รักสุดจิต

ตอนที่ 1 : ราตรีนี้สำคัญไฉน 1/1 (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

กลับมาอัพเรื่องนี้แล้ว ขอโทษที่หายไปนาน ขออัพใหม่ตั้งแต่บทแรกนะคะ มีปรับแก้ไปบ้างนิดหน่อยค่ะ มีชื่อตอนเพิ่มมาด้วย ขอบคุณทุกการสนับสนุนและการติดตาม รักคนอ่านที่สุดดดด^^


เสียงใบไม้ไหวและเสียงสายลมพัดพลิ้วผ่านมาดังประสานกัน ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถ หญิงสาวปิดประตูรถโฟล์กเต่าสีฟ้าอ่อนมือสอง ทัดผมที่ปลิวไสวไปตามแรงลม

                เสียงร้องของอีกาดังแว่วอยู่เหนือศีรษะ แต่พอแหงนมองขึ้นไป ก็ไม่เห็นเจ้าของเสียงร้อง เห็นเพียงดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่บนนั้น

                เมื่อมองไปรอบๆ ลานจอดรถ มีรถยนต์จอดอยู่ประปราย เช่นเดียวกับบนท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่ เห็นแสงดาวริบหรี่เพียงไม่กี่ดวงประดับประดาอยู่บนนั้น

เป็นครั้งแรกที่อลิสาเจนต้องมาสัมภาษณ์ใครสักคนตอนเกือบห้าทุ่มแบบนี้

                แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีผู้ร้ายโผล่มาฉุดเธอไปทำมิดีมิร้ายล่ะ จะทำอย่างไร แต่คงมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก เพราะจากตรงนี้ เธอเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงป้อมยามประตูทางเข้าบริษัท และคิดว่าฝ่ายนั้นก็เห็นเธอ แถมอาคารสูงแปดชั้นก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่ละชั้นเปิดไฟสว่างไสว

เมื่อสาวเท้าเข้าไปในโถงชั้นล่างอันโอ่อ่าของบริษัทเกมออนไลน์ เดอะบียอนไทยแลนด์ ด้านในอาคารแทบจะเงียบสงัดไม่ต่างจากด้านนอก แต่ก็ไม่ได้ร้างผู้คนจนเกินไป อย่างน้อยตรงเคาน์เตอร์ก็มีพนักงานหญิงคนหนึ่ง

พนักงานสาวรูปร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดทำงานกระโปรงสูทสีดำทั้งชุด หล่อนรวบผมเป็นมวยตึงไว้ด้านหลัง ฝ่ายนั้นกำลังมองมาทางเธอและยิ้มให้อย่างเกือบจะเป็นมิตรและเป็นกันเองเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน อาจเป็นเพราะมาดบางส่วนคล้ายนางแบบบนรันเวย์ที่ทำให้เจ้าหล่อนมีกลิ่นอายความเหินห่างอยู่ในที แต่ก็บางเบามาก

เจ้าหล่อนมีหน้าตาสะสวยมากเชียวแหละ จนอลิสาเจนอดนึกเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้ตั้งแต่วันแรกที่ต้องเข้ามาทำงานที่นี่ ตัวเธอเองอาจจะเป็นคนสวยคนหนึ่ง แต่ก็เป็นความสวยที่หาได้ดาษดื่นตามสยามสแควร์ แหล่งชอปปิงยอดฮิตของหนุ่มสาววัยรุ่นและคนทำงานตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ เธอเองก็เคยไปเดินเล่นอยู่บ่อยๆ อย่างสมัยมัธยมปลายก็นัดเจอกับตุลญาณาและอัญเชิญพรแถวนั้นเป็นประจำ

อลิสาเจนตรงไปแจ้งสาวสวยตรงเคาน์เตอร์ว่ามีนัดสัมภาษณ์ รัตติราช ธรรศนาถ ซีอีโอคนล่าสุดของ เดอะบียอนไทยแลนด์

