ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 31 : บท 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61

เสียงไก่ขันดังเป็นระยะ...

                มัศยาค่อยๆ ขยับตัว ลืมตาช้าๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นนวดต้นคอ เมื่อรู้สึกถึงความปวดเมื่อย

                ท้องฟ้ายังคงมืดสลัวในยามเช้ามืด กลิ่นอากาศบริสุทธิ์อบอวลไปทั่วบริเวณ

                นี่ถ้ากำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ ในรีสอร์ตที่ล้อมรอบด้วยขุนเขาสักแห่ง คงจะขอนอนต่อให้ตะวันโด่ง แต่นี่ยุงก็บินว่อน เมื่อยไปทั้งตัว โดยเฉพาะต้นคอ เหมือนกับนอนคอห้อยมาทั้งคืนก็ไม่ปาน

                เมื่อหันมองข้างกาย ก็ขมวดคิ้ว เพราะไม่เห็นชายหนุ่ม เขาหายไปไหนของเขา

                แต่แล้วเสียงกรนเบาๆ ก็ดังขึ้นอยู่ใกล้ๆ เลยก้มมองที่ตักตัวเอง เห็นน่านฟ้ากำลังนอนหนุนตักหล่อนอย่างสบายใจเฉิบ สองมือประสานที่แก้มข้างหนึ่ง หลับตาพริ้ม กรนเบาๆ เป็นระยะ                 

                “แมนซะไม่มี บอกว่าจะไถ่โทษด้วยการให้ฉันนอนหนุนไหล่ แต่ดันมานอนหนุนตักฉันแทน แล้วปล่อยให้ฉันนอนคอห้อยทั้งคืน มิน่าเมื่อยคอฉิบเป๋ง” มัศยาบ่นงึมงำพลางตวัดค้อนคนนอนหลับอย่างสบายด้วยความหมั่นไส้

                มียุงตัวหนึ่งบินมาเกาะหน้าผากของชายหนุ่ม นัยน์ตาของมัศยาส่องประกายวิบวับทันควัน “ทีฉันล่ะ นายน่าน” หล่อนเงื้อมือขึ้น เล็งไปที่ยุงตัวนั้น ตั้งท่าจะตบให้ดังเปรี๊ยะ

                แต่จู่ๆ เสียงกำชับของมารดาก็ก้องในโสตประสาท หยี แกอย่าลืมดูแลคุณน่านให้ดีล่ะ คอยปัดยุงให้เขาด้วย ลูกหลานผู้ดีแบบนั้น โดนยุงหาม คงได้ลายพร้อยไปทั้งตัว แม่ล่ะเป็นห่วง

                หญิงสาวค่อยๆ ลดมือที่กำลังเงื้อลง หน้าตามู่ทู่ “แม่นะแม่ ตามมารังควานกันได้แม้แต่ในความคิด”

                หลังจากบ่นงึมงำก็เปลี่ยนมาโบกมือไปมาเพื่อปัดยุงให้คุณชายเล็กของมารดาแทน และหลังจากนั่งปัดยุงให้เขาอยู่ครู่หนึ่ง ประตูบ้านก็เปิดออกมา พร้อมกับเสียงตวาดดังลั่นของหญิงสูงวัย

                “พวกเธอสองคนยังไม่ไปกันอีกเรอะ จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหน!

                คนที่กำลังหลับสบายสะดุ้งโหยง เด้งขึ้นจากตักของมัศยาแทบไม่ทัน

                “สงสัยวันนี้ต้องโดนครกหินฉันซะละมั้ง” ป้ามะลิหายเข้าไปในบ้านอีกครั้ง

                สองหนุ่มสาวมองหน้ากันก็พร้อมใจกันลุกขึ้นพรวด

                “ตายแล้ว ป้าจะเอาครกหินมาปาใส่เรา ทำไงดีคุณ! ” มัศยามีท่าทางลนๆ

                “ป้าจะไม่ยอมใจอ่อนลงสักนิดเลยเหรอ” น่านฟ้าพูดอย่างอ่อนใจ ขณะมองป้าแบกครกหินอย่างทุลักทุเลจนหลังงอ ศีรษะเกือบชิดพื้น ออกมาที่หน้าบ้าน

“ดูสิ โดนครกหินแล้วจะยอมไปมั้ย” ป้ามะลิพูดเสียงหอบ               

“ป้าระวังนะครับ ครกมันหนัก” น่านฟ้าถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

                “ไม่ต้องยุ่ง ฉันจะเอาปาหัวพวกแก”

                “แต่หลังป้าจะเดี้ยงซะก่อนนะคะ หนูเป็นห่วง” มัศยาพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงบ้าง

                “ก็ไล่พวกหน้าด้านหน้าทน มันก็ต้องใช้ครกหินน่ะสิ” พูดจบป้าก็ทำท่าจะเหวี่ยงครกหินใส่คนทั้งสอง แต่นางก็หมดแรงเสียก่อน หอบฮักๆ ยอมปล่อยครกหินทิ้งลงพื้น “ทำไมมันหนักแบบนี้วะ”

                “ป้า ผมขอเถอะนะ เราคุยกันดีๆ ได้มั้ยครับ” น่านฟ้าวิงวอน

                “ไม่มีทาง” ป้ามะลิเหลียวซ้ายแลขวา ก็เดินไปคว้าด้ามไม้กวาดที่พื้นขึ้นมา “ดูสิ โดนไล่ตะเพิดด้วยไม้กวาดจะยอมไปกันมั้ย” นางพุ่งเข้าไปหาคนทั้งสอง พร้อมกับเงื้อไม้กวาดขึ้น

