ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 43 : บท 43

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

“เลิกพูดจาไร้สาระซะที” หล่อนแกล้งเอ็ดเสียงดุ

                “แค่ขอรางวัลแค่นี้ ทำเป็นดุ”

                “อยากได้รางวัลนักใช่มั้ย มีแต่นี่จะเอามั้ย ฉันเป็นอดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลประจำโรงเรียน ตบเมื่อไหร่สลบเหมือดเมื่อนั้น ทีนี้อยากได้รางวัลอีกมั้ย” หล่อนขู่

                น่านฟ้าทำหน้าเสียวสยอง แต่เพียงครู่เดียวก็ยิ้มอย่างทะเล้นอีกตามเคย “เจ๊เคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลมาก่อนนี่เอง มิน่า”

                หล่อนหน้านิ่ว “มิน่าอะไร พูดให้มันดีๆ นะ”

                “ก็มิน่า เจ๊ถึงได้อึด ถึก และดูแข็งแรงแบบนี้”

                มัศยากัดฟันกรอดๆ กอดอก และจ้องหน้าเขาอย่างหมั่นไส้ “เลิกเล่นได้แล้ว เข้าเรื่องงานดีกว่า คุณไปติดต่อเรื่องวางขายสินค้าในห้างฯ ได้รวดเร็วและฉลุยแบบนี้ได้ยังไง”

                “ผมก็มีดีบ้างสิ”

                “แต่ฉันว่าฟลุ้กมากกว่า” หล่อนปรามาส เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อในความสามารถของน่านฟ้าเท่าไรนัก

                “เจ๊ดูเบาผมอีกล่ะ ผมเจ็บจี๊ดๆ เลยนะ” น่านฟ้าเลื่อนมือขึ้นมากุมอกซ้าย ทำท่าราวกับเจ็บปวดจริงๆ

                “ไม่ต้องเว่อร์เลย แล้วจะบอกได้หรือยังว่าคุณทำยังไงห้างฯ พวกนั้นจึงยอมดีลกับเรารวดเร็วแบบนี้”

                “โอเคๆ บังเอิญลูกชายเจ้าของห้างฯ สองแห่งเป็นเพื่อนผมพอดี ก็เลยคุยกันง่าย”

                หล่อนพยักหน้ารับทราบ “มีคอนเนกชันนี่เอง ก็ยังโอเค”

                “ทำธุรกิจก็ต้องมีคอนเนกชันเป็นเรื่องธรรมดา”

                “ก็จริงของคุณ อืม แล้วคุณทำอะไรอยู่ ฉันเห็นคุณกดนั่นกดนี่อยู่ที่หน้าจอไอแพดคุณไม่เลิกซะที” หญิงสาวเปลี่ยนหัวข้อสนทนา พร้อมกับจดสายตาอย่างสงสัยไปยังคอมพิวเตอร์พกพาตรงหน้าเขา

                “กำลังดูอะไรนิดหน่อย”

                “ไม่ใช่เล่นเกมเหรอ” หญิงสาวมองอย่างไม่เชื่อใจนัก ก็ก่อนหน้านี้น่านฟ้าติดเกมอย่างกับอะไรดี

                “เมื่อไหร่เจ๊จะมั่นใจในตัวผมสักที” น้ำเสียงห้าวทุ้มเจือความน้อยใจ

                “งั้นคุณดูอะไรอยู่ล่ะ”

                “เข้ามาดูเองเลยละกัน จะได้เห็นไปเลยว่าผมเล่นเกมรึเปล่า”

                หล่อนมองเขาอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก็ลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะทำงาน ไปยืนค้อมตัวอยู่ข้างๆ เขา เพื่อจดสายตาไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา ก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นภาพภายในโรงงานผ่านกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้หลายจุด “คุณดูภาพพวกนี้ทำไม”

                “ก็ดูเพื่อความปลอดภัย เพราะผมสังหรณ์ใจว่าอาจจะมีคนเล่นไม่ซื่อ”

                “คนเล่นไม่ซื่อ หมายความว่ายังไง”

                “ต้องให้ผมอธิบายซะละเอียดเลยนะ ก็ผมกลัวว่าจะมีใครบางคนหาทางขัดขวางงานเรา ผมจะได้ทำงานไม่สำเร็จ ทวงคืนตำแหน่งประธานกลับมาไม่ได้ไง”

                มัศยาปั้นหน้าครุ่นคิด “อืม ฉันเข้าใจล่ะ คุณหมายถึงคุณสุกิจกับลูกน้องมือขวาของเขาใช่มั้ย”

                “นั่นแหละ”

