ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 42 : บท 42

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

ภายในห้องทำงานของประธานบริษัทมีโชค ประมาณสามทุ่ม

                แม้เลยเวลาเลิกงานมานานหลายชั่วโมงแล้ว แต่สองหนุ่มสาวก็ยังไม่กลับบ้าน เพราะยังมีงานให้สะสางอีกมากมาย

                มัศยาเพิ่งติดต่อบริษัทขนส่งขนาดใหญ่จากภายนอกตามที่น่านฟ้าสั่ง เพื่อว่าจ้างในการกระจายสินค้า ด้วยพนักงานในแผนกขนส่งสินค้าของบริษัทนอกจากจะมีไม่เพียงพอแล้ว ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของสุกิจโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้ามาช่วยงานน่านฟ้าสักคน

                แล้วแค่ในส่วนของการผลิตข้าวเกรียบมีโชค ก็ทำกันแทบไม่ทันแล้ว ทั้งป้ามะลิ หล่อน น่านฟ้า ไพศาล บางทีแม่ใหญ่ก็ยังลงมาช่วยด้วยซ้ำไป 

                “ฉันว่าเรามีคนทำงานกันแค่นี้ต้องไม่ไหวแน่ๆ ฉันก็เลยให้ต๋องไปตามพนักงานอีกคนมาช่วย คนนี้สนิทกับต๋อง ไม่น่ามีปัญหา แต่สองคนนี้คงมาช่วยเราได้เฉพาะหลังลิกงาน คุณคิดว่าไง”

                “ก็โอเคนะเจ๊ มีอีกสองแรง แล้วผมก็หาคนมาช่วยได้อีกสองคน เราผลิตสินค้าได้ทันส่งลูกค้าแน่” น่านฟ้าตอบพร้อมกับจดสายตาไปบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาตรงหน้าอย่างไม่วางตา

                “แต่ฉันยังไม่เห็นแพ็กเกจจิงของคุณเลย ไหนจะแบรนด์ชื่อใหม่อีกล่ะ เมื่อไหร่จะบอกสักทีว่าชื่ออะไร ฉันอยากรู้”

                “อยากรู้มากเลยเหรอ” รอยยิ้มขี้เล่นเจือในดวงตาของชายหนุ่ม

                “เล่นได้ทุกเรื่องเลยนะ เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็นเด็กซะที แบบนี้ใครจะเชื่อมั่นในตัวประธานอย่างคุณกัน” มัศยาถือโอกาสสั่งสอนเขาอีกครั้ง

                “บ่นเป็นป้าอีกแล้ว ให้ดูแพ็กเกจจิงอันใหม่ก็ได้” น่านฟ้าเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบซองขนมออกมาให้หล่อน

                มัศยารับมาดู และขมวดคิ้วอย่างงงัน เมื่อพบว่านี่คือแพ็กเกจจิงล่าสุดของข้าวเกรียบมีโชคที่อยู่ในแผนการตลาดเดิม และประธานโชคก็มีส่วนในการออกแบบแพ็กเกจจิงนี้ด้วย แต่อะไรก็ไม่น่าประหลาดใจเท่าชื่อแบรนด์ยังคงเป็นมีโชคเช่นเดิม  

                “คุณตัดสินใจใช้แพ็กเกจจิงอันนี้เหรอ”

                เขาพยักหน้าแทนการตอบรับ

                “คุณจะใช้ชื่อข้าวเกรียบมีโชคของพ่อคุณเหมือนเดิมด้วยใช่มั้ย” หล่อนถามอย่างมีความหวัง

                “ถูกต้อง”

                มัศยาฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจกลับมาใช้ชื่อมีโชคเหมือนเดิมล่ะ”

                “ก็อย่างที่คุณพูด อย่างน้อยชื่อมีโชคก็อยู่ในตลาดมานานสามสิบปี ข้าวเกรียบมีโชคมีต้นทุนมาแล้ว มันน่าจะสานต่อได้ง่ายกว่า แค่เราใส่ความมุ่งมันและศรัทธาลงไป ผมว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม”

                หญิงสาวมองเขาด้วยความชื่นชมและขอบคุณ “ประธานโชคคงจะดีใจมากที่ข้าวเกรียบมีโชคยังไม่ถูกเปลี่ยนชื่อ”

                “ผมก็คิดว่าอย่างนั้น”

                “จะว่าไปคุณก็น่ารักเหมือนกันนะ”

                “ผมน่ารักตั้งนานแล้ว แต่เจ๊เพิ่งจะเห็น” นัยน์ตาของเขาฉายแสงวิบวับตามประสาหนุ่มเจ้าชู้

                หล่อนปรายตาค้อนเขาอย่างหมั่นไส้ ตามด้วยแบะปากใส่อีกที

                “ดูทำหน้าเข้า แล้วจะไม่ให้รางวัลผมหน่อยเหรอ”

                “รางวัลอะไร” หล่อนถามอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าต้องให้รางวัลเขาทำไม

                “ก็ที่ผมไม่เปลี่ยนชื่อแบรนด์มีโชคไง”

                ความงุนงงยังไม่จางหายไปง่ายๆ “คุณจะบ้าเหรอ คุณไม่เปลี่ยนชื่อแบรนด์มีโชค แล้วทำไมฉันต้องให้รางวัลคุณด้วย ทำยังกับข้าวเกรียบมีโชคเป็นของฉันงั้นแหละ”

                “โห ผมอุตส่าห์ทำตามใจเจ๊นะ ไม่ตกรางวัลให้กันบ้างเลย”

                หล่อนเกือบหลุดยิ้มเพราะคนบ้าบอกว่าอุตส่าห์ทำตามใจหล่อน หมอนี่ถ้าจะเพี้ยน หล่อนไม่ได้เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย ทำไมเขาต้องมาทำตามใจกันด้วย ถ้าทั้งสองคนเป็นอะไรกันก็ว่าไปอย่าง ถึงตอนนั้นหล่อนจะกระโดดหอมแก้มเขาแรงๆ เลย

                อ้อ นี่แค่เรื่องสมมตินะ ให้ถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ หล่อนก็ไม่มีทางชายตาแลเขาเด็ดขาด แม้เขาจะหล่อเหลาและเร้าใจสักแค่ไหนก็ตาม เพราะนอกจากหล่อนจะมีคนรักแล้ว สเปกของหล่อนก็ต้องเป็นหนุ่มมาดภูมิฐานดูเป็นผู้ใหญ่อย่างสินธุ ไม่ใช่เด็กไม่รู้จักโตอย่างเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น