“เลขาฯ ของคุณเรย์แจ้งดิฉันไว้แล้ว เชิญทางนี้ค่ะ”

หลังจากนั้นพนักงานคนดังกล่าวก็พาเธอมาหยุดที่หน้าลิฟต์ตัวหนึ่ง

“นี่เป็นลิฟต์ที่ตรงไปยังห้องทำงานของคุณเรย์ ท่านกำลังสั่งงานอยู่ที่ฝ่ายไอทีเน็ตเวิร์ก อีกไม่ถึงสิบนาที

จะไปพบคุณ เชิญขึ้นไปรอได้เลยค่ะ”

อลิสาเจนพอจะทราบแล้วว่าลิฟต์ตัวนี้เป็นลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร ตั้งแต่เธอต้องเข้ามาทำงานที่นี่เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเธอต้องมาทำงานที่นี่สัปดาห์ละสามถึงสี่วันแล้วแต่งาน โดยปกติแล้วเธอทำงานประจำที่บริษัทเลสอีสมอร์มีเดีย เป็นบริษัทผู้ให้บริการการผลิตสื่อและวางแผนการตลาดสำหรับสื่อโซเชียลมีเดีย

ทางเดอะบียอนไทยแลนด์ว่าจ้างบริษัทของเธอในลักษณะเอ้าต์ซอร์ส หรือการว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ด้วยสัญญาระยะเวลาหนึ่งปี และถ้าผลงานเป็นที่น่าพอใจ ก็จะมีการต่อสัญญา ช่วงนี้เธอจึงต้องทำงานสองที่

หัวหน้าเลือกเธอให้ทำงานนี้ เธอจึงเป็นพนักงานเพียงหนึ่งเดียวของบริษัทเลสอีสมอร์มีเดียที่ถูกส่งมาทำงานที่นี่

ด้วยเหตุนี้เธอจึงต้องกลับไปพัวพันกับใครบางคนอีกครั้ง...

หญิงสาวก้าวเข้าไปในลิฟต์ใหม่เอี่ยม ผนังทุกด้านบุด้วยกระจก กดปุ่มชั้นเจ็ด เพียงครู่ต่อมา อลิสาเจนก็ขึ้นมาถึงชั้นดังกล่าว

                เมื่อประตูลิฟต์เปิด ก็เห็นห้องทำงานเรียบหรูสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกปรากฏอยู่ตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาในห้องทำงานซีอีโอของเดอะบียอนไทยแลนด์

                หลังจากสาวเท้าออกไปจากลิฟต์ ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ลอยมาสัมผัสผิวทำให้เธอต้องห่อไหล่

เธอกวาดตามองรอบๆ ห้องทำงานที่ตกแต่งไว้ด้วยโทนสีขรึมจัด ผนังห้องทุกด้านทำจากไม้ ดูย้อนยุคนิดๆ แต่ขณะเดียวกันก็แทรกซึมความโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืนและลงตัว อาจจะแตกต่างจากรูปแบบการดีไซน์อาคารทั้งภายนอกและภายในสักหน่อย ที่เน้นความโมเดิร์นจ๋า แต่ก็เหมาะกับภาพลักษณ์ของบริษัทเกมออนไลน์ชื่อดังทั่วโลกที่มีบริษัทแม่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา

                แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคงเป็นรูปภาพโปสเตอร์ในกรอบรูปติดบนผนังด้านหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวเขื่อง

                เดวิล ออฟ เดธ  (Devil of Death)

                นั่นคือชื่อเกมออนไลน์และยังเป็นชื่อตัวละครฮีโร่ตัวหนึ่งของเกมออนไลน์ดังกล่าวที่โด่งดังกระหึ่มไปทั่วโลกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

