ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 9 : บท 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    25 พ.ค. 61

                เจ็บจี๊ดไปถึงกึ๋น “หลงตัวเอง คุณก็ไม่ใช่สเปกฉันเหมือนกัน อย่างคุณ แถมบ้านพร้อมที่ดิน ฉันยังขอผ่านเลย อีกอย่างฉันไม่นิยมกินเด็ก ยิ่งเด็กไม่รู้จักโตอย่างคุณ กินยังไงก็ไม่มัน”

                น่านฟ้าบดกรามแน่น “ขอให้ปากตรงกับใจเถอะ ผู้หญิงสมัยนี้ ปากอย่างใจอย่างทั้งนั้น”

                “แต่นั่นไม่ใช่ฉันแน่นอน แล้วก็กลับไปนั่งที่ของคุณซะ ถ้าคุณไม่อยากกลับดึกไปกว่านี้ ก็ควรรีบให้ฉันเริ่มสรุปรายงานการประชุมให้คุณฟัง”

                “แต่ผมปวดหัว ไม่พร้อมจะให้คุณสรุปรายงานการประชุมให้ฟัง”

                “งั้นฉันจะให้แม่บ้านเอายาแก้ปวดมาให้” มัศยาไม่ยอมแพ้

                “ผมปวดท้องด้วย อยากเข้าห้องน้ำ”

                มัศยาหรี่ตาบ้าง “นึกว่าฉันจะหลงกลคุณอีกหรือไง ฝันไปเถอะ”

                “นึกว่าคุณอยากจะเห็นผมเปลือยท่อนล่างอีก”

                “ทุเรศ สัปดน เกิดมาฉันไม่เคยเห็นใครไร้จิตสำนึกเท่าคุณมาก่อน ถามจริงๆ เหอะ คุณไม่สงสารพ่อคุณบ้างหรือไง ท่านอุตส่าห์ฝากฝังบริษัทมีโชคไว้กับคุณ แต่คุณกลับทำตัวไม่รับผิดชอบแบบนี้” มัศยาด่าเป็นชุด

                “ผมจะทำตัวยังไงก็ไม่เกี่ยวกับคุณ จะหลีกหรือไม่หลีก”

                “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่หลีก”

                “ดี งั้นคุณเจอดีแน่” น่านฟ้าทำเสียงข่มขู่ ยิ้มเหี้ยมเกรียม พร้อมกับถกแขนเสื้อยืดขึ้นทั้งสองข้าง ท่าทางเหมือนจิ๊กโก๋กำลังจะยกพวกตีคู่ต่อสู้

                หน็อย นึกว่าหล่อนจะกลัวหรืออย่างไร เกลียดนักเชียว พวกผู้ชายรังแกผู้หญิง ถ้าวันนี้หมอนี่กล้าทำร้ายร่างกายกัน หล่อนก็ต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง รับรองหล่อนไม่เจ็บตัวฝ่ายเดียวแน่ และพร้อมจะอธิบายให้ภรรยาของประธานโชคฟังตามความเป็นจริง แล้วถ้าจะต้องถูกไล่ออก ก็ถือว่าหล่อนได้ทำหน้าที่ของตัวเองจนสุดความสามารถแล้ว

                “ไม่ว่าคุณจะทำยังไง ฉันก็ไม่มีทางหลีกทางให้คุณ” มัศยายืนกรานเสียงหนักแน่น ประสานสายตากับเขาอย่างเด็ดเดี่ยว

                น่านฟ้าปั้นหน้าเหี้ยมเกรียม เลื่อนสองมือขึ้น ทำท่าเหมือนจะบีบคออีกฝ่าย แต่จู่ๆ เขาก็ทำตาเหลือก เกร็งและสั่นไปทั้งตัว

                “ไม่ต้องมาใช้แผนตื้นๆ เลยนะ ฉันไม่เชื่อคุณหรอก ต่อให้คุณน้ำลายฟูมปากต่อหน้าฉัน ฉันก็ไม่หลีกทาง” มัศยาประกาศกร้าวอย่างรู้ทัน ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์จะตาย

                คนแกล้งชักและเกร็งเลิกเล่นละคร มองมัศยาอย่างเบื่อหน่าย “โอเคๆ ผมยอมคุณล่ะ” เขายอมเดินกลับไปนั่งที่เดิม

                มัศยายิ้มอย่างพอใจ และเดินไปนั่งข้างๆ เข้า แต่ขณะที่กำลังเปิดคอมพิวเตอร์พกพา แม่บ้านก็เดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่มสองแก้วเพื่อมาเสิร์ฟให้คนทั้งสอง

                “ขอบคุณนะครับคุณแม่บ้านคนสวย” น่านฟ้าเอ่ยทักแม่บ้านวัยกลางคนผิวค่อนข้างคล้ำที่ยิ้มอย่างขวยเขิน

                “ถ้าคุณน่านอยากจะได้อะไรเพิ่ม ก็บอกน้าได้นะ เดี๋ยวน้าจัดให้”

                “ถ้างั้นผมขอ...”

                “พอแล้วล่ะค่ะ น้าแดง คุณน่านไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้ว” มัศยาชิงพูดแทรก

                “แต่ผมหิวนะ”

                “แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลากิน ถ้าคุณไม่อยากกลับดึก เราก็ควรเริ่มกันได้แล้ว”

                “เอ่อๆๆ งั้นเราสองคนก็รีบๆ ทำซะ จะได้เสร็จๆ ไปสักที”

                แม่บ้านขมวดคิ้ว “เอ่อ จะรีบทำอะไรให้เสร็จกันหรือคะ”

                “ก็อะไรบางอย่างที่เจ๊เขากระเหี้ยนกระหือรืออยากจะทำมาก แต่ผมอยากให้มันเสร็จเร็วๆ น่ะครับ”

                หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นปิดปาก ยิ้มวาววับในแววตา “ฟังแล้วน่าอิจฉาคุณหยีนะคะ งั้นน้าออกไปก่อนนะ ไม่รบกวนเวลาคุณทั้งสองแล้ว”

                มัศยาปรายตาค้อนควักอีกฝ่ายแทบไม่ทัน แล้วเมื่อแม่บ้านหายออกไปจากห้องประชุม ก็ต่อว่าเขาทันที “สนุกนักหรือไง พูดจาสองแง่สามง่ามให้คนอื่นเข้าใจผิดแบบนี้ โรคจิต” สองคำสุดท้าย หล่อนเค้นเสียงเบาๆ พอให้ได้ยินคนเดียว

                “ผมพูดจากสองแง่สามง่ามให้คนอื่นเข้าใจผิดผมกับคุณเนี่ยนะ หลงตัวเองไปรึเปล่าเจ๊”

                “คุณ! ” มัศยาเรียกเขาอย่างคับแค้นใจ อีตานี่มันน่าถูกยัดขี้เถ้าใส่ปากตั้งแต่เกิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น