                สองหนุ่มสาวเบิกตากว้าง ถอยร่นหนีกันจ้าละหวั่น แต่หญิงสูงวัยก็รุกไม่เลิก ทั้งสองถอยจนหลังชิดผนังบ้าน น่านฟ้าเห็นท่าไม่ดีก็เลยรุนมัศยาให้หลบด้านหลังเขา แต่เมื่อป้ามะลิฟาดด้ามไม้กวาดลงมา มัศยาก็พุ่งออกมากัน ด้ามไม้กวาดก็เลยปะทะกับขมับและแขนข้างหนึ่งที่หล่อนยกขึ้นกัน

                ดวงหน้ารูปไข่บิดเบ้เหยเก ฝ่ายหญิงสูงวัยก็ชะงัก สีหน้าเหมือนจะตกใจ

                “เจ๊เป็นอะไรรึเปล่า” น่านฟ้าถามอย่างตกใจและเป็นห่วง

                “ฉันไม่เป็นไร” แต่คนบอกว่าไม่เป็นไร ประคองแขนข้างหนึ่งที่มีรอยแดงเป็นแถบ

                “เจ๊เอาตัวเข้ามารับทำไมหา”

                “นั่นสิ จะบ้ารึเปล่า เป็นผู้หญิงเอาตัวเข้ามารับแทน รักแฟนจนไร้สติ วันไหนถูกหลอกจะรู้สึก” หญิงสูงวัยพูดเสียงห้วน

                “ใครว่าผู้ชายคนนี้แฟนหนู” หล่อนแย้งทันควัน

                “พวกเราไม่ใช่แฟนกันนะครับป้า ไม่มีทางแน่นอน” น่านฟ้าช่วยยืนยันอีกเสียง

                “ถ้างั้นทำไมเธอต้องออกมารับด้ามไม้กวาดแทนด้วย”

                “ก็เขาเป็นเจ้านายหนู พ่อของเขามีบุญคุณกับหนูและแม่มาก แม่เลยกำชับให้หนูดูแลเขาให้ดี แล้วถ้าเขาโดนไม้กวาดฟาด แม่ต้องด่าหนูเช็ดแน่นี่ป้า” มัศยาอธิบายพลางคลำขมับตัวเองป้อยๆ

                “อะไรจะจงรักภักดีกันข้ามรุ่นขนาดนั้น แล้วฉันก็คิดว่าแม่เธอคงไม่ชอบใจแน่ถ้าเธอเอาตัวเองรับด้ามไม้กวาดให้หมอนี่” ป้ามะลิทำหน้าไม่อยากเชื่อ

                “ป้าไม่รู้จัก เจ๊สมใจ ณ มีโชคหรอกค่ะ แม่หนูเลือดจงรักภักดีต่อบริษัทแรงกล้ามาก”

                ป้ามะลิขมวดคิ้ว “อะไร เจ๊สมใจ ณ มีโชค อย่าบอกนะว่าเธอเป็นลูกของสมใจ ชิดช่าง”

                “ป้ารู้ได้ไง ป้ารู้จักแม่หนูด้วยเหรอ”

                “รู้จักดีเลยล่ะ พื้นเพเดิมของแม่เธออยู่ที่ราชบุรีใช่มั้ย” ท่าทางโกรธเกรี้ยวของนางหายไปไม่เหลือหลอ

                “ใช่ค่ะ ทำไมป้ารู้ล่ะ”

                “ก็ป้ากับสมใจเป็นเพื่อนบ้านกันตั้งแต่อยู่ราชบุรี สนิทกันตั้งแต่เด็กๆ มาแยกย้ายกันตอนต่างคนต่างย้ายเข้าไปอยู่กรุงเทพฯ แต่ยังติดต่อกันเป็นระยะ จนป้าย้ายบ้านอีกหลายครั้ง ก็เลยขาดการติดต่อกันไป แต่เมื่อก่อนป้าก็ได้ยินแม่ของหนูเล่าอยู่บ่อยๆ นะว่าคุณโชค เจ้านายของเขาเป็นคนดีมาก ดีกับลูกน้องทุกคน ตอนบ้านไฟไหม้ก็มีน้ำใจช่วยเหลือกัน แล้วนี่ลูกชายคุณโชคเหรอ” หญิงสูงวัยเปลี่ยนท่าทีเป็นมิตรโดยฉับพลัน

                “ค่ะป้า”

                “ชื่ออะไรล่ะ”

                “ผมชื่อน่านฟ้าครับป้า” ความหวังผุดพรายในดวงตาของเขาและมัศยา

                “ชื่อเพราะเชียว แล้วสองคนจะมาให้ป้าช่วยไปดูแลเรื่องสูตรข้าวเกรียบทำไมล่ะ บริษัทมีโชคก็เป็นบริษัทข้าวเกรียบอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ”

                “คือเรากำลังมีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ” น่านฟ้าสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ให้หญิงสูงวัยฟัง

                “แหม อีตานั่นก็เนรคุณเหลือเกิน เป็นแค่น้องชายบุญธรรม จะมาสู้ลูกชายแท้ๆ ของเขาได้ยังไง คนสมัยนี้มันโลภโมโทสัน มา ป้าช่วยเอง รับรองสูตรข้าวเกรียบของป้าอร่อยเด็ด ไม่มีใครสู้ได้แน่”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #13 suansailom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 08:45
    หักมุมได้น่ารักมากกก
    #13
    0