                ชายหนุ่มในโปสเตอร์มีผิวขาวซีดราวกับซากศพ รูปร่างสูงใหญ่กำยำซ่อนอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีดำสนิทสอดรับกับแบล็กกราวน์แห่งราตรีกาลด้านหลัง นัยน์ตาคมกริบสีเหลืองแกมทองอร่ามของเขาเปล่งรังสี ความเย็นชาและเลือดเย็นจนรู้สึกได้ ที่สำคัญเขามีปีกสีดำขนาดใหญ่แผ่สยายเต็มหลัง

เขาคือ...ยมทูตแห่งความตาย เขามาเพื่อไล่ล่ามวลหมู่มนุษยชาติที่หันหลังให้กับศรัทธาและเข่นฆ่ากันเอง

เธอนึกกังขาว่า ทำไมถึงเรียกตัวละครนี้ว่าฮีโร่ ทั้งที่น่าจะเรียกว่าปีศาจมากกว่า

เจ้าของไอเดียและผู้ให้กำเนิด เดวิล ออฟ เดธ ก็คือ...รัตติราช

เมื่อปีก่อน รัตติราชก็เคยสร้างปรากฎการณ์ที่ดังกระหึ่มมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย เกมออนไลน์ที่ชื่อว่า อาฟเตอร์ไลฟ์ ออฟ เดอะ ลาสต์ แวมไพร์ (Afterlife of The Last Vampire) แวมไพร์ตัวสุดท้ายในโลกแห่งความตาย ที่กลับมาเพื่อทวงชีวิตคืน

เกมออนไลน์ดังกล่าวทำกำไรอย่างมากมายมหาศาลให้กับบริษัท และภายในไม่กี่เดือน ก็ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นเกือบห้าพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้เดอะบียอนกลายเป็นสตาร์ตอัพระดับยูนิคอร์นในสหรัฐอเมริกา หรือ สตาร์ตอัพที่มีมูลค่าเกินหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

เธอต้องมาสัมภาษณ์ซีอีโอของที่นี่ เพื่อนำไปประกอบการทำคลิปรายการ อีสปอร์ต เดอะบียอนที่จะเผยแพร่บนสื่อโซเชียลมีเดีย แต่ขณะเดียวกันเธอก็มีอีกหนึ่งภารกิจซ่อนเร้น...

                เธอตื่นเต้นมากทีเดียวกับภารกิจครั้งนี้ จนแม้แต่ในวินาทีนี้ ฝ่ามือของเธอก็ยังเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อ

                เสียงเปิดประตูทำให้อลิสาเจนหันไปตามเสียง เธอชะงักนิ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง

                ชายหนุ่มตรงหน้าเธออยู่ในชุดสูทสากลผ้าทรอปิคอลวูลสีซูเปอร์แบล็ค หรือ สีดำสนิท เป็นสูทแบบสลิมฟิต หรือ แบบพอดีตัว ซึ่งเน้นย้ำรูปร่างงดงามสมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งได้อย่างน่ามองและชวนใจสั่น

                เสื้อเชิ้ตตัวในและเนคไทก็เป็นสีดำเช่นกัน

                มองปราดเดียวก็รู้ว่า เครื่องแต่งกายของเขาเป็นของมีราคา และเรียบกริบมาก ไม่มีรอยยับสักนิด

แล้วเขาก็สูงมากด้วย น่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร แถมยังหล่อมาก...หล่อชนิดหยุดลมหายใจได้ จมูกของเขาโด่งตรงมากจนน่าอิจฉา เขาเป็นผู้ชายที่หวีผมเปิดไปด้านหลังแล้วดูดีที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา

                นี่คงเป็นซีอีโอของเดอะบียอนไทยแลนด์ และเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบตัวจริงของเขา แม้ว่าเธอเข้ามาทำงานในบริษัทนี้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยได้เห็นเขาจากรูปถ่าย แต่เป็นรูปถ่ายในระยะไกลและเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนนัก  ยังนึกแปลกใจที่เขาค่อนข้างโลว์โปรไฟล์มาก แต่ครั้งนี้เขากลับอนุญาตให้เธอสัมภาษณ์เพื่อนำคลิปไปเผยแพร่ แต่เดาว่าคงเป็นเรื่องของการตลาดล้วนๆ   

