอลิสาเจน จะให้เขาจูบลาเธออย่างเร่าร้อนหรือไง

                เธอปิดประตูลงด้วย พลางถอนหายใจเบาๆ ด้วยอาการที่บกพร่องความมีชีวิตชีวาไปสักหน่อย

                หวังว่าคงไม่ได้มีสาเหตุมาจาก...ความเรียบง่ายที่ว่านะ

                อลิสาเจนดึงสูทสีดำออกมาจากเอว ยกขึ้นสูดกลิ่นหอมสะอาด

            ผู้ชายอะไรตัวหอมจัง

                พอพลิกดูด้านในปกเสื้อสูท ก็พบว่าเป็นสูทแบรนด์ ทอมฟอร์ด สนนราคาไม่น่าต่ำว่าเลขหกหลัก

                เธออดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ เมื่อคิดว่ารัตติราชเอาเสื้อสูทราคาแพงมาปิดรูโหว่ที่ก้นให้เธอ

อลิสาเจนแขวนสูทของรัตติราชกับไม้แขวนเสื้อและแขวนไว้กับที่จับของบานประตูตู้เสื้อผ้าอย่างเรียบร้อยและระมัดระวัง แล้วก็เข้าไปอาบน้ำ สักพักก็ออกมาในชุดเสื้อยืดสีขาวแขนกุด เนื้อผ้าค่อนข้างย้วย บาง และนิ่มมาก จนเธอชอบเอามาสวมใส่ตอนนอน โดยไม่ใส่เสื้อชั้นใน

ท่อนล่างก็สวมเพียงกางเกงชั้นในสีขาวมีลายหน้าแมวยิ้มที่เป้าพอดิบพอดี กางเกงในตัวนี้อัญเชิญพรซื้อมาให้เธอกับตุลญาณาคนละแพ็ก แพ็กหนึ่งมีสามตัวและสามลายตรงเป้ากางเกงใน คือ แมวยิ้ม หมูยิ้ม และหมียิ้ม แถมทุกตัวยิ้มจนตาหยี

คืนนี้เธอสระผมด้วย เธอพันผมที่เปียกชื้นด้วยผ้าขนหนู

เธอตั้งใจจะโทร.หาตุลญาณาเสียหน่อย เพื่อจะระบายเรื่องสุพิชญาอีกสักนิดให้หายเดือดดาล แล้วที่ไม่โทร.หาอัญเชิญพร เพราะรายนั้นคงกำลังยุ่งกับการเลี้ยงลูกชาย

แต่เธอหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าไม่เจอ

หายไปไหนนะ ทำตกที่งานสัมมนาหรือว่าในรถของรัตติราชกัน

โอ๊ย วันนี้ดวงกุดทั้งวันเลย!

เธอบ่นอุบในใจ เดินไปหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่สำรองรุ่นเชยสักหน่อยในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมา เพื่อโทร.หาตุลญาณา        

ระหว่างที่อลิสาเจนกำลังเมามันกับการด่าสุพิชญาให้เพื่อนฟัง

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดเข้ามา เธอหันขวับ ชะงักนิ่งราวกับโดนจี้จุด ปากอ้าค้างเล็กน้อย มือที่ถือโทรศัพท์เคลื่อนที่แนบหูค่อยๆ เลื่อนลงมาอยู่ข้างตัวอย่างไม่รู้ตัว

                รัตติราชกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง มือหนึ่งจับลูกบิดประตูไว้

                ที่สำคัญเธอแน่ใจว่า เขาจดสายตามาที่...เป้ากางเกงในของเธอ รอยยิ้มบางเบาฉาบเคลือบในดวงตาของเขาแวบหนึ่ง เธอรีบดึงผ้าขนหนูที่ใช้พันผมออกมาอย่างทุลักทุเลเพื่อเอามาปิดบังชุดนอนกึ่งโทรมและโป๊ของตนเอง

                “ผมขอโทษ ผมเคาะประตูแล้ว แต่ไม่มีคนเปิด เลยลองหมุนลูกบิดดู ประตูห้องไม่ได้ล็อกครับ”

                “ฉัน...” เธอเอื้อนเอ่ยได้แค่นั้น ความช็อกยังไม่จางหายไปง่ายๆ ลืมไปด้วยซ้ำว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่

                “คุณทำมือถือกับกระเป๋าสตางค์ตกไว้ในรถ ผมเลยขับกลับมา เอามาคืนให้คุณ ผมวางไว้ตรงนี้นะครับ” ชายหนุ่มวางสิ่งของสองอย่างในมือไว้บนตู้วางรองเท้า แล้วก็ตั้งท่าจะหันเดินออกไป แต่แล้วเขาก็หันกลับมาใหม่ เพื่อบอกว่า

                “ผมคงไม่เคยบอกคุณอย่างหนึ่ง ผม...เป็นคนชอบแมวนะครับ”

                วินาทีนั้น คำถามผุดขึ้นในหัวของอลิสาเจนโดยอัตโนมัติ

                เอาดีๆ ชอบแมวหรือว่าชอบ... 

คุณเขาชอบแมวจ้า อิอิ
ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ ^^

อีบุ๊คจำหน่ายแล้วที่เมพ
รักสุดจิต
เชอริณ
www.mebmarket.com
อลิสาเจน...เธออ่อยเขาจนรถขนอ้อยคว่ำ...เธอล่อลวงเขาให้เป็นกิ๊ก...เธอโปรยเสน่ห์ให้เขาเคลิ้ม...เธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม...และเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด“ฉันชอบกอดของคุณ มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น”รัตติราช...เขาอ่อยเธอเงียบๆ...เขาล่อลวงไม่ให้เธอรู้ตัว...เขาโปรยเสน่ห์เธออย่างแนบเนียน...เขาถนัดเป็นฝ่ายคุม


อินบ็อกซ์สั่งซื้อรูปเล่มกับเพจเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ได้ค่ะ 
(วางแผงตามร้านหนังสือประมาณวันที่ 27 สิงหาคม 2562)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

338 ความคิดเห็น

  1. #177 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:30
    แมวยิ้มซะด้วยยยยย
    #177
    0
  2. #176 Go_Aey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 12:03
    ปล่อยแมวให้เขาเห็นได้นะ55
    #176
    0
  3. #49 luv4evaluv (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 12:58
    คุณรัตติอ่านความคิดคนออกหรือเปล่าน้า
    #49
    1
    • #49-1 isayah(จากตอนที่ 10)
      20 พฤศจิกายน 2561 / 13:23
      ไม่ใช่ค่า เรื่องนี้ไม่มีความแฟนตาซี มีอย่างอื่นค่า ^^
      #49-1
  4. #48 alich25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 11:25
    ชอบคาแรกเตอร์​คุณรัตติมาก อยากให้เล่มออกตอนนี้เลยค่า ติดขั้นสุดด55555555555555
    #48
    1
    • #48-1 isayah(จากตอนที่ 10)
      20 พฤศจิกายน 2561 / 11:50
      ขอบคุณมากกกกกกกกเลยค่า น่ารักที่สุดดดด
      #48-1