“ที่คุณคิดก็มีเหตุผลนะ ฉันรู้จักนิสัยหัวหน้าฉันดี ก็พี่ภูริชนั่นแหละ ทั้งสอพลอเจ้าเล่ห์ ลื่นยังกับปลาไหล ใครมีผลประโยชน์ให้ก็เทใจไปทางนั้น ส่วนคุณสุกิจ ฉันว่าน้ำนิ่งไหลลึก ดูยาก”

“ดูไม่ยากหรอก น้องชายของแม่ใหญ่ นั่นอสรพิษเราดีๆ นี่เอง” น่านฟ้าตอบ

“จริงเหรอ”

“ผมคิดว่าผมดูคนไม่ผิด” ประกายความมั่นอกมั่นใจฉายชัดในดวงตาคนพูด

“แล้วคุณมาจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดแบบนี้เพื่อดูอะไร”

“ไม่รู้สิ จู่ๆ ผมก็สังหรณ์ว่าสองคนนั้นอาจจะหาเรื่องส่งคนมากลั่นแกล้งเรา”

“แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าสองคนนั้นจะส่งคนมากลั่นแกล้งเราเมื่อไหร่ ให้นั่งจ้องหน้าจอแบบนี้ เมื่อยตาย” หล่อนพูดกึ่งบ่น

“ถ้าเมื่อยก็นั่งตักผมก่อนก็ได้” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย

มัศยาหันขวับ “ทะลึ่ง”

“ทะลึ่งอะไร ผมห่วงเจ๊จะเมื่อยขาต่างหากล่ะ” น่านฟ้ายิ้มกรุ้มกริ่มในแววตา

หญิงสาวหรี่ตา “ร้ายขึ้นทุกวันเลยนะ อยากจะกินป้านักใช่มั้ย”

“แล้วป้าจะให้กินมั้ยล่ะ” ชายหนุ่มถามหยั่งเชิง

ขนาดว่าไม่ใช่คนสะทกสะท้านกับอะไรง่ายๆ ตามประสาสาวแกร่ง ก็ยังใจหวิวไปกับถ้อยคำและแววตาวาววับของชายหนุ่ม ดีนะที่มีสินธุเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนรักที่แสนดี คงได้ตกหลุมประธานหนุ่มที่อายุน้อยกว่าหล่อนสองปีเอาง่ายๆ

ถึงเขาจะเหมือนเด็กไม่รู้จักโต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีรูปสมบัติที่ดึงดูดใจ ยิ่งรวมกับลูกเล่นแพรวพราวตามแบบฉบับหนุ่มเจ้าชู้ ก็ทำให้เสน่ห์ของเขาล้นเหลืออย่างช่วยไม่ได้

แล้วผู้หญิงมากมายก็พร้อมตกเป็นเหยื่อของผู้ชายประเภทนี้ รู้ทั้งรู้ว่าเหมือนเล่นกับไฟ แต่บางทีไฟก็เย้ายวนใจเกินห้ามใจ

“จะกินป้า ไม่กลัวกระดูกติดคอหรือไง อย่างป้าไม่ได้เคี้ยวง่ายๆ หรอกนะ” หล่อนมองเขาอย่างท้าทาย

“แต่เท่าที่ผมดู” น่านฟ้ากวาดตามองหล่อนทั่วทั้งตัว “น่าจะยิ่งเคี้ยวยิ่งมัน”

มัศยากอดอกมองเขาด้วยสายตาเอือมๆ ที่แม้แต่ตัวหล่อนเองก็ไม่แน่ใจว่าเอือมจริง หรือแกล้งเอือม ก็แหม มีหนุ่มหล่ออายุน้อยกว่ามาก้อร่อก้อติกแบบนี้ ก็อดกระชุ่มกระชวยไม่ได้ แม้รู้ทั้งรู้ว่าหนุ่มๆ พวกนี้ไว้ใจไม่ค่อยจะได้หรอก แค่ปากหวานไปวันๆ แล้วหล่อนก็ไม่นิยมกินเด็กด้วย

                “แต่ฉันไม่นิยมกินเด็ก” หล่อนบอกไปตรงๆ

                “เจ๊ไม่อยากเป็นอมตะเหรอ”

                “ไม่! ” มัศยาปฏิเสธเสียงหนักแน่นแกมดุดัน “แล้วก็เลิกเล่นได้แล้ว ไหนบอกกลัวสองคนนั้นจะส่งคนมากลั่นแกล้งไง ดูกล้องวงจรปิดซะสิ เดี๋ยวก็หลุดตาไปหรอก”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น