                ชายหนุ่มมาพร้อมกับกระแสความเย็นยะเยือกแปลกๆ ที่อลิสาเจนแน่ใจว่าไม่ได้มาจากความเย็นของเครื่องปรับอากาศ

                แต่ที่สะดุดตาสะดุดใจเธอที่สุดคงจะเป็น...ผิวขาวออร่า และริมฝีปากสีชมพูเข้มระเรื่อของเขา

                วินาทีนั้นเธอนึกถึง...แวมไพร์ หรือไม่ก็...ยมทูตอย่างห้ามไม่ได้ ขณะเดียวกันหัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นส่ำอย่างบ้าคลั่งขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่าตัว

                นานแค่ไหนแล้วที่หญิงสาวไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้

                ผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดต่อเธอจนน่าตกใจ

                เขามีความหล่อเหลาแปลกตา และเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก

                ชายหนุ่มคล้ายยิ้มมุมปากเล็กน้อย อลิสาเจนจึงค่อยรู้สึกตัวว่ากำลังจ้องมองเขาอย่างไม่มีมารยาท

                “ขะ...ขอโทษค่ะ ดิฉันอลิสาเจน จาก...บริษัทเลสอีสมอร์มีเดียค่ะ” อลิสาเจนเอ่ย นึกเคืองตัวเองที่ลิ้นพันกันด้วยความตื่นเต้นไปหน่อย

                เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ยื่นมือมาให้ เธออยากจะยกมือไหว้แบบวิถีไทยมากกว่า แต่คงเพราะความประหม่าเลยยื่นมือไปจับกับมือของเขา แล้วก็ไม่รู้ว่าอุปาทานไปเองหรือไม่ว่ามือของเขาเย็นมาก

หรือว่าจะเป็นมือของเธอต่างหากที่เย็น

                “ขอโทษครับที่มาพบคุณผิดเวลาไปหน่อย”

                น้ำเสียงห้าวทุ้มลุ่มลึกน่าฟังอย่างประหลาด

                “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็เพิ่งมาถึง”

                รัตติราชเชื้อเชิญเธอไปนั่งตรงโซฟารับแขกที่จัดไว้ในห้อง เธอได้กลิ่นหอมสะอาดเหมือนสายฝนกลางทุ่งหญ้าจากตัวเขา ไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมหรืออาฟเตอร์เชฟ

                คิดว่าเคยได้กลิ่นคล้ายกันนี้จากผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งที่เธอเคยไปสัมภาษณ์ แต่ตอนนั้นเธอรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้แบบ หอมจังเลยเหมือนที่กำลังรู้สึกในขณะนี้

                ต้องเป็นกลิ่นจากฟีโรโมนของเขาแน่ๆ

                ชายหนุ่มน่าจะเป็นผู้ชายจำพวกที่เหงื่อออกก็ยังตัวหอม

                “ต้องขอโทษด้วยที่ให้คุณมาสัมภาษณ์เวลานี้ ทั้งอาทิตย์นี้ผมว่างแค่วันนี้ครับ” ขณะนั่งลงรัตติราชก็ปลดกระดุมเสื้อสูทตรงเอวออก ตามด้วยยกขาขึ้นไขว่ห้าง พิงพนักโซฟา สองมือประสานบนตัก

                ทุกท่วงท่าของเขาน่ามองและมีเสน่ห์มากในความคิดของอลิสาเจน

                “ไม่เป็นไรค่ะ” อลิสาเจนทอดมองใบหน้าเขาไม่วางตา

                “หน้าผมมีอะไรรึเปล่าครับ”  

                “สีตาคุณ...สวยมาก”

เธอชอบดวงตาสีอำพันหรือน้ำตาลอ่อนแกมทองนิดๆ ของรัตติราช เขาเป็นคนที่มีดวงตาสวยมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เธอเคยเห็นมา

...สวยจนน่าอิจฉา

                “ผมมีสีตาเหมือนแม่”

                “แม่ของคุณคงสวยมาก”

                รัตติราชแค่ยิ้มตอบรับ

                “ไม่ทราบว่าคุณมีเชื้อสายตะวันตกหรือเปล่าคะ” อลิสาเจนไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่าเขามีสายเลือดตะวันตกในตัวหรือไม่ ด้วยลักษณะเครื่องหน้าสามารถมองได้ว่าเขาเป็นทั้งหนุ่มเอเชียเต็มตัวหรือมีเลือดตะวันตกผสมอยู่ในตัวก็ได้

                “คุณยายผมเป็นลูกครึ่งไอริช-รัสเซียครับ”

                มิน่าล่ะ ชายหนุ่มถึงมีกลิ่นอายความเป็นตะวันตกฉาบเคลือบอยู่ คล้ายดูไม่มากนัก แต่ในความน้อยนิดนั้น ช่างดูคลาสสิกในความคิดของเธอ

                “เอ่อ ขอโทษที่คุยนอกเรื่อง เรามาเข้าเรื่องสัมภาษณ์กันเลยดีกว่าค่ะ” อลิสาเจนเอ่ยเมื่อเผลอจมจ่อมอยู่ในห้วงความคิดนานหลายวินาที เธอเคยต้องไปสัมภาษณ์ผู้คนบ่อยครั้งนะ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอจะประหม่าได้เท่าครั้งนี้

                “ไม่เป็นไรครับ ทำความรู้จักคุ้นเคยกันก่อนสัมภาษณ์ก็เป็นเรื่องที่ดี”

                “งั้นเราก็ทำความรู้จักกันไปสัมภาษณ์กันไปแล้วกันนะคะ” เมื่อคู่สนทนาพยักหน้าตอบ เธอก็หยิบเครื่องบันทึกเสียงออกมาจากกระเป๋าสะพาย พร้อมกับสมุดจดและปากกา แต่บังเอิญเธอทำปากกาตก เธอกำลังจะก้มหยิบเมื่อมันกลิ้งไปทางรัตติราช แต่เขาก็ก้มหยิบปากกาด้ามนั้นขึ้นมา และจดสายตาไปยังตัวหนังสือภาษาอังกฤษบนด้ามปากกา

            ‘Alisajane’

                รัตติราชหันมาสบตาเธอ

                “นั่นเป็นปากกาที่พ่อฉันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด” เธอบอกไป เขาจึงยื่นปากกาส่งให้ เธอรับมาและเอ่ยพึมพำขอบคุณ

                “คุณ อืม ฉันขอเรียกคุณรัตติได้มั้ยคะ...” เธอได้ยินพนักงานส่วนใหญ่ที่นี่เรียกเขาว่า คุณเรย์ บ้างก็ มิสเตอร์ธรรศนาถแต่อย่างหลังนานๆ ครั้งจะได้ยินสักที และได้ยินพนักงานอาวุโสคนหนึ่งฝ่ายบุคคลเรียก คุณรัตติ

                ทั้งสามแบบ เธอชอบ รัตติมากที่สุด

                รัตติราชพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ

                “ก่อนเราจะคุยกันถึงเรื่องอีสปอร์ต ขอทำความรู้จักกับซีอีโอที่มาแรงที่สุดในตอนนี้...คุณรัตติก้าวขึ้นมาเป็นซีอีโอของเดอะบียอนไทยแลนด์ ด้วยอายุเพียงสามสิบเอ็ดปี ถือว่าเป็นซีอีโอของเดอะบียอนที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา พอจะมีเคล็ดลับอะไรมั้ยคะ”

                “อาจเป็นเพราะผมโชคดีที่ได้ทำสิ่งในที่ตัวเองรัก แล้วผมก็เชื่อว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราจะทำมันได้ดี”

                “แปลว่าคุณรักการเล่นเกมออนไลน์”

                “ไม่เลย ผมไม่ชอบเล่น ผมชอบที่จะสร้างมันขึ้นมามากกว่าครับ”

                “แปลกจัง ฉันคิดว่าคุณน่าจะชอบเล่นเกมพวกนี้ตั้งแต่เด็กๆ ซะอีก”

                “ตอนเด็กๆ เพื่อนของผมไม่ใช่เกม”

                เธอสัมผัสถึงความเหงาบางๆ ในน้ำเสียงของเขาอย่างประหลาด

                “คุณมีพี่น้องคนอื่นรึเปล่าคะ”

                “แม่มีผมคนเดียวครับ”

                เธอรับฟังอย่างเงียบๆ และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาก็ยิงคำถามต่อ

                “อืม เดอะบียอนมีเกมออนไลน์ในรูปแบบไหนบ้างคะ”

                “จนถึงตอนนี้ เราทำเกมออนไลน์อยู่สี่ประเภท คือ เอ็มเอ็มโออาร์พีจี เอ็มเอ็มโอเอฟพีเอส เซอร์ไวเวอร์ และ โมบ้า”

                อลิสาเจนเตรียมตัวมาพอสมควร เลยเข้าใจได้ทันทีว่า เอ็มเอ็มโออาร์พีจี เป็นเกมประมาณให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นตัวละครหนึ่งในเกม เอ็มเอ็มโอเอฟพีเอส จะเป็นเกมยิงปืนเหมือนอยู่ในสมรภูมิรบจริงๆ เซอร์ไวเวอร์คือเกมการเอาตัวรอดในสถานการณ์หนึ่งๆ แต่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ก็คือ เกมออนไลน์ประเภทโมบ้า

                “เดวิล ออฟ เดธ ก็เป็นหนึ่งใน เกมโมบ้า คุณรัตติพอจะให้คำจำกัดความเกมโมบ้าแบบสั้นๆ เข้าใจง่ายหน่อยได้มั้ยคะ”

                “โมบ้า ย่อมาจาก Multiplayer Online Battle Arena ลักษณะเกมจะแบ่งเป็นสองทีม ทีมละห้าคน ต่างฝ่ายต่างมีเป้าหมายเพื่อทำลายป้อมปราการของฝั่งตรงข้ามครับ”              

                “ขอบคุณค่ะ อืม เห็นว่าตอนนี้เดอะบียอนกำลังเปิดรับจีเอ็มเพิ่ม” อลิสาเจนถามถึงตำแหน่ง เกมมาสเตอร์ (Game Master) ผู้มีหน้าที่ดูแลและให้บริการผู้เล่นเกม

                “ครับ เรารับเพื่อการดูแลเกมเมอร์อย่างทั่วถึง”

                อลิสาเจนรู้ว่าในวงการเกม เรียกกลุ่มผู้ชื่นชอบการเล่นเกมออนไลน์เป็นชีวิตจิตใจว่า เกมเมอร์ (Gamer)

                “ขอถามถึงเกม เดวิล ออฟ เดธ รวมถึงเกม อาฟเตอร์ไลฟ์ ออฟ เดอะ ลาสต์ แวมไพร์ ด้วยก็ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณรัตติได้แรงบันดาลใจมาจากไหน”

                “น่าจะเป็น...พระจันทร์กับความมืดของตอนกลางคืน”

                อลิสาเจนอดเหลือบมองไปยังดวงจันทร์และผืนฟ้าสีนิลนอกหน้าต่างกระจกด้านหลังรัตติราชไม่ได้

                “ยังไงหรือคะ” เธอไม่ได้ถามแค่เพราะคือหน้าที่ แต่เธอสนใจใคร่รู้จากส่วนลึก เขาลึกลับแต่น่าค้นหาอย่างมากในความรู้สึกของเธอ

                “ผมชอบกลางคืนมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ก็ทำงานตอนกลางคืนเป็นหลัก อาจเพราะผมต้องติดต่อประสานงานกับต่างประเทศในช่วงเวลานี้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ผมมีชีวิตชีวามากที่สุดและหัวสมองผมก็แล่น แล้วกลางคืนก็ทำให้ผมนึกถึง...แวมไพร์กับยมทูต”

                เขาทำให้ลมหายใจของเธอหยุดนิ่งไปหลายอึดใจ ยามนั้นแอบลอบมองฟันของเขาว่าจะมีเขี้ยวแหลมเฟี้ยวหรือไม่ แต่ก็ไม่เห็น ฟันของเขาขาวสะอาดและเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

                คิดว่าตัวเองชักเพ้อเจ้อ ในโลกนี้จะมีผีดิบดูดเลือดได้อย่างไร หรือแม้แต่ซีอีโอจะกลายเป็นยมทูตก็เป็นสิ่งที่เราพบเจอแต่ในภาพยนตร์หรือซีรีส์กระมัง

                “ชื่อคุณ รัตติราช ก็แปลว่า เจ้าแห่งราตรีกาลใช่มั้ยคะ”

                 รัตติราชพยักหน้า

                อุณหภูมิเย็นจัดในห้องทำให้เธอต้องห่อไหล่อีกครั้ง 

ขอบคุณทุกการติดตามอีกครั้งค่า 



อีบุ๊คจำหน่ายแล้วที่เมพ
รักสุดจิต
เชอริณ
www.mebmarket.com
อลิสาเจน...เธออ่อยเขาจนรถขนอ้อยคว่ำ...เธอล่อลวงเขาให้เป็นกิ๊ก...เธอโปรยเสน่ห์ให้เขาเคลิ้ม...เธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม...และเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด“ฉันชอบกอดของคุณ มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น”รัตติราช...เขาอ่อยเธอเงียบๆ...เขาล่อลวงไม่ให้เธอรู้ตัว...เขาโปรยเสน่ห์เธออย่างแนบเนียน...เขาถนัดเป็นฝ่ายคุม


อินบ็อกซ์สั่งซื้อรูปเล่มกับเพจเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ได้ค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

338 ความคิดเห็น

  1. #167 Natsuko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 09:10

    รักและคิดถึงมากกกกกก

    ช่วงก่อนที่หายไป เสริชหาคุณรัตติทู้กวัน

    กลับมาคราวนี้ อย่าทิ้งกันไปไหนนะ ^^

    ป.ล. คุณรัตติ เป็น ผช ที่มีเสน่ห์จริงๆ (พูดไปก็เขิลแก้มแดง)

    #167
    1
    • #167-1 เชอริณ (อิสย่าห์)(จากตอนที่ 1)
      21 มิถุนายน 2562 / 10:20
      ไม่หายไปไหนแล้วค่า ปรับแก้จนพอใจแว้ว
      คุณรัตติมีเส่นห์และแบแซ่บด้วยจ้า อิอิ
      ขอบคุณมากที่คิดถึงกันน้า ^^
      #167-1
  2. #158 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:15
    มีความลึกลับได้เองโดยคนๆ เดียว
    #158
    0
  3. #156 ศรีไงศรีเองงงง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 01:38
    รอนะคะะะ
    #156
    1
  4. #155 warapornkurilang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 10:52
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #155
    1
  5. #7 โตโต้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 22:40

    แค่ตอนแรกสั้นๆ ก็ทำชั้นใจสั่นแล้วเธออออ

    #7
    0
  6. #5 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 20:47
    มาตอนแรกก็ลุ้นแล้วอ่ะ คุณเค้าร้ายๆ แน่เลย
    #5
    0
  7. #4 aranyaorchid (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 16:17

    อ้าว... อย่างนี้ก็ ค้างสิคะ
    #4
    0
  8. #3 satamsomtua (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 11:25

    พวกเขามีความหลังกันมาก่อน
    #3
    0